คัดลอกลิงก์เเล้ว

Short fic bungou stray dogs [Dazai x Chuuya] ในวันที่จากไป

โดย Dark truth

แต่งด้วยความรักที่มีต่อคู่ทมิฬ

ยอดวิวรวม

1,433

ยอดวิวเดือนนี้

60

ยอดวิวรวม


1,433

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


40
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ก.ค. 61 / 02:07 น.
นิยาย Short fic bungou stray dogs [Dazai x Chuuya] ѹҡ Short fic bungou stray dogs [Dazai x Chuuya] ในวันที่จากไป | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


แต่งด้วยความรักที่มีต่อคู่ทมิฬ <3

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ก.ค. 61 / 02:07



แม่น้ำธรรมดาที่ไหลคั่นระหว่างเส้นทางทั้งสอง  สายน้ำไหลเอื่อยๆ อย่างเชื่องช้า ไม่มีอันตรายอะไรนอกจากว่าจะมีใครเซ่อซ่าตกลงไปแล้วขึ้นมาไม่ได้ ซ้ำร้ายอาจจะว่ายน้ำไม่เป็นจนจมลงไป แต่ว่ามันก็ไม่ได้ลึกมากมายขนาดนั้นสักหน่อย เอาเถอะ... ถ้าคนมันจะตาย จะเป็นก้อนหินข้างทางหรืออะไรก็ทำให้ตายได้ทั้งนั้นแหละ

แต่ว่าสำหรับคนบางคนที่ถึงแม้จะอยากตายแค่ไหนก็ตายไม่ได้   คงไม่มีอะไรจะพูดนอกจากเป็นพวกไม่มีวาสนาล่ะมั้ง

เช่น ‘หมอนั่น’ เป็นต้น...

‘นาคาฮาระ ชูยะ’ ถอนหายใจออกมาน้อยๆ ครั้นทอดสายตามองแม่น้ำยามเย็นที่เปล่งประกายสีส้มอมแดง ชายหนุ่มวางคางลงบนแขนทั้งสองข้างที่เท้าอยู่บนริมสะพาน บรรยากาศดีอย่างไม่น่าเชื่อในเมืองโยโกฮาม่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดในสังคมมืดที่ซ่อนเร้น

หลังเสร็จงานที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นของเหลวสีแดงสดและเสียงห่ากระสุนนับพัน เขาก็ตัดสินใจออกมาเดินเล่นเพื่อคลายความเบื่อหน่าย แน่นอนว่างานมันไม่ได้ยาก ในฐานะหนึ่งในผู้บริหารของพอร์ตมาเฟีย งานที่ได้รับในครั้งนี้ไม่คณามือเลยแม้แต่น้อย

แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเบื่อกันนะ…

เพราะไม่มีเสียง ‘หมอนั่น’ มาปั่นประสาทที่ข้างหูเหมือนกับทุกทีอย่างงั้นหรอ…

หรือว่าเพราะไม่ได้จัดการได้อย่างง่ายดายเหมือนสมัยที่ยังเคยมี ‘หมอนั่น’

หรือเป็นเพราะไม่มี ‘หมอนั่น’ มาคอยช่วย...

ทำไมกันนะ...

คิดไปคิดมาพอรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองมาหยุดอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้เสียแล้ว…

ไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่…  แต่พอเห็นแม่น้ำสายนี้ทีไรเขาก็ต้องนึกถึงภาพของ ‘ไอ้หมอนั่น’ ลอยอืดขาชี้ฟ้าอยู่ในน้ำทุกที  แอบคิดในใจว่าตายไปซะได้ก็ดี แต่สุดท้ายหมอนั่นก็รอดมาจนได้ ไม่เข้าใจว่าพระเจ้าจะเกลียดอะไรขนาดนั้น ไม่อยากให้ไปอยู่ด้วยขนาดนั้นเลยหรือไง

“เจ้าบ้าดาไซ…”  ความเกลียดชังระคนความเหงาสะกดให้เผลอพึมพำชื่อนั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว

“อย่างแกน่ะ… ตายๆ ไปซะก็ไม่มีใครเขาว่าหรอก”

รวมถึงฉันด้วย..

