พี่ชายที่ร้าย [Mpreg]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,985 Views

  • 74 Comments

  • 313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    6,985

ตอนที่ 3 : เผชิญหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    20 ส.ค. 61

บทที่ 2

เผชิญหน้า

 

          “มาแล้วครับยาย” ผมอุ้มลูกชายตัวน้อยเดินมาหายายจันทร์ หลังจากพาไอ้ตัวเล็กไปเข้าห้องน้ำมา

            “เอ็งนั่งพักเถอะเดี๋ยวยายจะขายเอง” ยายจันทร์บอก ผมยิ้มให้แล้วพาตาหนูไปนั่งบนเสื่อ ผมกับยายจันทร์จะสลับกันขายอย่างนี้เป็นประจำ

            “วันนี้ไม่เห็นพี่เพชรมาเลยอ่ะยาย สงสัยคงจะรีบไปเรียน” ผมบ่นหาพี่เพชร เพราะวันนี้ยังไม่เห็นหน้าเลยสักครั้ง ขาดลูกค้าขาประจำไปสักคน ก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง

            “ช่วงที่เอ็งพาตาหนูไปห้องน้ำ พ่อเพชรเขามาแล้ว แต่ซื้อใส่กล่องไป” ยายจันทร์หันมาบอก

            “อ๋อ ผมก็นึกว่ายังไม่มาซะอีก”

            “เอ๊ะ! นี่มันหนังสือพ่อเพชรรึเปล่าวิน” ยายจันทร์หยิบหนังสือเล่มหนึ่งยกขึ้นให้ผมดู ผมอุ้มลูกลุกขึ้นไปหายายจันทร์ หยิบหนังสือเล่มนั้นมาดูใกล้ๆ ใช่จริงๆ ด้วย หนังสือพี่วิน

            “ใช่ครับยาย ผมจำได้เห็นพี่เขาถือมาด้วยบ่อยๆ” แล้วอย่างนี้ผมจะติดต่อพี่เพชรยังไง เบอร์โทรก็ไม่มีซะด้วยสิ

            “จะรู้ตัวไหมเนี่ยว่าลืมของไว้” ยายจันทร์เอ่ย

            “ไม่เป็นไรหรอกครับยายเดี๋ยวพี่เพชรคงจะมาเอาแหละ”

            “ถ้างั้นเอ็งก็เก็บไว้ให้พี่เขาด้วยละกัน”

            “ครับยาย”

            ผมอุ้มลูกไปนั่งที่เดิม นั่งเล่นกับธนนท์ได้สักพัก ก็มีเสียงที่คุ้นหูเอ่ยกับยายจันทร์

            “ยายเห็นหนังสือผมวางอยู่แถวนี้ไหมครับ” เป็นพี่เพชรนั่นเองที่เดินเข้ามาถามยายจันทร์

            “อ้าว! มาพอดีเลย ยายนึกว่าจะมาเอาพรุ่งนี้ซะอีก” ยายจันทร์เอ่ย ผมลุกขึ้นหยิบหนังสือไปให้พี่เพชรทันที

            “นี่ครับพี่เพชร ของสำคัญอย่างนี้ลืมได้ไงเนี่ย”

            “พี่มันคนขี้ลืมอ่ะ ขอบใจนะ” พี่เพชรยิ้มให้ผม

            “ครับ...วันหลังห้ามลืมนะ ผมไม่เก็บไว้ให้ด้วย” ผมแกล้งแหย่ไป

            “จริงๆ แล้วพี่ก็ลืมของไว้ที่นี่ทุกวันนะ”

            “ลืมอะไรครับ ผมไม่ยักเห็นเลย” ผมทำหน้างง

            “ก็หัวใจพี่ไง ลืมไว้กับวินทุกวันเลย แต่อันนี้ไม่ต้องคืนนะพี่อยากให้วินเก็บไว้ตลอดไป” ว่าแล้วไง ยิงมุกมาซะผมหน้าเหวอเลยทีเดียว

            “ตลกแล้วพี่ รีบไปเรียนเถอะครับเดี๋ยวอาจารย์ก็ตัดคะแนนหรอก”

