Creditor of love : HOKY ft. MONSTA X

ตอนที่ 6 : EPISODE 6 : ยิ่งอยู่ใกล้มากเท่าไหร่ยิ่งหวั่นไหวมากเท่านั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 พ.ค. 60

EPISODE 6 : ยิ่งอยู่ใกล้มากเท่าไหร่ยิ่งหวั่นไหวมากเท่านั้น


 

 

หลังจากที่มาถึงบ้านได้ไม่นาน..

 


“มินฮยอก”

 



                 ผมเรียกร่างบางให้หันกลับมาหาผม ทันทีที่มินฮยอกหันกลับมาสายตาที่เราจ้องผสานกัน มันทำให้รู้สึกถึงความห่วงใยของคนตัวเล็กที่แผ่มาหาตัวผม  หึ ...ผมเป็นคนอ่านใจคนเก่งนะ เจ้าเด็กนี่ไม่เคยปกปิดความรู้สึกได้หรอกถึงจะปฏิเสธหน้าตายเท่าไหร่ก็เถอะ

 



“วันนี้ฉันจะไปนอนกับนาย”


 

               ผมบอกคนตัวเล็กหน้าตาย ถึงไม่ให้ผมไปนอนด้วยยังไงก็ได้นอนด้วยอยู่ดี ขัดอะไรผมได้ละ หึ


 

“เอ่อ..งั้นพี่นอนเตียงผมละกัน เดี๋ยวผมไปนอนโซฟา”



 

               ผิดคาด...ได้นอนกับชินโฮซอกเชียวนะ นี่เจ้าเด็กนี่ปฏิเสธผมงั้นเหรอ เหอะ ให้ตายสิ ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยมีใครมาปฏิเสธการนอนกับผมแบบนี้เลยนะ นี่ครั้งแรก นายนี่มันชักจะดูถูกฉันเกินไปแล้วนะมินฮยอก

(ว้ายย น้องไม่อยากนอนด้วย นกไปสิอิพวฮ ><)




 

              ว่าแล้วแล้วผมก็รีบชักมืออกไปคว้าข้อมือบางเอาไว้



 

“จะนอนไม่นอน ไม่นอน..จูบ”


 

              ใบหน้าที่ขึ้นสีพร้อมจมูกที่แดงๆนั่นทำให้ผมอดขำไมได้ ได้แกล้งแล้วสนุกจังเลยนะ หึ แบบนี้ต้องแกล้งบ่อยซะแล้ว /ยิ้ม



 

“จำไม่ได้หรอกฎ ข้อที่ 1 ถ้าขัดใจฉันจะเป็นยังไงน้า.. “


 

“พี่โฮซอก! พี่...นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ”


 

              โอ้ะ เด็กน้อยโกรธซะแล้ว



“ดื้อกับพี่หรอ สองกระทงแล้วนะวันนี้ ลงโทษเด็กดื้อยังไงดีน้า”



            ยิ้มกรุ้มกริ่มเลยจ้า ได้เกล้งเด็กแล้วมีความสุข


 

“พี่โฮซอก!



              มินฮยอกหน้าบึ้งใส่โฮซอกราวกับว่าเด็กน้อยที่กำลังจะถูกทำโทษ



“เออๆนอนก็นอน ไปอาบน้ำไป เหม็น”


 

แหน่ะ


 

“แอบดมพี่หรอครับน้องมินฮยอก”



                พูดจบผมก็ส่งยิ้มกวนใจให้กับคนตรงหน้า ไงละหน้าแดงไม่พอจมูกนี่แดงยิ่งกว่าไฟแดง ฮ่าๆ

 



“ย่าห์ ไม่คุยด้วยแล่ว ไอ้พี่บ้า”

   

 

                    ว่าแล้วเด็กขี้เขินก็เดินกระทืบเท้าขึ้นห้องไปปล่อยให้ผมหัวเราะเบาๆอยู่ในลำคอคนเดียว


 

ชักจะสนใจเด็กคนนี้ซะแล้วสิ

 

 




 

MINHYUK TALK.


 

                   เท้าเล็กของมินฮยอกก้าวเข้ามาในห้องด้วยความรีบร้อนก่อนจะยกมือเรียวบางประกบที่แก้มสองข้างที่กำลังขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

                


                 

                           ร่างบางรีบวิ่งไปที่กระจกพลางขยับหน้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อเช็คดูอะไรบ้างอย่าง..

