Fic Harry Potter [HP/SS] - A New Way of Life

ตอนที่ 11 : บทที่ 10 - บ็อกการ์ต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 860
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    30 มี.ค. 61

บทที่ 10 


ภายในห้องเรียนที่ดูแปลกประหลาดที่สุดเท่าที่แฮร์รี่เคยเห็น ที่จริงแล้วมันดูไม่เหมือนห้องเรียนเอาเสียเลย ดูก่ำกึ่งกันระหว่างห้องใต้หลังคาของใครสักคนกับร้านน้ำชาโบราณเสียมากกว่า โต๊ะกลมเล็กหลายตัววางเรียงรายโดยที่มีนักเรียนนั่งอยู่โต๊ะละสองถึงสามคนตรงหน้าของนักเรียนแต่ละคนมีถ้วยชาวางอยู่คนละถ้วย  


ศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์กำลังสอนให้พวกเขาอ่านใบชาภายในถ้วยที่วางอยู่ น้ำเสียงและท่าทางที่ดูเพี้ยนพิกลหนำซ้ำยังไม่รวมแว่นตาอันใหญ่ที่ทำให้ดวงตาดูโตกว่าปกติหลายเท่า และเครื่องประดับมากมายที่ดูพิศวงอยู่รอบตัว เธอคอยถามเนวิลเรื่องของยาย และพร่ำถามนักเรียนแต่ละคน แฮร์รี่และรอนที่เผลอสะดุ้งเมื่อพบเห็นว่าเฮอร์ไมโอนีพูดขึ้นเกี่ยวกับความน่าเบื่อในวิชานี้ รอนพูดอย่างสงสัยว่าเพื่อนสาวของเขาเข้ามาในชั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็เป็นจังหวะที่ศาสตราจารย์หันขวับไปทางรอนและบอกให้รอนอ่านใบชาที่เป็นของแฮร์รี่ ซึ่งเขาอ่านผิดเพี้ยนไปมากจนศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ต้องขอถ้วยชาใบนั้นมาดูด้วยตาของตนเองจนกระทั่งเธอสะดุ้งขึ้นเผลอทิ้งถ้วยใบนั้นลงกับพื้นโต๊ะและร้องเสียงหลงออกมาด้วยความหวาดกลัว  


“พ่อหนุ่มของฉัน ..ตายแล้ว” เธอพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “เธอได้รูปกริม!”  


เมื่อศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ร้องขึ้น นักเรียนต่างพากันฮือฮายกใหญ่ หลายคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของมันนัก เธอจึงจำเป็นต้องอธิบายถึงลางร้ายที่เด็กชายจะได้รับ ท้องไส้แฮร์รี่ปั่นป่วนไปหมดเมื่อได้รู้ดังนั้น มันทำให้เขานึกถึงสุนัขตัวใหญ่สีดำที่เคยเห็นก่อนจะขึ้นรถบัสของพ่อมดนั้นเองจนความกังวนใจเริ่มก่อตัวขึ้น เมื่อเสียงพูดคุยถกเถียงเรื่องแฮร์รี่เริ่มกลายเป็นประเด็นหลักไปเสียแล้ว ศาสตราจารย์รีบจบชั้นเรียนก่อนที่ความวุ่นวายจะเกิด 


เด็กนักเรียนกริฟฟินดอร์และสลิธิรินพากันเดินไปที่ป่าเพื่อที่จะเรียนวิชาการดูแลสัตว์วิเศษกับแฮกริดระหว่างทางแฮร์รี่และเพื่อนทั้งสองต่างพากันพูดคุยถึงเรื่องที่พึ่งเป็นประเด็นมาไม่นานซึ่งรอนสงสัยว่าอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับซีเรียส แบล็คแต่ประเด็นก็ถูกเบี่ยงไปเป็นเรื่องของเฮอร์ไมโอนี่ รอนสงสัยเรื่องที่เธอสามารถเข้าเรียนสองชั้นพร้อมกันได้อย่างไร แต่เธอกลับบ่ายเบี่ยงที่จะตอบหัวเราะร่าเริงกับคำถามนั้น แฮร์รี่ได้แต่ฟังเงียบ ๆ ภายในหัวเขาเอาแต่คิดเรื่องสุนัขตัวใหญ่สีดำคล้ายกริมจนกระทั่งทั้งคู่มาถึงที่หมาย 