“เฮ้อ… ให้ตาย นี่ฉันมัวมาคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย”

เมื่อตัดสินใจจะเดินออกไป เท้าก็พลันหยุดชะงักเมื่อเห็นบางสิ่ง

“...”

นัยน์ตาสีเทากระจ่างใสเหม่อมองแม่น้ำที่ไหลเอื่อยเฉื่อย เสียงสายน้ำฟังดูเย็นสบายดีอย่างไรชอบกล…

เขาหันซ้ายแลขวา บริเวณรอบข้างไร้ซึ่งผู้คน

‘คงไม่มีใครเห็นหรอกมั้ง’

เอาน่า แค่นานๆ ทีเอง

รอยยิ้มบางอันไร้เดียงสาผุดบนริมฝีปากได้รูป  จากความสูงที่เขายืนอยู่จนถึงแม่น้ำค่อนข้างห่างกันหลายเมตร แต่สำหรับเขามันไม่มีอะไรต้องกลัวทั้งนั้น

ชูยะกระโดดข้ามราวสะพานลงไปยังแม่น้ำ  ร่างเล็กค่อยๆ ร่วงหล่นจากแรงโน้มถ่วงของโลก หากเป็นคนทั่วไปก็คงจะตกลงแม่น้ำจนเกิดเป็นเสียงดังตูมพร้อมน้ำที่สาดกระเซ็น  แต่สำหรับผู้ที่มีพลังพิเศษอย่างเขากลับให้ผลที่ตรงกันข้าม

พลังพิเศษ ‘แด่ความเศร้า เคล้ามลทิน’  พลังที่สามารถควบคุมแรงโน้มถ่วงได้ดั่งใจนึกกับทุกสิ่งที่เขาได้สัมผัส  เมื่อปลายเท้าแตะลงบนผิวน้ำ ร่างกายก็ยืนเด่นราวกับมีแผ่นกระจกใสกั้น ชูยะยิ้มพลางก้มลงมองเท้าของตัวเองที่สัมผัสอยู่บนผืนน้ำ รู้สึกว่าพื้นรองเท้าเปียกนิดหน่อย แต่เขาก็ไม่ได้นึกรังเกียจอะไร   อารมณ์เหมือนได้เหยียบย่ำแอ่งน้ำกลางสายฝนนั่นแหละ

ชูยะเริ่มก้าวเท้าไปบนผิวน้ำเหล่านั้น น้ำเกิดเป็นระลอกคลื่นในวงกว้างอย่างเงียบงัน  รอยยิ้มน่ามองทำให้ใบหน้าได้รูปดูน่ารักผิดกับตอนสู้อย่างลิบลับ ความรู้สึกสนุกตื่นเต้นราวกับเด็กทำให้หัวใจเต้นตึกตัก  กลิ่นคาวเลือดทำให้เขาลืมเลือนความรู้สึกนี้ไปนานจนจำแทบไม่ได้

‘ไม่เป็นไรหรอก นานๆ ทีน่ะ  แค่นานๆ ที..’

รอบข้างไม่มีใครอยู่... นั่นคือสิ่งที่ชูยะเห็นตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว ใครคนหนึ่งก็เดินมาหยุดอยู่กลางสะพาน  เขาคนนั้นเบิกตาขึ้นเล็กๆ ด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะแอบยิ้มมุมปากนิดๆ ด้วยความสนใจ

ชายร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ริบขอบสะพาน เอามือเท้าคางมองคนตัวเล็กที่วิ่งไปมาบนผิวน้ำอย่างสนุกสนานด้วยแววตามีเลศนัย  ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหรี่ลงน้อยๆ กับภาพที่ตัวเองไม่นึกฝันว่าจะได้มาเห็น

