รักจากร้ายเจ้าชายแสนดุ

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    25 ก.พ. 64

“คุณดลธีร์ไม่อยู่ มีธุระอะไรด่วนฝากป้าไว้เดี๋ยวท่านกลับมาจะเรียนแจ้งให้” คุณแม่บ้านคนึงมองร่างบางไม่ถึงกับมอมแมมตรงหน้า แต่ก็ดูโทรม เสื้อยึดสีดำ กางเกงยีนส์ซีดเก่า ใบหน้าซีดเซียว รูปร่างผอมบาง ใส่หมวกแก๊ปยีนส์เก่า ๆ ในอ้อมแขนมีร่างเล็ก 

เด็กน้อยอ้วนจ้ำม่ำไม่เหมือนแม่ที่ผอมเกร็ง ผิวเนียนขาวผ่อง ตากลมโต แก้มใสแดงปลั่ง มือน้อยพยายามดึงหมวกใบเล็ก ๆ ที่ช่วยบังแดดออก แต่ไม่หลุด คงรำคาญหมวก ปากแดงระเรื่อค่อย ๆ เบะออก ก่อนจะร้องเสียงเล็กแต่พลังไม่เล็กเลย เสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณ ดีที่   บริเวณบ้านเป็นที่ส่วนบุคคล บ้านหลังถัดไปก็อยู่ห่างไปอีก 

หลันหลันมองหน้าหญิงสูงวัยที่มุ่นคิ้วนิด ๆ แล้วรีบยกมือตบหลังเล็กเบา ๆ อย่างปลอบโยน คงเพราะเหนื่อยและร้อน ไม่ก็คงหิวด้วย เธออยากรีบพาเจ้าตัวเล็กมาหาพ่อของเขาให้เรียบร้อย เสร็จธุระนี้เธอจะได้โล่งใจ ลำพังตัวเธอเองลำบากไม่เป็นไร แต่ทายาทมหาเศรษฐีอย่างเจ้าตัวเล็กที่มีพ่อร่ำรวยไม่ควรมาลำบากกับเธอ 

            คุณคนึงออกจะไม่ไว้ใจร่างบาง มีผู้หญิงที่อุ้มลูกมาแบบนี้หลายคนที่แอบอ้างว่าเด็กที่อุ้มมาเป็นลูกของคุณดลธีร์ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ ทำให้เธอมองร่างผอมบางตรงหน้าอย่างสงสารปนเห็นใจ สภาพแบบนี้ คุณดลธีร์ไม่มีทางเผลอไปมีอะไรด้วยแน่นอน ถึงจะเสือผู้หญิง แต่ด้วยความเป็นคุณธีร์แล้วก็เลือกมากไม่ใช่น้อยเหมือนกัน

ผู้หญิงที่อุ้มลูกมาส่วนใหญ่ก็สวย แต่งตัวดูดี หุ่นดีมีรถขับกันมาทั้งนั้น มีแต่ร่างบางนี่ละที่แค่เห็น คุณคนึงก็ทายได้เลยว่าต่อให้ร่างบางบอกว่าเด็กในอ้อมแขนเป็นลูกคุณดลธีร์เธอก็สามารถตัดสินใจว่าไม่ใช่ได้เองโดยไม่ต้องพาไปหานายใหญ่เหมือนคนก่อน ๆ แต่ก็อดจะสงสารและเห็นใจไม่ได้ ยิ่งเจ้าตัวน้อยที่หน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดู ต้องตาเหลือเกิน เค้าโครงหน้าที่ดูจะคุ้น ๆ แต่นึกไม่ออกว่าเหมือนใครก็ทำให้เธอตัดใจไล่ไม่ลงเลยยืนคุยด้วยดี ๆ 

            “เอ่อ...” หลันหลันกำลังจะขอรอจนกว่าคุณดลธีร์จะมา แต่ก็มีเสียแตรดังมาจากด้านหลังเสียก่อน

            ‘ปี๊น ปี๊น’

            “อ่าว นายใหญ่กลับมา เรารอเดี๋ยว ฉันไปเปิดประตูให้นายใหญ่ก่อน” ร่างอวบนิด ๆ ของแม่บ้านคนึงนิจรีบวิ่งไปดันประตูให้เปิดกว้าง 