แฮกริดสอนให้พวกเด็ก ๆ เรียนรู้ถึงการทำความรู้จักกับฮิปโปกริฟฟ์ แฮร์รี่กลายเป็นหนูทดลองทันทีเมื่อนักเรียนคนอื่น ๆ พากันถอยหลังกรู่ในขณะที่แฮกริดขออาสา เด็กชายรู้สึกฝืนใจเล็กน้อยแต่ก็ทำได้ด้วยดี เขาสามารถทำให้มันเชื่องและขี่หลังบินไปทั่วท้องฟ้าได้ สร้างความอิจฉาแก่เดรโกที่แฮร์รี่ได้รับความสนใจมากมายจากเด็กคนอื่น ๆ ส่งผลทำให้เกิดเรื่องกับเด็กหนุ่มผมสีบรอนด์ที่ได้รับบาดเจ็บในตอนที่เขาพยายามจะยั่วโมโหเจ้าตัวฮิปโปกริฟฟ์ ทุกคนต่างส่งเสียงฮือฮาอย่างหวาดเสียว แต่เฮอร์ไมโอนีได้สติรีบเตือนให้แฮกริดพาเดรโกไปห้องพยาบาลเสียก่อนที่เขาจะเป็นอะไรไป 


ตัดมาที่ห้องโถงใหญ่นักเรียนมากมายหลายคนต่างนั่งอ่านหนังสือหรือพูดคุยกันเป็นกลุ่ม ภายในกลุ่มสลิธิรินแพนซีเอ่ยถามเดรโกอย่างเป็นห่วงถึงบาดแผลที่ได้รับในตอนที่เรียนกับแฮกริด ทำเอาเด็กหนุ่มผมบรอนด์คุยโวจัดทันที 


“ยังเป็น ๆ หาย ๆ แต่ฉันว่าตัวเองยังโชคดีอยู่ มาดามพรอมฟรีย์บอกฉันว่าถ้าช้าอีกนิดฉันอาจจะเสียแขนไปเลยก็ได้” เดรโกพูดตอบ “ฉันอาจทำการบ้านไม่ได้ไปเป็นอาทิตย์” 


เด็กกริฟฟินดอร์เมื่อได้ยินดังนั้นต่างพากันหมั่นไส้เป็นแถบ 


“โอ้ย ฟังคนงี่เง่าพูดเข้าสิ ชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่จริงมั้ย” รอนเบ้หน้าเอือมระอากับการแสดงที่ยอดเยี่ยมของเดรโก 


ใช่ แต่อย่างน้อยแฮกริดก็ไม่โดนไล่ออก” แฮร์รี่ตอบกลับ 


“ใช่ แต่ได้ยินมาว่าพ่อของเดรโกหัวเสีย เรายังไม่รู้ตอนจบเลยนะ” เฮอร์ไมโอนีพูดเสริม ทุกคนหันความสนใจไปที่เชมัสที่ร้องขึ้นเสียงดัง 


“มีคนเห็นเขา !” แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนีเข้าไปมุ่งหน้าดูหนังสือพิมพ์ที่วางไว้ตรงหน้าเชมัสทันที หัวข้อที่พาดหัวข่าวของผู้ชายคนหนึ่งในรูปภาพเขามีผมยาวประบ่าปล่อยเซอร์อย่างไม่เป็นระเบียบหน้าตาที่ดูทรุดโทรมกำลังร้องคำรามอะลาวาดเคลื่อนไหวอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น และการพูดคุยถึงประเด็นของซีเรียส แบล็คก็เริ่มขึ้น ข่าวที่ว่าซีเรียสอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากฮ้อกวอตส์สร้างความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ไม่รวมถึงผู้คุมวิญญาณที่คอยเฝ้าปราสาทฮ้อกวอตส์อยู่ทั่วตอนนี้ บางทีการสันนิฐานว่าซีเรียสอาจจะเข้ามาอยู่ในฮ้อกวอตส์ไม่ช้าก็เร็วอาจเป็นจริงเมื่อใดก็ได้ 


