(END) ก็คนมันชอบ...좋아해 ♡ - KAISOO

ตอนที่ 23 : CHAPTER 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    5 ก.ค. 59

















21

 


 

                  วันนี้เป็นเช้าวันจันทร์ เข้าวันที่สามที่คยองซูพยายามติดต่อหาจงอินแต่ก็ได้แต่ความว่างเปล่า ตลอดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาคยองซูพยายามนอนหลับให้น้อยที่สุด จะเรียกว่าเขาแทบไม่อยากนอนเลยน่าจะดีกว่า เพราะเขาไม่รู้ว่าตอนไหนจงอินจะกลับมา และสามวันที่ผ่านมาคยองซูใช้มันทบทวนความรู้สึกของตัวเอง ถึงจะสับสนอยู่ลึกๆแต่มันก็ทำให้คยองซูรู้ว่าเขาไม่อยากให้จงอินเงียบหายไปแบบนี้ รับโทรศัพท์ของเขาหน่อยก็ยังดี ถ้าย้อนเวลากลับไปได้คยองซูจะไม่โกหกจงอินเรื่องสร้อย จะไม่โกหกจนทำให้เรื่องมันเป็นแบบนี้

 

                  คยองซูไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลย

 

                  พอแบคฮยอนเล่าเรื่องทุกอย่างให้คยองซูฟัง มันทำให้คยองซูต้องตกใจเมื่อได้รู้ คยองซูคิดแค่ว่าจงอินกับเซฮุนอาจจะแค่ไม่ชอบหน้ากันปกติ มันทำให้คยองซูไม่แปลกใจเลยที่จงอินจะโกรธมากที่เขาโกหกเรื่องสร้อย เพราะเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนจงอินเลยกลัว คยองซูผิดเองที่บอกออกไปว่าสร้อยอยู่กับตัว ทั้งที่จริงๆแล้วอยู่กับเซฮุน มันก็ทำให้จงอินคิดได้เหมือนกันว่าเขาให้เซฮุนไปจริงๆ เพราะแบบนี้จงอินอาจจะรู้สึกว่าเขามีความรู้สึกดีๆให้ทุกคนและจงอินไม่ได้เป็นคนพิเศษที่ได้รับการกระทำของเขาแค่คนเดียว แต่จงอินอาจจะไม่รู้ว่าเขาไม่เคยทำกับคนอื่น อย่างที่เขาเคยบอกกับจงอินไปแล้วถ้าจงอินจำได้ คยองซูทำแบบนี้กับจงอินแค่คนเดียว

 

      ‘ ที่จงอินมันเป็นบ้าแบบนั้นก็เพราะมันชอบคยองซูนะ

 

                  นี่เป็นคำพูดที่แบคฮยอนบอกเขาเมื่อเล่าเรื่องระหว่างเซฮุนกับจงอินจบ

 

                  สิ่งที่ได้ยินมันทำให้หัวใจของคยองซูกลับมาเต้นระรัวได้แวบเดียวเมื่อได้ยิน จงอินพยายามแสดงออกมาตลอดว่าชอบเขาและนั่นคยองซูก็รับรู้มาตลอดเช่นกัน แต่เขาเองที่ไม่ทำอะไรเลยหรือแสดงออกกับอีกฝ่ายน้อยไปเพราะความไม่เคย

 

                  ตลอดมาคยองซูคิดว่าความรู้สึกรักหรือชอบใครสักคนเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยเข้าใจ แต่พอจงอินก้าวเข้ามาในโลกที่แสนจะน่าเบื่อของเขาอย่างไม่คิดสนว่าคนอื่นจะพูดยังไง มันก็ทำให้ความรู้สึกของคยองซูเปลี่ยนไป จากที่ไม่เคยต้องคอยคิดถึงใครนอกจากครอบครัวคยองซูก็มีจงอินให้นึกถึง อยากอยู่ใกล้ๆ หลายๆอย่างที่จงอินทำให้เขา มันทำให้คยองซูรู้สึกดี มันเกิดขึ้นทีละนิดโดยที่คยองซูเองก็ไม่รู้ตัว รู้ตัวว่าควรจะชัดเจนก็ตอนที่จงอินพูดตัดพ้อเขาก่อนจะเดินจากไป

 

                  ตอนนี้คยองซูอยากให้จงอินกลับมาฟังความรู้สึกของเขาก่อน

                 

                  คยองซู ไหวหรือเปล่า? ” แบคฮยอนถามเมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินเงียบๆมาสักพักแล้ว ตอนนี้ทั้งเขาและคยองซูกำลังเดินเข้าโรงเรียน แบคฮยอนทำหน้าที่ดูแลคยองซูแทนจงอินอย่างดีที่สุดตลอดสามวันที่ผ่านมา คยองซูแทบจะไม่นอน ไม่แตะอาหารเลยสักนิด นั่นมันทำให้แบคฮยอนเป็นห่วง ทั้งๆที่บอกว่าให้พักและหลับยาวๆสักตื่นสองตื่นบ้างแต่อีกคนก็ทำท่าจะรอจงอินอย่างเดียว

 

                  ตอนมาแบคฮยอนเตรียมเสื้อผ้ามาแค่ชุดเดียว ก็เลยให้ชานยอลเอาชุดมาให้ พอชานยอลมาแบคฮยอนก็ไม่ลืมจะถามว่าทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ถึงแบคฮยอนจะรู้อยู่แล้วว่าทางนั้นก็คงหนักไม่ใช่เล่นแต่ก็ถามเพราะอยากรู้ เรื่องนี้มันไม่มีทางแก้ทางไหนที่จะดีไปกว่าการคุยกันให้เข้าใจ แต่เขาจะไปบังคับใจใครได้ถึงเขาจะสงสารคยองซูมากจนอยากจะจับให้ไอ้ดำมันมาเคลียร์ให้รู้แล้วรู้รอด แต่เขาก็ต้องเคารพการตัดสินใจของจงอินด้วย ชานยอลแค่บอกว่าจงอินมันขอเวลาหน่อยเดี๋ยวมันจะมาเอง ตอนนี้ให้แบคฮยอนดูคยองซูไปก่อน ซึ่งโอเค คยองซูก็ถือว่าเป็นเพื่อนเขาคนหนึ่งเขาดูแลให้ได้อยู่แล้ว

 

                  “ เรา…โอเค ” พูดตอบไปแบบนั้นเพราะไม่อยากให้อีกคนไม่สบายใจ แต่จริงๆแล้วคยองซูรู้สึกไม่โอเคเลยสักนิด ยิ่งรู้ว่าจงอินไม่อยากเจอเขามันก็ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ คยองซูเพิ่งเข้าใจนางเอกในละครที่อะไรนิดอะไรหน่อยก็ร้องไห้ นั่งซึมเป็นวันๆ ถ้าเป็นเรื่องของพระเอก มันคือสิ่งที่คยองซูเป็นอยู่ในตอนนี้

 

                  จะไปห้องสมุดใช่ไหม เดี๋ยวเราไปส่งนะ ” แบคฮยอนเห็นท่าแล้วถ้าปล่อยให้เดินคนเดียวคงจะไปไม่ถึงปลายทางแล้วสะดุดหรือเดินเหม่อชนต้นไม้อยู่ตรงไหนซักที่แน่ๆ ไม่ถึงห้องสมุดหรอก ว่าแล้วก็จูงมือนกน้อยของเพื่อนไปแบบนี้เนี่ยแหละปลอดภัยที่สุด

 

                    เดินกันมาจนถึงห้องสมุด คยองซูก็หยุดเดินแล้วหันมายิ้มตาหยีให้แบคฮยอน

 

                  “ แบคฮยอนไปเถอะ ไม่ต้องห่วงเรานะ เราสบายมากเลย

                   

                   แต่คยองซูจะรู้ตัวไหมว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ดูฝืนที่สุดเท่าที่แบคฮยอนเคยเห็น

 

                  “ มีอะไรก็โทรหาเรานะเข้าใจไหม ”

 

                  อื้อ ทันทีเลย เราไปก่อนนะ

 

                  เมื่อเห็นร่างเล็กของคยองซูลับตาเข้าห้องสมุดไปแบคฮยอนก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

                  แค่เห็นคนรอบตัวนั่งซึมนั่งเหม่อแบคฮยอนก็รู้สึกแย่ มันขัดฟิลคนร่าเริงอย่างเขาสุดๆ

 

      ดีนะที่แบคฮยอนไม่ต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้อีกคน

      …..หรอวะ

 

                  พอจะหันกลับเดินต่อก็ต้องยั้งขาเอาไว้เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ห่างออกไปจากเขาไม่ถึงสิบก้าวนั่นก็คือร่างสูงโปร่งของชานยอล มันคงจะเป็นภาพที่ปกติดีถ้าแบคฮยอนไม่ได้เจอสิ่งแปลกประหลาดเข้าเสียก่อน

