Creditor of love : HOKY ft. MONSTA X

ตอนที่ 5 : EPISODE 5 : อดีตที่ไม่เคยจางหาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 พ.ค. 60

EPISODE 5 : อดีตที่ไม่เคยจางหาย

 

CR. be my peterpan

(leeminhyuk.kr)

         


        “เอาละ วันนี้พอแค่นี้ อย่าลืมส่งวิจัยกันด้วยนะครับ เลิกคลาส”


 

                    ปกติจะเป็นช่วงเวลาที่ผมดีใจมากหลังเลิกคลาส แต่ไม่ใช่วันนี้.. วันนี้ผมไม่อยากเลิกเรียนทำไมน่ะเหรอ เพราะเจ้าหนี้ผมมาดักรอผมอยู่หน้าห้องแล้ว...

 


รีบเหรอไอ้บ้า -.-


 

“มาแล้วเหรอครับน้องมินฮยอก”

 



 

               ท่ามกลางเสียงกรี๊ดที่ชวนปวดหูรอบๆร่างหนา ทำไมจะไม่มีคนกรี้ดละก็ดูเล่นซะใส่สูทเต็มยศมารอขนาดนั้น.. แต่อีพี่แกก็ดูดีเนอะ ผมสีบลอนด์สว่างที่เซทเป็นทรงขึ้นบวกกับผิวที่ขาวซีด หุ่นที่ดูดีโดยไร้ที่ติ  อ่า...คิดอะไรเนี่ยมินฮยอก

 


 

               ผมสะบัดหัวไปมาไล่ความคิดแปลกๆ(?) ออกจากหัวก่อนจะสาวเท้าเดินไปหาคนขี้เก๊ก(?)ที่ยืนห่างจากผมไม่เกิน10ก้าว

 


 

“วันนี้เรียนสนุกมั้ย กินอะไรยังให้พี่พาไปกินข้าวมั้ยครับ ^^

 


 

                 สนุกบ้าอะไรละ นั่งเกร็งจนตูดจะกล้ามขึ้นอยู่แล้ว เวลาคลาสวันนี้หมดเร็วเกินไปมั้ยเนี่ย T^T


 

 

“เอ่อ...ไม่เป็นไรครับ คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้วกลับบ้านเลยก็ได้ครับ”

                 ผมตอบคนตัวสูงข้างหน้าแบบปัดๆเพราะสายตาคนรอบข้างผมตอนนี้มองผมกับคนตรงหน้าเหมือนมีอะไรแปลกๆอีกแล้ว ให้ตายเถอะ ผมไม่ชอบเลย มาทำไมเนี่ย น่าอายชะมัด...

 

 


“เรียกซะห่างเหินเลยนะ หื้ม”

                 ขาของคนตัวสูงอยู่ห่างกับผมไม่กี่เซน เขาก็ก้ามเข้ามาใกล้อีกพร้อมรั้งมือหนาของเขามาที่เอว จนผมเกือบจะถอยหน้าหนีไม่ทัน ไม่งั้นมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นหน้าคณะแน่

 

 


“อ..เอ่อ พ..พี่วอนโฮ  ช่วยปล่อยผมแล้วก็ถอยออกไปด้วยครับ .....คนมองกันเยอะเลย”

                ว่าแล้วผมก็แกะมืออีพี่ออก ไม่รอให้คนตรงหน้าเอ่ยปากออกมา แล้วรีบเดินตรงดิ่งไปที่รถทันที 

 

 

ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว..   แล้วเจ้าหนี้ผมก็ตามเข้ามาพร้อมร้อยยิ้มที่ดูมีเลศนัย

 



“เขินหรอ”

            เขินบ้าเขินบออะไร อายจะตายอยู่แล้ว ติดเครื่องเส้ TT^TT

 


 

“ป่าวครับ ผมจะเขินทำไม แค่เจ้าหนี้มารับ”

ผมรีบตอบปัดๆ


 

 

“จมูกแดง”

 


 

ห้ะ.........เชี่ย 



 

                        ทันทีที่คนตรงหน้าผมเอ่ยคำนั้นออกมา ผมรีบเอามือขึ้นมากุมจมูกไว้โดยอัตโนมัติ น้อยคนนักที่จะล่วงรู้ความลับของผม

 

                      มีไม่กี่คนที่รู้ความลับของผมเวลาตกใจ เขิน หรือดีใจอะไรสักอย่าง จมูกผมจะแดง นอกจากคนในครอบครัว รวมทั้งกีฮยอนและฮยองวอนที่รู้แล้ว ก็มีออีพี่เจ้าหนี้...  ถ้าไม่สนใจก็ไม่มีใครรู้หรอกครับ ว่าแต่ เขาสนใจผมหรอ?



