ตอนที่ 11 : สวนแห่งรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    19 พ.ย. 61

::: [11] :::
สวนแห่งรัก

“ป้าสมัยคะ หนูขอคุยด้วยสักครู่ได้ไหม” อินทิราเดินมาหาป้าสมัยถึงในครัวเพราะต้องการพูดอะไรบางอย่างที่คิดไตร่ตรองมาทั้งคืน
“คุณอินมีอะไรจะคุยกับป้าเหรอคะ” ป้าสมัยที่กำลังนั่งเตรียมของทำมื้อเที่ยงอยู่หันมายิ้มให้
“คือ...เรื่องที่ป้าขอร้องให้ช่วย หนูตกลงจะช่วยนะคะ”
“จริงเหรอคะคุณอิน! ป้าดีใจที่สุดเลยค่ะ” ป้าสมัยยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อได้ยินข่าวดี
“แต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหนนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะป้ามั่นใจว่าคุณอินจะต้องทำได้ อีกอย่างตอนนี้ป้าก็รู้สึกว่าคุณบาสเตียนเริ่มยิ้มบ่อยขึ้น แสดงว่าคุณอินต้องมีของดีอะไรบางอย่างแน่ๆ อีกไม่นานก็จะมีเจ้าตัวเล็กแล้ว คุณอินต้องได้เป็นคุณผู้หญิงของบ้านหลังนี้แน่นอนค่ะ”
“หนูไม่คิดไปไกลถึงขนาดนั้นหรอกค่ะป้า” อินทิรายิ้มแหยๆ เมื่อรู้ว่าป้าสมัยตั้งความหวังกับเธอไว้สูงขนาดนั้น
“ไม่ต้องถ่อมตัวหรอกค่ะ ป้ามั่นใจว่าคุณอินต้องทำได้และทำได้ดีด้วย”
“ขอบคุณที่เชื่อในตัวหนูค่ะป้า ว่าแต่ป้ามีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณอินไปพักผ่อนเถอะค่ะ”
“ถ้างั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ”
“ค่ะคุณอิน”

อินทิราเดินออกมาจากครัว ตรงไปยังห้องนั่งเล่นที่ประจำ ที่เธอมักจะนั่งพักผ่อนหย่อนใจ ดูทีวี อ่านนิตยสารต่างๆ วันๆ ไม่ได้ทำอะไรเลยบางทีก็รู้สึกเบื่อ เพื่อนก็ไม่มีแถมยังต้องโดนบาสเตียนคอยแต๊ะอั๋งอยู่บ่อยๆ อีกด้วย
ช่วงหลังมานี้บาสเตียนหื่นขึ้นเป็นเท่าตัว อยู่ด้วยกันสองต่อสองทีไรไม่เคยปล่อยให้เธอได้เป็นสุข ในขณะเดียวกันอินทิราเองก็เริ่มจะเอาอกเอาใจอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน นั่นทำให้ทุกอย่างดูลงตัวไปเสียหมด แต่ทว่าต่างฝ่ายต่างไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นมันมาจากความเฟคทั้งนั้น
เดินเข้าไปถึงห้องนั่งเล่น อินทิราก็พบว่าแอนดริวกำลังนั่งคุยกับบาสเตียนอยู่ ด้วยความดีใจเจ้าหล่อนจึงรีบเดินเข้าไปทักทายแอนดริวด้วยความดีใจเป็นพิเศษ จนลืมไปเลยว่าตนได้ไปขัดจังหวะการสนทนาของคนทั้งสอง
“คุณแอนดริวสวัสดีค่ะ”
ความกระดี๊กระด๊าของอินทิราถูกสยบด้วยสายตาคมของชายหนุ่มที่นั่งนิ่งอยู่ตรงหน้าแอนดริว
“สวัสดีครับคุณอิน สบายดีนะครับ” แอนดริวยิ้มหวานให้
“สบายดีค่ะ วันนี้คุณแอนดริวจะอยู่ที่นี่นานไหมคะ”
“ก็นานครับ”
“ว้าว! ดีจังเลยฉันจะได้มีเพื่อนคุยบ้าง อยู่แต่กับใครบางคนบางทีก็น่าเบื่อ” อินทิราไม่วายพูดกระแซะคนที่กำลังจับจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา
“แอนดริวจะย้ายมาช่วยงานฉันที่นี่สักพัก” บาสเตียนบอก
“จริงดิคะ! ฉันดีใจจังเลยค่ะ” อินทิรานั่งลงข้างแอนดริวจับมือเขย่าอย่างลืมตัว
“อะ...แฮ่ม!” บาสเตียนเห็นอย่างนั้นก็ส่งเสียงคำรามขู่ว่าเจ้าหล่อนไม่ควรจะทำอย่างนั้นต่อหน้าเขา
อินทิราปรายตามองเจ้าของเสียงแวบหนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือแอนดริวลงอย่างช้าๆ
“ตอนนี้งานค่อนข้างเยอะ อีกอย่างส่วนมากบอสจะทำงานที่นี่ท่านเลยให้ผมมาค้างเพื่อความสะดวกในการทำงานครับ” แอนดริวอธิบายให้ฟัง
“ดีที่สุดเลยค่ะ นี่กระเป๋าคุณใช่ไหมคะเดี๋ยวฉันเอาขึ้นไปเก็บให้ ว่าแต่คุณอยู่ห้องไหนคะเนี่ย”
“มันจะเยอะไปแล้วนะ ทำเป็นกระดี๊กระด๊าไปได้” บาสเตียนอดรนทนไม่ไหวกับพฤติกรรมเกินงามของเจ้าหล่อน อยู่กับเขาทำไมไม่เป็นอย่างนี้นะ
“ก็ฉันชอบคุณแอนดริวนี่นา”
หืม!!