 


ไอ้


 

เหี้ย


 

..



“จ..จมูก ทำไมมึงต้องมาแดงตอนนี้ด้วยโอ้ยยย”



          หมดกัน...เขาต้องรู้ว่าผมเขินแน่ๆ ให้ตายสิ ไอ้พี่บ้าเอากฎมาขู่ไม่พอ ถ้าไม่ทำตามนี่เล่นจะจูบกันเลยหรอ คิดว่าผมไม่มีความรู้สึกกันรึไง

 


 

ทำไมต้องมาทำให้หวั่นไหวด้วย..


 

แต่ลืมไปว่าเขาเป็นแค่ลูกหนี้กระจอกๆเท่านั้น


 

เขาคงไม่สนใจผมหรอก

 


 

               แล้วเสียงของคนที่ไม่ได้รับเชิญก็ดังขึ้น


“มินฮยอก เปิดประตู”


 

มาละ โอ้ยยยยยยยยยยย ฮึบไว้ มินฮยอก นายต้องใจเย็น ใจเย็นๆนะ หนี้100ล้าน ใช้ไม่นานเดี๋ยวก็หมด ฮึบบบบบ


 

ผมเอื้อมมือที่สั่นได้ที่ไปปลดล็อคประตูเพื่อให้คนข้างหน้าประตูเข้ามา

 



“ยืมใช้ห้องน้ำหน่อย ก๊อกน้ำพัง”


ยังไม่ทันตอบตกลงเขาก็รีบก้าวขายาวๆเข้าไปในตัวห้องผมทันที


“นี่ เอาผ้าขนหนูอีกผืนเข้ามาให้หน่อย”



 

               เอาอีกละ ทำไมต้องให้ทำนั่นๆนี่ๆทุกทีวุ้ยยย - -


 

“นี่ฮะ ...อ้ะ..”


 

             ผมอ้าปากหวอกับภาพที่อยู่ตรงหน้า ก็ไอ้พี่มันเล่นนุ่งแค่ผ้าสีขาวบางๆผืนเดียวแค่ข้างล่าง ส่วนข้างบนนี่...

 


 

              ซิกแพคที่เรียวตัวสวยได้รูปกับหน้าอกที่หนามากๆพอสมควร พอดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์(?) หุ่นโคตรนายแบบอ่ะไอ้เหี้ยยย กำเดาแทบพุ่ง ไม่มินฮยอกไม่ ห้ามมคิดอะไรทั้งนั้น กะอีแค่ซิกแพค เห็นของไอ้กบฮยองวอลก็ออกจะบ่อย ทำไมต้องเขินวะ ตื่นเว้ยย


 

ผมรีบสะบัดหน้าผมไปมาเพื่อเรียกสติตัวเองกับคนตรงหน้า


 

“จะยืนค้างอีกนานมั้ย หนาว “

 



“ทีหลังพี่ก็หัดใส่ผ้าคลุ้มบ้างดิ้ ถ้าคนอื่นที่ไม่ใช่ผมมาเห็นนี่กรี๊ดสลบตายไปแล้ว”


                   หลังจากที่ผมหลับตาปี๋พูดใส่คนตรงหน้าแล้วยัดผ้าขนหนูใส่มือคนตรงหน้า ผมก็รีบวิ่งออกมาเรียกสติตัวเองอีกที่ตรงกลางห้องดับเบิลรูมที่เป็นส่วนของห้องนั่งเล่น


“ฟู่ว..เกือบไปแล้ว”

 





 

WONHO TALK.


 

           ผมยืนยิ้มอยู่นานในห้องน้ำ ไอ้หนาวมันก็หนาวอยู่หรอก แต่ทนได้ ขอแกล้งคนก่อน 555555 ผมโคตรจะมีความสุขอ่ะเวลาที่เห็นเด็กนั่นหัวเสีย แต่มันก็น่ารักดีนะ มันทำให้

 


 

ผมมีความสุขแบบแปลกๆ

 

เหมือนกับว่าผมไม่ได้รู้สึกสุขใจเท่านี้มานานแล้ว

 

นานแค่ไหนแล้วนะ.

 


.

               หลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จ ผมก็เดินฮัมเพลงพร้อมเช็ดผมที่เปียกไปด้วย แต่เท้าผมไปสะดุดกับขาเล็กที่ยื่นออกมาจากชั้นหนังสือแถมหลังที่พิงชั้นอยู่แบบนั้น


 

“นอนแบบนั้นไม่ปวดหลังรึไง”



 

                 พูดเสร็จผมก็ช้อนตัวร่างบางขึ้นมาในท่าเจ้าหญิง ผมเดินเข้ามาในห้องของเจ้าตัวว่างร่างบางลงช้าพร้อมยื่นมือหนาของตัวเองเกลี่ยผมดำขลับที่ปกหน้าอยู่ออก


 

               แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างโปร่ง สาดส่องเข้าที่หน้าของคนตัวเล็ก ใบหน้าจิ้มลิ้ม ปากสีชมพูราวกับลูกอมหวานชวนน่าสัมผัส ผิวขาวที่เรียบเนียบน่าลูบไล้


 

                ผมลูบไล้ใบหน้าหวานนี้อย่างเบามือ ทำให้อะไรก็ไม่รู้ดลใจให้ใบหน้าข้องผมโน้มลงไปหาคนตรงหน้าอย่าช้าๆ ทำให้ลมหายใจของคนทั้งสองรินไหลใส่กัน


 

              ใบหน้าหวานรับรู้ถึงลมหายใจของคนตรงหน้าทำให้มินฮยอกลืมตาที่เมื่อยล้าจากการฟังบรรยายทั้งวันขึ้นสบตากับร่างสูงในทันที

 


 

อยากหยุดเวลาเอาไว้ตอนนี้

 

ตอนที่เราใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ


 

 

               ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเพียงเวลาไม่กี่วินาที ปากอวบอิ่มของร่างหนาได้โน้มลงมาประกบกับริมฝีปากบางอย่างนุ่มนวล เพียงแค่จูบธรรมดาที่ไม่มีการรุกล้ำใดๆ ราวกับว่าขอประทับตราเอาไว้ก่อน แน่นอนว่าทั้งคู่รับรู้ถึงการสัมผัสนี่กับทั้งสองคน สติของทั้งสองอยู่ครบถ้วน..


 

            แต่ก็แค่เพียงเสียวนาทีของความสุขเท่านั้น ร่างหนาและร่างบางรีบผละตัวออกจากกัน โฮซอกรีบเด้งออกจากที่นอนอย่างรวดเร็วก่อนจะพูดบางอย่าง..


 

“นอนเถอะ แล้วลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ไปซะ”

             


                  ผมกำลังโกหกตัวเองว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับเด็กนั่น..


 

                 ไร้เสียงตอบกลับของร่างบาง มินฮยอกทำได้เพียงแค่ก้มหน้างุดใต้ผ้าห่มผืนหนา มินฮยอกทำได้แค่เตือนตัวเองว่า 


อย่าหวั่นไหว   ก็แค่เขาแกล้ง แค่นั้นเอง... มันเป็นไปไม่ได้มินฮยอก มันเป็นไปไม่ได้

 

 

แต่ทำไมอยู่ก็มีน้ำใสๆออกมาจากตาละ

 


นี่เราร้องไห้หรอ?


 

บ้าไปแล้วน่ามินฮยอก


 

นายจะไปรู้สึกแบบนั้นกับเขาไมได้


 

ฮึก... ใครก็ได้เอาผมออกไปจากตรงนี้ที


 

อยู่ๆก็เจ็บที่อกด้านซ้าย


 

เจ็บจัง..

 

.

.

.

.

 

 

 

                 อาหารเช้าที่ถูกตั้งอยู่ตรงหน้า เป็นทานอาหารเช้าที่อึดอัดมากพอสมควร ไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุยใดๆเกิดขึ้น ทุกอย่างเงียบยิ่งกว่าป่าช้า.. มีแต่เสียงช้อนที่กระทบกับถ้วยชามเท่านั้น

 


“อ..เอ่อ  ผมขอตัวก่อนนะครับ”


              ไม่มีใครพูดใช่มั้ย ได้ ผมจะทำลายความเงียบนี่เอง


 

“จะไปไหน”


            แล้วแผนทำลายความเงียบของผมก็ได้ผล

 


