คุณแม่รับจ้าง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,747 Views

  • 14 Comments

  • 139 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    7,747

ตอนที่ 9 : แผนลวงใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1529
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    17 พ.ย. 61

::: [9] :::
แผนลวงใจ

ค่ำคืนแห่งสงครามกามารมณ์อันยาวนานได้ผ่านพ้นมาแล้ว อินทิราแทบไม่กล้าสู้หน้าใครในบ้านหลังนี้เลยสักคน โดยเฉพาะบาสเตียน ผู้ชายที่ทำลายความบริสุทธิ์ของเธอให้ขาดสะบั้นลงไปอย่างหน้าไม่อาย
ตอนนี้อินทิราค่อยๆ ย่องลงมาจากชั้นบนเพื่อรับประทานอาหารเช้า กวาดสายตามองหาคนในบ้าน เจ้าหล่อนแทบอยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี เพราะทุกคนในบ้านหลังนี้รู้ดีว่าเมื่อคืนเธอกับบาสเตียนทำอะไรกันในห้องนอน โดยเฉพาะป้าสมัยที่เป็นคนรู้ดีกว่าใครๆ
“อ้าว! คุณอินมาทานข้าวเช้าสิคะ ป้าเตรียมสำรับไว้รอตั้งนานแล้ว” เมื่อเห็นหญิงสาวร่างเล็กกำลังเดินเข้ามาอย่างเก้ๆ กังๆ ป้าสมัยก็รีบเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม ทำให้ชายผู้เป็นเจ้าของบ้านที่นั่งอยู่หัวโต๊ะมองด้วยหางตาก่อนจะกระตุกยิ้มร้าย
“ขอบคุณค่ะป้า หนูขอโทษที่ลงมาช้า” เจ้าหล่อนตอบพลางเดินไปนั่งลงข้างโต๊ะ ซึ่งเป็นที่นั่งติดกับบาสเตียนแต่ไม่ยอมสบตาเขาแม้แต่แวบเดียว
“ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้ป้าทำอาหารไทยให้คุณด้วยนะคะ ผัดผักรวมมิตรกับแกงเขียวหวานไก่”
“น่าทานมากเลยค่ะป้า ขอบคุณนะคะ”
“ทานเยอะๆ นะคะป้ารู้ว่าช่วงนี้คุณอินต้องการพลังงานเยอะๆ” ป้าสมัยหยอดคำแซวพลางตักข้าวใส่จานให้ ทำเอาอินทิราใบหน้าแดงก่ำในทันที
“วันหลังก็ลงมาให้มันตรงเวลาหน่อย คนที่นี่เขาตื่นเช้ากันทั้งนั้นรู้ไว้ด้วย” เขาเอ่ยหน้าตายก่อนจะหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ วางสายตาไว้บนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างตั้งใจ
“ฉันจะพยายามละกัน”
อินทิราตอบด้วยน้ำเสียงสั้นห้วน แล้วหันไปสนใจจานข้าวทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่าย การที่เธอลงมาช้าไม่ใช่เพราะนิสัยส่วนตัว แต่เป็นเพราะบาสเตียนต่างหากล่ะ เขาทำให้เธอต้องอดหลับอดนอนมาทั้งคืน กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าตีสองกว่านั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงได้ตื่นสาย
“หืม...อร่อยมากๆ เลยค่ะป้า วันหลังหนูขอเข้าครัวไปเป็นลูกมือด้วยนะคะ”
“ไม่มีปัญหาค่ะ ทานให้อร่อยนะคะเดี๋ยวป้าขอตัวก่อน”
“ค่ะป้า” อินทิรายิ้มให้แม่บ้านผู้ใจดี
หลังจากป้าสมัยเดินออกไปจากโต๊ะอาหารแล้ว ทุกอย่างก็อยู่ในความเงียบสงบมีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบจานเบาๆ ที่เกิดจากการทานข้าวของอินทิรา เธอรู้สึกโชคดีที่มีแม่บ้านชาวไทยคอยทำอาหารให้ทาน ไม่งั้นคงอยู่อย่างอดๆ อยากๆ เพราะยังไม่คุ้นชินกับรสชาติอาหารของชาวอเมริกัน
“ยัง...เจ็บอยู่ไหม” จู่ๆ บาสเตียนก็เอ่ยถามหญิงสาวแต่ไม่ยักจะหันไปมองหน้าเจ้าหล่อนเลยสักนิด
อินทิราได้แต่ก็นั่งนิ่งมือทั้งสองข้างที่จับช้อนส้อมอยู่ไม่ขยับเขยื้อน เพราะรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก
“ไม่มีอะไรจะถามแล้วเหรอ”
“แล้วจะให้ฉันถามอะไรเธอล่ะในเมื่อเธอกับฉัน...”
