พี่ชายที่ร้าย [Mpreg]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,985 Views

  • 74 Comments

  • 313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    6,985

ตอนที่ 5 : คุณพ่อมือใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1292
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    20 ส.ค. 61

บทที่ 4

คุณพ่อมือใหม่   

 

          เมื่อคืนนี้ผมนอนแทบจะไม่หลับ เพราะยังคงเป็นกังวลเรื่องของพี่ธี สงสัยว่าทำไมเขาถึงได้ยอมอ่อนข้อให้ผมง่ายดายขนาดนั้น ทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยจะเป็นอย่างนี้ ผมพยายามคิดในแง่ดีเหมือนที่ยายจันทร์บอก แต่ทว่ากลับยังทำใจไม่ได้ เพราะกลัวว่าจะโดนพรากลูกไปจากอก

            เช้านี้ผมกับยายจันทร์ออกมาขายข้าวแกงตามปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกตินั่นคือมีหนุ่มหล่อสองคนมาคอยนั่งเฝ้า อย่างกับเป็นบอดี้การ์ดซะอย่างนั้น โชคดีที่มีทั้งยายจันทร์และพี่เพชรอยู่ด้วย ไม่งั้นผมคงจะหวาดระแวงไม่เป็นอันทำอะไรแน่นอน

            “ตาหนูมาให้พ่ออุ้มหน่อยสิครับ” ได้ยินอย่างนั้นผมก็หันหลังกลับไปมอง ทั้งที่มีลูกค้ายืนรอข้าวแกงอยู่ก็ตาม

ยายจันทร์มองมาที่ผมสื่อว่าคงจะห้ามไม่ได้ ก่อนจะยอมให้พี่ธีอุ้มตาหนูอย่างจำใจ

“เอ่เอ้ ทำไมลูกพ่อตัวหนักจังเลยครับเนี่ย” ดูท่าทางพี่ธีคงจะมีความสุขมาก ผมไม่เคยเห็นมุมนี้ของเขามาก่อนเลย

            “เท่าไหร่คะ” เสียงของลูกค้าดังขึ้นทำให้ผมต้องหันกลับมามอง

            “สี่สิบบาทครับพี่”  ผมรับเงินมาแล้วก็ยิ้มให้ลูกค้าสาวก่อนจะเอ่ยขอบคุณ “ขอบคุณครับพี่”

            ในระหว่างนั้นพี่เพชรก็เดินเข้ามายืนข้างผม วันนี้ไม่ได้มาในฐานะลูกค้า แต่ดูเหมือนว่าจะมาในฐานะผู้ช่วยมากกว่า

            “เหนื่อยไหมครับน้องวิน”

            “ไม่เลยครับ”

“เดี๋ยวพี่ช่วยขายนะ”

            “ไม่เป็นไรครับพี่เพชร ช่วยไปดูตาหนูดีกว่าผมกลัวว่าพี่ธีจะขโมยลูกผมไป” ผมว่าพลางมองอีกฝ่ายด้วยหางตา

            “กูไม่ทำอย่างนั้นหรอกน่า บอกแล้วไงว่าจะไม่ทำให้ลูกร้องไห้อีก”

            “ผมจะเชื่อใจพี่ได้ยังไงกัน คนเคยเลวยังไงก็เลววันยังค่ำ”

            “วินพอแล้วลูก ไหนบอกจะไม่คิดมากเรื่องนี้แล้วไง” ยายจันทร์ปรามผมไว้ก่อนที่จะทะเลาะกันอีก

            “เห็นแก่ยายหรอกนะ ไม่งั้นผมไม่ยอมหยุดแน่”

            “แล้วแต่มึงจะเชื่อกูไม่ได้สนอยู่แล้ว กูสนแค่ลูกคนเดียวเท่านั้น” เขาตอบกลับมาอย่างเจ็บแสบ ใช่สิผมมันไม่เคยสำคัญกับเขาอยู่แล้วนี่นา เคยทำอะไรไว้บ้างผมจะไม่มีวันลืมเด็ดขาด