 

                  ชานยอลยืนอยู่กับอึนจองนูน่า

 

                  คิ้วของแบคฮยอนมันย่นพันกันทันทีโดยที่แบคฮยอนไม่รู้ตัว แล้วยิ่งขมวดกันแน่นขึ้นไปอีกเมื่อเห็นท่าทางสนิทสนมของสองคนนั้น หญิงสาวพูดอะไรสักอย่างจนทำให้ชานยอลเผลอหัวเราะออกมานิดๆอย่างเป็นธรรมชาติก่อนอึนจองนูน่าจะโบกมือลาชายหนุ่มก่อนจะเดินเข้าทางเข้าอีกด้านของห้องสมุดไปโดยมีสายตาที่ถอดมองจนร่างนั้นพ้นสายตา

 

                  อะไร กัน วะ

 

                  เพิ่งรู้ว่ามึงชอบเข้าห้องสมุดกับเขาด้วย ” ไม่ต้องรอให้มันเห็นหรอก แบคฮยอนนี่แหละที่เป็นคนเดินตรงเข้าใส่ชานยอลทันที เขาเห็นนะว่าไอ้หูกางมันตกใจนิดๆที่เห็นว่าเขามาเจอมันที่นี่

 

                  มาตั้งแต่เมื่อไหร่

 

                  ทำไม? กับอึนจองนูน่าแอบคบกันอยู่หรือไงถึงต้องตกใจตอนเจอกู? ” จะเรียกว่าประชดก็ได้แบคฮยอนไม่เถียง ก็ดูมันดิ ทำเป็นไม่สนสาวที่ไหนแต่กลับมาอยู่กับสาวแว่นหน้าห้องสมุดซะได้ นี่ไม่ได้หงุดหงิด แต่ก็ไม่ได้มีความสุขอ่ะ

 

                  “…”

 

                  ตอบดิวะเงียบทำไม

 

                  แล้วถ้ากูบอกว่าใช่… ”

 

                  ไม่จริง! สเป็กมึงไม่ใช่แบบนี้ซักหน่อย! มึงอย่ามาหลอกกู ไอ้ห่าหูกาง ไอ้หูใหญ่

                  มึงเอาไปหลอกเด็กอนุบาลโน่นไปถ้าจะพูดแบบนี้ ทำไมแบคฮยอนจะไม่รู้ว่าอย่างไอ้ชานยอลน่ะสเป็กมันต้องแบบไหน ถ้าจะให้เขาเชื่อมันยังเร็วไปสบปีพี่บอกเลย!

 

                  มันไม่มีอะไรแน่นอนหรอกแบคฮยอน ถึงกูจะเคยบอกว่ามึงเป็นสเป็กของกูแต่กูก็เปลี่ยนได้ จริงไหม? ” รอยยิ้มที่มุมปากของชานยอลมันทำให้แบคฮยอนแทบอยากจะต่อยให้ตาเขียวให้รู้แล้วรู้รอด

 

                  “ เอาดีๆ! กูไม่เล่น! ”

 

                  ไม่มีอะไร

 

                  แน่นะ ห้ามหลอกกูนะ

 

                  อืม กูเดินมากับจงอินแล้วบังเอิญเจอกันแค่นั้น

 

                  “ อ้าวไอ้จงอินอยู่กับมึงด้วยหรอวะ!? ” อะไรอะ ตอนเจอกูก็เห็นชานยอลมันอยู่คนเดียว มันใช่หรอ ไม่ใช่ชานยอลมันหลอกเขาอีกนะ

 

                  อือ จริงๆ ” ชานยอลพยักหน้ารับ

 

                  เชี่ย แล้วมันอยู่ไหนวะ กูเพิ่งส่งคยองซูเข้าห้องสมุดไป

 

                  “ หันหลังไปดิ ”

 

                  “ … ”

 

                  “ มันเดินตามคยองซูไปโน่นไง



 












                 

 

                  จงอินเว้นระยะห่างไม่ให้ใกล้และไม่ให้ไกลจนเกินไป เขาไม่อยากให้ไอ้มิรู้ว่าเขากำลังแอบเดินตามอยู่ข้างหลังแบบนี้ เดินตามไปเรื่อยๆจนอีกคนเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนโต๊ะไม้ตรงมุมเงียบๆภายในห้องสมุด คนตัวเล็กวางกระเป๋าเป้เอาไว้ข้างๆตัวก่อนจะฟุบหน้าลงกับแขนที่วางไว้บนโต๊ะแล้วหลับตาลง จงอินจ้องมองอยู่แบบนั้นสักพักก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆกับที่คยองซูนั่งอยู่เพราะแน่ใจแล้วว่าอีกคนได้หลับดิ่งสู่ห้วงนิทรา 

                 

                  คยองซูเหมือนจะหลับลึก เหมือนจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเขาเลื่อนเก้าอี้อีกตัวออกแล้วย้ายกระเป๋าเป้ของร่างบางไปไว้ด้านข้างเพื่อที่เขาจะได้เห็นไอ้มิชัดขึ้น

 

ร่างเล็กๆของคยองซูที่กำลังหลับไม่รู้เรื่องราวมันทำให้หัวใจของจงอินรู้สึกปวดหน่วง

 

                  ผอมลงหรือเปล่า

                  ไม่สบายหรือเปล่า

                  ได้กินอะไรบ้างไหม

 

                  คำถามที่มันเกิดวนอยู่ในหัวเมื่อได้เห็นไอ้มิ หลังจากไม่ได้เห็นมาสามวัน จงอินไม่ได้คิดไปเอง ใบหน้าหวานใต้กรอบแว่นที่เขามองของเขาอยู่ทุกวัน มันซีดผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนเดินมองอยู่ข้างหลังจากที่ไอ้มิมันตัวเล็กอยู่แล้วก็ยิ่งตัวเล็กลงไปอีกจนเขากลัวว่าอีกคนจะไม่สบาย จงอินจะคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหมว่าที่ไอ้มิมันเป็นแบบนี้ก็เพราะเขา

 

                  ที่ตามมาเพราะคิดถึง

                  ที่ตามมาเพราะอยากเห็นหน้า

 

                  จะเป็นอะไรไหมถ้าเขาจะขอให้คยองซูหลับไปแบบนี้อีกสักพัก

                 

...ขี้ขลาด

 

จงอินยอมรับว่าตอนนี้เขายังไม่พร้อมที่จะปล่อยคยองซูไป ไม่พร้อมเผชิญหน้ากับคยองซูตรงๆ เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนขี้ขลาด ตัดสินใจจะปล่อยไอ้มิไปแล้วแต่ก็ยังไม่พร้อมจะเอ่ยบอกราวกับอยากประวิงเวลาให้ยาวออกไปอีกเพื่อที่จะรอให้ตัวเองทำใจได้ทั้งๆที่ก็ยังไม่รู้เหมือนไหร่

 

                  จงอินตัดสินใจแล้วจริงๆ ว่าจะปล่อยคยองซูไป

 

                  กลับมานั่งคิด มันก็มีแต่เขาที่วางแผนทำทุกอย่างที่จะเข้าไปมีตัวตนในโลกของคยองซู ทั้งๆที่เขาไม่เคยถามคยองซูเลยว่าอยากให้เขาเข้าไปอยู่ด้วยหรือเปล่า ทั้งหมดมันมาจากเขาเองที่วางแผนและคอยบังคับคยองซูมาตลอด มันคงถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะเลิกเห็นแก่ตัวเสียที

 



             แต่เขาก็แค่…ยังไม่พร้อม

 

            มือใหญ่เลื่อนไปปัดปอยผมนิ่มที่ปกตาของร่างบางออก นิ้วเรียวไล้ไปเบาๆตรงข้างแก้มของอีกคนด้วยความคิดถึง

 

จงอินคิดถึงแก้มใสๆของคยองซูที่มักจะพองลมจนแก้มป่องเมื่อเขาแกล้งแหย่

 

คิดถึงริมฝีปากรูปหัวใจสีสวยที่เขาชอบเผลอมองเวลาที่ไอ้มิยิ้ม

 

คิดถึงดวงตากลมโตที่ชอบเบิกกว้างตอนเจ้าตัวตกใจหรือตื่นเต้น

 

 

จงอินขอเวลาแค่นี้ ขอคยองซูอย่าเพิ่งตื่นขึ้นมาเลย

 

                  Rrrrrrrrrrr

 

             เสียงสั่นของโทรศัพท์ทำให้จงอินต้องผละออกมาก่อนจะรีบกดรับสายของชานยอลทันที

 

อืม มีอะไร

[จงอิน มึงควรมาหากูตอนนี้ รีบมา กูรอห้องซ้อม]

             โอเค เดี๋ยวกูไป

 

