Fic Harry Potter [HP/SS] - A New Way of Life

ตอนที่ 12 : บทที่ 11 - ความเปลี่ยนแปลงของสเนป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 850
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    31 มี.ค. 61

บทที่ 11 



หลังจากผ่านมาเป็นเวลาหลายวันเรื่องบ็อกการ์ตของสเนปข่าวนี้ก็เริ่มซาลง เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ดูจะสนุกสนานกับการเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดมากขึ้น ทั้งเรื่องการเรียนของเรดแคป ซึ่งเป็นอมนุษย์ประหลาดขนาดเล็กหน้าคล้ายก็อบลิน หรือจะเรื่องของกัปปะซึ่งเป็นผีน้ำน่าขนลุกขนพองที่ดูเหมือนลิงมีเกล็ด 

 

แฮร์รี่ไม่ได้มีความสุขเพียงแค่วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดเพียงอย่างเดียวแต่เขาเริ่มรู้สึกดีขึ้นในวิชาปรุงยาด้วยนั้นเอง เพราะหลัง ๆ มานี้สเนปไม่ได้กลั่นแกล้งหรือดูถูกถากถางอะไรเขาอีกแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฮร์รี่ตั้งใจเรียนวิชานี้มากขึ้นเท่าไหร่หรอก เพราะมัวแต่นั่งเหม่อมองคิดอะไรต่าง ๆ นานากับผู้สอนวิชาปรุงยาจนไม่สามารถจดจ่อที่ตำราได้ ไม่ว่าจะท่าทีที่เปลี่ยนไป เรื่องที่ไม่ค่อยจะพยายามหาเรื่องเขา แม้กระทั่งเรื่องสายตาที่เคยให้ความรู้สึกในแง่ลบก็หายไปแล้ว แฮร์รี่เคยคิดจะเก็บความรู้สึกที่เขารู้สึกกับสเนปไว้ในส่วนลึกและเผยความเกลียดชังที่สเนปมีให้ตอบกลับไปแทนมันเป็นเกาะชั้นเยี่ยมที่จะทำให้เขาไม่เจ็บปวดจนไม่ได้สังเกตุความจริงที่ว่าเขาไม่แม้แต่จะรู้ตัวเลยเมื่อสเนปมักจะมองเขาด้วยสายตาคาดหวังอะไรอยู่บ่อย ๆ  แต่ตอนนี้เขาเริ่มสับสนขึ้นมาแล้วว่าควรจะทำตัวยังไงกับสถานการณ์ที่เริ่มเปลี่ยนไปกระทันหันแบบนี้ น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาเองก็ยังคิดไม่ออก 

 

อีกทั้งแฮร์รี่ก็ยังคงผวาทุกครั้งที่ต้องเรียนกับศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ในห้องหอคอยที่น่าอึดอัด เขาพยายามอย่างมากที่จะต้องนั่งเรียนโดยที่ไม่สนใจดวงตาคู่โตที่มักมีน้ำตาเอ่อขึ้นทุกครั้งที่มองมาทางเขา หรือน้ำเสียงเป็นเชิงปลอบของปาราวตีและลาเวนเดอร์ในตอนหลังเลิกเรียนประหนึ่งว่าแฮร์รี่กำลังจะใกล้ตายเข้าจริง ๆ สองสาวนับถือแกมบูชาศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์เป็นอย่างมาก ความจริงมันก็น่ารำคาญอยู่น้อย ๆ ที่มีแต่คนพูดเรื่องความเป็นความตายของเขาไม่หยุดหย่อน

 

แต่ถ้าหากพูดถึงวิชาการดูแลสัตว์วิเศษ ความจริงแล้วไม่มีใครชอบวิชานี้เลยเพราะมันเริ่มน่าเบื่อมากขึ้นจริง ๆ แล้ว เมื่อแฮกริดให้นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับหนอนฟลอบเบอร์ เพราะไม่กล้าที่จะนำสัตว์ใหญ่อันตรายมาสอนหลังเกิดเหตุการณ์ตื่นเต้นในชั่วใมงแรก เจ้าหนอนฟลอบเบอร์เป็นสัตว์ที่น่าเบื่อที่สุดชนิดหนึ่งในโลกเลยทีเดียว 

 

“ทำไมเราต้องเสียเวลาเลี้ยงดูพวกมันด้วยนะ” รอนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเต็มทีกับการดูแลเจ้าสัตว์นี่มาเกือบชั่วโมง 

 

จนกระทั่งเดือนตุลาคม ฤดูการแข่งขันควิดดิชกำลังใกล้เข้ามาและดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดในบรรดาเรื่องที่แฮร์รี่เจอในปีนี้ โอลิเวอร์ วู้ดกัปตันทีมกริฟฟินดอร์เรียกประชุมทีมเพื่อพูดคุยเรื่องกลยุทธ์สำหรับฤดูกาลใหม่นี้ ในปีนี้คือปีที่เจ็ดของวู้ด ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของฮอกวอตส์ น้ำเสียงที่แฝงแววมุ่งมาดปรารถนาจนหมดใจขณะพูดกับลูกทีมทั้งหกคนในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอันหนาวเย็นริมสนามควิดดิชที่เริ่มมืดลงเรื่อย ๆ วู้ดเริ่มพูดปลุกใจคนในทีมเมื่อเห็นว่าทุกคนตั้งแถวเตรียมพร้อมอยู่ 

 

“ครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายของเรา โอกาสสุดท้ายของฉันที่จะได้ถ้วยควิดดิช” วู้ดบอกลูกทีมพร้อมเดินกลับไปกลับมาอยู่ตรงหน้า “ฉันจะเรียนจบปีนี้แล้ว และจะไม่มีโอกาสได้เล่นอีกเพราะฉะนั้น—ปีนี้จะต้องเป็นปีของเรา ที่จะได้สลักชื่อลงบนถ้วยควิดดิช” เขาพูดพร้อมทุบกำปั้นลงบนมือข้างหนึ่ง 

