เพื่อนที่ไม่น่าสงสาร [Mpreg]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,620 Views

  • 14 Comments

  • 207 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    118

    Overall
    3,620

ตอนที่ 4 : รูมเมท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 732
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61

:: [4] ::

รูมเมท

 

            สามปีต่อมา

            “ไอ้ต๋องตื่นนนน!!!” เมื่อได้ยินเสียงตะโกนปลุกดังแว่วเข้ามาในหู คนที่กำลังนอนกอดหมอนข้างอยู่บนเตียง กลับเอาหมอนที่หนุนอยู่มาปิดที่ใบหูเอาไว้ ไม่ทีท่าว่าจะยอมลุกจากเตียงนอน

“อืออคนจะนอนเว้ย อย่ามากวน...”

            “มึงมีสอบไม่ใช่เหรอวะลุกเร็ว!” ไอร์ไม่ยอมตามใจเพื่อนแน่นอน เพราะวันนี้ต๋องมีสอบกลางภาค หากเขายอมให้นอนต่อไปมีหวังมันได้ลงเรียนใหม่อีกแน่นอน

            “เฮ้ย! วันนี้กูมีสอบนี่หว่า” เมื่อได้สติต๋องก็ลืมตาแล้วลุกพรวดขึ้นมาทันที

            “ก็เออดิวะมึงมีสอบรีบลุกไปอาบน้ำเร็ว เดี๋ยวกูจะออกไปก่อนนะ”

            “รอกูก่อนเดี๋ยวไปส่งที่คณะ”

            “ขืนรอมึงกูได้เข้าเรียนสายแน่นอน”

            “รอแป๊บนึงน่านะ” เจ้าตัวเอ่ยขณะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อที่จะเข้าไปอาบน้ำ

            “เออๆอย่านานนะมึง”

            ในที่สุดไอร์ก็เป็นฝ่ายยอมไอ้เพื่อนตัวดีเหมือนทุกครั้ง ตอนนี้ทั้งสองคนเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่ ที่มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร หลังจากใช้ความพยายามอย่างหนักหน่วงในการเตรียมตัวอ่านหนังสือ ไอร์ก็สามารถสอบติดคณะแพทย์อย่างที่ตั้งใจไว้ ส่วนต๋องก็สามารถสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้เช่นเดียวกัน ตั้งแต่เป็นเฟรชชี่มาจนถึงตอนนี้ทั้งสองยังคงเป็นรูมเมทกันมาตลอด และความสัมพันธ์ยังคงแน่นแฟ้นเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง

            หลังจากนั้นไม่นานต๋องก็เดินนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำ เผยให้เห็นเรือนกายที่กำยำแข็งแรงและซิกแพ็คที่นูนขึ้นรูปอย่างชัดเจน ดูเป็นหนุ่มขึ้นกว่าสามปีก่อนหน้านี้และที่สำคัญความหล่อนั้นพุ่งปรี๊ดขึ้นเป็นหลายเท่าตัวอีกด้วย

            “วันนี้มึงเลิกเรียนกี่โมง” พูดพลางใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมอย่างลวกๆ

            “กูเรียนเสร็จตั้งแต่ช่วงเช้าแต่ต้องไปช่วยอาจารย์ทำวิจัยต่อน่าจะดึกอ่ะ ทำไมเหรอวะ”

            “เปล่า...กูว่าจะไปรับมึงอ่ะ”

            “ไม่ต้องกูกลับเองได้”

            “ได้ไงวะยิ่งดึกกูยิ่งต้องไปรับเผื่อมึงโดนฉุดจะทำยังไง”

            “ไอ้สัสอย่างกูใครจะกล้าทำ แมนทั้งแท่งซะขนาดนี้”

            “แมนห่าอะไร มึงคงไม่รู้หรอกเพื่อนๆคณะกูจ้องมึงตาเป็นมันเลย”

            “แล้วไงวะ” เจ้าตัวทำหน้าสงสัย

            “ก็มึงมันดึงดูดพวกผู้ชายหื่นๆไง ตัวก็เท่าแมวยังจะทำเป็นเก่งอีก เอาเป็นว่าจะกลับตอนไหนก็โทรมาหากูละกันเดี๋ยวออกไปรับ” ตอนนี้ต๋องใส่เสื้อช็อปสีกรมท่าคู่กับกางเกงยีนส์ยี่ห้อดังเสร็จเรียบร้อยแล้ว