จงอินไม่รู้ว่าชานยอลมีอะไร แต่ก่อนที่เขาจะไปเขาอยากให้อะไรกับคยองซูก่อน

 

มือใหญ่ค่อยๆจับประคองข้อมือเล็กขึ้นมาก่อนจะบรรจงใส่สร้อยที่เขาเป็นคนซื้อให้และพกติดตัวตลอดตั้งแต่วันนั้น พยายามใส่ให้อย่างเบามือเพราะกลัวว่าอีกคนจะตื่น สร้อยข้อมือเส้นเล็กบัดนี้มันกลับไปอยู่กับคนที่เป็นเจ้าของแล้ว ก่อนจงอินจะจูบอ่อนโยนลงที่ข้อมือของไอ้มิเบาๆ  จงอินทำได้เท่านี้ เขาอยากให้สร้อยเส้นนี้กลับไปอยู่กับไอ้มิ

 

สร้อยเส้นนี้มีแค่คยองซูคนเดียวเท่านั้นที่ควรได้ครอบครอง

 

เพราะอะไรที่เขาให้ไปแล้วจงอินไม่คิดเอาคืน

 

ซึ่งแน่นอนมันรวมถึง หัวใจ ของเขาด้วย

 

 

 

 

แชะ

 

                  แกถ่ายทันไหม โอ้ยย ฉันจะบ้าแล้วนะ จงอินน  พอเห็นว่าคิมจงอินเดินออกไป เสียงหญิงสาวสองคนก็หวีดขึ้นทันที พวกเธอบังเอิญเห็นจงอินอยู่กับเด็กเฉิ่มๆแถมยังเห็นช็อตที่จงอินใส่สร้อยแล้วบรรจงจูบข้อมือของอีกคนจนอดไม่ได้ที่จะลงมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเองไว้ เรื่องนี้มันต้องบอกต่อสิยะ!!

 

                  ชู่ว! เบาๆ สิยะ นี่มันห้องสมุดนะ

 

                  ส่งไปให้ยัยเฮมิสิ ยัยนั้นต้องคลั่งแน่ๆ

 

                  “ โอ๊ะโอ มีเรื่องสนุกทำแล้วล่ะสิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                  โทษทีว่ะ กูโทรเรียกมึงมาแบบนี้ กูขัดมึงหรือเปล่า ” ชานยอลที่นั่งอยู่ที่โซฟาเอ่ยทักทันทีที่จงอินเปิดประตูเข้ามา แบคฮยอนเล่าว่าคยองซูผอมลงไปเยอะเพราะไม่ค่อยกินข้าวและจะรอจงอินกลับมา แต่ชานยอลก็อยากให้แบคฮยอนเห็นเหมือนกันว่ากับจงอินก็ไม่ได้ต่างกัน

 

                  เพื่อนเขาเหมือนคนอกหัก กินไม่ได้นอนไม่หลับไม่ต่างอะไรกับคยองซู ชานยอลก็เพิ่งเคยเห็นไอ้จงอินมันเป็นแบบนี้ก็ครั้งนี้ ไม่มีใครรู้เรื่องระหว่างจงอินกับคยองซูดีไปกว่าตัวมันสองคนเอง ชานยอลไม่นึกโทษคยองซูที่ทำให้เพื่อนของเขาเป็นแบบนี้ เรื่องแบบนี้เขาซึ่งเป็นเพื่อนก็ทำได้แค่คอยดู คอยปลอบก็เท่านั้น

 

                  ก็แปลกใจอยู่หรอกที่เห็นจงอินมันเดินตามคยองซูไปแบบนั้น เขาไม่รู้ว่าจงอินมันไปหาคยองซูเพราะอะไร อาจจะไปเคลียร์ ไปตามดู หรืออะไรก็ตาม แต่ชานยอลก็ไม่ได้อยากจะขัดจังหวะเพื่อนเท่าไหร่ แต่ถึงมันจะเป็นการขัดแต่เขามีเรื่องสำคัญที่เขาต้องการให้จงอินรับรู้เดี๋ยวนี้

 

                  ไม่หรอก กูไม่ได้จะไปให้เขาเห็นอยู่แล้ว ” ตอบมาแบบนี้ก็ทำให้ชานยอลพยักหน้ารับน้อยๆ

 

                  ชานยอล ที่มึงเรียกจงอินมา มีอะไรหรือเปล่า ” แบคฮยอนที่มองชานยอลสลับกับจงอินไปมา ก็ได้แต่สงสัย  เมื่อกี้ตอนก่อนที่ชานยอลมันจะโทรหาจงอิน แบคฮยอนแอบเห็นชานยอลมันกดอะไรยุกยิกๆในโทรศัพท์ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะเขาก็กำลังแกะโน็ตเพลงที่ต้องร้องในงานโรงเรียนที่จะถึง

 

                  “ กูว่าพวกมึงต้องรู้ แบคฮยอนมึงก็ไปดูกับจงอินด้วย ”

 

                  อะไรของมึงวะ… ”

 

                  ชานยอลไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับหยิบเอาโทรศัพท์ของตัวเองยื่นไปให้จงอินมารับเอาไว้ โดยที่หน้าจอมีคลิปที่ชานยอลเปิดเอาไว้อยู่ก่อนแล้วและนั่นก็ทำให้จงอินเงยขึ้นจ้องตากับชานยอลนิ่ง แล้วตัดสินใจกดเล่นดูในวินาทีต่อมา 

 

                  ภาพในคลิปเป็นมุมวางกล้องที่เหมือนการแอบถ่าย ในนั้นเผยให้เห็นหน้าตาของซนนาอึนที่อยู่ในชุดสบายๆและกำลังนั่งอยู่ที่โซฟา คนที่ถ่ายคลิปพยายามปรับองศาของกล้องให้แหงนขึ้นให้เห็นซนนาอึนได้ชัดเจนขึ้น โดยที่อีกคนก็ไม่รู้ว่าแอบถ่าย ก่อนเสียงพูดคุยจะเริ่มต้นขึ้น

 

                  [ นาอึน วันนี้ฉันเจอชานยอลเพื่อนของแฟนเก่าแกด้วยนะ ]

 

                 [ ..จงอินนะหรอ ]

                 

    [ ใช่ คนที่แกบอกฉันว่าเขาทิ้งแกไปแต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ไง นาอึน ] พอจบประโยค ท่าทีของซนนาอึนในคลิปก็เป็นไปเป็นลุกลี้ลุกลน

 

    [ ก..แกรู้อะไรมา ]

 

   [ ชานยอลบอกฉันมาหมดแล้วว่าแกโกหกฉัน.. ]

 

   [ ฉ..ฉัน ..ฉัน ]

 

                [ ถ้าแกยังเห็นฉันเป็นเพื่อน แกบอกฉันได้ไหมว่าวันนั้นมันเป็นยังไงกันแน่ ]

 

                [ ฉัน ไม่รู้จะเริ่มยังไง …โอ้ยย อย่าเร่งฉันสิ แกคงไม่รู้ว่า ฉ..ฉันชอบเซฮุนและเคยไปสารภาพรักกับเขาก่อนที่ฉันจะคบกับจงอิน ฉันรู้ว่าฉันผิด แต่ฉันก็รักเซฮุนมากจนใช้จงอินเป็นเหมือนสะพานเพื่อที่จะได้เข้าใกล้เซฮุน ความจริงแล้วเรื่องวันนั้นอยู่ๆเซฮุนก็ลุกขึ้นแล้วบอกจะขึ้นไปโทรหาแฟนข้างบน ฉันเลย...  ]

 

 

 

ทำไมโทรไม่ติดวะ ” ร่างสูงเดินวนอยู่ในห้อง โยนโทรศัพท์ไปบนโซฟาก่อนจะทิ้งตัวลงไปนั่งด้วยท่าทีร้อนใจ พอเซฮุนขึ้นมาหญิงสาวก็ขอตัวจากจงอินก่อนจะแอบตามเซฮุนมาอย่างเงียบๆ

 

เซฮุน ” ซนนาอึนเดินถือแก้วแชมเปญสองแก้วก่อนจะเดินมานั่งลงที่โซฟาตัวที่เซฮุนกำลังนั่งคิ้วขมวดเข้มอยู่อย่างหัวเสีย และเมื่อเจ้าหล่อนนั่งลงใบหน้าหล่อก็หันมามองเข้าเป็นเชิงถามว่าทำไมเขาถึงเห็นซนนาอึนอยู่ที่นี่แทนที่จะเป็นชั้นล่างกับจงอิน

 

“ จงอินให้พี่ขึ้นมารอก่อน เดี๋ยวจงอินตามขึ้นมาน่ะ เซฮุนดื่มสิ พี่เอามาให้ จะได้ใจเย็นเพราะดูเหมือนแฟนของเซฮุนจะไม่รับสายสินะ วันเกิดเซฮุนแท้ๆ แต่ก็ไม่มา ใช่ไหมล่ะ ” ก็เหมือนถามจี้ใจดำนั่นแหละ เซฮุนไม่ตอบแล้วมองหญิงสาวแวบหนึ่งก่อนจะคว้าแก้วในมือของอีกคนขึ้นดื่มรวดเดียวหมดเพื่ออยากระบายความขุ่นมัวในใจที่เกิดขึนเพราะลู่หานไม่ยอมรับโทรศัพท์ของตน

 

 !!!

