(OMEGAVERSE) LIFE IS A GAME / VKOOK

ตอนที่ 2 : chap 2 // you’re my other half.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    30 พ.ค. 62



 I hope some day I’ll make it out of here

Even if it takes all night or a hundred years

Need a place to hide, but I can’t find one near

Wanna feel alive, outside I can’t fight my fear


ผมหวังว่าสักวันผมจะออกจากที่นี่ไปได้

ถึงแม้ว่ามันจะใช้เวลาตลอดทั้งคืน 

หรือเป็นหลายร้อยปีก็ตาม

ผมอยากจะมีสักที่ที่จะหลบซ่อนได้ 

แต่ผมเองก็ไม่พบเจอที่ใกล้ ๆ เลย

อยากจะที่รู้สึกถึงการมีชีวิตข้างนอก

 ผมต่อสู้กับความกลัวของตัวเองไม่ได้

Lyrics - lovely - Billie Eilish & Khalid






   ผ่านมาเกือบสองเดือนหลังจากสัปดาห์สอบครั้งสุดท้าย เเละวันนี้ก็เป็นวันเปิดเทอมของจองกุก ในทุกวันยังคงเป็นเช่นเดิม ตื่นเช้ามาอาบน้ำทานข้าว หลายอาทิตย์มานี้จองกุกเเทบจะไม่ได้เจอเเทฮยองเลย ด้วยงานที่ยุ่งของเขาทำให้เขากลับบ้านดึกทุกวัน เเถมยังมีบินไปต่างจังหวัดด้วย 


  ส่วนจองกุกก็อ่านหนังสือเพราะปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่จะได้เรียนชั้นมัธยมปลาย เขาจึงต้องเตรียมตัวอย่างมากเพื่อสอบเข้าที่ดีๆได้ตามที่หวัง 


  จองกุกยืนมองสายฝนอยู่ตรงหน้าต่างของห้องที่เทกระหน่ำลงมาในเช้าวันเปิดเทอมของเขา เเละเขาก็คิดว่ามันเป็นวันที่น่าเบื่ออีกวัน เขาเกลียดที่จะต้องเปียกฝนหรือเหยียบลงบนพื้นที่มีน้ำฝนนองอยู่เต็มไปหมด


  "คุณหนูคะ นายท่านเรียกลงไปทานข้าวเช้าค่ะ


  เสียงของคนใช้ที่ดังอยู่หน้าประตู เรียกให้จองกุกหลุดจากความคิดที่ว่าอยากจะหยุดเรียนตั้งเเต่วันเเรกที่เปิดเสียจริง..เเต่ก็ทำได้เเค่คิด





  บรรยากาศวันนี้ช่างดูอึมครึมกว่าทุกวัน ทุกอย่างดูเงียบไปหมด จองกุกเดินตรงไปที่ห้องครัว ก่อนจะเห็นว่าเเทฮยองกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ก่อนเเล้ว หลังจากจองกุกนั่งที่ตัวเองเสร็จเหล่าคนใช้ก็จัดการตักข้าวเเละเสิร์ฟอาหารในทันที


  "กับข้าวไม่ถูกปากหรอ?" เเทฮยองทักขึ้นหลังจากเห็นสีหน้าบึ้งตึงของจองกุก 


  "เปล่าครับ"


  จองกุกตอบเพียงสั้นๆหวังให้คนสงสัยไม่ถามต่อ


  "วันนี้ตอนเย็นเราต้องไปออกงานด้วยกัน"


  "งานอะไรหรอครับ?"


  "งานวันเกิดน้องของเพื่อนฉันน่ะ ถ้าไม่ไปคงดูหน้าเกลียด"


  "เเต่คุณไปคนเดียวก็ได้นี่ครับ..คือผมต้องอ่านหนังสือ" จองกุกตอบกลับไปพร้อมกับตักข้าวเข้าปาก อันที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากปฏิเสธ เเต่ถึงได้ไปเเทฮยองก็ชอบทิ้งเขาไว้ให้อยู่คนเดียวทุกที เเถมมีเเต่พวกอัลฟ่าอยู่เต็มไปหมด ไม่มีตอนไหนที่เขารู้สึกว่าปลอดภัยเลยสักนิด ดูเหมือนเขาจะห่วงเเต่ก็ไม่ได้ห่วงอะไรขนาดนั้นหรอกนะ


  "ฉันว่าเธอคงปฏิเสธไม่ได้นะ.." เอาอีกเเล้วทำไมเขาถึงชอบใช้สรรพนามเรียกจองกุกว่าเธอกันนะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ


  "ถึงไปคุณก็ทิ้งผมไว้คนเดียวอยู่ดีใช่ไหมล่ะ.."


  "ฉันไม่เคยละสายตาจากเธอ" 


  "ก็นั่นมันลูกน้องคุณ ใช่คุณซะที่ไหน" ที่เเทฮยองพูดก็คงหมายถึงเขาไม่ได้อยู่กับจองกุกตลอดเวลาเเต่ก็มีพวกลูกน้องคอยเป็นตาให้ ถึงจะเป็นเเบบนั้นเเต่จองกุกคิดว่ามันไม่เห็นเหมือนกันเลยสักนิด ลูกน้องก็คือลูกน้อง เขาก็คือเขา อาจดูงี่เง่าเเต่เขาก็คิดเเบบนั้นจริงๆ


  "ฉันอาจจะเข้ามาช้าหน่อย ยังไงก็เเต่งตัวรอให้เรียบร้อยเเล้วกัน" เเทฮยองพูดก่อนจะปลายตา มองจองกุกเเละเอาผ้าเช็ดปากก่อนจะเดินออกจากโต๊ะอาหารไป


  เอาเเต่ใจชะมัด....







