พี่ชายที่ร้าย [Mpreg]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,985 Views

  • 74 Comments

  • 313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    6,985

ตอนที่ 6 : ความสูญเสีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1054
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    29 ต.ค. 61

บทที่ 5

ความสูญเสีย

 

          “แค่กๆๆ”

          “ยายครับ! เข้ามาหาผมหน่อย”

“มีอะไรวิน เรียกยายซะเสียงดังเชียว”

“ตาหนูตัวร้อนจี๋เลยครับ แถมยังไอไม่ยอมหยุดเลย”

เมื่อคืนอาการยังไม่หนักขนาดนี้เลย แต่พอผมออกไปทำกับข้าวช่วยยายแล้วเข้ามาอีกที ตาหนูกลับตัวร้อนจี๋ ไอไม่ยอมหยุดอีกด้วย

            ยายจันทร์ใช้หลังมือแตะที่หน้าผากตาหนูแล้วหันมาเอ่ยกับผม “เอ็งรีบพาตาหนูไปหาหมอก่อนเร็ว เดี๋ยวทางนี้ยายจัดการเอง”

            “ครับยายจันทร์ ถ้างั้นฝากดูตาหนูก่อนนะครับ ผมจะไปเรียกวินหน้าบ้าน”

            “ได้จ้ะเดี๋ยวยายดูให้”

            ว่าแล้วผมก็รีบเดินออกไปหน้าบ้าน ในใจก็เป็นห่วงตาหนูมาก กลัวว่าแกจะเป็นอะไรหนักไป ตาหนูเป็นคนที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง หากสัมผัสอากาศเย็นหน่อยก็จะไม่สบายทันที อาจจะเป็นเพราะช่วงท้องผมเกิดอาการเครียดบ่อย จึงทำให้ลูกเกิดมาร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอย่างนี้

            ยืนรออยู่เกือบห้านาทีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวินมอเตอร์ไซต์ผ่านหน้าบ้านเลย เป็นอย่างนั้นทำให้ผมร้อนใจแทบจะเป็นบ้า ทำไมวันที่เรามีเรื่องจำเป็นถึงต้องมีอุปสรรคอย่างนี้ด้วยนะ ในระหว่างนั้นรถยนต์หรูสัญชาติเยอรมนีก็ขับมาจอดที่หน้าบ้าน จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่ธีนั่นเอง

            หลังจากเขาลงจากรถแล้วก็เดินตรงมาหาผมทันที มองหน้าเหมือนมีคำถาม เพราะสภาพผมตอนนี้แทบจะดูไม่ได้

            “มายืนทำอะไรตรงนี้” เขาถามผมด้วยน้ำเสียงกระแทกแดกดัน ถ้าไม่ชอบใจไม่ต้องถามก็ได้นะ

            “รอรถ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น ไม่มีทางอ้อนวอนขอร้องเขาเด็ดขาด ทั้งที่ความจริงแล้วผมควรจะทำทุกวิถีทาง เพื่อพาตาหนูไปส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

            “จะไปไหนทำไมต้องมารอตั้งแต่เช้าอย่างนี้”

            “เรื่องของผม”

            “แล้วตาหนูล่ะ”

            “อยู่ข้างในกับยายจันทร์”

            ในระหว่างนั้นวินมอเตอร์ไซต์ก็มาพอดี ผมเริ่มยิ้มออก รีบโบกรถเอาไว้ทันที

            “ลุงรอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมไปอุ้มลูกในบ้านแปบนึง” ว่าแล้วก็เอี้ยวตัวหมุนกลับ จะเดินเข้าไปในบ้าน แต่ก็มีมือดีมารั้งแขนผมไว้เสียก่อน

            “มึงจะพาลูกไปไหน” เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

            “ไปหาหมอลูกไม่สบาย”

พี่ธีทำสีหน้าเบื่อหน่าย ส่ายศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหาวินมอเตอร์ไชต์ “ลุงไปเถอะครับ อ่ะนี่ค่าเสียเวลา” เขาล้วงเอากระเป๋าสตางค์ออกมา หยิบธนบัตรใบสีแดงยื่นให้ พี่วินยิ้มพอใจแล้วขับรถออกไปทันที

            “ทำไมพี่ทำอย่างนี้ผมจะพาตาหนูไปหาหมอ!” ผมตะโกนใส่หน้าเขาเสียงดัง

            “มึงเป็นบ้าไปแล้วเหรอ จะพาลูกนั่งวินไปหาหมอ ไอ้โง่เอ๊ย!