            “ครับผม เห็นหน้าหวานๆ อย่างนี้ดุจังเลยนะเรา”

            “ก็นิดหน่อยครับ...ตั้งใจเรียนนะครับพี่เพชร”

            “ได้ยินอย่างนี้พี่ยิ่งมีกำลังใจเรียน น้าไปก่อนนะครับตัวเล็ก” ว่าแล้วพี่เพชรก็ก้มมาหอมแก้มตาหนู เหมือนลูกชายผมจะชอบพี่เพชรมาก หัวเราะชอบใจทุกครั้งเวลาเห็นพี่เพชร ไม่แน่ตาหนูอาจจะคิดว่าพี่เพชรเป็นพ่อไปแล้วก็ได้ เพราะแวะเวียนมาหาผมแทบทุกวัน

            “ชักช้าอยู่ได้มึงเดี๋ยวก็สายหรอก” เสียงใครบางคนดังมาจากด้านหลัง ทำเอาหัวใจผมหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียงทุ้มนั้นช่างคล้ายกับเสียงของพี่ธีมากเหลือเกิน หวังว่าคงจะไม่ใช่อย่างที่ผมคิดหรอกนะ โลกมันคงจะไม่กลมขนาดนั้นหรอก

            “กูกำลังไปอยู่นี่ไงวะ เป็นวัยรุ่นใจร้อนไปได้” พี่เพชรหันไปเอ่ยกับเพื่อน ส่วนผมลังเลใจว่าจะหันไปมองดีหรือเปล่า ถ้าใช่พี่ธีจริงๆ ผมจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย

            “พ่อ” อยู่ๆ ตาหนูก็เอ่ยคำว่าพ่อออกมา ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะผมไม่เคยสอนให้ลูกพูดคำนี้เลย หรือว่าอาจจะได้ยินจากในละคร เพราะช่วงนี้นั่งดูกับยายจันทร์บ่อยๆ

            “สงสัยไอ้ตัวเล็กคงอยากให้พี่เป็นพ่อนะเนี่ย ถึงเรียกพี่ว่าพ่อ” พี่เพชรยิ้มให้ผม ดูท่าทางดีใจซะเหลือเกิน

            “เฮ้ย! ไอ้ธีนี่น้องวินเว้ย เจ้าของร้านขายข้าวแกงที่อร่อยที่สุดในย่านนี้” อยู่ๆ พี่เพชรก็แนะนำผมให้รู้จัก แต่เอ๊ะ! เขาคนนั้นชื่อธี มันไม่จริงใช่ไหม...

            “ทำไมต้องแนะนำ กูไม่อยากรู้จักสักหน่อย” ประโยคที่เอ่ยออกมานั้นทำให้ผมมั่นใจแล้วว่าเขาคือพี่ธีจริงๆ ชอบดูถูกคนอื่นอย่างนี้มีเพียงคนเดียวในโลกแน่นอน

            “ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับพี่เพชร” ผมเอ่ยแล้วรีบเดินไปหายายจันทร์ก่อนที่เขาจะเห็นใบหน้าผม

            “เดี๋ยว! ทำไมฉันรู้สึกคุ้นเสียงนายจัง” เขาสั่งให้ผมหยุด แม้จะยังไม่รู้ว่าเป็นผม แต่เขาก็ยังชอบออกคำสั่งอยู่เหมือนเดิม

นิสัยเสียไม่เคยเปลี่ยน...