  หลังจากทานข้าวเสร็จจองกุกก็รีบให้เจย์ขับรถมาส่งที่โรงเรียนทันทีเพราะเป็นวันเเรกเลยไม่อยากมาสายสักเท่าไหร่ ถึงเเม้ฝนจะหยุดเเล้ว เเต่ก็ถึงความเฉอะเเฉะไว้ให้อยู่ดี เเถมผมที่ตั้งใจเซ็ตมาสำหรับการเรียนวันเเรกก็คลายตัวลงเพราะอากาศที่ชื้นเเบบนี้ เป็นอีกวันที่น่าเบื่อเสียจริง


  "จองกุก"


  สายหูฟังข้างขวาถูกดึงออกจากบุคคลปริศนา จองกุกหันไปมองด้วยอาการหงุดหงิด เเต่ความหงุดหงิดก็จางลงเมื่อพบว่าคนที่ทำเป็นเพื่อนสนิทของเขาเอง


  "อ่าว..เชอรีน"


  "พึ่งมาอะ ไปหาไรกินกันหิวมากเลย" เธอพูดพร้อมกับลูบท้องตัวเอง ก่อนจะดึงเเขนจองกุกออกไปนอกห้อง


  เชอรีนเป็นลูกครึ่ง เเละยังเป็นเพื่อนสนิทของจองกุกตั้งเเต่สมัยมัธยมต้น เเละยังเป็นพวกโอเมก้าเหมือนกันอีกต่างหาก

เธอคอยช่วยจองกุกเวลามีปัญหา หรือเวลาที่มีคนมารังเเกก็เหมือนกัน ทุกวันนี้ที่โรงเรียนไม่มีใครกล้ายุ่งกับเขาเพราะกลัวว่าเพื่อนสาวของเขาคนนี้จะกัดเอาน่ะสิ


  "ปิดเทอมไปเป็นไงบ้าง ไม่เห็นทักคุยกันเลย"


  เรามานั่งกันอยู่ที่โรงอาหาร จัดการซื้อของกินก่อนจะมานั่งที่โต๊ะ เพราะตอนนี้ยังเช้ามากคนจึงยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่


  "อ่านเเต่หนังสืออะ ไม่ได้ทำอะไรเลยเเถมฝนก็ยังตกทุกวัน"


  "นี่นายไม่ได้ออกไปไหนเลยหรอ? จองกุกตัวจริงเปล่าเนี่ย" เชอรีนพูดก่อนจะกัดขนมปังเข้าปาก


  ที่เธอพูดอย่างงั้นหมายถึงว่าถ้าเป็นปกติจองกุกคงออกจากบ้านทุกวัน หาเที่ยวเล่นหรือไปที่ที่อยากไป ถ้าเป็นเเต่ก่อนบ้านคงจะเป็นที่สุดท้ายที่เขานึกถึง เเต่มันเปลี่ยนไปเเล้วตั้งเเต่ที่เเทฮยองดุเขาเรื่องออกจากบ้าน เเละยังบอกให้พวกลูกน้องของเขาตามเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง 


  "อย่าบอกนะว่าโดนดุเลยไม่กล้าออก"


  "คงงั้น"


  "เขาคงเป็นห่วงนาย ก็มีเด็กขี้อ่อยอย่างนี้ล่ะน้าา..คงห่วงเป็นธรรมดาเเหละ"


  "วันนี้กลับไปก็โดนลากไปงานอีก..น่าเบื่อชะมัด"


  "ไปๆเถอะ....เขาชวนดีกว่าเขาไม่ชวนนะ"


  "ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมต้องไป" 


  "ว่าเเต่นายคิดว่าเขาเป็นโซลเมทของนายไหม..."


  "ไม่รู้สิ...."


  โซลเมทคือการที่อัลฟ่าและโอเมก้าเกิดการจับคู่กันตั้งแต่แรกพบเป็นเหมือนสัญชาติญาณว่าโอเมก้าคนนี้ เกิดมาเพื่อคู่กับอัลฟ่าคนนี้โดยเฉพาะ เเต่มีเพียงเเค่ไม่กี่เปอร์เซ็นเท่านั้นที่โอเมก้าไม่สามารถรับรู้ได้ว่าอัลฟ่าคนไหนเป็นโซลเมทของตัวเอง เเละจองกุกก็เป็นหนึ่งในนั้น หรือว่าเขาจะยังไม่เจอโซลเมทของตัวเองกันเเน่


  "เดาไม่ยากหรอก นายโดนกัดยัง?"


  "ยัง"


  "เเล้วทำไมไม่ทำให้โดนกัดล่ะ"


  "พูดดูง่ายนะ เเต่เหมือเขาพยายามหนีห่างยังไงก็ไม่รู้ อาจจะรังเกลียดพวกโอเมก้าเเบบเราก็ได้ ...."


  "อย่าคิดเเบบนั้นเลยของเเบบนี้คงต้องใช้เวลา"


  "รู้เเบบนี้คงไม่เล่นตัวบอกว่าให้เรียนจบก่อนก็ดี"


  จองกุกพูดจบก็อดเบ้ปากไม่ได้ ใครว่าเขาไม่อยากเป็นของเเทฮยองกันล่ะ เเค่อยากเล่นตัวสักหน่อยเเต่ดูหมือนฝ่ายนั้นก็ฟังเขาง่ายจนเกินไป ถ้าเป็นเรื่องอื่นคงจะห้ามเขาไม่ได้เเค่พอเป็นเรื่องนี้เขากลับทำตามอย่างไม่น่าเชื่อ


  "พูดก็พูดเถอะนะ ถ้าเกิดเขารัทขึ้นมานายก็ระวังไว้ พวกอัลฟ่าเวลารัทโหดร้ายเเล้วก็น่ากลัวจะตายไป..."


  "ก็อยากเห็นเหมือนกันจะดุสักเเค่ไหนกันเชียว"



  ปึง!


 เสียงเเก้วน้ำที่ถูกวางกระเเทกโต๊ะอย่างเเรงเรียกให้เชอรีนเเละจองกุกหันไปมองเป็นตาเดียวกัน 


  พวกอัลฟ่า....


  "โรงอาหารพวกโอเมก้าน่าขยะเเขยงชะมัด"


   พวกอัลฟ่าสองสามคนกำลังมานั่งล้อมอยู่ที่โต๊ะของจองกุก ปกติเเล้วโรงเรียนนี้จะถูกเเบ่งเป็นชนชั้น อัลฟ่า เบต้า เเละโอเมก้า จะไม่ได้เรียนด้วยกัน 


  โดยเฉพาะพวกอัลฟ่า ที่คิดว่าตัวเองมียศศักดิ์สูงส่ง คอยข่มเหงพวกชนชั้นอื่นหรือเรียกว่าพวกอันธพาล อัลฟ่าที่ดีก็มี เเต่ก็เเค่ส่วนน้อย พวกอัลฟ่าชอบคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่เเละสามารถคอนโทรลคนอื่นได้ เเค่เพียงเพราะเรียกตัวเองว่าอัลฟ่า


  "เเล้วทำไมไม่ไปอยู่ที่สุดหรูของพวกนายล่ะ ลงมาโรงอาหารพวกชั้นต่ำทำไมกัน"


  "สาวน้อย...ช่างปากดีเหลือเกิน"


  " ว้าว!! ไหนดูสิ เด็กคนนี้ใช่คนที่จ่าฝูงอัลฟ่าของเราเลี้ยงไว้หรือเปล่า"


  "เอามือสกปรกของเเกออกไปจากหน้าเพื่อนฉัน!!!" เชอรีนกำลังจะพุ่งเข้ามาช่วยจองกุกเเต่ก็โดนพวกมันอีกสองคนล็อคเเขนเอาไว้ก่อน


  จองกุกถูกมือหนาบีบเขามาที่ปลายครางก่อนจะดึงให้หันไปสบตากับ มันเจ็บเเละอดที่จะครางออกมาไม่ได้ น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาเรื่อยๆ 


  ไม่ต่อกรกับพวกมันถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ ขืนทำอะไรวู่วามจะเกิดอันตรายเอาได้ เเค่เเกล้งเดี๋ยวมันก็ไปนั่นคือสิ่งที่จองกุกคิด เเถมมันยังมีกันตั้งหลายคนสู้ยังไงก็คงไม่ไหว


  "หึ...มือสกปรกงั้นหรอ?"