 

“เวลาเขินนี่แปลกเนอะ”


 

 

“ท..ทำไมครับ แปลกตรงไหน”


 

 

“ยอมรับแล้วสินะ....น่ารักดี”

 


 

 ฉ่า....ใครมาผัดฉ่าแถวนี้วะ

 

วุ้ยย หยอดทำไมเนี่ย หยอดทำไม๊ หยอดไม่พอยิ้มอีก..โอยย

 


 

                               ร้อยยิ้มของคนที่นั่งประจำพวงมาลัยขับรถทำให้มีสิ่งหนึ่งในร่างกายของผมขยับไม่เป็นจังหวะ  ผมเขินเขาหรอ  ไม่หรอกน่า...ผมเจอคนทั้งคณะเต๊าะมาแล้ว เจอแค่นี้เองทำไมต้องใจเต้นด้วยละมินฮยอก อย่าลืมสถานะของเขากับของนายสิ...

 


 

“วันนี้ฉันอยากดูหนังก่อนกลับบ้าน”

 


 

“...”

ไม่มีสัญญานตอบรับจากหมายเลขทีท่านเรียก ตู้ด

 


 

“ทำงานมาทั้งวันแล้วขอใช้ชีวิตวัยรุ่นสักวันละกัน”

 


 

“...”

ป่าช้าไปอีก

 


 

“หูหนวกรึไง”



 

เป็นไพโบล่าหรอวะเห้ย เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย อะไรของเขา?



 

มินฮยอกไม่ไหวแล้วนะฮึม - -



 

“นี่คุณ  อารมณ์เปลี่ยนแปลงตามฤดูรึไง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย”

ว่าแล้วผมก็ยิงคำตอบที่เขาอยากได้ยินออกไป  คนอะไรอารมณ์ขึ้นๆลงๆ บ้าปะวะ


 

“อ่า..งั้นเหรอ”


 

“นี่ จะบอกอะไรให้นะ”

ร่างหนาปลดเข็มขัดออกแล้วขยับไปใกล้ร่างบางที่กำลังหงุดหงิดจนใบหน้าใกล้กันไม่กี่เซน


 

“อยู่กับฉันมีกฎง่ายๆไม่กี่ข้อ”

เสียงที่แหบพร้อมกับลมที่ออกจากริมฝีปากร่างหนามาประทับกับใบหูและพวงแก้มของคนตัวเล็กจนสะดุ้งเล็กน้อย


 

“ข้อ1 ห้ามขัดใจฉันไม่ว่าฉันจะอยากทำอะไร หรือสั่งอะไรก็ตาม”

 

“ข้อ2 อย่าดื้อกับฉัน ไม่งั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน เพราะฉันไม่ชอบเด็กดื้อ”

 

“ข้อ3 อย่าคิดไปไกลว่าฉันสนใจนาย เพราฉันไม่เคยสนใจใคร”

ข้อนี้รู้สึกจุกแปลกๆแหะ..

 

“และสุดท้าย จำเอาไว้นะอย่าพยศให้มาก เพราะถ้าฉันโกรธเมื่อไหร่ ฉันไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น”





“ลงรถไปได้แล้วเปลืองน้ำมัน”



        หลังจากที่ผมนิ่งฟังกฎงี่เง่านั่น ผมก็ตกอยู่ในภวังค์จนเสียงของเขาทำให้ผมหลุดออกมาจากภวังค์นั่น

 


“ครับ ค..”


 

“หื้ม? อะไรนะ?”