 เพล้ง!!

 

นี่พี่เอาอะไรมาให้ผมกิน!! ” เมื่อรสชาติของแชมเปญที่ใหลลงคอไปมันแปลกและไม่คุ้นเคย เซฮุนปล่อยแก้วลงพื้นให้ตกแตกก่อนเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าอย่างโกรธจัด เขารู้ว่าแชมเปญแก้วนี้มันต้องไม่ใช่แชมเปญธรรมดา เซฮุนเป็นสายเที่ยวมากพอที่จะเดาอะไรได้ง่ายดายว่าในแก้วนั่นหญิงสาวจงใจใส่อะไรมาให้เขากิน

 

…เซฮุนโดนยาปลุก

 

เซฮุนพี่รักนาย พี่ยอมทำทุกอย่าง  

 

“ ย..หยุดบ้าได้แล้ว แล้วออกไป!! ” เด็กหนุ่มพยายามจับร่างของหญิงสาวรุ่นพี่ที่กำลังรุมร่ามกับร่างกายเขาให้ออกจากตัวเอง มึน ตอนนี้เซฮุนเริ่มมึนไปหมดเพราะฤทธิ์ยา และอีกไม่นานเซฮุนก็รู้ดีว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตัวเอง ถ้าขืนยังอยู่กับแบบนี้เขาจะต้องทำอะไรบ้าๆตามเกมส์ของผู้หญิงคนนี้แน่ๆ

 

“ เซฮุน อย่าผลักไสพี่เลย เดี๋ยวนายก็จะมีความสุข เชื่อพี่สิ ”

 

ปล่อย! ” ยังไงซนนาอึนก็เป็นเพศแม่ เซฮุนไม่คิดทำอะไรรุนแรง มือใหญ่พยายามจับมือของหญิงสาวที่ตรงเข้ามาปลดกระดุมเสื้อของเขาและถอดออกจนท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า ยื้อยุดกันไปมาแบบนั้นจนเซฮุนสัมผัสได้ถึงความมึนเบลอและเริ่มร้อนซ่านไปหมดทั้งตัว สติที่มีเริ่มจางหาย เซฮุนจึงค่อยๆผ่อนแรงที่มีลงทีละน้อย สัญชาตญาณดิบในตัวมันทำให้เซฮุนเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้

 

เซฮุน พี่ รักนายนะ

ผม..รักลู่หาน! จำเอาไว้ด้วยว่ามันเกิดจากฤทธิ์ยาผมไม่ได้คิดอยากทำพี่มันน่าสมเพช

 

พี่ไม่สนหรอก ถึงเสร็จแล้วเซฮุนจะเกลียดพี่ พี่ก็ยอมถึงเซฮุนจะพูดแบบนั้น ซนนาอึนก็ไม่คิดสน ที่เขาสนก็คือตอนนี้ร่างกายของเซฮุนเป็นของเธอ เธอรอเวลานี้มาตลอด ถึงมันจะน่าสมเพช แต่ถ้าเธอไม่ทำ เซฮุนก็ไม่คิดจะชายตามองเธอเลยสักนิด

 

ร่างไร้สติของเซฮุนตรงเข้าจู่โจมนัวเนียหญิงสาวตามความต้องการที่ถูกปลุกปั่น เสื้อผ้าของหญิงสาวถูกมือใหญ่ฉีกออกจนเห็นชุดชั้นในตัวเล็กที่อยู่ด้านใน แขนเรียวของหญิงสาวประสานกันเข้าที่ต้นคอแกร่งของเด็กหนุ่มพร้อมรับสิ่งที่เธอตั้งใจและต้องการให้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก แต่ทว่า

 

 

แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู  แฮปปี้เบิร์…. ”

 

!!!

 

 

                  [ ฉันผิดเองอึนจอง จงอินเข้ามาพอดี เขาจับได้แล้วก็ไล่ให้ฉันออกไปจากห้อง ฉันอาย อายเกินกว่าจะบอกว่าฉันเองที่เลว ฉันเลยบอกกับเธอว่าเขาทิ้งฉัน… ]

 

                  [ นาอึน นี่เธ… ]

 

 

 

พรึ่บ!

 

                  ได้ยินหมดแล้วนะ

 

                  นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน  แบคฮยอนที่ฟังมันพร้อมๆกับจงอินค่อยๆเปิดตากว้างทันที ความจริงที่เซฮุนเก็บมันเอาไว้ตลอดสองปีที่ผ่านมามันคือสิ่งที่พวกเขามองเซฮุนผิดมาโดยตลอด

 

                  ทุกคนเข้าใจผิดว่าเซฮุนหักหลังจงอินแล้วนอกใจลู่หานก่อนจะทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้ให้พวกเขาแล้วหนีไปต่างประเทศแบบคนเห็นแก่ตัว แต่พอมาได้ยินแบบนี้ มันยิ่งทำให้แบคฮยอนรู้สึกแย่และมึนงงแบบเรียงลำดับไม่ถูก ไปไม่เป็นเลยว่ะ บอกเลย

 

                  มันอยู่ไหน ” จงอินที่นิ่งมานานหลังจากที่ได้ฟังคลิปก็เอ่ยถามชานยอล

 

                  ชานยอลคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่จงอินกับเซฮุนจะได้เคลียร์กันสักที

 

 

                  ดาดฟ้า กูนัดมันให้มึงตอนเลิกเรียน

 

                 


 

 

 

 

 

 

                 

                  ว่าแล้ว คนที่จะคุยกับกูต้องไม่ใช่ชานยอล ” เซฮุนยักไหล่แล้วหันหน้ากลับไปมองทางเดิมเมื่อหันมาเห็นว่าใครเปิดประตูชั้นดาดฟ้าเข้ามา เอาจริงๆก็รู้สึกแปลนิดหน่อยที่อยู่ๆชานยอลมันก็โทรมาหาแล้วบอกว่ามีเรื่องจะคุย ให้มาเจอที่นี่ตอนเลิกเรียน แต่เห็นทีคนที่จะคุยกับเขาคงไม่ใช่ชานยอล

 

                  คนมาใหม่ไม่คิดจะตอบอะไร ทำแค่ยื่นโทรศัพท์ที่หน้าจอเปิดคลิปค้างเอาไว้ไปให้อีกคนเท่านั้น

                 

                  “ อืม เห็นแล้ว ” โทรศัพท์เครื่องหรูถูกยื่นมาต้องจ่อตรงหน้า เซฮุนใช้เวลานิดเดียวในจ้องมองคลิปวิดิโอตรงหน้า รอยยิ้มมุมปากปรากฎบนใบหน้าคมก่อนจะเอ่ยตอบไปว่ามันคือคลิปเดียวกับที่ชานยอลส่งมาให้เขาดู มันคือความจริงที่เซฮุนไม่คิดจะแหกปากบอกใคร

 

                  บรรยากาศรอบตัวตอนนี้มีแต่ความเงียบ ร่างสูงของจงอินหยุดยืนอยู่ด้านหน้าร่างสูงพอๆกันที่กำลังยืนพิงกำแพงพ่นควันสีขาวคละคลุ้งลอยไปบนอากาศ ยืนกันอยู่แบบนั้นไม่มีใครคิดจะพูดอะไรจนเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆ

 

                  “ ไม่ต้องมองแบบนั้น กูรู้ กูดูเป็นเพื่อนรักที่แสนดีของมึงขึ้นมาทันทีเลยดิ ” เซฮุนแค่นยิ้มแต่ไม่ได้หันกลับมามอง และนั่นมันทำให้จงอินสถบก่อนจะยิ้มมุมปากออกมานิดๆกับมุกตลกสุดห่วยของเซฮุน มันนานแค่ไหนแล้วที่เขากับเซฮุนได้ยืนคุยกันดีๆแบบนี้โดยปราศจากการแลกหมัดหรือการกวนตีนใส่กัน

 

                  ตั้งแต่เกิดเรื่องเซฮุนไม่เคยคิดจะอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง ซึ่งนั่นมันก็เท่ากับว่ามันยอมรับว่ามันทำแบบนั้นจริงๆ ถ้าชานยอลไม่เอาคลิปของนาอึนมาให้เขาดู จงอินก็คิดว่าเซฮุนมันคงต้องเก็บความจริงไว้ต่อไป ความโกรธแค้นในใจที่ติดค้างมานานกว่าสองปีมันอ่อนลงเมื่อมาได้รู้ความจริง ทำให้ได้รู้ว่าเพื่อนเขาคนนี้ไม่เคยคิดที่จะทรยศมิตรภาพของเขาอย่างที่เข้าใจมา