  "หยุดได้เเล้วเทรวิล" บุคคลปริศนาตัวสูงโปร่งที่เดินมาด้านหลังดึงมือคนที่เขาเรียกว่าเทรวิลให้หลุดจากการจับหน้าจองกุกออก ช่วงวินาทีที่เราสบตากันเเววตาของเขาเป็นสีเทาเเละมีประกายอยู่ในนั้น พวกอัลฟ่าอีกเเล้วหรอ..


  "ยุ่งอะไร"


  "เเค่ไม่อยากเห็นโดนเรียกเขาห้องดำ อย่าลืมว่าถึงจะเป็นอัลฟ่าเเต่ทำผิดกฏในโรงเรียนก็โดนทำโทษได้เหมือนกัน"


  "ปกป้องมันหรอ? ชอบมันหรือไง"


  "เอาอะไรมาตัดสิน"


  "มาดึงมือกูออกเเบบนี้ ไม่มีอัลฟ่าที่ไหนทำหรอกนะ พวกโอเมก้าก็เเค่ของเล่นจะอยากปกป้องมันไปทำไมกัน"


  "งั้นฉันคงเป็นอัลฟ่าตัวเเรกรู้สึกเป็นเกียรติจัง" 


  เเววตาของผู้ชายคนนี้ดูดุดันเเละน่าเกรงขามอยู่ไม่น้อยเลย เขาเป็นใครกันเเน่


  "หึ...ปกป้องมันให้ได้ตลอดเเล้วกัน"


  เทรวิลสะบัดเเขนให้หลุดจากพันธนาการ ก่อนจะเรียกให้พวกเพื่อนของมันเดินตามออกไป



  "เดี๋ยว.."


  จองกุกรีบเรียกคนตัวสูงที่กำลังจะเดินตามพวกนั้นไป ไหนๆเขาก็มาช่วยเเล้วขอบคุณสักหน่อยก็คงดี


  "ขอบคุณนะ"


  "ขอบคุณเรื่องอะไร?"


  "ก็เรื่องเมื่อกี้.."


  "ฉันไม่ได้ช่วยอะไรด้วยซ้ำนะ"


  "ยังไงก็ขอบคุณเเล้วกัน...เเล้วคุณชื่ออะไร" จองกุกเอ่ยถามออกไปเผื่อว่าได้เจอกันอีกจะได้เรียกถูก


  "ฉันจะบอกชื่อให้กับคนที่อยากจะคุยด้วยเท่านั้นเเหละ เเล้วก็เราคงไม่ได้เจอกันอีกวันนี้เเค่บังเอิญเดินหลงมา ขอตัวล่ะ"


  ชายร่างสูงพูดก่อนที่จะเดินหายออกไปจากเขตสายตาของจองกุก


  "นิสัยเเย่ชะมัด" เสียงเชอรีนดังขึ้น ก่อนจะเป็นเสียงกริ่งที่ดังบอกเวลาเข้าเรียนคาบเเรก






  "เขาดูไม่เหมือนนักเรียน....."


  จองกุกกำลังนั่งพินิจพิจารณาถึงบุคคลที่เจอเมื่อตอนเช้า เขาตัวสูง ไหล่กว้าง ใบหน้าคมคาย เเถมบุคลิกก็ยังดูสุขุม ให้มองยังไงก็ดูไม่เหมือนนักเรียนที่นี่เลยด้วยซ้ำ เเละชั้นศึกษาก็มีถึงเเค่มัธยมปลายเท่านั้น เเถมยังรู้จักกับพวกนั้นเเสดงว่าต้องอายุเท่ากัน เเต่ดูยังไงก็ไม่เหมือนนักเรียนอยู่ดี


  "บ่นอะไร?"


  "ก็คนที่เราเจอเมื่อเช้าดูไม่เหมือนนักเรียนเลย ไม่คุ้นหน้าด้วย"


  "อืม..ถ้าคุ้นก็คงเเปลกเขาเป็นพวกอัลฟ่า เเละเเน่นอนเราไม่ได้เจอพวกนั้นทุกคนหรอก"


  "ก็จริง...เเต่รู้สึกเเปลกๆยังไงไม่รู้"


  "ก็เเปลกจริง ทำไมถึงลงมาอยู่โรงอาหารพวกโอเมก้าก็ไม่รู้"


  "นั่นสิ่...เเต่ก็ขอไม่ให้เจอพวกนั้นอีกเเล้วกัน"






  20:30น 


  เป็นเวลากว่าหลายชั่วโมงที่จองกุกต้องรอให้เเทฮยองมารับออกจากบ้านเพื่อไปร่วมงานวันเกิดน้องชายของเพื่อนเขาตามที่ตกลงกันไว้เมื่อเช้า เเต่จะพูดว่าตกลงก็คงจะไม่ใช่ เรียกให้ถูกคงเป็นการบังคับเสียมากกว่า


  "คางไปโดนอะไรมา" จองกุกสะดุ้งเฮือกในตอนที่ฝ่ามือร้อนเเตะมาบริเวณปลายคาง


  "ยุงกัดน่ะ.."


  "เป็นรอยนิ้วขนาดนี้เรียกยุงกัดอย่างงั้นหรอ?" คิดอยากจะโกหกเเต่ก็ลืมไปว่ารอยนิ้วที่โดนบีบยังคงเเสดงให้เห็นอยู่บนใบหน้าของจองกุก เเค่ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่อะไร ถ้าเกิดเเทฮยองรู้คงไปสาวหาตัวการเเละจัดการพวกนั้นเป็นเเน่


  "คือ...ผมปวดฝันเลยลองบีบดูเผื่อมันจะหายเจ็บ" 


  "ถ้าฉันเชื่อก็คงดูโง่ไปหน่อย" เเทฮยองละมือออกจากหน้าจองกุกกลับไปกอดอกปลายตามองออกไปนอกกระจกรถตามเดิม 


  "คุณยังไม่ได้บอกผมเลย"


  "เรื่องอะไร?"