            “มึงเองก็หยุดเลยไอ้ธี กูจะคอยจับตาดูมึงเหมือนกัน ถ้ามึงทำอย่างที่วินคิดจริงๆ มึงได้โดนกูแน่”

            “ใช่สิ! ตอนนี้มึงเห็นคนอื่นดีกว่าเพื่อนแล้วนี่”

            “มันแน่อยู่แล้วว่ะ มึงทำอะไรเหี้ยๆ กับน้องไว้วินเยอะขนาดนั้น กูยังคบกับคนเลวย่างมึงมันก็เป็นบุญนักหนาแล้วเว้ย” พี่เพชรพูดเอาใจผมเต็มที่ ถ้าไม่มีลูกทั้งคนผมคงจะคบกับพี่ธีแล้วแน่นอน เป็นสุภาพบุรุษกว่าพี่ธีเยอะเลย

            “มึงเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คนอื่นฟังได้ไงวะไอ้วิน” พี่ธีอุ้มลูกมายืนตรงหน้าผม ทำสีหน้าไม่พอใจ

            “ก็มันเรื่องจริงนี่นา พี่เพชรไม่ใช่คนอื่นสำหรับผม ทำไมจะเล่าให้ฟังไม่ได้”

            “อ้อ กูลืมไปสงสัยไอ้เพชรคงจะเป็นบ่อเงินบ่อทองของมึงสินะ ถึงได้เอาอกเอาใจกันซะขนาดนี้”

            “หุบปากมึงเลยไอ้ธี พาตาหนูกลับไปนั่งก่อนที่กูจะต่อยปากมึง” พี่เพชรชี้หน้าเขา

            ในระหว่างนั้นลุงจอมก็เดินเข้ามาหาพวกเรา เมื่อเห็นหน้าพี่ธีก็ทำท่าตกใจ เพราะจำได้ว่าวันก่อนพี่ธีมาก่อกวนหาเรื่องผมนั่นเอง

            “อ้าว! มึงนี่หว่า เอาตาหนูคืนให้วินไปเดี๋ยวนี้” ลุงจอมทำท่าจะพุ่งทะยานเข้าใส่ แต่ผมห้ามเอาไว้เสียก่อน

            “อย่าครับลุง เขาเป็นพ่อของตาหนูเองล่ะ” ผมจำใจยอมบอกความจริงกับลุงจอมไป ไม่รู้ว่าแกจะเอ็ดผมไหม เพราะวันก่อนยังมีหน้าบอกให้แกช่วยอยู่เลย

            “อ้าว! โกหกลงนี่หว่า ถ้าวันนั้นลุงทำร้ายมันสงสัยคงได้นอนอยู่ในคุกแล้วมั้งป่านนี้” ลุงจอมว่าให้ผมแต่เหมือนไม่ได้จริงจังอะไร

            “ขอโทษครับลุง ตอนนั้นผมรู้สึกกลัวจริงๆ ไม่ได้คิดจะโกหกลุงเลยนะครับ”

            “ลุงพูดเล่นไปงั้นล่ะเห็นตาหนูมีพ่อลุงก็ดีใจ”

            “ครับลุง” ผมยิ้มแหยๆ ให้กับลุง ส่วนพี่ธียิ้มมุมปากให้มุม สงสัยคิดว่าตัวเองเอาชนะได้สินะ ผมเห็นแก่ลูกเท่านั้นเอง ถ้างั้นคงไม่ทำอย่างนี้หรอก อยากจะเอาค้อนทุบหัวให้ตายลงตรงนี้เสียด้วยซ้ำ

            “เอาข้าวมาให้ลุงจานนึง เอาเมนูที่หนูวินคิดว่าอร่อยสุด”

            “ครับลุง รอแป๊บครับ” ว่าแล้วผมก็รีบตักข้าวแกงให้กับลุงจอมทันที วันนี้ผมไม่คิดเงินหรอก เพื่อเป็นการขอบคุณในวันนั้น “ได้แล้วครับลุง มื้อนี้กินฟรีครับเพื่อเป็นการขอบคุณวันนั้นที่ช่วยผม”

            “ไม่เป็นไรลุงจ่ายดีกว่า ของซื้อของขาย”

