Fic Harry Potter [HP/SS] - A New Way of Life

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 - ความปรารถนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    28 ก.พ. 61

บทที่ 2 ความปรารถนา



แฮรี่รู้สึกแปลกใจนักที่ศาสตราจารย์สเนปจะสามารถทำให้บ้านของเขากลายเป็นบ้านของตัวเองได้ง่าย ๆ ในเวลาอันสั้นนี้ ผ่านไปแค่สามวัน แต่กลับมีของใช้มากมายที่สเนปสั่งให้แฮรี่ไปหามาให้เขา มันไม่ใช่เพียงแค่ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นต้องมีเพียงเท่านั้น แต่กลับมีโต๊ะ มีเครื่องปรุงยา ส่วนผสมต่าง ๆ พืชพรรณเล็ก ๆ รวมไปถึงชั้นวางขวดยามากมายที่มียาวางเรียงรายอยู่ แฮรี่ปฏิเสธไม่ได้ว่าของมากมายของศาสตราจารย์นั้นทำให้เขารู้สึกอบอุ่นมากแค่ไหน เพราะตอนนี้แฮรี่ตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีอีกคนที่ตัวแฮรี่เองเฝ้ารอคอยและคิดถึงอยู่ทุกวินาทีว่าอยากจะเจอมากแค่ไหน แต่ตอนนี้ เราอยู่ด้วยกันแล้ว ! หากนี่ไม่ได้ฝันไปจริง ๆ ล่ะก็ ยอมรับเลยว่าผมไม่อยากหาทางให้ศาสตราจารย์กลับอดีตได้ง่าย ๆ หรอก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่คิดแบบนั้นเลย 

“ให้ตายสิ ศาสตราจารย์ครับ นี่คุณไม่คิดจะไปนอนพักผ่อนเลยหรือไง ผมดูเหมือนแม่บ้านส่วนตัวคุณมากกว่าเจ้าของบ้านซะแล้ว” แฮรี่แกล้งบ่นด้วยความรู้สึกที่แปลกใจเหลือเกินว่าทำไมศาสตราจารย์ถึงเอาแต่อ่านหนังสือมากมาย ปรุงยาอีกหลายขวดและตอนนี้ยังพยายามร่ายคาถาต่าง ๆ ใส่ตัวเองอีก นี่ถ้าจู่ ๆ คาถาที่สเนปร่ายนั้นเผลอทำให้กลายเป็นหนู หรือต้นเมนเดรกขึ้นมาล่ะก็ ผมคงจะเป็นคนแรกที่เอ่ยปากชมเขาเลยว่า โอ้ ! คุณมันอัจฉริยะ คุ้มค่าที่สุดเลยกับการฝึกสามวันสองคืนของคุณ แต่ก่อนความคิดนั้นจะทำให้แฮรี่เผลอหลุดขำออกมาก็ต้องรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มเสแสร้งใส่ทันทีที่เห็นสเนปหันขวับมามองเขา 

แม่บ้านส่วนตัวงั้นหรือ ? เธอคงจะตระหนักนะว่าฉันไม่ได้อยากจะอยู่ที่นี่สักเท่าไหร่ ถ้าหากไม่เร่งรีบหาวิธีกลับเวลาของฉันล่ะก็ มันคงจะแย่มากที่จะต้องอยู่บ้านเดียวกันกับเธอ และฉันก็ช่วยเธอทำความสะอาดห้องแล้วระหว่างที่เธอไม่อยู่ พอตเตอร์” โอ้ ใช่ มันสะอาดมากเลย แฮรี่คิด แน่ล่ะเขากลับมาบ้านทีไรก็เห็นส่วนผสมปรุงยาเรี่ยราดทุกที คงจะทำความสะอาดและเริ่มปรุงยาต่อทันทีล่ะสิ มันถึงได้เลอะเทอะเหมือนเดิมแบบนี้ ไม่หลับไม่นอน ไม่หัดรู้จักนอนกินขนมบ้างนะ ? นี่เขาเคยทำตัวเรื่อยเปื่อยบ้างหรือเปล่า รู้มั้ยว่าการทำตัวเรื่อยเปื่อยบ้างมันก็ทำให้ชีวิตสุขสบายเหมือนกัน 