ชายหนุ่มทั้งสองจ้องเขม็งมาที่เธอด้วยความตกใจ โดยเฉพาะแอนดริวสีหน้าดูอึดอัดเล็กน้อยที่ได้ยินอย่างนี้
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะคุณแอนดริว ฉันหมายความว่าชอบแบบเพื่อนน่ะค่ะ อย่าเพิ่งเข้าใจฉันผิดนะ” อินทิรารีบอธิบายให้กระจ่างก่อนชายหนุ่มทั้งสองจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะสายตาของบาสเตียนที่ส่งมาให้เธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อซะอย่างนั้น
“ครับ...ผมเข้าใจแล้ว” แอนดริวยิ้มอย่างโล่งใจ
“แต่ฉันไม่เข้าใจ” สีหน้าของบาสเตียนทำเอาอินทิราถึงกับขำออกมา นั่นเพราะเขาทำหน้างองุ้มราวกับเด็กที่กำลังงอนอินทิราซะอย่างนั้น
“เรื่อง?” อินทิราถามกลั้วขำ
“ทำไมเวลาอยู่กับฉันไม่ทำตัวน่ารักอย่างนี้บ้างล่ะ”
“คิกๆ” แอนดริวอดขำไม่ได้ เขาประหลาดใจเป็นที่สุดเมื่อได้ยินผู้เป็นเจ้านายพูดด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ มันขัดกับภาพลักษณ์ผู้บริหารสุดโหดที่เขาเคยเห็นมาตลอด
“นายหัวเราะอะไรแอนดริว” เมื่อได้สติบาสเตียนก็ทำเป็นขรึม ตวาดใส่หน้าลูกน้องเสียงดัง
“ปะ...เปล่าครับบอสผมก็ขำไปเรื่อยไม่มีอะไร”
“ถ้านายเอาเรื่องนี้ไปพูดให้ใครฟังฉันไล่นายออกแน่” บาสเตียนชี้หน้าขู่
“เรื่องนี้จะไม่มีใครรู้แน่นอนครับบอส” แอนดริวรับปากซะดิบดี
“ทำไมนายต้องทำเป็นเก๊กตลอดด้วยล่ะ ทำตัวสบายๆ มันจะตายรึไง” อินทิราเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ยิ่งได้อยู่ใกล้ ยิ่งทำให้เธอได้รู้ว่าสิ่งที่ป้าสมัยพูดเป็นเรื่องจริง ก่อนหน้านี้บาสเตียนคงจะเป็นผู้ชายที่น่ารักของทุกคนจริงๆ เพราะเขาเริ่มเผยตัวตนออกมาให้ได้เห็นมากขึ้นในทุกวัน และเธอก็มั่นใจว่าจะสามารถทำลายภาพลักษณ์ที่บาสเตียนสร้างขึ้นมาปกปิดปมด้อยในอดีตของตัวเองได้อย่างแน่นอน
“ก็ฉันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เธอนั่นล่ะไม่ชินเอง”
“โอเคๆ ฉันจะพยายามทำใจให้ชินละกัน”
“คุณแอนดริวว่างรึยังคะ ไปเดินเล่นในสวนเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ” อินทิราควงแขนหนุ่มผมทองนัยน์ตาสีฟ้าอย่างออดอ้อน
แต่ทว่าบาสเตียนกลับทำลายความหวังของเธอ
“นายเอากระเป๋าไปเก็บบนห้องก่อนไป” บาสเตียนสั่งลูกน้อง ส่งสัญญาณผ่านนัยน์ตาคมให้รู้ว่าเขาต้องการอะไร
“ครับบอส” แอนดริวรับคำสั่งเจ้านายก่อนจะหันไปเอ่ยกับคนที่นั่งข้างกัน “ผมขอตัวก่อนนะครับคุณอิน เอาไว้ผมว่างๆ จะไปเดินเล่นเป็นเพื่อนคุณนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะฉันรอได้รีบลงมานะคะ”
“ปล่อยให้แอนดริวไปพักผ่อนก่อน เดี๋ยวฉันจะพาไปเอง” บาสเตียนเอ่ยเสียงเข้มแต่ทว่ากลับใจสั่นพิกลที่จะได้พาหญิงสาวไปเดินเล่นในสวน เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าสวนนี้เลยนอกจากมารดาคนเดียวเท่านั้น
