คัดลอกลิงก์เเล้ว

[fic BTOB] Lover Boy [sikhoon] Hyunsik x Ilhoon

โดย Tangie

ผมต้องการแค่คุณเท่านั้น ผมไม่สามารถปล่อยคุณไปแบบนี้ได้

ยอดวิวรวม

2,911

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


2,911

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


26
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 ก.พ. 56 / 04:26 น.
นิยาย [fic BTOB] Lover Boy [sikhoon] Hyunsik x Ilhoon [fic BTOB] Lover Boy [sikhoon] Hyunsik x Ilhoon | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Lover Boy

ตัวละคร: ฮยอนซิก อิลฮุน ชางซอบ มินฮยอก ซองแจ อึนกวัง พีเนียล

Intro:

ซารังบักเก นัน มลรา I want you only you

ผมรู้จักแค่ความรักเท่านั้น ผมต้องการแค่คุณเท่านั้น

อีแดรน ชอลแดโร โบแนล ซุน ออบซอ

ผมไม่สามารถปล่อยคุณไปแบบนี้ได้
 

****** เรื่องนี้เป็นฟิคแปลมานะคะ เรากับเพื่อนแปลอ่านกันเล่นๆ อยากแบ่งปันให้ทุกคนที่รักBTOBและชื่นชอบโมเม้นท์น่ารักๆของน้องทั้งสองคนค่ะ^^





 


เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 ก.พ. 56 / 04:26


                ฮยอนซิกและอิลฮุนสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่เริ่มเดบิวต์ ในตอนแรกความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเค้าสองคนคือพี่ชายและน้องชายเหมือนที่เกิดขึ้นระหว่างเมมเบอร์คนอื่นๆ ไม่มีอะไรมากเกินไปกว่านั้น ตั้งแต่บีทูบีมีการซ้อมเพลงWOWและLOVER BOYเพื่อคัมแบค ใช้เวลาด้วยกันทั้งวันในห้องซ้อมเพื่อฝึกซ้อมอย่างหนักจนมันได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว ทำให้สมาชิกในวงสนิทกันมากขึ้น อิลฮุนผู้ที่ไม่ชอบการสกินชิพแต่เขากลับไม่ปฏิเสธเมื่อการสกินชิพนั้นมาจากฮยอนซิก ทั้งการกอด จับมือ หยอกล้อกัน ทั้งสองชอบที่จะทำแฟนเซอร์วิสให้แก่แฟนคลับ แต่จริงๆแล้วจะเรียกว่าแฟนเซอร์วิสก็คงไม่ถูกเสมอไปเพราะสิ่งที่พวกเขาทำนั้นต่างเป็นการแสดงออกโดยธรรมชาติไปแล้ว แต่ทั้งคู่อาจไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัวนั้นกำลังจะทำให้เกิดปัญหา...
                     ปัญหาหัวใจ ...

               

ฮยอนซิกมานั่งคิดถึงการกระทำหลายๆอย่างของตัวเองที่มีต่ออิลฮุน พยายามปฏิเสธตัวเองว่าทุกอย่างที่ทำไปนั้นไม่มีอะไรเกินไปกว่าสิ่งที่พี่ชายทำให้น้องชาย ปฏิเสธความรู้สึกแปลกๆในหัวใจของตัวเองเวลาอยู่ใกล้แรพเปอร์ของวง ชางซอบเพื่อนที่สนิทของฮยอนซิก เขารู้จักฮยอนซิกดีกว่าคนอื่นเพราะพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เป็นเด็กฝึกหัดของบริษัท ยืนมองเพื่อนคนสนิทที่กำลังนั่งครุ่นคิด นั่งคิ้วชนกันอยู่ภายในห้องซ้อมคนเดียว เขารู้ว่าเพื่อนต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้กลุ้มใจ

โย่ว...ชางซอบทักฮยอนซิกผู้ที่กำลังครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างจนลืมมองว่าเขาได้ยืนอยู่ตรงนี่มาซักพักแล้ว

โย่ว...ฮยอนซิกทักเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งลงข้างๆ

ทำไมนายมองฉันอย่างนั้นวะ?” เขาถามชางซอบพร้อมกับกุมมือตัวเองแน่น ก้มหน้ามองพื้นห้องซ้อมเพื่อซ่อนใบหน้าที่กำลังกังวลอยู่

นายกำลังคิดถึงเรื่องอิลฮุนอยู่ใช่ปะ?” ชางซอบยังเป็นคนที่ตรงไปตรงมาไม่เปลี่ยนแปลง คนที่ถูกถามเงยหน้ามองเพื่อนสนิทอย่างตกใจ