“โอ้ แต่ผมซักผ้าของผม และของคุณด้วย ของคุณด้วย” แฮรี่ย้ำอย่างหนักแน่น “ผมทำกับข้าวให้คุณกินทุกมื้อ ล้างจาน และทำความสะอาดบ้านใหม่ทุกครั้งที่คุณเริ่มทำรกอีกแล้ว นี่บางทีจากที่พูด ๆ มาเหมือนผมจะเป็นศรีภรรยาแสนดีของคุณมากกว่าแม่บ้านแล้วนะ” คำพูดหยอกล้อด้วยสีหน้าจริงจังของแฮรี่นั้นทำเอาสเนปหยุดชะงักกับสิ่งที่ทำอยู่ทันทีและเดินตรงมายืนต่อหน้าแฮรี่ด้วยระยะประชิดอย่างรวดเร็ว ทำเอาแฮรี่เผลอก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ 

“ต้องการอะไร พอตเตอร์” สเนปยืนมองพอตเตอร์ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์และสายตาที่เย็นชาทำเอาแฮรี่รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่เล่นแฮะ แฮรี่คิดในใจ 

“ผมแค่ ..อยากให้คุณพักผ่อนบ้าง ผมไม่เกี่ยงหรอกถ้าให้ทำอะไรเพื่อคุณ หรือดูแลทุก ๆ อย่างของคุณ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณอยู่แล้วครับศาสตราจารย์ แต่ผมแค่เป็นห่วงคุณเท่านั้นเอง” น้ำเสียงที่แผ่วเบาและเอื้อนเอ่ยอย่างช้า ๆ เหมือนอย่างคนกลัวว่าลมหายใจของเขาจะไปกระทบอีกฝ่าย และคำพูดเหล่านั้นก็ทำให้สเนปสงบลง นัยน์ตาที่ฉายแววถึงอารมณ์ที่ยากจะคาดเดาจนแฮรี่อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า 

“งั้นฉันจะไปนอน” สเนปหันหลังและเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของเขาทันที ทำเอาแฮรี่รู้สึกตามไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ สรุปอีกฝ่ายยอมรับคำเป็นห่วงของเขางั้นเหรอ ? ก่อนจะคิดอะไรมากมายไปกว่านี้ แฮรี่ก็เดินไปทำงานบ้านของตัวเองทันทีเพราะตอนนี้มันรกอีกแล้วจากการที่สเนปพึ่งทำงานไปเมื่อสักครู่ 

 

ภายในห้องนอนที่เงียบสงบ สเนปที่ดูเหมือนจะเหนื่อยล้ายิ่งนักแต่เขากลับไม่หลับตาลงนอนในทันทีที่หัวถึงหมอน เขานอนแน่นิ่งเหมอมองเพดานอย่างคนใช้ความคิด ตั้งแต่ที่มาอยู่ที่นี่ไม่ใช่ว่าเขารู้สึกเฉย ๆ กับแฮรี่หรอกนะ แต่กลับรู้สึกแปลกประหลาด นั้นแฮรี่คนเดียวกับแฮรี่จอมอวดดีในอดีตแน่ ๆ แต่แล้วทำไมถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ เพราะโตขึ้นงั้นหรือ ความอวดดี ไม่แยแสต่อสิ่งรอบข้าง และเกลียดชังต่อตัวเขานั้นหายไปจนหมด เขาสัมผัสได้ การที่แฮรี่ตอนยังเด็กเกลียดชังเขามากมายขนาดนั้น จนทำให้รู้สึกว่าไม่มีวันที่ตัวแฮรี่จะมารู้สึกสมาคมกับเขาได้ แต่มีอะไรเกิดขึ้นกันถึงได้เปลี่ยนความเกลียดชังนั้นมาเป็นความรู้สึกผูกมิตร คำพูดเมื่อสักครู่ของอีกฝ่ายนั้นมันไม่ได้เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาแต่อย่างใดแต่เขาเลือกที่จะทำเป็นเมินมันไป ความจริงแล้วมันทำให้สเนปรู้สึกใจอ่อนเสียมากกว่าว่าในชีวิตนี้ยังไม่ีใครเป็นห่วงเขาแบบนี้มาก่อน นอกเสียจากศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ คงอีกนานกว่าจะชินกับแฮรี่ในตอนนี้ได้ แต่กว่าที่สเนปจะได้คิดอะไรอีกมากมาย เขาก็ผล็อยหลับไปก่อนเสียแล้ว 