‘อะไรกัน ทำตัวน่ารักแบบนี้ก็เป็นนี่’

รูปร่างของชูยะค่อนข้างเล็กพอสมควรสำหรับผู้ชาย นอกจากจะเตี้ยกว่าเขา เผลอๆ อาจเตี้ยกว่าอาคุตากาวะด้วยซ้ำ  แต่อย่าให้รูปร่างภายนอกหลอกเอาเชียว เห็นแบบนี้ก็เป็นถึงอันดับหนึ่งด้านการต่อสู้ด้วยมือเปล่าของพอร์ตมาเฟีย  ไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถพิเศษนั่นก็สามารถบดขยี้กระดูกของศัตรูให้แหลกได้อย่างง่ายดาย เรียกได้ว่ามีแรงผิดมนุษย์มนามากเลยทีเดียว  ไหนจะเรื่องแอบซ่อนมีดไว้กับตัวอีก

เป็นตัวอันตรายใช่เล่นเลยใช่ไหมล่ะ?

แต่ว่าเห็นแบบนี้ก็แอบมีมุมน่ารักอยู่เหมือนกันนะ  ทั้งถูกหลอกง่าย หลอกชมง่าย ไปตามเกมง่าย แถมทำตามทุกอย่างที่บอก แม้จะบ่นอยู่บ้างแต่สุดท้ายก็ทำตาม  น่ารักมากเลยใช่ไหม

แล้วแบบนี้จะไม่ให้อยากแกล้งได้ยังไงกัน

“ชูยะ~”

ปากไปไวกว่าใจคิด เสียงเรียกแสนทะเล้นดังก้องพอให้คนที่อยู่ด้านล่างได้ยิน แล้วก็เป็นไปตามคาด  ชูยะหยุดกึกทันทีด้วยความตกใจ ร่างเล็กที่กำลังสั่นระริกดูเต็มไปด้วยความช็อก เขาผุดยิ้มเจ้าเล่ห์บนมุมปาก รีบโบกไม้โบกมือเพื่อให้อีกฝ่ายสังเกตเห็น

“เน่~ ชูยะล่ะก็~”

ไหล่บางสั่นหนักขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังใกล้หมดความอดทน และ--

ฉึก!

ดาไซเอี้ยวหน้าหลบทันอย่างฉิวเฉียดด้วยรอยยิ้มไม่ทุกข์ร้อย  นิ้วชี้กับนิ้วกลางคีบปลายมีดไว้ได้ทันก่อนที่มันจะพุ่งมาแทงเข้าที่หน้า  ระยะห่างขนาดนั้นยังปามาได้ ร้ายกาจไม่เบา

“ทักทายแบบนี้ใจร้ายจังเลยนะชูยะ” เขาปามีดคืน อีกฝ่ายรับได้อย่างสบายๆ

“แล้วจะหลบทำพระแสงอะไรฟะ ก็ยืนให้มีดปักหน้าแบบนั้นก็คงจะสมใจไอ้บ้าฆ่าตัวตายอย่างแกแล้วไม่ใช่หรือไง” คิ้วเรียวกระตุกเหมือนเส้นเลือดในสมองที่กำลังเต้นตุบๆ ใบหน้าของชูยะไม่เป็นมิตร หนำซ้ำดูเหมือนจะอารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำที่มาถูกเห็นภาพน่าอายเข้า

“ใครบอกว่าฉันอยากตายแบบนี้ล่ะ ทรมานจะตายไป”

“งั้นก็ไปตายสบายๆ ที่อื่นซะ”

“ที่ไหนอ่ะ?”

“ไม่รู้เฟ้ย! อย่ามาถาม!”