            “ไม่เป็นไรจริงๆ ครับลุง”

            “ถ้างั้นก็ขอบใจเอ็งมาก คนนิสัยดีๆ อย่างเอ็งใครได้เป็นเมียนี่ถือว่าโชคดีที่สุดในโลกแล้ว ดูแลวินมันให้ดีๆ ล่ะยังไงก็ผัวเมียกัน” อ้าว! ลุงครับทำไมหันไปพูดกับพี่ธีอย่างนั้นล่ะ

            “ครับลุง” เขายิ้มรับอย่างหน้าไม่อาย แต่ผมนี่สิแทบจะกระอักเลือด อยากอธิบายให้ลุงเข้าใจว่าตอนนี้ผมกับพี่ธีไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว แต่คงไม่ทันเพราะตอนนี้ลุงจอมถือจานข้าวไปเสียแล้ว

            “คราวหลังถ้าอะไรมันไม่จริงก็หัดปฏิเสธบ้างนะ พี่ก็รู้ว่าตอนนี้ผมกับพี่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว”

            “ใช่! มึงมันก็แค่พ่อของลูก ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว”

            “แต่ถึงยังไงกูก็เคยได้ว่ะ” เขาพูดใส่หน้าพี่เพชร ก่อนจะอุ้มลูกเดินไปนั่งกับยายจันทร์

            พี่เพชรไม่กล้ามองหน้าผมตรงๆ ได้แต่ปรายตามองเพียงเล็กน้อย คงกลัวว่าผมจะอายที่โดนพี่ธีพูดแบบไม่ไว้หน้าอย่างนั้น

 

            ในที่สุดการขายข้าวแกงที่สุดแสนจะวุ่นวายในช่วงเช้าก็จบลงไป พวกเรากลับมาที่บ้านโดยมีสองหนุ่มที่ไม่ได้รับเชิญกลับมาด้วย ผมเริ่มไม่สบายใจแล้วเพราะรู้สึกว่าตาหนูเริ่มจะติดพี่ธีมาก ไม่ตื่นกลัวเหมือนในช่วงแรก ผมกลัวว่าพี่ธีจะใช้ความสนิทสนมนี้ มาทำให้ความสัมพันธ์ของผมกับลูกต้องพังทลายลงไป

          “เมื่อไหร่พี่จะกลับ” เมื่อมาถึงบ้านแล้วผมก็เดินมาหาพี่ธี ที่กำลังอุ้มลูกอยู่ จึงเอื้อมมือไปจะขออุ้มลูกบ้าง

            “ไม่ต้องกูอุ้มเอง” เขาเอี้ยวตัวหนี เห็นอย่างนั้นผมก็เริ่มโมโห

            “พี่ธีเอาลูกผมมาเดี๋ยวนี้”

            “ไม่! กูจะอุ้มลูกเอง”

            “ตาหนูมาหาแม่เร็ว” เมื่อได้ยินอย่างนั้นตาหนูก็โน้มตัวมาหาผม อ้าแขนรอให้ผมอุ้ม แต่พี่ธีกลับเบี่ยงเบนความสนใจลูกโดยการเปิดการ์ตูนในโทรศัพท์มือถือให้ดู

            “ตาหนูเราไปดูการ์ตูนกันนะครับ” ว่าแล้วเขาก็อุ้มลูกเข้าไปในบ้านอย่างถือวิสาสะ ผมกับพี่เพชรและยายจันทร์มองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจ          

            ใน่ช่วงเวลาที่พี่ธีอยู่กับลูก ผมแทบจะไม่มีเวลาได้เข้าใกล้เลย นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดมาก ผมยอมรับว่ากลัวลูกจะรักเขามากกว่าผม มันอาจจะดูเห็นแก่ตัว แต่มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เพราะผมผ่านอะไรร้ายๆ มาเยอะมาก และรู้สึกว่าลูกต้องเป็นของผมเท่านั้น คนบ้านนั้นไม่ควรจะได้ความรักจากใครเลย

