ตอนที่ 19 : เพลิงพระนาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 ธ.ค. 61

 บทที่ 19

เพลิงพระนาง

         

            เสียงปี่กลองแตรสังข์ดังมโหระทึกกึกก้องไปทั่วทั้งเมือง บ่งบอกว่าได้ถึงฤกษ์งามยามดีสำหรับเริ่มต้นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นทางการ ประชาชนชาวเมืองเชียงราชคำต่างหลั่งไหลเข้ามาภายในกำแพงเมืองไม่ขาดสาย นั่งอย่างเป็นระเบียบอยู่หน้าหอหลวง โดยมีนายทหารเป็นผู้ควบคุมความเรียบร้อย ทางเดินตรงกลางถูกกันไว้เป็นแนวยาวจนถึงหน้าประตูเมือง ถูกปูด้วยพรมกำมะหยี่สีทับทิม เพื่อให้เจ้าหลวงองค์ใหม่เดินออกมาทักทายประชาชนอันเป็นที่รัก หลังจากเสร็จสิ้นพิธีราชาภิเษกและถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาแล้ว

            ผู้ครองนครหัวเมืองน้อยใหญ่และเมืองประเทศราช ต่างก็มารวมตัวกันในหอหลวง เข้าร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นสักขีพยานและประกาศก้อง ให้เจ้าเมืองทุกเมืองได้เห็นหน้าค่าตาของเจ้าหลวงองค์ใหม่ ซึ่งต้องให้การเคารพยำเกรงไม่ต่างจากเจ้าหลวงองค์ก่อน

            ในขณะที่ทุกคนได้รวมตัวกันที่หอหลวงแล้ว แต่ทว่าขบวนเสลี่ยงของเจ้านางเครือแก้วยังไม่ได้ย่างกรายออกจากคุ้ม นั่นเพราะฤทธิ์ยานอนหลับที่นางเขียนได้แอบลักลอบนำไปใส่ในน้ำดื่ม ทำให้คนในคุ้มนั้นหลับลึกจนนอนตื่นสายกินบ้านกินเมือง แต่ทว่าความร้ายกาจของนางเขียนกลับยังไม่หมดแค่นั้น

            “พวกเอ็งรีบพาข้าไปหอหลวงบัดเดี๋ยวนี้ เกิดเหตุอันใดขึ้นกับข้าเนี่ยจึงได้นอนหลับไม่รู้เรื่องเยี่ยงนี้” เจ้านางผู้มีใบหน้างดงามบ่นออกมาขณะเดินขึ้นไปนั่งบนเสลี่ยง

ทหารทั้งสี่นายยกเสลี่ยงขึ้นพร้อมกันกำลังจะเดินไป แต่ทว่าเครือแก้วกลับสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ เจ้าหล่อนมองหานางข้าไทผู้ที่คอยตามรับใช้ แต่กลับไม่พบใครตามออกมาจากคุ้มด้วยเลยสักคน

“ช้าก่อน! เหตุใดอีพวกนางข้าไทจึงยังไม่ออกมาสักคน”

            “ข้าเจ้าหารู้ไม่เจ้า” หนึ่งในชายที่กำลังแบกเสลี่ยงตอบคำถาม

            “เฮ้อ! ช่างหัวพวกมัน รอให้ข้ากลับมาก่อนเถิดจักลงหวายให้หลังลายเลยทีเดียว พวกเอ็งจงเร่งฝีเท้าให้ทันพิธีการบัดเดี๋ยวนี้”

            “เจ้า” ชายทั้งสี่กระตุกยิ้มก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปจากหน้าคุ้ม

            นางเขียนกำลังแอบมองอยู่หลังพุ่มไม้แสยะยิ้มด้วยความสะใจ วันนี้เครือแก้วจะได้รู้ว่าการอยู่อย่างตายทั้งเป็นมันเป็นยังไง นั่นเพราะนางเขียนได้ทำคุณไสยให้ทหารทั้งสี่นายหลงเสน่ห์เจ้านางเครือแก้ว และจุดมุ่งหมายของขบวนเสลี่ยงก็คือนอกกำแพงเมือง กว่าพิธีราชาภิเษกจะเสร็จสิ้นลง เครือแก้วคงได้เป็นเมียของชายฉกรรจ์ทั้งสี่ไปไม่รู้ต่อกี่รอบแล้ว

            ขบวนเสลี่ยงออกมาได้สักพัก เครือแก้วก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ นั่นเพราะทั้งสี่หนุ่มกำลังพาเจ้าหล่อนเดินลัดเลาะออกไปนอกกำแพงเมือง แทนที่จะมุ่งตรงไปยังหอหลวงตามคำสั่ง

            “พวกเอ็งจักพาข้าไปที่ใด ข้าบอกให้ไปหลวงไม่ใช่รึ!” นางตะโกนเสียงดังด้วยท่าทีร้อนใจ เกรงว่าจะเข้าร่วมพิธีไม่ทันการ

            “เจ้าเมืองแมนสั่งให้ข้าเจ้าพาเจ้านางไปหาที่นอกกำแพงเมืองเจ้า”