ทำไมต้องคอยปฏิเสธตัวเองอยู่ตลอดวะ ฮยอนซิก! นายควรจะบอกความรู้สึกที่มีต่อน้องได้แล้ว บอกไปเลยชางซอบพูดเพราะไม่อยากเห็นเพื่อนตัวเองต้องมานั่งกลุ้มใจตลอดเวลาแบบนี้

ฉัน..ฉัน..ฮยอนซิกไม่รู้จะพูดอย่างไรดี เขาไม่ต้องการที่จะบอกความรู้สึกที่แท้จริงออกไป
กลัว.. กลัวว่าอิลฮุนจะออกห่าง หลบหน้าเขา จะทำให้ทุกอย่างแย่ลงเมื่อเขาบอกออกไป

นาย? นายทำไม?” ชางซอบถามพร้อมกุมมือเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ดูเหมือนว่ากำลังเหนื่อยกับการต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกของเขาตอนนี้ก็ไม่ต่างจากที่ฮยอนซิกเป็นเลย เมื่อเห็นเพื่อนไม่สบายใจจะให้เขานั่งยิ้มมีความสุขได้อย่างไร

 

ฮยอง.. เสียงเรียกเบาๆนี้มาพร้อมกับประตูห้องซ้อมที่เปิดออก แต่มันก็ดังพอที่จะให้ทั้งสองคนที่อยู่ภายในห้องที่เงียบสนิทหันมามองตามที่มาของเสียงนั้น
อิลฮุน....  ฮยอนซิกพูดพร้อมถอนหายใจเบาๆ เพราะตอนนี้เขายังไม่อยากเจอคนที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้ เขายังไม่พร้อมที่จะห้ามใจตัวเอง...
อ่า ขอโทษฮะ ผมคิดว่ามินฮยอกฮยองอยู่ที่นี่ งั้นผมไปดีกว่า ขอโทษที่รบกวนอีกครั้งฮะ”              อิลฮุนพูดและรีบออกไปจากห้องซ้อม
           ชางซอบรับรู้สึกถึงเสียงที่สั่นเล็กน้อยของอิลฮุนแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะคนที่น่าเป็นห่วงที่สุดตอนนี้คือคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขามองคนที่เพื่อนรักตอนนี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจจริงๆ คนที่พยายามจะระงับความรู้สึกทุกอย่าง ทำตัวปกติเมื่ออยู่ต่อหน้าอิลฮุน และก็กลับมาเป็นฮยอนซิกคนเดิมที่นั่งก้มหน้าพร้อมถอนหายใจเมื่ออิลฮุนออกจากห้องไป…

           ทำไมฮยอนซิกฮยองถึงดูเศร้าๆอย่างนั้นนะ เค้าทำเลาะกับชางซอบฮยองหรือเปล่า..อิลฮุลแปลกใจตัวเองว่าทำไมเค้าต้องคิดมากอย่างนี้ด้วย ทำไมชางซอบฮยองมองฮยองซิกฮยองด้วยสายตาที่ดูเหมือนว่ามีอะไรซักอย่าง แล้วทำไม...

ทำไมหัวใจมันถึงรู้สึกแปลกๆเวลาเห็นฮยอนซิกและชางซอบอยู่ด้วยกัน



คุณลูก ไปร้านกาแฟกับออมม่าอัปป้าก่อนกลับหอมั้ย?” มินฮยอกตะโกนเรียกอิลฮุลที่เดินเหม่อลอยออกมาจากทางห้องซ้อม พวกเขาชอบเล่นบทพ่อแม่ลูกจนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว อิลฮุนหันมายิ้มให้มินฮยอกและอึนกวังที่มองมาทางตัวเองแล้วรีบวิ่งไปหาทั้งสองคน โดยที่ไม่ลืมจะหันไปมองทางห้องซ้อมอีกครั้งก่อนเดินออกไป..

 

 

 



                ขณะที่ทั้งสามอยู่ที่คิวบ์คาร์เฟ่ มินฮยอกสังเกตเห็นว่าอิลฮุนมีอาการแปลกๆตั้งแต่ออกมาจากห้องซ้อม ในขณะเดินกลับหอพักมินฮยอกเลยตัดสินใจมาเดินข้างๆอิลฮุนโดยทิ้งอึนกวังให้เดินตามหลัง