 

“ครับ พี่วอนโฮ”

เกือบแล้วมินฮยอก เกือบแล้วเกือบโดนเชือดแล้ว..


 

“หึ ดีมาก”

 

                    

                           ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในโรงหนังแล้ว ผมกับเขานั่งชิดกันมากเลยแน่นอนสิก็มันเป็นที่นั่งของคู่รัก รู้งี้ไม่น่ามาด้วยเลย น่าจะชิ้งหนีตอนเลิกคลาสโอ้ยย


 

                         ผมนั่งกอดถังป็อปคอร์นพร้อมกับเอนตัวเบี่ยงไปทางตรงข้ามของคนข้างๆ ยิ่งขยับหนียิ่งใกล้กัน อึดอัดชะมัดเลย  แต่รู้สึกดีแปลกๆแหะ


 

                       ท่ามกลางความมืดที่เงียบซะจนได้ยินแต่เสียงเครื่องปรับอากาศ แหงดิ ก็หนังที่อิพี่มันอยากดูมันเป็นหนังรักโรแมนติคเว้ย ใจไม่ดีครับ ลีมินฮยอกใจอยู่ไม่เป็นสุขเลย.. เมื่อไหร่หนังจะจบสักที ;-;



                  อยู่มือหนาก็เอือมมือมากุมมือบางที่กำลังอุณหภูมิต่ำไว้โดยที่คนตัวเล็กไม่ทันได้ตั้งตัว


 



“อ้ะ..”

มินฮยอกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้จมูกแดงขึ้นมาโดยทันที แต่ก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของร่างหนาเพียงเพราะถูกบดบังไปด้วยแสงที่มืดสลัว


 

“ขออยู่แบบนี้สักพักนะ”

ฉากข้างหน้าเป็นฉากดราม่าที่เจ็บยันหัวใจของวอนโฮ



นางเอกตายเนี่ยนะ? ละมาจับมือผมทำไมแค่นางเอกตายต่อหน้าพระเอกเอง..(มินมุงผู้อินโนเซ้นท์ - -)          


 

 

  

 

 

 

 

WONHO TALK.

               นานเท่าไหร่แล้วนะที่พี่โบราจากไป...


                    ผมยังจำภาพนั้นได้ตลอดเวลาที่ผ่านมา มันติดตาผมมาตลอด และยังฝังอยู่ในใจผมตลอดไปไม่เคยลืม ภาพที่ผู้หญิงที่ผมรักมาตลอดตั้งแต่เด็กจนโต รักแรกของผมน่ะ.. ผู้หญิงที่ใจดีและอ่อนโยน เป็นห่วงผมตลอดไม่ว่าผมจะไปไหน หรือทำอะไรกับใคร

 


                    ผมตั้งใจว่าผมจะหยุดทุกอย่างไว้แล้วอยุ่กับผู้หญิงคนนี้อย่างมีความสุข..

 

                  แต่โลกก็เล่นตลกกับผม.. พี่โบราเป็นเนื้องอกในสมอง..  เธอไม่เคยบอกผม เธอพยายามแสร้งว่ามีความสุข แต่ความสุขของเธอกลับเจ็บปวดตลอดระยะเวลา 4ปีแล้วที่เธอไม่สบาย แต่ผมไม่รู้


 

              ภาพตอนนั้นที่ผมกำลังเดินเล่นจับมือกับเธออยู่สวนหน้าบ้าน เธอดูมีความสุขเอามากๆจนผมเผลอยิ้มตาม พอเวลาผ่านไปสักพัก ในขณะที่นั่งอยู่พี่โบราก็ถามคำถามผมขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว


 

“นี่เจ้าเด็กดื้อ”


 

“ครับผม ^^

ผมตอบกลับเธอไปอย่างไม่ลังเล


 

“ถ้าสมมุติว่า..ถ้าฉันไม่อยู่บนโลกนี้แล้วละ”

อะไรกัน ..ทำไมอยู่ๆถามกันแบบนี้       


 

“เห้อ ไม่เอาสิถ้าพี่ไม่อยู่แล้วผมจะอยู่ได้ไงละ ทั้งใจผมให้แค่พี่คนเดียวนะ พี่โบรา..”