            “มึงไม่ต้องเลยไอ้ธี เสียมารยาทกับน้องวินขนาดนั้นแล้วใครอยากจะคุยกับมึงวะ” ยิ่งพี่เพชรเอ่ยชื่อผมให้เขาได้ยิน ผมยิ่งรู้สึกกลัว กลัวว่าถ้ารู้ว่าผมมีลูก แล้วจะแย่งตาหนูไปจากผม

            “วินงั้นเหรอ..” เขาเอ่ยออกมาเสียงดัง ในวินาทีนี้ผมไม่รอให้สิ่งที่ผมกลัวเกิดขึ้นแน่ รีบเดินออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เขาตะโกนตามหลังมา ผมรีบอุ้มลูกเดินเร็ว แล้วนั่งวินหนีไปทันที

เมื่อลุงวินขับออกมาได้สักพักผมก็หันกลับไปมอง เขาคนนั้นยังคงมองมาที่ผม เขาจะรู้ไหมนะว่าเป็นผม ถ้าเขารู้จะทำยังไงดีล่ะ ตอนนี้สมองมันตันไปหมด

            ผมให้ลุงวินมาส่งที่บ้าน และฝากไปบอกยายจันทร์ด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อลูกชายหลับไปแล้วผมก็นั่งคิดหาทางออก หากพี่ธีไม่รู้ว่าตาหนูคือลูกก็คงดี เขาคงไม่มาตามรังควานผมแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ก็อยากให้ผมออกจากบ้านหลังนั้นอยู่แล้ว แต่ทว่าพี่ธีอาจจะถามเรื่องผมจากพี่เพชร แน่นอนว่าเขาต้องรู้อยู่แล้ว เพราะพี่เพชรเองก็รู้ว่าผมเป็นแม่แท้ๆ ของตาหนู

            นั่งคิดใคร่ครวญอยู่ได้สักพักยายจันทร์ก็เดินเข้ามาหา

            “วินเอ็งเป็นยังไงบ้าง ยายเป็นห่วงเลยรีบกลับมาดู” ยายจันทร์เดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าเป็นห่วง

            “ผมไม่เป็นไรครับยาย ผมขอโทษที่อยู่ๆ ก็รีบกลับมา”

            “ไม่เป็นไร ขอแค่เอ็งกับตาหนูไม่เป็นไรยายก็หายห่วงแล้ว สักพักถึงจะกลับไปดูร้านต่อ ฝากยายปลีช่วยดูให้” ยายปลีคือคนขายลูกชิ้นทอดร้านที่อยู่ใกล้กัน

            “เดี๋ยวผมกลับไปขายเองก็ได้ครับยาย ยายอยู่ดูตาหนูที่นี่ล่ะ”

            “ไม่เป็นไรยายไปเองก็ได้ ยายรู้ว่าตอนนี้เอ็งกำลังหลบหน้าใครบางคนอยู่ ว่าแต่เอ็งรู้จักกับเพื่อนของพ่อเพชรมาก่อนเหรอ ถึงได้หนีมาซะอย่างนั้น” ยายจันทร์เอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย

            “ยายครับ...ผมกลัวว่าเขาจะมาพรากตาหนูไป เพื่อนพี่เพชรก็คือพ่อของตาหนูครับ ทำไมโลกมันถึงได้กลมอย่างนี้นะ” ผมเอ่ยแล้วถอนหายใจเสียงดัง จนยายต้องเดินเข้ามาจับมือผมไว้เพื่อปลอบใจ

            “ยายจะไม่ให้ใครมาพรากเอ็งกับตาหนูไปจากยายแน่นอน ถ้าเอ็งกลัวเราจะเปลี่ยนที่ขายกัน ไปขายที่อื่นไม่ให้พ่อเพชรรู้ดีไหม” ยายจันทร์แนะนำ

            “ยังไงพี่เพชรก็ต้องรู้อยู่ดีครับยาย ใครๆ ก็รู้จักเรายังไงซะก็หนีไม่พ้นหรอก”

            “แล้วจะทำยังไงดีล่ะ หรือเอ็งกับลูกจะย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อนสักพัก”

            “ผมจะไปอยู่ไหนล่ะครับยาย อีกอย่างจะให้ผมทิ้งยายอยู่คนเดียวผมทำไม่ได้หรอก ยังไงเราก็ต้องอยู่ด้วยกัน” ทำไมผมจะต้องหนีด้วยล่ะในเมื่อผมไม่ได้ทำอะไรผิด เอาวะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ในเมื่อผมคิดจะตัดขาดจากคนพวกนั้นแล้ว ผมก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไร ตาหนูเป็นลูกผมเพียงคนเดียว ผมจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งไปไหนเด็ดขาด