 

“ ไม่เอา กูเลิกสูบแล้ว ” จงอินปฎิเสธเมื่อมือของอีกคนยื่นบุหรี่มาให้พร้อมไฟแช็ค จงอินเลิกมันมานานแล้วอย่างที่เอ่ยปากบอกไป ไม่รู้ดิ เพราะไม่มีเพื่อนสูบมั้งมันเลยเลิกได้เอง จำได้ว่าเลิกมานานแล้ว ..ก็อาจจะตั้งแต่ตอนที่ไอ้เซฮุนมันไปเรียนต่อเมืองนอก

 

                  เซฮุนยักไหล่เป็นเชิงแล้วแต่ก่อนจะสูบต่อ จงอินเปลี่ยนไปยืนพิงกำแพงด้านเดียวกับเซฮุนก่อนทุกอย่างมันจะตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง 

 

                  อยากถามใช่ไหมว่าทำไมกูถึงไม่คิดจะแก้ตัว

                 

“…”

 

กูรู้ตัวว่ากูผิด กูไม่คิดโทษใครนอกจากตัวกูเอง ” คำแก้ตัวมันเป็นคำพูดของคนที่ไม่ได้ทำความผิด ซึ่งกับเซฮุนมันไม่ใช่ ถึงจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาแต่มันก็เป็นการนอกใจลู่หานและเป็นการหักหลังเพื่อนอยู่ดี

 

เซฮุนไม่คิดแก้ตัวด้วยการโยนความผิดไปให้ซนนาอึน มันเป็นความผิดของเขาเองที่ไม่ระวังตัวแล้วปล่อยให้เรื่องมันเลยเถิดไปแบบนั้น ความผิดที่เซฮุนจะไม่แก้ตัวและทำเพียงยอมรับและเอ่ยปากขอโทษ ถึงจะพยายามแก้ตัวไป แต่สิ่งที่เห็นมันก็ชัดเจนพอจะรู้ว่าคำแก้ตัวพวกนั้นมันใช้ไม่ได้ผล เซฮุนจึงเลือกที่ปล่อยให้ทุกคนรับรู้ว่าตัวเขาเป็นคนผิดเองทั้งหมดจะดีกว่า

 

                  จริงๆที่กูกลับมาก็เพราะคิดถึงลู่หานแล้วก็เป็นเซฮุนอีกครั้งที่เปิดปากเริ่มประโยค

 

                  ก็อย่างที่บอก เซฮุนไม่ได้คิดจะบินมาเพื่ออยากจะแก้ตัวกับใคร มันเป็นเพราะเขาทนความคิดถึงลู่หานไม่ได้ มีคนใหม่ก็แล้ว พยายามหาอะไรทำก็แล้ว แต่ลู่หานก็ไม่เคยจางหายออกไปจากหัวเขาเลยสักนิด

 

                  “ หึ เออคิดถึงมึงด้วย ดีใจไหมล่ะ

 

                  “ มึงทำแบบนี้ทำไมวะ เพราะแค่ลู่หานชอบกูแค่นั้น?  ความคิดที่ติดอยู่ในใจถูกพูดออกอย่างต้องการคำอธิบาย จงอินคิดมาตลอดว่าทั้งหมดที่เซฮุนทำมันมาจากอะไรกันแน่ ถ้าไม่เพราะเกลียดเขามากก็ต้องสันดานเหี้ยสัดๆ ขนาดเพื่อนยังหักหลังกันได้ การหาเรื่องเขาซ้ำๆเซฮุนก็ทำได้สบายอยู่แล้วถ้ามันมาจากความเกลียดชัง แต่พอมารู้ว่าความจริงเป็นยังไงมันก็พอจะมีเรื่องเดียวที่ทำให้เซฮุนเป็นแบบนี้ลู่หาน

 

                  ถ้ายังจำได้ ที่ลู่หานมาหาเขาและมาขอให้ช่วย ก็ไม่พ้นเรื่องที่พยายามทำยังไงก็ได้ให้เซฮุนเข้าใจว่าลู่หานชอบเขา ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่คิดจะช่วยเพราะมันไม่ใช่เรื่องของเขาและเขากับเซฮุนไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีกแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องรับปากช่วยก็เพราะลู่หานเอาเรื่องของไอ้มิมาขู่

 

                  นายคงไม่อยากให้นายใหญ่รู้ใช่ไหมว่านายกำลังหลงเด็กที่ชื่อคยองซูนั่นน่ะ และถ้ารู้นายได้โดนแยกแน่

                  อย่ายุ่งกับคยองซู! ’

                  งั้นถ้าไม่ให้พี่ยุ่ง นายก็ช่วยพี่สิ นะ

 

                  “ อืม คงงั้น กูเป็นพวกแพ้แล้วพาล แต่กูว่ากูจะเปลี่ยนแล้ว เป็นตัวร้ายแล้วเรียกร้องความสนใจไม่เวิร์คว่ะ ” เซฮุนไม่อยากจะยอมรับเลยสักนิดว่าที่ตัวเองคอยยั่วโมโหคอยหาเรื่องจงอินมันเป็นเพราะแค่ว่าลู่หานชอบจงอิน จะว่าเด็กก็ได้ แต่เซฮุนก็แค่อยากเรียกร้องความสนใจจากลู่หาน เพราะถ้าเป็นเรื่องของจงอินลู่หานถึงจะยอมสนใจหรือคุยกับเขาดีๆ

 

                  ที่ทำทั้งหมดก็เพราะอยากเรียกร้องความสนใจก็เท่านั้น

 

                  เด็กเหี้ยๆ ตลอดมาจงอินแทบจะเรียกได้ว่าปิดกั้นความคิดที่จะเคลียร์มาโดยตลอดทั้งๆที่คำถามมากมายมันอัดแน่นอยู่เต็มหัวไปหมด แต่ก็ไม่มีแม้แต่คำแก้ตัว และนั่นแหละสำหรับเขากับเซฮุน มันหมดเวลาจะมานั่งคุยกันดีๆแล้ว และเหมือนว่าการคุยกันในตอนนี้มันคือการเปิดใจคุยกันตั้งแต่วันนั้น นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขากับเซฮุนมายืนคุยประโยคยาวๆและอยู่ด้วยกันนานขนาดนี้

 

                  จงอินนึกย้อนไปถึงหลายวันก่อนที่เขาเห็นไอ้มิอยู่กับเซฮุนความใกล้ชิดของทั้งคู่มันก็เพราะเห็นเขากับลู่หานอยู่ด้วยกัน ทำไมจงอินจะไม่รู้ว่าเซฮุนมันอยากยั่วโมโหเขาเพราะอะไร มันเลยทำให้เขายั่วกลับโดยคว้าเข้าที่มือของลู่หานเช่นกัน ไหนจะเรื่องถ่ายแบบวันนั้นที่เซฮุนมันพยายามจะยั่วโมโหเขาเพื่อให้ลู่หานสนใจ แต่ทำแบบนั้นใช่ว่าลู่หานจะใจอ่อน

 

                  ...เรื่องสร้อย”

 

                  “ … ”

 

คยองซูไม่ได้ให้กู เขาทำหล่นกูเลยเก็บไว้ให้… ” เซฮุนพ่นควันบุหรี่ออกจากปากก่อนจะหันมามองจงอิน

 

ปฎิกิริยาคิ้วขมวดของจงอินมันทำให้อีกคนเดาได้ไม่ยาก คงคิดว่าทำไมอยู่ๆเขาถึงเริ่มเรื่องนี้ขึ้นมาน่ะหรอ คงเพราะไหนๆจะสงบศึกกันแล้วก็ขอเปลี่ยนตัวเองเป็นคนดีด้วยเลยแล้วกัน

 

                  “ สร้อยเส้นนี้คงสำคัญมาก พอคยองซูรู้ว่าเส้นอยู่ที่กูก็ยอมรับปากกับครูว่าจะดูแลกูที่เพิ่งย้ายมาใหม่ทั้งๆที่หนีกูแทบตาย แต่ก็ตกลงเพราะแค่กูบอกว่าจะคืนสร้อยให้

 

                  “…”

 

                  กูไม่คิดว่าจะเดาถูกนะว่ามึงเป็นคนซื้อให้ แล้วกูก็เดาว่าคยองซูคงไม่ได้บอกเรื่องนี้กับมึง ” ไม่งั้นมันคงใส่หมัดมาที่เขาไม่ยั้งแบบนี้

 

คำพูดของเซฮุนเหมือนไขความกระจ่าง ทุกสิ่งที่เขาคิดเอาเองว่าเขาคงไม่มีความสำคัญกับคยองซูพังทลายลง เรื่องนี้ไอ้มิไม่เคยบอกเขา ไม่ใช่เพราะเขาไม่สำคัญพอที่จะบอกแต่เพราะเขาสำคัญมากพอที่ไอ้มิจะไม่อยากทำให้เขารู้สึกไม่ดี เรื่องที่เซฮุนรู้ว่าเขาเป็นคนซื้อสร้อยให้ก็เกิดจากการเดา ไม่ใช่เพราะคยองซูเป็นคนบอก

 

และกูก็ว่ากูจะไม่บอกมึงเรื่องนี้เพราะกูรู้ว่าคยองซูคงไม่อยากให้มึงรู้

 

“….”