“ไปบริษัทครับ พอดีผมนัดลูกค้าไว้ว่าจะไปดูว่าต้องบิ้วอินหรือปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง พอว่าวันนี้ผมไปฝึกงานวันแรกน่ะครับ”


 

“ที่ไหน”

              

              เสียงนี่มันชักจะต่ำเกินไปแล้วนะ

 



“บริษัทชินกรุ๊ป..ครับ”

 



“ค่อยไปพร้อมฉัน”



 

“ม..ไม่เป็นไรหรอกครับ รบกวนเปล่าๆ”

                      

                        ว่าแล้วผมก็รีบคว้ากระเป๋าและไม่ลืมที่จะโค้ง90องศาให้กับคนตรงหน้าพร้อมกับแม่บ้านที่ยืนยิ้มให้ผมอย่างเอ็นดู

 



                         หารู้ไม่ว่าบริษัทที่มินฮยอกกำลังจะเข้าไปทำงานวันแรกนั้น..เป็นบริษัทที่โฮซอกกำลังทำงานเป็นประธานบริษัทอยู่..สงสัยลืมสินะ มันเรียนหนักจนลืม หรือโง่เนี่ย - -

 


“เอ่อ..คุณหนูโฮซอกคะ ปล่อยคุณหนูมินไปแบบนั้นไปเจอกันที่บริษัทเดี๋ยวแกจะตกใจเอานะคะ”

                      

                          แม่นมที่เลี้ยงโฮซอกมาตั้งแต่เด็กทักท้วงขึ้นด้วยความเป็นห่วง

 



“หึ ปล่อยไปเถอะครับ น้องมันดื้อ ห้ามไปก็ไม่ฟังหรอกครับ เดี๋ยวเจอกันที่นั่นเดี๋ยวก้รู้ครับ”


ร่างหนาพูดพลางวางช้อนข้ามต้มลง


“ผมไปก่อนนะครับ ฝากเก็บด้วย”




 

“ค่ะคุณหนู ยังไงก็ค่อยๆพูด ค่อยๆจากันนะคะ”

 


“ฮ่าๆ ครับ ไปก่อนนะครับ”


                   ร่างหนาลาคนในบ้านพร้อมโค้งให้กับแม่นมที่รักและเคารพมาตั้งแต่เด็กๆ  ป้ายิ้มก็เปรียบเสมือนแม่ของโฮซอกอีกคนหนึ่งที่คอยดูแลในยามที่แม่ผมไม่อยู่ ตอนนี้แม่ผมอยู่อเมริกา กำลังยุ่งกับธุรกิจที่ขยายไปอยู่ที่นั้น ซึ่งมันกำลังไปได้สวย เลยทำให้ท่านไม่ค่อยมีเวลามาดูแลผม แต่ผมก็เข้าใจท่านนะ แต่เดี๋ยวท่านคงกลับมาอีกไม่นานมาหรอก

 

 

 

@บริษัท ชิน กรุ๊ป

 

               ผมเดาว่าเจ้าเด็กลูกหนี้ร้อยล้านของผมคงเข้าแผนกไปแล้ว บริษัทของผมเป็นบริษัทศูนย์กลางของกิจการโรงแรมต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์ใหญ่เลยล่ะ จะมีแผนกที่สำคัญคือแผนกออกแบบ และตกแต่งภายใน แน่นอนว่าเจ้าหมาจมูกแดงทำงานอยู่ที่นั่น เดี๋ยวต้องแกล้งสักหน่อยซะแล้ว

 


 

           อยู่ๆก็มีเสียงประกาศดังขึ้นทั่วบริษัท ร่างบางที่กำลังก้มเขียนแบบอย่างตั้งใจได้หยุดปลายปากกาลงด้วยความสงสัย ก็เพราะว่าได้ยินชื่อตัวเองนี่สิ อยู่ๆประธานบริษัทก็เรียกพบ..  เชี่ยแล้วไง กูทำอะไรผิดวะทีนี้ ผมรีบวางปากกาอย่างรีบร้อนก่อนจะสะบัดเก้าอี้ประจำตัวแล้วลุกขึ้น


 

“พี่มินฮยอกจะไปไหนหรอครับ”


            ชางกยุนเรียนรุ่นเดียวกันแต่เจ้านี่มันสอบเทียบเข้าได้ก่อนเกณฑ์2ปีนี่สิ เลยได้เรียนก่อนเพื่อน


