ทาสรักเชลยหัวใจ [พีเรียด]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,314 Views

  • 17 Comments

  • 52 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    38

    Overall
    1,314

ตอนที่ 17 : แผนร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 พ.ย. 61

บทที่ 17

แผนร้าย

         

            จักรคำกลับมาที่คุ้มพร้อมกับความกลัดกลุ้มภายในใจ แม้ว่ามันเป็นเรื่องดีที่เขาจะได้ขึ้นนั่งบนตั่งทองแทนผู้เป็นบิดา แต่ทว่ากลับเป็นห่วงความรู้สึกน้องชายเป็นที่สุด ป่านนี้เมืองแมนคงจะโกรธเกลียดเขามากขึ้นเป็นเท่าตัว แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อทุกอย่างมันถูกกำหนดมาอย่างนี้แล้ว เขาจะเข้มแข็งและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

            เมื่อเห็นสวามีกลับมาถึงตำหนักแล้ว แสงหล้าที่เพิ่งจะออกมาจากห้องส่วนตัวก็เดินเข้ามาหา แล้วนั่งลงข้างกันก่อนจะหันไปเอ่ยถาม

            “เจ้าหลวงเป็นเช่นใดบ้างเจ้า”

            “เจ้าพ่อทรงอาการดีขึ้นแล้วล่ะ”

            “แล้วเหตุใดเจ้าพี่จึงได้ทำหน้าเยี่ยงนั้น ราวกับมีเรื่องทุกข์ในใจ” แสงหล้าสังเกตเห็นตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว

            “เดือนหน้าเจ้าพ่อจักสละราชบังลังก์ให้ข้าขึ้นนั่งบนตั่งทองแล้ว”

            “เป็นเรื่องจริงรึ! ข้าดีใจเหลือเกิน” แสงหล้าดีใจเป็นที่สุดเมื่อได้ยินอย่างนั้น นั่นเพราะเขาจะได้หาทางบอกพี่ชายไม่ต้องยกทัพเข้ามาโจมตีเมืองเชียงราชคำ จะได้ไม่ต้องมีการนองเลือดเกิดขึ้น

            “เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอก”

            “แล้วเหตุใดเจ้าพี่จึงมานั่งอมทุกข์เยี่ยงนี้เล่า มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่ใช่รึ”

            “ใช่...ข้าควรจักดีใจ แต่ข้าเป็นห่วงความรู้สึกของเมืองแมน”

            “มันคือสิทธิ์อันชอบธรรมของเจ้าพี่ เหตุใดต้องไปรู้สึกเป็นทุกข์เพราะคนเยี่ยงนั้นด้วย”

            “แต่ถึงอย่างไรเมืองแมนก็คือน้องข้า ข้ารู้ดีว่าเมืองแมนต้องการนั่งบนตั่งทองมากแค่ไหน”

            “เจ้าพี่คิดว่าหากเจ้าเมืองแมนนั่งบนตั่งทองแล้ว จักทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองขึ้นได้มากกว่างั้นรึ” แสงหล้ามองไม่เห็นอนาคตของเมืองนี้เลยหากคนอย่างเมืองแมนได้ขึ้นเป็นกษัตริย์

            “...” จักรคำเงียบเพราะรู้นิสัยของน้องชายดี

            “เจ้าพี่ก็คิดเช่นเดียวกับข้า อย่าทรงคิดมากเลยเจ้า เวลาจักช่วยเยียวยาทุกสิ่งเอง ข้าและอินเหลาจักอยู่เคียงข้างเจ้าพี่ไม่ไปไหนแน่นอน” แสงหล้า

            “เจ้าสัญญาได้หรือไม่ว่าจักอยู่เคียงข้างข้าเยี่ยงนี้ตลอดไป”

            “ข้าสัญญา”

            “ข้าเองก็สัญญาว่าจักดูแลเจ้าให้อยู่ดีมีสุข และทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้โดยเร็วที่สุดเช่นกัน”

            ทั้งสองสวมกอดกันอย่างแนบแน่น แม้ว่าจะตอบรับเขาไปอย่างนั้นแต่ทว่าแสงหล้ากลับรู้สึกไม่สบายใจ จนกว่าจะหาทางติดต่อผู้เป็นพี่ชายเพื่อบอกให้ล้มเลิกการก่อสงครามในครั้งนี้ได้เสียก่อน