 

“แหน่ะนายนิ ฉันแค่ถามน่า ซีเรียสทำไมเล่าก็อยากรู้นิ”

เธอกอดแขนหนาของผม แล้วขยั้นขยอจะเอาคำตอบกับผมให้ได้ แต่ผมตอบไม่ได้หรอกนะ..


 

พี่ก็รู้ว่าผมรักพี่มากแค่ไหน ถ้าไม่มีพี่แล้วผมจะไปรักใครได้ละ..


 

“ถึงยังไงถ้านายไม่มีฉันนายควรจะใช้ชีวิตให้มีความสุขนะ อย่ามองมาข้างหลัง อย่ามองกลับมาหาอดีต”

เธอบอกผมด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม แต่แววตาของเธอมันบ่งบอกกับผมว่าเธอมีอะไรบางอย่างจะบอกผม..


 

“พี่หมายความว่ายังไงครับ”

ผมไม่รอให้เธอถามคำถามผมเรื่อยเปื่อย


 

“วอนโฮอ่า..ถ้าไม่มีฉันแล้วนายอย่าเศร้าไปเลยนะ นายต้องเดินต่อไปข้างหน้านะ”


 

พี่โบรา..


 

“ฉันเป็นเนื้องอกในสมอง.....ระยะสุดท้าย”

ตั้งแต่ผมคบกับเธอมา เธอไม่เคยทำให้ผมเจ็บหรือเสียใจที่ได้รักเธอ แต่วันนี้..


 

“โกหก ..”

น้ำตาของลูกผู้ชายมันไหลออกมาโดยที่ผมไม่รู้เรื่อง

“ตั้งแต่เมื่อไหร่”

 


 

“วอนโฮ..คือ”

 


 

“ทำไมพี่ไม่บอกผม”

ผมมองใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของเธอด้วยความรู้สึกที่ถูกบีบแน่นแทบหายใจไม่ออก มันเจ็บยิ่งกว่าทุกสิ่ง


 

และแล้ววันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายที่ผมได้ใกล้ชิดกับเธอ



 

ผมไม่เคยได้หอมแก้ม หรือจูบกับเธอเหมือนที่คู่รักอื่นๆทำ เพราะผมให้เกียรติคนที่ผมรักมาโดยตลอด จนถึงตอนนี้โอกาสพวกนั้นผมก็ไม่ได้สัมผัสมันอีกเลย..



 

แล้วเธอก็จากไปต่อหน้าต่อตาผม จากไปภายในอ้อมกอดของผม ..

 

 

.

.

.

 

“พ..พี่วอนโฮ พี่วอนโฮ พี่วอนโฮครับ”

แล้วเสียงใสๆของคนข้างๆผมที่ผมกำลังกุมมืออยู่ก็ปลุกให้ผมหลุดออกจากเรื่องราวในอดีต


 

“พี่วอนโฮ..ร้องไห้”

ดูท่าทางมินฮยอกจะตกใจใบหน้าที่เปื้อนด้วยคราบน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับก๊อกน้ำรั่ว


 

“ขอโทษนะ..พอดีเครียดนิดหน่อย”

ผมรีบแก้ต่างกับคนตรงหน้า แทนที่จะพาเจ้าตัวมาดูหนังผ่อนคลายอารมณ์แท้ๆ แต่กลับเป็นตัวของเขาเองที่คุมอารมณ์ตัวเองอยู่ไม่ได้


 

“เอ่อ..พี่วอนโฮไม่สบายหรอครับ เดี๋ยวผมขับรถให้นะ มันดึกแล้ว”

เจ้าหมาจมูกแดงเป็นห่วงผมด้วยเหรอเนี่ย


 

“เป็นห่วงฉันหรอ”

ผมรีบยิงคำถามออกไป แล้วก็ไปตามที่ผมคาดการณ์เอาไว้


 

ไฟโรงหนังที่กำลังสว่างขึ้น  ทำให้ผมเห็นจมูกสีแดงเชอร์รี่ของคนตัวเล็ก มันทำให้ใจผมเต้นแล้วเต้นเล่า น่ารัก..น่ารักไปหมด

 


 

              ตั้งแต่เธอจากไปผมสั่งให้ทุกคนในบ้านห้ามพูดถึงชื่อผู้หญิงคนนี้ คนรักเก่าของผม. .และจากนั้นผมก็กลายเป็นคนที่ไม่เคยจริงจังกับใคร เป็นเพลย์บอย  ผมนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าแต่ละวันไม่เคยกลับบ้าน งานการก็ไม่ทำ  และไม่เคยพาใครเข้ามาเหยียบบ้านอีกสักคน กลายเป็นคนนิสัยเสียไปโดยทันที..

