[EXO] Little Cupid สื่อรักจากหัวใจ

ตอนที่ 10 : Little Cupid :: Chapter 8 [ 100% ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 ก.ย. 56

…..Little Cupid…..

…Chapter Eight…

Comeback 2





 

[เซฮุน]



 

        ผมค่อยๆ ขับเคลื่อนรถเข้าไปในตัวบ้านด้วยความเร่งรีบ  หลังจากที่วันนี้ผมผ่านมรสุมงานชิ้นโตมาทั้งวัน  ก็หวังที่จะรีบกลับบ้านมาพักผ่อน  อาบน้ำแร่แช่น้ำนมให้หายเมื่อยตัวซะบ้าง ...




 

        เอ้ะ!! นั่นรถใครกันน่ะ  ทำไมถึงมาจอดอยู่หน้าบ้านผมได้ล่ะเนี่ย  ไม่คุ้นเอาเลยจริงๆ หรือว่าจะเป็นบรรดาคุณหญิงคุณนายเพื่อนในสมาคมของคุณแม่?  แต่ก็ไม่น่าจะใช่ล่ะนะ  ก็วันนี้มันไม่ใช่วันพบปะสังสรรค์ของเหล่าของคุณทั้งหลายนี่นา




 

                เมื่อตัวรถเคลื่อนเข้ามาจอดที่ลานหน้าประตูทางเข้าบ้านแล้ว  ผมก็ดับเครื่องรถลง ก่อนจะค่อยปลดเบลท์ที่รัดอยู่ออก   จากนั้นก็เอี้ยวตัวไปหลังรถหยิบเอาบรรดาแฟ้มงานและเอกสารที่ผมยังเคลียร์ไม่เสร็จและเอากลับมาทำต่อที่บ้าน  ก่อนที่จะก้างลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในตัวบ้าน  โดยมีลุงซูมานซึ่งเป็นคนขับประจำตระกูลเดินมารับกุญแจรถจากผม  เพื่อนำรถเข้าไปจอดในโรงรถ  และตามด้วยคุณแม่บ้านที่เดินเข้ามาช่วยผมถือของที่หอบหิ้วมาจนเต็มสองมือ




 

                เอกสารกับเสื้อสูทเอาไปไว้ที่ห้องนอนผมเลยนะครับป้า  เดี๋ยวผมจะทำต่อคืนนี้ ส่วนกล่องเอกสารที่อยู่หลังรถเอาไปไว้ในห้องทำงานนะครับ  ไม่ต้องเอาขึ้นไปบนห้องนอน”  ผมเอ่ยบอกกับป้าโบรัมด้วยน้ำเสียงทุ้มๆ ที่ติดจะเหนื่อยล้านิดหน่อย





 

                ค่ะคุณหนู...”  คุณป้ารับคำแล้วก้มลงโค้งให้ผมย่างสุภาพ  ทำเอาผมต้องรับโค้งรับป้าแกอย่างไม่ทันตั้งตัว  ก็แหม...ถึงป้าแกจะเป็นแม่บ้าน  แต่ป้าแกก็อายุรุ่นราวคราวเดียวกับคุณแม่ผม  ออกจะแก่กว่าด้วยซ้ำไป  ผมก็ต้องให้ความเคารพเป็นธรรมดา  เห็นอย่างนี้ผมไม่ได้มีดีแค่หน้าตานะ  แต่ผมยังมารยาทดีอีกต่างหาก ^^





 

                อ้อ แล้วก็อีกอย่างที่คุณป้าแกเรียกผมว่า คุณหนู’  ทั้งๆที่ตอนนี้ผมก็อายุอานามไม่ใช่เด็กๆแล้ว  แต่ปาไปตั้ง 23 ปีกว่าจะเข้า 24 อยู่รอมล่อ  แต่คุณป้าก็ยังเรียกผมว่าคุณหนูอยู่จนติดปาก นั่นก็เพราะว่าผมเป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน  โดยมีพี่ชานยอลเป็นพี่ชายคนกลาง  และมีพี่คยองซูเป็นพี่ชายคนโต  ฟังดูแปลกๆเนอะ ฮ่าๆ ๆ





 

                อ้อ ว่าแต่รถที่จอดอยู่หน้าบ้านเรานั่นรถใครครับป้า?”  ผมเอ่ยถามเมื่อนึกขึ้นได้  ในขณะที่ป้าแกกำลังจะเดินเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องนอนของผมพอดี 





 

                อ๋อ  เพื่อนของคุณชานยอลน่ะค่ะ มาตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายแล้ว เห็นว่าคุณเค้ากำลังจะกลับพอดีเลยล่ะค่ะ ” 




 

                “อ๋อ ครับๆ ”  ผมรับคำอย่างขอไปที  ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้ป้าแกไปได้...  เพื่อนเฮียยอลอย่างนั้นหรอ?  ใครกัน?  ไม่ทันให้ผมได้คิดนาน  ร่างสูงเจ้าของใบหน้าคมเข้มก็เดินออกมาพร้อมๆกับร่างสูงชะลูดของเฮียยอลในทันที




 

                “เอ้าพี่จงอิน  มาไงครับเนี่ย”  ผมเอ่ยทักไปในทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าคือพี่จงอิน  เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของเฮียยอลตั้งแต่สมัยประถมแถมยังพ่วงตำแหน่ง เอิ่ม.... อดีตแฟนเก่าของพี่คยองซูอีกด้วย



 

                ขับรถมาไง”  แหน่ะ!! ดูพี่แกตอบผมสิ  แถมยังทำหน้าตายซะด้วย  นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อนเฮียยอลนะ  ผมอยากจะเอาอวัยวะเบื้องพระบาทฟาดปากจริงๆด้วย นี่บอกเลย!! >_<



 

                “แหม่ๆ ๆ ไม่เจอกันตั้งนานพี่ยังกวนตีนเหมือนเดิมเลยนะครับ”  ผมแอบหยิกแกมหยอกพี่เค้านิดๆ ทำเอาใบหน้าขรึมๆที่พยายามเก๊กหล่ออยู่ถึงกับเหวอไปในทันที โฮะๆ ๆ




 

                เฮ้ยยย  พูดกับพี่ถึงขนาดนี้เลยหรอว่ะห้ะ?” 



 

                ล้อเล่นหน่าพี่   ไง สบายดีมั้ยครับ” 




 

                เออๆ ๆก็สบายดี  โตเป็นหนุ่มแล้วนี่นายน่ะ ”  พี่จงอินว่าพลางยื่นมือมาลูบหัวผมเหมือนเอ็นดูเด็กๆ





 

                แถมยังหล่อด้วยนะ ฮ่าๆ ๆ ”  ผมเสริมต่อจากประโยคที่พี่เค้าพูดค้างไว้  ทำเอาเค้าถึงกับหันไปโบ้ยปากให้เฮียยอลอย่างระอาใจ  ก็ผมพูดจริงอ่ะ!! ผมหล่อจริงๆนะ  หรือคุณจะเถียง!? (ไม่เถียงจ้ะไม่เถียง T^T)





 

                น้องมึงแม่งหลงตัวเองชิบหายเลยว่ะ  เหมือนมึงเลยป่ะ? ฮ่าๆ ๆ ๆ” 





 

                น้อยๆหน่อยมึง  น้องกูมันก็หล่อเหมือนกูแหละ  เนอะเซฮุนเนอะ ^^”  เฮียยอลพูดกับพี่จงอิน  ก่อนจะหันมาขอความคิดเห็นจากผมในตอนท้ายของประโยค



 

                “ใครบอก  ผมหล่อกว่าเฮียอีกนะ แบร่~”  ให้ตายเถอะ  สาบานได้ว่านี่คือประโยคที่ลูกผู้ชายอกสามศอกพูดกันใช่ป่ะ? แม่งแลดูเหมือนเด็กอนุบาลคุยกันเลยว่ะ T^T



 

                “เอาเหอะ  ใครจะหล่อกว่าใครก็ช่าง  แต่กูกลับก่อนนะมึง  ไว้วันหลังจะแวะมาเล่นด้วยใหม่  พี่ไปก่อนนะเซฮุนพี่จงอินกล่าวลาทั้งผมและเฮียยอล  ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน  จากนี้ก็เหลือแค่ผมกับเฮียยอลสินะ!