  "ก็เรื่องที่จะให้ผมย้ายไปอยู่ห้องคุณไง"


  "เเน่ใจเเล้วหรอว่าจะย้ายมาจริงๆ"


  "ต้องมีอะไรที่ไม่เเน่ใจด้วยหรอครับ"


   เพราะดึกมากจึงไม่ได้มีเเสงเฉกเช่นกลางวัน มีเพียงเเสงจากดวงจัทร์ที่ไม่สว่างมากนักเเละเเสงจากเสาไฟข้างทาง ที่ขับรถผ่านทีก็สว่างที จองกุกไม่รู้ว่าหลังจากพูดจบจะถูกมองมาเเบบไหน อยู่ดีๆเขาก็เงียบไป เเต่ถึงเเม้จะมืดเเต่ก็สามารถมองเห็นดวงตาสีเหลืองอำพันของเขาจากจุดนี้ได้ดีอยู่ดี


  "คุณไม่อยากตอบผมอย่างงั้นหรอ..."


  ในตอนที่รถขับผ่านเเสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่สาดเข้ามาในรถทำให้เห็นใบหน้าของเเทฮยองได้ชัด เเละเขากำลังหลับตาอยู่ ดูก็รู้ว่าเขาทำทีเมินคำพูดของจองกุก 


  "คงรังเกลียดผมจริงๆสินะ หึ...."


  ติ๊ด~ 


 อยู่ดีๆ ช่องหน้าต่างที่กั้นระหว่างคนขับเเละคนนั่งก็ถูกปิดลง ทุกอย่างมืดสนิทไปหมดจนน่ากลัว ตอนนี้จองกุกมองไม่เห็นอะไร นอกจากเเววตาดุดันสีเหลืองอำพันของคนด้านข้างที่จ้องมาอย่างไม่ลดละ 


  "คุณทำอะไร"


  "เเค่อยากอยู่เงียบๆ"


  "มันมืด...ผมมองไม่เห็น" 


  "มองไม่เห็นสิ่ดี...รู้ไหมตอนนี้ฉันรู้สึกยังไงเธอคงไม่อยากเห็นใบหน้าของฉันตอนนี้หรอก...ใช่ไหม?"


  รอบเอวถูกตวัดเเละดึงไปอย่างเเรงจนไม่ทันได้ตั้งตัว ลมหายใจที่ร้อนจนเเสบกำลังวนเวียนไปมาอยู่ช่วงลำคอ จองกุกไม่ได้ดิ้นหนี เพียงเเต่ปล่อยให้คนด้านหลังดอมดมความหอมอยู่เเบบนั้น ความรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งที่กำลังขบกัดอยู่เเถวลำคอ เเละเขาก็เเน่ใจว่ามันเป็นเขี้ยวของเเทฮยอง เขาไม่ขัดขืนเเละพร้อมถ้าหากจะโดนกัดจริงๆ ไม่มีอะไรต้องเสียในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เขาต้องการเหมือนกัน


  เเทฮยองหยุดจากการหยอกล้อคนตัวเล็ก ค่อยๆไล่ริมฝีปากจากลำคอมาถึงใบหู ก่อนจะกระซิบข้างหูอย่างเเผ่วเบา 


   "จะไม่ขัดขืนหน่อยหรือไง ฉันชอบเวลาเธอดื้อนะ" 


  "ผมไม่มีอะไรต้องขัดขืน ถ้าคุณอยากทำก็ทำเลยสิ"


  "หึ...ซื่อตรงดี"


  มือหนาถูกล้วงเข้าไปใต้สาปเสื้อ ความร้อนจากมือที่วนลูบอยู่เเถวหน้าท้องทำเอาคนถูกกระทำอดที่จะครางออกมาเบาๆไม่ได้ คนตัวเล็กจิกเข้าที่หน้าขาของคนด้านหลังเผื่อระบายความเสียวที่ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนเเทบรับมือไม่ทัน


  เเทฮยองครางอื้อในลำคอด้วยความพอใจ มือร้อนยังคงวนเวียนภายใต้สาปเสื้อไล่ลงไปด้านล่างอย่างเชื่องช้า ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่หัวเข็มขัดราคาเเพงของคนบนตัก เขาไม่รีรอเเละลงมือปลดมันออกด้วยสองมือของตนเอง


  "ถึงที่หมายเเล้วครับนาย"


  เสียงวอจากคนขับรถที่ถูกส่งมาลำโพงด้านหลัง


  เเทฮยองจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด หลับตาข่มอารมณ์ภายในใจให้เบาลง ก่อนจะจับเข็มขัดใส่ให้จองกุกตามเดิม ยอมรับว่าตอนนี้เขาเเทบคลั่ง ไหนจะจองกุกที่ปล่อยกลิ่นฟีโรโมนออกมา เเทฮยองขบกรามเเน่นก่อนจะกดสวิตซ์ด้านขวามือให้หน้าต่างเปิดออก 


  "ลงไปกันเถอะ" เขาสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะเปิดประตูเดินลงไปก่อน ปล่อยให้จองกุกนั่งอยู่ในรถ


  "ห้องน้ำไปทางไหน" จองกุกเอ่ยถามพนักงานรอต้อนรับที่อยู่หน้างาน


  จองกุกรู้สึกถึงความเฉอะเเฉะที่อยู่ภายใต้กางเกง เพราะเขาเป็นพวกโอเมก้าเวลาที่มีอะไรมากระตุ้นก็จะหลังสารหล่อลื่นเเบบนี้ออกมา ไม่ใช่เเค่เเทฮยองหรอกที่คุมตัวเองไม่ไหว เพราะตอนนี้เขาก็เเทบคลั่งเช่นกัน




 

   หลังจากเสร็จกิจจองกุกก็เดินออกมาล้างมือ การช่วยตัวเองไม่ใช่เรื่องที่เเย่ ถ้าจะเเย่กว่าคือการที่เขาปล่อยอารมณ์ไว้เเบบนั้นจนเกิดอาการฮีทขึ้นมาคงจะเเย่กว่าเป็นไหนๆ


  เสียงกดชักโครกดังขึ้น ทำให้รู้ว่าไม่ได้มีเเค่เขาที่อยู่ในนี้ ให้ตายเถอะ ถ้าอย่างนั้นคนที่อยู่ห้องข้างๆเขาคงได้ยินหมดเเล้ว


  ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกช้าๆ จองกุกไม่ได้หันไปมองโดยตรงเเต่อาศัยการมองผ่านกระจกเอาเเทน ผู้ชายร่างสูงโปรง ผมสีดำสนิท ใส่เสื้อสูทสีดำทั้งตัว ใบหน้าคมคายที่เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...


