Fic Harry Potter [HP/SS] - A New Way of Life

ตอนที่ 16 : บทที่ 14 - ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    20 เม.ย. 61

บทที่ 14


เมื่อแฮร์รี่ได้ออกจากห้องพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากที่ต้องนอนพักมาเป็นเวลาเกือบสัปดาห์ มีเพื่อนเข้ามาเยี่ยมบ้างประปรายไม่ขาดสาย หรือแม้แต่สเนปเองก็เช่นกันซึ่งอีกฝ่ายมักจะเข้ามาเยี่ยมเขาพร้อมกับของกินมากมายหลายอย่างที่อร่อยกว่ามื้ออาหารที่มาดามพอมฟรีย์ให้เขากิน หลังจากที่แฮร์รี่ได้เอ่ยถามเรื่องสุนัขสีดำตัวใหญ่คล้ายกริมออกไป เขาก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้อีกเลย มีบางครั้งที่เขาเล่าให้สเนปฟังถึงเรื่องผู้คุมวิญญาณที่มักจะได้ยินเสียงของแม่กรีดร้องในตอนที่แฮร์รี่ร่วงหล่นมา หรือทุกครั้งในยามค่ำคืนจนทำให้นอนไม่หลับ สเนปเพียงแค่ทำหน้าเรียบนิ่งด้วยอารมณ์ที่เขาอ่านไม่ออกแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แฮร์รี่ดูออกดีว่าอีกฝ่ายมักจะชอบเฉไฉไปเรื่องอื่นประจำที่เขาพูดถึงพ่อกับแม่ หรือแม้กระทั่งโวลเดอมอร์ 


แฮร์รี่รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้มากินมื้อเช้าที่ห้องโถงตามปกติเสียที รอนและเฮอร์ไมโอนี่ยังคงนั่งจ้องมองเขาอย่างจงใจจนแฮร์รี่ต้องละจากอาหารที่กินอยู่มามองตอบทันที 


“อะไร ?” แฮร์รี่ขมวดคิ้วถามด้วยความรู้สึกรำคาญใจที่ถูกจ้องมองอยู่ตลอดเวลาการกิน จนเพื่อนทั้งสองหลุดจากภวังค์ 


“เอ่อ ..โทษที พวกเราแค่สงสัยว่าเธอจะหายดีหรือยัง ฉันสังเกตเห็นว่าเธอดู มีความสุขมากขึ้น ? กว่าแต่ก่อนน่ะ” เฮอร์ไมโอนี่ตอบ 


“ใช่ นายสามารถหายเศร้าได้ในวันเดียวได้ยังไง ถ้าฉันทั้งเสียไม้กวาดและแพ้ควิดดิชล่ะก็นะ ...ฉันคงยอมตายดีกว่า” รอนทำสีหน้าหวาดกลัวระหว่างพูดตอบไป 


“รอน !” เฮอร์ไมโอนี่เอ็ด 


“อย่าบ้าน่า ฉันก็ปกติดีของฉัน ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน” ทั้งสามจัดการกินมื้ออาหารบนโต๊ะต่อไปอย่างไม่ได้พูดอะไรต่อ แฮร์รี่รู้สึกชื่นใจขึ้นมามากจริง ๆ ในช่วงนี้ ปฏิเสธไม่ได้หรอกถ้าหากจะหาว่าเขาดูมีความสุขขนาดนี้ แม้กระทั่งเขาเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าสเนปที่ทั้งหยิ่ง พูดจาเราะร้ายชอบรังแกเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ แถมยังเกลียดเขาเข้าไส้จะกลับตาลปัตรเอาเสียดื้อ ๆ จู่ ๆ แฮร์รี่ก็สนิทกับอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ ซะอย่างนั้น ถึงแฮร์รี่จะไม่รู้ว่าเพราะอะไรก็เถอะ หรืออาจเป็นเพราะรู้ความในใจของเขาเข้าจริง ๆ นั้นก็ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีมากเลยทีเดียวเชียวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกครั้งที่เขานึกถึงนัยน์ตาสีดำสนิทเหมือนกับสีผมที่ยาวประบ่ารับกับใบหน้าขาวซีดที่มักจะแสดงสีหน้าตำหนิเขาอยู่เสมอ มันทำให้แฮร์รี่อดที่จะยิ้มออกมาอย่างมีความสุขไม่ได้จริง ๆ จนเขาเผลอเอาส้อมจิ้มจานเปล่า ๆ ไปมาอย่างคนล่องลอย เพื่อนทั้งสองหันมาจ้องมองแฮร์รี่อีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขามองด้วยความหวาดหวั่นใจ 


“ฉันว่าแฮร์รี่โดนผู้คุมวิญญาณทำร้ายจนกลายเป็นบ้าไปแล้ว บางทีเราน่าจะพาเขาไปหามาดามพอมฟรีย์อีกรอบนะ” รอนกระซิบบอกเฮอร์ไมโอนี่ที่อดไม่ได้ที่จะเห็นด้วยกับรอน 


หลังจากกินอาหารเสร็จพวกเขาทั้งสามก็มุ่งหน้าไปยังชั้นเรียนของลูปินทันที 


“ถ้าสเนปสอนการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดอีกล่ะก็ ฉันจะลาป่วย” รอนพูดขึ้นด้วยความังวน แฮร์รี่ได้แต่ขบขันกับคำพูดนั้น ส่วนเฮอร์ไมโอนี่มุ่งหน้าไปเปิดประตูของห้องเรียนพร้อมกับชะโงกหน้าออกไปดูตรงประตู ... 


“รอดตัวไป!” 


ศาสตราจารย์ลูปินกลับมาสอนพวกเขาอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะยังไม่หายดีเท่าไหร่ แต่ลูปินก็ยิ้มให้กับนักเรียนทุกคนในชั้นผิดกับนักเรียนคนอื่น ๆ ที่โอดครวญในเรื่องพฤติกรรมของสเนปที่มาสอนแทนลูปิน 


“ไม่ยุติธรรมเลย เขาแค่มาสอนแทนทำไมต้องสั่งการบ้านเราด้วย” 


“ให้เขียนตั้งสองม้วนกระดาษ ! เรายังเรียนไม่ถึงมนุษย์หมาป่าด้วยซ้ำ” 


ลูปินได้ยินจากเรื่องราวของนักเรียนที่ได้เรียนเรื่องของมนุษย์หมาป่ากะทันหันก็ขมวดคิ้วนิด ๆ 


“พวกเธอไม่ได้บอกศาสตราจารย์สเนปหรือว่าเรายังเรียนไม่ถึง” 


“บอกแล้วค่ะ แต่เขาบอกว่าเราเรียนช้ามาก” 


“ใช่ เขาไม่ฟังเราเลย” 


“งั้นหรือ งั้นเดี๋ยวครูจะไปพูดกับเขาให้เองนะ ไม่ต้องห่วง พวกเธอไม่ต้องเขียนเรียงความหรอก” ลูปินยิ้มให้นักเรียนทุกคนอย่างปลอบใจอีกครั้ง แต่เฮอร์ไมโอนี่เป็นคนเดียวที่พูดขัดขึ้น 


“โธ่ อย่าเลยค่ะ หนูเขียนเสร็จแล้ว!” 


หลังจากนั้น เด็ก ๆ ทุกคนก็กลับมาเรียนวิชานี้ได้อย่างสนุกสนานอีกครั้งเมื่อลูปินกลับมาสอนได้อย่างเดิม พวกเขาเรียนเรื่องฮังกีพังค์ ซึ่งมันเป็นสัตว์ประหลาดตัวเล็ก มีขาข้างเดียว และดูราวกับว่าร่างกายทำจากกลุ่มหมอกควัน มันดูอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะเป็นอันตราย แต่มันเป็นนักล่อเหยื่อเข้าป่าพรุเป็นอย่างดี ลูปินชี้ให้เด็ก ๆ เห็นตะเกียงที่ห้อยอยู่ตรงมือของมัน เมื่อเราเดินตามแสงไฟของมันไป หลังจากนั้นมันก็จะทำเสียงขย้ำน่ากลัวกลับมานั้นเอง 


จนกระทั่งเสียงระฆังดังขึ้น ทุกคนเก็บข้าวของแล้วเดินไปที่ประตู แฮร์รี่ก็อยู่ในกลุ่มด้วยแต่ ... 