"คุณลูก..มินฮยอกเรียกอิลฮุนด้วยเสียงน่ารักอย่างเช่นทุกครั้ง เรียกรอยยิ้มของอิลฮุนได้เสมอ
"มีอะไรจะบอกออมม่ามั้ย?” เมื่อได้ยินคำถามนั้นทำให้อิลฮุนชะงัก หยุดเดินในทันที
มันมีอะไรรบกวนใจอยู่หรือเปล่า ไม่สามารถบอกออมม่าได้หรอ?” มินฮยอกถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
ม..ไม่ ไม่มีอะไรนี่ฮะอิลฮุนโกหก

แน่ใจ?” คนที่กำลังเล่นบทเป็นแม่ถามลูกชายอีกครั้ง เขารู้ว่าอิลฮุนกำลังปิดปังอะไรบางอย่างอยู่ แต่ที่ไม่รู้คืออะไรเป็นสิ่งที่ทำให้อิลฮุนทำหน้าลำบากใจเช่นนี้ มินฮยอกเพียงแค่อยากช่วยน้องเท่านั้น อิลฮุนพยักหน้าแล้วยิ้มให้มินฮยอกแทนคำตอบว่า ไม่มีอะไร คนเป็นพี่มองรอยยิ้มนั้นอย่างสงสัย

มันถูกปั้นแต่งมา พยายามที่จะฝืนยิ้มออกมาใช่ไหม อิลฮุนอ่า...

 

ถ้ามันมีอะไรจริงๆ ผมจะบอกแล้วกัน แต่ทุกอย่างโอเคจริงๆฮะอิลฮุนบอกมินฮยอกก่อนรีบเดินขึ้นหอพักไป มินฮยอกได้แต่มองตามหลังด้วยความสงสัย               

                                                **********



               หลังจากวันนั้น ระหว่างฮยอนชิกและอิลฮุนเหมือนมีกำแพงกั้นอยู่ มันไม่เหมือนเมื่อก่อน ตลอดทั้งวันฮยอนชิกจะใช้เวลาทั้งหมดกับชางซอบ เลยทำให้อิลฮุนต้องอยู่กับพีเนียลและซองแจ บางครั้งเมื่อทั้งสองเผลอสบตากันทั้งคู่ต่างหลบตามองไปทางอื่น เมื่อมองฮยอนซิกหัวเราะอย่างมีความสุขกับชางซอบอิลฮุนมักรู้สึกแปลกๆที่หัวใจอยู่เสมอ
               ถ้าหาก..
               ถ้าหากเราสองคนได้หัวเราะด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน
               ถ้าหากเราใช้เวลาตลอดทั้งวันด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน
               ถ้าหากเราได้อยู่ด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน
               แต่..
              ฮยอนซิกฮยองทำไม.. ทำไมมันไม่เหมือนเดิม 
              เวลาอยู่กับชางซอบฮยองพวกเค้าสองคนมีความสุขกันขนาดนี้เลยหรอ..


"นายชอบฮยอนซิกหรอ?” เสียงของใครบางคนกระซิบมาจากด้านหลัง มันทำให้คนที่ได้ยินถึงกับตาโตด้วยความตกใจและหันกลับไปมองที่มาของเสียงทันที
"ม..มินฮยอกฮยองมินฮยอกยิ้มอย่างสดใสเช่นเคย มองอิลฮุนแล้วนึกขำที่ตอนนี้น้องทำหน้าตกใจสุดชีวิต
ออมม่าหวังว่าลูกจะซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองนะพูดได้แค่นั้นคนที่ชอบเล่นบทเป็นแม่ก็โดนคุณลูกลากให้เดินตามไปนอกห้อง มินฮยอกเดินตามไปอย่างง่ายดายและแอบหัวเราะกับท่าทีของอิลฮุน โดยทั้งสองไม่ได้สังเกตุว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองตาม มองทุกการกระทำ

มองตั้งแต่แรก..


...อิลฮุนไม่เคยอยู่นอกสายตาของฮยอนซิกเลย


"เอาหล่ะ นายบอกฉันได้แล้วนะ บอกความจริงมามินฮยอกพูดขึ้นหลังจากเดินออกมาไกลจากห้องซ้อมพอสมควร อิลฮุนลังเลใจที่จะพูดออกมา แต่มินฮยอกไม่ได้ถามเซ้าซี้น้องชายเลยสักนิด เพียงแต่นั่งมองแล้วให้เวลากับอิลฮุนในการตัดสินพูด

 

 

ผม..ผมอาจจะ..ชอบฮยอนซิกฮยองอิลฮุนพูดออกมาพร้อมหลับตา เพราะกลัวการตอบรับของผู้เป็นพี่