 

“เรารู้ว่าเราคือทีมที่สุดยอดที่สุดของโรงเรียนเพราะเรามีเชสเซอร์ชั้นยอดสามคน” วู้ดชี้ไปที่อลิเซีย แอนเจลิน่า และแคตี้ 

 

“มีบีตเตอร์ที่ไม่มีใครโค่นได้สองคน” 

 

“หยุดเถอะ โอลิเวอร์ นายกำลังทำให้เราเขินนะ”เฟร็ดกับจอร์จพูดขึ้นพร้อมกันแล้วแกล้งทำเป็นเขินอายหน้าแดง 

 

“และยังมีซีกเกอร์ที่ไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลยสักครั้งเดียว!” วู้ดส่งเสียงกึกก้องสายตาภาคภูมิใจมองไปที่แฮร์รี่ก่อนจะพูดต่อ “และฉันเอง” 


“ความจริงถ้วยควรจะมีชื่อเราสลักไว้ทั้งสองปีที่ผ่านมา แต่เราก็ยังไม่ได้ และปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่เราจะได้เห็นชื่อเราอยู่บนถ้วย..” วู้ดพูดเสียงเศร้าจนทุกคนมองด้วยความเห็นใจ จนกระทั่งเฟร็ดและจอร์จส่งเสียงให้กำลังใจดังขึ้นบ่งบอกถึงความกระตือรือร้นที่พยายามจะนำชัยชนะมาสู่ทีม  


“เราทำได้แน่โอลิเวอร์ !” 


“ใช่ ถ้วยปีนี้จะต้องเป็นของเรา!” 


“แน่นอน ผมมั่นใจเลย” แฮร์รี่สมทบ 


คนอื่น ๆ เริ่มฮึดสู้ตามจนส่งผลให้วู้ดเริ่มชื่นใจมากขึ้น ทีมกริฟฟินดอร์เริ่มฝึกซ้อมด้วยความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม ถึงแม้ฝนฟ้าอากาศจะเป็นเช่นไรก็ไม่สามารถทำให้พวกเขาคิดจะเลิกซ้อมได้เลย แฮร์รี่เต็มที่กับมันเพื่อชัยชนะที่จะได้ถ้วยควิดดิชสีเงินใบใหญ่มาครองให้จนได้ 

 


จนกระทั่งตกเย็น แฮร์รี่กลับมาถึงห้องนั่งเล่นรวมของบ้านกริฟฟินดอร์หลังฝึกซ้อมเสร็จ เขาก็พบว่าทั้งห้องมีเสียงดังเซ็งแซ่ไปด้วยความตื่นเต้น เมื่อเขาเดินมาหาเพื่อนทั้งสองรอน และเฮอร์ไมโอนีที่กำลังนั่งเติมแผนที่ดวงดาวสำหรับวิชาดาราศาสตร์ก็ได้คำตอบว่า ทุกคนต่างพูดถึงการไปเที่ยวฮอกส์มี้ดครั้งแรกที่ถูกประกาศอยู่บนกระดานเก่าคร่ำคร่า มันคือปลายเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นวันฮาโลวีนพอดี เฟร็ดกับจอร์จต่างพูดถึงสิ่งที่พวกเขาวางแผนที่จะไปทำที่ฮอกส์มี้ดแต่ก็หยุดลงเมื่อเห็นแฮร์รี่ดูจะไม่ได้ตื่นเต้นกับสิ่งที่ทั้งคู่พูดเลย 

 

“เป็นอะไรไปแฮร์รี่” เฟร็ดถามขึ้น 

 

ใช่ นายดูไม่ตื่นเต้นเลยนะ” จอร์จเห็นด้วย 

 

ลุงกับป้าไม่ได้เซ็นใบอนุญาตให้ไปฮอกส์มี้ดน่ะ ฉันคงไม่ได้ไปอย่างที่พวกนายว่าหรอก” 

 

แฮร์รี่ทิ้งตัวลงนั่งข้างรอนด้วยจิตใจอันห่อเหี่ยว ใบหน้าที่แสดงถึงความผิดหวังอย่าเห็นได้ชัดจนเพื่อนทั้งสองรวมไปถึงฝาแฝดวีสลีย์รู้สึกเห็นใจ 

 

“แฮร์รี่ ฉันแน่ใจว่าครั้งหน้าเธอจะไปได้นะ” เฮอร์ไมโอนีพูดขึ้น “เธอก็รู้ว่าตอนนี้แบล็กกำลังตามล่าเธออยู่ ฉันว่ามันคงไม่ดีหรอกถ้าจะออกจากฮอกวอตส์ตอนนี้น่ะ” 

 

แฮร์รี่ไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิดที่ได้ยินอย่างงั้น แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากพยักหน้ารับรู้สีหน้าที่แสดงถึงความห่อเหี่ยวยังคงสร้างความเห็นใจให้แก่เพื่อน ๆ จึงทำให้ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาเลยระหว่างที่นั่งเติมแผนที่ดวงดาว 

 


จนกระทั่งพวกเขาเสร็จการบ้านหมดแล้วรอนและแฮร์รี่ที่ขณะนี้กำลังจะเตรียมล้มตัวลงนอนกับเตียงภายในห้องนอนหอพักชายกริฟฟินดอร์ 

 

นายลองไปขอมักกอนนากัลสิแฮร์รี่ บางทีนายอาจจะไปได้ก็ได้นะถ้าลองไปพูดกับเธอดูน่ะ” รอนพูดขึ้นหาทางช่วยเขาระหว่างที่กำลังจะห่มผ้า เด็กหนุ่มผมแดงไม่กล้าที่จะพูดต่อหน้าเฮอร์ไมโอนี่เพราะรู้ว่าถ้าพูดออกไปคงโดนเอ็ดแน่ ๆ 

 

“ก็ได้ฉันจะลองดู” แฮร์รี่ตัดสินใจตอบรับสิ่งที่รอนเสนอ บางทีศาสตราจารย์มักกอนนานัลอาจจะเห็นใจเขาขึ้นมาบ้างก็ได้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าครอบครัวเดอร์สลีย์ดูแย่แค่ไหน .. 