“หยุด! ไม่งั้นนายได้เจ็บตัวแน่” อินทิราชี้หน้าห้ามไว้เสียก่อน เธอไม่อยากฟังคำพูดเน่าๆ จากปากนายนั่นอีก แค่นั่งร่วมโต๊ะก็อึดอัดมากเกินพอแล้ว
“เก่งนี่ สงสัยคืนนี้ต้องจัดให้หนักๆ ซะแล้วสิหึๆ” บาสเตียนวางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันมามองหน้าหญิงสาวที่เอาแต่จ้องเขม็งมาที่ตนเอง เขาดูออกว่าเจ้าหล่อนกำลังเขินอายมากแค่ไหน นั่นทำให้เจ้าตัวรู้สึกได้ใจขึ้นไปอีก
“นายมันโรคจิต ถ้าไม่กินข้าวก็ลุกไปที่อื่นเกะกะลูกตาฉัน” อินทิราแก้เขินด้วยการเอ็ดใส่เขาเสียงดัง
บาสเตียนเลิกคิ้วสูงทำหน้ากวนๆ ใส่เธออย่างไม่สะทกสะท้าน ทำให้อินทิราเริ่มโมโหหนักขึ้นเรื่อยๆ จนอยากจะเป็นฝ่ายลุกออกจากโต๊ะไปเสียเอง แต่ทว่าตอนนี้เธอกำลังหิวน่ะสิ หากไม่ได้ทานข้าวให้อิ่มมีหวังได้เป็นลมเป็นแล้งแน่นอน
“ถ้าไม่พอใจก็ลุกขึ้นเองสินี่บ้านฉัน”
“ฉันไม่มีทางยอมแพ้นายหรอก ฉันจะนั่งกินข้าวอยู่ตรงนี้จนกว่าจะอิ่ม แล้วก็จะไม่สนใจนายด้วย” พูดจบอินทิราก็หันไปสนใจทานข้าวต่อ ทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่ายอย่างที่พูดไว้จริงๆ
“วันนี้ฉันจะไปนอนด้วยนะ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ แล้วก็อย่าลืมใส่ชุดที่ซื้อให้ด้วย อาบน้ำให้ตัวหอมๆ ฉันเข้าไปในห้องทุกอย่างต้องพร้อมเข้าใจนะ” บาสเตียนพยายามแกล้งพูดยั่วประสาท เขาอยากจะรู้นักว่าจะทนได้นานแค่ไหน
“นี่นาย! ไม่มีมารยาทคนกำลังกินข้าวไม่เห็นเหรอ พูดอยู่ได้ผีเจาะปากมาให้พูดรึยังไง ไม่กงไม่กินมันแล้วรำคาญ”
แกร๊ง!
อินทิราวางช้อนส้อมลงบนจานเสียงดัง ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างไม่สบอารมณ์ ถลึงตามองชายหนุ่มที่นั่งนิ่งอยู่หัวโต๊ะ จากนั้นก็เดินเข้าไปทานข้าวในครัวแทน
บาสเตียนยิ้มมุมปากอย่างพอใจเมื่อได้กวนอีกฝ่าย เขาอาจจะกลายเป็นคนโรคจิตไปแล้ว เพราะเวลาที่ได้เห็นอินทิราทำหน้างองุ้มรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

อินทิราเดินหน้างอเข้ามาในครัวก็พบกับป้าสมัยและนงคราญกำลังนั่งทานข้าวอยู่ เธอจึงเอ่ยปากขอเข้าร่วมวงด้วย
“ป้าคะหนูขอทานด้วยคนนะ”
“อ้าว! ทำไมไม่ทานที่โต๊ะกับคุณบาสเตียนล่ะคะ” ป้าสมัยประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยอมเลื่อนเก้าอี้ให้
“หนูรำคาญเขาอ่ะป้า” เจ้าหล่อนว่าพลางนั่งลง นงคราญรีบคดข้าวใส่จานแล้ววางไว้ตรงหน้าให้ “ขอบคุณค่ะพี่นง”
“ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่เข้ามาอย่างนี้คุณบาสเตียนจะไม่โกรธเอาหรอกเหรอคะ” นงคราญถาม
“แล้วแต่...หนูไม่สนหรอก ต่อไปนี้หนูจะมาทานข้าวในนี้กับป้าสมัยและพี่นงทุกวันเลยคอยดู ปล่อยให้เขานั่งโดดเดี่ยวหัวเดียวกระเทียมลีบไปอย่างนั้นล่ะ”