            “อย่างนี้เอ็งก็ต้องเดือดร้อนน่ะสิ”  

            “ช่างมันเถอะยาย ผมตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตเหมือนเดิม ถ้าใครมาทำผม ผมก็จะไม่มีทางยอมเด็ดขาด ผมกับคนพวกนั้นตัดขาดกันไปตั้งนานแล้ว พวกเขาไม่มีสิทธิ์ในตัวผมกับลูกเลยแม้แต่น้อย” ผมจับมือยายจันทร์ไว้แน่น ส่งยิ้มให้ เพื่อให้ยายไม่ต้องคิดมาก

            “ยายจะอยู่ข้างเอ็ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะอยู่ด้วยกันอย่างนี้ตลอดไป” ยายจันทร์เอ่ย ผมได้ยินก็น้ำตาร่วงทันที ตั้งแต่เกิดมาไม่นึกว่าจะมีคนที่ดีกับผมอย่างนี้ ทั้งที่เราไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันเลย แต่คนที่มีสายเลือดเดียวกับผม กลับทิ้งผมไว้ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ผมจะไม่มีทางไปสืบเสาะหาว่าใครคือพ่อแม่เด็ดขาด เพราะคนที่เป็นทั้งพ่อและแม่ผมตอนนี้ก็คือยายจันทร์คนเดียวเท่านั้น

 

            หลังจากปรับทุกข์กับยายจันทร์แล้ว ผมก็นั่งวินกลับมาขายข้าวแกงต่อ ตอนนี้ของใกล้จะหมดหม้อแล้ว อีกไม่นานคงได้กลับบ้าน ผมจึงเตรียมตัวเก็บของบางส่วน ในระหว่างนั้นก็มีลูกค้ามายืนตรงหน้ารถเข็น จึงเงยขึ้นไปดู เข่าแทบทรุดเมื่อรู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นใคร

            “พี่ธี!” ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจผมเต้นแรง มือสั่นเทาทำอะไรไม่ถูก

            “ในที่สุดกูก็ได้เจอมึงอีกครั้ง ที่ไหนได้มาขายข้าวแกงข้างถนนอยู่ที่นี่เอง” พี่ธียืนกอดอกมองเหยียดผมด้วยความสมเพช

            “ผมไม่มีอะไรจะพูดกับคนอย่างพวกคุณแล้ว อย่ามายุ่งกับผมอีกเลยครับ ในเมื่อพี่เองเป็นคนทำให้ผมต้องหนีออกมา แล้วจะมาอะไรกับผมอีก” ผมตั้งสติตอบกลับเสียงแข็ง ต้องเข้มแข็งเข้าไว้เพื่อลูก

            “สันดานมึงยังเหมือนเดิมเลยว่ะ จับแต่คนรวยๆ คนก่อนก็เพื่อนเก่ากู ตอนนี้ก็ไอ้เพชรอีก มึงมันจะร่านไปถึงไหนกันวะ” พี่ธีตะโกนใส่หน้าผมเสียงดัง จนคนแถวนั้นมองดูอย่างสนใจ

            “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ นี่มันชีวิตผม ผมจะเอากับใครมันก็เรื่องของผม พี่ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น อย่ามายุ่งกับผมอีกไม่งั้นผมแจ้งตำรวจมาจับพี่แน่” ผมรู้ว่าตำรวจคงไม่สามารถทำอะไรคนพวกนั้นได้ แต่มันไม่มีวิธีไหนที่จะข่มขู่อีกฝ่ายได้อีกแล้ว

            “กูไม่อยากจะยุ่งกับมึงนักหรอก คนอย่างมึงคงจะร่านให้ใครต่อใครเอา เนื้อตัวน่ารังเกียจยิ่งกว่าอะไร” คำพูดนั้นทำเอาผมถึงกับน้ำตาไหล ในชีวิตนี้ผมไม่เคยมีอะไรกับใคร นอกจากคืนนั้นที่พี่ธีข่มขืนผม เขาทำร้ายร่างกายไม่พอ ยังทำร้ายจิตใจผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            “ผมดีใจที่พี่คิดอย่างนี้ เราจะได้ต่างคนต่างอยู่ ผมเองก็ไม่อยากเห็นหน้าคนที่ทำร้ายผมนักหรอก”