            ตรงที่ยืนคุยกันนั้นอยู่เยื้อง ๆ กับประตูใหญ่เล็กน้อยเท่านั้น คนในรถมองออกมาก็เห็นร่างบางที่มีเจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนกำลังโยเย ปัดหมวดจนหลุด ใบหน้าน้อย ๆ นั้นหันมาทางที่รถกำลังแล่นผ่านพอดี คุณมณี มุ่นคิ้วหันไปหาสามี 

            “คุณคะ มณีว่าเด็กคนนั้นหน้าตาคุ้น ๆ เหลือเกิน” ว่าแล้วคุณมณีก็บอกให้ลุงตีคนขับรถจอดรถ

            “ไหนกันคุณ อ่อ” เดนิสขมวดคิ้วแต่หันมองไปทางที่คุณมณีพยักเพยิดให้มอง

            ร่างเล็กที่ไม่มีหมวกปิด หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ใบหน้าแบบเด็กลูกครึ่ง ทำให้คุณเดนิสขมวดคิ้ว 

            “คุณคิดเหมือนฉันไหมคะ” คุณมณีเห็นสามีชาวต่างชาติพยักหน้าก็เปิดกระจกแล้วเรียกแม่บ้านคนึงมาไถ่ถาม

            “ใครกันป้าคนึง”

            “เอ่อ ยังไถ่ถามไม่ได้ความ แต่เจ้าตัวบอกว่ามาหาคุณดลธีร์ค่ะ” 

            คุณมณีนิ่งไปนิด

            “ป้าคนึงพาเข้าไปพบฉันที่ห้องรับแขกนะ”

            “ได้ค่ะ คุณมณี”

            รถสีดำคันใหญ่ขับเข้าไปแล้ว ร่างบางม่อยหน้าลง ใครกันจะมาเชื่อเธอว่าร่างเล็กในอ้อมแขนเป็นลูกของดลธีร์ดารานักร้องชื่อดังขวัญใจสาว ๆ แถมยังเป็นไฮโซเจ้าของธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ทั้งไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงธุรกิจส่งออกอีกมากมาย ใช้ชีวิตอยู่คนละชนชั้นกับเธออย่างทิ้งฝุ่น

            เฮ้อ แล้วเธอจะทำยังไงกับเจ้าร่างจ้อยนี้ดี เธอพยายามเลี้ยงเจ้าตัวจ้อยมาอย่างดีตลอดหนึ่งปีมานี้ พี่สาวคนสวยลูกพี่ลูกน้องของเธอเสียไปพร้อมกับจดหมายคำสั่งเสียให้เลี้ยงดูพร้อมกับเงินก้อนหนึ่งที่ไม่ได้มากมายสำหรับเจ้าตัวน้อย

            เจ้าตัวน้อยที่ค่าเลี้ยงดู ค่ากิน ค่าอยู่ไม่ได้น้อยตามเลยเพราะเธอต้องทำงานจึงต้องจ้างคนเลี้ยงเจ้าตัวเล็ก อุตส่าห์เลี้ยงดูมาอย่างดีมดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม เธอจะอดยังไงก็ได้แต่เจ้าตัวจ้อยคือห้ามอด ร่างเล็กถึงอ้วนจ้ำม่ำน่าฟัดน่ากอด ได้ขนาดนี้ 

            คิดแล้วน้ำตาก็ปริ่ม ๆ เธอรักเจ้าตัวน้อยมากเป็นไปได้ก็ไม่อยากคืนพ่อเขาเลย มือเรียวกอดร่างบางแน่นจนเจ้าตัวเล็กดิ้นดุกดิ๊ก ๆ ส่ายไปมา 

            แต่ช่วงที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้แถมยังมีโรคระบาดทำให้เธอเองหน้าที่การงานนั้นแย่ลง เธอไม่มีกำลังเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยให้อยู่ดีกินดีและปลอดภัยได้ แค่ลำพังเธอตอนนี้ก็แย่เต็มที พี่ปิ่นจันทร์เขียนจดหมายทิ้งไว้ก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเรื่องพ่อของเจ้าตัวเล็ก