 

                “ไง..วันนี้งานหนักหรอ?  หน้าตาอิดโรยมาเชียว”  นั่นเป็นประโยคที่คุณพี่ชายสุดที่รักเอ่ยทักหลังจากที่พี่จงอินกลับไป



 

                ก็นิดหน่อย  วันนี้เฮียอู้นี่หว่า  ไม่ยอมเข้าบริษัทอ่ะ  ปล่อยให้ผมลุยงานคนเดียว ไม่ไหวนะเฮีย  เดี๋ยวผมจะฟ้องคุณแม่




 

                “โทษทีเว้ย  พอดีติดลมนิดหน่อยน่ะ ฮ่าๆ ๆ ”  เฮียยอลพูดอย่างอารมณ์ดีพลางใช้มือตบไหล่ผมเบาๆ




 

                อ่า  อย่างนี้ตลอดอะเฮีย  ผมไม่อู้บ้างให้มันรู้ไป”  ผมว่าอย่างเง้างอนพลางย่นจมูกเหมือนเด็ก  ซึ่งผมก็คิดว่ามันดูน่ารักอ่ะนะ  ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ทำหรอก ^^



 

                “ทำหน้างี้คิดว่าน่ารักหรอห้ะ? แม่งเหมือนตุ๊ดชิบ! ฮ่าๆ ๆ ”  เฮียยอลว่าพลางกลั้วหัวเราะในลำคอเหมือนว่าขำเสียเต็มประดาแต่ต้องกลั้นไว้ไม่ปล่อยก๊ากออกมาจนหมด  ก่อนที่นิ้วเรียวยาวนั้นจะยื่นมาดีดที่ปลายจมูกผมอย่างแรง



 

                โอ้ย!! มันเจ็บนะเว้ยไอ้เฮี่ย!!”  ผมรีบยกมือขึ้นมากุมจมูกป้อยๆ นี่ถ้าดั้งผมหัก  หมดหล่อไปใครจะรับผิดชอบเนี่ย!!



 

                “เฮียเฉยๆ เว้ย  ไม่ต้องเติมไม้เอก  เสียงมันเพี้ยน!!”




 

                “เออนั่นแหละ  คนมันเจ็บนี่หว่าเลยลืมตัว” 




 

                “หึหึ  แกไปอาบน้ำอาบท่าไป  เฮียมีเรื่องจะปรึกษา...”  บ้ะ!! เฮียแกเปลี่ยนเรื่องเร็วจริงว่ะ  ตัวเองผิดหน่อยไม่ได้  เสเปลี่ยนเรื่องตลอดอ่ะ 



 

                เรื่องอะไรอ่ะเฮีย...”  ผมถามออกไปด้วยความสงสัย  ก็ร้อยวันพันปีไม่เคยจะมีเรื่องมาปรึกษาน้องปรึกษานุ่ง  วันนี้มีมันก็น่าแปลกใจน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะ?




 

                เอาน่า  ไปทำตัวให้สบายก่อน  แล้วค่อยลงมาคุยกัน  เดี๋ยวเฮียจะไปเดินเล่นรอที่สวนหน้าบ้านนะ



 

                “อืมๆ งั้นเดี๋ยวผมไปอาบน้ำแปบ!”






 

 

1 ชั่วโมงผ่านไป....






 

                เมื่ออาบน้ำชำระร่างกายจนสบายตัวขึ้นมาบ้างแล้ว  ผมก็ทำการใส่เสื้อผ้าในชุดเสื้อยืดคอกลมกับกางเกงขาสั้นสบายๆสำหรับใส่อยู่บ้าน  จากนั้นก็ผมก็พาร่างกายของตัวเองเดินลงมาด้านล่างเพื่อจะไปหาเฮียยอลที่กำลังรอผมอยู่ที่สวนหน้าบ้าน...


 

 

                ว่าไงเฮีย  ไหนบอกมีเรื่องจะปรึกษา”  ผมเอ่ยทันทีที่ทิ้งก้นลงนั่งบนเก้าอี้สนามฝั่งตรงข้ามกับเฮียยอล  พี่เค้าหันมาสนใจผมที่เพิ่งมาใหม่  ก่อนจะเบนสายตามองไปที่น้ำพลุกลางสวนอีกครั้ง  โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ..


 

 

เอ้า!!! เรียกมาแล้วก็นั่งนิ่ง..กวนตีนป่ะว่ะเนี่ย? รากจะงอกออกมาทางตูดอยู่แล้วนะ!!

 



 

                ผมได้แต่ถามคำถามนี้อยู่ในใจ  ซ้ำไปซ้ำมา  แต่ในขณะที่ผมจะถามออกไปอีกครั้งก็ต้องชะงักคำพูดลง  เพราะเสียงของพี่ชานยอลดันแทรกขึ้นมาก่อน..



 

ฉัน....” 



 

“……..”  ผมนิ่งเงียบรอฟังสิ่งที่อีกคนกำลังจะพูด  บัดนี้แววตาของพี่ชานยอลที่ขี้เล่นและเคยฉายแววสนุกเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้วมันไม่เหมือนเดิม  มันเปรเปลี่ยนเป็นความกังวล..สับสน  และสงสัย....




 

เอ่อ..จะพูดยังไงดีล่ะ  คือฉัน ฉัน....



 

มีอะไรพี่ก็พูดมาเลย  อ้ำอึ้งอยู่อย่างงี้ผมจะรู้ด้วยป่ะเนี่ย”  ผมเอ่ยอย่างเริ่มรำคาญ  เมื่อไอ้พี่บ้านี่ยังคงเอาแต่อ้ำๆอึ้งๆ ไม่ยอมพูดอะไรออกมาชัดๆเสียที!!




 

เอาน่า แค่นี้ก็ต้องรำคาญด้วย!! ...”  พี่ชานยอลเมื่อเห็นว่าผมเริ่มจะเนือยๆ  ก็เปลี่ยนเข้าสู้โหมดจริงจังอีกครั้ง




 

...ว่ามา...




 

เออ คืองี้นะ สมมติว่าแกคบกับผู้หญิงสักคนหนึ่ง  แล้วก็เคย เอ่อ  มีอะไรกัน  แต่หลังจากนั้นก็เลิกกันไป  แล้วพอแกกลับมาเจอเค้าอีกครั้งหนึ่ง  แล้วเค้าก็มีลูกแล้วเนี่ย  แกคิดว่าเด็กที่เกิดมาจะเป็นลูกแกป่ะ?




 

หื้ม?  เฮียกำลังจะสื่ออะไรว่ะเนี่ย?  ”  หลังจากได้ฟังไอ้พี่มันพูดจนจบ  ผมก็ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างไม่เข้าใจ




 

ตามที่พูดแหละ...




 

ก็นะ!  มันก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างอ่ะ  เอางี้นะ  ผมว่าเฮียเล่าเรื่องตรงๆของเฮียมาเลยดีกว่า  ไม่ต้องมาสมมติอะไรให้มากความ  แล้วก็เล่ามาให้หมดด้วยว่าเฮียไปทำผู้หญิงที่ไหนเค้าท้อง!!” 




 

เอ่อ  ฉัน..เฮ๊อ......”  พี่ชานยอลถึงกับถอนหายใจยาวเหยียดเหมือนกับคนคิดหนักเสียเต็มประดา  แน่ๆเลยอ่ะ  ไอ้พี่บ้านี่มันต้องไปทำผู้หญิงท้องมาแน่ๆเลย!



 

เมื่อห้าปีที่แล้ว...ตอนนั้นที่ฉันอกหักจาก เยจิน  ฉันก็เมาไม่เป็นผู้เป็นคน  แล้วคุณแม่ก็หาสาวมาเดทกับฉัน  ถ้าแกยังจำได้ ตอนนั้นที่ลู่ฮานมาที่บ้านเราอ่ะ....” 




 

อืม....พอพี่ชานยอลเล่ามาถึงตอนนี้ก็หันมาหาผมเหมือนจะถามว่าผมยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้อยู่มั้ย  ผมก็ทำเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ เป็นเชิงบอกให้พี่เค้าเล่าต่อ




 

แล้วฉันก็ได้เจอกับแบคฮยอน  น้องชายของลู่ฮาน  พอเราทั้งสองไปทัวร์เรือสำราญด้วยกัน..ฉัน เอ่อ  อดใจไม่ไหวอ่ะ  ก็เลยทำเรื่องแบบนั้นกับแบคฮยอนไป  พอกลับมาที่โซล  ฉันก็ไม่ได้เจอกับเค้าอีกเลย  แล้วพอมาเมื่อวาน  ฉันไปเจอเค้าอยู่ที่งานวันเกิดของลูกชายคุณฮวาง....”  พี่ชานยอลหยุดคำพูดไป  ก่อนที่จะเริ่มพูดขึ้นต่อ...