 


ในวัดถัดมาบ้านกริฟฟินดอร์มีวิชาเรียนแปรงร่าง แฮร์รี่ตัดสินใจจะถามมักกอนนากัลหลังเลิกเรียนว่าเขาจะสามารถไปเที่ยวฮอกมี้ดกับเพื่อน ๆ ได้หรือไม่ แต่เมื่อหมดเวลาเรียนก่อนที่แฮร์รี่จะได้เอ่ยขอก็กลับเป็นอาจารย์เสียเองที่เอ่ยเรื่องฮอกมี้ดขึ้นมาเสียก่อน 

 

“เอาล่ะเด็ก ๆ พวกเธอทุกคนอยู่บ้านของฉัน เพราะฉะนั้นขอให้ส่งแบบฟอร์มอนุญาตไปฮอกมี้ดให้ฉันก่อนวันฮัลโลวีนด้วย ไม่มีใบอนุญาตไม่ได้ไป ดังนั้นจงอย่าลืมล่ะ” เธอประกาศบอกนักเรียนภายในห้อง ทุกคนต่างนำใบไปส่งพร้อมกับเดินออกไปจากห้อง เหลือเพียงแต่แฮร์รี่ และรอนที่ยังคงนั่งอยู่กับที่ 

 

“เอาเลยแฮร์รี่” รอนกระทุ้งศอกใส่แฮร์รี่เป็นการส่งสัญญาณให้เขาตัดสินใจขอมักกอนนากัล เฮอร์ไมโอนีที่พึ่งส่งใบอนุญาตเสร็จหันมามองอย่างสงสัยกับท่าทีของเพื่อนเธอว่าทำไมถึงยังไม่ลุกออกมาเสียที 

 

“เข้าใจแล้วน่ะรอน” แฮร์รี่ร้องบอก เขารอจนเพื่อนที่เหลือออกไปจากห้องจนหมดแล้วจึงตัดสินใจเดินตรงไปที่โต๊ะศาสตราจารย์ด้วยความประหม่า ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่เดินสวนไปหารอนทั้งที่สายตายังคงจดจ่อที่แฮร์รี่

 

“เขาจะทำอะไรน่ะ” เฮอร์ไมโอนีกระซิบถาม

 

“เอาน่า เฮอร์ไมโอนี่” รอนตอบโดยที่สายตายังคงจ้องที่แฮร์รี่ด้วยความลุ้นเต็มที่ 

 

“อ.. อาจารย์ครับ คือว่า..” แฮร์รี่เอ่ยอ้ำอึ้ง มักกอนนากัลเงยหน้าขึ้นเหลือบตามองเด็กชายตรงหน้าลอดกรอบแว่นเป็นเชิงฟังสิ่งที่เขาจะพูดต่อ 

 

“ลุงกับป้าของผม เขา.. ลืมเซ็นใบอนุญาตให้ผมน่ะครับ ถ้าหาก— ถ้าหากอาจารย์เซ็นให้ผม..” เมื่อเฮอร์ไมโอนีได้ยินดังนั้นก็ส่งสายตาเป็นเชิงดุใส่รอนที่ได้แต่ยิ้มแหย ๆ กลับไป 

 

“ฉันทำอย่างงั้นไม่ได้หรอกนะพอตเตอร์” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แฮร์รี่หน้าหงอยลงทันทีจนเธออดที่จะมองด้วยความสงสารไม่ได้ “เสียใจด้วยพอตเตอร์ ฉันพูดได้เท่านี้” 

 

“ครับ ไม่เป็นไรครับศาสตราจารย์มักกอนนากัล แฮร์รี่ตอบพร้อมกับเดินออกไปอย่างผิดหวัง รอนและเฮอร์ไมโอนี่เดินตามหลังเขาไปทันทีแต่ก็อดที่จะพูดถึงไม่ได้ 

 

“เห็นไหม มันไม่ได้ผล”  

 

“หยุดพูดได้แล้วเฮอร์ไมโอนี่”  

 

หลังจากที่ผิดหวังจากการขอร้องมักกอนนากัลแล้ว ก็ดูเหมือนเพื่อน ๆ ของเขาจะพยายามปลอบใจเขากันสุด ๆ รอนพูดถึงความสนุกสนานของงานเลี้ยงค่ำในวันฮาโลวีนที่ฮอกวอตส์จัดขึ้น มันสนุกอยู่เสมอในทุก ๆ ปี แต่ก็ไม่ได้ทำให้แฮร์รี่ที่จิตใจห่อเหี่ยวดีขึ้นสักเท่าไรหรอก ยังไงเขาก็คิดว่าการที่ไม่ได้ไปเที่ยวฮอกส์มี้ดกับเพื่อน ๆ มันก็ดูแย่อยู่ดี อะไรจะดีเท่าการไปเที่ยวและกลับมาฉลองวันฮาโลวีนพร้อมเพื่อนกันล่ะ แน่นอนว่าไม่มีใครพูดปลอบแฮร์รี่ได้สักคน 

 

เช้าวันฮาโลวีนแฮร์รี่ยืนมองดูนักเรียนคนอื่น ๆ ที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวฮอกส์มี้ดด้วยใบหน้าซึม ๆ ความรู้สึกหดหู่จับใจ พยายามทำตัวปกติที่สุดเมื่ออยู่ต่อหน้ารอนและเฮอร์ไมโอนี หรือแม้กระทั่งมัลฟอยที่เยาะเย้ยใส่เรื่องที่แฮร์รี่กลัวผู้คุมวิญญาณจนไม่กล้าไปเที่ยวฮอกส์มี้ด เขาเลือกที่จะเมินมัน 