 

คยองซูต้องทนโดนแกล้ง ทนให้คนอื่นนินทาด่าสารพัดก็เพราะมึง มึงก็รู้แฟนคลับมึงมีอยู่ทั่วโรงเรียน แล้วถ้าเขารู้ว่าคยองซูมายุ่งกับมึงพวกเขาจะทำยังไงล่ะ ..ถ้าเป็นกูป่านนี้เลิกยุ่งกับมึงไปนานแล้ว

 

!!!

 

ทำไมเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้

 

                  และที่จงอินคิดว่ามีแต่เขาเพียงคนเดียวที่เป็นฝ่ายพยายามเข้าหาไอ้มิจริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย…

 

                  คยองซูไม่สนใจคำพูดของคนอื่นและเลือกที่จะอยู่กับเขา โดยที่ไม่คิดสนว่าจะโดนว่าโดนแกล้งเท่าไหร่

 

                  แต่เขากลับเลือกที่จะทำร้ายอีกคนด้วยความคิดของตัวเอง

 

                  ทำไมกัน ทำไม

 

                  คยองซูต้องทนเจอกับเรื่องอะไรบ้าๆพวกนี้มาตลอดก็เพราะเขา

 

 

                  บ้าเอ้ยย! จงอิน มึงมันโง่!!

 

                 

 

                  “ …พูดจบหรือยัง ”

 

               ผัวะ!

 

                  หมัดแรก เพราะมึงมีส่วนทำให้กูต้องเห็นน้ำตาคยองซู

 

               ผัวะ!

 

                  หมัดสอง ขอบคุณที่ตลอดสองปีที่ผ่านมาไม่อ้าปากบอกความจริงกับกูสักคำ

              

               ผัวะ!

 

                  หมัดสุดท้าย กูแถมให้ แล้วฝากไปบอกลู่หานด้วยว่าเลิกหลอกมึงว่าชอบกูซักที สงสารเด็กเหี้ยๆอย่างมึง

 

                  มึงว่ายังไงนะ

 

                  “ คิดเอง กูบอกแค่นี้  

 

                  “ … ”

                  กูรีบ ไปก่อนนะ! ”

 

                  ถึงความบาดหมางระหว่างเขากับเซฮุนจะถูกเคลียร์จนจบ แต่ก็ใช่ว่าเขากับเซฮุนจะกลับมาตัวติดกันเหมือนเดิมเหมือนอย่างสองปีก่อน มันต้องใช้เวลา และเขาคิดว่าอีกไม่นานมิตรภาพที่พวกเขามีมันจะต้องกลับมา ร่างสูงของจงอินก้าวขาเดินออกไปด้วยความเร่งรีบ โดยทิ้งให้เซฮุนเช็ดเลือดที่ปากตัวเองจากแผลที่ถูกต่อย

 

 

                  ตอนนี้จงอินมีสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำ

 

                  คือกลับไปเอา หัวใจของเขา’ มาอยู่ใกล้ตัวเหมือนเดิม

 

 

 


 

 

 


 

 

                  คยองซู เป็นอะไรหรือเปล่า เหม่ออีกแล้วนะ ให้พี่ไปส่งไหม ” อึนจองที่เดินคู่กับคยองซูออกมาจากห้องสมุดเอ่ยถามอีกคนเป็นรอบที่ร้อย เธอไม่สบายใจเลยที่อยู่ๆคยองซูก็ดูผอมลง ดูเศร้าหม่องลงแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกับคยองซูหรือเปล่านะ

 

                  นูน่ากลับไปก่อนก็ได้ครับ ผมอยากเข้าห้องน้ำก่อน ” คยองซูเลิกที่จะบอกปัดไปไม่ให้อีกคนเป็นห่วง เขารู้ว่าอึนจองนูน่าเป็นห่วงเขามากแค่ไหน แต่เรื่องของเขา มันไม่จำเป็นต้องมีใครทุกข์ใจไปด้วยเขาด้วยเลย

 

                  หลังจากที่คยองซูเลือกที่จะโดดเรียนทั้งวันเพื่อแอบมานอนพักอยู่ในห้องสมุด เขาก็รู้สึกว่าร่างกายของคยองซูมันดีขึ้นจากเมื่อสามวันที่แล้ว แต่ทางด้านจิตใจ มันก็ยังไม่ดีขึ้นอย่างที่คยองซูหวังเลยสักนิด

 

                  ข้อมือเล็กที่มีสร้อยเส้นคุ้นตาสวมอยู่ ถูกร่างบางยกขึ้นมาดู คยองซูมั่นใจว่าจงอินมาหาเขาที่นี่ พอรู้สึกตัว ตื่นมาแล้วรู้ว่าสร้อยมันกลับมาอยู่กับตัวเองเขาก็รีบทิ้งทุกอย่างแล้วรีบวิ่งออกไปดูด้านนอกห้องสมุดทันที แต่ก็ต้องกลับมาพร้อมความว่างเปล่า เพราะจงอินไปแล้ว จงอินคงไม่อยากเจอเขาเลยเลือกที่จะเอาสร้อยมาใส่ให้ในตอนที่เขาเผลอหลับไป

 

                  ถึงเขาจะอยากเจอจงอินมากแค่ไหน อยากอธิบายมากแค่ไหน แต่ถ้าจงอินไม่อยากเจอเขา มันจะไม่มีความหมาย

                  ถ้าจะให้คยองซูตามไปหาจงอิน ตอนนี้คยองซูก็คิดว่าเขายังไม่เข้มแข็งพอที่จะมองจงอินเดินหนีเขาอีกได้          

 

                  เอางั้นหรอ ไม่เป็นไรแน่นะ

 

                  เย็นมากแล้ว กลับบ้านดีๆนะครับ

 

                  โอเค งั้นรีบๆเข้านะ เดี๋ยวตึกจะปิดเอาซะก่อน

 

                  พอบอกลาและแยกกับหญิงสาวรุ่นพี่เสร็จ ขาเรียวเดินเข้าไปในห้องน้ำบนตึกที่ไร้ผู้คน ก่อนจะวางโทรศัพท์และกระเป๋าเป้ของตัวเองเอาไว้ข้างๆอ่าง ก่อนจะเปิดก็อกน้ำและเอามือรองเพื่อล้างหน้า ร่างบางเหม่อเกินกว่าจะรู้ว่ามีใครเดินเข้ามาล้อมตัวเองเอาไว้จากด้านหลัง

 

                  พลั่ก!

 

                  อ๊ะ! ” อยู่ๆร่างของเขาก็ถูกผลักให้เข้าไปอยู่ในห้องน้ำห้องหนึ่ง ด้วยแรงผลักมันทำให้แก้มของคยองซูกระแทกกับผนังห้องน้ำอย่างจัง เวลานี้ความเจ็บปวดมันไม่มีผลอะไรเลยเมื่อเทียบกับความตกใจและความกลัวที่มี เสียงเชือกที่ใช้มัดประตูเอาไว้มันทำให้คยองซูต้องรีบเขย่าลูกบิดให้เปิดออก แต่ก็ดูเหมือนแรงของคยองซูจะน้อยเกินไป

 

                  เขาถูกขังไว้ในห้องน้ำ โดยที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร

 

                  ปัง! ปัง! ปัง!

 

                  ..ใครอยู่ข้างนอก ทำแบบนี้ทำไม ขอร้อง เปิดประตูให้เราที

 


ซ่าา!