“รอเดี๋ยวแฮร์รี่” ลูปินเรียก “ครูขอคุยด้วยหน่อย” 


แฮร์รี่พยักหน้ารับเดินเข้ามาหาลูปินที่กำลังใช้ผ้าคลุมกล่องฮังกีพังค์อยู่ รอกระทั่งนักเรียนคนอื่น ๆ ออกจากห้องไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลูปินจึงได้หันมาหาเขาพร้อมกับเริ่มพูด 


“ครูรู้เรื่องการแข่งขันแล้ว เสียใจเรื่องไม้กวาดเธอด้วยนะ มันพอจะ..ซ่อมได้ไหม ?” 


“ไม่ได้ครับ มันแหลกจนเกินจะซ่อมแล้ว” แฮร์รี่ตอบ ลูปินได้แต่ถอนหายใจ 


“อาจารย์ครับ ..” แฮร์รี่เริ่มพูดขึ้นมาอีกครั้งด้วยความคิดที่ถ้าหากสเนปเลือกที่จะไม่ตอบคำถามอะไรเขาเลย ถ้าหากเป็นลูปิน อาจจะบอกอะไรเขาได้มากกว่านี้ก็ได้ “ทำไมผู้คุมวิญญาณ ..ทำไมพวกนั้นถึงต้องจ้องเล่นงานผมล่ะ แถมผมยังได้ยินเสียงของแม่ มันคือเสียงของแม่ผม เธอร้องเหมือนขอความช่วยเหลือ ..เหมือนกับบนรถไฟคราวก่อน”  


“ที่ผู้คุมวิญญาณมีอิทธิพลต่อเธอมากกว่าคนอื่น ๆ เพราะว่ามีเรื่องน่ากลัวเกิดขึ้นในอดีตของเธอ ซึ่งคนอื่นไม่มี ..และอดีตของเธอนั้นล่ะ ที่ทำให้เธอได้ยินเสียงของแม่เธอในตอนที่ถูกโวลเดอมอร์ เอ่อ ..ทำร้ายเข้า” ลูปินตอบด้วยน้ำเสียงชัดเจน แฮร์รี่เริ่มรู้สึกอึกอัก เขายังคงสงสัยเรื่องต่าง ๆ มากมายนักจึงได้ถามต่อ 


“ผมเห็นสุนัขตัวใหญ่สีดำด้วย เป็นไปได้ไหมครับว่าอาจจะเกี่ยวกับซีเรียส แบล็ เขาตามล่าผมอยู่ ..มันอาจจะเป็น ลางสังหรณ์ร้าย”  


กระเป๋าของลูปินเลื่อนตกจากโต๊ะทันที เขารีบก้มลงตะครุบมันไว้ 


“ก็ไม่แน่ซะทีเดียวหรอกนะแฮร์รี่ เรื่องนี้ครูเองก็ไม่อาจตอบเธอได้” ลูปินยืดตัวขึ้นตอบ 


“แล้ว ..อาจารย์ทำให้ผู้คุมวิญญาณพวกนั้นถอยไปได้ยังไง บนรถไฟคราวก่อน” แฮร์รี่เปลี่ยนคำถามถามเขา 


“มีคาถาป้องกันตัวบางบทที่เราใช้ได้” ลูปินตอบ “แต่บนรถไฟมีผู้คุมวิญญาณเพียงแค่ไม่กี่ตัว ยิ่งมีมาก เราก็ยิ่งต้านทานได้ยาก” 


“คาถาอะไรครับ ? อาจารย์สอนผมได้ไหม” แฮร์รี่ทำสีหน้าสนอกสนใจขึ้นมาทันที มันอาจจะดีกว่านี้ถ้าหากเขาสามารถรับมือกับมันได้โดยที่ไม่ต้องเป็นลมล้มพับไปอีก 


“ครูไม่อยากแกล้งทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องต่อสู้กับผู้คุมวิญญาณหรอกนะ แฮร์รี่ ตรงกันข้ามเลย” 


“แต่ถ้าผมต้องเจอมันอีก ผมต้องต่อสู้กับมันให้ได้” 


ลูปินมองใบหน้าอันเด็ดเดี่ยวของแฮร์รี่ เขาลังเลจนกระทั่งพูดต่อ 


“ก็ได้ ครูจะลองช่วยดู แต่ต้องรอจนเทอมหน้านะ ครูมีอะไรหลายอย่างต้องทำก่อนปิดเทอม ครูเลือกเวลาป่วยได้ไม่เหมาะเสียเลย” 

 


เวลาผ่านมาจนเช้าวันเสาร์ที่ไปเที่ยวฮอกส์มี้ดแฮร์รี่โบกมือลารอนและเฮอร์ไมโอนี่ที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวที่นั้น เป็นอีกครั้งที่มีเพียงเขาคนเดียวที่จะต้องอยู่ในโรงเรียนแบบนี้ แต่ครั้งนี้เขาไม่ยอมแพ้หรอก 


แฮร์รี่ตัดสินใจนำผ้าคลุมล่องหนมาคลุมตนเองอย่างปิดมิดก่อนจะเดินออกไปยังนอกปราสาทตามเพื่อน ๆ ของพวกเขา ทว่าระหว่างเดินออกไปไม่กี่ก้าว ฝาแฝดวีสลีย์ เฟร็ดและจอร์จที่เห็นรอยเท้าไว ๆ ของคนตัวเล็กก็รีบคว้าเข้ากลางอากาศและสัมผัสถึงแฮร์รี่โดยทันที ทั้งคู่ลากแฮร์รี่เข้าไปในปราสาทอีกครั้งจนมาหยุดอยู่ในที่กึ่งกลาทางเดินชั้นสาม แฮร์รี่รีบดึผ้าคลุมล่องหนออกมาเขาเห็นเฟร็ดและจอร์จยืนลำตัวตรง กอดอกมองเขาอยู่ 


“พวกนายทำอะไรน่ะ” แฮร์รี่ถามอย่างสงสัย เฟร็ดที่กำลังดึงของบางอย่างออกมาจากเสื้อคลุมด้วยท่าทางโอ้อวด และยื่นให้แฮร์รี่ มันเป็นกระดาษสี่เหลี่ยมเก่ากรอบใหญ่ที่ไม่มีตัวหนังสืออะไรปรากฏอยู่ แฮร์รี่จ้องมองกระดาษแผ่นนั้น นึกสงสัยว่าทั้งคู่กำลังเล่นตลกอะไรอยู่ 


“นี่อะไรน่ะ” 


“นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของเรายังไงล่ะ แฮร์รี่” จอร์จพูด 


“รู้สึกใจหายนะเนี่ยที่เอามาให้นาย” เฟร็ดพูดต่อ “แต่เราตัดสินใจแล้วเมื่อคืนนี้ว่านายต้องการมันมากกว่าเรา” 


“พวกเราขโมยมันมาจากฟิลช์ เอาล่ะ ดูนี่นะ” จอร์จพูดพลางชี้ไม้กายสิทธิ์ของเขาไปที่กระดาษแผ่นนั้นที่แฮร์รี่เป็นคนถือไว้ “ข้าขอสาบานอย่างจริงจังว่าข้านั้นหาความดีไม่ได้” 

พริบตานั้นเอง เส้นหมึกบาง ๆ ก็เริ่มแผ่กระจายราวกับใยแมงมุมจากจุดที่ไม้กายสิทธิ์ของจอร์จแตะลง เส้นเหล่านั้นบรรจบกันบ้าง ไขว้ทับกันบ้าง แผ่ลากออกไปจดทุกมุมของแผ่นกระดาษ ครั้นแล้วตัวหนังสือเล่นหงสีเขียวขนาดใหญ่ก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นด้านบน ได้ความว่า .. 

