Fic Harry Potter [HP/SS] - A New Way of Life

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 - พินิจใจ [edit]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 943
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    31 มี.ค. 61

บทที่ 7 

 

ในเช้าต่อมาสเนปรู้สึกตัวด้วยความรู้สึกอึดอัดบางอย่างเหมือนกับมีอะไรมาเกาะแกะเขาอยู่แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าคืออะไรบางอย่างที่แข็งขืนจากด้านล่างสัมผัสอยู่ที่ด้านหลังของเขา เมื่อความสงสัยแปรเปลี่ยนเป็นความอยากรู้ สเนปสังเกตมือที่พาดพิงบนตัวเขาก่อนจะจับยกแขนดังกล่าวนั้นออกจากตัวของตนพลางค่อย ๆ หันมองสิ่งปริศนานั้น จากอารมณ์ความอยากรู้แปรเปลี่ยนกลับเป็นตกใจกลัวทันที สเนปพุ่งตัวลุกขึ้นออกจากเตียงฉับพลันเผลอส่งเสียงสบทออกมาเสียงดังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าตกตะลึงสุดขีดการขยับตัวออกกระทันหันทำให้คนบนเตียงเบื้องล่างอีกคนรู้สึกตัวจากความฝัน ผงกหัวขึ้นเล็กมองพร้อมลืมตาอย่างยากลำบากเพราะอารมณ์ของคนที่ยังตื่นไม่ดีนัก  


“ครับ ..? เช้าแล้วเหรอ” แฮรี่พูดจบก็เอาหัวลงหมอนอย่างเดิมแบบคนที่ยังไม่อยากตื่นแต่กับสเนปไม่ 


“ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้ พอตเตอร์ !! เธอบังอาจลักลอบเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง !”  


“แฮรี่ ..” แฮรี่เอ่ยพูดขัดเสียงอ้อยอิ่งกับหมอนทั้งที่ยังหลับอยู่บอกเป็นนัยว่าอีกฝ่ายกำลังเรียกนามสกุลเขาอีกแล้วแต่นั้นไม่ตลกสำหรับสเนปเลยสักนิด เขาฟาดหมอนลงบนหัวแฮรี่อย่างจังด้วยใบหน้าที่ฉุนเฉียว 


“เฮ้ ..คุณฟาดผมทำไมน่ะ” และได้ผลแฮรี่ลุกขึ้นนั่งอย่างไม่เต็มใจนัก 


“แฮรี่ เธอเข้ามาในห้องฉันตั้งแต่เมื่อไหร่” สเนปถามเสียงเย็น แฮรี่ขมวดคิ้วมองงง ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าเลิ่กลักทันทีที่นึกได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรผิด  เขาฉีกยิ้มแบบไม่เป็นธรรมชาติพร้อมผายมือออกทั้งสองข้าง 


“เซอร์ไพรส์ ~” หมอนอีกใบถูกฟาดเข้าที่ใบหน้าแฮรี่ทันที 


“ตลกหรือไง ?!” แฮรี่จับหมอนออกจากตัวก่อนจะวางท่าทีสบาย ๆ  


“ก็ผมเหงาไม่อยากนอนคนเดียว คุณก็น่าจะเหงาอยู่คนเดียวตั้งหลายวัน ผมเลยมานอนด้วย” 


“แบบที่ฉันไม่รู้เรื่องเนี่ยนะแฮรี่” แฮรี่พยักหน้าหงก ๆ ให้เป็นคำตอบ ทำให้สเนปถอนหายใจเหนื่อยหน่าย และเมื่อสายตาดันไปจับสังเกตจุดจุดหนึ่งเข้าก็ทำหน้าเหยเกขึ้นมา 


“เอ่อ ..แฮรี่ ฉันไม่ว่านะถ้าเธอจะไปเข้าห้องน้ำ หรือ ทำอะไรทำนองนั้นน่ะ แต่ ..แบบว่า” สเนปโบกมือไปมาระหว่างอธิบายอย่างคนพูดไม่ถูก แฮรี่จับสายตาสเนปจึงเลื่อนสายตามองตามที่อีกฝ่ายมองเลื่อนลงมาที่จุดล่างหว่างขาของตน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว 


“ทำไม ? ผู้ชายก็เป็นแบบนี้กันทุกเช้านั้นล่ะครับ มีใครบ้างไม่เป็น ไหนดูของคุณเถอะ” แฮรี่ทำท่าจะลุกขึ้นไปจับเสื้อผ้าสเนปแต่ถูกมือหนาจับแฮรี่ไว้แน่นพยันพยอดันให้แฮรี่ออกไปจากห้อง 


“พอ เลิกเล่นบ้า ๆ สักที จะเป็นอะไรก็ช่างแต่ไม่ใช่บนที่นอนฉัน ออกไปซะ” แฮรี่ยิ้มร่าเริงยอมให้อีกฝ่ายลากออกมาก่อนจะพูดทิ้งท้าย 


เจอกันมื้อเช้านะครับ” สิ้นเสียง สเนปปิดประตูไล่ทันที เขาจะบ้าตายนี่แฮรี่เริ่มแปลกประหลาดขึ้นทุกวัน เขาต้องเป็นบ้าไปก่อนจะได้กลับอดีตแน่ ๆ แต่สเนปก็ยังไม่วายมองร่างกายตัวเองและเป็นจริงอย่างที่แฮรี่พูด ผู้ชายทุกคนก็เป็นกันในตอนเช้าตื่นนอนก่อนจะถอนหายใจเป็นรอบที่สองของเช้านี้ 