ในเช้าวันถัดมา ปกติแล้วแฮรี่มักจะใช้เวลาหลังมื้ออาหารไปกับการอ่านหนังสือภายในห้องนั่งเล่น แต่ตอนนี้เขากลับเอาแต่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนโชฟาตัวเล็ก จับหนังสือที่ถูกปิดและวางเอาไว้ที่หน้าท้อง สายตาจับจ้องอยู่ที่คนตรงหน้าที่กำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับกาลเวลาอยู่ เมื่อเซเวอรัสรู้สึกได้ถึงสายตาของแฮรี่จึงอดไม่ได้ที่จะหยุดอ่านหนังสือและเงยหน้าขึ้นมองด้วยความรำคาญใจ 

“มีอะไรคุณพอตเตอร์” แฮรี่หลุดจากภวังค์ทันทีที่ถูกเรียก ทำหน้าเหลอหลาใส่ก่อนจะนึกคำพูดที่ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรออกไปดี 

“อะ เอ่อ ..เปล่าครับ ผมแค่ แค่ เหมอนิดหน่อยน่ะ ไม่มีอะไร” สเนปมองแฮรี่ด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออกนัก ก่อนจะปิดหนังสือวางลงที่หน้าตักทันที 

“ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่าเธอทำงานอะไร ฉันเห็นเธอออกจากบ้านไม่เป็นเวลานักในทุก ๆ วัน แต่ก็นานพอสมควรในแต่ละครั้ง จนฉันเริ่มคิดว่านั้นอาจจะไม่ใช่การออกไปทำงาน” แฮรี่หลุดหัวเราะออกมาแต่ก็รีบตอบอีกฝ่ายทันทีก่อนที่จะถูกดุด้วยสายตานั้น 

แน่นอนครับ ใช่ ผมไปทำงานน่ะ แต่ผมไม่บอกหรอกนะว่างานอะไร เพราะมันก็คือข้อมูลในอนาคตส่วนนึงเหมือนกัน คุณไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ นอกจากว่าคุณจะอยากอยู่ที่นี่กับผมตลอดไปแล้วบอกจะบอก” เขายิ้มสดใสที่สุดเท่าที่คิดได้หลังจากที่พูดจบ สเนปจ้องมองรอยยิ้มนั้นก่อนเบือนหน้าหนีอย่างไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก 

“ฝันไปเถอะ”  

แต่ก่อนที่จะได้พูดคุยไปมากกว่านี้ ก็เกิดเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากหน้าบ้านซึ่งแฮรี่จากที่ยิ้มกว้างอยู่รีบเปลี่ยนเป็นหน้าถอดสีทันที หันมองด้านที่มีประตูบ้านอยู่สลับกับสเนปอย่างร้อนใจ สเนปมีท่าทีงง ๆ กับความตื่นตระหนกนั้นทำได้แต่ขมวดคิ้วมองก่อนจะรู้สึกได้ถึงแรงฉุดขึ้นจากโชฟาอย่างรวดเร็ว แฮรี่รีบดึงอีกฝ่ายขึ้นมาและลากไปยังห้องนอนสเนป ไม่สนใจท่าทีที่กำลังเก้ ๆ กัง ๆ แม้แต่น้อย 

“เร็วเข้า ! ถ้ามีใครเห็นคุณจะแย่เอานะ” แฮรี่พูดก่อนจะเปิดประตูและพยายามส่งสายตาบ่งบอกว่าให้เดินเข้าห้องไปได้แล้ว สเนปมีท่าทีไม่พอใจนักที่เขาถูกสั่งให้ทำอะไรแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดีอย่างช่วยไม่ได้ “อย่าออกมานะครับ จะให้ใครเห็นคุณไม่ได้เด็ดขาด และห้ามส่งเสียง ทำเหมือนไม่มีคนอยู่ในห้องนี้เลย เข้าใจผมใช่มั้ย” เมื่อแฮรี่พูดสั่งสเนปยืดยาว ยิ่งทำให้เขาไม่พอใจมากกว่าเดิม 