นั่นไง!!” มินฮยอกร้องออกมาด้วยความดีใจที่ตัวเองเดาอาการถูก

แล้ว..?” มินฮยอกพยายามถามเพื่อให้อิลฮุนพูดออกมาให้หมด

แต่..ผมไม่คิดว่าฮยอนซิกฮยองจะชอบผมอิลฮุนพูดด้วยน้ำเสียงที่ปนไปด้วยความกังวล

หืม ยังไง? ฮยอนซิกชอบใคร?” มินฮยอกถามกลับด้วยความสงสัยเต็มที่ อิลฮุนมองมินฮยอกแล้วถอนหายใจ

ไม่มีฮะ แต่..ชางซอบฮยอง..พวกเค้าสองคนดูมีความสุขเวลาที่อยู่ด้วยกันอิลฮุนก้มมองพื้น ภาพของฮยอนซิกหัวเราะพร้อมกอดชางซอบแล่นเข้ามาในหัวอยู่เหมือนถูกฉายซ้ำ

พวกเค้าเป็นเพื่อนสนิทกัน นายก็รู้หนิ สองคนนั้นรวมทั้งอึนกวังอยู่ด้วยกันตอนเป็นเด็กฝึกตั้งสี่ปี..มินฮยอกพยายามอธิบายให้น้องฟัง แต่อิลฮุนดูเหมือนจะไม่อยากเชื่อเพราะภาพของรอยยิ้ม    เสียงหัวเราะของทั้งคู่ อิลฮุนจำได้ จำได้ดี ทั้งสองคนมีความสุข..โดยที่คนอื่นไม่สามารถเข้าไปถึง

ภาพนั้น..ทำไมจะจำไม่ได้
างซอบฮยองทั้งน่ารักและมีเสน่ห์ ฮยอนซิกฮยองเป็นผู้ชายที่อบอุ่น สุภาพบุรุษ ใครอยู่ใกล้ก็ต้องหลงรัก..จริงสินะใครอยู่ใกล้ก็ต้อง..รัก  อิลฮุนคิดอย่างนั้นแล้วยิ่งโกรธตัวเองที่ไม่ห้ามใจไว้ตั้งแต่แรก



ไม่นะฮยอง ผมมั่นใจ สิ่งที่เค้าสองคนปฏิบัติต่อกันมันมากกว่าเพื่อน..” ยิ่งพูดยิ่งเจ็บ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บ

มินฮยอกได้ฟังเสียงสั่นๆนั้น มันทำให้เขาคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ตอนนี้ทำได้แค่เพียงกอดน้องชายแน่ๆแล้วเช็ดน้ำตาให้เท่านั้น



       
             

                 ฮยอนซิกไม่สบายใจเลย เค้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่ทั้งสองออกไปข้างนอก ทำไมอิลฮุนถึงกลับเข้ามาในห้องด้วยตาช้ำๆเหมือนผ่านการร้องไห้มาเช่นนั้น อะไรทำให้อิลฮุนเศร้า? อยากที่จะไปอยู่ข้างๆแต่เขาทำไม่ได้ อยากมีความกล้าพอที่บอกความจริง กล้าพอที่จะพูดว่ารัก แต่ความกลัวมันมีมากกว่า กลัวทุกสิ่งทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม ถ้าเมื่อก่อนไม่มีการหยอกล้อกันระหว่างพวกเค้าสองคน ไม่มีการจับมือ ไม่มีการสกินชีพ ไม่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่มีสายตาที่ตัวเขาเองมองอิลฮุนที่เปลี่ยนไป


มันคงไม่เจ็บขนาดนี้ใช่ไหม...

 

 

 

******

 

 

 

          วันนี้บีทูบีถ่ายวิดีโอเพื่อรายการ MTV ไดอารี่เหมือนทุกๆวัน ทุกคนยกเว้นอึนกวังและชางซอบที่ติดการอัดเสียงได้มาวัดตัวเพื่อนเตรียมชุดคอนเซปสำหรับการคัมแบคที่ร้านประจำของ  บีทูบี ฮยอนซิกเป็นคนถือกล้องถ่ายเมมเบอร์และตัวเขาเอง ฮยอนซิกรู้สึกง่วงมาก อาจเป็นเพราะเมื่อคืนเค้ามัวแต่คิดเรื่องอิลฮุนจนนอนไม่ค่อยหลับ เลยอยากออกไปซื้อกาแฟข้างนอก มินฮยอกได้ยินฮยอนซิกพูดกับกล้องว่าจะออกไปข้างนอกเลยขอไปด้วย โดยทิ้งมักเน่ไลน์ที่กำลังวุ่นวายกับการวัดตัวไว้ที่ร้าน ทั้งสองพูดคุย เล่นกันขณะเดินไปที่ร้านกาแฟโดยที่ไม่ลืมถ่ายวิดีโอไว้ให้แฟนๆดู แถมยังเล่นสนุกโดยการถ่ายเอ็มวีเพลง Lies ของบิ๊กแบงกันอย่างสนุกสนาน