            “เคๆ กูไม่เคยเอาชนะมึงได้อยู่แล้วนี่” เป็นอย่างที่พูดเวลามีเรื่องขัดใจกัน คนที่เป็นฝ่ายยอมแพ้นั่นคือเขาตลอด ไอ้เพื่อนรักลูกคุณหนูมันไม่เคยอ่อนข้อให้แม้แต่ครั้งเดียว

            “เสร็จแล้วไปกันเถอะจะเดี๋ยวสายเอา” คนที่พูดยืนสะพายกระเป๋าเตรียมพร้อมที่จะออกไปจากห้องแล้ว

            “กูต้องเป็นคนพูดประโยคนี้ป่ะวะ”

            “ใครพูดมันก็เหมือนกันล่ะน่า รีบๆไปเหอะ” ต๋องเอ่ยขณะดุนหลังเพื่อนให้นำหน้าออกไปจากห้อง

 

            หลังจากเรียนเสร็จในช่วงเช้าแล้ว ไอร์ก็เดินมุ่งหน้าไปยังห้องวิจัยลับของคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของอาคารยี่สิบชั้น หลังจากรู้ว่ามันเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับอะไรเขาก็ขอเข้าร่วมเป็นทั้งผู้ช่วยและอาสาสมัครของโครงการวิจัยนี้ทันทีเมื่อปีที่แล้ว และคนที่เป็นหัวหน้านักวิจัยคืออาจารย์ที่ปรึกษาของเขานั่นเอง

            “สวัสดีครับอาจารย์หมอ” เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยจอมอนิเตอร์และเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ก็เจอกับศาสตราจารย์ นายแพทย์สมิธ ประสิทธิ์พรกุล อาจารย์หมออายุอานามก็ห้าสิบห้าปีพอดี

            “อ้าวไอร์! อาจารย์กำลังต้องการผู้ช่วยพอดี” อาจารย์หมอยิ้มทักทายลูกศิษย์ที่เขารักเหมือนลูกชายแท้ๆ

            “มีอะไรให้ผมช่วยทำครับ” ไอร์วางกระเป๋าเป้ไว้ในลิ้นชักที่ประจำ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนข้างๆเพื่อรอรับคำสั่งจากอาจารย์ที่ปรึกษา

            “ช่วยไปฉีดฮอร์โมนให้อาสาสมัครที่อยู่ในห้องด้วยนะ พอดีอาจารย์ติดธุระต้องคุยวิดีโอคอลกับอาจารย์หมอที่อเมริกาก่อน”

            “ได้ครับอาจารย์”

            “ส่วนไอร์เดี๋ยวอาจารย์จะเป็นคนฉีดให้เอง นี่เข็มสุดท้ายแล้วนะขั้นตอนต่อไปก็เข้าสู่กระบวนการสร้างมดลูกและรังไข่เทียมแล้ว”

            ไอร์ถึงกับยิ้มออกมาทันทีที่ได้ยินอาจารย์หมอบอกอย่างนั้น ในที่สุดวันที่เขารอคอยก็มาถึง แม้ไม่รู้ว่ามันจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่อย่างน้อยมันก็มีโอกาสที่จะเป็นความจริงได้

            “ผมดีใจที่สุดเลยครับ”

            “อาจารย์ก็รอให้ถึงวันนี้มาตลอดแต่เผื่อใจไว้บ้างก็ดีนะไอร์ ตลอดหลายปีที่อาจารย์ทำงานวิจัยนี้มา มันไม่เคยประสบผลสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว” อาจารย์หมอสมิธบอกกับลูกศิษย์ ตอนแรกเขาก็ค้านหัวชนฝาเพราะไม่อยากให้ไอร์เข้ามาเป็นอาสาสมัครในงานวิจัยนี้ เพราะหากมันไม่ประสบความสำเร็จขึ้นมา กลัวว่าลูกศิษย์จะเสียใจกับสิ่งที่ได้ตั้งความหวังเอาไว้

            “ผมเชื่อมั่นในตัวอาจารย์ครับว่าครั้งนี้จะต้องประสบผลสำเร็จแน่นอน อาสาสมัครทั้งยี่สิบคนรวมทั้งผมก็จะมีความสุขกันถ้วนหน้า อาจารย์เองก็จะถูกยกย่องให้เป็นศาสตราจารย์คนแรกที่สามารถทำให้ผู้ชายตั้งครรภ์ได้” ไอร์บอกกับอาจารย์