            พี่ปิ่นจันทร์ไม่ยอมให้เธอพาเจ้าตัวน้อยไปหาพ่อของเขา เขียนกำชับไว้หนักหนาแต่ไม่ยอมให้เหตุผลว่าทำไม เธอก็ปฏิบัติตามคำสั่งเสียของคนที่เสียไปแล้วอย่างดีมาตลอดเพียงแต่ครั้งนี้ไม่ได้แล้วจริง  ๆ เธอเลยยอมละเลยคำสั่งเสียนั้น

            เธอไม่แน่ใจว่าทั้งสองรู้จักกันได้ยังไง พ่อกับแม่ของพี่ปิ่นจันทร์เสียแต่เล็ก ๆ ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกเลยมาพักอาศัยอยู่กับพ่อแม่เธอที่บ้านที่เชียงใหม่จนอายุสิบแปด ก็หนีออกจากบ้านไปกรุงเทพบอกแต่ว่าอยากเป็นดาราแล้วหายไปเลย หลันหลันไม่ได้เจอพี่ปิ่นจันทร์นานมาก จนเธอมาทำงานที่กรุงเทพ ตอนที่มีโอกาสไปดูดาราที่เธอชื่นชอบก็คือดลธีร์ที่งานอีเว้น อีเว้นหนึ่งเลยทำให้ได้เจอพี่ปิ่นจันทร์ เธอดีใจมากพี่ปิ่นจันทร์พาเธอไปหลังเวทีและได้ถ่ายรูปกับดลธีร์เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว เพราะเธอทำงานหนักไม่มีเวลาไปตามติ่งดลธีร์อีก ส่วนพี่ปิ่นจันทร์ก็ทำงานและมีชีวิตแบบคนมีชื่อเสียง แตกต่างกับเธอลิบลับ เลยยากนักที่จะได้เจอกัน จนเมื่อสองปีที่แล้วพี่ปิ่นหอบเจ้าตัวเล็กที่กำลังแดง ๆ มาหาเธอฝากเธอไว้ก่อนจะไปโรงพยาบาล สุดท้ายหมอบอกเธอว่าพี่ปิ่นจันทร์เสียชีวิตแล้วโดยแสดงเจตจำนงค์ที่จะบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่และไม่ต้องการให้ใครเห็นร่างเธอ

            “นี่ เรานะ” ป้าคนึงเดินมาหยุดมองร่างบางที่ทำท่าน้ำตาซึมกอดตัวเล็กแน่น ก็มุ่นคิ้วนิด ๆ 

            “อ่อ คะ ค่ะ” หลันหลันรีบเอามือปาดน้ำตา

            “มา ตามฉันเข้ามา คุณท่านอยากจะเจอเธอกับลูก” 

            “เอ่อ.... ค่ะ” หลันหลันกำลังจะปฏิเสธว่าเจ้าตัวน้อยไม่ใช่ลูกเธอ คุณแม่บ้านก็หันหลังเดินนำเธอไปเสียแล้ว หลันหลันอดดีใจไม่ได้อย่างน้อยเจ้าตัวเล็กก็เหมือนจะมีโอกาสดีดีแล้ว คิดในใจขอให้ท่านท่านเชื่อว่าร่างเล็กนี้เป็นลูกคุณธีร์ด้วยเถิดร่างบางกอดเจ้าตัวเล็กแน่นรีบเดินตามป้าแม่บ้านเข้าไป

            “อ่าว มาแล้วเหรอ มานั่งซิ” ร่างบางท่าทางเรียบร้อย ทรุดนั่งที่พื้นตามป้าแม่บ้าน คุณมณีเลยบอกให้นั่งบนโซฟา แต่เจ้าตัวส่ายหน้ายิกยิก 