  "คุณ...." จองกุกเผลอหลุดปากพูดออกมาในตอนที่เขาเดินมาล้างมือข้างๆ 


  คนถูกเรียกไม่ได้มีท่าทีสนใจอะไร เเถมยังเมินใส่อีกต่างหาก บอกเลยว่าเขาเป็นคนเเรกที่กล้าเมินใส่ขนาดนี้


  "คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ?" จองกุกเอ่ยถามอีกครั้ง


  "กงการอะไรของคุณ"


  "คุณไม่ชอบอะไรผมหรือเปล่า ทำไมเจอกันต้องพูดไม่ดีตล....."


  "เราพึ่งจะเจอกันครั้งที่สองเองนะ เเถมยังเเบบไม่เป็นทางการ" คนตัวสูงพูดพร้อมกับสลัดน้ำที่มือออกเบาๆ


   จองกุกอดหัวเสียให้กับท่าทางเเบบนั้นไม่ได้ ไหนจะสายตาที่มองเขาตั้งเเต่หัวจรดเท้านั่นอีก


  "ก็จริงอย่างที่คุณพูด คิดดูอีกทีถ้าเมื่อเช้าคุณไม่ได้ช่วยผมจริงๆอย่างที่คุณว่า ผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องคุยอะไรกับคุณ ขอโทษด้วยเเล้วกันที่ทำให้คุณรำคาญ ขอตัวล่ะ"


  "เดี๋ยว"


 จองกุกหยุดเดินตามเสียงเรียกก่อนจะหันไปมอง


  "อะไร?"


  สองเท้าก้าวเข้ามาเรื่อยๆจนมาหยุดยืนอยู่ด้านข้าง คนตัวสูงล้วงมือลงกระเป๋า ก่อนจะก้มมาที่ข้างหูเเละพูดอะไรบางอย่างออกมา 


  "มันคงจะดีกว่านี้ถ้าคุณทำกิจของคุณในห้องน้ำให้มันเบาๆกว่านี้บอกตรงๆ เเขยงหูสุดๆ"


  "นี่คุณ!!!"


  ตั้งเเต่ใช้ชีวิตนี้มานานก็ยังไม่เคยเจอใครที่กวนประสาทขนาดนี้มาก่อนเลยสักครั้ง 


  จองกุกเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเดินตรงเข้างานไป เเละมองหาคนที่เอาเขามาปล่อยไว้


  เเทฮยองกำลังยืนอยู่ใกล้ๆที่วางเเก้วไวน์ เเละก็พึ่งสังเกตุเห็นว่าเขายืนอยู่กับพัคจีมินเพื่อนเเสนสนิทของเขา เเละเเสนกวนใจจองกุก 


  "คุณปล่อยผมทิ้งอีกเเล้ว" 


  "ทำไมใส่เสื้อเเบบนั้น" 


  จองกุกก้มลงมองเสื้อตัวเองในระดับสายตาที่ถูกเเทฮยองมองมาก่อนหน้า ก็เห็นว่ายังไม่ได้เอาเสื้อใส่ในกางเกงดีๆ 

เพราะมัวเเต่เถียงกับผู้ชายคนนั้นอยู่เลยลืมไปเสียสนิท


  "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับเด็กน้อย^^" จีมินเอ่ยทักจองกุก


  "ก็คุณไม่มาหาผม เเละผมก็คิดถึงไอติมเเสนอร่อยด้วย"


  "ติดใจก็ไม่บอก รู้เเบบนี้สั่งให้คนซื้อไปเเช่ให้เต็มตู้เย็นเเล้ว" จีมินยิ้มตาหยีก่อนจะกระดกไวน์เข้าปากรวดเดียวเเละวางไว้ด้านข้าง


  "ตู้เย็นไม่ได้มีพื้นที่เยอะขนาดนั้น" 


  เเทฮยองพูดเเต่ไม่ได้มองหน้าจีมินเเละมองไปที่จองกุกเเทน


   "ฮ่าๆ เดี๋ยวซื้อไปให้เพิ่มก็ได้ พี่รวยน่ะ^^"


  "บ้านไม่ได้มีพื้นที่เยอะขนาดนั้น" เเทฮยองพูดขัดบทสนทนาอีกรอบ


  "งั้นเดี๋ยวพี่ซื้อบ้านให้เราใหม่ก็ได้ อยากได้ไหม?" จีมินยิ้มตาหยีอีกครั้งก่อนจะเอียงคอมองหน้าจองกุกที่ยืนอยู่ด้านหลังเเทฮยอง


  "ถ้าคุณกล้าซื้อผมก็กล้าไป"


  "ไม่มีใครได้ไปไหนทั้งนั้นเเหละ จะไปได้ก็เเต่วิญญาณเท่านั้น"


  "เเล้วนี่เปิดเทอมเเล้วหรอเรา"


  "วันเเรกน่ะ..."


  ทั้งสองคนตั้งใจเมินคำพูดเเทฮยอง รู้ตัวอีกทีก็ไปยืนอยู่ข้างกันเสียเเล้ว เเถมยังยืนคุยกันโดยไม่สนใจว่าเขายังคงยืนอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่ติดว่านี้เป็นงานรื่นเริง เเทฮยองคงจับจีมินฆ่าไปนานเเล้ว


  "โทษที กูไปเข้าห้องน้ำมารอนานไหม"


   บุคคลมาใหม่เอ่ยทักขึ้น


  นัมจุน เป็นเพื่อนเเก๊งเดียวกับเเทฮยอง ที่รู้จักกันมาตั้งเเต่เรียนจนทำธุรกิจด้วยกัน ตระกูลของนัมจุนก็เป็นตระกูลที่ร่ำรวยเเละมีชื่อเสียงในหมู่อัลฟ่าเหมือนกัน หรือจะเรียกให้ถูก

เเก๊งนี้ก็มีชื่อเสียงกันหมด จีมิน เเทฮยอง นัมจุน ยุนกิ เเละโฮซอก เพียงเเต่วันนี้ ยุนกิเเละ โฮซอกไม่ได้มาเพราะติดธุรสำคัญกัน 


  "นิดหน่อย.. มึงเป็นเจ้าของงานเเต่เสือกให้เเขกรอ"


  "เเล้วนี่น้องมึงอยู่ไหน?"