 

พอดีกับว่าฝนมันตกแรงมาก  ฉันก็เลยไปส่งเค้าที่บ้าน  แล้วก็ได้รู้....ว่าเค้ามีลูกชายแล้ว”  อีกครั้งที่พี่ชานยอลเงียบเสียงไป  สีหน้าวิตกกังวลหนักอย่างใช้ความคิด





 

แล้วยังไงต่ออ่ะเฮีย?..




 

เด็กคนนั้นหน้าตาน่ารักมาก...ในทีแรกฉันก็คิดว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของฉัน  แต่แบคฮยอนเค้าบอกว่ายอลยอลไม่ใช่ลูกของฉันอ่ะ  แต่ไม่รู้ว่าทำไม่ส่วนลึกๆในจิตใจถึงบอกว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของฉัน  ฉันมั่นใจว่าอย่างนั้นอ่ะ ” 




 

.เดี๋ยวนะ!! เฮียบอกว่าเด็กคนนั้นชื่ออะไรนะ?ผมถึงกับอดใจแทรกถามขึ้นมาไม่ได้  ทำไมถึงคุ้นเคยกับชื่อนี้จังนะ?




 

ยอลยอล...”    นั่นไง!! ตอนนี้ผมกำลังใช้สมองอันปราดเปรื่องของตัวเองประมวลผลต่างๆออกมา  ว่าเคยได้ยินชื่อนี้จากที่ไหน  แล้วความทรงจำหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวสมอง!!


  

 

            ตุ๊บ!!

 

                “โอ้ย!!” 

 

    “หนู...เจ็บมากมั้ยครับ” 
 

    “เจ็บฮ่ะ ฮึก~ ยอลยอลเจ็บ” 
 

               โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ ..ไหนคุณน้าขอดูแผลหน่อยเร็ว” 
 

                หายเจ็บยังครับ” 

 


 

                ยังไม่หายเจ็บฮ่ะ แต่ตอนนี้เจ็บไม่มากแล้ว 

 

                เอ...หนูชื่ออะไรเอ่ย แล้วหนูมากับใครครับ” 

 

                “ผมชื่อยอลยอลฮ่ะ ผมมากับแม่ลู่ แล้วคุณน้าสุดหล่อชื่ออะไรฮ่ะ” 


 

                น้าชื่อเซฮุนครับ! แล้วตอนนี้แม่ของหนูไปไหนแล้วล่ะ? ทำไมหนูถึง....” 


 

                “นี่!! นายทำอะไรหลานฉันน่ะ” 



 

                “ผมไม่ได้ทำอะไรหลานคุณเลยนะ  เห็นหลานคุณหกล้มผมก็แค่ช่วยดูแผลให้ก็แค่นั้น..” 



 

                อะ เอ่อ คุณน้าสุดหล่อเค้าไม่ได้ทำอะไรยอลยอลฮ่ะ คุณน้าเค้ามาช่วยเป่าแผลให้ยอลยอล ตอนที่ยอลยอลล้มฮ่ะ  ยอลยอลเจ็บ” 



 

 

                ยอลยอลไปก่อนนะฮ่ะน้าสุดหล่อ

ทำไมถึงรู้สึกคุ้นหน้าเด็กน้อยยอลยอลคนนั้นจังนะ  รู้สึกเหมือนจะเคยพบเจอกันมาก่อน  เพียงแค่นึกไม่ออกเท่านั้นเองว่าเคยเจอกันที่ไหน



 

                เหมือนใครกันนะ โว้ะ นึกไม่ออกโว้ย!!

 



 

บิงโก๊!! ใช่แล้วล่ะ  ผมนึกออกแล้ว  เด็กน้อยยอลยอลที่ผมเจอพร้อมๆกันในวันที่เจอ ลู่ฮานอีกครั้ง  ถึงว่าทำไมเด็กนั่นหน้าตาคุ้นๆ  พอคิดอย่างนี้แล้วผมก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าไปมองไอ้พี่ชายสุดหล่อแต่ขอโทษทีที่มันหล่อน้อยกว่าผม โฮะ ๆ ๆ ^^



 

เห้ยๆ อะไรของแกว่ะนี่ย”  พี่ชานยอลถึงกับโวยวายออกมาด้วยความไม่เข้าใจในการกระทำของผมที่ยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าคมสันนั้นแล้วจับพลิกไปพลิกมา  พลางหัวสมองก็นึกใบหน้าของเด็กน้อยสลับไปสลับมา!




 

โป๊ะเช้ะ!! ”  ใช่แล้ว!!! เด็กคนนั้นที่ผมคุ้นหน้านักหนา  ที่ไหนได้หน้าตาเหมือนพี่ชานยอลนั่นเอง  เด็กคนนั้นมากับลู่ฮาน  ซึ่งลู่ฮานเป็นพี่ของแบฮยอน  งั้นก็แสดงว่าเด็กยอลยอลนั่นก็ต้องเป็นลูกชายของพี่ชานยอลแน่ๆอ่ะ  หน้าเหมือนอย่างกับโขลกกันออกมาซะขนาดนั้น!!




 

อะไรว้ะ!! ฉันงงกับแกไปหมดแล้วนะเนี่ย  อยู่ดีๆก็มาจับหน้ากันแบบนี้มันขนลุกนะเว้ย!!”



 

เงียบไปเหอะน่า  ผมกำลังใช้ความคิด!!”  เพียงแค่ผมตวาดออกไปแค่นั้น  ไอ้พี่บ้าก็ถึงกับรูดซิปปิดปากนั่งเงียบกริบอย่างเสียไม่ได้



 

                ใช่แน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ....เด็กคนนั้นเป็นลูกของเฮียยอลแน่ๆ ไม่ผิดหรอกน่า!!” ผมพึมพำออกมาโดยทีไม่เบาจนเกินไป ทำให้พี่ชานยอลหันมามองผมด้วยความแปลกใจ



 

                แกรู้ได้ไงวะ?



 

                “ผมฉลาดไง ฮ่าๆ ๆ ๆ อ่า พูดเล่นหรอกน่าไม่ต้องทำหน้าเซ็งขนาดนั้นก็ได้พอดีว่าเมื่อหลายวันก่อน  ผมไปเจอลู่ฮานที่สวนมิยอง  แล้วเด็กคนนั้นก็มาด้วย  ทีแรกผมก็นึกเอะใจว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงหน้าตาคุ้นๆจัง  แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรต่อจากนั้นหรอก  จนกระทั่งเฮียมาเล่าให้ผมฟังนี่แหละ ผมถึงนึกออกว่าเด็กยอลยอลหน้าเหมือนเฮียราวกับโขลกกันออกมา” 




 

                ห้ะ!! แกคิดว่ายอลยอลหน้าตาเหมือนฉันจริงๆหรอ  พี่ชานยอลจากที่นั่งนิ่งก็ลุกขึ้นมาแล้วใช้มือเขย่าแขนผมไม่หยุด จนตอนนี้กายผมสั่นไปทั้งร่าง!!



 

                ก็เออดิว่ะ  หน้าเหมือนกันซะขนาดนั้น นี่อย่าบอกนะว่าเฮียไม่มั่นใจจริงอ่ะ!”



 

                “เออดิ่ ก็แบคฮยอนบอกฉันอย่างนั้นนี่หว่า...แล้วแกคิดว่าแบคฮยอนเค้าจะโกหกฉันไปให้มันได้อะไรล่ะห้ะ  ทำไมเค้าไม่บอกฉันตรงๆว่ายอลยอลเป็นลูกฉัน





 

                บางทีเค้าอาจจะมีเหตุผลของเค้า



 

                “เหตุผลบ้าบออะไรล่ะ ทีแรกเค้าบอกฉันว่ายอลยอลเป็นลูกชายเค้ากับผู้ชายที่จ้างให้แบคฮยอนไปนอนด้วย  ฉันก็เชื่อแบบนั้นนะ...