 

ยังไม่ทันสิ้นเสียง คำขอความช่วยเหลือถูกตอบกลับมาด้วยน้ำจากถังที่สาดลงมาจากด้านบนแทน คยองซูกอดตัวเองเอาไว้แน่นเพราะความหนาว เสียงหัวเราะคึกคักข้างนอกมันทำให้คยองซูมั่นใจว่าคนทำต้องเป็นกลุ่มผู้หญิงประมาณ 4-5 คน เขาโดนอีกแล้วสินะ

 

 “ รู้สึกว่าช่วงนี้แกจะสนิทกับจงอินของพวกฉันมากไปแล้วนะ รูปที่จงอินจูบข้อมือแก ฉันเห็นแล้วอยากจะอ้วก! คงยั่วจนทำให้จงอินหลงเลยล่ะสิ จงอินเขาถึงติดใจขนาดนั้นน่ะ

 

..ช่วยด้วย

 

โดนแค่นี้นิดๆหน่อยๆไม่ตายหรอก เหอะ! หมั่นไส้มานานแล้วเชียว เพิ่งมีโอกาส

 

“ แก พอไหมล่ะเดี๋ยวมันตายไปจริงๆแล้วจะซวย ” คยองซูได้ยินเสียงหญิงสาวอีกคนที่พูดคอยปรามเพื่อนทั้งสองคนเอาไว้ ก่อนเสียงปิดล็อคประตูทางเข้าห้องน้ำใหญ่จะดังขึ้นตามด้วยเสียงตะโกนของพวกหล่อน

 

ตึกจะปิดแล้ว แกก็นอนหนาวตายไปคนเดียวก็แล้วกันนะ ไอ้คนไม่เจียมตัว! ฮ่าๆๆ ไปพวกเรา!! ”

 

คยองซูตบประตูพร้อมส่งเสียงเรียกให้คนข้างนอกได้ยินทั้งที่ก็รู้ดีว่าเย็นป่านนี้แล้วคนดูแลตึกก็คงจะกำลังเตรียมปิดตึก คยองซูค่อยๆนั่งลงกับฝาชักโครก ยกแขนกอดให้ความอบอุ่นกับตัวเองเอาไว้แน่น อากาศในตอนนี้ ยิ่งดึกมากมันก็จะยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ

 

ไม่คิดเลยว่าการที่เขาแค่อยากอยู่ข้างๆจงอินมันจะผิดสำหรับคนอื่นถึงเพียงนี้ หลายคำพูดหลายคำนินทา คยองซูพยายามอดทนเพราะเขาอยากที่จะลองทำตามใจตัวเองบ้างสักครั้ง ตลอดมาคยองซูเลือกที่จะทำตัวให้ไม่ไปขัดหูขัดตาใคร ไม่ทำให้คนอื่นรู้สึกเกะกะให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่กับการจะให้คยองซูเลิกยุ่งกับจงอินอย่างที่คนอื่นๆต้องการ ถ้าเขาจะต้องโดนแกล้ง ถ้ามันจะทำให้คนทั้งโรงเรียนไม่ชอบเขา…คยองซูก็ยอม

 

 

อึก! ..ช่วยด้วย มีใครอยู่ไหมครับ มีคนอยู่ในนี้ครับ ช่วยด้วย

 

 



 

 

                                                                   

 

 

 

 

Rrrrrrrr

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มันทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหนุนขายาวของอีกคนต้องขยับหัวให้ชานยอลเอื้อมตัวไปหยิบโทรศัพท์ที่นอนสั่นอยู่บนโต๊ะขึ้นมากดรับ แบคฮยอนกดหรี่เสียงทีวีลงอีกนิดเมื่อรู้สึกว่ามันอาจจะดังเกินไปแล้วทำให้ชานยอลคุยโทรศัพท์ไม่รู้เรื่อง

 

ว่าไง

เอาจริงๆป่ะ ตาอะมองจอทีวี แต่หูอ่ะแทบจะผูกติดอยู่กับการคุยโทรศัพท์ของชานยอล ไม่รู้ดิ ปกติชานยอลมันจะคุยกับใครเขาไม่เคยคิดจะสนใจ แต่ไม่รู้ทำไม ภาพเมื่อเช้าที่ชานยอลมันคุยกับอึนจองนูน่ามันมารบกวนจิตใจของแบคฮยอนยังไงก็ไม่รู้ รู้สึกว่าชานยอลมันดูแปลกๆ

 

ใคร? ” ทนไม่ไหวแบคฮยอนเลยตัดสินใจเงยหน้าขึ้นไปถามให้รู้ๆกันไปอีกคนคุยกับใคร ก่อนที่ชานยอลจะตอบด้วยการเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดสปีกเกอร์ มันทำให้แบคฮยอนต้องขยับลุกขึ้นมานั่งข้างชานยอลเพื่อฟัง

 

[ ไอ้มิอยู่ไหน!! คยองซูหายไป!! กูหาเขาไม่เจอ!!! ]

 

จงอิน ไอ้เหี้ย มึงใจเย็นๆก่อน ” น้ำเสียงร้อนรนของเพื่อนผิวแทนมันทำให้ชานยอลต้องพูดเตือนสติให้ เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมอยู่ๆไอ้จงอินมันถึงเป็นบ้าแล้วโทรมาโวยวายขนาดนี้ แต่ถ้ายิ่งไม่มีสติ คุยไปมันก็ไม่ได้เรื่องกันพอดี

 

[ ที่คอนโดกู ที่บ้านมัน กูหาหมดแล้ว ไม่เจอ โทรไปก็ปิดเครื่อง!! มึง..คือกู.. กูจะบ้าอยู่แล้ว!! ]

 

เห้ย คยองซูหายไปหรอวะ ” แบคฮยอนปิดปากอย่างตกใจ ที่แบคฮยอนไม่ได้ไปอยู่เป็นเพื่อนกับคยองซูเพราะจงอินมันบอกเองว่าวันนี้จะไปรับคยองซู เขาก็เลยกลับมาที่ห้องกับชานยอล นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว ทำไมมันต้องมีแต่เรื่องด้วยเนี่ย!

 

“ มึงใจเย็นๆ นี่มันก็เย็นมากแล้ว เดี๋ยวกูลองไปที่บ้านอึนจองนูน่าที่สนิทกับคยองซูดู

 

อึนจองนูน่า…อีกแล้วหรอ

 

พอได้ยินชื่อนั่นแบคฮยอนก็เริ่มเงียบลงทันที

 

[ เออ! ฝากด้วยนะชานยอล กูกำลังจะไปหาที่โรงเรียน ได้เรื่องแล้วโทรมาหากูด้วยติ๊ด ]

 

พอจงอินวางสาย ชานยอลก็ไม่ได้พูดอะไรแต่ลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าตังค์กับกุญแจรถบนโต๊ะขึ้นมาเพื่อเตรียมออก แต่ก็ต้องชะงักขาเอาไว้เมื่อมีแบคฮยอนเดินตรงมากระฉากไหล่เขาให้หันมาเผชิญหน้า

 

เดี๋ยว อึนจองนูน่า? มึงรู้จักบ้านกันได้ยังไง กูจะไปด้วย! ”

 

มึงจะไปทำไม อยู่ที่นี่แหละเย็นแล้ว

 

“ ไม่! ก็กูบอกว่ากูจะไปด้วยไง

 

แบคฮยอนมึงอย่ามางี่เง่าตอนนี้ได้ไหม

!!

คำพูดของชานยอลทำเอาอีกคนสะอึก นี่แบคฮยอนผิดมากเปล่าวะ ก็แค่บอกว่าจะไปด้วยต้องถึงกับว่างี่เง่าเลยหรือไง

 

เออ! กูงี่เง่า! ทำไมอะ ไหนบอกว่าไม่มีอะไรกันไงวะ! ” แบคฮยอนรู้ว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องตามหาคยองซูก่อน แต่แบคฮยอนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกอารมณ์ไม่ดีเรื่องของอึนจองนูน่ากับชานยอลขึ้นมาซะเฉยๆ เออ เขายอมรับก็ได้ว่ากำลังงี่เง่า!

 

กูว่าตอนนี้เราคงพูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว กูต้องรีบไป

 

ถ้าไม่มีอะไรทำไมกูจะไปด้วยไม่ได้!! กูจะไป กูจะไป กูจะไปด้วย!! ”

 

แบคฮยอน!! ”

 

!!!

 

“…”

 

“…”

 

                  เสียงตะหวาดของชานยอลทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ สีหน้าอึ้งๆปนผิดหวังของแบคฮยอนมันทำให้ชานยอลได้สติกลับมาทันทีและรู้ว่าตัวเองเผลอทำอะไรลงไป

 

“ …ทำไมมึงต้องโกรธกูขนาดนั้นวะชานยอล “

 

“ กู..

 

“ มึงไม่เคยขึ้นเสียงใส่กูแบบนี้เลยนะ เพราะอึนจองนูน่างั้นหรอ?

 

“ แบคฮยอน มันไม่ใช่แบบนั้น ” เสียงของชานยอลหงุดหงิด แบคฮยอนเห็นว่าร่างสูงยกมือขึ้นเสยผมของตัวเองขึ้นแล้วขยี้ลวกๆเมื่อเห็นว่าเขายังพูดประชดไม่หยุด

 

เอองั้นมึงไปหาอึนจองนูน่าเถอะ เดี๋ยวกูจะไปหาจงอินที่โรงเรียน

 

“….”