 

“ไปพบประธานน่ะ เดี๋ยวมา”


               ว่าแล้วผมก็รีบวิ่งขึ้นลิฟโดยทันที ก่อนจะยกมือเรียวขึ้นมากดที่ไปที่ชั้นสูงสูด ชั้นที่10 จากชั้น8ที่ผมทำงานอยู่... จะสร้างตึกสูงไปทำไมนักหนาวะเนี่ย เปลืองทรัพยาการณ์ธรรมชาติ - -



 

             หลังจากลิฟท์ขึ้นเทียบมาถึงชั้นที่ผมต้องการแล้ว อยู่ร่างกายก็ปรับอุณหภูมิลงทันที เหงื่ออก และมือที่กำลังเย็นเฉียบ.. ขนลุกวุ้ยย


 

            ผมยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องแล้ว เลขาบอกให้ผมเข้าไปได้เลยท่านรออยู่ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน มือเรียวบางที่กำลังสั่นได้ที่เอื้อมมือไปที่ลูกบิดอย่างกล้าๆกลัวๆ เพื่อเปิดประตูออก ผมก้มหน้าและก้าวเข้าไปในห้องอย่างจำใจ



             ในขณะที่ผมกำลังเงยหน้าขึ้นผมก็ได้ทำการสำรวจคนตรงหน้าที่กำลังยืนหันหลังมองไปที่วิวภายนอกกระจก


 

คุ้นๆแหะ


 

เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนน้า..


 


            ผมสีบลอนด์ที่ถูกเซทขึ้น ทำให้เห็นใบหูสีขาวอมชมพูพร้อมกับตุ้มหูสีเงินที่ดูเข้ากับเจ้าตัว มันดูดีและเรียบง่าย ไม่น่าเกลียดเกินไป..


             แล้วอยู่ๆคนที่อยู่ตรงหน้าของผมก็หันมาหาผมพร้อมคำทักทายที่คุ้นเคย..

 


“ไง เด็กน้อย วันนี้ทำงานใช้หนี้วันแรกสินะ”


 


อึ้ง ยืนอึ้งไปเลย..


พี่โฮซอกเป็นประธานบริษัทชินกรุ๊ปเหรอ


ไม่น่าเชื่อ ..แต่มันเป็นไปแล้ว

 



“พ..พี่วอนโฮ ท..ทำไมพี่มาอยู่ที่นี่”


                ผมรวบรวมความกล้าเอ่ยปากถามร่างหนา

 



“ก็ฉันเป็นประธานบริษัทอยู่ที่นี่ ถ้าไม่อยู่ที่นี่แล้วจะให้ไปอยู่ไหน”


           ร่างหนากระตุกคิ้วขวาขึ้นสองที เป็นการให้สัญญาณกับคนตัวเล็กว่าเหนือกว่า ขายาวของร่างสูงค่อยๆย่างกรายเข้ามาหาคนตัวเล็กช้าๆจนมินฮยอกจนมุม หยุดอยู่ที่ของโต๊ะทำงาน มือหนาที่ล้วงกระเป๋ากางเกงสแลคอยู่ก็ขยับมือขึ้นมาค่ำกับโต๊ะทำงานเพื่อนล็อคคนตรงหน้าไว้ไม่ให้หลุดไปไหน


            หลังจากนั้นใบหน้าที่หล่อเหลาของร่างสูงก็ขยับเข้าใกล้กับพวงแก้มของร่างบางก่อนจะเลื่อนหน้าไปไว้ที่ข้างหูของคนตัวเล็กที่กำลังสั่น



 

“เที่ยงนี้ไปกินข้าวเที่ยงกัน แล้วบ่ายไม่ต้องเข้าบริษัท ไปที่ไซต์งานกับฉัน ฉันจะให้นายไปดูว่าต้องบิ้วอินยังไงให้เข้ากับคอนเซปใหม่ของโรงแรมที่กำลังสร้างอยู่ริมทะเล”



 

                  ทันที่ที่ร่างหนาพูดจบมินฮยอกก็ใช้มือเล็กดันตัวคนตรงหน้าออกให้ห่าง



 

“บอกเฉยๆก็ได้ไม่เห็นต้องมาใกล้ผมเลย”