 

ข้าพเจ้าทั้งหลาย 

นายจันทร์เจ้า หางหนอน เท้าปุย และเขาแหลม 

ผู้ช่วยเหลือบรรดาตัวกวนแสนกลร้อยเล่ห์ 

มีความยินดีขอเสนอ 

“แผนที่ตัวกวน” 

 

มันเป็นแผนที่แสดงรายละเอียดทั้งหมดของปราสาทฮอกวอตส์และบริเวณโรงเรียน แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือจุดหมึกเล็กจิ๋วเป็นรูปรอยเท้าที่เคลื่อนที่ไปทั่วแผ่น แต่ละจุดมีป้ายชื่อเขียนกำกับไว้ แฮร์รี่ดูด้วยความอัศจรรย์ใจ 


“ตรงที่ไปฮอกส์มี้ดเลย” เฟร็ดบอกพลางใช้นิ้วไล่ไปบนเส้นทางหนึ่ง “มีทั้งหมดเจ็ดทาง ทีนี้ฟิลช์น่ะรู้จักอยู่สี่ทาง” 


“นายต้องใช้ทางนี้” จอร์จพูดต่อพลางชี้ให้เห็น 


“มันนำตรงไปยังห้องใต้ดินของร้านฮันนี่ดุกส์” 


“เราใช้นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว และอย่างที่นายอาจจะสังเกตเห็น” 


ทางเข้าอยู่ข้างนอกห้องนี้เอง ทะลุผ่านรูปปั้นยายแก่ตาเดียวนั้นไง” 


“อ่อ พอใช้เสร็จแล้วอย่าลืมลบทิ้งล่ะ 


“ไม่งั้นคนอื่นจะอ่านได้ แค่เคาะแผนที่แล้วพูดว่า ‘แผนลวงสำเร็จแล้ว’” เฟร็ดพูดพลางชี้ไม้กายสิทธิ์ไปแตะแผนที่อีกครั้งทำให้ตัวอักษรต่าง ๆ มากมายถูกลบเลือนหายไปกลายเป็นกระดาษว่างเปล่าทันที 


เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งคู่ออกไปด้วยหน้าตากระหยิ่มยิ้มย่องอย่างชอบใจ 


แฮร์รี่ยืนจ้องแผนที่แสนมหัศจรรย์อย่างไม่เชื่อสายตา เลื่อนนิ้วไปตามเส้นทางลับสู่ร้านฮันนี่ดุกส์ แล้วฉับพลันเขาก็ม้วนแผนที่เก็บซุกไว้ในเสื้อคลุมรีบตรงไปที่เส้นทางนั้นอย่างระมัดระวัง 


จนกระทั่งเขามาถึงแฮร์รี่ดันประตูขึ้นช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ยื่นหน้าออกไปจากด้านล่าง ก่อนจะปีนขึ้นมาจากช่องประต คลุมผ้าคลุมล่องหนออกมาจากร้านพร้อมอมยิ้มสักอัน หันไปรอบ  มองหาเพื่อนทั้งคู่ของเขา และเจอเข้าที่หน้าร้านไม้กวาดสามอัน แฮร์รี่แกล้งที่จะปาหิมะใส่เพื่อนทั้งสอง และได้รับใบหน้าอันแปลกประหลาดใจตอบกลับมา เขาหัวเราะออกมาน้อย  ก่อนจะเข้าไปตะคลุบทั้งคู่ รอนทำสีหน้าหวาดกลัวผิดกับเฮอร์ไมโอนี่ที่ยิ้มร่าเริงใส่เขา 


แฮร์รี่ !” เฮอร์ไมโอนี่ร้องเรียก ทำให้เจ้าตัวดึงผ้าคลุมออกมาจนรอนยิ่งตกใจมากขึ้น 


นายมาที่นี่ได้ยังไงน่ะแฮร์รี่ พวกเรานึกว่านายจะอยู่ที่ฮอกวอตส์เสียอีก 


ก็ใช่ แต่เฟร็ดกับจอร์จให้แผนที่ฉันมาน่ะ” แฮร์รี่พูดพลางยื่นใบแผนที่ตัวกวนให้เพื่อนดู  


อะไรนะ เจ้าสองคนนั้นไม่เห็นจะเคยให้อะไรฉันเลย รอนพูดด้วยความอิจฉา 


เอาเถอะน่า ไหน  แฮร์รี่ก็มากับเราได้แล้ว ไปดื่มบัตเตอร์เบียร์ที่ร้านไม้กวาดสามอันกันเถอะ ทั้งแฮร์รี่และรอนต่างพยักหน้าตกลงกับข้อเสนอนั้นและเดินเข้าไปในร้านทันที ทั้งสามนั่งลงและสั่งบัตเตอร์เบียร์สามแก้วมานั่งดื่มคลายหนา  


ทันใดนั้นประตูร้านก็เปิดออกอีกครั้ง หากแต่ลูกค้าไม่ใช่ใครอื่นแต่กลับเป็นศาสตราจารย์มักกอนนากัลและฟัจด์เดินเข้ามาในร้าน จนทำให้แฮร์รี่ที่เผลอหันไปมองถึงกับสำลักน้ำในทันที 


พริบตานั้นเอง รอนกับเฮอร์ไมโอนี่พร้อมใจกันดึงแฮร์รี่หลบเข้าไปซ่อนอยู่ใต้โต๊ะจนเขาเซไปโดนบัตเตอร์เบียร์หกใส่เลอะเทอะ แต่เหล่าอาจารย์และฟัดจ์ไม่ได้หันมาสนใจมากนัก มาดามโรสเมอร์ทาทักทายทั้งคู่เป็นการกล่าวต้อนรับ แฮร์รี่พยายามหลบให้มิดที่สุดและแอบฟังพวกเขาไปด้วย 


ดีใจที่ได้พบคุณอีกมาดามโรสเมอร์ทา พอดีเรามีเรื่องต้องมาคุยนิดหน่อย .. 


แฮร์รี่มองรองเท้าของแต่ละคนเดินกลับไปกลับมา หัวใจเขาเต้นโครมครามอย่างตื่นเต้น เขาลืมคิดไปว่านี่เป็นสุดสัปดาห์สุดท้ายของเทอมสำหรับพวกอาจารย์ด้วยเช่นกัน เขาอยากจะย่องกลับฮอกวอตส์เสียเหลือเกิน 


ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่คะ ท่านรัฐมนตรี หวังว่าจะเป็นเรื่องสำคัญมากจริง ” เสียงมาดามโรสเมอร์ทาดังขึ้น 


แฮร์รี่สังเกตุเห็นถึงท่าทางที่ดูหวาดระแวงราวกับกลัวคนแอบฟังก่อนฟัดจ์จะกระซิบอย่างแผ่วเบา 


ก็จะอะไรล่ะ เรื่องของซีเรียส แบล็กน่ะสิ ผมมั่นใจว่าคุณคงได้ยินเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วที่โรงเรียนสินะ 


ท่านคิดว่าแบล็ยังอยู่แถวนี้เหรอคะ” มาดามโรสเมอร์ทากระซิบถาม 


ผมมั่นใจ” ฟัดจ์ตอบ  


แน่สิ ผู้คุมวิญญาณมาตรวจร้านฉันสองหนแล้ว ทำเอาลูกค้าตกใจหนีไปหมด ไม่ดีสำหรับคนค้าขายเลยค่ะท่าน 


ที่รัก ผมก็ไม่ชอบพวกนั้นมากพอ  กับคุณหรอก เอาเป็นว่าเราไปหาที่เงียบ  คุยเรื่องนี้กันดีกว่านะ ว่าไงล่ะ 


ได้ งั้นเชิญข้างบนเลยค่ะ” เมื่อพูดจบ มาดามโรสเมอร์ทาก็เดินนำอาจารย์และฟัดจ์ขึ้นไปยังห้องชั้นบน แฮร์รี่ที่เริ่มมีความอยากรู้ปนสงสัยเพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับซีเรียส แบล็คด้วย เรื่องที่เขาอยากรู้มาโดยตลอดจึงได้ตัดสินใจใช้ผ้าคลุมล่องหนอีกครั้งและย่องเดินออกมาจากใต้โต๊ะ สัมผัสขยุกขยิกทำให้รอนและเฮอร์ไมโอนี่ก้มลงมองใต้โต๊ะทันที และก็พบว่าแฮร์รี่เพื่อนของพวกเขาหายไปแล้ว 


ให้ตายสิ แฮร์รี่หายไปแล้ว” รอนพูดดังขึ้น 


แน่ล่ะสิ ฉันเดาว่าแฮร์รี่คงจะต้องกำลังไปแอบฟังพวกเขาแน่ เราคงต้องนั่งรออยู่ตรงนี้”  


เมื่อแฮร์รี่มาถึงห้องชั้นบนเขายืนแอบหลบมุมอยู่มุมหนึ่งของห้องเลี่ยงการโดนสัมผัสหรือมองเห็นภายใต้ผ้าคลุมล่องหน ตอนนี้ทั้งฟัดจ์ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลและมาดามโรสเมอร์ทาต่างอยู่ในห้องพร้อมรินเหล้าสักแก้วดื่มคลายหนาว จนกระทั่งมาดามโรสเมอร์ทาพูดขึ้น 


รู้ไหมคะ ฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลย ซีเรียส แบล็เป็นคนสุดท้ายที่ฉันจะคิดว่าเขาจะเข้าไปในทางฝ่ายมืด ฉันยังจำสมัยที่เขาเรียนฮอกวอตส์ได้อยู่เลย 