“พูดเองกลับคำเองเฉยเลย ชูยะนี่ไม่ไหวจริงๆ”

“ไอ้…”

ชูยะขบฟันด้วยความโกรธอย่างถึงที่สุด มือกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดแทบปูดขึ้นผ่านถุงมือ  ซึ่งดาไซก็คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว

“ว่าแต่” ดาไซเริ่มด้วยนัยน์ตาซุกซน “ทำไมชูยะถึงได้มากระโดดน้ำเล่นแถวนี้ล่ะ”

“อึก!” ไหล่บางกระตุกทันที

“เห~~~”

“ยะ...อย่ามาเหด้วยแววตาแบบนั้นนะ!”

“หืม~~~”

“ห้ามหืมด้วยรอยยิ้มแบบนี้ด้วย!”

“ชูยะนี่เอาแต่ใจจัง”

“อย่าถอนหายใจด้วยสีหน้าแบบนั้นเซ่!”

“ชูยะเองก็มีมุมเด็กๆ เหมือนกันเนอะ เหมือนตอนเด็กๆ เลย  ฉันยังจำได้ดีเลยนะตอนที่ชูยะชอบเอาหมวกใบโปรดไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลาน่ะ อย่างกับเด็กติดตุ๊กตาหมีแน่ะ”

“ไม่เคยเฟ้ยไอ้บ้านี่!”

“โกหกไม่ดีนะ”

“ก็ไม่ได้อยากเป็นคนดีนี่หว่า”

“เอ๊ะหรอ?”

“แกนะแก๊…”

สุดท้ายก็ต้องถอนใจออกมาอีกเฮือก ผ่อนลมหายใจเข้าออก ให้ความโกรธออกมาให้หมด แต่พอได้เห็นหน้าหมอนั่นก็สงบไม่ลงสักทีโว้ย!

“ฉันไปล่ะ เห็นหน้าแกนานๆ แล้วปวดท้องไส้” ชูยะตั้งท่าจะเดินหนี แต่เสียงเรียกของดาไซรั้งคนตัวเล็กไว้

“เดี๋ยวสิชูยะ~”

“หนวกหูเฟ้ย อย่ามายุ่ง”

“นายไม่ขู่ให้ฉันเก็บเรื่องนี้เป็นความลับหรอ”

“แค่นายเห็นคนเดียวมันก็น่าอายยิ่งกว่าคนรู้กันทั้งโลกแล้วเฟ้ย”

“ว้าว คำชมหรอ”

“ด่าเว้ย”

ดาไซถอนหายใจออกมาน้อยๆ ด้วยรอยยิ้มมุมปาก ทว่าก่อนที่ชูยะจะทันได้เดินหนีไป เจ้าตัวก็ขึ้นมายืนอยู่บนราวสะพาน  ชูยะขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ไหนจะไอ้รอยยิ้มน่าขนลุกนั่นอีก ไม่น่าไว้ใจเอาซะเลย

“จะทำอะไร”

“ถามไมเนี่ย”

“อ้าว ไอ้นี่”

“ชูยะจะไปแล้วไม่ใช่หรอ ก็ไปสิ”

“นี่ไล่ฉันงั้นหรอ...”

“ไม่ได้ไล่ ก็ชูยะบอกจะไปแล้วนี่”

“ถ้ายังไม่หายข้องใจว่าแกขึ้นไปยืนทำซากอะไรบนนั้น ฉันก็หลับไม่เป็นสุขกันพอดี”

เป็นคำพูดประชดเหมือนกับทุกที และคาดหวังว่าจะโดนตอบกลับกวนบาทาเหมือนกับทุกทีเช่นกัน แต่สิ่งที่ชูยะเห็นกลับเป็นใบหน้าอันแสนเศร้าสร้อยแสนโดดเดี่ยวของดาไซ  ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มักจะเหงาหงอยอยู่เสมอทอดมองออกไปยังที่อันไกลแสนไกล สายลมเย็นพัดเส้นผมสีน้ำตาลจนเอนอ่อน ดาไซคลี่ยิ้ม… ซึ่งมันเป็นรอยยิ้มที่ชูยะไม่เคยเห็นดาไซเป็นแบบนี้มาก่อน

