เพื่อนที่ไม่น่าสงสาร [Mpreg]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,609 Views

  • 14 Comments

  • 206 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    107

    Overall
    3,609

ตอนที่ 1 : เพื่อนรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1284
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61

:: [1] ::

เพื่อนรัก

 

            ที่นี่คือโรงเรียนเซนท์วิมส์ฟอร์ด ซึ่งเป็นโรงเรียนชายล้วนกางเกงน้ำเงินชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่หก เด็กนักเรียนส่วนมากจะเป็นบุตรของผู้มีอันจะกินเกือบทั้งนั้น นั่นเพราะค่าเล่าเรียนที่นี่ค่อนข้างสูง แต่สำหรับเด็กที่เรียนดีแต่มีฐานะยากจน โรงเรียนก็เปิดโอกาสให้สอบชิงทุนเข้าศึกษาฟรีจนจบหลักสูตร แต่ต้องรักษาเกรดเฉลี่ยให้ได้ตามเกณฑ์อย่างสม่ำเสมอ ไม่อย่างนั้นจะต้องจ่ายค่าเทอมคืนเป็นเท่าตัว

            ออดดดด!!!!

            เสียงออดดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่าถึงเวลาที่นักเรียนจะต้องเตรียมตัวกลับบ้าน นักเรียนชายหัวเกรียนนับพันต่างเก็บกระเป๋า แล้วเดินขวักไขว่ออกมาจากห้องเรียนเพื่อขึ้นรถกลับบ้าน ไม่ต่างจาก ไอร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่ ผู้มีผลการเรียนเป็นอันดับหนึ่งของชั้นและได้รับทุนเรียนฟรีจนจบหลักสูตร เขากำลังเดินจูงจักรยานออกมาจากข้างโรงอาหารซึ่งเป็นที่จอดประจำทุกวัน

เมื่อจูงรถจักยานออกมาถึงถนนคอนกรีต ก็มีกลุ่มนักเรียนชายสามคนกำลังเดินมุ่งตรงมาหาด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร เขาจำได้ดีว่านั่นคือแก๊งสามออ ไอ้ออฟ ไอ้อ้น และไอ้อิท กลุ่มเพื่อนในชั้นเรียนที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาสักเท่าไหร่ นั่นเพราะหมั่นไส้ที่เจ้าตัวเป็นแค่ลูกแม่ค้าขายข้าวแกง แต่กลับมีผลการเรียนที่โดดเด่นกว่าจนขึ้นแซงเป็นอันดับหนึ่งของห้อง

            “พวกมึงมีปัญหาอะไร” ไม่ใช่เก่งแค่เรียนแต่เขาก็เก่งเรื่องต่อยตีเหมือนกัน

            “ปากดีนักนะไอ้ลูกแม่ค้าขายข้าวแกง” ออฟ ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก

            “พวกมึงมีปัญหาอะไรก็ว่ามากูจะรีบกลับบ้าน” คนที่กำลังจูงจักรยานอยู่มองหน้าทั้งสามคนอย่างไม่เกรงกลัว สมัยเด็กๆเขาเองยอมใครซะที่ไหนท้าต่อยตีกับคนอื่นไปทั่ว

            “อยากรู้เหรอวะ...พวกมึงจับมันไว้” สิ้นเสียงคำสั่งของลูกพี่ อิทกับอ้นก็เดินตรงไปหาคู่อริทันที

            เมื่อรู้ว่ากำลังจะโดนเล่นงานไอร์ก็ทิ้งจักรยานจนล้มลงแล้วตั้งการ์ดรอ

            “มึงลองเข้ามาสิกูสู้ไม่ถอยแน่”

            “มึงจะกลัวอะไรวะเข้าไปสิ” ออฟเห็นลูกน้องทั้งสองกล้าๆกลัวๆก็ส่งเสียงตะโกนสั่งย้ำอีกที

            ผัวะ!

            พลั่ก!