“ให้ตายเถอะ เมอร์ลิน ฉันอยากจะบ้า” สเนปบ่นพลางแปะมือกับใบหน้าตัวเองอย่างคนเสียอารมณ์ 

 

ในมื้อเช้าที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ของการมาอยู่ที่นี่ คงอาจะอาทิตย์กว่าล่ะมั้ง ? เขาไม่ได้นับ แต่เท่าที่รู้สเนปไม่ได้ทำอะไรนอกจากกิน นอน อ่านหนังสือ ปรุงยา ทำงานบ้าน เล่นป่วนเปี้ยนในบ้าน จะให้เขาทำอะไร ? ก็อยู่ได้แต่ในบ้าน อย่าบ่นนักเลย เขาบอกตัวเอง ก่อนจะจัดการทานมื้อเช้ากับแฮรี่อย่างปกติแต่ก็ไม่ปกติแฮรี่มองเขาพลางยิ้มอยู่ตลอดเวลา หรือว่ากำลังเพ้อ ? เขาคิด แต่ที่น่าแปลกกว่า แฮรี่มิวายหอมแก้มสเนปฟอดใหญ่หลังจากเก็บจานบนโต๊ะแล้วนำไปล้างอย่างสบายใจเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขานั่งตัวแข็งค้างก่อนจะทำเป็นเมินไม่สนใจลุกขึ้นไปหยิบหาหนังสือมาอ่าน ครั้งนี้ไม่ใช่หนังสือธรรมดา สเนปเลือกที่จะอ่าน จิตวิทยามนุษย์ ไม่รู้แฮรี่มีได้ไง แต่เขาคิดว่าควรอ่านบ้างเพราะแฮรี่เริ่มเป็นบ้าขึ้นทุกวัน ไม่นับตอนสายที่แฮรี่ชงกาแฟมาให้ดื่มแล้วแอบลูบมือเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ หรือตอนที่เขาตัดสินใจลุกขึ้นยืนไปเก็บหนังสือเพื่อทำอย่างอื่นอย่างการฝึกฝนการปรุงยา แฮรี่ก็มิวายเดินมาตบก้นเขาอย่างจัง  


“หยาบคาย” สเนปสบทแต่แฮรี่ไม่สนใจเพียงแค่ยิ้มและทำงานเอกสารอะไรบางอย่างของอีกฝ่ายต่อไป สเนปเริ่มสังเกตว่าหินบนเตาผิงหายไปแล้ว เกิดเป็นข้อสงสัยว่าอาจเป็นแฮรี่ที่คงเอาไปเก็บไว้ที่อื่น หรือซ่อนจากเขา ? ช่างเถอะ สเนปเปลี่ยนมานั่งมองคนตรงหน้าทำงาน เขาว่างเกินไปจนตอนนี้เขาหยิบไม้กายสิทธิ์มาโบกสะบัดเล่นเกิดเป็นสีสันมากมายวิ่งไปมาอยู่ตรงหน้า แฮรี่ที่เหมือนจะนั่งวุ่นกับงานเงยหน้าขึ้นมามองกระทันหัน ทำให้สเนปหยุดร่ายเวทย์เล่นทันทีเขาเผลอส่งเสียงสงสัยออกมาจากลำคอ 


“ทีวี” แฮรีพูดขึ้น สเนปขมวดคิ้วกับคำที่ถูกเอ่ยมาแค่คำเดียว 


“อะไร ?” 


“เราน่าจะซื้อทีวีมาให้คุณนอนดูหนังบ้าง ทำไมผมคิดไม่ได้มาก่อนนะ ผมจะไม่ปล่อยให้คุณเบื่อเพราะอยู่ในบ้านผมหรอก” 


“แล้วยังไง ?” 


“ผมจัดการเองครับ ผมจะให้เฮอร์ไมโอนีพาไปซื้อทีวีในลอนดอน 


“ทำไมต้องลงทุนไปซื้ออะไรแบบนั้นถึงลอนดอนด้วยแฮรี่ ?” แฮรี่ยืดหลังพิงโซฟาแบบสบาย ๆ คลายเมื่อยพลางตอบกลับ 


“ผมไม่อยากให้คุณรู้สึกว่าอยู่ที่นี่กับผมมันน่าเบื่อ ถ้าหากผมมีโอกาสได้อยู่กับคุณแบบนี้เซเวอรัส ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณมีความสุข ที่ได้อยู่กับผม” สเนปฟังแล้วก็ได้แต่นั่งเงียบไม่ตอบอะไรกลับไป เขาไม่มีอะไรจะพูด ยิ่งเขาจ้องนัยน์ตาสีเขียวมรกตที่ดูจริงจังในความรู้สึกนั้นก็ยิ่งไม่ดีนัก เพราะยังไงเขาก็ต้องกลับไปอยู่ดี กลับไปในช่วงเวลาของแฮรี่เด็กจอมอวดดีวัยเด็ก ที่คงต่างจากคนตรงหน้าเขาลิบลับ แฮรี่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปนานจึงเริ่มคุยเปลี่ยนเรื่องเปลี่ยนบรรยากาศ เขาไม่อยากให้สเนปอึดอัด 