            ผมกับพี่เพชรเดินเข้าไปหาพี่ธี ที่กำลังนั่งหยอกล้อเล่นกับตาหนูอย่างมีความสุขในศาลาริมคลอง เมื่อเขาเห็นพวกผมก็เอาลูกมานั่งตักตัวเองไว้ ราวกับหวงของซะอย่างนั้น

            “พี่ไม่ต้องกลัวว่าผมจะแย่งตาหนูหรอก ยังไงซะคืนนี้ผมก็ได้นอนกอดลูกทั้งคืนอยู่แล้ว ช่วงนี้ผมเปิดโอกาสให้ก่อน” ผมเอ่ยประชดไป ให้เขารู้ว่ายังไงผมก็เป็นฝ่ายได้อยู่กับลูกมากกว่าอยู่ดี

            “ถ้างั้นคืนนี้กูจะนอนที่นี่” เขาพูดออกมาหน้าตาเฉย ทำเอาผมตัวสั่นเทาด้วยความโมโห

            “ไม่ได้! ผมไม่ยอมเด็ดขาด”

            “ใช่! กูก็ไม่ยอมเด็ดขาด มึงชักจะมากเกินไปแล้วนะ” พี่เพชรเองก็ค้านอีกเสียง

            “ทำไมพวกมึงต้องทำหน้าตาตื่นขนาดนั้นด้วยวะ กูแค่อยากจะอยู่กับลูก อยากให้พ่อนอนที่นี่ไหมครับตาหนู” เขาก้มลงไปถามลูก

            “แอ้” ตาหนูยิ้มหน้าบานเหมือนรู้ว่าพี่ธีกำลังถามอะไร

            “เห็นไหมลูกยังอยากให้กูนอนด้วยเลย”

            “แต่ผมไม่มีทางยอมเด็ดขาด แค่นี้ผมก็ถือว่าให้โอกาสพี่มากแล้วนะ คนอย่างพี่มันไม่ควรจะมีโอกาสแบบนี้ด้วยซ้ำ”

            “ถ้ากูจะค้างจริงๆ ยังไงมึงก็ห้ามกูไม่ได้หรอก” เขายังหน้าด้านไม่เลิก

            “พี่ธี!” ผมตวาดเสียงดัง จนตาหนูเริ่มเงียบ มองดูพวกผมอย่างประหลาดใจ

            “ว่าแต่กู มึงเองก็ทำตัวไม่ดีให้ลูกเห็นเหมือนกันนั่นล่ะ กูไม่ค้างก็ได้แต่เฉพาะวันนี้เท่านั้นนะ”

            “วันไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น”

            “มึงชักจะมากไปแล้วนะ แค่นี้กูก็ทนมึงมากแล้ว อย่าให้กูต้องทนไม่ไหวไปมากกว่านี้” เขาชอบขู่ผมอยู่เรื่อย

            “มึงแม่งใช้แต่กำลังแก้ปัญหา หัดทำตัวเป็นพ่อที่ดีได้ไหมวะ ถ้ามึงทำไม่ได้กูจะเป็นพ่อของตาหนูให้เอง กูว่าอย่างมึงหาแม่ของลูกได้ไม่ยาก ใครๆ ก็อยากได้มึง มึงจะมีลูกกี่คนก็ได้ ทำไมจะต้องมายุ่งวุ่นวายกับวินและตาหนูด้วยวะ ทั้งที่มึงเองไม่ใช่เหรอที่อยากให้วินออกจากบ้าน” พี่เพชรพูดตรงใจผมมาก อยากจะพูดอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว แต่เขาสำนึกบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้

            “นั่นมันเป็นเรื่องของอนาคต กูจะมีลูกมีเมียกี่คนก็ได้ แต่ตอนนี้ตาหนูคือลูกคนแรกของกู เพราะมีแม่ร่านๆ อย่างมึงไงกูถึงอยากจะเอาลูกไปเลี้ยงเอง”

            “พี่ธี! มันชักจะมากไปแล้วนะ แม้ว่าผมจะร่านมากแค่ไหน แต่ผมก็มีความเป็นคนมากกว่าคนรวยๆ อย่างพวกคุณแน่นอน” ผมไม่ยอมให้ใครมาว่าฝ่ายเดียวหรอก ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนั้นแล้วจะกลัวอะไร