“คุณบาสเตียนไม่ยอมให้คุณอินทำอย่างนั้นแน่ๆ ค่ะป้ารับประกันเลย ป้ากลัวว่าคุณจะเดือดร้อนน่ะสิ” ป้าสมัยไม่ค่อยสบายใจที่ได้ยินอย่างนั้น แต่เธอก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลังจากอินทิราเข้ามาอยู่ในบ้าน เพราะบาสเตียนดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา ไม่เงียบขรึมเหมือนเมื่อก่อน นั่นทำให้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องถูกใจผู้เป็นเจ้านายมาก แม้ว่าจะหน้าตาคล้ายคลึงกับคนรักเก่า แต่ก็มั่นใจว่าอินทิรามีดีกว่าเยอะและเธอคนนี้ล่ะที่จะทำให้บาสเตียนกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ในเร็ววัน
“หนูไม่กลัวหรอกคนโรคจิตอย่างนั้น” เธอเอ่ยอย่างเต็มเสียงก่อนจะตักอาหารเข้ามาในจานข้าว กำลังจะตักเข้าปากอยู่แล้ว แต่กลับได้ยินเสียงของใครบางคนดังเข้ามาให้ระคายหูเสียก่อน
“กินเสร็จแล้วไปหาฉันที่ห้องนั่งเล่นด้วยนะ” พูดจบบาสเตียนก็เดินออกไป ทำเอาอินทิราแทบทานข้าวไม่ลงเลยทีเดียว
“เห็นไหมป้าพูดยังไม่ทันขาดคำตามมากวนหนูถึงที่นี่เลย”
“อย่าคิดมากสิคะ คุณบาสเตียนคงจะมีธุระจริงๆ นั่นล่ะ”
“หนูจะยอมเชื่อป้าสักครั้งก็แล้วกันค่ะ”
“ทะเลาะกันไปมา ป้าว่าสงสัยลูกจะดกแน่นอนค่ะ” พูดจบป้าสมัยและนงคราญก็หัวเราะขึ้นพร้อมกันอย่างชอบใจ แต่อินทิรากลับไม่ขำด้วยซะงั้น
“ป้าพูดอะไรเนี่ย คนเดียวก็เกินจะทนแล้ว”
“ป้าก็พูดขำๆ ไปงั้นล่ะค่ะอย่าซีเรียสเลยน่า บางทีเรื่องมันอาจจะไม่ได้เลวร้ายเหมือนอย่างที่เราคิดก็ได้นะ”
“หนูไม่เข้าใจว่าพวกป้าทนอยู่กับคนโรคจิตอย่างนี้ได้ยังไงกัน”
“ก็เพราะป้ารู้นิสัยแท้ๆ ของคุณบาสเตียนยังไงล่ะคะ อยู่อีกสักพักป้าว่าคุณอินก็คงจะรู้เองว่าเป็นยังไง รีบทานเถอะค่ะไปช้าเดี๋ยวคุณจะโดนเอ็ดเอา”
“ค่ะป้า”
อินทิรารีบตั้งใจทานข้าวให้อิ่ม พลางคิดในใจว่าคนอย่างนายนั่นคงไม่มีธุระอะไรสำคัญนักหรอก นอกจากต้องการอยากทำให้เธออารมณ์เสีย

บาสเตียนนั่งรอเจ้าหล่อนอย่างใจจดใจจ่อ จ้องมองไปยังประตูทางเข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าพลางถอนหายใจหลายครั้ง เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าทำไมว่าถึงเป็นเอามากขนาดนี้ ทั้งที่ก็อยู่ในบ้านหลังเดียวกันแต่กลับอยากเห็นหน้าทุกวินาทีซะอย่างนั้น เธอทำให้เขาคลั่งยิ่งกว่าพลอยดาวเสียอีก เป็นอย่างนี้แล้วจะทำให้เธอเจ็บปวดได้อย่างไรกัน ในเมื่อผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ เลย
ตอนแรกกะจะเล่นบทโหดเพื่อให้อินทิรารู้สึกหวาดกลัว แต่พอได้รู้จักนิสัยของเธอกลับทำให้ความคิดเขาเปลี่ยนไป และแผนการในใจมันก็เปลี่ยนไปด้วย เขาจะทำให้อินทิราหลงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น หลังจากคลอดลูกแล้วเขาจะปฏิเสธและไล่เธอกลับเมืองไทย ให้เจ็บปวดและทรมานเหมือนที่พลอยดาวเคยทำกับเขาไว้