“เข้าใจแล้วพอตเตอร์ ไปสักที” ก่อนที่แฮรี่จะพูดอะไร สเนปก็ปิดประตูใส่หน้าเขาอย่างจัง อดนึกในใจไม่ได้ นี่เขาจะทำตัวดี ๆ กับเราบ้างไม่ได้เลยหรือไงนะ เมื่อปล่อยความคิดนั้นให้ผ่านไป แฮรี่รีบวิ่งมาที่ประตูทันที เพราะเสียงเคาะยังดังไม่หยุดหย่อนเหมือนกับว่าจะพังประตูให้ล้มลงมาให้ได้ด้วยแรงเคาะนั่น แต่เมื่อเขาเปิดประตูออกมา ก็ทำเอาใจที่กระวนกระวายอยู่นั้นเบาลงขึ้น ‘นิดนึง’ ใช่ แค่นิดเดียวจริง ๆ 

“แฮรี่” อีกฝ่ายทักทายด้วยน้ำเสียงแปลกใจ “นายไปทำอะไรมา ทำไมดูรีบร้อนแบบนั้นล่ะ”  

“เอ่อ ..คือฉันแค่กำลังทำอะไรอยู่นิดหน่อย ว่าแต่นายมาทำอะไรที่นี่เดรโก” อีกฝ่ายที่มาเคาะประตูบ้านเขาอย่างเอาเป็นเอาตายคือเดรโกเพื่อนรักคนที่สามนั้นเอง ฟังไม่ผิดหรอก เพื่อนรัก จริง ๆ เมื่อจบสงครามกับจอมมารในช่วงแรก ๆ นั้นเดรโกไม่ค่อยสุงสิงกับแฮรี่อย่างเดิมเพราะทิฐิที่ไม่อาจทิ้งว่าเกลียดเขามากแค่ไหน และความรู้สึกละอายใจในหลาย ๆ เรื่อง แต่เมื่อพวกเขาสองคนได้ถูกให้มาทำงานร่วมกันจึงทำให้เริ่มที่จะสนิทกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเทียบเท่ารอน กับเฮอร์ไมโอนีเลยทีเดียว (ถึงแรก ๆ ที่ทำงานด้วยกันจะเถียงกันจะเป็นจะตายก็เถอะ)  

“ให้ฉันเข้าไปได้หรือเปล่า” คำตอบนั้นทำเอาแฮรี่รู้สึกใจคอไม่ดีนักเมื่อรู้ว่าภายในบ้านของตนเองเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดไหน เดรโกฉลาด เขาดูออกแน่แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธเขาไม่ให้เข้ามาในบ้านได้  

“อ่อ เชิญ เชิญเลย เข้าไปนั่งด้านในก่อน เดี๋ยวฉันจะชงชาให้ หรือนายจะเอากาแฟดี ?” เขาเชิญชวนก่อนจะปิดประตูเมื่อเดรโกเข้ามาพร้อมกับวางเสื้อโค้ชของเขาที่ราว แล้วเดินเข้ามาภายในบ้านด้วยสายตาที่มองไปรอบ ๆ อย่างคนไม่เคยมาที่นี่มาก่อน “กาแฟ ขอกาแฟ” เดรโกเอ่ย แฮรี่พยักหน้ารับและไปชงกาแฟให้ทันที เพื่อนรักของเขายังคงงง ๆ กับข้าวของภายในบ้านที่ดูเหมือนจะเยอะขึ้นกว่าครั้งที่แล้วที่เขามาอย่างน่าแปลกใจ เมื่อแฮรี่เดินเข้ามาพร้อมวางแก้วกาแฟไว้ที่โต๊ะรับแขก เดรโกกลับเอ่ยถามขึ้นมาทันที 

“นี่แฮรี่ ฉันว่านายหางานอดิเรกให้ตัวเองเยอะไปหรือเปล่า ดูนี่สิ นี่อะไรเนี่ย” เดรโก มองชั้นวางยาอย่างสนอกสนใจ “อย่าบอกนะว่านายยังไม่ลืมศาสต-“ 