 

เมื่อกลุ่มนักเรียนในชั้นปีของเขาออกจากโรงเรียนกันไปหมดแล้วแฮร์รี่ก็ตัดสินใจเดินขึ้นบันไดหินอ่อนไปตามลำพัง เขาไม่รู้หรอกว่าจะเดินไปไหนหรือทำอะไรดี ระหว่างนี้ ในหัวนึกไว้ว่าจะไปทำการบ้านที่ค้างคาไว้แต่ก็ล้มเลิกไปเมื่อรู้สึกว่าตอนนี้คงยังไม่มีอารมณ์จะทำมันสักเท่าไหร่ เขาหมุนตัวกลับเดินไปอีกทางหนึ่งอย่างเอื่อย ๆ หรือจะไปห้องสมุดดีนะ เขาคิด จนกระทั่งมีเสียงร้องทักเขาเสียงดัง 

 

“แฮร์รี่ ?” แฮร์รี่หยุดเดินและหมุนตัวกลับไปดูว่าใครเรียก ก็เจอเข้าไปลูปินที่โผล่หน้าออกมาจากประตูห้องทำงานของเขา 

 

เธอจะไปไหนน่ะ ?” ลูปินถามขึ้น 

 

“ผมยังไม่รู้ครับ” แฮร์รี่ตอบน้ำเสียงปลง ๆ ลูปินพินิจดูแฮร์รี่อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากชวน 

 

“เข้ามาก่อนสิ มาดื่มชาสักถ้วยก่อนก็ได้” 

 

“ครับ” แฮร์รี่ไม่รู้ว่าจะไปไหนอยู่แล้วจึงตอบตกลงด้วยท่าทางสบาย ๆ และเดินตามลูปินเข้าไปในห้องทำงาน นั่งลงบนเก้าอี้นวมตัวนึงที่อีกฝ่ายเชิญให้เขานั่ง แฮร์รี่จ้องมองลูปินชงน้ำชาให้เขาก่อนมันจะถูกวางตรงหน้า 

 

“อย่าเศร้าไปเลย ครั้งหน้าเธออาจจะได้ไปฮอกส์มี้ดกับคนอื่น ๆ ก็ได้” ลูปินพูดปลอบโยนเขาอีกคน แต่แฮร์รี่ที่ไม่อยากจะคิดเรื่องน่าหดหู่นี้แล้ว เมื่อเขานึกได้ว่ากำลังอยู่กับลูปินตามลำพังก็พาลนึกไปถึงเรื่องบ็อกการ์ตในคาบเรียนป้องกันตัวจากศาสตร์มืดแทน 

 

“อาจารย์จำวันที่เราสู้กับบ็อกการ์ตได้ไหมครับ” จู่ ๆ แฮร์รี่ก็ตัดสินใจเอ่ยถามขึ้น 

 

“จำได้” ลูปินตอบช้า ๆ พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในวันนั้น 

 

“อาจารย์รู้ไหมครับว่า ทำไมบ็อกการ์ตของศาสตราจารย์สเนปถึงเป็นผม” แฮร์รี่ถามอย่างใคร่รู้  

 

ลูปินมองเขาและพยายามที่จะนึกคำตอบของคำถามนั้นพร้อมกับนั่งลงตรงหน้า 

 

“ครูคิดว่าเธอน่าจะรู้ดีกว่าครูนะ” ลูปินพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจในเมื่อบ็อกการ์ตเป็นแฮร์รี่ เขาก็ต้องเป็นต้นเหตุให้สเนปต้องกลัวสิ แต่ดูเหมือนแฮร์รี่เองก็จะไม่รู้เรื่องอะไรเลยเหมือนกัน 

 

“ทีแรกผมคิดว่าเขา แบบว่า ..ไม่ชอบผมน่ะ แต่..” แฮร์รี่ทำสีหน้าไม่มั่นใจ “ดูเหมือนผมจะเริ่มไม่แน่ใจแล้ว” 

 

ลูปินถอนหายใจหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดพลางยิ้มน้อย ๆ ให้ 

 

“เซเวอร์รัสน่ะ ไม่ใช่คนที่คาดเดาอะไรง่าย ๆ หรอกนะแฮร์รี่ บางทีเขาก็ไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียวหรอก เพียงแค่.. มันมีเหตุผลที่เขาเป็นแบบนั้น”  

 

แฮร์รี่พยักหน้าพลางยกน้ำชาขึ้นจิบ เขาไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปในหัวคิดถึงท่าทีแสนน่ากลัวที่สเนปแสดงใส่เด็กบ้านอื่น ๆ ยกเว้นเสียสลิธิรินที่ดูเหมือนจะโอ๋เป็นพิเศษ 

 

“ทำไมเธอไม่ลองไปถามตรง ๆ ดูล่ะ ?” ลูปินถามต่อ 

 

“เอ่อ ..ผม..” แฮร์รีอ้ำอึ้ง เขาไม่รู้จะบอกดีหรือเปล่าเรื่องที่ไปหาสเนปที่ห้องวันนั้น แต่คำตอบก็ไม่ได้พูดออกไป 

 

เสียงเปิดประตูถูกขัดจังหวะขึ้น จนทั้งสองหันขวับไปมอง 

 

เป็นสเนปที่เดินเข้ามา มือถือถ้วยยาถ้วยหนึ่งและหยุดชะงักไปเมื่อเห็นว่าลูปินไม่ได้อยู่คนเดียวในห้อง ขมวดคิ้วมองแฮร์รี่ที่สะดุ้งน้อย ๆ ดวงตาของสเนปหรี่มองอย่างสงสัยทันที เหตุใดทำไมแฮร์รี่ถึงได้มาอยู่ในห้องกับลูปินแต่ไม่ได้ไปฮอกส์มี้ดเหมือนคนอื่น ๆ กัน ? 