 

                “โถ่วเฮีย!! ทำไมเฮียแม่งซื่อบื้อจังว่ะ!! นี่ผมมีพี่ชายโง่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรว่ะเนี่ย  หัดฉลาดๆให้มันเหมือนผมบ้างสิว่ะครับ!! ”




 

                “เอ้อ!! ได้ทีแล้วเหยียบกันเข้าไป! แกไม่โง่บ้างให้มันรู้ไปสิ



 

                “แล้วนี่เฮียจะทำไงต่อไปล่ะ?”  ผมถามออกไปอย่างต้องการคำตอบ ...



 

                ไม่รู้ดิ่  ลูกฉันทั้งคนนี่หว่า  จะให้ปล่อยทิ้งปล่อยขว้างซะก็กระไรอยู่  แต่ถ้าจะให้ไปขอกับแบคฮยอนเค้าคงจะให้ฉันยุ่งกับลูกตายล่ะ  เล่นเกลียดขี้หน้าฉันซะขนาดนั้น!”



 

                “พี่รู้ได้ไงว่าแบคฮยอนเกลียดขี้หน้าพี่?



 

                “ก็เจอกันเมื่อวานนี้แค่หน้าฉันเค้ายังไม่อยากจะมองเลยด้วยซ้ำไป



 

                “โอ้ยย นี่เฮียจะโง่ไปถึงชาติหน้าเลยรึไงว่ะ! ความโง่น่ะหัดแบ่งๆให้คนอื่นเค้าบ้าง!!”




 

                “เอ้า!!! ไอ้นี่  แค่นี้แกจะต้องด่าฉันว่าโง่เลยหรือไงว่ะ ชึ่ย!!”




 

                “ก็เฮียมันโง่จริงๆอ่ะ  เฮียลองคิดดูนะ  ถ้าแบคฮยอนเกลียดเฮียจริงๆ เค้าจะตั้งชื่อลูกว่ายอลยอลที่มันเหมือนกับชื่อเฮียหรอห้ะ?  นั่นมันก็แสดงว่าเค้าคิดว่ายอลยอลเป็นตัวแทนของเฮียยังไงล่ะ โอ้ย!! หายโง่สักทีเถอะ  ถือว่าคนหล่ออย่างผมขอร้อง!”



 

                “เออ....มันก็จริงอย่างที่แกพูดล่ะนะ



 

                “ผมฉลาดใช่มั้ยล่ะ ฮ่าๆ ๆ ”  ผมว่าอย่างภาคภูมืใจในตัวเอง  ก่อนจะยกมือขึ้นมาอยู่ในระดับใบหน้าแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือแตะที่ริมฝีปากเบาๆ ที่ทำแล้วคิดว่ามันเท่ที่สุด โฮะๆ ๆ ^^



 

                “ฝากบอกคุณแม่ด้วยนะเว้ย วันนี้ไม่ต้องรอกินข้าวเย็น”  อิเฮียยอลมันเดินเข้ามาตบไหล่ผมแล้วก็รีบวิ่งออกจากบ้านไปเลยอ่ะ 



 

                เดี๋ยวดิ่เฮีย เห้ย เดี๋ยวก๊อนนน”  ไม่ทันแล้วว มันวิ่งไปแล้ว  จะรีบไปไหนว่ะนั่น!?




 

 

                รอพ่อก่อนนนะยอลยอล~ ^^

 

40 เปอร์เซน

 

[ชานยอล]

 



 

     

              “โธ่เว้ย!! รถจะมาติดอะไรวันนี้วะเนี่ยตั้งแต่ขับรถออกมาจากบ้านเมื่อตอนเย็นผมก็ได้แต่สบถคำๆนี้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ก็รถมันติดเป็นทางยาวซะขนาดนี้ ฝนก็ทำท่าเหมือนจะตกลงมาอีกด้วย  แล้วนี่เมื่อไหร่ผมจะได้เจอยอลยอลลูกชายตัวน้อยน่ารักของผมสักทีล่ะ!!


 

                จะว่าไปเซ๊นส์ของผมก็ดีเหมือนกันนะเนี่ยที่มองออกว่ายอลยอลเป็นลูกของผมเอง  ก็แหงแหละหล่อเหมือนผมซะขนาดนั้น  แถมยังน่ารักอีกด้วย  ถ้าผมมีความมั่นใจกว่านี้อีกสักนิดและไม่เชื่อที่แบคฮยอนบอกนะ ผมคงไม่ต้องลังเลแบบนี้หรอก...



 

                “ฮึ่ย!!”  ผมระบายอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นโดยการทุบพวงมาลัยรถคันหรูของตัวเองไปหลายรอบ  และแล้วในที่สุดผมก็สามารถฝ่ามสุมรถติดยามเย็นมาได้อย่างหวุดหวิด  หลังจากที่ค้างเติ่งอยู่ในนั้นประมาณ 3 ชั่วโมงเห็นจะได้!!




 

                รถคู่ใจถูกขับเคลื่อนไปตามทางเรื่อยๆ จนถึงจุดหมายปลายทางที่ผมต้องการจะมาในที่สุด  ซึ่งที่แห่งนั้นก็คือ  บ้านของแบคฮยอน



 

                ความเร็วของรถชะลอลงเรื่อยๆ  ก่อนที่จะหยุดนิ่งในที่สุด  ผมปลดเบลท์รัดออก  ก่อนจะค่อยๆ ก้าวลงจากรถคู่ใจช้าๆ ฝ่ามือก็ยื่นเข้าไปกดกริ่งที่หน้าประตู รอได้สักพักหนึ่งก็มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งออกมาเปิดประตู  ซึ่งผมก็จำหน้าเธอได้ดี  ว่าเธอเป็นสาวใช้คนเดียวกันกับที่มาเคาะกระจกรถผมเมื่อวานนี้




 

                ผมได้แต่ยิ้มด้วยความยินดี เมื่อรู้ว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างผมก็จะได้พบหน้ากับยอลยอล  แต่แล้วในขณะที่สาวใช้กำลังจะลื่นมือมาเปิดประตูรั้วให้ผมนั้นได้เข้าไปกลับต้องชะงักไปเพราะเสียงที่ดังแทรกขึ้นมา....




 

                “อย่าเปิดให้เค้าเข้ามานะโซฮี!” เมื่อผมหันไปทางต้นเสียงก็พบว่าเป็นแบคฮยอนนั่นเองที่ขัดขึ้นมา 




 

                “เอ่อ...”  สาวใช้หันหน้ามามองผมและเธอก็มีสีหน้าลำบากใจอย่างสุดๆ แต่ก็ยอมถอยห่างออกจากประตูรั้วแต่โดยดี  เจ้าของร่างเล็กๆน่ารักนั้นค่อยๆก้าวมาหาผมช้าๆ ใบหน้าหวานนั้นบัดนี้เรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาให้ผมได้เห็นอีก





 

                “มาที่นี่อีกทำไม”  แบคฮยอนถามออกมาทั้งๆ ที่ไม่ได้มองผมสักนิด ใบหน้าน่ารักนั้นเสมองไปทางอื่นอยู่ตลอดเวลาที่คุยกัน  ทำเอาผมอดใจแป้วไม่ได้  นี่แบคฮยอนเกลียดขี้หน้าผมขนาดนี้เลยเชียวหรอ? 




 

                แต่..มันคงจะสาสมแล้วล่ะกับสิ่งที่ผมได้ทำกับแบคฮยอนไว้เมื่อห้าปีที่แล้ว  มันคงจะสาสมแล้วสินะ  เรื่องนี้ผมคงจะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวผมเอง  เพราะผมเองคนเดียว  ถ้าวันนั้นผมไม่ตัดสินใจแบบนั้น  ในวันนี้ผมคงไม่ต้องมายืนอยู่อย่างนี้




 

                “ฉันมาหาลูกของฉัน”  ผมตอบออกไปด้วยความมุ่งมั่น  นัยน์ตาเฉี่ยวคมพยายามจ้องแบคฮยอนเพื่อหวังให้คนตัวเล็กหันมาสบตา  และนั่นก็ได้ผล  เมื่อแบคฮยอนเริ่มหันมามองหน้าผมช้าๆ  หากแต่ใบหน้านั้นกลับนิ่งราวกับว่าไม่ได้สะทกสะท้านอะไรกับสิ่งที่ผมพูด




 

                “คุณมาผิดที่แล้วล่ะ  ลูกของคุณไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก” 


 

                “ยอลยอลไง  เธออย่าโกหกฉันอีกต่อไปเลยแบคฮยอน  ฉันรู้ความจริงหมดแล้วว่ายอลยอลเป็นลูกฉัน