“ใช่แล้ว เธอจะต้องเป็นฝ่ายถูกทิ้งเหมือนที่พลอยดาวเคยทำกับฉัน” เจ้าตัวพูดเบาๆ กับตัวเอง
“นายมีอะไรกับฉันก็รีบว่ามาสิ”
“นั่งลงก่อน”
“ไม่นั่ง ฉันจะออกไปเดินชมสวนนอกบ้าน” อินทิรายืนกอดอก ทำหน้ายียวนกวนประสาทอีกฝ่าย เธอตั้งใจไว้ตั้งแต่มาถึงแล้วว่าอยากไปชมสวนดอกไม้ที่อยู่ข้างคฤหาสน์หลังนี้ ประจวบเหมาะกับเบื่อขี้หน้าบาสเตียนเลยอยากไปปรับสภาพอารมณ์ตัวเองบ้าง
“นั่งลงเดี๋ยวนี้!” บาสเตียนเริ่มพูดเสียงดุขึ้น เพื่อขู่ให้อีกฝ่ายกลัวแต่ทว่าอินทิรากลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
“ก็บอกว่าไม่นั่งไง มีอะไรก็รีบว่ามาไม่งั้นฉันจะไปแล้วนะ”
“ลองออกไปข้างนอกดูสิ ฉันจะสั่งให้คนลากตัวเธอกลับเข้ามาเหมือนเดิม”
“ไอ้บ้า! ดีแต่ใช้กำลังกับผู้หญิง”
“ฉันเคยบอกว่ายังไง หยุดพูดจาหยาบคายใส่ฉันเดี๋ยวนี้” บาสเตียนชี้หน้าขู่เจ้าหล่อน อินทิราหน้าเจื่อนเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาจริงจังมากขึ้น
“เดินเข้ามายืนใกล้ๆ ฉัน” เขาสั่งพลางกวักมือเรียก
อินทิราถอนหายใจก่อนจะยอมเดินอย่างอิดออดเข้ามายืนใกล้กับโซฟาที่บาสเตียนนั่ง
“นะ...นายทำบ้าอะไรเนี่ย!!”
อินทิราหน้าแดงจัดเมื่อถูกดึงตัวให้ลงไปนั่งบนตักเขา มือหนาเลื้อยมาโอบรัดที่เอวคอดไว้แน่น แถมบาสเตียนยังยื่นคงเรียวมาเกยไว้บนบ่าของเธออีกต่างหาก เขาทำราวกับเธอ...เป็นคนรักซะอย่างนั้น
“กลิ่นตัวเธอยังหอมติดจมูกฉันไม่หายเลย เธอใช้น้ำหอมแบรนด์ไหนเนี่ย” บาสเตียนเอียงหน้าไปดอมดมพวงแก้มแดงระเรื่อนั้นอย่างชื่นใจ
“ไม่ต้องมาทำเป็นถามฉันเลย ปล่อยเดี๋ยวนี้นะอะ...(ไอ้บ้า)” อินทิราเกือบจะพ่นคำหยาบนั้นออกมาอีก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนตักเขาจึงระงับยับยั้งตัวเองได้เสียก่อน
“นั่งเฉยๆ ได้ไหมเนี่ย สะดีดสะดิ้งอย่างนี้เดี๋ยวฉันก็อดใจไม่ไหวหรอก” บาสเตียนยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข ตอนนี้ชายหนุ่มแยกไม่ออกว่ากำลังแกล้งหญิงสาวเพื่อความสะใจ หรือตั้งใจทำด้วยความเสน่หากันแน่
“ทำไมนายต้องชอบแกล้งฉันด้วยนะ ทำตัวให้สมกับเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้รึไง” อินทิราว่าให้เขา เธอยอมนั่งนิ่งๆ ปล่อยให้ชายหนุ่มกอดรัดอยู่อย่างนั้น อีกใจก็กลัวว่าเขาจะเล่นพิเรนทร์จนป้าสมัยเข้ามาเห็นเหมือนครั้งที่แล้ว
“เธอเองก็ไม่ใช่เด็กแล้วทำตัวให้สมกับการเป็นเมียหน่อยสิ”
“ฉันไม่ได้เป็นเมียนาย ฉันอยากจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน”
“ถ้างั้นฉันจะทำอะไรก็มันเรื่องของฉันเหมือนกัน” ว่าแล้วบาสเตียนก็เลื้อยมือวางหมับลงบนเนินอกผ่านเสื้อไหมพรมตัวบาง
“นายทำบ้าอะไรอีกแล้วเนี่ย!” เจ้าหล่อนโวยวายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะแขนทั้งสองข้างโดนล็อกเอาไว้นั่นเอง