“แต่ฉันอยากไปกับคุณแอนดริวนี่นา”
“ไปกับบอสเถอะครับผมรู้สึกเพลียๆ ว่าจะงีบสักหน่อย” แอนดริวรู้ทันเจ้านายว่าต้องการอะไร จึงหาวิธีหลีกทางให้
“ฉันขอโทษค่ะที่เอาแต่ใจ ถ้างั้นคุณแอนดริวขึ้นไปพักผ่อนเถอะค่ะ ฉันไปคนเดียวก็ได้” อินทิราเอ่ยเสียงแผ่ว
“ก็ฉันบอกว่าจะไปด้วยไงมานี่เลยแม่ตัวดี” บาสเตียนทนไม่ไหวจึงลุกขึ้นคว้ามือเรียวดึงตัวออกไปข้างนอกทันที
“นายจะบ้ารึไงเนี่ย ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้เลย”
“ไม่ปล่อย เธอมันดื้อพูดไม่รู้เรื่อง”
“ก็ฉันอยากไปกับคุณแอนดริวนี่นา”
“ไปกับฉันมันจะตายรึไง”
เสียงคนทั้งสองทะเลาะกันดังระงมไปทั่วบ้าน ทำเอาแอนดริวถึงกับยิ้มออกมา เขาไม่เคยเห็นโมเมนต์น่ารักๆ อย่างนี้ของบาสเตียนมาก่อน นั่นทำให้คิดว่าการจ้างอินทิรามาเป็นแม่อุ้มบุญในครั้งนี้ อาจจะทำให้เขาได้เจ้านายคนใหม่ในเร็ววันก็เป็นได้

บาสเตียนเดินจูงมืออินทิราออกมาจนถึงสวนดอกไม้ข้างบ้านจึงปล่อยมือให้เป็นอิสระ อินทิรากำข้อมือตัวเองไว้หลวมๆ บิดเบาๆ เพื่อคลายเส้น
“ข้อมือฉันบวมหมดแล้วเนี่ย” อินทิราทำหน้างองุ้มพร้อมทั้งบ่นอุบราวกับเด็กน้อยแสนงอน
“ไหนดูซิ” บาสเตียนเดินไปยืนตรงหน้าเจ้าหล่อนก่อนจะจับข้อมือเรียวนั้นขึ้นมาแล้วเป่าเบาๆ พลางจ้องมองดวงหน้าสวยด้วยสายตาที่หวานหยาดเยิ้ม จนอินทิราหน้าขึ้นสีด้วยความเขินอายไม่นึกว่าเขาจะทำอย่างนี้
“ทำอย่างกับมันจะหายงั้นล่ะ” อินทิราชักมือกลับก่อนจะซ่อนมันไว้ด้านหลัง
“ไม่หายแต่มันก็ทำให้เธออมยิ้มได้”
“ใครอมยิ้มยะ” อินทิรารีบเดินผ่านหน้าเขาหนีไปจากตรงนั้น ก่อนที่บาสเตียนจะเอ่ยแซวอีกจนทำอะไรไม่ถูก
บาสเตียนยิ้มมุมปากยักคิ้วอย่างสบายใจ ก่อนจะเดินตามหลังอินทิราไปติดๆ
สวนดอกไม้แห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวางเกือบไร่ บาสเตียนตั้งใจดูแลรักษามันไว้ให้คงสภาพเหมือนเมื่อครั้งมารดายังมีชีวิตอยู่ พรรณดอกไม้ทุกชนิดล้วนมาจากการเลือกสรรจากมารดาทั้งสิ้น เขาจึงรักที่นี่มากและรู้สึกดีใจที่อินทิราก็ชอบมันเหมือนกัน
“เธอคงชอบที่นี่มากสินะ เดินไปยิ้มไปอย่างกับคนบ้า” บาสเตียนเอ่ยขณะเดินตามหลังหญิงสาว เขาไม่ได้สนใจมองดอกไม้ตามสองข้างทางเลยสักนิด แต่สายตาคมเอาแต่จ้องมองความน่ารักสดใสของอินทิราอยู่ตลอดเวลา
“สวยขนาดนี้ใครจะไม่ชอบล่ะ ที่ฉันยิ้มเพราะมีความสุขต่างหาก คนอย่างนายไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าผู้หญิงกับดอกไม้เป็นของคู่กัน” อินทิราเดินไปยิ้มไป เธอรู้สึกสบายใจมากที่ได้เดินท่ามกลางพื้นที่สีเขียว แถมยังถูกแซมไปด้วยความหลากสีของดอกไม้นานาพรรณอีกต่างหาก