 

                “ไม่ใช่!! ยอลยอลไม่ใช่ลูกคุณ




 

                “ทำไมจะไม่ใช่! ยอลยอลเป็นลูกฉัน  ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอจะโกหกฉันเพื่ออะไร  แต่ฉันบอกไว้เลยว่า  ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องเจอยอลยอลให้ได้




 

                “คุณกลับไปเถอะคุณชานยอล  ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณหรอก




 

                “ไม่! ถ้าเธอไม่ยอมเปิดประตูให้ฉันเข้าไปเจอยอลยอล  ฉันจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น” 



 

                “งั้นก็ตามใจคุณแล้วกัน...”  แบคฮยอนว่าแค่นั้นก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไป  แต่ก่อนที่ร่างของแบคฮยอนจะผ่านเข้าบานประตู  ร่างเล็กๆอีกร่างที่ผมอยากเจอมาที่สุดก็วิ่งสวนออกมา



 

                “คุณพ่อ...!!”  เจ้าตัวเล็กเตรียมที่จะวิ่งถลาเข้ามาหาผมเสียเต็มที่ถ้าไม่ติดว่าแบคฮยอนคว้าไว้ก่อน




 

                “ยอลยอล  เข้าบ้านกับแม่ลูก




 

                “ฮือ  ไม่เอา  ยอลยอลจะหาคุณพ่อ  ยอลยอลคิดถึงพ่อ...งื่อออ”  เจ้าตัวเล็กงอแงพลางดิ้นไปมาในอ้อมแขนของแบคฮยอนไม่หยุด!  ผมได้แต่มองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เจ็บปวด  ทำไมกันนะ  ทำไมผมถึงได้ละเลยต่อลูกชายตัวน้อยๆที่น่ารักของผมได้นานขนาดนี้  กว่าผมจะรู้ตัว มันจะสายไปหรือเปล่า..?





 

                “คุณพ่อ..!!” เจ้าตัวเล็กตะโกนเรียกผมจนสุดเสียง น้ำตาเม็ดใสๆไหลออกมาจากดวงตากลมโตไม่หยุด  ผมเห็นอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือผ่านเข้าไปในประตูรั้วหวังว่าคว้าเอาร่างนั้นเข้ามากอด  ยิ่งเห็นน้ำตาของยอลยอล  ผมยิ่งรู้สึกเหมือนกับว่าหัวใจของผมถูกบีบรัดจนแน่น  มันหายใจไม่ออก  มันบอกไม่ถูก...  ความรู้สึกเดียวที่เด่นชัดในตอนนี้คือ  ผมอยากดึงร่างเล็กๆที่เหมือนกับกามเทพตัวน้อยนั้นเข้ามากอดให้หายคิดถึง 





 

                “ยอลยอลลูกพ่อ...นี่! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะแบคฮยอน  ฉันบอกให้เปิด!”  ผมทั้งใช้มือทุบและเขย่าประตูไม่หยุด  หวังว่ามันจะทำให้แบคฮยอนยอมเปิดประตูให้ผมเข้าไป  ร่างเล็กๆของทั้งสองคนหายเข้าไปในบ้านแล้ว แต่ผมยังได้ยินเสียงร้องไห้งอแงของเจ้าตัวเล็กดังออกมาไม่หยุด 





 

                ผมค่อยๆทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง  เมื่อออกแรงเขย่าประตูมานานร่วมชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าแบคฮยอนจะใจอ่อนยอมมาเปิดประตูให้กับผม  ตะวันลาลับขอบฟ้าไป  ท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มทุกทีๆ   กลุ่มเมฆฝนเริ่มก่อตัวกันเป็นกลุ่มก้อน  ก่อนที่เสียงสายฟ้าฟาดจะส่งเสียงคำราม...




 

                เปรี๊ยง!!!




 

                เสียงกัมปนาทคำรามอย่างอึกทึกกึกก้อง  ราวกับว่ามันได้ผ่าลงมาที่บริเวณอันใกล้นี้  แต่ผมก็หาได้สนใจไม่   ความเย็นเยียบเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาสัมผัสผิวกาย  เมื่อลมระลอกใหญ่ได้พัดผ่านเข้ามา  พร้อมๆกับหยาดน้ำเม็ดโตที่เริ่มเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ปรานี  เสื้อเชิร์ตตัวบางที่ผมใส่อยู่ลู่แนบไปกับลำตัวในไม่ช้า  สายฝนเทกระหน่ำลงไม่หยุด  ความหนาวเย็นของมันไม่ได้ทำให้ผมทุกข์ใจได้มากไปกว่าเรื่องราวที่ผมกำลังเผชิญอยู่  ผมไม่ได้กลัวความหนาวเย็นที่กำลังมาเยือน  แต่ผมกำลังกลัว..กลัวว่าจะไม่ได้เจอหน้ายอลยอลอีก....





 

 

อีกด้านหนึ่ง....




 

            ฝ่ามือบางเรียวสวยค่อยๆแนบสัมผัสลงบนหน้าต่างบานกระจกใสช้าๆ  ใบหน้าหวานแนบเข้าหากระจกจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้หายใจ  ดวงตาคู่สวยทอดมองลงไปยังเจ้าของร่างสูงสมส่วนที่กำลังนั่งหลังพิงประตูรั้วอยู่อย่างไม่ละสายตาหยาดน้ำตาเม็ดพราวไหลออกมาจากดวงตาคู่ฉ่ำน้ำไม่หยุด 




 

                นานนับชั่วโมงแล้วที่สายฝนเทลงมาไม่หยุด  นานนับชั่วโมงแล้วที่แบคฮยอนยังคงนั่งมองชานยอลจากระเบียงห้องชั้นสองของบ้าน  และนานนับชั่วโมงแล้วที่ชานยอลยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ลุกไปไหน...





 

                “ฮึก ฮือ...”  เสียงสะอื้นไห้เบาๆ หลุดออกจากริมฝีปากบาง  เพราะเกรงว่าลูกชายตัวน้อยที่หลับไปแล้วจะตื่นขึ้นมาได้  บัดดลเสียงเล็กๆก่อนที่เจ้าตัวแสบจะหลับไปก็ไหลเวียนเข้ามาในห้วงความคิดของแบคฮยอน




 

 

                แม่ฮ่ะ  ฝนตกใหญ่แล้ว  ยอลยอลสงสารพ่อ ฮือ ” 

                แม่ทำไมไม่เรียกพ่อชานเข้าบ้าน  แม่แบคใจร้าย ฮือออ

                “แม่คร๊าบบบ แม่...งื่อออ  ยอลยอลอยากหาพ่อชาน แง่…”







                ยังไม่นอนอีกหรอเราน่ะ..หื้ม?”  เสียงนุ่มนวลดังขึ้นอยู่เบื้องหลัง  ทำให้ผมที่กำลังจมอยู่กับห้วงความคิดต้องหลุดออกจากภวังค์  ฝ่ามือเรียวรีบยกขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากขอบตาที่ร้อนผ่าว




 

                “อะ เอ่อ..ผมยังไม่ง่วงน่ะฮ่ะ



 

                “อย่างนั้นหรอ?



 

                “ฮ่ะ...



 

                “เรายังรักเค้าอยู่ใช่มั้ย?



 

                “ผะ ผม ผมไม่รู้ ฮึกฮือ...




 

                “โกหกใครน่ะโกหกได้  แต่โกหกใจตัวเองน่ะ มันไม่ได้หรอกนะ ^^”



 

                “ผม กลัว กลัว...ว่ามันจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก ฮือ...




 

                “พี่ก็ห้ามเราไม่ได้หรอกนะ  แต่พี่เพียงแค่อยากให้เราเปิดใจ  อย่างน้อยก็สงสารลูก  ยอลยอลต้องมีพ่อนะ  น้องพี่ไม่สงสารลูกหรอ หื้ม?



 

                “ฮึกฮือออ  ผมไม่รู้  ผมกลัว...ฮือ”  ผมได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมอกของพี่ลู่ฮานอยู่อย่างนั้น  ผมกลัวจริงๆนะ  ผมกลัวว่าถ้าผมใจอ่อน  ผมจะต้องเจ็บเหมือนเมื่อห้าปีที่แล้วอีก  ผมกลัว....





 

               

ห้าปีที่แล้ว....