            คนแรกที่เข้ามาถูกหมัดของคนตัวเล็กกว่าซัดเข้าให้จนล้มลงกับพื้น ส่วนอีกคนไอร์จัดการด้วยการถีบไปที่หน้าท้องจนล้มกองทับกัน แต่คนที่มันเป็นมวยนั่นคือไอ้หัวหน้าแก๊ง ออฟรอจังหวะเผลอเข้าไปล็อคคอคนที่ตัวเล็กกว่าแล้วรวบแขนทั้งสองข้างเอาไว้

            “เก่งนักนะมึง ไอ้ลูกแม่ค้าวันนี้กูจะจัดมึงให้หนักเลย” เสียงเข้มพูดข้างใบหูจนเจ้าตัวขนลุกซู่

            “มึงจะทำอะไรกู ปล่อยนะเว้ย” ไอร์พยายามขัดขืนแต่สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้ ไอ้คนนั้นมันเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน แถมยังฝึกเทควันโดจนได้สายดำอีกต่างหาก

            “เดี๋ยวก็รู้” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นข้างใบหูอีกครั้ง ก่อนจะหันไปเอ่ยกับลูกน้องทั้งสองคน “พวกมึงมาล็อคตัวมันไว้เร็ว คราวนี้อย่าให้พลาดอีกนะเว้ย” เจ้าสองตัวนั้นรีบลุกขึ้นมาจับตัวคู่อริไว้โดยเร็ว

            ออฟยืนจ้องหน้าไอ้เด็กหัวเกรียนที่เรียนได้เป็นอันดับหนึ่งของห้องแทนที่เขา ก่อนจะซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าเต็มแรง

            ผัวะ!

            “มึงเก่งนักใช่ไหม กูขอเตือนมึงเอาไว้เลย เทอมนี้ถ้ามึงยังสอบได้ที่หนึ่งอีกกูจะไม่ทำแค่นี้แน่” มือหนาจับที่ศีรษะเอาไว้แล้วตบเบาๆที่แก้มขาว ใบหน้าที่หล่อเหลาตอนนี้เริ่มแดงช้ำขึ้นมาชัดเจนแล้ว

            “ทำไมกูต้องทำอย่างนั้นด้วยวะ ถ้ามึงแน่จริงก็สอบให้ได้ที่หนึ่งสิ อย่างนี้มันไอ้ขี้แพ้นี่หว่า” แม้หน้าตาจะบวมช้ำแต่ไอร์ก็ยังไม่หมดฤทธิ์ ยังคงแสยะยิ้มให้กับเพื่อนร่วมชั้น

            “กูสอบได้ที่หนึ่งมาตลอดแต่พอมึงเข้ามากูกลับร่วงไปที่สอง มึงรู้ไหมเพื่อนคนอื่นมันหัวเราะเยาะกูก็เพราะมึง” เจ้าตัวบอกสาเหตุที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าให้รับรู้

            “แล้วมันเป็นความผิดของกูตรงไหนวะ” ไอร์ทำหน้างง

            “ถ้าไม่มีมึงสักคนกูก็จะเป็นที่หนึ่งไงล่ะ” มือหนาจับที่คางแล้วบีบเต็มแรงจนไอร์เริ่มเจ็บขึ้นมา เขาต้องกัดฟันข่มความเจ็บปวดเอาไว้

            “ปล่อยเพื่อนกูเดี๋ยวนี้เลยไอ้ออฟ!” ในที่สุดฮีโร่ของไอร์ก็มาสักที ต๋องเพื่อนสนิทหนึ่งเดียวที่กำลังเดินเข้ามาอย่างนักเลง

            “กูไม่ปล่อย!

            “ไม่ปล่อยใช่ไหมด้ายยยย!!!!” เจ้าตัววิ่งเข้าไปแล้วกระโดดถีบจนทั้งสี่คนล้มระเนระนาด ก่อนจะกระชากคอเสื้อออฟเข้ามาสวนหมัดใส่ไม่ยั้ง

            เมื่อไอร์เป็นอิสระก็จัดการกับไอ้สองคนนั้นทันที หลังจากนั้นทั้งหมดก็ตะลุมบอนผลัดกันสวนหมัดไปมา ไม่นานไอ้นักเลงทั้งสามคนก็นอนกองรวมกันอยู่ที่พื้น โดยมีต๋องและไอร์ยืนมองอย่างผู้มีชัย

            “ถ้ามึงยังเป็นลูกผู้ชาย มึงต้องเอาชนะกูด้วยผลการเรียนไม่ใช่มาขู่กูอย่างนี้ บอกไว้เลยถึงมึงจะฆ่ากูให้ตายกูก็ไม่ยอมแพ้มึงเรื่องเรียนหรอกโว้ย” ไอร์ตะโกนใส่หน้าออฟ

            “ต่อไปห้ามมายุ่งกับเพื่อนกูอีก...จำไว้” ต๋องชี้หน้าเรียงตัวราวกับเป็นมาเฟียซะอย่างนั้น

            เจ้าสามคนที่นั่งกองอยู่พื้นไม่พูดตอบโต้แม้แต่คำเดียว เพราะมัวแต่ร้องโอดโอยกับใบหน้าที่ปวดระบม

           