            “มึงอย่าเพิ่งดีใจไปสิวะ คนอย่างกูถ้าไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่มีทางทนยืนอยู่หน้าร้านขายข้าวแกงสกปรกๆ อย่างนี้หรอก”

            “พี่หมายความว่าไง” หัวใจผมเต้นแรง กลัวว่าประโยคที่พี่ธีจะเอ่ยออกมามันจะเกี่ยวกับเรื่องลูก ถ้าเป็นอย่างนั้นแสดงว่าพี่ธีเริ่มสงสัยแล้วว่าตาหนูคือลูกของเขา

            “เด็กคนนั้นเป็นลูกกูใช่ไหม” เขาเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก จ้องตาผมเขม็ง เหมือนข่มขู่ว่าให้พูดความจริงออกมา แต่มันไม่สามารถขู่ผมได้หรอก เพราะถึงยังไงผมก็ไม่มีทางให้พี่ธีรู้ความจริงเด็ดขาด

            “ไม่ใช่!

            “แล้วมันเป็นลูกใคร” เขาตะคอกถามผม

            “พี่ไม่จำเป็นต้องรู้หรอก เพราะถึงยังไงตาหนูก็ไม่ใช่ลูกของพี่”

            “กูไม่เชื่อมึง จนกว่าจะได้ตรวจดีเอ็นเอ”

            “ไม่ได้! ผมไม่ยอมให้ตรวจเด็ดขาด บอกไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ไง ทำไมถึงได้เข้าใจยากนักวะ” ผมทนไม่ไหวกับความรั้นของพี่ธี จึงตะโกนใส่เสียงดัง ในขณะที่น้ำตาผมก็ไหลลงมาเป็นสายไม่ยอมหยุด ผมกลัวว่าเขาจะทำอย่างนั้นจริงๆ

            “ยิ่งมึงมีพิรุธอย่างนี้กูยิ่งมั่นใจว่าเด็กคนนั้นคือลูกกูแน่นอน ไม่ตรวจก็ได้แต่เด็กคนนั้นต้องไปอยู่กับกู”

            “ไม่มีทางผมไม่ยอมให้ตาหนูไปไหน เขาคือลูกผมคนเดียว พี่ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น อย่ามายุ่งกับพวกเราเลยนะ ตอนนี้ผมมีชีวิตใหม่แล้ว เห็นใจผมเถอะนะครับพี่ธี” ผมยกมือไหว้ขอร้องเขา ทำทุกอย่างให้เราสองแม่ลูกได้อยู่ด้วยกันอย่างไม่มีอุปสรรค

            “แต่กูคือพ่อ กูทำมันมากับมือ”

            “พ่องั้นเหรอ? ทำมากับมืองั้นเหรอ? พี่ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่ข่มขืนผม ยังจะมาอ้างสิทธิ์ความเป็นพ่ออีก หน้าไม่อายเลยจริงๆ สิ่งที่พี่ทำกับผมไว้ ผมจะไม่มีทางลืมมันไปตลอดชีวิต”

            “อย่ามาทำปากดีกับกู” เขาเดินเข้ามาใกล้ จับแข็นผมบีบไว้แน่น จนผมต้องทำหน้าเหยเกเพราะรู้สึกเจ็บ

            “ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ!