 


 

            “เธอต้องการเท่าไหร่ก็ว่ามา...



 

            “ไม่ ผมไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น  ผมอยากอยู่กับคุณชานยอลคนเดียว...”   ร่างเล็กๆร้องไห้น้ำตานองหน้าอย่างน่าสงสาร  จากนั้นก็พาร่างที่บอบช้ำของตัวเองคลานเข้าไปหาร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่  มือเรียวสวยกอดเข้าที่ขาแกร่งนั้นอย่างอ้อนวอนและขอร้อง  ...


 

            “เธอนี่พูดไม่รู้เรื่องจริงๆเลยนะแบคฮยอน! ปล่อยฉัน!!” แต่อีกคนกลับสะบัดมือเล็กๆนั้นออก..อย่างไม่ไยดี.....



 

            “ฮึก ฮือออ  ....”  คนตัวเล็กนั่งก้มหน้าอย่างอดสู  ยอมก็แล้ว  เสียทุกอย่างไปให้ก็แล้ว  เสียทั้งร่างกายและหัวใจที่จงรักภักดี แต่ทำไม?  ทำไมถึงต้องทิ้งเค้าไป?...



 

            นี่เงิน  ค่าที่ยอมให้ฉันเล่นสนุกด้วย  และฉันคิดว่าต่อจากนี้ต่อไป..



 

            “ฮื่อออออส่ายหน้าไปมาอย่างไม่อยากจะยอมรับ


 

            เราคงไม่ต้องมาเจอกันอีก!!”


 

            “ม่าย คุณชานยอล..อย่าไป ฮือออ กลับมา...ฮึกฮือ”  ร่างเล็กๆของแบคฮยอนลุกขึ้นวิ่งตามร่างสูงที่เดินจากไป    รถคันหรูเคลื่อนตัวออกไปแล้ว  แต่เท้าเล็กๆกลับยังวิ่งตามอยู่อย่างนั้น  จนกำลังเริ่มอ่อนลงๆ  กายเล็กทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าที่พื้นอย่างหมดแรง  หมดแล้วทุกสิ่ง....



 

            คุณชานยอล กลับมา..ฮือออ”  ร่างเล็กๆร้องไห้จนน้ำตาแทบกลายเป็นสายเลือด..  ร้อไห้จนหมดแรงและสลบไปตรงนั้น...

 

 

 

ปัจจุบัน....

                “ผมกลัวจริงๆนะพี่ลู่ฮาน.. ผมไม่อยากเจ็บเหมือนตอนนั้นอีกแล้ว ..ฮือ


 

                “พี่ว่าเรามองโลกในแง่ร้ายมากเกินไปหรือเปล่า หื้มพี่ลู่ฮานว่าพลางยื่นฝ่ามือแสนอบอุ่นนั้นขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ



 

                “ก็ไม่ใช่เพราะว่าเมื่อก่อนผมมองโลกในแง่ดีเกินไปหรอกหรอฮ่ะ  ผมถึงต้องมานั่งเสียใจอยู่แบบนี้ ...



 

                “พี่ขอโทษนะแบคฮยอน ขอโทษ..ที่ทำให้เรากลายเป็นคนแบบนี้  ถ้าตอนนั้นพี่ไม่ให้เราไป เราก็คงไม่ต้องเจ็บ  ไม่ต้องปวด ไม่ต้องทรมานเหมือนอย่างตอนนี้  พี่ขอโทษ...



 

                “ไม่  พี่ไม่ต้องขอโทษผม  พี่ลู่ฮานไม่ผิด  เพราะผมเองที่อยากไป เพราะผมเอง..ที่เผลอใจไปรักคนใจร้ายอย่างคุณชานยอล..



 

                “โธ่  น้องพี่...




 

                “ถึงยังไง  ผมก็จะไม่ยอม  ผมไม่อยากเจ็บอีกแล้ว  ต่อให้ผมจะต้องเลี้ยงยอลยอลคนเดียวผมก็เลี้ยงได้  ผมจะไม่ยอมให้เค้ามาพรากยอลยอลไปจากผมเด็ดขาด  ไม่มีวัน...




 

                “ใครบอกว่าเราจะเลี้ยงยอลยอลคนเดียว  ยังมีพี่อยู่ตรงนี้ทั้งคนนะ...”  พี่ลู่ฮานว่าพลางส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ผมอย่างที่พี่เค้าชอบทำเป็นประจำ    อื่ม  แต่พี่ว่าตอนนี้เราให้เค้าเข้ามาบ้านก่อนดีมั้ย? ปล่อยไว้แบบนั้นมันไม่ดีเลยนะ  เดี๋ยวจะไม่สบายเอา  ดูท่าว่าคุณชานยอลเค้าคงไม่ยอมกลับไปง่ายๆเสียด้วยสิ



 

                “แต่ผม....  ผมเริ่มลังเลเล็กน้อย



 

                “เถอะน่า  เชื่อพี่นะ ^^”



 

                “ฮ่ะ  ก็ได้ฮ่ะ”  ว่าเสร็จผมก็เดินลงไปด้านล่างของบ้าน  แล้วหยิบร่มคันใหญ่ออกมา  ก่อนจะเดินออกไปหน้าบ้าน



 

 

                “คุณชานยอล....” 

 

 

 

80%
 

              

               คุณชานยอล....!!”  ผมถึงกับตะโกนก้องด้วยความตกใจ  เมื่อพบว่าคุณชานยอลนอนสั่นหมดสติคาประตูบ้าน  มือไม้ถึงกันสั่นทำอะไรไม่ถูก  ร่มที่เคยถืออย่างมั่นคง ผมก็ไม่รู้ว่ามันหลุดมือไปตั้งแต่ตอนไหน   ผมรีบวิ่งถลาเข้าไปหาคุณชานยอลในทันที




 

                คุณชานยอล..คุณ!” ผมใช้มือลูบตามโครงหน้าคมสันนั้นไปมา  เพื่อหวังให้ร่างสูงรู้สึกตัว



 

                ยอลยอล..ยอลยอลลูกพ่อ คุณชานยอลละเมอออกมาอย่างไม่รู้สึกตัว  แต่กระนั้นผมก็จับคำพูดที่หลุดออกจากริมฝีปากที่กำลังสั่นระริกได้เป็นอย่างดี



 

                พาคุณชานยอลเข้าบ้านก่อนเถอะแบคฮยอน  อาการคงแย่แล้ว”  พี่ลู่ฮานที่ถือร่มวิ่งตามออกมาเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วง



 

                ฮ่ะผมรับคำก่อนจะใช้มือช้อนเข้าที่ใต้แขนคุณชานยอล  แล้วสอดตัวเข้าไปอยู่ใต้วงแขนนั้น  ในขนาดที่อีกด้านหนึ่งก็มีพี่ลู่ฮานช่วยพยุง



 

                ทั้งผมและพี่ลู่ฮานใช้เวลาอยู่นานโขเลยทีเดียวกว่าจะพาคุณชานยอลเข้ามาในตัวบ้านได้สำเร็จ  จากนั้นผมก็พาคุณชานยอลไปพักที่โซฟาห้องนั่งเล่น  ร่างกายสูงสมส่วนถูกจัดให้นอนราบไปกับโซฟาตัวยาว....



 

                เดี๋ยวเราดูแลคุณชานยอลต่อแล้วกันนะ  พี่จะขึ้นไปดูหลานสักหน่อยน่ะ  เผื่อแกตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วไม่เห็นใครจะร้องไห้งอแง



 

                “ฮ่ะพี่..”  ผมรับคำ  ก่อนที่พี่ลู่ฮานจะเดินขึ้นไปยังขั้นสอง  เมื่อพี่ลู่ฮานลับสายตาไปแล้ว  ผมก็หันกลับมามองร่างที่นอนสั่นงักๆ อยู่ข้างๆกาย   มองไล่ตั้งแต่ใบหน้าหล่อเหลาเรื่อยไปจนถึงปลายเท้าที่บัดนี้เปียกไปทั้งร่าง 



 

                ผมเพียงแต่คิดว่าถ้าปล่อยให้คุณชานยอลนอนแบบนี้  คงได้เป็นปอดบวมตายแน่ๆ   เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็เดินลับหายเข้าไปในห้องน้ำ  เพื่อเตรียมกะละมังน้ำสำหรับเช็ดตัว  และเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่อให้เค้าได้นอนสบายยิ่งขึ้น...