 

            ณ คุ้มเจ้าราชวงศ์

            เมื่อเดินเข้ามาในตำหนัก คำน้อยก็เห็นเมืองแมนนั่งอยู่ก่อนแล้ว ยิ่งเห็นสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักจึงรีบเดินตรงเข้ามาหา ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าเป็นเพราะสาเหตุใด

            “เจ้าพี่มีเรื่องอันใดไม่สบายใจรึ จึงได้มานั่งทำหน้ากลัดกลุ้มอยู่เยี่ยงนี้”

            “ไม่มีอันใดดอก ว่าแต่เจ้ามาจากที่ใดรึ”

            “ข้ามาจากตำหนักใหญ่เจ้า วันนี้เจ้านางเครือแก้วออกมาจากตรุแล้วเจ้าพี่จำไม่ได้รึ” คำน้อยบอกความจริงไป เพราะถึงยังไงเมืองแมนก็ต้องถามเรื่องนางเขียนอยู่ดี เพราะตอนนี้เจ้าหล่อนนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ในตำหนักแห่งนี้แล้ว

            “ใช่สินะ...ว่าแต่นางทำอันใดเจ้าอีกหรือไม่” เมืองแมนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เลื้อยมือไปเกี่ยวเอวคอดกระชับตัวให้เข้ามาใกล้ๆ

            “นางไม่ได้ทำอันใดข้า” คำน้อยส่งยิ้มให้สวามี

            “เอ๊ะ! นั่นอีเขียนงั้นรึ เหตุใดมันจึงมานั่งเสนอหน้าในตำหนักนี้ได้” เมืองแมนขมวดคิ้วจ้องมองนางข้าไทด้วยความสงสัย

            “ข้ากำลังจักบอกเจ้าพี่อยู่พอดี เขียนขอมารับใช้ข้าที่ตำหนัก มันเอ่อ...ทนความเจ้าอารมณ์ของเจ้านางเครือแก้วไม่ไหวแล้วเจ้า”

            “งั้นรึอีเขียน”

            “เจ้าค่ะ ข้าเจ้าโดนเจ้านางตบตีอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งตอนที่ถูกจำตรุ ฮึก...เจ้านางทุบตีข้าเจ้าเยี่ยงสัตว์ ข้าเจ้าจึงขอตามมารับใช้เจ้าคำน้อยที่ตำหนักเจ้าค่ะ” นางเขียนก้มกราบกล่าวความในใจ

            “เอ็งจักไม่ทำร้ายเมียข้าอีกใช่หรือไม่” เมืองแมนยังคลางแคลงใจนั่นเพราะนางเขียนรับใช้เครือแก้วมานาน เป็นเช่นนี้แล้วเขาต้องซักถามให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเรื่องวุ่นๆ ในคุ้มนี้อีก

            “ข้าเจ้าสาบานว่าจักไม่มีทางทำร้ายเจ้าคำน้อยอีกเด็ดขาดเจ้าค่ะ”

            “จงจำคำสาบานเอ็งให้ขึ้นใจ หากวันใดเอ็งผิดคำสาบานข้านี่ล่ะจักเป็นคนฆ่าเอ็งให้ตายเสีย”

            “เจ้าค่ะ”

            นางเขียนก้มกราบอย่างสุดซึ้ง ก่อนจะเงยขึ้นไปยิ้มทั้งน้ำตาให้ผู้เป็นนายทั้งสอง

            “พวกเอ็งออกไปข้างนอกก่อน ข้าจักอยู่กับเมียข้าเพียงลำพัง”

            “เจ้า / เจ้า / เจ้า”

            นางข้าไททั้งสามตอบรับพร้อมก้มลงกราบ ก่อนจะเดินเข่าออกไปจากตำหนักตามคำสั่ง

            “วันนี้ข้ารู้สึกเพลียๆ เจ้านวดหลังให้ข้าหน่อยนะ” เมืองแมนกระซิบข้างใบหูสวยก่อนจะกดจมูกคมลงบนแก้มขาวนวล สูดกลิ่นหอมเข้าปอดอย่างชื่นใจ