แล้วจำได้ไหมว่าใครคือเพื่อนรักที่สุดของเขาน่ะ” ฟัดจ์พูดขึ้น 


แน่อยู่แล้ว ไม่เคยเห็นคนหนึ่งโดยไม่เห็นอีกคนหนึ่ง เจอพวกเขาที่นี่ไม่รู้กี่ครั้ง ซิเรียส แบล็กับเจมส์ พอตเตอร์ 


แฮร์รี่เผลอเกือบสบถเสียงตกใจออกมาแต่ก็หยุดตัวเองไว้ได้ ฟัดจ์หันหน้ามองเล็กน้อยอย่างคนที่รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง แต่เมื่อพบกับความว่างเปล่า เขาไม่เห็นแฮร์รี่ จึงได้หันกลับไปยังบทสนทนาเช่นเดิม 


ถูกเผง” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลตอบ “แบล็กกับพอตเตอร์หัวหน้าตัวแสบของแก๊งเล็ก  ของพวกเขา เป็นเด็กฉลาดทั้งคู่ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครแสบเท่าคู่นี้ 


ใช่ พอตเตอร์น่ะ ไว้ใจแบล็กมากกว่าเพื่อนคนอื่น  ทั้งหมด คุณคงนึกออกว่าแกจะเจ็บปวดขนาดไหนถ้าเขารู้” ฟัดจ์พูดขึ้น 


เพราะว่าแบล็กกลายเป็นพวกของคนที่คุณก็รู้ว่าใครน่ะหรือ” มาดามโรสเมอร์ทากระซิบ 


แย่กว่านั้นอีกที่รัก” ฟัดจ์กระซิบตอบ “มีไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่าพอตเตอร์รู้ตัวว่ากำลังถูกคนที่คุณก็รู้ว่าใครตามล่าอยู่ ดัมเบิลดอร์ให้พอตเตอร์และลิลี่ไปซ่อนตัว แต่กลายเป็นแบล็เสียเองที่นำข่าวที่อยู่ของพวกเขาไปบอกคนที่คุณก็รู้ว่าใครน่ 


และเขาฆ่าปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์หนึ่งในแก๊งของพอตเตอร์ซะเป็นจุณแถมยังเหลือไว้เพียงแค่หนึ่งนิ้วเสียด้ว 


แย่กว่านั้นคือ แบล็กน่ะเป็นพ่อทูนหัวของแฮร์รี่ เขาคงจะออกมาจากคุกเพื่อมาหาตัวแฮร์รี่แน่ ” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลป์เสรมด้วยสีหน้าและน้ำเสียงอย่างเป็นกังวน 


ทันใดนั้น เมื่อคำพูดที่คลายปมปริศนาต่าง  ออกมาจบลง แฮร์รี่รู้สึกถึงความโกรธแค้นและความเศร้าหมองกำลังปั่นป่วนอยู่ในจิตใจ ขาเขาเริ่มก้าวออกจากห้องไปพร้อมผ้าคลุมล่องหนทันที ประตูหน้าร้านถูกเปิดออกเองโดยที่รอนและเฮอร์ไมโอนี่ต่างจ้องมองกับภาพตรงหน้า 


ฉันว่าแฮร์รี่กำลังวิ่งออกไปแล้ว” รอนพูดในขณะที่ตายังคงจ้องประตูที่ถูกเปิดออกอย่างปริศนา 


เร็วเข้ารอน !” เฮอร์ไมโอนี่รีบจ่ายค่าเครื่องดื่มพร้อมจับมือรอนเพื่อที่จะพาวิ่งออกไปตามเพื่อนของเขาด้วยความสงสัยอย่างยิ่ง 



ทางด้านของสเนปตอนนี้เขาได้ทำการตัดสินใจที่จะติดตามขณะนักเรียนที่มาเที่ยวที่ฮอกส์มี้ดด้วย เป็นเรื่องแปลกประหลาดที่ศาสตราจารย์ผู้ไม่ชอบการออกมาเที่ยวเล่น และเอาแต่หมกตัวอยู่ภายในคุกใต้ดินของปราสาทถึงได้ออกมาเดินตามร้านขนมหวานฮันนี่ดุ๊ก ร้านไม้กวาด หรือแม้กระทั่งร้านของเล่น เขาเดินเลือกของต่าง  อย่างสบายใจโดยที่ไม่สนใจสายตาคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อยพลางยกไม้กวาดไฟร์โบลต์ รุ่นที่ใหม่และแรงที่สุดออกมาดู 


นี่คงจะเป็นไม้กวาดที่ดีที่สุดสินะ” เขาเอ่ยขึ้นพึมพำแต่พ่อค้ารีบกุลีกุจอออกมาอธิบายให้เขาฟังทันทีถึงคุณสมบัติต่าง  มากมายจนเด็ก  หลายคนต้องอยากได้ สเนปพิจารณามันเงียบ  อยู่พักหนึ่ง เขาคิดว่าถ้าหากแฮร์รี่ได้ไม้กวาดที่ดีกว่าสักอันอาจจะทดแทนความรู้สึกแย่  ทั้งหมดทั้งเรื่องเสียไม้กวาดไปและแพ้การแข่งขันได้ ไม่อยากจะยอมรับหรอกว่าเขาเองก็ไม่ชอบการเห็นแฮร์รี่ดูเศร้าหมองหรืออมทุกข์นักหนา และสิ่งที่ยอมรับยากกว่าคือเขาต้องออกมาที่ฮอกส์มี้ดนี่เพียงเพื่อจะซื้อของต่าง  ให้แฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กหนุ่มที่อาจจะนั่งหงอยกับการอดเที่ยวพร้อมเพื่อน  


งั้นผมเอาอันนี่ จัดส่งไปที่ฮอกวอตส์ตามชื่อนี้ด้วย ขอบคุณ” สเนปยื่นกระดาษที่แนบชื่อแฮร์รี่พร้อมกับบอกให้เขาห่อให้อย่างดี เขาไม่อยากจะให้ด้วยมือของตัวเองหรอกมันคงจะพิลึกน่าดูที่อยู่  ก็ยื่นของขวัญอะไรให้แบบนั้นแถมยังน่าอายอีกด้วย จึงได้ใช้บริการนกฮูกแทน พ่อค้ายิ้มเบิกบานเมื่อเขาได้จ่ายเงินและตัดสินใจที่จะซื้อมันก่อนที่จะเดินออกจากร้านไปเพื่อที่จะไปนั่งจิบอะไรอุ่น  คลายหนาวที่ร้านไม้กวาดสามอันหลังจากที่ซื้อของเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนจะได้เดินเข้าร้านเขาสังเกตุเห็นถึงประตูที่ถูกเปิดออกเองอย่างน่าสงสัยพร้อมกับรอยเท้าปริศนาที่ปรากฏขึ้นแต่ไร้คนเหยียบ ความสงสัยและลาสังหรณ์อันคุ้นเคยเริ่มทำงาน ขาทั้งสองข้างตัดสินใจเดินตามรอยเท้านั้นไปอย่างแนบเนียนแต่รวดเร็วเท่ากันโดยไม่ได้ทันเห็นเพื่อนทั้งสองของแฮร์รี่ก็รีบออกมาจากร้านเพื่อที่จะตามแฮร์รี่ไปด้วยเช่นกัน รอนและเฮอร์ไมโอนี่หยุดชะงักลงเมื่อมองเห็นผู้ที่ตามไปก่อนพวกเขาแล้ว 


นั้นสเนปนี่” รอนร้องขึ้น 


ฉันว่าเราคงแย่แล้วล่ะ ไปกันเถอะ” เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างหวาดหวั่นก่อนจะจูงรอนให้เดินตามเธอไป ทั้งสองย่องตามแฮร์รี่และสเนปไปอย่างคนกลัโดนจับได้ พวกเขาไม่อยากให้สเนปเห็นหรอก สิ่งที่นักเรียนทุกคนมักเลี่ยงมากที่สุดคือการเผชิญหน้ากับสเนป 