ในเช้าวันต่อมา นักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์มีเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด เด็ก ๆ ต่างพากันรอศาสตราจารย์ลูปินอยู่ที่ชั้นเรียน ทุกคนต่างนั่งรอและหยิบหนังสือเตรียมเอาไว้ ผ่านไปห้านาทีอาจารย์ก็ได้เดินเข้ามาในห้อง ลูปินยิ้มน้อย ๆ และกล่าวทักทายนักเรียนในชั้น 


“สวัสดีทุกคน วันนี้เราจะฝึกปฏิบัติกันเพราะฉะนั้นเก็บหนังสือซะ เตรียมไม้กายสิทธิ์ให้พร้อม เร็วเข้า” ลูปินสั่ง 


ทุกคนมองหน้ากันอย่างใคร่รู้ขณะเก็บหนังสือพลางลุกขึ้นยืน 


“เอาล่ะ ตามครูมานะ” ลูปินเดินนำนักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์ออกไป ทุกคนจึงได้เดินตามไปอย่างเชื่อฟังพวกเขาเดินกันมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักครู ลูปินหันกลับมายิ้มให้นักเรียนน้อย ๆ เป็นเชิงบอกว่าพวกเขาจะได้เรียนกันในห้องนี้ ก่อนจะเปิดประตูนำพาเด็ก ๆ เดินเข้าไป ภายในห้องมีโต๊ะทำงานมากมายสำหรับศาสตราจารย์ของโรงเรียน และมีเพียงสเนปเท่านั้นที่ยังคงนั่งทำงานอยู่เงยหน้ามองผู้มาเยือนเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดออกพร้อมขบวนนักเรียนที่ต่างพากันเดินเข้ามา 


“ผมกำลังจะพาเด็ก ๆ มาเรียนกันที่นี่ถ้าหากไม่ว่าอะไร ..” ลูปินเอ่ยขึ้นเป็นเชิงถาม สเนปมองนิ่งอยู่ครู่นึงด้วยสีหน้าที่กำลังใช้ความคิด 


“ตามสบาย” สเนปตอบตามน้ำเสียงแบบฉบับของเขา และยั่งคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม 


ลูปินผงกหัวน้อย ๆ เดินนำนักเรียนไปที่หลังสุดของห้องซึ่งมีตู้ที่คลับคล้ายกับตู้เสื้อผ้าวางตั้งตระหง่านอยู่ มันดูเก่าคร่ำครึก ทุกคนต่างยืนมองด้วยความฉงนใจก่อนจะสะดุ้งกันเป็นแถบเมื่อตู้ได้เกิดเสียงกุกกักและสั่นเหมือนมีคนกระแทกอยู่ด้านใน ต่างคนต่างรู้สึกไม่ปลอดภัยกับการเรียนในวิชานี้มากเท่าไหร่เมื่อดูจากสีหน้าแตกตื่นของแต่ละคน 


“คงมีคนบอกนะ ลูปิน นักเรียนชั้นนี้มีคุณเนวิลล์ ลองบัตท่อมอยู่ด้วยคงจะไม่ดีนักถ้าหากให้เขาทำอะไรยาก ๆ คุณคงไม่อยากให้เกิดความเสียหายในชั้นเรียนนี้นักหรอก สเนปพูดตะโกนขึ้นบอกลูปิน เป็นผลทำให้เนวิลล์หน้าแดงด้วยความอาย แฮร์รี่หันไปจ้องมองสเนปที่กำลังพูดจาดูถูกเพื่อนของเขา สเนปได้แต่ส่งเสียง ฮึ ออกมาในลำคอเมื่อเห็นดวงตาสีมรกตหันมาจ้องอย่างคาดโทษ แต่ลูปินไม่ได้สังเกตการณ์กระทำนั้น เขาเลิกคิ้วขึ้นมองสเนปพลางเอ่ย 


“ผมกำลังจะให้เนวิลล์ช่วยในขั้นแรกของการฝึกปฏิบัติอยู่เชียว” เขาตอบกลับไปก่อนจะหันกลับมาสนใจเด็ก ๆ  