            “เรื่องของผม...ลูกผม”

            “กูจะพาลูกไปหาหมอเอง” ว่าแล้วพี่ธีก็เดินดุ่มๆ เข้าไปในบ้านไม่รอฟังผมพูดเลย

            ผมรีบเดินตามหลังไปด้วยความโมโห ผมไม่อยากให้ลูกขึ้นรถของเขา เพราะกลัวว่าพี่ธีจะพาผมกับลูกไปที่อื่น ที่ไม่ใช่โรงพยาบาล

            “เดี๋ยวผมจะพาตาหนูไปหาหมอเองครับยาย” พี่ธีเอ่ยกับยายจันทร์

            “ไม่! ผมไม่มีทางให้ตาหนูขึ้นรถพี่แน่นอน”

            “ลูกป่วยหนักขนาดนี้มึงยังจะมางี่เง่าอีกเหรอวะ หรือจะให้ลูกตายก่อน” เขาตวาดใส่หน้าผม สายตาคมคู่นั้นจ้องมองมา ราวกับจะฆ่ากันให้ตายเสียอย่างนั้น

            “พาตาหนูไปโรงบาลก่อนเถอะ อย่าเพิ่งมาทะเลาะกันตอนนี้เลย” ยายจันทร์เตือนสติพวกผมทั้งสองคน

            ใช่สิ! ตอนนี้ควรนึกถึงตาหนูเป็นอันดับแรก ผมมันงี่เงาจริงๆ “ได้ครับยาย...แต่ผมจะเป็นคนอุ้มลูกเอง” ว่าแล้วผมก็เดินไปอุ้มตาหนู เดินออกไปไม่รอเขา พี่ธีส่ายหน้าให้กับความบ้าของผมอย่างเซ็งๆ

แล้วแต่จะรู้สึกยังไง เพราะผมไม่ได้แคร์ความรู้สึกเขาอยู่แล้ว

            ผมกับตาหนูนั่งอยู่เบาะหลัง จากนั้นก็สั่งให้พี่ธีขับรถไปยังโรงพยาบาลใกล้บ้าน แต่ทว่าเขากลับปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งของผม ให้เหตุผลว่าโรงพยาบาลที่ผมจะพาลูกไปนั้นมันเกรดต่ำ ไร้มาตรฐาน เขาจะพาลูกไปรักษาโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศเท่านั้น

 

            ไม่นานนักพวกเราก็มาถึงโรงพยาบาลหรูแห่งหนึ่ง เขาแย่งลูกจากผมมาอุ้มไว้เอง แล้วเดินเข้าไปในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ต่างก็ให้ความสำคัญกับลูกของผมมาก เมื่อพวกเขารู้ว่าเด็กคนนี้คือลูกชายของพี่ธี ราวกับว่าที่นี่เป็นโรงพยาบาลของเขาเองซะอย่างนั้น

            ในระหว่างที่หมอกำลังตรวจอาการอยู่นั้น พี่ธีเป็นคนอุ้มตาหนู ส่วนผมยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง พวกเราลืมความบาดหมางไปครู่หนึ่ง ให้ความสำคัญกับตาหนูเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

            ด้วยเพราะพิษไข้ทำให้ตาหนูหลับไปในระหว่างทำการตรวจ จึงต้องพามานอนพักที่ห้องพิเศษ และตอนนี้คุณหมอก็มาที่ห้อง เพื่อตรวจอาการของตาหนูให้ชัดเจนอีกที

            “เป็นยังไงบ้างครับหมอ” ผมเอ่ยถามทันทีหลังจากคุณหมอตรวจอาการตาหนูเสร็จแล้ว

            “เด็กมีไข้สูงและพบว่ามีอาการปอดบวมด้วยครับ คงต้องให้นอนที่โรงพยาบาล เพื่อสังเกตอาการสักสองสามวัน”

