คุณแม่รับจ้าง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,760 Views

  • 14 Comments

  • 139 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    60

    Overall
    7,760

ตอนที่ 3 : แรกเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    12 พ.ย. 61

บทที่ 3
แรกเจอ

การเซ็นต์สัญญาผ่านไปด้วยดีพร้อมๆ กับการผ่าตัดของมารดา นั่นทำให้อินทิราโล่งใจเป็นที่สุด แม้การผ่าตัดจะผ่านไปได้ด้วยดีแต่ทว่ายังคงต้องทำเคมีบำบัดต่อไปอีกจนกว่าจะหายขาด อีกไม่กี่วันเธอจะต้องเดินทางไปอเมริกาแล้วแต่ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับมารดาและน้องชายเลย วันนี้จึงตัดสินใจจะบอกเรื่องนี่ให้คนทั้งสองรับรู้
“แม่คะหนูมีเรื่องจะบอก” เจ้าหล่อนเอ่ยกับมารดาขณะนั่งอยู่ข้างเตียงในห้องพักผู้ป่วย ส่วนน้องชายนั่งอยู่อีกฝั่ง
“แม่ก็มีเรื่องจะถามแกเหมือนกัน” แม้จะเพิ่งฟื้นจากการผ่าตัดแต่กันยาก็ยังไม่คลายความสงสัย ลูกสาวเอาเงินมากมายจากไหน จนสามารถจ่ายค่าผ่าตัดรวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
“แม่มีอะไรเหรอจ๊ะ”
“แกเอาเงินที่ไหนมาเป็นค่ารักษาแม่ เงินมันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ”
“ก็นี่ไงจ๊ะแม่ หนูกำลังจะบอกว่าอีกสองวันหนูจะไปทำงานที่อเมริกาแล้วนะ เงินที่ใช้จ่ายก็เป็นเงินของเจ้านายหนูเอง” อินทิรายิ้มแย้มเพื่อทำให้ผู้เป็นแม่สบายใจ
“แกได้งานตั้งแต่ตอนไหนทำไมแม่ไม่เคยรู้” กันยายังคงสงสัยกับสิ่งที่ลูกสาวบอก
“หนูสมัครไว้นานแล้วเขาเพิ่งจะตอบรับมา เจ้านายหนูรวยและใจดีมากๆ เลยนะแม่ ท่านยอมให้หนูยืมเงินมารักษาแม่ก่อนแล้วค่อยใช้คืนทีหลัง” อินทิรายังคงยิ้มให้ผู้เป็นแม่
“แกไม่ได้โกหกแม่นะ”
“จริงสิจ๊ะแม่ หนูจะโกหกทำไม แม่อย่าคิดมากนะรีบรักษาตัวให้หายไวๆ หนูจะได้มีกำลังใจไปทำงานยังไงละ”
“แล้วงี้ผมก็ต้องอยู่ดูแลแม่คนเดียวอ่ะดิ” อาณัฐผู้เป็นน้องชายเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้างองุ้ม
“แกดูแลแม่ไม่ได้รึไงอา อย่ามาทำเป็นหน้างอ” อินทิราว่าให้น้องชาย
“ก็เปล่า...ดูแลได้แต่คงไม่มีเวลาเที่ยวอ่ะ”
“อย่ามาทำอิดออดนี่แม่เรานะ ถ้าฉันรู้ว่าแกหนีเที่ยวไม่ยอมดูแลแม่ฉันเอาแกตายแน่”
“รู้แล้วน่าใครจะปล่อยให้แม่อยู่คนเดียวล่ะ”
“ลองทำดูสิฉันกลับมาฆ่าแกแน่ เอาเป็นว่าไปถึงที่นั่นแล้วฉันจะซื้อของส่งมาให้ละกัน”
“จริงๆ นะ!” อาณัฐเริ่มยิ้มออกเมื่อพี่สาวเอาของมาล่อ
“ก็จริงน่ะสิ แต่จะเป็นของอะไรนั้นฉันจะเป็นคนเลือกให้เอง”
“ไม่มีปัญหา”
เธอยิ้มให้น้องชายก่อนจะหันไปเอ่ยกับมารดาต่อทันที
“แม่จ๋า แม่ต้องสู้นะจ๊ะจะได้หายไวๆ หนูสัญญาว่าจะโทรมาหาแม่ทุกวัน” เธอเอื้อมไปจับมือมารดาไว้แน่นเพื่อให้กำลังใจ