 

แบคฮยอนตัดสินใจยืนหันหลังให้คนตัวสูง หวังให้ชานยอลมันดึงตัวเขาเข้าไปกอดแล้วง้อเขาเหมือนอย่างทุกทีที่เคยเป็น

 

แต่คงได้แต่คิด

 

เพราะครั้งนี้มีเพียงร่างของชานยอลที่เดินออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงประตูที่ปิดลงพร้อม












น้ำตามาค่ะ รออะไร
เฮ้ออออ เฮ้อออออ เฮ้อออออ
เมื่อไหร่มันจะหลุดพ้นดราม่าไปซักทีอะ โว้ยยยย ขัดใจ
(แต่งเองขัดใจเอง)
ทนกันอีกนิดค่ะ อีกนิดเดียว เราจะพบเจอกับทางสว่างกันแล้ว
ฮึบบบบบ!! สู้ไปด้วยกันนนนนนน


 ตอนนี้คลี่ปมเอาไว้หลายปมเลยนะคะถ้าใครสังเกตุดีๆ
 หนึ่งเลย อึนจองเป็นเพื่อนกับนาอึนค่ะแล้วนาอึนโกหกว่าจงอินทิ้ง
อึนจองเลยเกลียดและไม่ชอบจงอิน
สอง เซฮุนไม่ได้คิดจะหักหลังและนอกใจจงอินกับลู่หานแต่อย่างใด
โฮ้ยยยย เรื่องมันเศร้าจังเลยค่ะ

ฮื่อออออ 
แล้วนี่ใครจะไปช่วยคยองซูอ่ะ ทำไงดี ทำไงดี!!!!!



คนอ่านหายใครก็ได้ช่วยตามที
5555555555555

รู้สึกหัวใจฟ่ออ :(




แจ้งข่าว
ของแถมที่เราจะแถมไปกับฟิคเผยหน้าตาออกมาแล้วนะคะ
แถ่น แท่น แท่นนนนนนนน





ใครไม่ซื้อ บอกเลยค่ะ พลาดดดดดดดดดดด

แล้วนี้โควต้า 20 คนแรกก็ใกล้จะเต็มแล้วด้วย
รีบๆกันหน่อยนะคะะะะะะะ  จุ๊บๆ



เจอกันตอนหน้านะคะ รักนะะะะ

คอมเม้น & เล่นแท็กกันหน่อยนะตัวเอง
ไม่มีกำลังใจแย้ววววว TT





(c)  Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

6,824 ความคิดเห็น

  1. #6813 เปรี้ยวอยู่อ่ะ (@ker-aie) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 09:29
    เฮ้ย โดนยาจริงๆด้วย555555555555 แล้วนี่ชานแบคคือไร แบคต้องง้อชานบ้างแล้วรู้ตัวมั้ยย55555555555
    #6813
    0
  2. #6766 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 00:17
    นั่นไงงงงงงงง
    #6766
    0
  3. #6712 คยองนัมจา (@ssunisa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 18:43
    เซฮุนน่าขอโทษษที่เข้าใจผิดไปปปป
    #6712
    0
  4. #6654 JymDyo (@JrJamMark) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 15:01
    แบคฮยอนอ่าา ไม่ยอมบอกความสัมพันของตัวเองไง ชานยอลจะเป็นแบบนี้ก็ไม่ผิดหรอก
    #6654
    0
  5. #6647 Chinwara (@cwr_087) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 13:12
    อ่าว เซฮุน ออมม่าขอโทษ ออมม่าผิดไปแล้ว ชานยอลอา เธอ.............. ฟหกาดมสดยแา อ้ากกก
    #6647
    0
  6. #6628 Linseyyy13 (@Linseyyy13) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:55
    อ่าาา เข้าใจเซฮุนผิดไป -*-
    ตอนนี้อะไรๆก็เริ่มคลี่คลาย แต่มีดราม่าปิดท้ายซะงั้น
    #6628
    0
  7. #6602 SehunMark (@ice_indy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 22:25
    เข้าสู่โหมดดราม่าเต็มตัว ._.
    #6602
    0
  8. #6553 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 13:54
    โอ้ยยย จะเป็นลมแต่ละคู่
    #6553
    0
  9. #6372 Princezaclub (@princezazaclub) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 14:46
    จงอินกับคยองซู ควรขอบคุณชานแบคน่ะ ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ชานแบคอย่าทะเลาะกันน????
    #6372
    0
  10. #6335 Kyss (@KyungSoo_KaiSoo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 00:06
    มีความหน่วงของชานแบค สงสารมิมากๆๆ ยอมโดนถูกแกล้งเพื่อจงอินเหรอเนี่ยลูก
    #6335
    0
  11. #6324 cheese (@primprimss) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 23:51
    โอ้ยยๆๆอหหห!!! ทำไมเซฮุนแม่งดูหล่อดูพระเอกขึ้นมาเลยวะ! โอ้ยยแก๊ชั้นไม่ไหวแล้ววเราเข้าใจเซฮุนผิดมาตลอดไอหล่อหล่อมากมั้ยถึงไม่บอกคนอื่นเนี่ยห้ะ? โดน3หมัดเลยสมน้ำหน้า555555 ละอีพวกฟค.พี่จงอินนี่จะอะไรย๊ะ? หมาหมู่มากข่าาาามาทำน้องมิพี่จงอินเดี๋ยวๆเจอดีแน่จงอินจะต้องไม่ยอม!! //ชานแบคนี่ก็..ครุมเครืออะ ก็คือมันไม่มีอะไรจริงๆช้ะ? แบคต้องใจเย็นๆนะพี่แบคของน้องมินะ ชานก็อารมณ์ร้อนไปอีกกลงๆๆมาdownหน่อยย
    #6324
    0
  12. #6238 Nagono (@Nagono) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 22:49
    ชานแบคT T จงอินช่วยมิเร็ววว
    #6238
    0
  13. #6138 บั ฟ ฟี่ . (@sm-entertainment) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 11:25
    ใครแกล้งน้องมิของพี่คะ!! พี่จะไปจัดการ!!!!!!
    เรื่องชานยอลเป็นแยคเราก็คิดมากนะ ว่าต้องมีอะไรกันแน่นอน ทำไมถึงได้ไปรู้จักกันอะไรงี้ ตาชานทำไมเงียบบบ
    #6138
    0
  14. #6103 bjokbvxzz (@narumon_2913) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 12:42
    สงสารมิอ้ะ
    #6103
    0
  15. #6100 kyuncream (@creamkiki_dada) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 01:15
    อ๊ากกกกกกมาต่อเร็วๆน้ะ น้ำตาซึมอ่ะ มิน่าสงสาร จาร้องงงงงงไม่ไหววววววว
    #6100
    0
  16. #6098 mint300741 (@mint300741) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 23:29
    น้ามตามาาาาาาา โง้ยยยยย เรื่องมิยังไม่ทันเคลีย มีเรื่องชานแบคอีก โอ้ยยยย ผีมาก!!!

    ไหวมั้ย? ใจอีนี่เนี่ยไหวมั้ย เฮลโล่ววว ยังอยู่ดีรึเปล่า นี่มันกดดันจิตใจกันเหลือเกิลลลล
    #6098
    0
  17. #6097 memyselftoy (@tawanclash) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 23:18
    มาม่าอีกคู่ละฮะ ใส่น้พปบา กระเทียมดองนิดหน่อย อร่อยเลยทีเดียว #ข้ามๆๆๆเม้นนี้ไป555
    #6097
    0
  18. #6095 Neenneeracha (@Neenneeracha) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 22:12
    ตลกตอนหมัดที่สามของฮุนอ่ะะะ5555555
    #6095
    0
  19. #6094 Neenneeracha (@Neenneeracha) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 22:11
    ม่าทั้ง3คู่เลยตอนนี้ ????
    #6094
    0
  20. #6093 Neenneeracha (@Neenneeracha) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 22:11
    สรุปแบคชอบชานมั้ยยเนี่ยย แล้วชานชอบแบคมั้ยยย 55555
    #6093
    0
  21. #6092 Neenneeracha (@Neenneeracha) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 22:10
    สู้ๆนะคะไรท์!!!!
    #6092
    0
  22. #6090 kawoat4124 (@kawoat4124) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 21:31
    สงสารมิไม่ไหวแล้ว
    #6090
    0
  23. #6089 bbbbbbbys (@bestyespd) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 21:30
    โอ้ยยย แบคหึงพี่ชานน ใจเย็นๆน้าาาา จงอินรีบไปช่วยคยองเร็วววว
    #6089
    0
  24. #6088 Tamiw_fifilove_snow (@sureechai_1997) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 21:26
    ฮื่อออ เศร้าชานแบคแรง
    #6088
    0
  25. #6087 ดโย12193 (@toeytoey1108) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 20:28
    โอ่ยยยอยากอ่านต่อแล้วมาต่อไวๆน้าาา
    #6087
    0