“ทำไมฉันจะไม่เข้าใจล่ะ เพราะสวนแห่งนี้มันมีแต่ความทรงจำดีๆ ระหว่างฉันกับแม่ แม่ฉันชอบที่นี่มาก ดอกไม้ที่นำมาปลูกท่านก็เป็นคนเลือกเองกับมือทั้งนั้น ฉันพาแม่มาเดินชมสวนอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งท่านเสียไป” เมื่อนึกถึงหน้ามารดาบาสเตียนก็ยิ้มอย่างมีความสุข
“นายคงคิดถึงแม่มากสินะ” เมื่อรู้อย่างนั้นอินทิราก็เริ่มเห็นใจเขาขึ้นมาซะดื้อๆ
“อืม” บาสเตียนนั่งลงข้างทางก่อนจะยื่นมือไปเด็ดดอกกุหลาบสีแดงสดออกมาจากต้น
“นายจะเด็ดมันมาทำไมเนี่ย น่าสงสารกว่ามันจะออกดอกมาได้” อินทิราเอ่ยตำหนิเมื่อเห็นเขาทำอย่างนั้น
“อ่ะ...ฉันให้” บาสเตียนยื่นดอกกุหลาบนั่นให้อินทิราพร้อมกับรอยยิ้มที่หวานซึ้งกินใจ
หากจะไม่รับก็กระไรอยู่เจ้าหล่อนจึงยื่นมือไปรับอย่างว่าง่าย ก่อนจะยกขึ้นมาดอมดมสูดกลิ่นหอมให้ชื่นใจ อีกอย่างก็เพื่อต้องการเอาใจคนที่ให้ด้วยประการหนึ่ง
“หอมดีนะ ถือซะว่าดอกนี้มันหมดอายุไขก็แล้วกัน” อินทิรากลอกลูกตาไปมาไม่กล้าสบตาเขา
“ปกติฉันไม่เคยตัดดอกไม้ในสวนเลยนะ เธอเป็นคนแรกที่ทำให้ฉันต้องเป็นคนใจร้ายอย่างนี้ ฉะนั้นเธอต้องรับผิดชอบ”
“ได้ไง! นายเป็นคนเอามันมาเองอ่ะ” อินทิรายู่หน้าไม่ยอมรับคำกล่าวหา
บาสเตียนนั่งยองๆ ทำเป็นเงี่ยหูฟังที่ต้นกุหลาบต้นเดิม ราวกับสื่อสารกับมันได้ซะอย่างนั้น
“อะไรนะ ให้ฉันจูบคนที่รับดอกไม้งั้นเหรอ โอเคๆ” พูดจบบาสเตียนก็ลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า
“นายมันเจ้าเล่ห์ คิดเหรอว่าฉันจะยอมเชื่อมุกบ้าๆ ของนาย” อินทิราแทบไม่เชื่อว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้ของบาสติน
บาสตินไม่ตอบกลับเดินไปหยุดตรงหน้าหญิงสาว เลื้อยมือไปโอบรัดแผ่นหลังบางรวบตัวให้มาแนบชิด ทำให้ใบหน้าสวยแนบกับแผงอกแกร่งในระยะประชิด กลิ่นชายที่หอมเป็นเอกลักษณ์โชยเข้าจมูกราวกับกลิ่นฟีโรโมน สะกดให้เจ้าหล่อนต้องยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น
“เงยหน้าขึ้นมามองฉันสิอินทิรา” บาสเตียนสั่งด้วยน้ำเสียงโทนอบอุ่น
อินทิราได้ยินจึงเงยหน้าขึ้นไปมองเขาอย่างช้าๆ ก็เจอกับดวงหน้าหล่อที่ปรากฏรอยยิ้มกระชากใจสาวอยู่ตรงหน้า
“อื้อ..”
แค่เพียงเสี้ยววินาทีที่ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกัน บาสเตียนโน้มใบหน้าคมลงมาประกบจูบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม ตักตวงลมหายใจของหญิงสาวอย่างหื่นกระหาย อินทิราหายใจถี่ๆ เมื่ออีกฝ่ายรุกเร้าอย่างไม่ปรานี จนต้องทิ้งดอกกุหลาบในมือลงพื้น เปลี่ยนมากอดก่ายร่างกำยำไว้แน่น ตอบสนองความต้องการของตัวเองเฉกเช่นเดียวกัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

0 ความคิดเห็น