 

“เซเวอร์รัสน่ะเอง” ลูปินยิ้ม “ขอบคุณมาก ช่วยวางไว้ให้ผมบนโต๊ะได้ไหม” 

 

สเนปวางถ้วยยาลงบนโต๊ะ แต่สายตายังคงมีความสงสัยไม่ลดละทำให้ลูปินคาดเดาว่าเขาคงจะอยากรู้เรื่องที่แฮร์รี่อยู่กับเขาแน่ ๆ 

 

“พอดีผมเชิญแฮร์รี่เข้ามาคุยเล่นน่ะ” ลูปินตอบพลางใช้นิ้วโป้งชี้ไปที่แฮร์รี่ที่นั่งตัวเกร็ง ๆ อยู่ใกล้ ๆ 

 

“งั้นหรือ น่าสนุกดีนะ” สเนปตอบด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เรียบนิ่งเสียจนทำให้ลูปินอดรู้สึกถึงความเย็นเหยียบจากอีกฝ่ายไม่ได้ “คุณควรจะดื่มมันเสียเดี๋ยวนี้ ลูปิน” 

 

“ได้ ได้สิ เดี๋ยวจะดื่มเลย”  

 

สเนปยังคงกวาดตามองทั้งคู่ด้วยแววตาที่แฮร์รี่รู้สึกประหลาดใจ มันเหมือนกับความไม่พอใจฉายขึ้นในดวงตาคู่นั้น ความโกรธ ผสมกับความสงสัย หรือ..อะไรบางอย่าง ? 

 

“ผมปรุงไว้เต็มหม้อ อยากจะมาเติมอีกเมื่อไหร่ก็เชิญ” 

 

สเนปพูดต่อก่อนจะตัดสินใจหมุนตัวออกจากห้องไปโดยไม่รอคำตอบ เสียงปิดประตูดังปัง ลูปินที่ยังรู้สึกมึนงงกับความแปรปรวนของสเนปเริ่มพูดขึ้นยิ้ม ๆ 

 

“บางทีเขาก็ดูน่ากลัวแบบนี้แหละนะ” เขาพูดพลางเดินไปหยิบถ้วยยามายกดื่ม สีหน้ากระอักกระอ่วกเมื่อรับรู้ถึงรสชาติของมันที่แย่เสียจนต้องรีบกลืนลงคอ “แต่ก็ไม่มีใครเก่งเรื่องปรุงยาได้เท่านี้แล้วล่ะ แถมยังมีแก่ใจปรุงให้ครูด้วย” 

 

แฮร์รี่ดูเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจฟังที่ลูปินพูดเท่าไรนักจนเผลอลืมสงสัยเรื่องถ้วยยานั้นไปเสียสนิท เขามีท่าทีกระวนกระวายใจตั้งแต่ที่เห็นนัยน์ตาสีดำคู่นั้นฉายแววความไม่พอใจออกมาชัดเจนจนทำให้ต้องตัดสินใจพูดขึ้น 

 

“ผมขอตัวก่อนนะครับอาจารย์ ขอบคุณสำหรับน้ำชาครับ” แฮร์รี่พูดโพร่งขึ้นจนลูปินตั้งตัวไม่ทันกับบทสนทนาที่ถูกตัดไปก่อนจะตอบกลับ 

 

“ได้สิ ไม่เป็นไร” แฮร์รี่ลุกพรวดพราดออกจากห้องไปทันที ลูปินคาดเดาว่าคงเป็นเพราะสเนปที่ทำให้แฮร์รี่ดูรีบร้อนขึ้นมาอย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เขายังคงยกยาขึ้นดื่มแล้วทำหน้าเหยเกเหมือนเดิม  

 


ในขณะนี้ ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้แฮร์รี่มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าของห้องเรียนวิชาปรุงยาเช่นนี้ แต่ในเมื่อเขาเดินมาถึงขนาดนี้แล้วจะเปลี่ยนใจก็คงจะไม่ได้ เขาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่และถอนหายใจผ่อนคลาย ตัดสินใจค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปโผล่หน้าเล็กน้อย สเนปที่ได้ยินเสียงประตูดังขึ้นจึงเงยหน้าขมวดคิ้วมองผู้มาเยือน 

 

“มีอะไรหรือพอตเตอร์?” สเนปเอ่ยถามขึ้น แฮร์รี่มีสายตาเลิ่กลักพร้อมกับค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในห้องและปิดประตูลงเบา ๆ 

 

“ผมแค่อยากมาคุยกับศาสตราจารย์น่ะครับ” แฮร์รี่ตอบกลับหวาด ๆ 

 

งั้นหรือ มันคงไม่สนุกเท่าคุยกับศาสตราจารย์ลูปินหรอกนะ” สเนปพูดประชดประชันใส่ 

 

“อะไรนะครับ ?” แฮร์รี่ร้องขึ้น แสดงสีหน้างงงันที่ไม่รู้ว่าสเนปหมายถึงอะไร 

 

เธอคงจะดื่มชามามากพอแล้ว เพราะฉะนั้นฉันคงไม่จำเป็นจะต้องชงให้เธอดื่มหรอกใช่ไหม” สเนปพูดเปลี่ยนเรื่องพลางก้มลงมองรายงานของนักเรียนไปมาและพูดต่อ “จะนั่งก็ได้นะ” 

 

“ค—ครับ” แฮร์รี่ตอบก่อนจะเดินไปนั่งที่นั่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก มันเป็นโต๊ะเรียนที่เอาไว้ใช้ปรุงยาสำหรับนักเรียนในชั้น อีกฝ่ายยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นตวัดเล็กน้อยก็ทำให้แก้วแก้วหนึ่งลอยขึ้นมาตรงหน้าแฮร์รี่มันถูกเติมด้วยโกโก้ร้อน ๆ และวางลงตรงหน้าเขา 