ดาไซกางแขนออกเหมือนกับนกที่พร้อมสยายปีก  เขาค่อยๆ หลับตา รับสายลมที่ปะทะเข้ากับใบหน้า และจากนั้น…

“ชูยะ… ก่อนตาย… ฉันมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะบอก…”

ด้วยความตกตะลึงของชูยะ

“ลาก่อนนะ”

ร่างของดาไซค่อยๆ ทิ้งตัวลงสู่เบื้องล่างท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจของชูยะ  ร่างที่เหมือนตุ๊กตาไร้ซึ่งเรี่ยวแรงค่อยๆ ตกลงมาสู่แรงโน้มถ่วงของโลก ทุกอย่างเหมือนจะเกิดขึ้นเร็ว แต่ทว่าทุกสิ่งกลับเหมือนเป็นแค่ภาพที่เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ สำหรับชูยะ

“ดาไซ!”

กว่าจะรู้ตัว เขาก็รีบพาตัวเองวิ่งไปหาร่างที่ร่วงหล่นนั้นอย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้รู้ตัวว่าทำไปทำไม และไม่ทันได้คิดว่าทำไปเพื่ออะไร  แต่สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวคือเขาต้องรับร่างนั้นไว้ให้ได้

ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ชูยะกางแขนรับดาไซไว้ได้อย่างเส้นยาแดงผ่าแปด  ด้วยพลังพิเศษทำให้เขาสามารถอุ้มดาไซในท่าเจ้าสาวได้อย่างสบาย คนตัวเล็กหอบแฮ่กด้วยความเหนื่อย ดาไซในอ้อมแขนยังคงหลับตา แต่เมื่อเจ้าตัวรู้สึกว่าไม่ได้ตกลงไปในน้ำ เปลือกตาจึงค่อยๆ ลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ

และทันทีทันใดนั้น… รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นบนริมฝีปาก

“ชูยะช่วยชีวิตฉันหรอเนี่ย”

“เอ๊ะ?! อะ..อะ... ฉันไม่ได้…” ชูยะทำหน้าตาตื่นด้วยความร้อนรน แม้แต่ตัวเองก็ยังอธิบายการกระทำของตัวเองไม่ได้

“ว่าแต่นายลืมอะไรไปหรือเปล่าชูยะ”

“หา?”

“ความสามารถพิเศษของฉันน่ะ”

“...”

เกิดความเงียบระหว่างคนทั้งคู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ชูยะจะเป็นฝ่ายเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เริ่มเข้าใจและรู้ตัวว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะสื่ออะไร แต่แล้ว…

ตูม!!!

ทั้งคู่ตกลงไปในแม่น้ำทันทีราวกับสิ่งที่กั้นไว้ระหว่างชูยะกับผิวน้ำมันหายไปเฉยๆ  หยดน้ำสาดกระเซ็นออกมาเป็นวงกว้าง คนทั้งคู่ดำผุดดำว่ายอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะขึ้นมาโกยอากาศเข้าปากทันทีเมื่อตีขาลอยตัวได้ ชูยะมองอีกฝ่ายที่ตัวเปียกปอนเขม็ง หมัดที่กำแน่นอยากจะซัดเข้าที่หน้าซธเดี๋ยวนี้เลย!

“ดาไซ!  แก๊!!!”

“ฮ่าๆๆๆ  สีหน้าแบบนั้นสุดยอดไปเลย”

“นี่แกจงใจใช่ไหม?!”