            “ไอ้วิน! มึงไม่เคยสำนึกบุญคุณที่พ่อกับแม่เลี้ยงดูมาเลยเหรอวะ ไอ้เนรคุณ” เขาขี้หน้าผม

            ตอนนี้ตาหนูเริ่มท่าไม่ดีแล้ว ผมกลัวว่าลูกจะร้องไห้จึงยอมเป็นฝ่ายเงียบไปซะเอง

            “ผมไม่เคยลืมบุญคุณของท่าน แต่ผมก็ไม่มีวันลืมสิ่งที่ท่านทำกับผมเหมือนกัน เอาตาหนูคืนมาผมจะพาลูกไปอาบน้ำ” ผมไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดแล้ว อ้างเรื่องนี้พี่ธีน่าจะยอมปล่อยตาหนูมาให้ผม

            “กูจะอาบให้เอง”

            “อย่ามาอวดเก่ง มึงให้น้องวินอาบน้ำให้ลูกเถอะ กูกลัวว่าตาหนูจะสำลักน้ำตายก่อนน่ะสิ” พี่เพชรว่า

            “เออๆ ก็ได้ แต่อาบน้ำแล้วตาหนูต้องมาอยู่กับพ่อนะลูก” เขาเอ่ยกับลูกแล้วหอมแก้มฟอดใหญ่ ทำไมอยู่กับลูกถึงได้มีความอ่อนโยนอย่างนี้นะ ทีกับผมไม่เคยทำแบบนี้เลยสักครั้ง แข็งกระด้างใส่ตั้งแต่เด็กจนโต

            “มึงกลับกับกูตอนนี้เลย ปล่อยให้ลูกอยู่กับแม่เขาบ้าง ยังไงวันหลังก็ได้มาอีกอยู่ดี เขาไม่ย้ายบ้านหนีมึงไปไหนหรอกไอ้ธี”

            “ตาหนูมาหาแม่ครับ” ผมไม่รอให้ลูกมาหา รีบแย่งตัวมาอุ้มไว้ทันที “พวกพี่กลับเถอะครับ พวกผมขออยู่กันตามประสาคนในครอบครัวบ้างเถอะ” ผมจงใจพูดให้พี่ธีรู้ตัวว่ากำลังเป็นส่วนเกินของบ้านหลังนี้

            “ถ้างั้นพี่กลับก่อนนะน้องวิน เดี๋ยววันหลังจะมาใหม่”

            “ถ้าจะให้ดีพี่เพชรช่วยพาเพื่อนมาสักอาทิตย์ละครั้งก็ได้นะครับ ถ้าบ่อยเกินผมว่ามันอาจจะทำให้ตาหนูอึดอัด ที่มีคนอื่นเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตมากเกินไป” ผมพูดประชดประชันพี่ธี พี่เพชรเองก็รู้ดีจึงไม่เอ่ยอะไรตอบกลับมา ได้แต่พยักหน้ารับ

            “ถ้าจะพูดกับกูก็พูดมาตรงๆ อย่าอ้อมค้อม”

            “ก็รู้ตัวนี่”

            “มึงอย่าคิดว่าที่กูยอมเพราะใจดีกับมึง สักวันเถอะมึงจะได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่” เขาชี้หน้าขู่ผม อย่างนี้จะให้ผมไว้ใจได้ยังไงกันล่ะ

            “พี่คิดจะทำอะไร”

            “เปล่าไม่ได้จะทำอะไร” เขาทำหน้ากวน นั่นยิ่งทำให้ผมโมโหเข้าไปใหญ่

            “ยิ่งพี่พูดอย่างนี้ผมยิ่งไม่ไว้ใจ”

            “กูก็พูดเอาชนะมึงไปอย่างนั้นล่ะ”

            “รีบกลับไปเถอะ วันนี้ผมปวดหัวกับพี่มากพอแล้ว”