 

“งั้นเป็นโกโก้สักแก้วเป็นไง” สเนปเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง “มันคงจะอร่อยกว่าชาจืดชืดแน่นอน” และยังคงประชดเช่นเดิม 

 

แฮร์รี่ไม่รู้จะตอบกลับเช่นไร เขาฝืนยิ้มเล็กน้อยอย่างมีอาการประหม่า ความจริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาหาสเนปทำไมเพียงแต่ว่าเมื่อเขาเห็นอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะโกรธขึ้นอย่างไม่รู้เหตุผลจึงอดที่จะมาหาไม่ได้แล้วจะทำยังไงต่อดีล่ะ เขารู้สึกประหม่าจริง ๆ โธ่เอ้ย คิดเข้าสิแฮร์รี่! ถามออกไปตรง ๆ คงจะเสียหน้าน่าดูถ้าเขาดันคิดไปเองน่ะ ต้องพูดอะไรสักอย่าง พูดสิ พูด .. 

 

แต่ก่อนที่แฮร์รี่จะได้พูดอะไรออกไป กลับกลายเป็นสเนปที่ถามขึ้นมาอย่างสงสัย 

 

เธอมีอะไรจะพูดกับฉันกันแน่” สเนปเริ่มทนกับอีกฝ่ายที่นั่งเงียบอยู่นานไม่ไหว 

 

“ผม..ทำอะไรให้ศาสตราจารย์ไม่พอใจหรือเปล่าครับ” แฮร์รี่ถามกลับ 

 

ทำไมฉันต้องไม่พอใจเธอล่ะพอตเตอร์?” สเนปขมวดคิ้วถามหยันเชิง ไม่พอใจงั้นหรือ ? ถ้าจะให้เขาไม่พอใจล่ะก็ ควรจะเป็นไอ้ท่าทีที่เสแสร้งนิ่งเฉยของแฮร์รี่ซะมากกว่า เฮ้ ? ฉันต้องตายก่อนถึงเธอจะรู้สึกอยากแสดงออกหรือไง ? แต่เขากำลังคาดหวังอะไรจากเด็กอายุสิบสองสิบสามกันล่ะ ดูเหมือนว่าความเคยชินมันจะน่ากลัวเมื่อเขาจะต้องมารู้สึกสติแตกเมื่อเห็นว่าแฮร์รี่มีแต่ความเรียบเฉยตลอดเวลาที่เขากลับมายังอดีต ไม่สนใจอะไรต่อเขาสักนิด ดูเหมือนเขาจะบ้าไปคนเดียวที่คอยเฝ้ามองแฮร์รี่แบบนี้ เริ่มสงสัยอีกอย่างว่าเด็กชายตรงหน้านี้ไม่รู้ตัวจริง ๆ เหรอ แต่คำตอบก็ถูกเผยออกเมื่อแฮร์รี่พูดขึ้น 

 

“ไม่รู้สิครับ ผมแค่—ไม่ค่อยเข้าใจ คุณดูเหมือนจะไม่ชอบผมนักแต่ —จู่ ๆ ก็ดีกับผม แล้วตอนนี้ก็กลับมาไม่พอใจผม คุณไม่ได้เรียกชื่อเล่นผมแบบเมื่อวันก่อนด้วยซ้ำ ผมแค่..” แฮร์รี่พยายามเรียบเรียงคำพูดที่ดูจะสับสน “ผมไม่เข้าใจเลย 

 

เมื่อแฮร์รี่พูดจบสเนปก็นิ่งเงียบไปเขาหยุดทุกความคิดที่คิดมาทั้งหมด แฮร์รี่ไม่ได้ไม่สนใจเขาหรอกเพียงแต่มันอยู่ที่สเนปต่างหาก และยอมรับในความเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายนั้นเพราะตัวเขาเองก็ยังสับสนอยู่เหมือนกัน ตรงหน้าเขาคือแฮร์รี่ในวัยเด็ก ซึ่งเป็นคนเดียวกับแฮร์รี่ที่รักเขาและเขาเองก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย เด็กที่ไหนจะกล้าเข้าหาคนแก่ ๆ อย่างเขากัน จริงไหม ? หลายครั้งที่สเนปเองก็รู้สึกสงสัยในตัวแฮร์รี่อยู่บ่อย ๆ อีกฝ่ายมีท่าทีขัดแย้งกับเขามาโดยตลอดแต่กลับได้ยินจากปากแฮร์รี่ในอนาคตเองว่าชอบเขามาตั้งแต่ยังเด็ก แล้วตอนนี้ล่ะ ? สเนปรู้สึกสงสัยขึ้น ใช่ เขาเริ่มอยากรู้จริง ๆ แล้วว่าแฮร์รี่คิดอะไรยังไงกับเขาอยู่กันแน่ ? ชอบเขาอย่างที่เขารู้มาจากอนาคตจริง ๆ หรือว่าไม่ใช่กัน เพราะถ้าหากแฮร์รี่เกลียดชังเขาจริง ๆ คงไม่มาสงสัยหรือสนใจเขาที่ไม่เหมือนเดิมแบบนี้หรอก คงจะระแวงเสียมากกว่าว่าเขาคิดจะวางแผนร้ายอะไรขึ้นมาอีก เมื่อรู้สึกว่าเขาคงทนคิดต่อไปไม่ไหวจึงได้ตัดสินใจที่จะถามออกไป 

 