อ่า แบตกำลังจะหมดแล้วฮะฮยอนซิกพูดขึ้นขณะถือกล้องพร้อมกับเช็คแบตเตอร์รี่ว่าถ่ายได้อีก  กี่นาที
อ่าว งั้น เดี๋ยวเจอกันฮะเมโลดี้ พวกเรารักพวกคุณ!” มินฮยอกพูดด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่เศร้า เสียดายที่กล้องนั้นแบตกำลังจะหมด
ฝันดีฮะเมโลดี้ บ๊ายบายทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกับส่งจูบให้กับกล้อง ก่อนฮยอนซิกจะกดปุ่มปิดมัน

 

 

 


พวกเราต้องอัดเพิ่มที่หลังนะฮยองฮยอกซิกพูด มินฮยอกเห็นด้วยจึงพยักหน้ารับ เพราะที่ถ่ายมานั้นเมื่อตัดต่อแล้วคงจะได้นิดเดียว
ฮยอนซิกอ่ามิกฮยอกเรียกฮยอนซิกขณะที่คนเป็นน้องกำลังเก็บกล้องใส่กระเป๋า
ฮะฮยอกซิกตอบรับ แต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองหน้ามินฮยอก เขายังวุ่นอยู่กับการจัดการกล้อง

ฉันมีเรื่องจะถามนาย นายพอมีเวลาปะ?” คนที่กำลังวุ่นวายกับการเก็บกล้องเงยหน้าขึ้นมามองพี่ชายที่ตอนนี้ทำหน้าจริงจังมองหน้าเขาอยู่ ฮยอนซิกพยักหน้าแทนคำตอบว่า ได้

อะไรนะที่มินฮยอกฮยองอยากรู้..

 

 

 

 

 

               ทั้งสองพูดคุยกันประมาณหนึ่งชั่วโมงได้ และคิดว่ามันนานเกินไปสำหรับการเดินออกมาซื้อกาแฟ จึงรีบเดินกลับ เมื่อมาถึงชางซอบและอึนกวังก็อยู่ที่ร้านหลังอัดเสียงเสร็จแล้วเหมือนกัน

ไปไหนกันมาอ่ะ?” ชางซอบพูดขึ้นเมื่อประตูร้านเปิดเข้ามา
ทำไมถึงทิ้งลูกๆของเราไว้ที่นี่โดยลำพังล่ะ พวกนายคือออมม่าหมายเลข1 และอัปป้าหมายเลข2นะ เมื่ออัปป้าหมายเลข1 และออมม่าหมาเลข2ไม่อยู่ พวกนายก็ต้องดูแลเด็กๆสิ!”       อึนกวังผู้ที่เป็นอัปป้าหมายเลข1พูดขึ้นเสียงดัง
ยอโบ.. เราไปซื้อเครื่องดื่มให้เด็กๆต่างหากล่ะ ผู้จัดการไม่ได้มาด้วย เราเลยต้องจัดการเอง”     มินฮยอกพูดพร้อมส่งเครื่องดื่มที่ซื้อมาให้ทุกคน


 

*****

 

                บีทูบีไม่มีตารางงานในวันนี้ดังนั้นพวกเขาจึงใช้เวลาพักผ่อนอยู่ในหอ มินฮยอก อึนกวัง พีเนียลและซองแจนอนอยู่หน้าทีวีพร้อมดูหนังสยองขวัญ ปิดไฟปิดม่านเพื่อสร้างบรรยากาศ        อึนกวังลีดเดอร์ผู้ที่กลัวผีที่สุดนั่งแอบอยู่ข้างหลังมักเน่ตัวยักษ์ มินฮยอกและพี่เนียลได้แต่นอนขำท่าทีตอนดูหนังสยองขวัญของทั้งสองคน ไม่นานซองแจก็วิ่งไปหยิบผ้าห่มในห้องนอนออกมาคลุมตัวเขาและลีดเดอร์ อิลฮุนที่เพิ่งกลับมาจากซื้อของเดินเข้ามาในหอพักที่มืดเหมือนไม่มีใครอยู่กดเปิดสวิซต์ไฟ ทำให้ทุกคนที่นอนดูหนังอยู่หน้าทีวีตกใจร้องโวยวายกันใหญ่ อิลฮุนได้แต่ยืนขำเพราะทุกคนกลัวผีแต่ก็เลือกที่จะดูมัน เมื่อเก็บของที่ซื้อมาในตู้เย็นเรียบร้อยอิลฮุนจึงเดินมานั่งข้างผู้ชมที่กำลังอยู่ในโหมดกลัวสุดขีดหน้าทีวี 