            “ถ้ามันสำเร็จขึ้นมาจริงๆอาจารย์คงจะเก็บไว้เป็นความลับ เพราะหากคนทั้งประเทศรู้เข้ามันคงจะวุ่นวายน่าดู” ที่เขาทำโครงการวิจัยนี้ขึ้นมาเพราะอยากรู้แค่ว่าผู้ชายจะสามารถเป็นผู้ให้กำเนิดทารกได้เหมือนผู้หญิงหรือไม่ก็เท่านั้น หากในอนาคตมันเกิดวิกฤติเรื่องการสืบพันธุ์ของมวลมนุษยชาติขึ้นมาจริงๆ เขาถึงจะรื้องานวิจัยนี้ขึ้นมาอีกครั้งและทำในสเกลที่เยอะกว่าเดิมหลายเท่าตัว

            “อ้าวแล้วที่ทำมาทั้งหมดมันก็ไม่มีประโยชน์เลยสิครับอาจารย์” ไอร์มองหน้าอาจารย์ด้วยความสงสัย

            “ใครบอก อย่างน้อยอาสาสมัครทั้งยี่สิบคนก็จะสามารถมีลูกกับคนที่เขารักได้ แค่นั้นก็ถือว่าเป็นประโยชน์ที่คุ่มค่าที่สุดแล้ว” อาจารย์หมอสมิธยิ้มให้กับลูกศิษย์

            “ขอบคุณอาจารย์หมอมากนะครับที่ทำเพื่อพวกเราขนาดนี้”

            “เอาไว้ให้มันสำเร็จค่อยมาขอบคุณอาจารย์ก็แล้วกัน”

            “ครับอาจารย์ เดี๋ยวผมไปฉีดฮอร์โมนให้อาสาสมัครคนอื่นๆก่อนนะครับ”

            ไอร์เดินเข้าไปในห้องแล็ปที่มีอาสาสมัครผู้ชายยี่สิบคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งหมดเข้ามาเป็นอาสาสมัครในโครงการนี้อย่างเต็มใจ เพราะในชีวิตจริงต่างก็มีแฟนเป็นผู้ชายด้วยกันและตั้งใจอยากจะมีทายาทไว้สืบสกุล เมื่อถูกชักชวนให้เข้ามาเป็นอาสาสมัครก็ทำให้ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล

            “เดี๋ยววันนี้ผมจะเป็นคนฉีดฮอร์โมนให้กับทุกคนเองนะครับ นี่จะเป็นเข็มสุดท้ายแล้วขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการสร้างมดลูกและรังไข่เทียมแล้ว” ไอร์ว่าพลางเตรียมอุปกรณ์ไว้บนโต๊ะ

            “พวกเราใกล้จะได้มีลูกสมใจอยากแล้วใช่ไหมครับ” หนึ่งในอาสาสมัครเอ่ยถามขึ้น

            “ผมก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้นครับ เอาเป็นว่าทุกคนพยายามอย่าเครียดแล้วก็ทานอาหารที่มีประโยชน์ พยายามออกกำลังกายให้แข็งแรง มันอาจจะมีโอกาสสูงที่จะทำให้พวกเราสามารถตั้งครรภ์ได้แน่นอนครับ” ไอร์บอกกับทุกคน

เมื่อได้ยินอย่างนั้นสีหน้าของแต่ละคนก็ดูมีความหวังขึ้นมาทันที

            ไอร์เริ่มลงมือฉีดฮอร์โมนเข็มสุดท้ายให้กับอาสาสมัครคนแล้วคนเล่าจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นก็ให้คำแนะนำนิดๆหน่อยๆเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง เพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้างมดลูกและรังไข่เทียมในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

            “อาจารย์หมอครับผมฉีดฮอร์โมนให้ทุกคนเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” ไอร์เดินเข้ามาหาอาจารย์หมอ ที่กำลังนั่งอ่านเอกสารบางอย่างด้วยความตั้งใจในห้องทำงาน

            “ออ...ไปรอในห้องแล็บนะเดี๋ยวอาจารย์ตามไป”

            “ครับ”

            ไอร์เดินเข้าไปในห้องแล็บก่อนจะนั่งครุ่นคิดถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป หากถึงเวลาที่ร่างกายเขาพร้อมที่จะรับน้ำเชื้อเพื่อการปฏิสนธิแล้ว เขาจะใช้วิธีไหนเพื่อที่จะเอาน้ำเชื้อจากไอ้เพื่อนตัวดีมาได้นะ

            “โทษทีที่ให้รอนาน” เสียงอาจารย์หมอดังขึ้นทำให้ไอร์หลุดจากภวังค์ แล้วหันไปมองยังต้นเสียง

            “ไม่เป็นไรครับอาจารย์”