“ว่าแต่เซเวอรัสครับ คุณมาจากช่วงเวลาของผมตอนปีไหนกัน ? ไม่เห็นคุณพูดถึง หรือพูดแล้วผมจำไม่ได้ ?” แฮรี่ถามอย่างไคร่รู้แต่ไม่มากนัก เขาแค่อยากรู้เรื่องราวคนตรงหน้าเขาบ้าง สเนปหยุดนึกชั่วครู่ก่อนจะตอบกลับ 


“ปีสาม ..” สเนปตอบไม่มั่นใจพราะเขามาอยู่ที่นี่จนลืมวันลืมปีหมดแล้ว 


“ปีสาม ?!” แฮรี่เลิกคิ้วมอง “งั้นห้องแห่งความลับก็ถูกเปิดออกแล้วสินะครับ ปีสามก็คง .. ผมนึกว่าคุณจะมาจากช่วงปีสี่ ปีห้าซะอีก ตอนนั้นผมยังเด็กน้อยอยู่เลย” แฮรี่หัวเราะในคำพูดตนเอง 


“เธอมันก็เด็กน้อยทุกปีนั้นล่ะ เด็กจองหองจอมอวดดีอยากมีชื่อเสียงเผ่นผ้านไปทั่ว ชอบแหกกฎไปซะทุกข้อ ถ้าเธออยู่สลิธิรินฉันคงไล่เธอออกซะ” สเนปบ่นยืดยาวเมื่อนึกถึงแฮรี่ในตอนเด็กที่เป็นตัวปัญหาอันดับหนึ่งของฮอกวอตส์ 


“หรือไม่ ถ้าผมอยู่สลิธิรินคุณอาจจะชอบผมเป็นศิษย์โปรดแบบเดรโกก็ได้” แฮรี่พูดพลางเริ่มมาจับจ้องกับเอกสารตรงหน้าต่ออย่างคนน้อยใจ 


“เดรโกเป็นเด็กมีความสามารถ” สเนปเถียง 


“ผมก็มี”  


“เธอมันอวดดีเหมือนพ่อ” 


“ก็ดีกว่าเอาแต่ฟ้องพ่อแบบเดรโก” 


“นี่เธอบังอาจ —“ 


“ผมก็แค่อยากอยู่ในสายตาคุณบ้างเท่านั้นเอง !” แฮรี่พูดขัดขึ้นด้วยระดับเสียงที่ตวาดเล็กน้อย จนทุกอย่างเข้าสู่ความเงียบ  


สเนปจ้องมองคนตรงหน้าอยู่พักนึงในใจเขานึกถึงเรื่องราวในอดีตกับความรู้สึกที่แท้จริงของเขาที่ไม่มีใครรู้ เขาปล่อยให้แฮรี่สงบลงได้ก่อนจะพูดตอบกลับไป ซึ่งมันทำให้แฮรี่ต้องเงยหน้ามองอีกครั้ง 


“เธออยู่ในสายตาฉันเสมอแฮรี่” สเนปพูดอย่างเชื่องช้าอ่อนโยน แฮรี่มองสเนปด้วยสายตาที่สับสนแต่ก็เอ่อล้นไปด้วยความสุข “ถ้าหากเธอสังเกตมันดี ๆ เธอจะรู้ว่าฉันคอยปกป้องเธอมามากมายแค่ไหน ชีวิตฉันมีไว้เพื่อดูแลเธอแฮรี่ ฉันพูดเพราะนี่คืออนาคต ฉันคิดว่าเธอรู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว จาก ตัว ฉันเอง ..”  


ใช่ เขาพูดถูก แฮรี่รู้ เขารู้ทุกอย่าง คำพูดสเนปฝังลึกเข้าไปในจิตใจ ภาพความทรงจำทั้งหลายถูกปลุกขึ้นมาในความคิด เขารู้มาตลอดว่าทุกครั้งที่มีอันตรายมักจะมีสเนปคอยเข้ามาปกป้องเขาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนเขาเผชิญกับรีมัสที่กำลังแปรงร่างเป็นหมาป่าสเนปที่คอยกันพวกเขาให้ห่างจากความอันตราย ตอนหางหนอนที่เขาเข้ามาช่วยแต่แฮรี่กลับเลือกที่จะฟังรีมัสและพ่อทูลหัวของเขา ตอนศาสตราจารย์อัมบริดท์ที่เขาช่วยส่งข่าวให้ดัมเบิลดอร์ หรือแม้กระทั่งวาระสุดท้าย เขาไม่เคยลืมเลยว่ามีช่วงเวลามากมายแค่ไหนที่มีคนตรงหน้าเขาคอยช่วยและดูแล ทุกอย่างมันเป็นเพราะแม่ของเขาแต่ถึงกระนั้น แฮรี่ก็ยังอยู่ในสายตาของสเนปเสมอ 


แฮรี่เผยรอยยิ้มบาง ๆ ขึ้นมาบนใบหน้า เขาบอกไม่ได้ว่ารู้สึกเขินมากแค่ไหนที่ได้ยินอะไรแบบนี้จากสเนป 


“ผมว่าผมไม่อิจฉาเดรโกหรอกนะ เพราะเขาเป็นลูกทูนหัวของคุณ ผมไม่ได้อยากเป็นแค่ลูกทูลหัวหรอก 


“แล้วเธออยากเป็นอะไร” สเนปเอ่ยถามอย่างใคร่รู้  


“ขอคิดดูก่อนนะ ..” แฮรี่ทำท่าทางนึกคิดอย่างล้อเลียน “เป็นคนรักล่ะมั้งครับ ?”  