ฮยอนซิกฮยองกับชางซอบฮยองไปไหนอะ?” คนที่เพิ่งกลับมาถามขึ้น เมื่อสังเกตุเห็นว่าทั้งสองไม่อยู่ในหอพัก
ฮยอนซิกน่าจะอยู่ในห้องนอน ช่วงนี้เห็นบ่นๆว่าเห็นนอนไม่ค่อยหลับ ส่วนชางซอบออกไปซื้อกาแฟมินฮยอกพูดแต่ไม่ได้ละสายมาจากจอทีวีเลย


                ไม่สบายหรือป่าวนะ..  เมื่อได้คำตอบอิลฮุนจึงรีบเดินเข้าไปในห้องนอน มองไปรอบๆหวังจะเจอคนที่ตนเองต้องการพบ

 

 

 

 “มองหาฉันอยู่หรอ?” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง มันทำให้อิลฮุนนิ่งไปชั่วขณะ

อ..เอ่อ..ป่าว คือ.. ผมเข้ามาหาไอแพดของผม ฮยองเห็นมั้ยฮะ?” คนที่โดนจับได้แก้ตัวทันที พร้อมแกล้งทำเป็นมองหาไอแพด มองไปทั่วห้อง มองทุกที่ เว้นแต่เพียงที่เดียวคือที่มาของเสียงทุ้มต่ำนั้น อิลฮุนไม่กล้าที่จะหันไปมองอาจเป็นเพราะกลัว กลัวอีกฝ่ายจะรู้จะตนเองโกหก

กลัวสายตาที่มองมา


กลัวหัวใจตัวเอง..


คลิ๊ก!’ เสียงสัญญาณนี้อาจจะช่วยเขา เสียงประตูปิด.. ฮยอนซิกฮยองคงออกไปแล้วใช่มั้นนะ? 
แต่สิ่งที่อิลฮุนคิดไว้นั้นกลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงเมื่อเขาได้หันตัวกลับมา
อิลฮุนช็อคเพราะฮยอนซิกไม่ได้ออกไปนอกห้องแต่กลับยืนขวางประตูที่มันได้ถูกล๊อคไว้ ที่สำคัญ ฮยอนซิกเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ผมที่เปียกหมาดๆและมีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่ปกปิดร่างกายช่วงล่างเท่านั้น ..



นายกำลังหลบหน้าฉัน จอง อิลฮุน!” ฮยอนซิกถามขณะมองไปยังอิลฮุนที่ตอนนี้กำลังเดินออกห่างจากตัวเอง

ต้องนานเท่าไหร่ที่นายจะทำอย่างนี้ หนึ่งอาทิตย์? หนึ่งเดือน? หรือตลอดไป?” เหมือนคนที่กำลังรอคำตอบจะหงุดหงิดเล็กน้อยที่อีกฝ่ายเงียบ ฮยอนซิกต้องการแค่คำพูดจากอิลฮุน อยากฟังจากปากของอิลฮุนเองเมื่อเขาคิดถึงสิ่งที่มินฮยอกได้บอกตนเองไว้ ว่าอิลฮุนรู้สึกอย่างไรกันตน..

ฮยอนซิกยิ้มมุมปาก


ผม..ผมไม่ได้หลบหน้าฮยอง ผมแค่....อิลฮุนเริ่มพูดตะกุกตะกัก ได้แต่ก้มหน้ามองพื้นเมื่อรับรู้ได้ว่าฮยอนซิกค่อยๆเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ คนตัวเล็กกว่ารู้สึกถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่อยู่ใกล้ๆใบหูของตัวเอง

ทำไมนายต้องหลบหน้าฉัน?” ฮยอนซิกถามอีกรอบ แต่ไร้การตอบรับจากอิลฮุน


              ด้วยความใจร้อนของคนที่รอฟังคำตอบ แต่อีกฝ่ายกลับเงียบก้มหน้ามองแต่พื้น ฮยอนซิกจึงจับหน้าของอีกฝ่ายให้เงยขึ้นมามองหน้าตนเอง แต่สายตาของอิลฮุนก็ยังคงมองแต่พื้นเหมือนเดิม


ฟังนะ จอง อิลฮุน! ฉันจะพูดสั้นๆ นายฟังให้ดีนะ..เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเบาๆแสดงถึงอาการประหม่า อิลฮุนเพียงแต่พยักหน้าตอบรับแทนคำตอบ