“เธอมีคนที่ชอบหรือยังแฮร์รี่ สเนปถามโพร่งขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แฮร์รี่ที่กำลังจะยกโกโก้ขึ้นจิบเผลอพ่นโกโก้ร้อนกลับลงแก้วทันที ดวงตาสีดำหรี่มองคนตรงหน้าที่กำลังสำลักอยู่พักใหญ่ แฮร์รี่ตกใจกับคำถามที่ไม่คาดคิดว่าจะออกมาจากปากสเนปจริง ๆ 

 

ว่าไงนะ ..ร-เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวกับคุณเสียหน่อย” แฮร์รี่พูดปดอย่างร้อนรน แสดงอาการพิรุธชัดเจน สเนปที่หรี่ตามองอีกฝ่ายอยู่ จ้องลึกอยู่ในดวงตาสีมรกตเริ่มเข้าใจถึงบางสิ่งที่ฉายชัดออกมา ใช่แล้ว .. ทำไมเขาถึงดูไม่ออกมาก่อนล่ะ ? ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าแฮร์รี่แสดงออกชัดเจนมาโดยตลอดผ่านแววตาคู่สวยคู่นั้น เพียงแค่เขาไม่เคยรับรู้หรือคิดจะมองมันเป็นอย่างอื่นก็เท่านั้น ก่อนความคิดหนึ่งจะเริ่มผุดขึ้น สเนปเริ่มคิดว่าอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียหน่อย 

 

“รู้อะไรไหมแฮร์รี่ มีสิ่งหนึ่งที่เธอพูดถูก ฉันกำลังไม่พอใจ” สเนปพูดขึ้นพร้อมเดินเบี่ยงออกมาจากโต๊ะทำงาน ย่างสามขุมมาหาเด็กชายตรงหน้าช้า ๆ “รู้ไหมว่าเรื่องอะไร” 

 

สเนปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าที่แฮร์รี่นั่ง มือทั้งสองยันลงบนโต๊ะ โน้มหน้าลงมองอีกฝ่ายอย่างพินิจ แฮร์รี่ส่ายหัวรัว ๆ แต่กลับพยายามกลั้นหายใจเต็มที่ ในช่องท้องเริ่มรู้สึกปั่นป่วนเมื่อเขาเข้ามาใกล้ เด็กชายเริ่มรู้สึกหวาด ๆ 

 

“งั้นฉันจะบอกให้” สเนปโน้มหน้าเข้าไปที่ข้างหูแฮร์รี่อย่างแนบชิด “เธอควรจะซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองได้แล้วนะแฮร์รี่ เขาย้อนคำที่เด็กชายตรงหน้าเคยพูดไว้ในอนาคต

 

สเนปผละออกมามองเล็กน้อย สายตาที่หลุกหลิกไปมา ใช่ แฮร์รี่ดูสับสน  

 

“ไม่เข้าใจหรือ?” สเนปถามน้ำเสียงแปลกใจ แฮร์รี่ส่ายหน้ารัวตอบกลับเช่นเดิม ดวงตาสีดำสนิทมองนิ่งอยู่สักพักจนกระทั่งดวงตาสีมรกตเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อสเนปเข้ามาจูบเขาที่ข้างแก้ม แถมยังไม่วายจะมองเขาด้วยสายตาร้ายกาจ รอยยิ้มมีเสน่ห์ถูกเผยขึ้นบนใบหน้าของสเนปจนแฮร์รี่เผลอใจกระตุกวูบไปชั่วขณะหนึ่งกับรอยยิ้มเช่นนั้น ตอนนี้เขาจะบ้าตายอยู่แล้ว เขาจะไม่ยอมให้ใครมาเห็นรอยยิ้มของสเนปเป็นอันขาด 

 

“แค่นี้คงเพียงพอแล้วสำหรับเด็กน้อยอย่างเธอ” สเนปพูดเชิงล้อเลียน 

 

“ผมไม่ใช่เด็กน้อยเสียหน่อยบอกแล้วไง !” แฮร์รี่ตวาดด้วยสีหน้าเขินอายเมื่อรู้สึกได้ถึงสติที่เริ่มกลับมา 

 

“เธอจะบอกว่าอยากได้มากกว่านี้งั้นหรือ ? แต่เด็กเลยนะ” สเนปส่ายหัวช้า ๆ แฮร์รี่ยิ่งมีอาการเคอะเขินมากขึ้นสีหน้าเขาดูตลกเสียจนเขารู้สึกสนุกกับการกลั้นแกล้งคนตัวเล็กเช่นนี้ 

 

คุณบ้าไปแล้ว” แฮร์รี่พูดน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความแปลกใจทั้งที่ใบหน้ายังขึ้นสีอยู่น้อย ๆ และเขาคิดแบบนี้จริง ๆ อะไรทำให้สเนปเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้กัน เพราะอะไรกัน ? 

 

ความจริงแล้วสเนปตั้งใจที่จะซื่อตรงกับตัวเองและกลั้นแกล้งแฮร์รี่จนกว่าเด็กชายจะกล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึกกับเขาเสียที เพราะสเนปสัญญาไว้แล้วว่าจะไม่ทิ้งให้แฮร์รี่ต้องอยู่คนเดียว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เขาจึงคิดว่าทำไมไม่สานสัมพันธ์ไปเสียตอนนี้เลยล่ะจริงไหม ? จนกว่าอนาคตข้างหน้าจะมาถึง จนกว่าจะถึงวันที่เขาอาจต้องจากไปตลอดกาลหากไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรมันได้ จนกว่าแฮร์รี่ที่อาจจะโดดเดี่ยว มันคงจะดีถ้าให้เด็กน้อยตรงหน้าเขามีความสุขจริง ๆ บ้างสักครั้งในช่วงเวลาที่เหลืออยู่มากมายตอนนี้ เขาไม่อยากเห็นแฮร์รี่ต้องทนทุกข์ใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายไม่เคยได้ทันคิด สายตาอันอบอุ่นถูกส่งออกมายังดวงตาสีดำสนิท เขาคิดอะไรต่าง ๆ มากมายและมองตรงไปที่เด็กชายตรงหน้าที่เริ่มจะนิ่งเงียบและหลุบตาต่ำเมื่อปะทะกับสายตาอ่อนโยน แฮร์รี่ไม่กล้ามองนัยน์ตานั้นตรง ๆ และนี่คงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สเนปอาจจะต้องทำให้แฮร์รี่ปั่นป่วนใจไปอีกนานเลยทีเดียว 


------------------------------------------------------------------------------------


กลับมาแล้วกับอีกหนึ่งตอน คำบรรยายรอยยิ้มของสเนปที่แฮร์รี่เผลอใจสั่นคือ ตอนนั้นนึกถึงรอยยิ้มจากรูปนี้ค่ะ !