“ผัวทำอย่างนี้กับเมียก็ไม่เห็นแปลก” เขายังคงบีบคลึงเนินอกเต่งตึงเล่นเบาๆ ริมฝีปากก็พรมจูบตามซอกคอขาวอย่างหื่นกระหาย
อินทิรารู้สึกอ่อนระทวยเมื่อได้รับสัมผัสที่สุดแสนจะสยิว เขาช่างเก่งเรื่องการทำให้ผู้หญิงมีอารมณ์ร่วมเสียจริง ขนาดเธอต่อต้านมาตั้งแต่แรกเริ่มยังเป็นได้ถึงขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าผู้ชายคนนี้จะฟันผู้หญิงมาแล้วกี่สิบกี่ร้อยคน
“ฉันไม่ใช่เมียนายซะหน่อย อย่ามาขี้ตู่อย่างนี้นะ”
“ก็เป็นซะสิ มาอยู่ที่นี่เป็นแม่ของลูกและเป็นเมียฉันด้วยไงล่ะ ถ้าเธอยอมตกลงเรื่องสัญญามันก็ไม่มีความหมายอะไร”
ได้ยินอย่างนั้นอินทิราก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอรู้สึกอึ้งกับคำพูดของชายหนุ่มที่เพิ่งรู้จักกันได้เพียงไม่กี่วัน
“นะ...นายเป็นบ้าไปแล้วแน่”
“ฉันพูดจริงๆ”
“ไม่มีทาง ฉันไม่มีทางเชื่อใจคนอย่างนายหรอก” ที่ป้าสมัยเคยบอกว่าเธอหน้าคล้ายกับแฟนเก่าของบาสเตียนและต้องการใช้เธอเป็นตัวแทนในการแก้แค้น แล้วอย่างนี้จะเชื่อใจผู้ชายคนนี้ได้มากน้อยแค่ไหนกันนะ
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่มีทางเชื่อใจฉันหรอก เอาเป็นว่าให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ก็แล้วกัน ฉันจะทำให้เธอเห็นเอง ฉันก็ไม่อยากให้ลูกกำพร้าแม่เหมือนกัน หรือเธออยากจะให้ลูกของเราเป็นเด็กมีปัญหางั้นเหรอ” บาสเตียนพยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนให้เจ้าหล่อนยอมคล้อยตาม
“...”
อินทิราเงียบไม่เอ่ยคำใด เพราะกำลังคิดว่าจะเอายังไงกับเรื่องนี้ดี นั่นเพราะยังไม่ไว้ใจบาสเตียนนั่นเอง
“ถึงแม้ว่าฉันจะนิสัยไม่ดี แต่นับจากนี้ฉันจะพยายามเอาใจเธอให้มากๆ หวังว่าเธอจะให้โอกาสฉันนะอินทิรา” เขาเอ่ยกระซิบข้างใบหูสวย ทำเอาหัวใจที่แข็งปานหินของอินทิราเริ่มหลอมละลายในพริบตา
“ฉันจะยอมเชื่อใจนายสักครั้งก็แล้วกัน” อินทิรายอมเปิดใจรับฟังสิ่งที่บาสเตียนเอ่ยออกมา ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคำขอร้องที่ป้าสมัยเคยบอกไว้ เธอเองก็อยากจะลองดูเหมือนกันว่าบาสเตียนจะกลับมาเป็นคนเดิมได้หรือไม่ หากมันเป็นไปได้อย่างน้อยเธอก็น่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปโดยไม่ต้องรู้สึกอึดอัดเหมือนอย่างเช่นตอนนี้
บาสเตียนได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ในที่สุดคารมของเขาก็สามารถทำให้ผู้หญิงทุกคนบนโลกใบนี้ยอมศิโรราบให้อย่างไม่มีข้อแม้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #10 150221 (@150221) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 19:22
    แน่ใจแล้วใช่มั้ยที่จะทำแบบนี้เฮีย
    #10
    0