“ก็คาดการณ์ไว้หลายอย่าง แต่ก็ตรงตามแผนล่ะนะ”

“แก…”

พลังพิเศษของดาไซ โอซามุ ‘สิ้นสูญมนุษย์สมบัติ’ ทำให้พลังพิเศษทุกอย่างไร้ผลเมื่อสัมผัสกับดาไซ  แน่นอนว่ารวมถึงพลัง ‘แด่ความเศร้า เคล้ามลทิน’ ของชูยะด้วย…

“ฉันมันบ้าเองแหละที่ไปช่วยแก!” ชูยะสบถอย่างหัวเสียก่อนจะรีบว่ายหนีเข้าฝั่ง “จะไปโดดน้ำตายที่ไหนก็ไปเลยไป!  ฉันจะไม่ขวางแกแล้วรอบนี้”

“เปลี่ยนใจแล้วอ่ะ ก็ชูยะเข้ามาขวางฉันเองนี่นา”

“ไอ้หมอนี่…”

ชูยะขึ้นมายืนบนพื้นด้วยสภาพเปียกปอน เหมือนกับดาไซที่ตามมาไม่ห่าง  อดไม่ได้ที่นัยน์ตาเรียวยาวจะหันไปถลึงใส่คู่กรณี เหมือนเจ้าตัวมีบางอย่างที่อยากจะพูด แต่สุดท้ายก็หันหลังแล้วเดินหนีไป

“ชูยะ ไปแล้วหรอ~”

“เออ”

“โชคดีนะ”

“จะไม่โชคดีก็เพราะแกนี่แหละ”

“พยายามเข้านะพ่อคนซื่อ”

“หนวกหู ไอ้ศัตรูของผู้หญิง”

“เล็ก”

“ใครเล็กห๊ะ?!”

ดาไซยิ้มบางเมื่อเห็นแผ่นหลังเล็กๆ เดินไปไกลจนลับสายตา เขาบิดขี้เกียจอย่างสบายอกสบายใจ รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมากเลยทีเดียว

ใบหน้าในตอนนั้นยังอยู่ในหัวเขาอยู่เลย…

ใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะตาย…

“ชูยะเนี่ยปากไม่ตรงกับใจจริงๆ”

เพราะแบบนั้น…

‘ฉันถึงได้ชอบนายยังไงล่ะ’

ดาไซลอบยิ้มมุมปากก่อนจะเดินออกไปคนละทางกับชูยะ





งานที่สองของวันอยู่ที่โกดังสินค้าที่เตรียมส่งของออกไปพร้อมกับเรือขนสินค้าข้ามประเทศ  ดวงจันทร์ฉายแววเด่นบนท้องฟ้ายามค่ำคืน งานของชูยะคือต้องมาจัดการเจ้าพวกคนที่บังอาจเอาสินค้าของพอร์ตมาเฟียออกไปขายอย่างลับๆ

เพราะได้เจอดาไซเลยทำให้รู้สึกไม่มีกะจิตกะใจอยากทำอะไรเลย ให้ตาย...

“เจ้าบ้าดาไซนั่น  ฉันจะต้องเอาคืนให้ได้เลย…” บ่นด้วยความคับแค้น แต่ทว่าชื่อของใครบางคนกลับไปสะดุดหูของใครบางคนเข้าเนี่ยสิ

“เมื่อกี้พูดว่าคุณดาไซงั้นหรือครับ”

อา… จะว่าไปก็มีเด็กดาไซอยู่แถวนี้ด้วยนี่

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม อาคุตากาวะ”

งานนี้ เขากับอาคุตากาวะและกลุ่มลูกน้องจำนวนหนึ่งต้องเป็นคนมาจัดการเก็บกวาด

“เปล่าครับ  กระผมเพียงแค่สงสัยว่าคุณชูยะไปเจอคุณดาไซได้ยังไง”

“ก็แค่เจอโดยบังเอิญ”

“งั้นหรือครับ”

“ทำไม? อยากเจอ?”

“...”

อยากเจอสินะ…

ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจความรู้สึกของอาคุตากาวะหรอก  หมอนี่ก็นับถือดาไซมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว… ตามความรู้สึกเขา หมอนี่ก็เหมือนเด็กที่ต้องการคนคอยเอาใจใส่นั่นแหละ ซึ่งถ้าดาไซใจดีกับหมอนี่สักหน่อย อาคุตากาวะก็คงจะไม่เป็นแบบนี้หรอก

แต่ยังไงหมอนี่ก็เป็นลูกสิษย์ของดาไซ เขาพูดมากไม่ได้หรอก

“ว่าแต่คุณชูยะ”

“อะไร?”