              ฮยอนซิกขยับตัวเข้ามาใกล้และกอดคนตัวเล็กที่ได้แต่ก้มหน้ามองพื้น อิลฮุนตกใจในการกระทำของคนตัวสูง จึงได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น



ถ้านายไม่คิดเหมือนกับฉันก็ไม่เป็นไร แต่อย่าหลบหน้ากัน ทำทุกอย่างให้เหมือนเดิมได้ไหม เพราะฉันทนไม่ได้ที่จะเห็นนายหมางเมินฉันอย่างนี้

อิลฮุนตาโต  เขาไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

นายได้ยินที่ฉันพูดไหม จองอิลฮุน?” ฮยอนซิกถามคนที่อ้อมกอดที่ตอนนี้ยิ่งนิ่งเป็นรูปปั้น ไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ไม่มีการตอบรับใดๆ

ถ้านายไม่ตอบ ถ้านายจะเงียบอยู่แบบนี้..  โอเค”  ฮยอนซิกอยากจะหัวเราะดังๆให้กับความงี่เง่าของตัวเอง ที่จริงมันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ มินฮยอกฮยองอาจจะเดาผิด เป็นเขาเองที่คิดอยู่ฝ่ายเดียว คนตัวโตกว่าปล่อยแขนที่กอดคนที่ตัวเองรัก แล้วเดินกลับไปยังประตูห้องเพื่อที่จะออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด แต่ก่อนที่ฮยอนซิกจะเปิดประตู แขนของเขาได้ถูกคนตัวเล็กดึงไว้ซะก่อน


ฮยองบอกให้ฟัง... ผมก็ฟังอยู่ไงฮะในที่สุดอิลฮุนก็พูด ฮยอนซิกเริ่มมีความหวังอีกครั้ง

แล้ว ฉันพูดว่าอะไร?” ฮยอนซิกลองใจ เมื่อเห็นแก้มของคนที่ได้แต่ยืนก้มหน้าแดงระเรื่อ

 

 

 

"ก็..ก็...อิลฮุนไม่รู้จะพูดออกมาแบบไหนดี การที่ได้ยินคำสารภาพจากปากของฮยอนซิกนั้นทำให้เขาไปต่อไม่ถูกเหมือนกัน

ก็อะไร หืม?” ยิ่งเห็นอิลฮุนเป็นอย่างนี้ ฮยอนซิกยิ่งได้ใจ ยิ่งอยากแกล้ง


ก็.. ฮยองรัก เอ่อ.. รักผม ใช่มั้ยฮะ?” ในที่สุดอิลฮุนก็พูดออกมา ถึงแม้น้ำเสียงจะเจือปนไปด้วยความเขินอาย ฮยอนซิกช็อคเล็กน้อยที่ได้ยิน แต่กลับยิ้มกว้างด้วยความสุข

หืม? นายแน่ใจหรอ ฉันว่าฉันไม่ได้พูดคำนั้นนะฮยอนซิกแกล้งอิลฮุนอีกครั้ง เมื่อเห็นแก้มของคนตัวเล็กเปลี่ยนเป็นสีแดงมากกว่าเดิมขณะที่พูดออกมา

 

 

 

"งั้นฮยองก็ลืมมันไปได้เลย!” อิลฮุนทั้งอายทั้งโกรธทั้งเขิน ทำตัวไม่ถูกเดินไปที่ประตูห้องหวังจะออกไปจากห้อง แต่ก่อนที่ได้ออกไป ตัวของเขาได้ถูกฮยอนซิกคว้าเข้ามากอดไว้เหมือนเดิม

อย่าโกรธสิอิลฮุนอ่า.. ฉันขอโทษฮยอนซิกพูดเสียงหวาน มันทำให้คนที่ได้ฟังเขินม้วน ซุกใบหน้าตรงหน้าอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของคนตัวโต


ฉันรักนาย จอง อิลฮุน ฉันรักนาย!” อิลฮุนได้ยินเสียงที่เอ่ยขึ้นใกล้หู มันทำให้เขายิ้ม แล้วเสียงหัวใจที่ได้ยินอยู่ตอนนี้มันคงเต้นเป็นจังหวะเดียวกันกับหัวใจของเขาสินะ

ผมก็รักฮยองฮะ ลิม ฮยองซิก!” อิลฮุนก็พูดพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมา

มันอาจจะเป็นเพราะดีใจที่ได้เอ่ยความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา

ดีใจที่อีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกัน

 

 

 


ฮยอนซิกจับหน้าของคนรักให้เงยหน้าขึ้นมามองหน้าตน พร้อมปาดน้ำตาออกจากใบหน้าที่น่ารัก โน้มตัวลงมาจูบหน้าผากเพื่อปลอบประโลม..
 