            “ลูกชายผมจะปลอดภัยใช่ไหมครับหมอ”

            “ครับปลอดภัยแน่นอน ช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาลหมอจะดูแลให้เป็นอย่างดีเลยครับ”

            “ขอบคุณมากๆ นะครับคุณหมอ” ผมยกมือไหว้ขอบคุณด้วยความดีใจ

            “ถ้างั้นหมอขอตัวไปดูคนไข้ห้องอื่นก่อนนะครับ”

            คุณหมอส่งยิ้มให้เราทั้งสอง ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

            ผมรีบหันไปสนใจตาหนูที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียง ในห้องพิเศษหรูหราราวกับไม่ใช่โรงพยาบาลอย่างนี้ ค่ารักษาพยาบาลคงจะแพงน่าดู แต่ผมคงไม่ให้เขามารับผิดชอบแน่นอน เพราะไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร

            “มึงเลี้ยงลูกยังไงปล่อยให้เป็นอย่างนี้” เขาเริ่มยิงคำถามที่สื่อว่ากำลังโทษผมซะอย่างนั้น

            “จะเลี้ยงยังไงก็เรื่องของผม เพราะตาหนูคือลูกผมคนเดียว”

            “อย่ามาทำเป็นปากดีใส่กู ถ้าไม่มีปัญญาก็เอาตาหนูมาให้กู กูจะเลี้ยงเอง”

            “ไม่มีทาง ผมจะเลี้ยงลูกเอง ไม่มีทางให้ตาหนูไปอยู่กับคนอื่นหรอก”

            “คนอื่นงั้นเหรอ...สงสัยมึงคงจะลืมไปแล้วว่ากูเป็นใคร ต้องรื้อฟื้นความจำกันหน่อยแล้วมั้ง” เขาไม่ว่าเปล่า สาวเท้าเดินเข้ามาหาผม ทำหน้าเหี้ยมราวกับมัจจุราชที่กำลังจะเข้ามากระชากวิญญาณ

            “พะ...พี่จะทำอะไรนี่มันโรงพยาบาลนะ” ผมเดินถอยหลังไปจนแผ่นหลังสัมผัสกับผนังห้อง

            “แล้วไง” ดูเหมือนคนเลวๆ อย่างเขาไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย “ที่นี่มันโรงพยาบาลแม่กูรู้ไว้ด้วย” ในที่สุดผมก็รู้แล้วว่าทำไมเขาถึงพาผมมาที่นี่

            “ถ้าผมรู้จะไม่มีทางพาตาหนูมาที่นี่เด็ดขาด คนอย่างพี่มันก็ไม่ต่างจากสัตว์เดียรัจฉานตัวหนึ่ง ไม่สิ! พี่มันต่ำกว่าสัตว์เดียรัจฉานพวกนั้นซะอีก” ผมด่าออกไปซึ่งๆ หน้า ให้เขารู้ตัวว่าทำตัวเลวทรามต่ำช้ามากแค่ไหน

            “มึงหลงกลกูเข้าให้แล้วล่ะไอ้วิน หึๆ กูอยากรู้จังว่ามึงจะตัวหอมเหมือนเดิมไหม” สายตาของเขาโลมเลียไปตามเนื้อตัวผม ราวกับจะกลืนกินไปทั้งร่าง เห็นอย่างนั้นผมก็พยายามจะวิ่งหนีออกไปอีกทาง แต่เขากลับรั้งตัวผมมากอดจากทางด้านหลังไว้

            “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะไอ้สารเลว ลูกนอนอยู่นี่ทั้งคนมึงยังจะทำระยำอย่างนี้อีกเหรอ!” ตอนนี้สรรพนามที่เคยใช้ถูกเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ผมจะไม่มีวันยอมให้เขาทำร้ายอีกเด็ดขาด

            “มึงก็รู้ว่าคนอย่างกูทำได้ทุกอย่าง” ว่าแล้วเขาก็อุ้มผมขึ้นในท่าเจ้าสาว กระตุกยิ้มเย้ยประกาศชัยชนะ ก่อนจะพาเดินเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง ซึ่งผมเพิ่งรู้ว่ามันมีประตูเชื่อมหากันได้

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าห้องที่เชื่อมอยู่ข้างกันนั้นจะเป็นห้องนอนหรู มีทุกอย่างครบครัน

            “โอ๊ย!