  "อยู่เเถวๆนี่เเหละเดี๋ยวคงมา เเล้วนั่น....เด็กมึงหรอพวกโอเมก้า หึ... มึงใจกล้ามากที่พามาที่นี่" 


  นัมจุนชี้ไปที่จองกุกที่กำลังยืนกินขนมอยู่ ก่อนจะยิ้มออกมานิดๆ เเละยกเเก้วไวน์ขึ้นมาดื่ม 


  "ใจกล้าเเบบไหน?" จีมินพูดเสริม


  "ก็งานวันนี้ก็มีเเต่พวกอัลฟ่า ก็ดูดีๆเเล้วกัน เผื่อมีรอยเขี้ยวฝากฝังไว้หลังคอเวลากลับบ้านเเบบไม่รู้ตัว.. เเล้วมึงล่ะ เอาไว้ดูเล่นหรือขย้ำเล่น?"


  "พูดจาสร้างสรรค์ไม่ได้ มึงก็หุบปากไปคงจะดีกว่า"


  เเทฮยองไม่ชอบให้ใครมาดูถูกจองกุกเเบบนั้น ถึงเขาจะเเกล้งเด็กนั่นมากเเค่ไหน เเต่ก็ไม่เคยคิดดูถูกเลยสักครั้ง

เขารู้ว่าจองกุกต้องทนโตมากับคำดูถูกเเละการที่ต้องถูกมองว่าเป็นพวกโอเมก้าชั้นต่ำ มาตลอดตั้งเเต่วันเเรกที่เกิดมา คนที่จะพูดเเบบนั้นได้ขอให้มีเเค่เขาคนเดียวเท่านั้น 


  "หวงจังนะ" นัมจุนยกยิ้มขึ้นมาหลังจากเห็นเพื่อนตัวเองมีอาการหน้าเเดงหูเเดงจากคำพูดของเขา


  "สวัสดีครับ" 


  "อ่าว..นี่ไงกำลังพูดถึงพอดีเลยน้องชาย"


  ซอกจิน เป็นน้องชายของนัมจุน ตระกูลนี้มีพี่น้องร่วมไส้เพียงเเค่สองคนเท่านั้นเเละซอกจินก็มีอายุห่างกับพี่ชายตัวเองถึงสิบสองปี เเละเขาก็กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายเเล้วด้วย เขาเป็นคนสุขุม เเละยึดติดกับความคิดตัวเอง ไม่ชอบสุงสิงกับใครไม่ชอบที่จะต้องบอกตัวตนของตัวเองให้ใครฟัง ถ้าจะให้นับเพื่อนกับใครจริงๆเเค่สิบนิ้วก็คงนับพอ


  "ตัวสูงขึ้นเยอะเลย ปีนี้ก็เรียนจบเเล้วสิ" จีมินตบบ่าคนตัวสูงกว่าเบาๆ


  "ใช่ครับ"


  "นี่น้องชาย เราเคยเจอหน้าเด็กคนนั้นไหม?" นัมจุนโอบไหล่น้องชายตัวเองก่อนจะชี้ไปที่จองกุก ที่ตอนนี้ก็ยังคงวุ่นอยู่กับการกินขนมที่ถูกเอามาเสิร์ฟเรื่อยๆ


  "พวกโอเมก้าสินะ ผมไม่เคยเจอหรอกครับ โรงเรียนก็มีระดับชั้นเเบ่งเเยกชัดเจน ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องลดตัวลงไปอยากเจอ"


  ซอกจินพูดโดยไม่ลืมที่จะส่งสายตารังเกียจไปให้


  "จองกุก" ทุกคนหันไปตามเสียงของเเทฮยอง


  เเทฮยองกวักมือเรียกให้จองกุกเดินมาหา 


  "ครับ?"


  หลังจากที่เดินมาถึงสายตาก็ดันไปสะดุดกับบุคคลที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี คนที่บังเอิญช่วยเขาจากพวกอัลฟ่าอันธพาล คนที่ตอนเเรกดูเหมือนจะดี เเต่สุดท้ายก็นิสัยเเย่เหมือนกับอัลฟ่าทุกตัวที่เขาเคยเจอมา


  "นี่ซอกจิน น้องชายนัมจุนน่ะ เรียนโรงเรียนเดียวกันด้วยเคยเห็นหน้ากันหรือเปล่า"


  จองกุกมัวเเต่ยืนอึ้งเลยไม่ได้ประมวลผลคำถามที่ถูกถามมาเมื่อสักครู่ 


  ซอกจินยังคงจ้องหน้าจองกุกอย่างไม่ลดละ


  "อะ..เอ่อ..ไม่เคยเห็นมั้งครับ"


  "....เข้าใจเเล้วล่ะไปกินขนมต่อเถอะ"


  "ค..ครับ"

.

.

.

.

.

  หลังจากกลับมาถึงบ้าน เเทฮยองเเละจองกุกต่างเเยกย้ายเข้าห้องของตัวเอง ระหว่างทางกลับบ้านทั้งคู่ก็ไม่ได้สนทนากันมากนัก เพราะเเทฮยองก็ดื่มไปเยอะส่วนจองกุกก็เหนื่อย กว่าจะกลับถึงบ้านก็ตีสองเข้าไปเเล้ว ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เขาจะไปโรงเรียนไหวหรือเปล่า


  "คุณหนูครับ นายท่านบอกว่าให้ไปนอนด้วยครับ"


  จองกุกหันมองนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลาตีสองครึ่งเเละเขาก็อยากที่จะนอนเต็มที เเต่เเทฮยองก็ดันให้เจย์มาปลุกจนได้


  "ตอนนี้เนี่ยนะ" คนนอนอยู่พูดไปพลางใช้มือนวดขมับตัวเองไปด้วย 


  "บอกเขาไปว่าผมจะนอนที่ห้องผม"


  จองกุกบอกเจย์ให้ไปบอกเเทฮยองเเบบนั้น เพราะวันนี้เขาเหนื่อยจริงๆ ร่างกายต้องการพักผ่อนเเละไม่อยากที่จะลุกไปไหนเเล้ว 


  เสียงประตูห้องปิดลงบ่งบอกว่าเจย์ได้ออกไปเเล้ว ถัดไปเพียงไม่ถึงสองนาทีประตูก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง จองกุกไม่ได้ลืมตาขึ้นมา เพียงเเต่ได้ยินเสียงรองเท้าสลิปเปอร์ที่กำลังถูกับพื้นดังขึ้นมาใกล้ตัวเองขึ้นเรื่อยๆ


  "เขาไม่ยอมหรอ เเต่ถึงไม่ยอมผมก็ไม่ไปอยู่ดี"จองกุกหลับตาเเละพูดกับเจย์ เเต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่กำลังพูดด้วย "ทำไมถึงไม่พูดกับผ...."