                   ร่างบางก้มงุดลงมองที่ปลายเท้าของตัวเองอย่างรวดเร็วในขณะที่ร่างสูงกำลังหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ แต่คนตัวเล็กข้างหน้าไม่สนุกด้วยหรอกนะ โดนเล่นกับความรู้สึกแบบนี้มันไม่ตลกเอาซะเลย


 

 


ยิ่งอยู่ใกล้มากเท่าไหร่ยิ่งหวั่นไหวมากเท่านั้น




 

“อ้อ..ฉันให้ป้ายิ้มเก็บกระเป๋าของนายมาแล้วนะ อยู่ในรถ ค้างคืน3วัน 2คืน”


 

เฮือก.. คิดจะทำอะไรของเขาอีกเนี่ย คิดจะไปไหนก็ไป จำอะไรก็ทำงั้นหรอ ยิ่งกว่าไพโบล่าซะอีก..



“พี่อย่าทำตามใจตัวเองมากเกินไปสิครับ ผมมีงานต้อ...”


 

“อย่าลืมสิว่าฉันเป็นใคร นายจะกล้าขัดใจฉันหรอ หื้ม?”


 


               ไม่ว่ามินฮยอกอยากจะโวยวายใส่คนตรงหน้ามากแค่ไหน ที่ทำได้ในตอนนี้ก็แค่กัดปากตัวเองไปมาเพื่อระบายความหงุดหงิด


 

“เห้อ เออๆ ผมไปก็ได้ ...เรื่องมากจริงๆเลย


 


“ห้ะ เมื่อกี้นายว่าไงนะ”


เสียงสบถออดแอดของร่างบางทำให้ร่างหนาได้ยินแว่วๆ


 

“ป...ป่าวครับ ผมขอตัวนะครับ”



                  ทันทีที่ร่างบางโค้งตัวลงไปแล้ววิ่งออกไปจากห้องด้วยความรวดเร็ว โฮซอกได้แต่กระตุกยิ้มแล้วมองตามคนตรงหน้าที่เขินจนจมูกแดง ลืมตัวสินะว่าเขินไปแล้วไม่รู้กี่รอบ แต่ความคิดที่รู้สึกอยากแกล้งได้สะดุดลงเพราะภาพของร่างบางที่กำลังเขิน ใบหน้าที่ร้อนผ่าว กับเลือดฝาดที่อยู่ข้างแก้มของคนตัวเล็ก มันทำให้ใจของโฮซอกเต้นแล้วเต้นอีก จนแทบอยากจะควักมันออกมาแล้วปามันทิ้งไปที่ไหนสักที่...ชอบงั้นเหรอ


 

เลิกโกหกตัวเองสักทีเถอะโฮซอก


 

นายควรชัดเจนกับความรู้สึกตัวเองสักทีนะโฮซอก



___________

อีผี่นี่ก็เล่นตัวจัง หมั่นไส้ ไพโบล่าทุกตอนโอ้ย5555 

มีพิมพ์ตกบ้างเพราะรีบ อยากอัพ 5555 ความสัมพันธ์ดูคลุมเคลือโน้ะ ._.

พวฮ.นี่ก็ไปขโมยจูบน้อง โถ่ เมื่อไหร่จะชัดเจนน้า~


ขอกำลังใจ เม้น+เฟบ+เเชร์ ด้วยเน้อ ><

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45 ความคิดเห็น

  1. #40 ทาสผู้ชายเกาหลี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 01:37
    เขินโวะ รอ nc เรียกเลือดอยู่นะเนี่ยไรท์ จะห้กไม้พายรอเลยนะ
    #40
    0
  2. #24 AEGITY. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 09:54
    ไบโพล่าไม่พอยังจะปากแข็งอีกก เดี๋ยวปั๊ดจับน้องมินแยกซะนี่
    #24
    0
  3. #17 minheonny (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 12:00
    ชอบก็บอกว่าชอบเถอะพวฮ.โกหกตัวเองอยู่ได้เดี๋ยวน้องก็โดนคาบไปก่อนหรอก
    #17
    0
  4. #13 miNh0311 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 16:21
    โอ้ยยยย ชัดเจนเถอะพี่วอนโฮ สงสารน้องงงงง
    #13
    0
  5. #12 UeangSirinya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 15:30
    พี่วอนโฮนี่แกล้งน้องตลอดเลย ><
    #12
    0