            หลังจากจัดการไอ้พวกนั้นเรียบร้อยแล้ว ต๋องก็ปั่นจักรยานไปส่งเพื่อนรักที่บ้าน บ้านของไอร์อยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณหนึ่งกิโลเมตร การปั่นจักรยานจึงเป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุด

            “แล้วมึงจะกลับบ้านยังไงวะไอ้ต๋อง” คนที่นั่งซ้อนท้ายอยู่เอ่ยถามขึ้นมา

            “กูให้คนขับรถไปรอที่บ้านมึงแล้ว” เจ้าตัวยิ้มแป้นขาก็ปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ

            ต๋องเป็นลูกเศรษฐีที่บ้านมีฐานะร่ำรวยเพราะครอบครัวมีธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ แต่เจ้าตัวกลับชอบใช้ชีวิตติดดินมากกว่า นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาได้เป็นเพื่อนสนิทกับไอร์

            “กูแนะนำให้มึงบอกพ่อกับแม่ว่าไม่ต้องให้คนมารับหรอก กูสงสารคนขับรถที่จะต้องมาตามใจคนอย่างมึง”

            “จริงๆกูอยากได้บิ๊กไบค์สักคันแต่แม่กูไม่ยอมน่ะสิ เพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ” ต๋องทำหน้ามุ่ยเมื่อนึกถึงวันที่เข้าไปขอให้แม่ซื้อบิ๊กไบค์ให้ แต่โดนปฏิเสธหน้าหงายกลับมา

            “เป็นกูก็ไม่ซื้อให้ขนยังไม่ขึ้นเลยริอาจอยากจะมีบิ๊กไบค์” ไอร์ว่าให้เพื่อนแล้วขำออกมา

            “มึงรู้ได้ไงว่าขนกูยังไม่ขึ้นไอ้ไอร์เอามือมึงมานี่เลยยยย” เมื่อโดนหยามทำให้เจ้าตัวถึงกับอดไม่ได้ที่จะจับมือเพื่อนล้วงเข้าไปในกางเกงนักเรียน

            “ไอ้เหี้ยต๋องมึงทำบ้าอะไรเนี่ย..อี๋” คนที่โดนจับมือไปล้วงในกางเกงถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความขยะแขยง แก้มที่เคยขาวใสตอนนี้กลับแดงระเรื่อเป็นลูกตำลึงไปเสียแล้ว

            “ฮ่าๆๆๆ สะใจโว้ย” เมื่อแกล้งเพื่อนได้สำเร็จเจ้าตัวก็หัวเราะออกมาเสียงดัง แต่ไม่ทันไรก็ต้องร้องเสียงหลงออกมา “โอ๊ยๆๆ กูยอมแล้วๆเดี๋ยวรถแม่งล้มไอ้ไอร์!” มีหรือที่ไอร์จะยอมให้เพื่อนแกล้งได้เพียงฝ่ายเดียว อยากให้ล้วงดีนักใช่ไหม ไอร์คว้าหมับเข้าที่เป้าแล้วบีบที่พวงไข่จนเจ้าตัวจุกไม่น้อย

            “ถ้ามึงยังทะลึ่งกับกูอีกกูจะบีบให้มึงมีลูกไม่ได้เลยคอยดู” ถึงจะนั่งซ้อนท้ายแต่เจ้าตัวก็ชี้หน้าขู่อีกฝ่าย

            “โอเคๆ กูยอมมึงก็ได้แต่วันเดียวนะเว้ย” ตอนนี้มาถึงบ้านของไอร์เรียบร้อยแล้ว ต๋องรีบกระโดดลงจากรถไปไหว้แม่ของเพื่อนทันที ปล่อยให้คนที่นั่งซ้อนท้ายอยู่นั้นแทบจะจับจักรยานไว้ไม่ทันเพราะคนขับทิ้งไปกลางคัน

            “สวัสดีครับแม่” เขามาที่นี่บ่อยจนเหมือนเป็นลูกชายของบ้านหลังนี้ไปอีกคนแล้ว

            “สวัสดีจ๊ะต๋อง อ้าว! ไปมีเรื่องกับใครมาเนี่ยหน้าช้ำมาเชียว” ปิ่นแก้วมองใบหน้าทั้งสองคนสลับไปมา

            “เอ่อ...คือ” เมื่อโดนถามเจ้าตัวก็ก้มหน้าแล้วหันไปมองเพื่อนทันที

            “พอดีผมมีเรื่องกับเพื่อนที่โรงเรียนครับแม่ ไอ้ต๋องเลยเข้ามาช่วย เลยเป็นอย่างที่เห็น” เขาตอบไปตามความจริงเพราะไม่เคยมีความลับกับผู้เป็นแม่