“คุณรู้สึกยังไงบ้างครับตอนที่คุณดาไซหายตัวไปในคืนนั้น”

“...”

“คุณชูยะ”

ชูยะถอนหายใจออกมาน้อยๆ นัยน์ตาสีเทามองดวงจันทร์ที่สงบนิ่ง…

“ในคืนนั้นฉันเอาไวน์เปตรุส 89 ที่เก็บไว้อย่างดีออกมาดื่มฉลอง… มันเป็นไวน์ที่แพงมาก คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าฉันยินดีแค่ไหนที่ไอ้บ้านั่นหายหัวไป”

“...”

อาคุตากาวะไม่ได้พูดอะไร เพราะคิดว่าไม่พูดออกไปน่าจะดีกว่า…

โดยส่วนตัวเขาคิดว่าการดื่มไวน์ดื่มได้ทั้งในวาระที่อยากเฉลิมฉลองและรู้สึกเสียใจกับการสูญเสีย การนำเครื่องดื่มแอลกฮอล์เข้าปากก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้เราหลุดออกจากความเศ้ราได้ชั่วครู่

แต่สำหรับกรณีของชูยะ อาคุตากาวะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นแบบไหน

แต่ว่า…

ในคืนนั้น เขาคิดว่าเขาเห็น  เห็นบางสิ่งบางอย่างโดยบังเอิญ…

ชูยะเป็นคนคออ่อน แค่ไวน์แก้วเดียวก็ทำให้เจ้าตัวล้มพับไปนอนกองบนโต๊ะ  ใบหน้าที่แดงเรื่อนน้อยๆ เหมือนจะหลับลึกทีเดียว เพราะงั้นเจ้าตัวถึงได้ไม่รู้ตัวล่ะมั้ง

ว่าตัวเองกำลังร้องไห้… และกระซิบพึมพำว่า ‘เจ้าบ้าดาไซ’

“...”

อาคุตากาว่าคิดว่าเขาควรเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจะดีกว่า…


____________________________________________

ชอบคู่นี้มานานตั้งแต่อ่านบุงโกมา  รุ้สึกว่าคู่ดาไซชูยะมีบรรยากาศคล้ายๆ คู่ Sarumi จากเรื่องK ยังไงชอบกล  เหมือนเป็นความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทที่ตอนนี้เกลียดหน้ากันอย่างกับอะไรดี  ถ้าใครได้ดูนะคะจะรู้ว่าคนเดียวที่ดาไซยอมรับจากหัวใจก็คือโอดะซาคุ ซึ่งตอนนี้ก็ได้””””””ไปแล้ว  แต่พอมามองทางชูยะก็ให้ความรู้สึกหน่วงๆ ในอกยังไงไม่รู้ แบบคนใกล้ตัวนะ แต่นายมองข้ามฉันเนี่ยนะ (ก็ว่าไปนั่น)  ตามความคิดส่วนตัวรู้สึกว่าคู่นี้สนิทกันมากกว่าที่คิด ในคืนที่ดาไซออกจากพอร์ตมาเฟีย แถมยังเป็นวันที่โอดะซาคุโดน…. เจ้าตัวก็ยังมีกะจิตกะใจไปวางบอมไว้ใต้รถชูยะอีก  ด้วยรักเลยแกล้งหรืออะไร ไหนจะรู้ใจกันอีก อย่างว่าพวกนางเป็นคู่หูกัน แต่ตอนโดนจับตัวไปที่พอร์ตมาเฟีย ดาไซก็อยู่รอเพื่อแกล้งชูยะทั้งๆ ที่จะหนีเลยก็ได้ และอีกหลายทฤษฎีที่ทำให้รู้สึกว่าคูนี้ต้องมีสัมธิง  หวังว่าอฟชจะมีอะไรดีๆ ออกมาให้ชุ่มฉ่ำหัวใจมากกว่านี้นะคะ 55555