“ไม่ !!!!!” แฮรี่รีบตะโกนขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าเดรโกจะพูดอะไรต่อจากนั้น เขากลัวว่าคำที่ออกมาจะทำให้คนที่อยู่ภายในห้องนอนใกล้ ๆ นี้จะได้ยินเข้า จึงเผลอตะโกนออกมาเพื่อหวังจะกลบเกลื่อน อีกฝ่ายสะดุ้งตกใจและได้ผล เขาหยุดพูดทันที  

“เป็นอะไรของนาย ชักเพี้ยนขึ้นทุกวัน” เดรโกขมวดคิ้วมองด้วยความแปลกประหลาด  

“นั่งเถอะ สรุปนายมาทำอะไรที่นี่กันแน่ ถ้ามาดื่มกาแฟฟรีล่ะก็ ฉันจะยกให้นายทั้งถุงเลยก็ได้” แฮรี่ว่าประชดนั่งลงกับโชฟาตัวเดิม เดรโกเดินมานั่งที่โชฟาตัวตรงข้ามที่สเนปพึ่งลุกออกไป ก่อนเขาจะเริ่มเอ่ยปากพูดเข้าประเด็น 

“นี่แฮรี่ จำได้มั้ยว่าวันเกิดปีที่แล้วฉันให้อะไรไป”  

“จำได้สิ หินสีแดงใสก้อนนึง ฉันยังรู้สึกแปลกใจอยู่เลยที่หินมันเป็นของขวัญวันเกิดให้กันได้ด้วย นี่นายไปเก็บมาจากสวนหลังบ้านฉันมาให้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย ว่าจะลองไปเดินหาดูอีกสักก้อนเผื่อเจอที่เหมือนกัน”เดรโกถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายที่รู้สึกว่าแฮรี่อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ แปลก ๆ เหมือนกับเขามาขัดขวางงานอดิเรกของแฮรี่จนอารมณ์เสีย 

“นายจะบ้าหรือไง นั้นน่ะ ฉันพึ่งได้ข่าวมาว่ามันเป็นของผิดกฎหมาย เมื่อวานฉันเข้าไปที่กระทรวงแล้วก็ได้เห็นแบบนั้นอีกก้อนนึง ได้ยินเขาพูดกันมาว่ายึดได้จากตรอกน็อกเทิล รู้อะไรมั้ยแฮรี่ ฉันรู้สึกแย่ขึ้นมาเลย”  

“แน่ล่ะ เพราะนายเอาของที่ไม่รู้ที่มาที่ไปมาให้ฉัน แถมยังผิดกฎหมายอีก รู้สึกแย่และสำนึกซะ”  

“นี่ไม่ตลกนะ” เดรโกแสดงท่าทีไม่พอใจกับคำประชดประชันนั้น ฉันแค่ซื้อมันมาใครมันจะไปรู้ล่ะ มันสวยดีจะตาย แถมยังมีประโยชน์อีก มันทำให้คำปรารถนาในใจของนายเป็นจริงได้ ช่วงนั้นฉันเห็นนายเศร้า ๆ เลยหวังว่านั้นจะช่วยนายได้” หลังพูดจบอีกฝ่ายเอนหลังพิงโชฟาแรง ๆ และเบื้อนหน้าหนีอย่างหงุดหงิดที่แฮรี่ไม่เห็นค่าของขวัญของเขา แต่แฮรี่กลับรู้สึกเอะใจขึ้นมาได้ทันทีที่ได้ฟังเดรโกพูดอะไรที่น่าเหลือเชื่อออกมา 

“นายว่าไงนะ ?” 

“ฉันบอกว่าช่วงนั้นเห็นนาย —“ 

“ไม่ ๆ ๆ ก่อนหน้านั้นน่ะ หินมันทำอะไรได้นะ ?” แฮรี่รีบพูดขัดขึ้นมาทันทีที่เดรโกข้าใจจุดประสงค์คำถามของเขาผิดไป แต่เมื่อได้ยินคำถามนั่นอีกครั้งก็ทำหน้าตกใจใส่เขาทันที 