เมื่อสเนปได้เดินตามรอยเท้าปริศนามาครู่หนึ่งก็หยุดเดินลงเมื่อสังเกตุได้ว่าไม่มีรอยเท้าที่เดินต่อแล้ว มันหยุดอยู่ที่หินก้อนใหญ่พร้อมกับเสียงสะอื้นที่เริ่มดังขึ้นเรื่อย  ความสงสัยเริ่มเข้าล็อคเมื่อสิ่งที่เขาคิดอาจจะเป็นความจริง เสียงที่คุ้นเคยดีที่เขามักได้ยินอยู่เสมอและความรู้สึกที่ได้ยินเสียงร้องไห้ของอีกฝ่ายมันทำให้จิตใจเขาเผลอเศร้าหมองตามไปด้วย สเนปค่อย  ยื่นมือออกไปสัมผัสกับสิ่งว่างเปล่าตรงหน้าจนสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เขาจับมันค่อย  ดึงออกมาและพบว่าเป็นผ้าคลุมล่องหน ร่างของแฮร์รี่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา อีกฝ่ายสะดุ้งน้อย  พร้อมกับดึงมือที่ปิดใบหน้าของตนออกมามองคนตรงหน้าที่ได้ดึงผ้าคลุมเขาจนหลุดออก 


ศาสตราจารย์สเนป ?” แฮร์รี่พูดเสียงแผ่วเบาด้วยความแปลกใจ 


แย่แล้ว แฮร์รี่กำลังโดนจับได้ว่าเขาหนีออกมา สเนปต้องทำโทษแฮร์รี่แน่ เราต้องรีบไปช่วย” รอนที่กำลังจะก้าวออกจากพุ่มไม้ที่ซ่อนตัวดูอยู่ก็ถูกเพื่อนสาวรั้งไว้ 


รอเดี๋ยวก่อน” เธอรีบพูดรั้ง “ฉันว่ามันมีบางอย่างแปลก  นะ”  


รอนหันมองใบหน้าที่สงสัยและมั่นใจว่าไม่ใช่อย่างที่เขาพูดจึงได้ยอมหยุดและซ่อนตัวแอบมองต่อไป 


แฮร์รี่..” สเนปตอบกลับมองใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาพร้อมกับยื่นมือออกไปหวังจะเช็ดให้อย่างปลอบโยน เขายังไม่ทันได้ถามด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นแต่แฮร์รี่ตัดสินใจปัดมือเขาทิ้งด้วยความโกรธ 


ทำไมคุณไม่คิดที่จะบอกอะไรผมเลย !” แฮร์รี่ตะโกนอย่างฉุนเฉียว เขาเป็นเพื่อนกัน ! พ่อของผมถูกทรยศ ! ผมไม่แปลกใจเลยถ้าหากเขาจะมาฆ่าผมอีกคน เพราะเขาคือผู้เสพความตาย ! 


แฮร์รี่ ฉันจะไม่ยอมให้เกิ  


ผมคิดว่าอาจารย์กับผมจะ .. แฮร์รี่เงียบลงสักพัก เขาไม่รู้ว่าจะเปรียบเทียบความสัมพันธ์และความรู้สึกของเขาและสเนปอย่างไรดี แต่ความเจ็บปวดมากมายกลับทำให้แฮร์รี่โกรธสเนปจนไม่สามารถนึกถึงหรือเข้าใจอีกฝ่ายได้เลย หัวใจของเขาเต้นโครมคราม มือสั่นเทาด้วยความโกรธมากยิ่งขึ้น แฮร์รี่ขบฟันพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมก็แค่เด็กน้อยคนนึงที่ดูแลตัวเองไม่เป็นในสายตาอาจารย์ เพราะแบบนี้หรือครับคุณถึงไม่คิดจะเล่าความจริงให้ผมฟังเลยสักครั้งทั้งที่ผมพยายามถามแล้ 


ฉันไม่อยากให้เธอต้องเป็นกังวน แฮร์รี่” สเนปตอบอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างจริงใจแต่แฮร์รี่ไม่สนใจความรู้สึกนั้น เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด 


โกหก ! คุก็เหมือนกับเขา เป็นผู้เสพความตายเข้ามาทำดีกับผมเพื่อหวังจะได้ทำตามแผนของโวลเดอมอร์เหมือนกับที่แบล็กทำกับพ่อของผม !” แฮร์รี่เผลอตวาดออกไปด้วยความอดกลั้น คำพูดที่พูดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจทำให้แฮร์รี่รู้สึกผิดเล็กน้อย สายตาที่คลอไปด้วยน้ำตามองสเนปที่กำลังทำใบหน้าเหมือนเจ็บปวดกับคำพูดเหล่านั้น อีกฝ่ายนิ่งเงียบไปไม่พูดอะไรออกมาอีก แฮร์รี่ไม่คิดที่จะขอโทษหรือสำนึกกับความเจ็บปวดนั้น เขาตัดสินใจหันหลังเดินหนีออกไปทันที ทิ้งสเนปที่ได้แต่พูดอะไรไม่ออกยืนอยู่ลำพัง 


สเนปไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าการกระทำที่เขาทำทั้งหมดเพื่อเด็กหนุ่มคนนี้จะทำให้อีกฝ่ายต้องคิดแบบนั้น บางทีเขาอาจจะไม่เหมาะกับการที่จะต้องมาทำดีกับใครอย่างที่เคยเป็นกับลิลี่ ซึ่งสุดท้ายเป็นเขาเองที่มักทำให้คนที่เขารักต้องเจ็บปวดอยู่เสมอ สเนปรู้สึกเจ็บปวดเพิ่มมากขึ้นเมื่อเขารู้สึกได้ถึงคำพูดของแฮร์รี่ว่าความดีของเขามันจอมปลอมและไร้ค่าแค่ไหน หรือเขาอาจจะเหมาะกับการกลั้นแกล้งเย้ยหยันเสียมากกว่า นั้นคงจะเป็นภาพที่คุ้นเคยและฝังอยู่ในหัวของอีกฝ่ายมากกว่าจะเป็นชายที่ทำทุกอย่างเพื่อเหตุผลเดียว 


เมื่อเหล่านักเรียนทุกคนต่างกลับมาจากฮอกส์มี้ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ ซึ่งแฮร์รี่เองก็กำลังนั่งเหม่อลอยซึมกระทื่ออยู่ที่ม้านั่งด้านนอกปราสาท หิมะปรอยตกลงมารอบข้าง อากาศที่หนาวเหน็บไม่ได้ทำให้แฮร์รี่รู้สึกทรมานเท่ากับการได้รับรู้อะไรมากมายแบบนี้ เขาหงุดหงิด หงุดหงิดเสียจนคิดอะไรไม่ออก ทั้งเรื่องของซีเรียส แบล็กที่หักหลังพ่อของเขาและกำลังจะมาตามล่าเขาต่อ เรื่องของสเนปที่มักจะดีกับเขาเสมอแต่กลับไม่เคยเปิดใจจะพูดอะไรกับแฮร์รี่เลย เหมือนกับกำแพงที่เริ่มพังทลายแต่กลับมีสิ่งที่มองไม่เห็นกั้นเขาทั้งคู่อยู่ หรือความสับสนในใจว่าความจริงแล้วอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับเขากันแน่ เมื่อนึกไปถึงคำพูดที่ตวาดใส่สเนป แฮร์รี่ก็มองเห็นใบหน้าอันเจ็บปวดของอีกฝ่ายทันที ความสับสนยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้น 


จนกระทั่งเพื่อนทั้งสอง รอน และเฮอร์ไมโอนี่เดินมาหาเขาที่ตรงม้านั่งพลางนั่งลงขนาบข้างทั้งคู่ของแฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่ยกมือขึ้นลูบเส้นผมนุ่มของเขาอย่างแผ่วเบาด้วยความปลอบโยน 


แฮร์รี่ นายโอเคนะ” เฮอร์ไมโอนี่พูดด้วยความเป็นห่วง 


ฉันไม่แน่ใจเท่าไหร่” แฮร์รี่พูดตอบสายตาก้มมองต่ำอย่างคนคิดมาก 


ถึงฉันจะไม่รู้เรื่องอะไรก็เถอะ แต่นายตะโกนใส่สเนป สุดยอดไปเลย” รอนพูดชื่นชมจนเฮอร์ไมโอนี่เอ็ดใส่จนรอนหงอ “ขอโทษ..” 