            “พาเพื่อนเข้าไปทายาข้างในก่อนเร็ว” เธอบอกกับลูกชายขณะเก็บร้าน

            “ครับแม่...เดี๋ยวผมจะรีบออกมาช่วยเก็บนะ”

            “จ้ารีบๆไปเดี๋ยวจะบวมกว่านี้” เธอไม่ถามว่าเพราะอะไรลูกชายถึงไปมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่น เพราะมั่นใจว่าลูกคนนี้ไม่มีทางเกเรไปทำร้ายคนอื่นก่อนแน่ เธอจะสอนให้ลูกเอาตัวรอดเป็นหากไม่มีเรื่องเป็นดีที่สุด แต่หากยอมมากเกินไปเราก็จะเป็นฝ่ายโดนกระทำเพียงฝ่ายเดียวไม่จบไม่สิ้น เพราะฉะนั้นหากจะสู้ก็ต้องสู้อย่างมีสติ

            เดินเข้ามาในบ้านแล้วไอร์ก็หยิบยานวดมาจากตู้ยาประจำบ้านก่อนจะวางไว้บนโต๊ะ ตอนนี้ทั้งสองกำลังนั่งจ้องหน้ายิ้มให้กัน เพราะตลกกับใบหน้าที่บวมเป่งของอีกฝ่าย

            “เดี๋ยวกูทาให้มึงก่อนละกัน ยื่นหน้ามาใกล้ๆเร็ว” ต๋องรีบยื่นหน้าเข้ามาโดยเร็วแล้วทำแก้มป่อง ตอนแรกก็นวดเบาๆแต่ด้วยความหมั่นไส้ไอร์จึงลงน้ำหนักที่มุมปากจนเพื่อนต้องร้องเสียงหลงออกมา

            “โอ๊ย! เบาๆสิวะกูเจ็บนะเว้ย”

            “ก็กูหมั่นไส้หนังหน้ามึงไง เสร็จแล้วเอาหน้าเน่าๆของมึงกลับไป”

            “ไอ้ตาถั่วอย่างกูนี่หน้าเน่า สาวๆคอนแวนต์หลงกูกันเกือบทั้งโรงเรียน อย่างนี้ไม่เรียกว่าเน่าโว้ย” คนพูดหลงตัวเองซะเต็มประดา

            “ก็สำหรับกูมึงหน้าเน่าโคตรๆ กูไม่ใช่สาวๆของมึงนะเว้ยที่จะมองว่ามึงหล่อโคตรๆ หล่อสัดๆ หล่อเหี้ยๆ” พูดจบก็ขำออกมา

            “นี่มึงหลอกด่ากูเหรอวะ” เจ้าตัวชี้หน้าเพื่อนทันที

            “ก็เออสิวะ กูไปช่วยแม่เก็บร้านดีกว่า” ไอร์รีบวิ่งออกไปก่อนจะโดนเพื่อนรักเอ่ยตามหลัง

            “แล้วมึงไม่ทายาเหรอวะ” ต๋องตะโกนตามหลังแต่ไม่ทันเสียแล้ว เขาตั้งใจจะเอาคืนสักหน่อย ไอ้เพื่อนตัวดีนี่มันฉลาดล้ำกว่าใครจริงๆ

            ต๋องเก็บยานวดไว้ในตู้ยาประจำบ้านแล้วเดินตามออกมา เขามาที่นี่บ่อยจนเข้านอกออกในได้เหมือนกับคนในบ้าน

            “ผมกลับก่อนนะครับแม่” เจ้าตัวยกมือไหว้หลังจากเดินออกมาหน้าบ้าน

            “ไว้วันหลังมาทานข้าวเย็นกับแม่นะต๋อง” ปิ่นแก้วยิ้มให้เพื่อนลูกชาย

            “ครับแม่” เขายิ้มให้ก่อนจะหันไปทำหน้ายักษ์ใส่เพื่อนแล้วชี้หน้าคาดโทษ

            “เจอกันพรุ่งนี้เว้ยไอ้ต๋อง” ขณะเพื่อนกำลังเปิดประตูรถที่จอดรออยู่หน้าบ้านเจ้าตัวก็ตะโกนไป ต๋องไม่ตอบเพียงแต่เอานิ้วชี้เฉือนที่คอหอยตัวเองเหมือนบอกเป็นนัยว่า มึงตายแน่ ประมาณนั้น มีหรือที่ไอร์จะยอมกลับแลบลิ้นปลิ้นตาใส่           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

0 ความคิดเห็น