“นี่ฉันให้นายไปเป็นปี ๆ และยังเก็บไว้โดยที่ไม่รู้เลยเหรอว่ามันคืออะไร โธ่ แฮรี่ นายไม่รู้จักสงสัยหรือศึกษามันเลยหรือไง” เขาพูดอย่างคนไม่พอใจที่ของขวัญของเขาเหมือนจะเป็นเพียงแค่หินประดับสวนในสายตาแฮรี่จริง ๆ แล้ว บ้าหรือเปล่า คนอย่างมัลฟอยไม่ให้ของขวัญไร้ค่าแบบนั้นหรอก  

“ก็นายไม่บอกฉันนี่ อีกอย่าง ใครจะว่างขนาดมาคอยสงสัยไปทุกเรื่อง” 

“โอ้ แน่ล่ะ นายมัวแต่นั่งคิดถึงอดีตอันแสนโหดร้าย และความรักที่ไม่สมหวังงั้นสินะ คงยุ่งกับการคิดถึงศาสตราจารย์สเนปน่าดูเลย” เดรโกหัวเราะในลำคอกับคำพูดของตัวเอง ดูเหมือนความเป็นเพื่อนรักจะไม่ได้ช่วยให้เขาพูดจากันดี ๆ ได้นานเท่าไหร่ 

“ถ้านายยังพูดชื่อนั้นอีก ฉันจะไล่นายออกไปซะ” แฮรี่พูดพรางทำท่าจะลุกขึ้นไล่ แต่เดรโกก็รีบยกมือจับอีกฝ่ายให้นั่งลงก่อนอย่างใจเย็น  

ไม่ ๆ เดี๋ยวก่อน โอเค ฉันขอโทษ แค่จะมาบอกว่ามันผิดกฎหมาย ฉันแค่ไม่อยากให้นายเอาให้ใครเห็น สรุปนายยังไม่ได้ขออะไรไปงั้นเหรอ ?” 

“ใช่ ..หรือ ไม่ใช่กันนะ ? เดี๋ยวก่อน” แฮรี่ทำท่าทางสับสนในความคิดขึ้นมาทันที แต่แล้วก็เริ่มนึกขึ้นได้ว่าพึ่งมีสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตเขาเมื่อไม่นานมานี้ สิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเขาเลย 

“สรุปยังไงกันแน่แฮรี่” เดรโกเอ่ยอย่างคนอยากรู้เต็มที 

“ไม่มีอะไรหรอก ใช่ ฉันยังไม่ได้ขออะไร” แฮรี่รู้สึกว่ามันคงดีกว่าถ้าไม่มีใครรู้ว่าสเนปจากอดีตได้โผล่มาหาเขา ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นเพื่อนรักเขาขนาดไหนก็ตาม “แล้วหินนี้มันทำงานยังไง 

“นั้นแหละ ที่ฉันเองก็ไม่รู้ ฉันรู้แค่นี้ ก็หวังนึกว่านายจะเก็บไปศึกษา” เขาถอนหายใจทันทีที่รู้ว่าไม่มีข้อมูลอะไรที่แน่ชัดไปกว่ารู้ประโยชน์ของมัน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าขอไปตอนไหน และหินก็ถูกวางใส่กล่องไว้ที่บนเตาผิงในห้องนี้เอง ถ้าหากเขาขอจริง ๆ แล้วมันขอได้กี่ข้อล่ะ ถ้าข้อเดียวไม่แปลว่าสเนปจะไม่มีทางกลับอดีตของเขาได้อีกเลยหรือไง นั้นยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ที่ได้รู้ว่าการจะนำสเนปกลับอดีตนั้นเริ่มยากขึ้นเรื่อย ๆ (ถึงเขาจะไม่เคยพยายามหาวิธีให้สเนปกลับอดีตเลยก็เถอะ) 

“โอเค นายกลับไปก่อนเถอะ” 

“ว่าไงนะ ? ฉันมาหานายทั้งที หมดประโยชน์ก็ไล่กันแบบนี้เลยเหรอ ใจร้ายชะมัด” เดรโกแกล้งงอนอย่างกับคนแก่ขี้น้อยใจ นั้นไม่ได้ทำให้แฮรี่ใจอ่อนสักนิดเมื่อรู้ว่ามีอีกคนที่ยังถูกขังไว้ในห้องนอนตัวเองอยู่ ยิ่งเพื่อนเขาอยู่นานเท่าไหร่ยิ่งอันตราย เขาไม่อยากให้คนอื่นอยู่ในบ้านนานนัก ถึงปกติเดรโกมักอยู่กับเขาถึงมื้อเย็นเพื่อแก้เหงาแฮรี่ที่มักเศร้าสร้อยอยู่ในบ้านก็เถอะ 