“แกไม่ต้องห่วงแม่สู้อยู่แล้ว แกเองก็ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ อย่าให้ใครเขาหลอกได้ที่นั่นไม่ใช่บ้านเราระวังตัวให้มากๆ นะ”
“จ๊ะแม่หนูจะดูแลตัวเองดีๆ” ยิ่งใกล้วันเดินทางเจ้าหล่อนยิ่งใจหาย น้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว
“จะร้องทำไมเนี่ยฉันยังไม่ได้ตายซะหน่อย”
“แม่ก็...หนูคงจะคิดถึงแม่มากๆ เลยอ่ะ” อินทิราเอ่ยพลางยกหลังมือขึ้นปาดน้ำใสๆ ที่หางตาออก
“เป็นลูกแม่ต้องสู้รู้ไหม” กันยาเองก็อดน้ำตาซึมไม่ได้เมื่อรู้ว่าลูกสาวจะต้องห่างอกไปไกลถึงต่างประเทศ
“จ๊ะแม่” เจ้าหล่อนเริ่มยิ้มออกเมื่อได้กำลังใจจากมารดา
มารดาคงจะเสียใจมากถ้ารู้ว่างานที่เธอกำลังจะไปทำนั้นคืออะไร แต่มันคงไม่มีวันนั้นแน่นนเพราะเรื่องนี้จะถูกเก็บเป็นความลับไปตลอดชีวิต เธอจะไม่ปริปากบอกใครเลยแม้แต่คนเดียว
อินทิราใช้เวลาไม่กี่วันที่เหลือดูแลมารดาอย่างใกล้ชิด ก่อนจะเตรียมตัวบินไปทำงานที่คงไม่มีใครกล้าทำเหมือนอย่างเธอเป็นแน่
*-*-*-*-*-*-*
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง หลังจากร่ำลามารดาและน้องชายแล้ว อินทิราก็นั่งรถมากับปราลีที่ตั้งใจมารับไปส่งสนามบิน นี่คือครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ทำให้เจ้าหล่อนตื่นเต้นไม่น้อย
“เดินทางปลอดภัยนะคะ” ปราลีเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม หลังจากเดินมาส่งถึงในสนามบินแล้ว
“ขอบคุณสำหรับทุกเรื่องนะคะ ฉันจะไม่มีวันลืมพระคุณคุณปราลีเลย”
“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกค่ะ มันคืองานของฉันอยู่แล้ว” ได้ยินอย่างนั้นปราลีก็รู้สึกผิดในใจที่ส่งอินทิราเข้าปากเสือ เธอได้แต่หวังว่าบาสเตียนจะเมตตาอินทิราเหมือนอย่างที่เคยสัญญาไว้
“ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณอยู่ดี”
“ความดีจะช่วยคุ้มครองคุณจากทุกเรื่องค่ะ ฉันมั่นใจว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้น เมื่อไปถึงสนามบินแมคคาร์เรนจะมีคนถือป้ายรอรับคุณอยู่ที่นั่นนะคะ ฉันประสานงานไว้ให้แล้ว”
“ขอบคุณค่ะ”
“ดูแลตัวเองด้วยนะคะ ฉันมาส่งคุณได้เท่านี้คงต้องกลับแล้ว”
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”
อินทิราโผเข้ากอดปราลีอย่างแนบแน่น จากนั้นทั้งสองสาวก็แยกย้ายกัน อินทิราจ้องมองตั๋วเครื่องบินที่อยู่ในมือด้วยความกังวลใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถอนหายใจเสียงดัง จากนั้นก็เดินเข้าไปยังเกตเพื่อรอขึ้นเครื่อง เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางนั่นคือเมืองแห่งแสงสีและการเสี่ยงโชค...ลาสเวกัส