            “เหตุใดเจ้าพี่จึงสั่งเยี่ยงนั้น ในเมื่อวันนี้เจ้าพี่ควรต้องเข้าไปอยู่ในหอหลวงไม่ใช่รึ” เครือแก้วแทบไม่อยากจะเชื่อว่าสวามีจะสั่งการอย่างนั้น ไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะต้องออกไปนอกกำแพงเมืองในเวลานี้

            “ข้าเจ้าหารู้เหตุผลไม่ เพียงรับคำสั่งมาเท่านั้นเจ้า”

            “แต่ข้าหาเชื่อพวกเอ็งไม่ พาข้ากลับไปที่หอหลวงบัดเดี๋ยวนี้”

            “คงไม่ได้แล้วล่ะเจ้านาง เพราะวันนี้พวกข้าจักพาเจ้านางไปขึ้นสวรรค์ด้วยกันเช่นใดเล่า ฮ่าๆๆ” พูดจบชายฉกรรจ์ทั้งสี่ก็หัวเราะพร้อมกันเสียงดัง

            “ปล่อยข้าลงบัดเดี๋ยวนี้ไอ้พวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ข้าจักสั่งให้เจ้าพี่ตัดคอพวกเอ็งให้หมดทุกคนเลยคอยดู” เครือแก้วพยายามหาทางลงจากเสลี่ยง แต่ทว่าชายทั้งสี่กลับเร่งฝีเท้าด้วยความเร็ว นางจึงกลัวว่าจะตกลงไปจนบาดเจ็บ

            “หากกล่าวเยี่ยงนั้นเจ้านางเองจะมีแต่เสียกับเสีย ตรองให้ดีนะเจ้านางคนงาม”

            “ไอ้พวกสารเลว ไอ้พวกชั้นต่ำ ขี้กากจะกินกบาลพวกเอ็งคอยดู”

            มาถึงป่าละเมาะนอกกำแพงเมืองแล้ว ชายทั้งสี่ก็นำตัวเครือแก้วลงมาจากเสลี่ยง จากนั้นจึงใช้กำลังบังคับให้นอนราบลงบนพื้น นางดิ้นรนส่งเสียงร้องโวยวายปานจะขาดใจ แต่ทว่ากลับถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะของคนทั้งสี่

            “ฮ่าๆๆ ร้องให้ตายก็หามีใครได้ยินไม่ เจ้านางช่างงามเหลือเกิน วันนี้จงเป็นของพวกข้าเสียเถิด ถึงอย่างไรตอนนี้เจ้านางหาได้เป็นที่รักของเจ้าเมืองแมนเหมือนเดิมไม่ เจ้านางไร้ประโยชน์เยี่ยงเจ้าคู่ควรกับพวกข้ายิ่งกว่า”

            “ไม่! ปล่อยกูเดี๋ยวนี้ ปล่อยสิวะไอ้พวกไพร่ กรี๊ดดดด!!!

            เครือแก้วถูกชายฉกรรจ์ทั้งสี่ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมอบรสสวาทให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหนำใจ จากนั้นพวกมันทั้งสี่ก็รีบวิ่งหนีหายไปในกลีบเมฆ นั้นเพราะกลัวความผิดหลังจากมนต์เสน่ห์ ที่นางเขียนจ้างวานให้หมอเสน่ห์ทำไว้ได้คลายลงจนหมดสิ้น

            ความบอบช้ำจากการโดนย่ำยีอย่างป่าเถื่อน ทำให้เนื้อตัวของเครือแก้วมีรอยแดงช้ำเต็มไปหมด เจ้าหล่อนนั่งร้องไห้ร้องห่มกอดตัวเอง เดินโซซัดโซเซออกมาจากป่าละเมาะด้วยความหวาดกลัว

            “ฮือๆๆ ช่วยข้าด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าที”

            เรี่ยวแรงที่เหลือน้อยเต็มที ทำให้ร่างบอบบางล้มฟลุบลงบนพื้นหญ้าอย่างสิ้นท่า น้ำหยาดใสไหลหยดลงพื้นอยู่เนืองๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตัวเองเพิ่งประสบพบเจอมา ความเคียดแค้นภายในใจของเจ้านางทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะมั่นใจว่าเมืองแมนคือผู้สั่งการให้ทหารทั้งสี่นำพาตนมาย่ำยี เพราะหากไม่มีคนสั่งการมีหรือที่พวกมันจะกล้าทำอย่างนี้ ความเคียดแค้นนั้นพาลไปถึงคำน้อย ผู้ที่ทำให้เมืองแมนหลงเสน่ห์อย่างโงหัวไม่ขึ้น

ในขณะที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความคิดอยู่นั้น ใบหูที่แนบชิดกับพื้นดินก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครม ราวกับมีเท้านับร้อยนับพันกำลังเดินตรงมาหา เมื่อได้ยินอย่างนั้นเครือแก้วจึงเงยหน้าขึ้น หันไปมองยังต้นเสียงก็พบกับกองทัพทหารจำนวนมหาศาล กำลังเดินตรงมาที่เธอ โดยมีชายรูปงามกำลังควบม้าน้ำทัพมา