            “ไอร์บอกกับทุกคนแล้วใช่ไหมว่าการฉีดฮอร์โมนเข็มนี้มันอาจจะมีผลข้างเคียงมากกว่าเข็มก่อนๆ”

            “บอกแล้วครับ”

            “เอาล่ะยื่นแขนมา”

            อาจารย์หมอสมิธหยิบไซริงค์ขึ้นมาแล้วดูดฮอร์โมนในขวดแก้วเล็กๆออกมาจนหมด ก่อนจะใช้นิ้วดีดที่เข็มหนึ่งครั้งเพื่อไล่ฟองอากาศออกไป หลังจากนั้นก็จัดการฉีดเข้าไปที่ต้นแขนของลูกศิษย์ทันที

            “เสร็จแล้วนอนพักก่อนนะค่อยมาช่วยอาจารย์ทำแล็บต่อ”

            “ไม่เป็นไรผมไหวครับอาจารย์”

            “เชื่ออาจารย์เถอะนอนพักสักครู่ก่อน”

            “ก็ได้ครับ”

            ไอร์นอนพักบนเตียงได้สักพักเมื่อไม่มีอะไรผิดปกติกับร่างกาย จึงลุกขึ้นแล้วกลับเข้าไปช่วยอาจารย์ในห้องแล็ปต่อทันที

            “อ้าวทำไมมาเร็วจัง” เมื่อเห็นลูกศิษย์เดินเข้ามาเจ้าตัวก็ผละจากการส่องกล้องจุลทรรศน์

            “ผมโอเคแล้วครับ เดี๋ยวช่วยงานอาจารย์เลยละกันนะครับ” พูดจบก็นั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆแล้วสวมถุงมือยางทันที

            “วันนี้งานเยอะหน่อยนะเดี๋ยวเสร็จแล้วอาจารย์จะไปส่งที่หอพัก”

            “ไม่เป็นไรครับอาจารย์เดี๋ยวเพื่อนผมจะมารับ” ไอร์รีบปฏิเสธทันควัน

            “เพื่อนคนที่เราอยากให้เป็นพ่อของลูกใช่ไหมล่ะ” อาจารย์หมอสมิธรู้เรื่องนี้ดี เพราะก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ อาสาสมัครทุกคนต้องบอกเหตุผลที่อยากจะเข้าร่วมในการวิจัยครั้งนี้ด้วย และนั่นก็คือเหตุผลของไอร์

            “ใช่ครับ” พูดไปก็จัดการไปเปตตัวอย่างลงบนแผ่นไลสด์ก่อนจะหยดสีย้อมลงไป ปิดด้วยกระจกปิดสไลด์อีกทีแล้วนำไปส่องกล้อง

            “นี่ก็ใกล้เวลาแล้วหาวิธีบอกเพื่อนเราได้รึยังล่ะว่าต้องการน้ำเชื้อเขา” อาจารย์หมอถาม

            “ผมกำลังคิดเรื่องนี้อยู่ครับ”

            “ถ้ามันเป็นไปไม่ได้อาจารย์ว่าลองหาคนอื่นดูไหม”

            “ถ้าไม่ใช่มันผมไม่มีทางตั้งท้องกับใครเด็ดขาดครับอาจารย์” เจ้าตัวพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว

            “ถ้าอย่างนั้นอาจารย์ก็เอาใจช่วยละกันนะ”

            “ขอบคุณครับ”

 

            ไอร์ช่วยอาจารย์หมอทำแล็บจนเสร็จเรียบร้อย ตอนนี้เวลาก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว เขายืนรอเพื่อนรักอยู่หน้าคณะเพียงลำพัง ไม่นานนักรถหรูยี่ห้อดังก็มาจอดเทียบตรงหน้า ไม่รอช้าเจ้าตัวรีบเดินไปเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งทันที

            “รอนานป่ะวะ” เมื่อล้อหมุนเจ้าของรถก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที

            “แล้วมึงว่านานป่ะละ”

            “กวนตีนล่ะ กูถามมึงก่อนนะเว้ย” ต๋องหันมาทำหน้าดุให้เพื่อน

            “มึงก็รู้ว่าไม่นานแล้วยังจะมาถามกูอีก”

            “ก็กูไม่รู้จะคุยอะไรกับมึงนี่หว่า”

“กินข้าวรึยัง แล้วทำไมไม่ถามล่ะ”

            “แล้วมึงกินข้าวยังล่ะ” เมื่อโดนเพื่อนชงให้เจ้าตัวก็ถามต่อทันที

            “ยังสิวะก็เพิ่งจะออกมาจากห้องแล็บ”