การเดินทางที่แสนยาวนานของเธอได้ผ่านพ้นไปแล้ว หลังจากเครื่องบินแลนดิ้งลงผืนแผ่นดินประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจการค้าโลกอย่างสหรัฐอเมริกา
ลงมาจากเครื่องแล้วอินทิราก็ชะเง้อมองหาป้ายชื่อตนเองท่ามกลางฝูงชนที่แน่นขนัด ไม่นานก็สะดุดตากับป้ายขนาดกลางๆ ที่อยู่ในมือหนุ่มหล่อคมเข้มตามฉบับหนุ่มละติน สวมชุดสูทสีเข้มดูเท่ไม่หยอก เห็นอย่างนั้นเจ้าหล่อนก็ยิ้มแล้วเดินเข้าไปหาโบกมือทักทายด้วยความดีใจ
“สวัสดีค่ะ ฉันอินทิราคนที่คุณมารอรับค่ะ”
“สวัสดีครับผม แอนดริวเป็นเลขาคุณบาสเตียน ท่านให้มารับคุณครับ” หนุ่มหล่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ขอบคุณค่ะ”
“เชิญทางนี้เลยครับ” แอนดริวผายมือให้ทางผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้ม
“ค่ะ”
ระหว่างนั่งรถลีมูซีนคันหรูมาด้วยกัน อินทิราก็เอาแต่นั่งเกร็งด้วยความตื่นเต้นปนตื่นตากับแสงสีของเมืองที่ผู้คนต่างกล่าวขานว่าเป็นเมืองบาป นั่นเพราะเมืองทั้งเมืองเจริญเติบโตขึ้นมาจากความก้าวหน้าของกิจการการพนัน ที่เป็นแรงดึดดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา แต่ปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาไปสู่ธุรกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ศูนย์ประชุม ร้านอาหารและห้างสรรพสินค้า เป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายทางที่ผู้คนทั่วโลกต้องมาสักครั้งในชีวิต
โชคดีที่แอนดริวเป็นคนช่างพูดทำให้อินทิรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น สามารถคุยกับชายหนุ่มได้อย่างไม่เคอะเขินเหมือนตอนแรกที่เจอกัน
“ถึงแล้วครับ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นอินทิราก็มองผ่านกระจกรถออกไป ก็พบกับคฤหาสน์หรูสไตล์ยุโรปหลังใหญ่โต แค่นี้เธอก็รู้แล้วว่าเขาคนนั้นรวยมากขนาดไหน เจ้าหล่อนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะผ่อนออกมาอย่างช้าๆ เพื่อเรียกความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับนายจ้างที่เขายังไม่เคยเห็นแม้กระทั่งรูปร่างหน้าตา
ลงจากรถแล้วแอนดริวก็สั่งให้คนขับรถนำกระเป๋าหญิงสาวผู้มาใหม่ขึ้นไปเก็บในบ้าน ก่อนจะเดินนำหน้าอินทิราพาเดินเข้าไปด้านใน เพื่อไปพบกับผู้เป็นเจ้านายที่นั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่น
“คุณแอนดริวทำงานกับคุณบาสเตียนนานรึยังคะ”
“ประมาณปีนึงแล้วครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ว่าแต่คุณรู้เรื่องฉันหรือเปล่าคะ” เธอเอ่ยถามไปตรงๆ เพราะหากแอนดริวรู้เรื่องแล้วจะได้ทำตัวถูก
“รู้สิครับ ถ้าเป็นเรื่องงานที่บอสสั่งให้ทำผมรู้หมดทุกเรื่อง เพราะผมเป็นเลขาเขานี่ครับ” ชายหนุ่มยิ้มให้
“ถ้างั้นคุณคงรู้เรื่องที่ฉันจะมาเป็นแม่อุ้มบุญแล้วสินะ” เธอเอ่ยออกไปตรงๆ