ฉันไม่รู้หรอกนะแฮร์รี่ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเพราะฉะนั้น เธอต้องเล่าให้เราฟัง” เฮอร์ไมโอนี่พูด แฮร์รี่ที่เงียบอยู่พักหนึ่งตัดสินใจเล่าเรื่องราวต่าง  ให้เพื่อนทั้งสองฟัง ทั้งเรื่องของซีเรียส แบล็กที่กำลังตามล่าเขาอยู่ และเป็นคนทรยศพ่อของเขาที่เป็นเพื่อนรักกัน เพราะแบล็กเป็นลูกน้องของคนที่รู้ว่าใคร แต่เขาเลือกที่จะเลี่ยงพูดถึงความสัมพันธ์ของสเนปที่อาจเป็นประเด็นที่น่าสงสัยมากกว่า 


เขาโหดร้ายมาก” เฮอร์ไมโอนี่ร้องตกใจกลัว “นายไม่ควรจะออกจากปราสาทเลยนะแฮร์รี่ เขาจะฆ่าเธอได้ง่าย  เลยถ้าหากเขาเป็นคนที่เก่งและฉลาดแบบนี้ 


ใช่ เฮอร์ไมโอนี่พูดถูก นายอาจจะเละเป็นจุณเลยถ้าหากถูกเขาฆ่าน่ะ” รอนแสดงสีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด แฮร์รี่ได้แต่ถอนหายใจยาวเสียงดังด้วยความอึดอัดและไม่สบายใจเท่าไหร่นัก 


เธอยังมีเรื่องกังวนที่ยังไม่ได้บอกเราใช่ไหม” เฮอร์ไมโอนี่พูดรู้ทัน แฮร์รี่ได้แต่ยิ่งเงียบไม่ได้ตอบอะไรกลับมาจนเธอต้องถอนหายใจตามและพูดต่อเมื่อคิดได้ว่าแฮร์รี่อาจจะกังวนเรื่องของเธอเดาเอาไว้ “ฉันว่านายพูดทำร้ายจิตใจเขาเกินไปนะแฮร์รี่ ถึงเธอจะรู้สึกแย่มากก็เถอะแต่ก็ไม่ควรไปลงกับเขาแบบนั้น 


เขาไหน ?” รอนสงสัยแสดงสีหน้าไม่รู้เรื่องกับสิ่งที่เฮอร์ไมโอนี่พูด แต่เธอไม่สนใจและยังคงจ้องมองแฮร์รี่ที่พยักหน้าเบา  ตอบเธอ 


ฉันไม่เข้าใจเขาเลย” แฮร์รี่ตอบ เฮอร์ไมโอนี่มองอย่างห่วงใยเมื่อเขาเริ่มเปิดใจพูด 


ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันคิดว่าเขาอาจไม่ใช่อย่างที่นายคิดก็ได้ ไปขอโทษเขาแฮร์รี่ เพราะเธอไม่ควรพูดแบบนี้กับอาจารย์นะ” เฮอร์ไมโอนี่พูดประโยคสุดท้ายอย่างแผ่วเบาและแสดงสีหน้าจริงจังจนแฮร์รี่เผลอหัวเราะออกมา เขาอดขำกับคำพูดสุดท้ายของเธอไม่ได้เพราะความเป็นเด็กที่ยึดมั่นในระเบียบขนาดนี้จนเขาคาดไม่ถึงเลยทีเดียว 


เข้าใจแล้ว ไว้ฉันจะไปคุยกับเขาดู” แฮร์รี่เริ่มเผยรอยยิ้มและสบายใจมากขึ้นที่ได้คำปรึกษาจากเพื่อนสาวของเขา แต่กลับดูเหมือนมีคนหนึ่งที่ยังคงแสดงสีหน้างงงวยสุดขีด 


ใครก็ได้บอกฉันที ฉันงงไปหมดแล้ว พวกเธอพูดเรื่องอะไรกันน่ะ” รอนร้องขึ้น 


บางทีนายน่าจะลองใส่ใจกับเรื่องรอบตัวให้มากกว่านี้นะรอน” เฮอร์ไมโอนี่แขวะอย่างยิ้มแย้มขบขัน ไม่แปลกใจนักที่รอนจะไม่รู้เรื่องราว ก็สเนปน่ะดูเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดในโลกสำหรับรอนเลยน่ะสิ แฮร์รี่มองเพื่อนทั้งสองเริ่มหยอกตีกันด้วยความขบขัน เขาเริ่มคิดแล้วว่ามันอาจเป็นความผิดของเขาจริง  ที่เอาอารมณ์ส่วนตัวทุกอย่างไปลงที่สเนปแบบนั้นจนเผลอพูดทำร้ายจิตใจออกไป เพราะเรื่องที่เขารู้ถึงความรักเพื่อนของแบล็กที่ถูกหักหลังจนแฮร์รี่อดกลัวไม่ได้ที่จะระแวงสเนปไปด้วย เนื่องจากที่เขามีความสงสัยมากมายอยู่ก่อนแล้วและยังท่าทีที่เปลี่ยนไปกระทันหันของอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน ความสับสนทั้งหมดและอารมณ์ที่ไม่มั่นคงกลับย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเสียเอง 


ในวัดถัดมาแฮร์รี่ และเพื่อนคนอื่น  ในบ้านกริฟฟินดอร์กำลังนั่งเรียนวิชาปรุงยากับศาสตราจารย์สเนปอย่างปกติในสายตาของคนอื่น  แต่แฮร์รี่กลับสัมผัสได้ว่าเขาถูกเมินเป็นพิเศษ แม้กระทั่งตอนที่แฮร์รี่ทำส่วนผสมผิดพลาดจนมันระเบิดขึ้น สเนปว่ากล่าวตักเตือนเขาโดยที่ไม่สบตาแฮร์รี่เลยแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชายังคงแฝงอยู่ในใบหน้าสีขาวซีด แฮร์รี่ทำตัวเก้  กัง  อย่างบอไม่ถูก เขารู้สึกอึดอัดและเหมือนมีกำแพงหนาขึ้นกว่าเดิมระหว่างเขากับสเนป จนกระทั่งเลิกชั้นเรียนนักเรียนคนอื่น  จึงได้เดินออกไปจากห้อง แฮร์รี่เลือกที่จะยืนเงอะงะอยู่ภายในห้องพยายามที่จะพูดอะไรออกมา แต่สายไปเสียแล้วเหมือนสเนปตัดสินใจเดินออกไปจากห้องเรียนด้วยเช่นกัน ทิ้งให้แฮร์รี่ยืนเหวออยู่ด้านในอย่างไม่สนใจใยดี 


นี่เขาตั้งใจชัด ” แฮร์รี่พูดสบถกับตัวเองก่อนจะเดินออกมาจากห้องเรียน หลังจากวันนั้นที่เขาเผลอพูดจาว่าร้ายใส่สเนป แฮร์รี่ก็ตัดสินใจที่จะมาขอโทษอีกฝ่ายทันทีแต่ดูเหมือนมันจะไม่ง่ายเลยเมื่อสเนปกลับไปเป็นศาสตราจารย์ผู้เย็นชาเช่นเดิมเสียแล้ว และดูเหมือนจะมากกว่าเดิมกับเขาเป็นพิเศษด้วยซ้ำ แฮร์รี่เดินออกไปยังโถงทางเดินเพื่อที่จะไปรับประทานอาหารที่ห้องโถงใหญ่ เขาก็พบกับสเนปที่เดินมาทางเขาอย่างพอดิบพอดี แฮร์รี่ตัดสินใจที่จะเรียกออกไปแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ทันได้สนใจเสียงเรียกของเขา แถมยังเดินเมินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ตัดหน้าไปเลยเช่นกัน แฮร์รี่ถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปนั่งลงตรงที่นั่งโต๊ะอาหารของบ้านกริฟฟินดอร์ข้าง  เพื่อนของเขา 


ทำไมนายมาช้าจังแฮร์รี่” รอนพูดขณะที่กำลังกัดน่องไก่เข้าเต็มปา 


ไม่ดีขึ้นเลยหรือแฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยถาม เขาพยักหน้าตอบกลับไปจนเธอต้องถอนหายใจ 


เขาคงจะเกลียดฉันแล้วล่ะ” แฮร์รี่พูดน้ำเสียงท้อใจ 


ใครเกลียดนายงั้นหรือพอตเตอร์” เสียงเย้ยหยันดูถูกดังขึ้นจากข้างหลัง พวกเขาหันไปมองก็พบกับมัลฟอยและสมุนที่ยิ้มเยาะใส่เขาอยู่ น่าสงสาร พอตเตอร์ถูกเกลียดซะแล้วแหน่ะ” มัลฟอยพูดพร้อมกับแสร้งตีหน้าเศร้าเห็นใจใส่ 


หุบปากซะมัลฟอย” แฮร์รี่ตอบกลับอย่างรำคาญใจก่อนจะหันกลับมาสนใจที่อาหารอีกครั้ง 


โอ้ งั้นหรือ น่าสงสารต้องเศร้าขนาดไหนกันถึงกับต้องให้เลือดสีโคลนปลอบน่ะ” มัลฟอยยังคงเย้ยหยันต่อไป เฮอร์ไมโอนี่เลือดขึ้นหน้าก่อนจะลุกขึ้นมาเพื่อจะประทะกับมัลฟอยแต่กลับถูกเสียงร้องหนึ่งดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน 