“วันนี้ฉันไม่ว่าง ฉันมีอะไรต้องทำเยอะแยะเลย เพราะฉะนั้น กลับไปก่อนเถอะน่าเดรโก เร็วเข้า” แฮรี่ฉุดอีกฝ่ายลากออกไปอย่างลืมตัวว่านั้นทำเอาเดรโกสงสัยอยู่นิด ๆ  

“ก็ได้ ๆ ไปแล้ว อะไรของนายเนี่ย พิลึกชะมัดพอตเตอร์” เดรโกจงใจเรียกนามสกุลอย่างล้อเลียนตัวเองเมื่อตอนเป็นเด็กน้อยฮอกวอตส์ แฮรี่ขำนิด ๆ กับท่าทางติ๊งต๊องนั้น ก่อนจะส่งเพื่อนของเขาถึงหน้าประตู ”เหงาเมื่อไหร่ก็เรียกนะแฮรี่” เดรโกว่าพลางยักคิ้วหยอกล้อให้  

ตลกน่าเดรโก” แฮรี่ดันอีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนจะบอกลา เมื่อเดรโกได้ออกจากบ้านไปแล้ว และแน่นอนแฮรี่รีบวิ่งแจ้นมาที่ห้องนอนสเนปโดยทันที เปิดประตูออกอย่างรีบร้อนกลัวว่าคนในห้องจะหายไปและฉีกยิ้มกว้างอย่างกลัว ๆ เมื่อเห็นว่าสเนปหันมามองด้วยความตกใจ ส่งสายตาดุเขาทันที 

“ไม่มีมารยาท ! เธอควรจะเคาะประตูก่อนจะเข้าห้องคนอื่น” โอ้ นี่สเนปคิดว่าห้องนี้เป็นห้องของตัวเองด้วย ! บ้านของเขากับสเนปล่ะ แฮรี่รู้สึกเขินหน้าขึ้นสีเล็กน้อยไม่สะทกสะท้านต่อคำด่าทอแม้แต่น้อยจนสเนปต้องแสดงสีหน้ารังเกียจ “พิลึก” แฮรี่ยังคงยิ้มเขินใส่เขาอยู่แบบนั้น 

“ผมขอโทษที่ต้องให้คุณอยู่ในห้องนาน ๆ นะครับ เพื่อนผม ..เขามาหาผมน่ะ” ท่าทีเขินอายนั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นกังวลใจทันทีที่พูดประโยคสุดท้าย เขากลัวนักที่สเนปจะถามอะไรเขาเกี่ยวกับเรื่องเมื่อกี้ ถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าถูกมายังอนาคตเพราะเขาแถมยังกลับไปไม่ได้ล่ะก็ คงต้องโดนฆ่าชำแหละเป็นชิ้น ๆ และถูกยัดลงเป็นปุ๋ยให้สวนหลังบ้านแน่ ๆ 

“ไม่ยักรู้ว่ามัลฟอยจะสนิทกับเธอในอนาคต เด็กบ้านสลิธิรินกับกริฟฟินดอร์ น่าขัน” แฮรี่มองสเนปด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ก็เขาไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปนี่ ตอนนี้ฉันรู้สึกพอใจที่จะอยู่ในห้องต่อไปโดยที่ไม่มีใครเสียมารยาทย่างกรายเข้ามาในห้องฉันอีกแบบเมื่อสักครู่ ไปซะ” ไม่ต้องพูดอะไรตอบกลับไปเลย ตอนนี้เขาถูกปิดประตูใส่หน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แฮรี่เริ่มสงสัยขึ้นมาแล้วว่าสเนปจะเกลียดเขามากจริง ๆ 

 