            “หากเจ้าพี่ต้องการอันใดข้าจักยอมทำให้โดยไม่มีขอแม้ใดๆ ทั้งสิ้น” คำน้อยเอียงอายเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกับสวามีด้วยรอยยิ้มหวาน ตอนนี้หัวใจที่เคยเป็นของคำป้อเริ่มมีเมืองแมนเข้ามาแทนที่ทีละน้อยๆ แต่ทว่าเจ้าตัวยังไม่ลืมกับสิ่งที่เมืองแมนได้เคยทำไว้ นั่นทำให้ยังไม่วางใจกับความรักในครั้งนี้ กลัวว่าสักวันจะโดนกระทำเหมือนอย่างเครือแก้ว หากอีกฝ่ายมีคนใหม่ที่ถูกใจกว่า

            “อย่าเอาใจข้าเกินไปรู้หรือไม่”

            “เหตุใดเจ้าพี่จึงกล่าวเยี่ยงนี้”

            “เพราะแค่นี้ข้าก็หลงเจ้าจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วยังไงล่ะ”

            “ข้ามีเรื่องจะขอ...ได้หรือไม่” ช่วงหลังมานี้เมืองแมนตามใจเขาทุกอย่างไม่เคยปฏิเสธแม้แต่ครั้งเดียว จึงอยากจะลองขอไปเยี่ยมเยียนแสงหล้าบ้าง เขาคิดถึงผู้เป็นเจ้านายมากเหลือเกิน อยากไปพูดคุยและคอยรับใช้เหมือนเช่นเคย

            “เจ้าจักขออันใดข้ารึ”

            “ข้า...ขอไปเยี่ยมเจ้าแสงหล้าได้หรือไม่”

            “ไม่ได้! ห้ามเจ้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนคุ้มนั้นเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นข้าจักถือว่าเจ้าเป็นศัตรูกับข้า” เมืองแมนรีบปฏิเสธเสียงแข็งทันทีที่ได้ยิน เขาไม่มีทางให้คำน้อยกลับไปที่นั่นอีกแล้ว จนกว่าจะสามารถแย่งชิงบังลังก์ตั่งทองมาเป็นของตนเองได้เสียก่อน

            “ข้าเจ้าขอสุมาที่ทำให้เจ้าพี่ไม่พอใจ” เขาไม่น่าเอ่ยขอไปอย่างนั้นเลย สู้แอบซุ่มไปเงียบๆ จะดีกว่า

            “รู้เช่นนี้แล้วเจ้าจงอย่าเอ่ยถึงคนพวกนั้นให้ข้าได้ยินอีก ข้าสัญญาว่าหากเจ้าอยู่ในโอวาทเยี่ยงนี้ไปตลอด ข้าจักเชิดชูให้เจ้าอยู่เหนือเมียคนอื่นๆ แน่นอน”

เมืองแมนให้สัญญาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จริงๆ แล้วเขาไม่ได้มีแค่เครือแก้วและคำน้อย แต่ทว่ายังมีธิดาของขุนนางอีกหลายคนที่ไปมาหาสู่อยู่บ่อยๆ ซึ่งเรื่องนี้คำน้อยรู้ดีแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะเขาเองก็ไม่ได้ต้องการอยู่เหนือใคร นอกจากเอาชนะเครือแก้วได้เท่านั้นเป็นพอ

            “ข้าจักจงรักภักดีกับเจ้าพี่เยี่ยงนี้ตลอดไปเจ้า” คำน้อยกราบแทบอกสวามี เมืองแมนยิ้มอย่างพอใจจากนั้นจึงสวมกอดร่างบางไว้แน่น

            เหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียวที่เขาจะต้องวางแผนให้แยบยลที่สุด เพื่อจะได้ก่อการกบฏแย่งชิงราชสมบัติและตั่งทองที่หมายปองมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กน้อย คิดได้อย่างนั้นเจ้าตัวก็แสยะยิ้มแสดงความร้ายกาจผ่านทางสีหน้าอันหล่อเหลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยไฟริษยา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น