 

                ผมกลับมาพร้อมกับอุปกรณ์ที่ครบมือ  แต่ผมกลับยังไม่ลงมือทำอันใด  ได้แต่มองไปที่ร่างที่หลับสนิทสลับกับกะละมัง  เอ่อ..อุปกรณ์ครบ! แต่!!  ใครจะเป็นคนทำล่ะ???




 

                ผมไงเล่า! นี่คงไม่พ้นผมอีกสินะ เฮ้ออออ!! เอาเถอะ  สลบหมดฤทธิ์ขนาดนี้คงไม่รู้หรอกว่าผมเป็นคนจัดการ  คิดได้ดังนั้นผมก่อนเลื่อนมือไปปลดกระดุมเสื้อเม็ดที่สามของคุณชานยอลออก  ตามด้วยเม็ดต่อๆไป  จนกระทั่งปลดครบทุกเม็ด  ผมเพิ่งสังเกตว่ารูปร่างของคุณชานยอลดูมีซิกแพ็คมากกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อย  เห้! นี่ผมกำลังคิดอะไรอยู่ว่ะเนี่ย! ><”



 

                บ้าเอ้ย!! คิดอะไรไม่เข้าท่าอยู่เรื่อยเลย ให้ตายสิ!! ผมรีบหันหน้าไปทางอื่นทันที  เมื่ออยู่ดีๆผมก็รู้สึกถึงความร้อนวูบที่แผ่ซ่านขึ้นมาที่ใบหน้า  ผมเป็นบ้าอะไรเนี่ย?  ผมกำลังเขินหรอ?  บ้าน่า  ผมจะเขินได้ยังไง วุ้ยยย ><”



 

                ก่อนที่จะคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้  ผมก็เริ่มใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ  แล้วเริ่มบรรจงเชิดตามโครงหน้าหล่อได้รูป  ไล่ลงมาที่ลำคอแกร่ง  ตามด้วยแผงอกกว้าง  เอิ่ม..ผมไม่กล้ามองเลยจริงๆ ให้ตาย....



 

                เมื่อเช็ดช่วงบนจนหมดแล้ว  ทีนี้ก็มาถึงช่วงระทึกใจอีกแล้วสินะ  งื้อออ...ผมไม่อยากทำเลยง่า T^T แต่เมื่อคิดอีกแง่นึง  ถ้าผมไม่ทำคุณชานยอลต้องแย่แน่ๆ เลย  ซึ่งผมก็ไม่ใจร้ายใจดำขนาดที่ยอมปล่อยให้ใครมาตายในบ้านหรอกนะ  อย่างน้อยก็เห็นแกเพื่อนมนุษย์ด้วยกันล่ะน่า  จริงๆนะ จริงจริ๊ง!!



 

                มือของผมค่อยๆเลื่อนไปสัมผัสที่หัวเข็มขัดราคาแพง  ก่อนจะเริ่มปลดมันออกช้าๆ  ด้วยจังหวะที่เนิบนาบซึ่งขัดกับจังหวะการบีบรัดหัวใจของผมโดยสิ้นเชิง  โอ้ยย แบคฮยอนจะบ้าตายให้ได้



 

                เมื่อเข็มขัดหลุดออกไป  ผมก็หลับตาปี๋ด้วยความไม่กล้ามอง  มือก็ค่อยๆ จับเข้าที่ขอบกางเกงแล้วเลื่อนมันลงช้าๆ  ฮ่อกก เมื่อไหร่มันจะเสร็จว่ะเนี่ยย โอ้ยย ใจจะวาย T^T



 

                ฮอลลล ในที่สุดก็สำเร็จ  ผมถอดกางเกงของคุณชานยอลออกจนได้ โดยที่มือของผมไม่ได้ไปเจ้อะเจอกับสิ่งแปลกปลอม  แง่ T^T  ผมรีบสวมบ๊อกเซอร์ตัวใหม่ให้คุณชานยอลทันทีก่อนที่เจ้าตัวจะนอนสั่นสะท้านไปมองกว่านี้  ตามด้วยเสื้อยืดตัวใหญ่ที่สุดที่ผมมีอยู่ในตู้



 

                เฮ้ออออ!! ในที่สุดก็เสร็จสักทีสินะกับการเปลี่ยนเสื้อผ้า ฮอยยย...





                     ผมเดินเอาอุปกรณ์ไปเก็บและเดินกลับมาพร้อมๆกับยาลดไข้ น้ำดื่ม และผ้าห่มผืนโต...จากนั้นก็ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ร่างที่นอนนิ่งสนิทอยู่บนโซฟา บรรจงห่มผ้านวมผืนยักษ์ให้ แล้วเริ่มสะกิดอีกคนเบาๆ
 


 


                คุณชานยอล..คุณ  ตื่นมากินยาก่อนสิ


 

                “ฮืม...แต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะยังไม่รู้สึกตัว  ผมจึงเลื่อนมือไปจับใบหน้านั้นเบาๆ  แต่ถึงอย่างนั้นผมก็แทบชักมือกลับไม่ทัน  เมื่อพบว่าตัวของคุณชานยอลที่เคยเย็นเฉียบเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้กำลังร้อนแป๊ดราวกับไฟ 



 

                ตายแล้ว! ไข้ขึ้นสูงเลย  ทำไงดีนะ?”  ผมได้แต่พึมพำกับตัวเองไม่หยุด!  ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนที่ไปนั่งอยู่ฝั่งทางหัวของคุณชานยอล  แล้วช้อนศีรษะของคุณชานยอลขึ้นนอนหนุนบนหน้าตักผม  ให้หัวสูงขึ้นมาในระดับหนึ่ง ก่อนจะหยิบเม็ดยาแล้วจ่อเข้าที่ริมฝีปากสีซีด 



 

                คุณชานยอลค่อยๆ เผยอปากออกน้อยๆเมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งที่แตะที่ริมฝีปาก  เมื่อคุณชานยอลรับยาเข้าไปแล้ว  ผมก็รีบนำแก้วน้ำไปจ่อไว้ที่ปากซีดนั้นทันที  และในบัดดล  คุณชานยอลก็ดูดน้ำผ่านทางหลอดเข้าไปตามสัญชาตญาณ  เมื่อเสร็จสิ้นการกินยาแล้ว  ผมก็ค่อยๆ ช้อนหัวทุยๆลงแล้วสอดหมอนใบนุ่มเข้าไปแทนที่ตักแข็งของผม  จากนั้นผมก็เตรียมที่จะนำแก้วน้ำไปเก็บ  แต่ให้ตายสิร่างหนาที่คอยนอนิ่งบัดกลับจับมือผมไว้แน่น  ไม่ยอมปล่อยให้ลุกไปไหน...




 

                คุณชานยอล  ปล่อยผม... ผมเอ่ยเบาๆ ผละพยายามที่จะแกะมือปลาหมึกนี้ออก  คนบ้าอะไรขนาดตอนนอนหลับแรงยังเยอะอีก




 

                นี่คุณ...อ้ะ!!” ผมถึงกับตะโกนออกมาด้วยเสียงที่ไม่เบาและไม่ดังจนเกิน  เมื่ออยู่ดีๆ คุณชายอลก็รั้งร่างของผมให้ลงไปนอนอยู่บนโซฟาด้วยกัน!!




 

                “คุณชานยอล ปล่อยนะ!!” ผมได้แต่ดิ้นไปดิ้นมาในอ้อมแขนของคุณชานยอลไม่หยุด  และด้วยความที่อยู่ใกล้ชิดกันมาก  ผมถึงได้ยินสิ่งที่คุณชานยอลเพ้อออกมาได้อย่างชัดเจน




 

                หนะ หนาว ...”  ผมได้ยินอย่างนั้นแล้วก็ยอมหยุดนิ่ง  ค่อยๆหันเหไปหน้าไปมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นช้าๆ  ใบหน้าที่ผมเคยหลงใหลมากที่สุด...




 

                ฝ่ามือขาวถูกเลื่อนไปลูบไล้โครงหน้านั้นโดยที่ผมไม่รู้ตัว  สิ่งที่กำลังแสดงออกมันเป็นสิ่งที่อยู่ลึกๆในจิตใต้สำนึกที่ผมไม่อาจบังคับมันได้




 

                หนะ หนาว ฮือ...คุณชายอลยังคงเพ้อออกมาไม่หยุด  จนผมอดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปซุกตัวนอนอยู่ในอ้อมอกแข็งแรงนั้น  แล้วสอดมือเข้าไปกอดรัดรอบๆ แผ่นหลังแกร่งเพื่อหวังว่าจะช่วยส่งผ่านความอุ่นร้อนที่มีอยู่ในตัวผมไปถึงอีกคนได้ ใช่! ถึงผมจะปากแข็งยังไง  ถึงจะโกรธเค้ามากขนาดไหน..แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าผมยังคง รักคุณชานยอลอยู่เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง.....