            เขาโยนผมลงบนเตียงแล้วรีบคร่อมตัวผมไว้ ตรึงข้อมือทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ โน้มใบหน้าคมเข้ามาใกล้จนสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขา ผมพยายามเบนหน้าหนี ไม่อยากสบตาคมคู่นั้นให้มันรู้สึกเจ็บปวดไปมากกว่านี้ ผมเกลียดเขา เกลียดมากที่สุดในชีวิต

            “ไอ้เลว มึงปล่อยกูไปเดี๋ยวนี้นะ จะจองเวรจอมกรรมกันไปถึงไหน ฮึก” น้ำตาผมไหลลงมาเป็นสาย เสียใจที่เสียท่าให้กับเขาจนได้ พี่ธีคนนี้เจ้าเล่ห์มากกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก ตั้งแต่เด็กจนโตผมรู้จักเขาน้อยไปจริงๆ

            “ทำไมว่าผัวตัวเองอย่างนั้นล่ะ” เขายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะใช้ลิ้นสากเลียบนใบหน้าผมอย่างช้าๆ เมื่อได้รับสัมผัสนั้นทำให้ขนผมลุกซู่ มันไม่ได้รู้สึกเสียวซ่านอะไรเลย แต่เป็นเพราะผมขยะแขยงต่างหากล่ะ

            “ฮือๆๆ ไอ้ทุเรศ ไอ้ระยำ มึงมันไม่ใช่คน ปล่อยกูเดี๋ยวนี้” ผมร้องไห้เสียงดัง พยายามดิ้นรนขัดขืนเขา

            “กูปล่อยแน่! แต่ขอให้กูได้ตักตวงความสุขจากมึงก่อนละกัน” ว่าแล้วเขาก็ซุกใบหน้าลงที่ซอกคอผมทันที

            “ไอ้เหี้ย! หยุดเดี๋ยวนี้นะ อื้ออ...” ผมยังพ่นคำก่นด่าไม่สะใจเลย พี่ธีก็หยุดมันด้วยการประกบริมฝีปาก

            เขาบดจูบผมอย่างดูดดื่ม ราวกับโหยหาสิ่งนี้มาแสนนาน แต่ผมกลับรู้สึกขยะแขยงรสสัมผัสนี้ เขาขืนใจผมอีกแล้ว และครั้งนี้มันเจ็บปวดกว่าครั้งที่แล้วมาก เพราะลูกชายผมนอนป่วยอยู่ห้องข้างกันนี่เอง เขายังทำได้ลงคอ

            เสื้อผ้าผมถูกเปลื้องออกไปจนหมด ร่างกายที่บดเบียดกันของเราทั้งคู่ไร้ซึ่งอาภรณ์ใดๆ เนื้อตัวผมเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งรสสวาท เนินอกที่เคยขาวสะอาดถูกดูดเม้มจนเป็นรอยจ้ำสีแดง

            “ตัวมึงยังน่าสัมผัส ยั่วตายั่วใจกูอยู่เหมือนเดิมเลยว่ะ” เขาพร่ำบอก แต่ผมได้แต่นอนนิ่ง น้ำตาไหลพราก ปล่อยให้เขาทำตามใจ เพราะถึงยังไงก็ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้อยู่แล้ว

            ผมจะจำความเจ็บปวดนี้ไปจนตาย สักวันจะต้องทำลายเขาให้ได้ จากคนที่ไม่เคยคิดจองเวรจองกรรมกับใคร แต่คราวนี้เขาเป็นคนที่ปลุกไฟแค้นในตัวผมให้มันลุกโชนขึ้นแล้ว


            “พอใจแล้วก็ออกจากตัวกูเดี๋ยวนี้ กูจะไปหาลูก ฮึก...” ผมพยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้ หันไปเอ่ยกับเขาหลังจากสงครามรักได้จบสิ้นลง