  


               เเต่ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงคนไหนที่เขามาในชีวิจของผม ไม่มีใครเลยที่ทำให้หัวใจของผมเต้นจนทำงานหนักมากขนาดนี้ ไม่เคยเลย.. จนกระทั่ง



            แล้วอยู่ดีไม่ว่าดี พ่อของผมบุคคลที่ผมเคารพและรักมากที่สุดก็วางมือจากบริษัทแล้วส่งต่อมาที่ผม จนผมได้มาเจอลูกหนี้.. ลูกหนี้ที่ทำให้ใจผมกลับมาเต้นไม่เป็นจังหวะแบบนี้

 


 

                     นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ไม่ได้รู้สึกดีแบบนี้

 

                    มันรู้สึกดีมากอย่างบอกไม่ถูก..

 

 

 

 

หน้าที่ของผมกับคนตัวเล็กได้สลับกัน กลายเป็นผมนั่งเด็กนั่นขับ

 

ผมเหลือบมองใบหน้าที่ตั้งอกตั้งใจขับรถโดยไม่วางตา

 


 

นายเป็นใครกัน แค่ลูกหนี้100ล้านของบริษัท แต่มาทำให้ใจฉันเต้นจนจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว..







----------------------------

อั้ยยย >< ขอยืมตัวโบราออนนี่หน่อยนะงับ ~ 


พวฮ.สนใจน้องตั้งเเต่เเรกเเล้วใช่ม้าาาา


มินมุงก็เริ่มจะหวั่นไหวให้กับเจ้าหนี้(ชีวิต)ล้าวว 


อยากได้ NCมะเอ่ย -.-  รีดเดอร์ไม่เม้นให้กำลังใจก็ไม่ลง NC~

เล่นตัวเเพรบ..


เเละสุดท้ายนี้ก็อ่านเเล้วอย่าลืมเม้น+เฟบ+เเชร์นะยู ขอกำลังใจเล็กๆน้อยTT

ปล.พิมพ์ตกบ้างก็บอกกันหน่อยน้า รีบมาก55555 สมองกำลังไหลต้องพิมพ์ให้ทัน555


มาคุยกันได้ที่ twitter @pousmevozp เน้อ ทักมาโลดเเต่อย่าทักมาด่าว่าฟิคไม่หนุก กลัวใจ T^T5555

มาตอนที่ 5เเล้วยังไม่มีเเท็กให้ไปหวีดกันเลย ช่วยคิดหน่อยน้า5555


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45 ความคิดเห็น

  1. #23 AEGITY. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 09:47
    วฮเหมือนเป็นไบโพล่าแบบที่ยัยน้องว่าจริงๆอ่ะ ปรับตามพี่แกไม่ทัน5555
    #23
    0
  2. #19 UbieCerf (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 23:17
    เอ่าาาา อิพี่ผีเข้าผีออกอีก กลุ้มใจ55555555 ลืมอดีตน้าพี่ต๊อกกกแล้วมาโฟกัสกับคนปัจจุบันกันเถอะ อิอิ5555555
    #19
    0
  3. #11 minheonny (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 20:47
    พวฮ.ไม่ต้องเศร้าเรื่องโบรานะ ยัยมินยังอยู่ตรงนี้ ชอบน้องมากเลยล่ะสิ แต่รู้สึกว่าพวฮ.จะเป็นไบโพล่าจริงๆแหละเดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ไม่ดี ยัยมินก็เขินน่ารักเชียว ชอบๆรอน้าาาา #สู้ๆค่ะไรท์
    #11
    0