 

                ผมซุกใบหน้าเข้ากับแผงอกอุ่นๆนั้นก่อนที่จะผล็อยหลับไปอีกคน...

 

 

...Little Cupid…


 


100%
To Be Continue


 

Talk กันสักนี๊ดดดด!!

ฮ่าาา  อัพฉลองสอบเสร็จเลยน๊าา 
ฉลองด้วยที่ครูประกาศคะแนนสอบวิชาชีวะแล้วไรท์ได้คะแนนท๊อปของห้องอ๊าา!! #ปริ่ม

นี่คงเป็นเพราะกำลังใจจากรีดเดอร์แน่เลย ฮ่าๆ ๆ ๆ ^^
ขอบคุณทุกคนมากนะค่ะที่เป็นกำลังใจให้ :D
#ขอบคุณจริงๆค่าา ^^
****************************************************************************
มาว่าด้วยเรื่องของฟิคค่ะ ^^ แชปนี้เริ่มล้ะ  ดูเหมือนว่ายอลมันจะไม่ยอมอ่อนข้อด้วยสิ
จะต้องแย่งชิงลูกมาให้ได้ ฮ่า 555  ลองมาดูว่าหยอยมันจะทำตามวิธีนั้นจริงๆมั้ย
ส่วนใครที่บอกว่าสงสารแบค  แบคดราม่าอย่าเพิ่งนะค่ะ เดี๋ยวมีทียอลบ้าง 
ต่อจากนี้ล่ะ  จะให้แบคใจแข็งกับยอลไม่หยุดเลยคอยดู!!

#แชปหน้าแอบมาสปอยให้ฟังก่อนว่าจะเริ่มเห็นเค้าลางๆ ของตัวแดง
'ฉากไม่เหมาะสม!!!'
อ่านแล้วก็เม้นๆนะค่ะ ถ้าอยากให้อัพแชปที่ 9 ไวๆ :D

#ชอบฟิคเรื่องนี้อย่าลืม โหวต เม้น แชร์ บอกต่อๆด้วยนะค้า ^^
เวิ่นในทวิตอย่าลืมติดแท็ก #ลตคป นะฮับ ^^

#ชอบคนอ่านรักคนเม้นน้า จุ้บๆ จิบิ แล้วเจอกันใหม่ค้ะ :D

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1,635 ความคิดเห็น

  1. #1622 @MayBeSmile (@exo_member12) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 14:54
    ไรท์คะ ฟอนต์ตัวอักษรภาษาอังกฤษอ่ะื่ออะไรคะ เค้าชอบจัง ตัวมนๆ น่ารักดี
    #1622
    0
  2. #1587 Yulyul_Hunhun (@welovesnsdyul) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 20:39
    ที่จริงว่าจะสงสารชานยอลนะแต่ชานยอลก็เคยทำกับแบคไว้อ่ะ แต่ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าอย่าดราม่าหนักก็พอ
    #1587
    0
  3. #1563 Juize YeolBaek (@smokyqpr) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2557 / 03:13
    กริ๊ดดดด้วยคะ โมเมนเนี่ยหายากกอยู่กันสองต่อสอง อร๊ายยย แบคนี่ก็ยังมีใจอยู่อะ พี่ฮุนมาแล้วว ยังไม่มีใคร รอพี่ฮานหรออ
    #1563
    0
  4. #1539 kairika (@mewteddybear) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 23:20
    ยอลใจร้ายกะเเบค โดนเเบบนี้ก่ดีเหมือนกัน สมน้ำหน้าเบาๆๆ
    สู้ๆๆนะยอล อย่าดราม่านาน เดวน้ำตาไหลหมดตัวTT
    #1539
    0
  5. #1457 warnprae (@warnprae) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 22:27
    สู้ๆนะชานยอล
    #1457
    0
  6. #1394 siri (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 20:19
    แบคอย่าใจแข็งนักนะ สงสารยอล



    ส่วนอิเน่นี่ไม่ค่อยจะหลงตังเองอ่ะนะ
    #1394
    0
  7. #1371 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 14:57
    ยังไงก็รักเขานี่นา 
    #1371
    0
  8. #1283 littlegift (@siriporn1806) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 21:07
    กว่าจะรู้น่ะชานยอล
    #1283
    0
  9. #1227 pinzaaaaa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 09:11
    ชานยอล ง้อแบคให้ได้น้า
    #1227
    0
  10. #1182 kookkik (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2557 / 00:27
    โถ่อิหยอย สู้ชีวิตมากลูก T^T
    #1182
    0
  11. #1166 priw exofan (@badboypriw) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 07:38
    ลุ้นเเทบตายเฮ้อออออ~
    เมื่อไหร่จะใจอ่อนเนี่ยแบคกี้
    แต่ก้สมควรละไปทำเค้าก่อนเองนะหยอย-_-"
    แต่เหตุผลที่เสี่ยเลิกกับโด้นี่อ่อนมากก(ก.ไก่หลายล้านตัวอ้ะ)
    โทษนะไรท์พอดีตินที่แล้วออกความเห็นไม่ได้ฟุหุหุเลยเอามารวมกัน
    #1166
    0
  12. #1122 Ferrero_1503 (@nongpaer_cute) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2557 / 12:29
    TT^TT  
    #1122
    0
  13. #1105 boat (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มีนาคม 2557 / 15:53
    แบคเค้าสงสารยอลยอลอ่า
    #1105
    0
  14. #1040 Toong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2557 / 21:48
    ยอลต้องง้อแบคให้ได้นะ สู้ๆ
    #1040
    0
  15. #1027 Black killer (@0871717021) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:15
    ที่แท้ก็แอบเป็นห่วงสินะ
    #1027
    0
  16. #891 เทพบุตรที่มีหูพิเศษ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 11:45
    เพิ่งเคยอ่านฟิค ดราม่าๆแบบนี้ ตอนแรกไม่คิดจะอ่านเลย เเต่พออ่านของไรท์ชอบมากๆ >__< สนุกกว่าที่คิด หรือว่าเพราะ เจ้แต่งเก่ง 555 >
    #891
    0
  17. #875 minkminla (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 23:37
    ชานยอลเอ๊ยสู้สู้ลูก ง้อเเบคให้ได้
    #875
    0
  18. #694 Zo Aon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 / 19:49
    อิยอลอย่าอยู่้เลยแก!! พอได้ตัวแบค

    แล้วแกก้อทิ้งอ่อ?? -__-
    #694
    0
  19. #668 zeegreat-bc (@zeegreat-bc) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2556 / 19:46
    สมน้ำหน้ายอลเบาๆ เชอะ! ใครสั่งใครสอนว่าถ้าได้กันเสร็จแล้วให้เอาเงินฟาดหัว...... ตอบ!!!!!!!

    โดนสั่งสอนสะบ้างนะยอล.......และจำไว้ว่ามันคือบทเรียนราคาแพง(มาก)
    #668
    0
  20. #632 vivaVitamin (@vivialyvitamin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 19:54
    รักเลยยยยยย♥♥
    #632
    0
  21. วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 17:44
    อิหยอยยย ง้อแบคให้ได้น้าา
    #615
    0
  22. #587 ชานม ไข่มุก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2556 / 11:45
    เชียร์ยอลให้ง้อแบคให้ได้น๊าาาาา

    สู้ๆ
    #587
    0
  23. #586 hun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2556 / 19:10
    แม่แบคจะใจอ่อนให้พ่อยอลมั้ย

    #586
    0
  24. #568 MyBlue (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2556 / 22:29
    ชอบที่อิเน่ด่าจิงๆ



    แบคเจ็บมาเยอะผ่านมาเยอะนี่เนอะใครมันจะไปใจอ่อนได้ง่ายๆ
    #568
    0
  25. #522 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 14:55
    สงสารเเบคง่ะ ชานยอลต้องง้อเเบคให้ได้น้าา
    สู้ๆนะคะไรเตอร์ สนุกมากค่ะ
    #522
    0