“ฝันไปเถอะ” สเนปตอบพลางลุกหนีไม่คิดจะโต้เถียงคำใด ๆ ต่อจากที่อีกฝ่ายเริ่มโวยวายไล่หลังเขา 


“ไม่คิดก่อนเหรอครับ ? ลังเลสักนิดก็ได้ เฮ้ คุณทำผมใจเสียนะเนี่ย !” แฮรี่โวยวายเป็นเด็กใส่สเนปที่แกล้งลุกขึ้นทิ้งให้อีกฝ่ายนั่งโวยวายไปอย่างงั้น  


“ทำงานซะ แฮรี่” สเนปพูดไล่หลังโดยไม่หันกลับมา แฮรี่คงไม่ทันได้เห็นหรอกว่าสเนปแอบเผยรอยยิ้มออกมาเล็ก ๆ ลับหลังเขา คนรักงั้นหรือ กล้ามากนะที่พูดออกมาแบบนั้น ช่างไม่มีความละอายเสียจริง 

 

ตกบ่ายสามแฮรี่เตรียมตัวใส่เสื้อโค้ชเพื่อจะเข้าลอนดอนกับเฮอร์ไมโอนี เขาบอกลาสเนปก่อนออกไปแต่สเนปทำเพียงแต่ปัดมือไล่เขาเพียงเท่านั้น เป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มทำอะไรไร้สาระเพื่อสเนปขึ้นทุกวัน ที่เขาหวังจะซื้อทีวีก็เพื่อจะได้นอนดูหนังกับสเนปเท่านั้น เขาอยากมีโมเม้นใกล้ชิดกับคนที่เขารักบ้าง ถึงจะงี่เง่าก็เถอะ แต่แฮรี่จะเก็บความทรงจำทุกอย่าง ทำทุกอย่างก่อนที่อีกฝ่ายจะหายจากเขาไป ตลอดกาล ... 


เมื่อถึงในเมืองลอนดอนแฮรีเดินมาเจอเฮอร์ไมโอนีที่ยืนรอเขาอยู่กำลังโบกมือยิ้มร่าเริงเมื่อเธอเห็นเพื่อนของเธอมาถึงแล้ว ทั้งคู่พากันเข้าไปในห้างห้างหนึ่งในเมืองเพื่อจะพากันเลือกซื้อทีวีดี ๆ สักเครื่อง 


“แปลกจังนะแฮรี่ จู่ ๆ เธออยากได้ทีวีทำไมกัน ?” ระหว่างเดินเพื่อนสาวของเขาเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย แฮรี่ยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะตอบออกไป 


“ก็แค่อยากดูหนังบ้าง วันหยุดฉันเพียบไปหมด” เฮอร์ไมโอนีพยักหน้าเข้าใจก่อนเธอจะเปลี่ยนเรื่อง 


แต่แฮรี่ เธอต้องไม่เชื่อแน่ เมื่อวันก่อนที่ฉันกลับไปบ้านรู้อะไรมั้ย จู่ ๆ รอนก็ลืมเรื่องสองสามวันที่แล้วไปหมด มันจะเป็นไปได้ยังไง ฉันเริ่มวางใจให้เขาอยู่บ้านคนเดียวไม่ได้แล้ว” เธอบ่น 


รอนอาจจะเผลอโดนเวทย์มนต์ตัวเองใส่ก็ได้” แฮรี่ตอบอย่างไม่ใส่ใจรัก สายตาเลื่อนมองดูทีวีมากมายตรงหน้า 


แต่ฉันว่ามันแปลก หรือรอนจะปิดบังอะไรฉันอีกงั้นหรอ นายไม่คิดว่ามันแปลกไปหน่อยเหรอ” เฮอร์ไมโอนีที่ไม่สนใจทีวีกับเพื่อนเธอสักนิดแต่กลับพูดสาธยายเรื่องราวของเธอให้ฟัง 


“ฉันว่ารอนไม่แปลกน่ะสิที่แปลกน่ะ” แฮรี่ยกมือเรียกพนักงานชี้ทีวีติดผนังตัวหนึ่งเพื่อจะซื้อมันกลับไป พนักงานพนักหน้าก่อนจะจัดการเรื่องสินค้า และการจ่ายให้ แต่ระหว่างเดินไปจัดการเพื่อนสาวเขาก็ยังพูดไม่หยุด 


“แต่เธอน่ะสิแฮรี่ คิดยังไงถึงออกมาเจอฉันได้ฉันเห็นเธอขังตัวเองมาตั้งนาน” 


“คงเพราะความสุขเริ่มเข้ามาหาฉันแล้วล่ะมั้งเฮอร์ไมโอนี” แฮรี่ยื่นเงินให้พนักงานก่อนจะขอซื้อเครื่องเล่นดีวีดีร่วมด้วย 


“ระวังนะ ความสุขมักจะมาพร้อมกับดักรู้มั้ย” แฮรี่หัวเราะ 


“เธอพูดเหมือนลูน่าเลย” เมื่อแฮรี่จัดการซื้อของเสร็จสรรพ จริง ๆ เขาไม่ต้องชวนเฮอร์ไมโอนีมาด้วยก็ได้เพราะดูเหมือนเธอจะไม่ได้ช่วยเขาเลือกเลยสักนิด 


แฮรี่เดินมาเลือกซื้อแผ่นหนังมากมายกลับไปด้วย เขาเริ่มเอ่ยปากถามเพื่อนที่มาเป็นเพื่อนเขาบ้าง 


“สมมตินะเฮอร์ไมโอนี” เขาหยุดยืนมองเพื่อนของเขา “ถ้าเธอรู้ว่าคนที่เธอรักกำลังจะหายไป เธอจะทำยังไง คือ แบบว่า อยู่ด้วยกันน่ะ” เฮอร์ไมโอนีทำหน้าตกใจทันที 


“รอนจะหายไปเหรอ ?!”  