            “ไม่! กูยังไม่พอใจ” เขาลูบไล้เนินอกเล่นอย่างพอใจ สายตาคมจ้องมองมาที่ผมปานจะกลืนกิน

            “มึงยังต้องการอะไรอีก แค่นี้ชีวิตกูก็พังมากพอแล้ว”

            “ชีวิตมึงจะพังมากกว่านี้อีก ถ้าไม่ยอมให้ลูกไปอยู่กับกู”

            “หมายความว่ายังไง?” ผมได้ยินก็หันขวับไปมองหน้าเขาทันที อย่าบอกนะว่าจะพรากลูกไปจากผม ผมไม่มีวันยอมเด็ดขาด

            “กูจะให้เงินมึงสิบล้านบาท เพื่อแลกกับตาหนู นี่ถือว่ากูใจดีกับมึงมากพอแล้วนะ”

            “ไม่! ต่อให้เงินร้อยล้านผมก็ไม่ยอม” ว่าแล้วก็ผลักอกเขาให้ออกห่างจากตัว ผมจะต้องพาลูกออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนเขาจะพรากลูกไปจากผม

            ความเจ็บปวดทางร่างกายในตอนนี้ มันไม่สามารถทำให้ผมละความพยายามในการลุกขึ้นจากเตียงได้ เพราะลูกคือสิ่งที่สำคัญกับผม สิ่งที่จะทำให้ผมเจ็บปวดเจียนจะขาดใจได้ก็คือเรื่องลูกเท่านั้น จึงพยายามลุกขึ้นจากเตียงอย่างทุลักทุเลรีบสวมใส่เสื้อผ้า

            “มึงจะไปไหน” เขาถามขณะยังนอนอยู่บนเตียงอย่างสบายใจ

            “กูจะพาลูกไปรักษาที่อื่น” เขายังคงนอนนิ่งไม่ได้ทำอะไร เห็นอย่างนั้นผมก็เอะใจเล็กน้อย แต่ก็พยายามเดินออกไปจากห้องเพื่อไปหาลูกชาย แต่พอเปิดประตูเท่านั้นล่ะ ก็พบกับชายหนุ่มฉกรรจ์สวมชุดสูทสีดำขลับ สวมแว่นตาดำยืนเฝ้าประตูอยู่ถึงสี่คน

            “นี่มันอะไรกัน!” ผมเดินถอยหลังกลับมาเรื่อยๆ จนแผ่นหลังชนเข้ากับอะไรบางอย่าง ไม่นานพี่ธีก็สวมกอดผมจากด้านหลังไว้

            “พวกมึงเฝ้าลูกกูไว้ อย่าให้ใครเข้าใกล้เด็ดขาด”

            “ครับ”

            สิ้นเสียงรับคำสั่งประตูก็ถูกปิดลงอีกครั้ง ผมพยายามขัดขืนดิ้นรนเพื่อให้เป็นอิสระ ผมต้องไปเอาลูกกลับมาให้ได้

            “ปล่อยกูเดี๋ยวนี้นะไอ้สารเลว ทำไมพวกมึงถึงได้เลวกันอย่างนี้วะ ฮือๆๆ ปล่อยกูเดี๋ยวนี้!

            “กลับบ้านไปซะแล้วเอาเงินสิบล้านไปใช้ให้สบายๆ กูสัญญาว่าจะเลี้ยงลูกเป็นอย่างดี”

            “ไม่! กูไม่มีทางยอมเด็ดขาด” ผมหมุนตัวกลับมา แล้วฟาดมือเข้าที่ใบหน้าหล่อนั้นอย่างระรัว เขายืนนิ่งให้ผมทำอยู่อย่างนั้นจนใบหน้าเริ่มแดงช้ำไปเสียหมด ทำไมนะ อยู่ๆ ถึงได้ยอมผมอย่างนี้

            “กูจะให้โอกาสมึงตบตีกูแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว หลังจากนี้เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “พี่ธีครับ ผมขอร้องล่ะอย่าทำอย่างนี้เลย ไม่มีลูกผมก็ไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว” ผมนั่งลงกับพื้นยกมือไหว้เขา ร้องไห้อ้อนวอนอยู่อย่างนั้น