“แม่อุ้มบุญ!” ชายหนุ่มหน้าคมนัยน์ตาหวานหยุดชะงักด้วยความประหลาดใจ บาสเตียนไม่เคยบอกเรื่องนี้กับเขาเลย บอกเพียงแค่ว่าให้มารับพนักงานคนใหม่เท่านั้นเอง
“คุณยังไม่รู้เรื่องนี้เหรอคะ”
“ใช่ครับ บอสบอกผมแค่ว่าคุณเป็นพนักงานคนใหม่เท่านั้นเอง”
“ใช่ค่ะฉันเป็นลูกจ้างเขา ส่วนงานที่ฉันจะมาทำนั่นคือการเป็นแม่อุ้มบุญ”
“ผมยังงงเล็กน้อยว่าทำไมจู่ๆ บอสถึงได้อยากมีทายาท ทั้งๆ ที่ท่านยังไม่มี...” แอนดริวพูดยังไม่ทันจบป้าสมัยก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน
“อ้าว! มาถึงกันแล้วเหรอคุณบาสเตียนรออยู่ด้านในนานแล้วค่ะ”
ท้งสองหันไปมองยังต้นเสียงพร้อมกัน
“กำลังจะเข้าไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับป้า” แอนดริวเอ่ยกับแม่บ้านสูงวัยที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
“สวัสดีค่ะป้า” เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนไทยด้วยกัน อินทิราจึงยกมือไหว้ตามมารยาท
“สวัสดีค่ะ ที่แท้แขกคุณบาสเตียนก็คือคุณนี่เอง แถมยังเป็นคนไทยอีกด้วย ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ป้าชื่อสมัยเป็นแม่บ้านที่นี่” ป้าสมัยเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“หนูชื่ออินทิราค่ะป้าเรียกหนูว่าอินก็ได้ ดีใจจังที่ได้เจอคนไทยด้วยกัน” อินทิราเริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้างเมื่อรู้ว่าอย่างน้อยก็มีคนไทยอยู่ที่นี่ พอให้เธอได้พูดคุยสนทนาด้วยได้
“เข้าไปกันเถอะค่ะตอนนี้คุณบาสเตียนกำลังรออยู่นานแล้ว”
จากนั้นทั้งสามก็เดินเข้าไปยังห้องนั่งเล่น ที่ผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้กำลังนั่งคอรอยการมาถึงของหญิงสาวอย่างใจจดใจจ่อ
“คุณบาสเตียนคะมาถึงกันแล้วค่ะ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นชายหนุ่มผู้ซึ่งนั่งสนใจแท็บเล็ตในมือ ก็ละสายตาขึ้นไปมองหน้าหญิงสาวที่เขาตั้งตารอมานานหลายวัน ใบหน้าเรียวรูปไข่ที่สวยละมุนทำเอาชายหนุ่มหัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ช่างคล้ายกับพลอยดาวเหลือเกินนั่นคือสิ่งที่มาเฟียหนุ่มคิดในใจ

*****************************************************
แรกเจอก็ทำให้หัวใจของมาเฟียใจสั่นซะแล้ว จากนี้บาสเตียนจะแกล้งอินทิราได้ลงคอรึเปล่าน้า อิอิ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #2 iwinter (@bestmebetime) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 20:21

    รอเซบาสเตียนเจอกับอินค่า ไรท์ขา เซ็นเขียนงี้ค่าไม่ใช่เซ็นต์ ไม่โกรธน้า รอตอนต่อไปฮะ

    #2
    1
    • #2-1 SARAN BOOK (@miler_writer) (จากตอนที่ 3)
      13 พฤศจิกายน 2561 / 20:58
      ขอบคุณจ้า อิอิ
      #2-1