ดูนั้นสิ !” เสียงเด็กคนหนึ่งภายในบ้านกริฟฟินดอร์ร้องตะโกนขึ้น ต่างพาทำให้คนอื่น  มองตามไปด้วยเช่นกัน มันคือนกฮูกไปรษณีย์ที่กำลังถือสิ่งของอันใหญ่อยู่ที่อุ้งเท้า มันบินโฉบมาที่แฮร์รี่ก่อนจะทิ้งสิ่งที่มันนำเอามาส่งลงบนโต๊ะอาหารข้างหน้าเขา ทุก  คนต่างมองอย่างสนอกสนใจ มัลฟอยเองก็อดไม่ได้ที่จะอยากรู้อยากเห็นด้วยเช่นกั 


ท่ามกลางเสียงฮือฮาของความอยากรู้อยากเห็น และรอนที่พูดอย่างแปลกใจสงสัยว่าสิ่งนั้นคืออะไรพร้อมกับเชียร์ให้แฮร์รี่เปิดมันออก แฮร์รี่ตัดสินใจที่จะแกะห่อกระดาษหนาออกอย่างรวดเร็วและเมื่อสิ่งที่อยู่ในห่อถูกเปิดออกจนหมด เสียงผู้คนรอบข้างกลับร้องขึ้นอย่างประหลาดใจอึ้ง แฮร์รี่เองก็อึ้งกับมันด้วยเช่นกันเมื่อไม้กวาดไฟร์โบลต์ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขา มันคือไม้กวาดที่ดีที่สุดในตอนนี้และแฮร์รี่อยากได้มันเอามาก  เมื่อเจอเข้าก่อนเปิดเทอ 


สุดยอดเลย ใครซื้อให้นายน่ะ” รอนพูดขึ้นด้วยความอิจฉ 


คงจะเป็นของขวัญปลอบใจคนยาจกอย่างนายไงพอตเตอร์ พ่อฉันซื้อไม้กวาดแบบนั้นได้ทั้งทีม มัลฟอยยิ่งรู้สึกไม่พอใจเมื่อความสนใจทั้งหมดกลับไปอยู่ที่แฮร์รี่อีกครั้ง 


ช่างเขาเถอะแฮร์รี่ ก็แค่อิจฉาน่ะ เฮอร์ไมโอนี่พูดพลางมองมัลฟอยด้วยหางตา ที่ซึ่งเค้นเสียงไม่พอใจใส่ก่อนจะเดินออกไป ทุกคนต่างกลับมาจดจ้องที่ไม้กวาดอีกครั้ง 


มีกระดาษอยู่ด้วยนะ” จินนี่ที่นั่งมองอยู่ชี้ไปที่แผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่มาพร้อมกับไม้กวาด แฮร์รี่หยิบขึ้นมาอ่านด้วยความอยากรู้อยากเห็นทันที 

 

มอบให้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ 

เธอคงจะเสียใจกับเรื่องราวต่าง  มามากมายสินะแฮร์รี่ 

ฉันหวังเพียงแค่ของขวัญชิ้นนี้อาจจะทำให้เธอมีความสุขขึ้นได้บ้าง เลิกเศร้าซะ 

ฉันคิดว่าไม้กวาดอันนี้ดีกว่าอันที่พังไปแล้วเป็นไหน  ดูแลให้ดี   

SS 

 

เมื่อแฮร์รี่ได้อ่านจดหมายที่แนบมาจนจบเขาหันไปมองสเนปที่กำลังนั่งทานอาหารอยู่ที่โต๊ะของอาจารย์ในทันที และพบว่าสเนปเองก็จ้องมองมาที่เขาเช่นกัน สเนปอดพอใจกับความดีใจของแฮร์รี่ไม่ได้กับของขวัญที่เขามอบให้และสีหน้ายิ้มแย้มที่หันมามองเขาทันทีที่อ่านจดหมายจบ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ถึงความรู้สึกแย่  ก่อนหน้านี้เขาจึงตีหน้าเย็นชาใส่อย่างไม่รู้สึกใยดีอะไรและทานอาหารต่อ จนแฮร์รี่หน้าหงอยไปทันที แฮร์รี่หันกลับมามองไม้กวาดด้ามใหม่ของเขาอีกครั้งและตัดสินใจเมินเฉยต่อคำถามต่าง  นานาของเพื่อนร่วมบ้านของเขา  


เมื่อถึงช่วงเย็นของวัน นักเรียนแต่ละคนกลับไปที่หอพักประจำบ้านของแต่ละคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เว้นเสียแต่แฮร์รี่ที่บอกกับเพื่อน  ของเขาว่าเขามีเรื่องที่ต้องทำในเย็นนี้ ถึงรอนจะสงสัยแต่เฮอร์ไมโอนี่เข้าใจดีและปล่อยให้เขาออกมาข้างนอกอย่างไม่ขัดอะไร แฮร์รี่เดินมุ่งหน้าไปที่คุกใต้ดินของปราสาทที่ทั้งเงียบเฉียบและเยือกเย็นเหลือเกินยิ่งกับอากาศหนาวภายนอกปราสาทแล้วด้วยทำให้อากาศที่นี่ค่อนข้างหนาวมากขึ้นกว่าปกติ เขาเดินลงไปเรื่อย  จนถึงห้องห้องหนึ่ง มันคือห้องของสเนป แฮร์รี่ยืนถอนหายใจเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจที่จะเปิดประตูเข้าไปอย่างช้า  ค่อย  ยื่นหน้าเข้าไปภายในห้องอย่างสำรวจ กล้า  กลัว  เขาพบกับสายตาที่จับจ้องมาที่เขาอย่างไม่พอใจ 


เธอกำลังบุกรุกห้องของฉันโดยที่ไม่คิดแม้แต่จะเคาะประตูด้วยซ้ำ พอตเตอร์ สเนปพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาราวกับน้ำแข็งอันเย็นเฉียบ แฮร์รี่รู้สึกสันหลังวาบเล็กน้อยแต่ก็เดินเข้ามาในห้องพลางปิดประตูลงเบา  เขายืนตรงหันมองหน้าอีกฝ่ายอย่างลังเล 


ผม ..คือ ..ขอบคุณเรื่องไม้กวาดนะครับ” แฮร์รี่พูดเสียงอ่อน เขารู้สึกขัดเขินก้บคำพูดและอึดอัดเล็กน้อย ความรู้สึกผิดแผ่ขึ้นในตัว 


ก็แค่ของขวัญจากผู้เสพความตาย ทิ้งไปก็ได้ถ้าเธอรังเกียจ ฉันไม่ถืออะไร สเนปตอบพลางหันไปนั่งสนใจกับการบ้านของนักเรียนที่ส่งมาเช่นเดิม แฮร์รี่รู้สึกเจ็บปวดทันทีที่ถูกประชดเสียดสีใส 


ไม่ ผมไม่ทิ้งหรอก” แฮร์รี่ร้องขึ้นทันที สเนปเงยหน้ามองเล็กน้อยและก้มลงต่อ “โธ่ ศาสตราจารย์ครับ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ ก็แค่ผม  


ไม่ได้ตั้งใจงั้นหรือ ? ทำไมเธอถึงคิดแบบนั้นทั้งที่สิ่งที่เธอคิดแต่แรกมันก็ไม่แปลกอะไรอยู่แล้ว ทำไมเธอถึงคิดว่าที่พูดมามันเป็นเรื่องที่เธอไม่ได้ตั้งใจล่ะพอตเตอร์ ?” 