“ไม่ ! ฉันหมายถึง สมมติน่ะ” เธออ่อขึ้นมาในใจแต่ก็ยังไม่เข้าใจนักว่าแฮรี่หมายถึงใครแต่เธอก็ตอบกลับมาอย่างจริงจัง 


“ฉันคงจะทำทุกอย่างให้ได้มากที่สุด และจะอยู่กับเขาทุกวินาทีจนกว่าเขาจะจากไป ไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้วนี่คงจะทำทุกอย่างที่ฉันคิดว่าจะไม่มีวันได้ทำอีกแล้ว” แฮรี่พยักหน้า 


“ขอบใจ” แฮรี่ตอบและเธอยิ้ม ทั้งคู่เดินกลับออกมาพลางพูดคุยเรื่องราวทั่วไปอย่างเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันมานานนัก ก่อนจะแวะดื่มกาแฟสักแก้วก่อนกลับ 


เป็นเวลาห้าโมงแล้ว ทั้งคู่แยกย้ายกันก่อนจะกลับมาที่บ้านแฮรี่เปิดประตูเข้ามาพลางใช้เวทย์มนต์ยกกล่องต่าง ๆ เข้ามาด้วย สเนปเดินผ่านพอดีจึงหยุดมองกล่องสองกล่องกับถุงมากมายอย่างแปลกใจ 


ดูเหมือนเธอจะรวยนะ มิสเตอร์พอตเตอร์” เขาพูดเย้ยหยัน แต่แฮรี่ยักไหล่ไม่แยแส 


“ผมเลี้ยงคุณได้ทั้งชีวิตแล้วกันครับ” 


“เฮอะ” เขาพ่นลมหายใจใส่ก่อนจะเดินหนีไปนั่งเล่น แฮรี่ใช้เวทย์มนต์แกะกล่องและร่ายให้ทีวีลอยเข้าห้องนอนสเนปไปติดตั้งบนผนังตรงข้ามเตียงของอีกฝ่าย ติดตั้งชุดอุปกรณ์เครื่องเล่นต่าง ๆ สเนปได้แต่ขมวดคิ้วมอง 


“ทำไมต้องห้องฉัน”  


“เพราะผมซื้อมาให้คุณ” เมื่อจัดการเสร็จสรรพ แฮรี่จึงหยิบหนังเรื่องต่าง ๆ ออกมาให้สเนปดู “เราจะดูเรื่องไหนดีครับคืนนี้ ? คุณชอบแนวไหน ?” 


“อุปกรณ์ของพวกมักเกิ้ล หนังของพวกมักเกิ้ล ฉันไม่เข้าใจว่ามันจะทำให้รู้สึกหายเบื่อได้ยังไง” สเนปยกยิ้มเล็กน้อยแบบคนดูถูก แฮรี่ที่ฟังดังนั้นจึงเลือกหนังแอคชั่นเรื่องนึงขึ้นมาแบบไม่สนใจคำดูถูกนั้นสักนิดก่อนจะเข้าห้องนอนสเนปไป ทำเอาสเนปทำตัวไม่ถูกจึงรีบตามเข้าไปทันที 


“นั้นเธอจะทำอะไรในห้องฉันแฮรี่ !” เมื่อสเนปเข้าไปเขาก็พบว่าอีกฝ่ายเปิดแผ่นหนังเรียบร้อยแล้วก่อนจะเดินมาล้มตัวลงนอนเตียงของเขาอย่างสบายใจเหมือนเป็นเตียงของตัวเอง สเนปเดินเข้าไปห้ามปราม 


“ลุกออกมาจากเตียงฉันเดี๋ยวนี้ !”  


“มาเถอะน่า หนังเรื่องนี้สนุกนะ ดายฮาร์** ภาคแรกตัวร้ายเท่สุด ๆ เลยล่ะครับ” พูดจบแฮรี่ก็จัดการดึงแขนอีกฝ่ายมานอนลงด้วยกันทันที ส่งผลให้สเนปตั้งหลักไม่ทันล้มลงนอนอย่างเก้ ๆ กัง ๆ บนเตียงแฮรี่ทันที แต่ก่อนแฮร์รี่จะได้ทำอะไรหรือรู้สึกอะไร สเนปรีบจัดท่าทางการนอนให้ปกติสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงปิดประตูและไฟด้วยเวทย์มนต์ของอีกฝ่าย เขาหันมามองอย่างฉงนใจเล็ก ๆ แฮรี่จึงต้องพูดขึ้น 


“เวลาดูหนัง แบบนี้มันจะได้บรรยากาศกว่าน่ะครับ” ก่อนจะเกิดเสียงดังป๊อป ! ปรากฏป๊อปคอร์นขึ้นมาหนึ่งถัง “และต้องมีป๊อปคอร์นด้วย เดตสองเราเป็นไงครับ” 