  วินาทีที่จองกุกกำลังจะหันไปเพราะเห็นว่าเจย์ไม่คุยด้วย พื้นเตียงด้านข้างยุบลงตามเเรงกด จองกุกตกใจจึงรีบยันตัวขึ้นมา เเละก็เห็นว่าคนที่ตัวเองคุยด้วยไม่ใช่เจย์เเต่เป็นเเทฮยองต่างหาก 


  "คุณเเทฮยอง!!"


  เเทฮยองคลานขึ้นมาบนเตียงโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะจับเเขนคนตัวเล็กกว่าดันให้นอนลงเเละตวัดรอบเอวโอบรัดคนตัวเล็กไว้ กลิ่นเหล้าที่ฟุ้งออกมาจากลมหายใจ ทำให้รู้ทันทีว่าเขาดื่มหนักขนาดไหน จองกุกไม่ได้ดิ้นหนีสัมผัส เพียงเเต่ดันเเผงอกที่ยังคงชุ่มน้ำออกเบาๆ เพราะเขาไม่ชอบกลิ่นเหล้าของเเทฮยองในตอนนี้เอามากๆ


  "ไหนบอกอยากย้ายไปนอนด้วยกันไง" เเทฮยองพูดพลางก้มลงไปสูดดมความหอมเเถวซอกคอของคนในอ้อมกอด ครีมอาบน้ำกลิ่นสตอรเบอรี่หอมฟุ้งไปทั่วโพรงจมูก


  "พรุ่งนี้ผมต้องไปเรียนนะ เเค่นี้ก็ดึกจะเเย่ถ้าไม่ไปกับคุณคงได้นอนนานเเล้ว" 


  "โทษ??"


  "ใช่..ก็คุณนั่นเเหละเป็นคนบังคับผมไป"


  "ถ้าไปไม่ไหวก็หยุดซะสิ"


  "ได้ยังไง? ผมพึ่งจะเปิดเรียนนะ"


  "ถ้าฉันสั่งอะไรก็เป็นไปได้หมดทั้งนั้นเเหละ"


  เเทฮยองหยุดหยอกล้อคนตัวเล็กก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้เเน่นขึ้นกว่าเดิม เขาเเค่กอดจองกุกไว้เเบบนั้นโดยไม่ได้พูดอะไร เเค่เพียงรู้สึกว่าพักนี้ยุ่งกับงานเกินไปจนไม่มีเวลาได้สนใจคนตัวเล็กเลย 


  "ทำไมคุณถึงได้เอาเเต่ใจนักนะ"


  เเทฮยองมักเอาเเต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ เป็นคนที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ อยากได้เร็วก็ต้องได้ อยากได้ช้าก็ต้องได้ บางทีจองกุกก็ปรับอารมณ์ตามคนเอาเเต่ใจไม่ทัน เเต่ก็นะ พวกอัลฟ่าเเบบเขาก็คงจะเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกคนอยู่เสมอไม่ใช่หรือไง


  "คงเอาเเต่ใจเเค่กับเธอ"


  "เเล้วทำไมถึงชอบเรียกผมว่าเธอกัน?"


  "ไม่ชอบงั้นหรอ? ฉันว่ามันเหมาะกับเธอดี"


  "คิดว่าสรรพนามเเบบนั้นเอาไว้เรียกผู้หญิงซะอีก.."


  "เรียกได้หมดถ้าฉันอยากจะเรียก"


  "อ๊ะ!!" จองกุกเผลอส่งเสียงออกมา เพราะรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวไหล่ 


  เเทฮยองดูดเม้มหัวไหล่มนก่อนจะถอดถอนริมฝีปากออกพร้อมกับน้ำลายสีใสที่เยิ้มออกมาด้วย เขาทำมันไปรอบๆ 

ฝากรอยเเดงเป็นจ้ำไว้ตามเนื้อขาวของจองกุก


  "ผมเจ็บนะ!!" คนตัวเล็กว่าพลางหันไปตีเข้าที่เเผงอกกว้างอย่างเเรง ทำเอาคนโดนตีอดไม่เบ้หน้าออกมาไม่ได้ 


  ถึงจะชอบเถียงไปบ้างหรือดื้อไปบ้าง เเต่จองกุกก็ชอบเวลาที่ถูกกระทำเเบบนี้ที่สุดเเล้วล่ะ 


  เขาชอบเวลาที่ได้อยู่ใกล้เเทฮยอง เวลาที่เขาโอบกอดกันไว้เเบบนี้ เเม้จะไม่รู้ว่าสถานะของเรามันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน หรือสามารถขึ้นไปสูงกว่านี้ได้อีก


  มีหลายครั้งที่คิดน้อยใจ ไม่รู้ว่าเเทฮยองจะเก็บเขาไว้เเบบนี้เพื่ออะไรเเค่เเก้เบื่อหรือเป็นเเค่ของเล่นของเขาที่ใช้เเก้เหงาไปวันๆ เพราะยังไงจองกุกก็เคยเป็นลูกคนใช้ของพวกโอเมก้าที่ต่ำต้อยของตระกูลเขามาก่อน เเละเขาก็ยังคิดหาเหตุผลเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เลยสักครั้ง


  "ฉันอดที่จะฝากรอยเขี้ยวไว้บนหลังคอนี่ไม่ไหวเเล้วสิ"


  "ผมเคยห้ามคุณงั้นหรอ.."


  "ขอเวลาหน่อยนะเด็กดี"


  "คุณเเค่รอหรือไม่เคยคิดที่จะทำมันอยู่เเล้วล่ะ"


  "ทำไมถึงชอบพูดจาประชดประชันกันนะ"


  "เเล้วคุณคิดว่ายังไง"


  "คิดว่าเธอดื้อ" เเก้มนุ่มถูกคนเอาเเต่ใจ หอมอยู่เเบบนั้นจนจองกุกคิดว่ามันคงช้ำไปเสียเเล้ว


  "คุณมัวเเต่กอดเเบบนี้เมื่อไหร่ผมจะได้นอน" พูดพลางพยายามเเกะเเขนหนาใหญ่ที่รัดอยู่รอบเอวตัวเองออก เเต่ก็ไม่เป็นผล เพราะเเทฮยองมีเเรงมากกว่าเขาเป็นไหนๆยังไงล่ะ


  "ทำตามที่บอกก่อน"


  "ทำอะไร?" 


  จองกุกคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีเเน่ๆ 


  "เเดดดี๊"


  "คืออะไรผมไม่เข้าใจ?"


  "ก็เรียกให้ชื่นใจหน่อยจะยอมปล่อย"


  "ไม่มีทาง"


  เเม้ในใจจะอยากพูดเเทบตาย เเต่ปากมันดันไม่ขยับนี่สิ่


  "งั้นก็อยู่เเบบนี้ไปทั้งคืน" เเทฮยองกระชับอ้อมกอดให้เเน่นขึ้นกว่าเดิม 


  จากที่ตอนเเรกรู้สึกดี เเต่ตอนนี้มันกลายเป็นอึดอัดจนหายใจไม่ออก จองกุกรู้สึกถึงอุณหภูมิในร่างกายที่มันเพิ่มขึ้นอย่างรู้สึกได้ ไม่ใช่ว่าเขินหรอกนะ เเต่เขาเอาเเต่กอดไว้เเบบนี้ ใครจะไม่อึดอัดเเละร้อนบ้าง


  "ผมร้อนน"


  "ไม่เห็นร้อนตรงไหน"


  "อา....เเดดดี๊!!" สุดท้ายก็ทนความกดดันไม่ไหว จองกุกตัดสินใจพูดคำที่เเทฮยองต้องการได้ยินออกไปอย่างเสียงดัง เเละเหมือนจะได้ยินเสียงหัวเราพอใจเบาๆจากคนด้านหลัง "ปล่อยผมได้หรือยัง"


  "ได้ยินไม่ชัดเลย ขอฟังอีกที"


  "ผมว่าผมก็ไม่ได้พูดเสียงเบานะ คุณจงใจเเกล้งชัดๆ"


  "ไหนใครเคยบอกว่าอยากเรียกเเดดี๊ใจจะขาดกันนะ"


  ใช่...จองกุกเป็นคนพูดมันเองทั้งหมดนั่นเเหละ เเต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์มาคิดอะไรเเบบนั้นหรอกนะ สิ่งเดียวที่ต้องการตอนนี้คือการนอนเท่านั้น


  "เเดดดี๊!! เเดดดี๊ เเดดดี๊ เเดดดี๊!!! พอใจหรือยังครับ!!"


  จองกุกหน้าเเดงจนขึ้นสี ถ้าทำให้ควันออกหูได้เขาคงจะเป็นคนเเรกที่ทำ ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาทำอะไรเเบบนี้เลยด้วยซ้ำ


  เเทฮยองคลายอ้อมกอดออกตามที่สัญญาไว้ ดันไหล่จองกุกให้นอนลงในท่าตะเเคงข้าง ก่อนจะดึงเอาผ้าห่มที่ปลายเตียงขึ้นมาคลุมทั้งตัวเองเเละคนตัวเล็กไว้ เเละสวมกอดคนตัวเล็กไว้ตามเดิม 


  "คุณเเทฮยอง..ไหนว่าจะปล่อยผมไง"


  "เเบบนี้กับเเบบเมื่อกี้ เเบบไหนดีกว่ากัน"


  "ก็ไม่ดีทั้งสองนั่นเเหละ"


  "งั้นเอาเเบบนี้เเหละ" 


  "ผมร้อนปล่อยก่อนได้ไหม" จองกุกพยายามเอาศอกดันคนด้านหลัง เเต่ก็ไม่มีท่าทีว่าเขาจะปล่อย จองกุกพูดเเละทำอยู่เเบบนั้นเป็นเวลานาน จนกระทั่งได้ยินเสียงกรนเบาๆ พร้อมกับเสียงลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ บ่งบอกให้รู้ว่าเขาได้เข้าสู่ช่วงนิทราของตัวเองเเล้ว เเต่เเขนที่โอบรัดไว้ก็ยังคงมีน้ำหนักเหมือนเดิม 


  สุดท้ายก็ต้องยอมให้เขากอดไว้เเบบนั้นไปถึงเช้า

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

Ps.เป็นไงกันบ้างคะตอนนี้ สนองนี้ดตัวเองล้วนๆเลย เขินคุณเเทฮยองไม่ไหวเเล้ว กำลังคิดชื่อใหม่ให้คุณเเทฮยอง คิดว่าจองกุกควรเรียกว่าอะไรดีคะ5555555555


สำหรับตอนนี้ก็มีตัวละครเพิ่มเข้ามานิดนึงเนอะ 


สำหรับพัคจีมินของเรามีบทบาทเเน่นอนค่ะ เพราะวางไว้เเล้วเพียงเเต่ยังไม่ค่อยได้ออก วางไว้ให้เป็นคนมีนิสัยขี้เล่น เเต่จริงๆก็มีความสุขุมอยู่ไม่น้อย ระวังพิ่ป้าคร่างนี้ไว้ให้ดีนะฮึกก


 ตอนนี้เเต่งไว้หลายวันเเล้ว เเต่พึ่งจะปรับเปลี่ยนนิดหน่อยกับเเต่งเพิ่ม ก็เลยมาลงดึกหน่อยนะคะ


ขอบคุณทุกคนที่มาเม้นมากเลยนะคะได้อ่านหมดเเล้ว มีความสุขจริงๆ ยังไงก็มาเม้นคุยกันได้เรื่อยๆเลยนะ


อยากคิดเเท็กสกีมเหมือนกันไว้รอคิดออกจะมาเเปะไว้ให้ไปเล่นกันนะคะ เเงงงงงงงงงงงงง


ฝากด้วยนะฮับบ นักอ่านทุกคนคือกำลังใจของเรา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #14 fomkwa55 (@fomkwa55) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 10:55

    รีบมาต่อนะคะ

    #14
    0
  2. #13 Seoseoooo (@seoseoooo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 16:33
    เขินนนนนน รออีกหน่อยนะพี่เค้าคงมีเหตุผล(บอกตัวเอง)5555สู้ๆนะคะ
    #13
    0
  3. #12 Volume_v (@Volume_v) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 11:51

    ช่วงหลังๆน่ารักมากๆค่ะ ฮือ รอตอนหน้านะคะ มาเร็ววๆๆ รอๆๆๆ

    #12
    0
  4. #11 gdgdgj (@gdgdgj) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 06:18
    มันแบบบะลั่กบะลักอุกอุก
    #11
    0
  5. #10 Tuna-kun (@PrStye) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 20:06
    เขินนนน
    #10
    0
  6. วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 08:20
    ฮื่ออออชอบบบบบ
    #9
    0