แฮร์รี่เดินตรงหรี่มาหาคนตรงหน้าทันที เขาทนไม่ได้ที่จะถูกโกรธและเย็นชาใส่แบบนี้ 


ผมไม่ได้คิดแบบนั้นกับคุณจริง  เสียหน่อย ! คุณไม่รู้หรอกว่าผมคิดอะไรบ้าง !” แฮร์รี่ตวาดใส่ 


งั้นหรือ ! ถ้าอย่างงั้นฉันควรจะรู้ไหมว่าสมองอันน้อยนิดของเธอมันคิดเรื่องเยอะแยะมากมายขนาดไหน เป็นความผิดของฉันสินะที่ไม่รู้เรื่องอันน่าหดหู่ของเด็กน้อยผู้รอดชีวิตที่รันทดนักหนาน่ะ” สเนปตวาดกลับ 


เลิกประชดผมสักที !” แฮร์รี่ตะโกนอย่างอดกลั้น สเนปที่พูดออกมามากทายต้องหยุดลงหายใจหอบอย่างโกรธเกรี้ยว ทั้งคู่เริ่มอยู่ในความสงบ แฮร์รี่เริ่มใจเย็นและพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง 


ผมขอโทษครับศาสตราจารย์ ผมแค่ ..แค่สับสน ผมไม่รู้ว่าคุณคิดอะไร ไม่รู้ว่าคุณรู้สึกยังไงกันแน่ คุณไม่เคยบอกอะไรผมจนผม ..ผม ผมขอโทษครับ ได้โปรด อย่าโกรธผมเลยนะครับเซเวอรัส” แฮร์รี่พูดพลางยื่นมือออกไปสัมผัสกับใบหน้าสีขาวซีดที่กำลังแสดงสีหน้าใจเย็นลง นิ้วโป้งเกลี่ยเบา  บนผิวแก้มเนียนนุ่ม นัยน์ตาสีเขียวมรกตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน ปนความโหยหา นัยน์ตาสีดำสั่นไหวเล็กน้อยกับสัมผัสอันแผ่ว เมื่อบรรยากาศอันตึงเครียดเริ่มจางหายไป ความเงียบเข้าปกคลุม ใบหน้าเขาที่ค่อย  ขยับเข้าหาอีกฝ่ายก่อนจะบรรจงประกบริมฝีปากจูบอย่างแผ่วเบา สเนปหลับตาลงรับจูบตอบ ก่อนเขาจะผละออกมาน้อย  แต่ยังคงใกล้ชิด นัยน์ตาสีดำสนิทเผยขึ้นมองนัยน์ตาสีเขียวด้วยความสงสัยเล็กน้อย ลมหายใจของพวกเขาจรดกันด้วยระยะที่ใกล้เพียงไม่กี่เซน แฮร์รี่จ้องมองพลางพิจารณาใบหน้าขาวซีดเนียนสวยด้วยความหลงใหลพลางเลื่อนสายตามองต่ำก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ 


ได้โปรด ผมไม่อยากให้ศาสตราจารย์เกลียดผม 


ฉันไม่เคยเกลียดเธอ แฮร์รี่” สเนปกระซิบตอบจนทำให้แฮร์รี่เผลอยิ้มออกมาน้อย  แต่ความไม่พอใจก็ยังคงแฝงอยู่ในใจของสเนป เขาทำดีดูแลเด็กหนุ่มโดยที่ไม่ใช่ตัวของเขาเองเสียด้วยซ้ำแต่กลับต้องมาถูกโมโหใส่แบบนี้ มันน่านัก จนกระทั่งเขาตัดสินใจที่จะกลั่นแกล้งจนออีกฝ่ายต้องหุบยิ้มลงทันที


เธอคงกล้ามากสินะที่คิดจะมาจูบกับอาจารย์ของฮอกวอตส์แบบนี้ โดยเฉพาะกับฉันน่ะพอตเตอร์” สเนปพูดกลั้นแกล้งด้วยความหมั่นไส้กับรอยยิ้มของเขา แฮร์รี่หน้าซีดลงทันทีที่นึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรลงไป ใบหน้าตะลึงกับดวงตาที่เบิกกว้างทำให้สเนปพึงพอใจอย่างมาก


ผม ผมขอโทษครับศาสตราจารย์ ก็ อารมณ์มันพาไป ไม่สิ ผม—“ แฮร์รี่พูดรัวด้วยความร้อนรน แต่สเนปไม่สนใจ เขาลุกขึ้นจากที่นั่งจ้องมองเด็กหนุ่มที่ถือดีมาจูบเขาอย่างคาดโทษ 


กักบริเวณพอตเตอร์ 2 อาทิตย์ 


อะไรนะครับ ?!” 


ด้วยการมาช่วยฉันเตรียมส่วนผสมปรุงยาเพื่อการสอนทุกเย็นที่ห้องนี้” สเนปสั่งเสียงเฉียบขาดแต่แฮร์รี่กลับทำสีหน้างงจนประหลาดใจสับสนแทน 


ห้ะ เดี๋ยว.หมายความว่าไ—“ แฮร์รี่ไม่ทันได้พูดจบก็ถูกสเนปดันหลังให้ออกจากห้องไปเสียก่อน 


หมดเวลาแล้วพอตเตอร์ ออกไปจากห้องของฉันซะ” สเนปดันหลังอีกฝ่ายจนมาถึงพื้นที่หน้าห้อง "ราตรีสวัสดิ์" ก่อนจะปิดประตูไล่หลังทันที โดยไม่ทันได้เห็นสีหน้าตลก  ของแฮร์รี่ที่ไม่รู้จะเสียใจหรือดีใจกับการลงโทษนี้่ดี เมื่อแฮร์รี่พ้นจากสายตาของเขาแล้ว สเนปกลับเผลอยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงท่าทางตลก  นั้นก่อนจะแปรเปลี่ยนมาเป็นความเขินเล็กน้อยเมื่อภายใต้ใบหน้าที่กลับมาเรียบนิ่งเริ่มขึ้นสี ก่อนจะเค้นเสียงสบถออกมาเมื่อนึกถึงจูบที่เพิ่งเกิดพลางเม้มริมฝีปากบางของตน


เจ้าเด็กบ้า 

 

----------------------------------------------------------------


จบแล้ววอีกตอนน ยาวขึ้นเยอะมั้ยไม่รู้แต่ปาไปสิบกว่าหน้าเวิร์ดแหน่ะ 555555 ถ้าไรท์พิมพ์ผิดบ่อยคงเป็นเพราะไรท์ใช้เวิร์ดในไอโฟนพิมพ์แหน่ะ แป้นมันจะเลื่อนไปโดนตัวอื่นบ่อยแต่ยอมรับว่าพิมพ์ง่ายและลื่นกว่าในคอมแน่นอน ก่อนลงไรท์จะอ่านที่ตัวเองพิมพ์ก่อนรอบนึงเป็นการตรวจสอบจึงได้ลงดึกหน่อย ซึ่งปรากฏว่าไรท์มาลงวันศุกร์วันเดียวนั้นเองงง ขอโทษด้วยที่หายไปนานนะคะ


หลังจากนี้อาจจะลงอาทิตย์อย่างต่ำหนึ่งตอน หรือมากสุดสองสามตอนนะคะถ้าหากว่าง แต่เดือนหน้าคาดว่าลงบ่อยกว่านี้แน่นอน เนื้อเรื่องอาจจะอารมณ์แปรปรวนหน่อย แฮะ ๆ ตอนแรกว่าจะอิงตามหนังสือเนื้อเรื่องหลัก แต่ไรท์กลัวว่าจะยาวมากจนเกินไปเป็นร้อยตอนแน่ ๆ 5555 เพราะฉะนั้นอาจจะมีรวบบ้าง ข้ามบ้าง ย่อบ้างแล้วแต่อารมณ์นะฮะ ช่วงนี้อาจจะเบา ๆ หน่อย แต่ตอนท้าย ๆ ใกล้จบเข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (?)


พูดมากมาเยอะแล้ว เก็บกดจากที่ไม่ได้ลงมานาน เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ ฝากเม้นกันด้วยนะ ! คิดถึงเสมออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #148 Yanikajitklang (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 21:35
    รอนะคะไรท์
    #148
    0
  2. #141 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 19:07
    ฮุๆๆๆๆๆๆๆ
    #141
    0
  3. #140 BabyFish2547 (@lookpa2547) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 22:23
    <p>ฟินมากอะ ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบ</p><p>เขินแทนเลยอะ อยากจะถอดวิญญาณตัวเองแล้วลอยไปดูใกล้<a><img alt="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png" src="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png"> </a>ๆ</p>
    #140
    0
  4. #139 Me The Ripper (@MeTheRipper) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 16:11
    แฮร์รี่นี่มันแฮร์รี่จริงๆ จะเด็กจะโตก็เหมือนกัน 55555555
    #139
    0
  5. #138 Flutter (@Flutter) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 13:30
    <p>ฟินนนนน&#8203; จุง</p>
    #138
    0
  6. #137 BeBe' (@newbem007) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 13:03
    โอ้ยยย มันดีต่อจัยยยย์ ไม่เคยอ่านคู่นี้เลยค่ะ อยู่ๆนึกยังไงไม่รู้ดันกดเข้ามาอ่าน อ่านเสร็จก็วี้ดแตก ฟินเวอรรรร์ สู้ๆนะคะ รอคอยอย่างใจจดจ่อค่าาา
    #137
    0
  7. วันที่ 21 เมษายน 2561 / 08:03