            “เออว่ะ...เรื่องนี้กูว่าจะถามมึงหลายครั้งแล้ว สรุปมึงช่วยอาจารย์ทำวิจัยเรื่องอะไรวะ เห็นกลับดึกดื่นๆเกือบทุกวันเลย” ต๋องขมวดคิ้วขณะถามคำถามนี้

            “เอ่อ..ก็งานวิจัยทั่วไปของคณะนั่นล่ะมึงสงสัยอะไรมากมายวะ กูยังไม่เคยถามเรื่องของมึงเลย” ไอร์ตอบกลับไปเสียงดุ

            “ถามแค่นี้ทำไมต้องดุด้วยวะ กูชักจะสงสัยซะแล้วสิว่างานวิจัยที่มึงทำเกี่ยวกับอะไรกันแน่”

            “ก็กูบอกไม่มีอะไรไงวะ!” ไอร์เริ่มขึ้นเสียงจนคนที่ขับรถอยู่ถึงกับชะงัก แล้วขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

มันจะอะไรนักหนาวะก็แค่ถามเฉยๆ...

            “กูว่ามึงเริ่มจะจริงจังเกินไปแล้วว่ะ”

            “มึงก็เลิกถามเรื่องนี้ซะทีสิวะกูขี้เกียจจะตอบแล้ว” ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้อารมณ์เสียมากขนาดนี้ อยู่ๆก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาหรือนั่นอาจจะเป็นผลข้างเคียงของการฉีดฮอร์โมนเมื่อช่วงบ่าย

            “เออๆ เดี๋ยวกูพาแวะไปกินข้าวก่อนละกันแป๊บนึงก็จะถึงตลาดแล้ว” ต๋องรู้ตัวว่าหากเขาต่อปากต่อคำอีก  อาจจะมีเรื่องทะเลาะกันหนักกว่านี้ก็เป็นได้ ช่วงหลังมานี้เพื่อนรักยิ่งอารมณ์แปรปรวนอยู่ซะด้วย

            “ซื้อกลับไปกินที่ห้องได้ป่ะกูรู้สึกเวียนหัวอ่ะ” ไอร์ไม่ได้แกล้งพูดเพื่อเรียกร้องความสนใจแต่อย่างใด อยู่ๆเขาก็รู้สึกเวียนศีรษะขึ้นมากะทันหัน หลังจากแสดงอาการหงุดหงิดออกไปเมื่อสักครู่

            “ได้ๆเดี๋ยวกูลงไปซื้อให้ละกันรออยู่บนรถนี่ล่ะ งอแงอย่างกับเป็นแฟนกูซะอย่างนั้น”

            ถ้ากูเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีสิวะ...

            เมื่อหาที่จอดรถข้างทางได้แล้วต๋องก็ลงไปซื้อข้าวให้เพื่อนรัก ไม่นานหลังจากนั้นก็เดินมาพร้อมกับถุงข้าวกล่องและผลไม้ เขาวางของไว้เบาะหลังแล้วเข้ามานั่งที่ฝั่งคนขับตามเดิม ก่อนจะเหลือบตามองไปข้างๆก็พบว่าเพื่อนได้หลับไปเสียแล้ว เจ้าตัวยิ้มกริ่มพร้อมกับจ้องมองใบหน้าขาวใสนั้นด้วยความเอ็นดู

            “สงสัยจะเพลียจัดหลับไปซะแล้ว ไอ้อ่อนเอ๊ย” เอ่ยออกมาเบาๆก่อนจะขับรถออกไป

            หลังจากนั้นไม่นานรถหรูก็เคลื่อนตัวมาจอดที่ลานจอดรถของคอนโด ต๋องดับเครื่องแล้วหันไปมองเพื่อนที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่อย่างไม่รู้เรื่อง

            “ไอ้ไอร์ถึงคอนโดแล้ว” เสียงเข้มเอ่ยปลุกเพื่อนรัก

            “............”

            คนที่นอนนิ่งอยู่นั้นดูท่าทางคงจะหลับลึก จนไม่สามารถใช้เพียงแค่เสียงปลุกให้ตื่นได้ ต๋องจึงใช้วิธีเขย่าตัวเพื่อปลุกอีกที

            “ไอ้ไอร์ตื่นก่อนเร็ว” เมื่อมือหนาสัมผัสที่ต้นแขนของเพื่อนก็ต้องตกใจทันที “เชี่ยตัวร้อนฉิบหาย”

            ไม่รอช้าต๋องรีบอุ้มเพื่อนออกจากรถแล้วขึ้นไปบนห้องทันที

 

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

0 ความคิดเห็น