เมื่อหน้าของแฮรี่ได้พ้นจากสายตาของเขาสักทีแล้ว ความอึดอัดใจก็ได้หายไป สเนปรู้สึกว่าความรู้สึกของเขาจะว้าวุ่นใจเสียเหลือเกินที่ได้มองสีหน้าหลากอารมณ์ของแฮรี่ที่แปรปรวนไปมา เขาไม่ได้หูหนวก เขาได้ยิน บทสนทนาที่อยู่ภายนอกห้องนั้นไม่ได้เบาเลยสักนิด ไม่รู้ว่าโง่หรือคิดว่าเขาหูหนวกกันแน่ แต่น่าแปลกที่คำพูดเหล่านั้นและเรื่องราวที่เขารู้นั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกโกรธแต่อย่างใด มันกลับรู้สึกสงสัย ถ้าหากว่านี่ไม่ใช่การคิดเข้าข้างตัวเองล่ะก็ เขาคงจะเผลอคิดไปแล้วว่าน้ำเสียงโกหกชัดเจนแบบนั้น ที่แสดงออกมาชัดเจนว่าแฮรี่ได้เอ่ยขอความปรารถนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และนั้นคือสเนป ต้องเป็นตัวเขาเองแน่ ๆ จะเป็นอะไรไปได้มากกว่านี้อีกในเมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นมาในอนาคตทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ที่น่าสงสัยกว่านั้นคือ ทำไม ? ทำไมถึงเป็นเขาล่ะ ? คนที่แฮรี่เกลียดชังและเชื่อฝังใจว่าเขานิสัยแย่แค่ไหน แถมยังเคยเป็นผู้เสพความตาย ทำไมแฮรี่ถึงต้องอยากเจอสเนปกัน แล้วสิ่งที่เดรโกพูดนั้นก็ได้ย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง ความรักที่ไม่สมหวัง วุ่นกับการคิดถึงศาสตราจารย์สเนป ? นี่คงบ้าไปแล้วแน่ ๆ ถ้าคำพูดพวกนั้นจะมาอยู่ในหัวได้ ถมยังมีชื่อของเขาในบทสนทนาอีกที่แย่กว่านั้นคือเขาจะแก้ปัญหาพวกนี้ยังไงดี การกลับอดีตคงเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากตัวเขาแล้วสินะ บ้าชะมัด !  


-----------------------------------------------------------


จบไปแล้วอีกตอน ไรท์อาจจะดำเนินความรักอย่างช้า ๆ ก่อนนะคะ ความฟินอาจจะยังไม่เกิดขึ้นมามากนัก เพราะไรท์ไม่อยากให้มันปุ้บปั้บเพราะสเนปก็ยังไม่รู้ความรู้สึกรักของแฮรี่เลยสักนิด มันคงน่ากลัวน่าดูถ้าแฮรี่จะวู่วามเอาดื้น ๆ 55555555


อาจจะสั้นไปนิดหรือเปล่า ไม่แน่ใจ แต่ไรท์อยากตัดบทในตอนที่เหมาะสมพอดีเลยเอาบทที่ 2 ไว้เท่านี้นั้นเองค่ะ (อ้าว) เจอกันตอนหน้า ขอบคุณสำหรับคนที่ติดตามฟิคเรื่องนี้มาก ๆ เลยนะคะ เห็นคอมเม้นแล้วไรท์รู้สึกชื่นใจขึ้นมาหน่อยที่มีคนสนใจ ฮืออออ


สุดท้ายแล้ว ฝากคอมเม้นกันด้วยน้าาาา :D

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #211 Ralaza (@bacon1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 20:07
    คนอะไรซึนแท้555555
    #211
    0
  2. #95 BabyFish2547 (@lookpa2547) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 00:47
    ซึนจังเลยนะเซฟ
    #95
    0
  3. #9 Yanikajitklang (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:17
    รีบๆมาต่อนะคะไรท์
    #9
    0
  4. #8 wk.khing (@Khingsoi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:41
    สเนปรู้ตัวเร็วๆเข้าน้า
    #8
    0
  5. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:21
    เซเวอร์รัสคนซึน 2018 55555+
    #7
    0
  6. #6 จอมIวทสีเทา (@YukiCH_TH) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:19
    //คุณได้ตายลงอีกรอบ
    รอค่าาาา ชอบสุดๆ งื้อออออ ไรท์สู้ๆๆ
    #6
    0