            “เกิดเหตุอันใดขึ้น แล้วทหารพวกนี้เป็นใครกัน หรือจักมีทัพข้าศึกเข้ามาโจมตี นี่ข้าหนีเสือปะจระเข้งั้นรึเนี่ย ฮือๆๆ” เครือแก้วเอ่ยราวกับพูดประชดชีวิตพลางหยัดตัวลุกขึ้นอีกครั้ง เพื่อหลีกหนีกองทัพที่กำลังเคลื่อนตัวมา แต่จนแล้วจนเล่าเจ้าหล่อนก็ไม่สามารถลุกขึ้นหนีได้ จึงนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

            กองทัพจากเมืองผาพิงค์และเมืองพันธมิตร รวมตัวกันเพื่อมาทวงคืนอิสรภาพ และแก้แค้นให้พี่น้องที่เคยสูญเสียจากการถูกรุกราน ในช่วงหลายปีที่เมืองเชียงราชคำกำเริบเสิบสาน เบ่งบารมีไปตามหัวเมืองน้อยใหญ่

            “เจ้าคือผู้ใด เหตุใจจึงมานอนสิ้นท่าอยู่ชายป่าเยี่ยงนี้ ทำท่าทีราวกับหวาดกลัวสิ่งใดมา” แสงชัยเอ่ยถามหลังจากควบม้ามาหยุดตรงหน้าเครือแก้ว ชายหนุ่มแลตามองลงไปที่พื้น จ้องมองหญิงสาวในสภาพอาภรณ์หลุดลุ่ยราวกับเพิ่งโดนทำร้ายมา ดูจากเครื่องแต่งกายแล้วคงไม่ใช่สาวชาวบ้านธรรมดาเป็นแน่

            “ข้าเป็นธิดาเจ้าเมืองเวียงคุ้งนามว่าเครือแก้ว ถูกนำตัวมาเป็นเชลยเจ้าค่ะ อย่าทำอันใดข้าเลย ฮือๆๆ ข้าเพิ่งโดนทหารทำร้ายมาเจ้าค่ะ” เครือแก้วก้มกราบร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิต ในวินาทีเธอต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน หากมีชีวิตรอดกลับไปเธอจะต้องไปแก้แค้นเมืองแมนคืนให้จงได้

            “เป็นเชลยงั้นรึ แต่เท่าที่ข้ารู้มาเมืองเวียงคุ้งจงรักภักดิ์ดีกับเชียงราชคำยิ่งกว่าสิ่งใด แล้วเหตุใดเจ้าถึงได้ถูกส่งมาเป็นเชลย” แสงชัยรู้สึกสงสัย ถึงแม้ว่าเมืองเวียงคุ้งจะเป็นหนึ่งในเมืองประเทศราชของเชียงราชคำ แต่ทว่าเกิดจากการยอมสาวมิภักดิ์ ไม่ได้ผ่านการนำทัพเข้าโจมตีเหมือนเมืองผาพิงค์และเมืองอื่นๆ

            “เป็นอย่างที่ท่านกล่าว เพียงแต่ข้าโดนเจ้าพ่อบังคับให้มาอยู่ที่นี่ หาได้เต็มใจไม่ และที่สำคัญข้าเกลียดที่นี่ ข้าอยากกลับบ้านเมืองของข้า ท่านอย่าทำอันใดข้าเลยนะ” เครือแก้วตัดสินใจเงยหน้าขึ้นไปมอง แรกพบเจ้าหล่อนก็ถึงกับตะลึง เมื่อเห็นความสง่างามของแสงชัย ไม่ต่างจากชายหนุ่มที่เห็นใบหน้าอันงดงามของเครือแก้ว ทำให้หัวใจเต้นแรงราวกับเจอความรักปักอกเข้าให้เสียแล้ว

            “หากเจ้านางอยากกลับบ้านก็จงขึ้นมา” แสงชัยเอื้อมมือไปพร้อมกับรอยยิ้ม เพื่อเชื้อเชิญให้หญิงสาวที่เพิ่งเคยเจอหน้าสัมผัส ขึ้นมานั่งบนหลังม้าด้วยกัน ก่อนจะนำทัพเข้าไปประชิดกำแพงเมือง เพื่อรอเวลาอันเหมาะสมเข้าไปโจมตี

            เครือแก้วส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม ราวกับลืมรอยรักจากชายฉกรรจ์ทั้งสี่เสียหมดสิ้น บัดนี้นางเจอเป้าหมายใหม่โดยไม่รู้เลยว่า ชายผู้นี้คือพี่ชายของแสงหล้า คนที่เธอเกลียดเข้าไส้ไม่ต่างจากคำน้อยเลยสักนิด

 

             

           

           

           

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #10 Kt88 (@popo810) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:54
    เขียนทำเกินเรื่องไปไหมเนี่ย
    #10
    0