“ไร้สาระ” เขาพูดแต่ก็ไม่ได้เต็มไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นเคย แฮรี่หัวเราะน้อย ๆ ก่อนทั้งคู่จะจมเข้าสู่หนังอย่างจริงจัง หนังดำเนินไปตามเนื้อเรื่องเรื่อย ๆ สเนปที่เหมือนจะตั้งใจดูเป็นพิเศษ เหมือนดั่งคนที่ใช้ความคิดระหว่างดูหนังไปด้วยอดทำให้แฮรี่รู้สึกหัวเราะในใจไม่ได้ที่คนข้าง ๆ เขาเริ่มชอบมันแล้วทั้งที่ตอนแรกปัดเขานักหนา 


“ฮานเป็นคนฉลาด” สเนปกล่าวขึ้นกลางหนัง 


“ผมว่าเขาก็แค่โจรกระจอกมากกว่า” แฮรีเถียง 


สเนปเหล่มองเล็กน้อยก่อนจะดูต่อ แฮรี่ที่ดูไปสักพักก็เนียนขยับตัวชิดอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งตัวติดกันแน่น เขาเห็นว่าสเนปดูเหมือนจะไม่รู้ตัว แฮรี่จึงเนียนยกมือขึ้นทำท่าจะโอบไหล่แต่ก็ถูกขัดขึ้นมาก่อน 


“หยุดหลอกแตะตัวฉันสักทีแฮรี่” สเนปพูดอย่างที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่จอ แฮรี่ยิ้มเจื่อน อีกฝ่ายรู้ทันเขาซะแล้ว เขาถอนหายใจก่อนจะหันมามองสเนปที่ตั้งใจดูหนังอย่างใจจดใจจ่อ เขารู้สึกว่าภาพแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ภายในห้องที่แสนมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากจอทีวีที่ส่องกระทบกับใบหน้าแสนจริงจังนั้น กับนัยน์ตาสีดำที่สะท้อนภาพต่าง ๆ ในหนัง แฮรี่เริ่มไม่สนใจหนังเสียแล้ว เขาจ้องมองใบหน้านั้นยาวนานจนละสายตาไปไม่ได้ จนกระทั่งหนังใกล้จบ สเนปหันหน้ามาหาแฮรี่เพียงเพื่อจะพูดถึงฉากจบ แต่เขากลับพบใบหน้าอีกฝ่ายที่กำลังจับจ้องมาที่เขาอยู่ก่อนแล้วบวกกับระยะห่างที่ใกล้แสนใกล้ เป็นอีกครั้งที่เขาได้สบตากัน แต่ครั้งนี้แฮรี่พาลนึกถึงเรื่องที่สเนปอาจจะต้องหายไปจากเขาได้ทุกเมื่อเมื่อหินถูกทำลาย เขานึกถึงคำพูดเฮอร์ไมโอนี เขานึกถึงสิ่งต่าง ๆ มากมาย สเนปที่เริ่มไม่เข้าใจสายตาของแฮรี่และใช่ เขาอยากจะเข้าใจเหลือเกิน เหตุใดทำไมแฮรี่ถึงชอบมองเขาด้วยสายตาเช่นนี้นักมันเป็นความคิดที่ไม่ดีเลยแต่ความเผลอตัวทำให้สเนปเผลอเอ่ยร่ายเวทย์มนต์หนึ่งออกมา  