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Dark truth จากทั้งหมด 11 บทความ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 19:54
    คิดเหมือนกันเลยค่ะว่าคู่นี้ก็แอบคล้ายSaruMi ชูยะมีหลายๆอารมณ์คล้ายมิซากิเลยค่ะ แถมคนที่พากย์เสียงดาไซยังเป็นคุณMiyano Mamoruคนเดียวกับที่พากย์เสียงซารุฮิโกะด้วยค่ะ~>_<~
    #8
    0
  2. #7 NNN
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 16:39

    กรี๊ดดด ชอบคู่นี้เหมือนกันเลยค่ะ ;/////; แต่งดีมากๆเลย นิสัยตัวละครคือใช่มากๆ ขอบคุณนะคะ ฮีลใจได้เยอะเลย;///;

    #7
    0
  3. วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 15:09

    สนุกมากๆๆๆๆๆๆของมากค่ะ! นิสัยตัวละครใช่มากๆไปอ่านมาหลายเรื่องมีความรู้สึกมันไม่ใช่นิสัยตัวละครเท่าไรค่ะ แต่อันนี้คือใช่อ่ะ นั่งอ่านหลายรอบเลย^^

    #6
    0
  4. #5 Amonko
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 14:18

    อร๊ายยยยย แต่งดีมากค่ะ ดูเป็นดาไซและก็ชูยะมากๆ >/////<

    อยากอ่านอีกจัง เป็นกำลังใจให้นะคะ! <3

    #5
    0
  5. #4 ゆめ。 (@Dreamer_Eater) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 11:27
    งืออออ แต่งดีมากเลยค่ะ!!
    คิดเหมือนกันเลยค่ะว่าคู่ให้ความรู้สึกเหมือนคู่sarumi (เคะตัวเล็กเหมือนกั--- แค่ก)
    #4
    1
    • #4-1 pp173 (@pp173) (จากตอนที่ 1)
      3 ตุลาคม 2561 / 21:48
      ช่ายยยยย555
      #4-1
  6. วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 19:29

    อวยคู่นี้เหมือนกัน แอบคิดเล็กๆว่าดาไซอาจไม่อยากเสียชูยะไปเหมือนโอดะ เลยพยายามห่างออกไป(?) ก็มโนไปอะนะคะ 55
    คือตอนดาไซออกจากพอร์ตไป รู้สึกน้อยใจแทนชูยะเลยค่ะ แบบเป็นคู่หูกันนะจะทิ้งกันไปเฉยเลยเหรอ//คนนะไม่ใช่ผักใช่ปลานึกจะไปก็ไปเหอะ// ฮา
    แต่การระเบิดรถชูยะอาจจะเป็นการบอกลาภาษาคู่หูโชโคคุ ก็เป็นได้ นะคะ

    คู่นี้เหมือนจะเรืออฟช แต่บางที อฟชก็ทำร้ายโดยการใส่โอดะซาคุเข้ามา กลายเป็นดาไซมองไปหาแค่โอดะ---- //ชูยะลูกกก //
    เอาเป็นว่า ชอบมากค่ะ ขอบคุณที่แต่งฟิคคู่นี้นะคะ >--------<

    #3
    0
  7. #2 A.Linz (@field28) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 06:53
    เป็นเรือที่ดีค่ะ ชอบความกวนของดาไซที่เหมือนจะรู้ไปทุกอย่างรู้สึกว่ามันตลกดี อีกเรือที่เราพายด้วยคือakutagawaxatsushiค่ะ อยากอ่านนนนน
    #2
    0
  8. #1 phattawan4014 (@phattawan4014) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 02:34
    เรือหลักของอฟช.ค่ะคู่ พอๆกับเรืออาคุอัตสึ เรือใหญ่มาก
    #1
    0