*******

 

               และแล้ววันคัมแบคก็มาถึง บีทูบีกำลังเดินไปที่ห้องพัก M Countdown                 ฮยอนซิก ชางซอบและอึนกวังเดินอยู่ข้างหลัง มินฮยอก พีเนียล ซองแจ และอิลฮุน พวกเขาทั้งเจ็ดคนมีความสุขและตื่นเต้นที่จะได้ขึ้นเวทีอีกครั้ง



ฮยอนซิกอ่า..ฉันอยากกินกาแฟ นายไปซื้อมาให้ฉันหน่อยสิ นะๆๆ น้า...ชางซอบอ้อนพร้อมดึงแขนเสื้อเพื่อนสนิท ทำให้อึนกวังและฮยอนซิกต่างหัวเราะในแอคโย่ของชางซอบ แต่ทั้งสามก็ต้องหยุดกระทันหันเมื่ออิลฮุนที่เดินอยู่ข้างหน้าหันมามองด้วยสายตาน่ากลัว

ฮยอนซิกอ่า..คนตัวเล็กพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม
แต่ในความคิดของฮยอนซิกรอยยิ้มนั้นมันน่ากลัวมาก


หืม..ฮยอกซิกพูดตะกุกตะกัก เมื่ออิลฮุนถอยหลังกลับมาเดินข้างๆ โดยที่อยู่ระหว่างตนเองกับชางซอบ

“ไปข้างนอกกันเถอะ” อิลฮุนยิ้มพร้อมดึงคนตัวโตให้เดิมตามไป สร้างความประหลาดใจให้กับ    เมมเมอร์และตัวฮยอนซิกเอง

 

 


          ระหว่างการแสดงบนเวทีในเพลง I know only love หรืออีกชื่อคือเพลง Lover boy นั้น เมื่อถึงท่อนที่ทั้งคู่ต้องเต้นด้วยกัน แต่ทั้งสองกลับแสดงออกถึงความรักบนเวทีโดยเหนือความคาดหมายจะเห็นได้จากเมมเบอร์ทุกคนต่างพากันช็อคและเขินอายกับเซอร์ไพร์สนี้

 

ชอท คิส ชัม ทัลคมแฮซซอทจี

จูบแรกของเราใต้แสงไฟบนถนนนั้นมันช่างหวานเหลือเกิน.. (-//////////-)



ผลงานทั้งหมด ของ Tangie

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 11:19
    >//////< อ่ะ...อิลฮุนนนนน

    นางร้ายยยยย ชอบตอนจบ ถถถถถถ
    แต่ก่อนจะร้ายนี่ ตอนไม่มั่นใจว่าพี่คิดเหมือนกันหรือเปล่า
    น่ารักอ่ะ ดูเปราะบาง น่ารักน่าเอ็นดูมากมายมหาศาล
    ขอบคุณสำหรับเรื่องน่ารักๆ นะคะ
    #11
    0
  2. งือออออ น่ารักกกก
    #10
    0
  3. วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 / 17:50
    อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกก

    ฟินโคตรๆๆๆๆๆ

    รูปก็ฟินนนน แก้มจะปริแล้ว
    #9
    0
  4. วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 11:18
    น่ารักมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
    #8
    0
  5. วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 00:28
    อ๊ากกกกกกกก ฟินมากมาย >///<
    #7
    0
  6. วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 15:20
    อ๊ากกกกกฟินคู่นี้
    กรี๊ดบ้านแตกแล้วว
    #6
    0
  7. วันที่ 30 มีนาคม 2556 / 22:37
    กรี๊ดดดดดดดด ฟินจริงๆค่ะ ทั้งภาพประกอบทั้งคลิปเพิ่มดีกรีความฟินเข้าไปอีก

    เมื่อกี้เพิ่งไปดูบีทูบีไดอารี่มาอีกรอบพอดี แล้วมาฟิคนี้ปุ๊บ ภาพโมเมนท์โผล่ขึ้นมาเลย
    #5
    0
  8. #4 himhim
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 00:00
    ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน>
    #4
    0
  9. วันที่ 1 มีนาคม 2556 / 16:23
    อ่าน ไป ก็ เขิน ไป >////////<
    #3
    0
  10. #2 tiptips
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:46
    น่ารักมากเลยอ่ะ เขิล....
    #2
    0
  11. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 09:46
    แอร๊~~~~~~~~ 
    อ่านไปละเขินไป

    ฟินสุดๆไปเลยยย

     >/////////< 

    #1
    0