เลจิลิเมนส์ ..” ในทันใด สายตาและจิตใจของแฮรี่ที่กำลังจมดิ่งไร้เวทย์ป้องกันใดใด ทำให้ภาพทั้งหมดในความทรงจำของแฮรี่ถูกฉายขึ้นภายในดวงตาของสเนปโดยทันที มันคือคาถาพินิจใจ ภาพที่เขาหวังจะได้เห็นกลับไม่เป็นอย่างที่หวัง ภาพที่เขาคิดไว้ว่าจะเป็นความรู้สึกของแฮรี่ในตอนนี้กลับกลายเป็นความทรงจำในอดีตที่แสนโหดร้าย เหตุการณ์สงครามโลกกับโวลเดอมอร์ถูกฉาย ภาพแสงสีเขียวสว่างวาบที่คอยพิฆาตผู้คนมากมาย เพื่อนพ้องที่ร่วมเดินทางและต่อสู้ภายในปราสาท ภาพของงูนากินีที่ถูกเชือดทิ้งโดยดาบกริฟฟินดอร์ ตัดกลายเป็นภาพของศพไร้วิญญาณของรีมัส ท็องและฝาแฝดวีสลีย์ สลับภาพกลายเป็นศพของเขา ...ที่ถูกงูนากินีที่ถูกเชือดก่อนหน้านี้ฉกเข้าที่ลำคอมันเป็นภาพที่ทำให้สเนปหายใจถี่ด้วยความหวาดกลัวเขาเห็นตัวเองสิ้นบมหายใจก่อนหมอกมากมายจะเข้าปกคลุมแปรเปลี่ยนเป็นภาพที่แฮรี่เข้ามารับน้ำตาสุดท้ายของเขาก่อนตาย มองตาฉัน เสียงของสเนปดังในโสตประสาทตน ก่อนหมอกจะแปรเปลี่ยนภาพต่าง ๆ กลายเป็นความทรงจำที่ที่เรียบง่าย แฮรี่คอยจ้องมองเขาเสมอในยามที่เขาไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่เขาเดินผ่าน ทุกครั้งที่เขานั่งรับประทานอาหารหรือสอน แฮรี่ไม่เคยละสายตานั้น ก่อนภาพภาพหนึ่งที่บาดใจเขากลับมาฉายซ้ำ เสียงแฮรี่ดังขึ้นอีกครั้ง ทำไมคุณไม่บอกพวกเขาล่ะว่าใครฆ่าศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ บอกพวกเขาสิว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น! ภาพในยามที่แฮรี่แอบบุกเข้าปราสาทฮอกวอตส์ในขณะที่เขาเป็นอาจารย์ใหญ่หลังจากฆ่าดัมเบิลดอร์ สายตาผิดหวังถูกส่งจากแฮรี่มาสู่เขา มันสร้างความสะเทือนใจต่อสเนปมากมายนักเขาไม่ได้อยากให้คนตรงหน้าผิดหวังเขาเข่นนี้ เขาไม่ได้อยากถูกไล่ออกมาจากฮอกวอสต์แบบนี้เลย ก่อนภาพสุดท้ายจะแปรเปลี่ยนเป็นควันหมอกอีกครั้งและปรากฏขึ้นเป็นภาพชายหนุ่มที่โตขึ้นด้วยวัยปัจจุบันของแฮรี่นอนร้องไห้อย่างคนสิ้นใจ ทำไมแฮรี่ถึงร้องไห้ เขาคิด และเสียงเรียกของแฮรี่ก็ทให้เขาเข้าใจ มันคือชื่อของเขาเอง แฮรี่ร้องไห้เรียกหาเขา เขาตายแล้ว ..ก่อนภาพที่แฮรี่ขอพรจากหินจะปรากฏ เขาถูกแรงกระชากหลุดออกมาจากความทรงจำพร้อมมองเห็นสิ่งสิ่งหนึ่ง มันคือความเป็นจริง แฮรี่มีน้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบ ๆ ทำให้สเนปชะงักไป เขาทำอะไรไม่ถูก ภาพทุกอย่างและการเผลอใช้คาถาพินิจใจกับอีกฝ่ายมันดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เขาไม่น่าทำเลยสักนิด 


“นั้น มัน เรื่องส่วนตัวผม” แฮรี่กัดฟันพูดทั้งน้ำตา เขาข่มอารมณ์ทั้งหมดไว้หลังจากที่รู้ว่าอีกฝ่ายเห็นอะไรจากเขามากมายแค่ไหน แฮรี่รู้ตัวเองดีว่าเขาไม่เก่งการสกัดใจแม้แต่น้อย จากการที่เขาฝึกมาจากสเนปและสู้กับจอมมาร เขาไม่เคยทำได้ดีเลย แต่อีกฝ่ายกลับล่วงรู้ทุกสิ่งจากตัวเขาหมดสิ้น โดยที่แฮรี่ไม่ได้พูดอะไรออกมา .. 


“แฮรี่ ฉันขอโทษ ..” แฮรี่ลุกหนีขึ้นจากเตียง เขายืนปาดน้ำตาก่อนจะหันมามองสเนป 


“คุณ ไม่ควรมายุ่ง ไม่ควรมาพินิจใจของผม!! คุณไม่มีสิทธิ์อะไรมารู้เรื่องพวกนี้ผมบอกคุณไปแล้ว เรื่องอนาคตนี่!!” เขาตวาดลั่นอย่างอดไม่ถูก สเนปได้เพียงแค่พูดตอบอย่างรู้สึกผิด 


“ฉันเพียงแค่อยากเข้าใจความรู้ของเธอแฮรี่” 


“เหรอครับเซเวอรัส” แฮรี่จ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง “งั้นคุณก็คงรู้แล้ว” สเนปพยักหน้าช้า ๆ ใช่ เขารู้ รู้แม้กระทั่งความรักที่แฮรี่มีต่อเขาว่ามันมากมายเพียงใด แฮรี่หัวเราะเย้ยหยันตัวเองเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ 


“ผม ผมปล่อยคุณไปไม่ได้เซเวอรัส ผมทำไม่ได้ ไม่มีวัน.. “ แฮรี่พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอน หัวใจเขาแตกสลาย ไอเวทย์มนต์เริ่มแผ่ขยายออกจากตัวแฮรี่สเนปรู้สึกได้ มันแผ่ออกไปเป็นไอเวทย์มนต์มหาศาล ก่อให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มน่ากลัว เสียงดังปึงปังด้านนอกที่เดาได้ว่า ประตูหน้าต่างถูกปิดล็อกทั้งห้อง สเนปสะดุ้งกับเสียงกระแทกต่าง ๆ ภายในบ้าน ก่อนจะรีบลุกขึ้นมาจับแขนทั้งสองข้างของแฮรี่เอาไว้ 


“แฮรี่ ฟังฉัน ใจเย็น ๆ เธอกำลังควบคุมตัวเองไม่อยู่ ได้โปรด” สเนปพูดปลอบอีกฝ่ายเพื่อให้พลังเวทย์มนต์ที่แผ่ขยายออกมาลดจางลงแต่ไม่เป็นผล 