            “ทำไมต้องปล่อยวะ ในเมื่อมึงมันก็เคยเป็นของที่กูเคยเอามาแล้ว กูจะทำอะไรกับมึงก็ได้” เขาพูดจาหยาบคายใส่หน้าผม ราวกับเป็นสิ่งของชิ้นหนึ่งที่จะทำอะไรก็ได้

            “ถ้าไม่ปล่อยผมจะร้องให้คนช่วย ถ้าพี่ไม่อยากเจ็บตัวก็เชิญ”

            “ถ้ามึงทำอย่างนั้นกูรับรอง ว่ามึงจะไม่มีทางได้อยู่อย่างสงบสุขแน่นอน ร้านสัปปะรังเคของมึงกูจะสั่งคนมาทำลายตอนไหนก็ได้ ถ้ามึงไม่ให้ลูกมาอยู่กับกู มึงจะโดนรังควานอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบ เลือกเองว่าจะเอาแบบไหน” เขาขู่ผมอีกแล้ว ทุกเสี้ยวความคิดของผู้ชายคนนี้ มีแต่เรื่องเอาชนะ

            “ผมไม่กลัวพี่หรอก ลูกจะต้องอยู่กับผมเท่านั้น” ผมจ้องตาอย่างไม่ลดละ ก่อนจะตะโกนเรียกให้ลุงวินแถวนั้นเข้ามาช่วย “ช่วยด้วยครับ! ช่วยด้วย มีคนจะทำร้ายผม!

            “ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” เมื่อเห็นกลุ่มลุงวินวิ่งตรงมา พี่ธีก็ปล่อยมือผมแล้วรีบวิ่งขึ้นรถขับออกไป เห็นอย่างนั้นผมก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง

            “เอ็งเป็นอะไรรึเปล่าวิน” ลุงจอมวิ่งมาถึงก็เอ่ยถามผมทันที

            “ไม่เป็นไรครับลุง ขอบคุณทุกคนมากนะครับที่มาช่วยผม”

            “ว่าแต่ทำไมจู่ๆ มันถึงได้จะทำร้ายเอ็งวะ ลุงเห็นยืนคุยกันอยู่ตั้งนาน นึกว่ารู้จักกันซะอีก”

            “ใช่ครับ เราเคยรู้จักกัน แต่เราเคยมีเรื่องกันมาก่อน เขาเคยทำร้ายร่างกายผมมาหลายครั้งแล้ว ทั้งที่ผมไม่เคยเอาเรื่อง แต่เขากลับไม่ยอมจบเสียที ถ้าลุงเห็นผู้ชายคนนี้อีกบอกผมหน่อยนะครับ ผมจะได้ระวังตัว ผมไม่อยากมีเรื่องครับลุง” อย่างน้อยผมก็ยังมีพี่ๆ วินช่วยดูต้นทางให้อีกแรง เผื่อคราวหน้าเกิดเรื่องขึ้นอีกจะได้มีคนคอยช่วยเหลือ

            “ถ้าเห็นมันมาอีก เดี๋ยวลุงจะช่วยจัดการเองไม่ต้องห่วง คนสมัยนี้มันใจร้ายใจดำกันจังวะ ทำร้ายคนไม่มีทางสู้ได้ลงคอ” ลุงวินบ่น

            “ขอบคุณมากๆ นะครับ ถ้าไม่มีทุกคนผมคงแย่ไปแล้ว”

            “ไม่เป็นไรหรอก เอ็งอยู่ที่นี่นานจนเป็นเหมือนลูกหลานคนที่นี่ไปแล้ว เดี๋ยวพวกลุงไปขับวินต่อก่อนนะ ระวังตัวด้วยล่ะ”

            “ครับลุง”

            หลังจากทุกคนเดินไปแล้วผมก็นั่งลงที่เก้าอี้ ปาดเหงื่อที่มันผุดออกมาไม่ยอมหยุด จากนี้ผมจะต้องเจออะไรอีกบ้างก็ไม่รู้ นั่นเป็นการบ้านที่ผมจะต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ชายเลวๆ คนนั้น ไม่ต้องมายุ่งกับผมและลูกอีก

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #61 NaokiChun (@NaokiChun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 12:12
    ใจร้ายจัง!
    #61
    0
  2. #20 fatipa (@tipawadee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 14:39
    ทำไมธีร้ายขนาดนี้
    #20
    0
  3. #4 JUNENUTCHA (@JUNENUTCHA) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 07:26
    สู้ๆน่ะแม่วิน พระเอกนี่ขู่เก่ง ใจร้ายเก่งจริงๆ
    #4
    0