            ขณะผมกำลังจะอุ้มตาหนูเดินมานั้น พี่ธีก็รั้งแขนผมไว้ แล้วโน้มใบหน้าเข้ามาหอมแก้มตาหนูอีกครั้ง ทำให้ใบหน้าเราทั้งคู่อยู่ใกล้กันมาก จนผมได้กลิ่นกายที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา ผมยังคงจำกลิ่นนี้ได้ไม่มีวันลืม ในคืนนั้น คืนที่ผมกำลังจะเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง แต่กลับถูกฉุดเข้าไปในห้องของเขาแทน

            “พ่อ แอ้ๆ” ตอนนี้ตาหนูเริ่มเรียกเขาว่าพ่อบ่อยขึ้น เพราะวันนี้ทั้งวันเขาเอาแต่สอนลูกพูดคำนี้ ทำอย่างกับกลัวว่าลูกจะจำไม่ได้อย่างนั้นล่ะ

            “พ่อไปแล้วนะครับตาหนู เอาไว้พรุ่งนี้พ่อจะมาหาใหม่” เขาพูดกับลูกแล้วมองผมแวบหนึ่ง ก่อนจะผละใบหน้าออกไป

            “ขับรถกลับดีๆ นะครับพี่เพชร ขอบคุณมากที่ช่วยขายของ ลำบากแย่เลย” ผมอยากให้เขารู้ว่า คนอย่างเขาไม่ได้มีตัวตนในสายตาผมเลย จึงเลือกที่จะพูดเอาใจพี่เพชรต่อหน้า

            “ไม่เป็นไรครับพี่ยินดี ขายข้าวแกงก็สนุกดีเหมือนกันนะ เอาไว้ว่างๆ พี่จะมาช่วยอีก”

            “อย่าเลยครับแค่นี้ก็เกรงใจจะแย่แล้ว มาเป็นลูกค้าเหมือนเดิมดีกว่าเนาะ” ผมส่งยิ้มให้ พี่ธียืนอยู่ตรงกลางฟังพวกผมสนทนากัน ดูท่าทางจะอารมณ์เสียไม่น้อย

            “ถ้าน้องวินต้องการแบบนั้นพี่ก็ไม่ขัด จะตามใจน้องวินทุกอย่างเลยครับ”

            “ขอบคุณครับที่เข้าใจผมมาตลอด”

            “ไอ้เพชรมึงจะกลับได้รึยังวะ”

            “อ้าว! มึงก็กลับไปดิวะ วันนี้กูกับมึงมาคนละคันเว้ย”

            “แล้วไง! เจ้าของบ้านเขาอยากจะให้เราออกไปจะแย่แล้ว ยังจะมายืนเพ้ออยู่ได้” ว่าแล้วพี่ธีก็ดึงแขนเพื่อนออกไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง คงทนฟังไม่ได้ล่ะสิที่เห็นคนอื่นได้รับความสนใจมากกว่า คนอย่างเขาเป็นพวกชอบเรียกร้องความสนใจ เห็นคนอื่นได้รับความรักกว่าไม่ได้

            “เดี๋ยวลุงมาหาใหม่นะครับตาหนู” พี่เพชรยังอุตส่าห์หันมาเอ่ยกับตาหนู ขณะโดนเพื่อนรักลากตัวออกไป

            มีพี่เพชรมาด้วยอย่างนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจขึ้น แต่วันหลังหากพี่ธีมาเพียงคนเดียว พวกเราคงได้ทำสงครามน้ำลายกันอีกอย่างแน่นอน ด้วยความกวนของเขาผมกลัวว่าจะอดใจไม่อยู่ จำต้องด่าออกไปด้วยความโมโห สงสัยผมคงจะเก็บกดมาตั้งแต่อยู่บ้านหลังนั้นแล้ว สมัยก่อนผมแทบไม่กล้าพูดตอบโต้อะไรเลย เพราะกลัวว่าแม่จะตีที่บังอาจต่อล้อต่อเถียงกับลูกชายสุดที่รัก แต่วันนี้ผมไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองแบบนั้นอีกแล้ว...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #7 เรนนี่ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 22:43

    อารมณ์แบบเด็กชายชอบแกล้งคนที่ชอบเหรอ แต่แกล้งแรงไปนะ

    #7
    0