“คุณจะอยู่กับผมที่นี่ตลอดไปเซเวอรัส” ใบหน้านิ่งสนิทของแฮรี่ยังคงสร้างความหวาดกลัวต่อสเนป เขาตัดสินใจสวมกอดร่างตรงหน้าเขาไว้อย่างแนบแน่น น้ำตาเริ่มคลอออกมาด้วยความเป็นห่วงเขาเอ่ยขอร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า 


“แฮรี่ ได้โปรดแฮรี่ อย่าเป็นแบบนี้ ฉันอยู่กับเธอแล้ว ฉันอยู่ตรงนี้ แฮรี่ ได้โปรด ถ้าหากเธอรักฉัน โปรดอย่าทำแบบนี้” เขาพูดซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งแฮรี่ได้ยินประโยคสุดท้าย เขาใจเย็นลงก่อนจะรู้ตัวว่าเขาทำอะไรลงไป ทุกอย่างกลับมาสงบอีกครั้ง ไอเวทย์มนต์ถูกพัดหายไปเมื่อแววตาแฮรี่กลับมาเป็นประกายเช่นเดิม แฮรี่พบว่าเขาถูกกอดแน่นเมื่อรู้ตัวเช่นนั้น เขาจึงยกมือกอดตอบสเนปด้วยเช่นกัน ความรู้สึกเจ็บปวดมากมายจากการที่เขาเผชิญกับความทรงจำที่สเนปเห็น ความณุ้สึกเจ็บปวดที่อีกฝ่ายรู้ความจริง .. 


“ผมขอโทษ ผมรักคุณเซเวอรัส ผมรักคุณเกินกว่าจะปล่อยให้คุณหายไป” เสียงสะอื้นดังขึ้น สเนปได้เพียงแต่กอดปลอบอยู่แบบนั้น เขาสับสน เขาไม่รู้ว่าควรทำยังไง โลกนี้ของแฮรี่เขาได้ตายจากไปแล้ว และเขาต้องกลับไปอดีตเพื่อไม่ให้กาลเวลาแปรเปลี่ยน สเนปรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้เพียงแต่ตอนนี้ เขากลับปล่อยให้แฮรี่อยู่คนเดียวไม่ได้เช่นกัน ทุกอย่างดูไม่เป็นทิศทาง เขาอาจต้องทำตัวไม่น่าเชื่อถืออยู่เสมอในวินาทีสุดท้าย แต่ใครจะรู้ว่าความจริงแล้วทุกการกระทำของเขา มันคือความหวังดีทั้งหมดของสเนป .. 


“ฉันยังอยู่ตรงนี้กับเธอเสมอแฮรี่ ตลอดกาล .. 

 

 

 

------------------------------------------------------------------------------


** สำหรับเรื่องดายฮาร์ดภาคแรกไรต์ตั้งใจค่ะ มันคือเรื่องที่สเนปหรือ อลัน ริคแมนเล่นเป็นฮาน กรูเบอร์ ตัวร้ายในเรื่องนั้นเอง หล่อมากกกกกกกก ถ้าใครดูแล้วจะหลงรักความหล่อและมีหนวดเคราของสเนปทันที (?)


ตอนนี้ไรต์มาต่อซึ่งยาวกว่าเดิมเพราะแต่งมันส์มือในท้าย ๆ มากค่ะ พยายามให้ดราม่าซึ่งได้ผลมั้ยไม่แน่ใจแต่ในใจไรต์ขุ่นมัวตามเพราะเปิดเพลงคลอบิ้วอารมณ์ตอนแต่งด้วย 555555 


สำหรับคนที่สงสัยตอนจบจะ bad end มั้ย ไรต์คงไม่ใจร้ายแบบนั้นแต่ก็ คาดเดากันต่อไป ส่วนความเนิบนาบของเนื้อเรื่องขึ้นอยู่กับจินตนาการของไรต์ด้วยเช่นกันว่าตันหรือไหลลื่น ฮ่าาาาา


ไรต์พึ่งสอบเสร็จด้วยบวกกับทำงานจึงมาลงช้าหน่อย เจอกันตอนหน้านะคะ !


สุดท้ายนี้ฝากเม้นกันด้วยน้าาาา มีน้อยที่ติดตามแต่ไรต์ก็ดีใจที่มีคนสนใจ TT'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #220 hoshijung (@fatin-creammy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 19:40
    Alway กรี๊ดสเนปยกคำนั้นให้แฮร์รี่
    #220
    0
  2. #191 inthach onyy (@nooksingmen) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 01:49

    ดายฮาท555 หนังดังของป๋าตลอดกาล

    #191
    0
  3. #144 Thacai Thachar (@nattachar-gp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 23:20
    อ่านปุ๊บ ดรายฮาร์ท ลั่น ลั่นมากกก #ทุกวันนี้ยังคิดถึงป๋า
    #144
    0
  4. #118 chonnikarn043 (@chonnikarn043) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 18:32
    ร้องไห้ตาม
    #118
    0
  5. #101 BabyFish2547 (@lookpa2547) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 01:56
    ขอจบแบบแฮปปี้เเอนดิ้งนะค่ะ ฮือ ToT
    #101
    0
  6. #42 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 10:21
    TTสนุก!!!!
    #42
    0
  7. #41 Flutter (@Flutter) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 08:26
    น้ำตาคลอเลยอะ
    #41
    0
  8. #40 Yanikajitklang (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 02:28
    อ่านตอนนี้ละน้ำตาคลอ โง้ยยยย ไรท์รีบๆมาต่อนะคะ
    #40
    0