            “ถึงมึงจะดิ้นตายอยู่ตรงนี้ กูก็ไม่มีทางยอมให้ลูกไปอยู่กับมึงเด็ดขาด ถ้ามึงเห็นแก่ลูกจริงๆ ออกไปจากชีวิตลูกซะ แล้วก็ไม่ต้องมาให้แกเห็นหน้าอีก นี่คือสิ่งที่กูจะพูดกับมึงเป็นครั้งสุดท้าย” เขาพูดแค่นั้นก็เดินออกจากห้องไป ผมไม่ยอมรีบกอดขาพี่ธีไว้ เพื่อขอร้องเขาอีกครั้ง

            “พี่ธีครับ ฮือๆๆ ผมขอร้องล่ะอย่าทำอย่างนี้เลย ถ้าพี่พาลูกไปผมจะฆ่าตัวตายให้ดู” เขาหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกับผม

            “เอาเลยถ้ามึงคิดว่าการตายคือทางออกที่ดีแล้วจริงๆ กูพูดได้แค่นี้ล่ะ” เขาสลัดเท้าจนผมล้มฟลุบลงบนพื้น ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ผมจึงเดินตามไปที่ห้องพักผู้ป่วยซึ่งอยู่ติดกัน

            “พวกมึงเอาตัวมันกลับไปที่บ้านเดี๋ยวนี้” เขาสั่งลูกน้องทั้งสี่คน ได้ยินอย่างนั้นผมก็ตั้งท่าจะสู้แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะผมโดนล็อกตัวเอาไว้ขยับแทบไม่ได้ จากนั้นก็ชักปืนมาขู่ผม

            “ตาหนูลูกแม่ ฮือๆๆ ปล่อยเดี๋ยวนี้กูจะไปหาลูก” ผมเอื้อมมือจะไปหาลูก แต่พวกนั้นยังคงจับตัวผมไว้ พี่ธีนั่งอยู่ข้างเตียงได้แต่ยิ้มเยาะ ก่อนจะปัดมือเป็นสัญญาณให้พาตัวผมไป

            “พามันกลับไปที่บ้าน ก่อนไปกูขอเตือนมึงไว้ก่อนเลยว่า มึงจะไม่มีวันได้เห็นหน้าลูกอีกแน่นอน และไม่ต้องตามหาเพราะกูจะพาลูกไปอยู่ในที่ที่มึงตามหาไม่เจอแน่นอน”

            “ไอ้สารเลวสักวันกรรมจะตามสนองมึง กูขอแช่งให้มึงไม่ตายดี” มีโอกาสได้พูดแค่นั้น ผมก็โดนลากตัวออกจากห้อง และนั่นคือครั้งสุดท้ายที่ผมได้เห็นหน้าลูกชาย มันเป็นอะไรที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตของคนเป็นแม่แล้ว

 

            ผมถูกนำตัวขึ้นรถตู้มาส่งที่หน้าบ้าน พวกมันผลักผมลงจากรถจนล้มลงกับพื้น น้ำตาผมมันไหลจนเหือดแห้งไปหลายรอบ จนไม่มีจะไหลแล้ว นั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้านราวจะขาดใจอยู่อย่างนั้นสักพัก ก็เดินอย่างไร้สภาพเข้าไปในบ้าน ป่านนี้ยายจันทร์คงจะไปขายข้าวแกงแล้ว ผมจะบอกกับยายจันทร์ยังไงดี

เดินเข้าไปในบ้านกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะข้าวของหล่นกระจายเกลื่อนพื้นไปหมด เห็นอย่างนั้นผมก็เริ่มใจไม่ดีแล้ว กลัวว่ายายจันทร์จะมีอันตราย

            “ยายจันทร์ครับ! ยายอยู่ไหน ฮึก”

ผมเดินอย่างลนลานตามหายายไปทั่วบ้าน ในที่สุดผมก็เจอยายจันทร์ แต่เป็นการเจอในสภาพที่ไม่เหมือนเดิม ภาพที่เห็นนั้นทำเอาผมหัวใจแหลกสลาย น้ำตาไหลพรากลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ยาย!! ฮือๆๆ ใครทำอะไรยายครับ”

            ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องเหี้ยเหล่านี้มันจะเกิดขึ้นกันผมในวันเดียวกัน โดนพรากลูกไปจากอก แถมยายจันทร์ผู้ที่เป็นทุกอย่างของผม ต้องมาโดนฆ่าอย่างโหดร้ายทารุณอย่างนี้ สภาพยายจันทร์ตอนนี้เลือดไหลท่วมตัว โดยเฉพาะที่บริเวณคอ มีบาดแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่ที่เกิดจากของมีคมกรีด ผมกอดยายจันทร์เอาไว้อยู่อย่างนั้นร้องไห้จนน้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด

            “ฮือๆ ใครทำยายอย่างนี้ครับ ยายจันทร์ฟื้นขึ้นมาหาผมสิครับยาย” ผมกอดยายจันทร์ไว้แน่น ร้องไห้ราวจะขาดใจเสียให้ได้

            ในระหว่างนั้นก็มีเสียงหวอรถตำรวจดังมาจากหน้าบ้าน ทั้งที่ผมยังไม่ได้แจ้งความเลยด้วยซ้ำ แต่ทำไมตำรวจถึงได้รู้ล่ะ ผมเริ่มคิดว่าเรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำแน่นอน หรือว่าจะเป็นฝีมือของพี่ธี ใช่แน่ๆ ต้องเป็นเขา เรื่องเลวๆ อย่างนี้คงไม่มีใครแน่นอน

            “นายธาวินออกมามอบตัวเดี๋ยวนี้ ตำรวจล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว” ได้ยินอย่างนั้นผมก็ตกใจ อย่าบอกนะว่ามีคนฆ่ายายจันทร์แล้วใส่ร้ายผม จะทำอย่างไรล่ะทีนี้ ผมจะทำอย่างไรดี

            “ยายครับถ้ามีโอกาสผมจะมากราบยายอีกครั้ง ผมสัญญา” ผมตัดสินใจ วางยายจันทร์ไว้บนพื้นดังเดิม มองภาพนั้นอีกครั้งให้มันติดตา เผื่อในอนาคตมันจะได้ช่วยเตือนสติผม ว่าพวกเขาทำอะไรกับคนที่ผมรักเอาไว้บ้าง

            ก่อนตำรวจจะบุกเข้ามาด้านใน ผมจึงตัดสินใจวิ่งออกไปทางหลังบ้าน กระโดดลงคลองน้ำเพื่อหนีการถูกจับกุม จากสิ่งที่ผมไม่ได้ทำมันเลย ผมสัญญาว่าจะทำทุกวิถีทาง เพื่อจะเอาลูกคืนมาและแก้แค้นให้ยายจันทร์ให้ได้...ผมสัญญา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #66 K E E N (@pikipinocchio) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 07:45
    ห๊ะะะะะะะะะะ
    #66
    0
  2. #22 fatipa (@tipawadee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 14:48
    ทำไมเกินไป เลวมากๆๆ เลวอ่ะ ฮืออออ
    #22
    0
  3. #16 PloyZhang (@PloyZhang) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 09:36
    สงสารวินอ่ะ อีธีโคตรเลว พรากลูกยังไม่พอ ยังจะฆ่ายายจันทร์แล้วใส่ร้ายว่าน้องเป้นคนฆ่าอีก โอ้ยยยย อีเลวววววว ขอให้กรรมตามสนอง-! #น้องวิน
    #16
    0
  4. #10 TookkyCartoon (@TookkyCartoon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 08:16
    อิพี่ธีทำเกินไปแล้วนะ
    #10
    0
  5. #9 @nuttanicha_na (@Nutnischa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 21:11
    สงสารวิน ธีจะเลวเกินไปแล้ว อยากเห็นวินเอาคืนแล้ว ทำให้เจ็บกว่ามันทำเราเลยนะวินนนน แค้นแทนนน อินจัด 5555
    #9
    0
  6. #8 ploy0951051233 (@ploy0951051233) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 20:45

    สงสารวินอะ
    #8
    0