            “ไม่เป็นไรค่ะ หลันนั่งตรงนี้ได้” เสียงเบาเอ่ยอย่างเกรงใจ

            คุณมณีจ้องเจ้าตัวเล็กที่จ้องมองมาตาโต ๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น ไม่ร้องสักเอ๊ะ หน้าตานั้นละม้ายคล้ายดลธีร์ตอนเล็ก ๆ ไม่ผิดเพี้ยนแถมดวงตาสีเขียวเหลือบทอง ทำให้คุณมณีหันไปหาสามีที่ก็กำลังมองเจ้าตัวเล็ก ซึ่งกำลังวาดแขนไปมา พร้อมกับจ้องหน้าคุณเดนิสเขม็งแล้วหัวเราะให้จนตาหยี แบบอยากจะให้อุ้มอีกต่างหาก จนเดนนิชอยากจะปรี่เข้าไปอุ้มร่างจ้อย ๆ ดูว่าจะนุ่มนิ่มแค่ไหน

            เขาและคุณมณีเนตรอยากจะมีหลานจะแย่แต่ติดที่เจ้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่ยอมลงเอยกับใครสักที ก่อนหน้านี้ก็เจ้าชู้ไม่เลือกหน้า สาวสาวอุ้มลูกมาแอบอ้างกันหัวกะไดไม่แห้ง จนมีช่วงปีที่ผ่านมาเจ้าตัวดูแปลกไป ไม่ออกเที่ยวเตร่คบสาวไม่เลือกอีก ดูเงียบขรึมลงแต่ก็ไม่ยอมคบใครจริงจังเป็นตัวเป็นตนสักที สาว ๆ ที่เคยอุ้มลูกมาแอบอ้างก็ไม่มีอีก จนวันนี้ที่เขาเห็นเจ้าตัวน้อยตาสีเขียวเหลือบทองนี่แหละ

            “ผมคิดว่าใช่” เดนิสพูดออกมาโดยที่คุณมณีแทบจะไม่ต้องถาม สายตาเขาบ่งบอกชัดเจนว่ามั่นใจ ตาสีเขียวเหลือบทองเหมือนเขาเลย อีกอย่างตาสีนี้ไม่ใช่จะมีกันง่าย ๆ ร่างแกร่งที่ยังคงกระฉับกระเฉงไม่เหมือนคนอายุสี่สิบกว่า ๆ เลยสักนิดลุกขึ้นเดินไปคว้าร่างจ้อยที่หลันหลันยกให้แบบงง งง มาอุ้ม 

            ตัวน้อยหัวเราะเอิ้กอากชอบใจ ใบหน้าแบบลูกผสม ตากลมโต ปากชมพูเข้ม  ร่างอวบท้วมสมบูรณ์ดูสะอาดสะอ้าน ผิวขาวใสเนียน เสื้อผ้าเด็กสีสดใหม่ทำให้เจ้าตัวดูน่ารัก น่าฟัด และน่าทะนุถนอมตรงข้ามกับหญิงสาวที่อุ้มร่างเล็กนี้อยู่โดยสิ้นเชิง

            “ไหนเล่ามาหน่อยซิ” เดนนิชหันไปหาร่างบาง อายุไม่น่าเกินยี่สิบห้า ใบหน้าเรียวได้รูป ตาเรียวรียาว คิ้วเรียงตัวสวย จมูกโด่งรั้ง ผิวออกไปทางสีแทนแต่ดูเนียนละเอียดอยู่ ดูโดยรวมแล้วไม่ถึงกับสวยแต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วจนเกินไปแต่อาจจะเพราะไม่ได้ดูแลตัวเองด้วย รูปร่างผอมบาง น่าจะให้เจ้าตัวเล็กกินหมดนั่นแหละตัวเองถึงผอมเกร็นตัวเล็กถึงได้อวบจ้ำม่ำขนาดนั้น ผมยาวมัดขึ้นเป็นหางม้าไว้ลวก ๆ ร่างบางมองมาที่ร่างเล็กด้วยแววตารักใคร่

            คุณเดนิสขมวดคิ้ว อดสงสารร่างบางตรงหน้าไม่ได้ไม่คิดว่าลูกเขามันจะไปทำผู้หญิงท้องแล้วปล่อยให้เจ้าตัวเลี้ยงลูกมาคนเดียวอย่างลำบากแบบนี้ ถ้าอยู่ใกล้ ๆ นะจะตีหัวให้ แต่เขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียว ว่าร่างเล็กจ้อยจะเป็นลูกของดลธีร์จริง ๆ ถึงอย่างไรก็ต้องผ่านการตรวจดีเอ็นเอให้เรียบร้อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น