หล่อมากโคตร !! หลง 55555 อีกเรื่องคือ ตอนนี้ไรท์แต่งไว้ตั้งแต่วันพฤหัสศุกร์แล้วแต่ไม่จบสักทีเพราะคิดว่ามันไม่ดีพอจะกล้าลง นั่งแก้นานอยู่หลายวันเลยค่ะ จนตัดสินใจลงอาจจะดูแปลก ๆ ไป ไรท์ต้องขออภัย


และอีกเรื่องที่จะบอกคือ ขอสารภาพไว้ก่อนว่าไรท์ลงปีผิด ! สเนปหายไปตอนแฮร์ปีสอง แต่ไรท์แต่งตอนสเนปกลับามช่วงปีสามจึงเกิดความไม่สมเหตุสมผล เพราะฉะนั้นตอนที่ 7 ที่ไรท์ขึ้นไว้ว่าแก้ไข คือแก้ไขให้เป็นปีสามที่สเนปหายไป และกลับมาในตอนที่ 9 ที่่เป็นปีสามให้แมตต์กันนั้นเอง ต้องขออภัยในความไม่รอบคอบนี้ด้วยจริง ๆ ฮืออออ (ขอขอบคุณที่มีรีดเดอร์แจ้งเตือนเข้ามาน้าา)


ตอนหน้าไม่มั่นใจเลยว่าวันไหน แต่งยากมากโคตรแต่จะเริ่มบรรยายในแบบของความคิดสเนปมากขึ้น (ยังไม่ใช่แฮร์รี่) นะคะ มาลงช้าเพราะไปงานหนังสือแห่งชาติมาด้วยแหละ แฮะ ๆ เจอกันตอนหน้าค่ะ !! ฝากเม้นกันด้วยนะ !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #192 inthach onyy (@nooksingmen) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 11:46

    รอยยิ้มของอลันทำให้โลกสดใส

    #192
    0
  2. #151 Liana-milky (@Liana-milky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 03:26
    กริ้ดดดดดดดดด เขินมากมาย
    #151
    0
  3. #146 Thacai Thachar (@nattachar-gp) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 00:12
    เจ้าประคุณรุนช่องเอ้ย อกอีแป้นจะแตก ตอนแรกไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่ อายุเท่าๆกัน ไม่คิดว่าไรท์ จะหักมาให้สเนปย้อนอดีตกลับไป เลยกลายเป็นโคแก่เคี้ยวหญ้าอ่อน ฉันนี่ฟินมากกก บันทึกเป็น Favorite เรียบร้อย 
    #146
    1
    • #146-1 miamilk (@miamilk) (จากตอนที่ 12)
      30 เมษายน 2561 / 00:40
      ขอบคุณสำหรับการติดตามฟิคนี้นะคะ ไรท์ดีใจที่มีคนชอบ ;-;
      #146-1
  4. #105 BabyFish2547 (@lookpa2547) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 10:42
    น่ารักจัง 💕💕💕
    #105
    0
  5. #82 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 18:29
    ฮิๆๆๆๆๆๆๆฟินนน
    #82
    0
  6. #81 asaras toy (@asaraspink) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 23:42
    รูปป๋าลันคือกระชาดใจเว่อ ตอนอ่านฉากท้ายๆนี่นึกภาพ แบบมาดราชีนีงี้เลย บรรยายดีมากเลยค่ะ
    #81
    1
  7. #80 pungploy (@pungploy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 21:59
    ว้าวววววตอนนี้ป๋ารุกนะจ๊ะ 55555555 เรารอนู๋รี่รุกป๋าคืนนะคะ5555555
    #80
    0
  8. #79 blue moon (@minjaa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 21:43
    ป๋าคะรุกไปหนักๆเลยค่ะะะ!!
    #79
    0
  9. #78 Yamabuki no Ryoki (@bunthitap504) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 21:08
    ทำไมมัน SS/HP มากขึ้นเรื่อยๆ เราว่าตอนนี้ก็ดีแล้วนะคะ ไม่แปลกนะ แต่ แต่ แต่ อย่าได้ลงตอนต่อไปช้านะ รีดจะอ่านไรท์เข้าใจรีดบ้างไหม... //รีหน้านิยายรัวๆกดดันไรท์
    #78
    1
  10. #77 fantaQwQ (@fantaQwQ) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 21:00
    งื้อออออออเขิลลลลลล
    #77
    0
  11. #76 Yanikajitklang (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 20:36
    ถึงตอนนี้ป๋าจะเป็นคนรุก แต่ก้ยังเป็น hp/ssอยู่ใช่ป่ะคะ รอนะคะไรท์
    #76
    2
  12. #75 natjawa148478 (@natjawa148478) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 20:27
    ฟินจรุงเฮ่อๆ
    มาต่อไวๆน้า
    #75
    0
  13. #74 YoSChi (@koyoty_13) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 20:24
    มีอาการแล้วววว โอยยยยย
    #74
    0
  14. #73 KzGlowyinG (@sakiglow) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 20:24
    กรี้ดดดด ป๋าเซฟรุกแล้ว
    #73
    0