“เอาล่ะ ใครรู้บ้างว่าบ็อกการ์ตคืออะไร” ลูปินถามขึ้น เฮอร์ไมโอนี่ที่ได้ยินคำถามก็รีบยกมือชูขึ้นสูง ยิ้มแป้น และใช่ เธอได้ตอบคำถามนั้น 


“คือปีศาจที่เปลี่ยนร่างได้ค่ะ มันสามารถเปลี่ยนเป็นรูปร่างอะไรก็ได้ที่เรากลัว” เธอตอบ 


“ใช่ ถูกต้องเพราะฉะนั้นบ็อกการ์ตที่อยู่ในตู้นี้เป็นรูปร่างอะไรไม่มีใครรู้ได้ แต่เมื่อครูปล่อยออกมา มันจะกลายร่างเป็นอะไรก็ได้ที่เรากลัวทันที” 


“คาถาไล่บ็อกการ์ตก็ง่าย ๆ แค่เอ่ยคาถานึงออกมานึกภาพที่เธอเห็นแล้วตลกที่สุด เพราะสิ่งที่จะกำจัดบ็อกการ์ตได้อยู่หมัดนั้นคือเสียงหัวเราะ เอาล่ะที่นี่ว่าปากเปล่าตามครูนะ ริดดิคูลัส!” 


“ริดดิคูลัส !” ทั้งห้องเอ่ยพร้อมกัน 


“ใช่ถูกต้อง นั้นล่ะ ทีนี้ฉันอยากให้เธอลองมาทำเป็นตัวอย่างดูนะ เนวิลล์” ลูปินเรียกเนวิลล์ออกมาด้านหน้า เด็กชายเดินออกมาอย่างหวาด ๆ ยืนอยู่ตรงหน้าตู้ที่บัดนี้กำลังสั่นอยู่เรื่อย ๆ พอ ๆ กับตัวของเนวิลล์  


“ทีนี้ อะไรคือสิ่งที่เธอกลัวมากที่สุด เนวิลล์” ลูปินถาม แต่เกหนุ่มกลับเหลือกตาโตขึ้นทันที ก็ในเมื่อคนที่เขากลัวอยู่ภายในห้องนี้ด้วย เขาจะตอบไปได้อย่างไรเล่า เนวิลล์ได้แต่ทำเสียงตะกุตะกะ 


“ครูไม่ได้ยินเลย เนวิลล์” ลูปินพูดอย่างร่าเริง เนวิลล์ได้พูดกระซิบบอกเขาแผ่วเบา 


“ศาสตราจารย์สเนปครับ” เมื่อสิ้นสุดคำตอบ เสียงหัวเราะมากมายดังขึ้นทันที ในขณะที่สเนปเงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินชื่อของตน  


“ใช่ กลัวกันทั่วหน้า เอาล่ะที่นี่ครูอยากให้เธอทำตามที่ครูบอก” เมื่อพูดจบลูปินเข้าไปกระซิบกระซาบข้างหูเนวิลล์เพื่อให้เด็กชายทำตามที่เขาบอก เขาพยักหน้าน้อย ๆ อย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก เมื่อรับรู้แล้วลูปินจึงได้ชี้ไม้กายสิทธิ์ของตนไปที่ตู้ แสงสว่างวาบเกิดขึ้นก่อนตู้นั้นจะได้เปิดออกมา 


บ็อกการ์ตที่กลายร่างเป็นสเนปค่อย ๆ ออกมาและก้าวเท้าเข้ามาหาเนวิลล์อย่างเชื่องช้า เด็กชายเผลอถอยเท้าไปสองก้าว เขาพยายามนึกภาพตามที่ลูปินบอกก่อนจะรีบชี้ไม้กายสิทธิ์เพื่อร่างคาถาออกไป 


ร-ริดดิคูลัส !” และได้ผลเกิดเสียงดังขวับกลางอากาศสเนปที่บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนไปอยู่ในชุดกระโปรงตัวยาวติดระบายลูกไม้ สวมหมวกทรงสูงที่มีซากอีแร้งอยู่บนหัว ในมือถือกระเป๋าใบใหญ่สีแดงเข้ม 


เกิดเสียงหัวเราะดังลั่นจนบ็อกการ์ตรู้สึกสับสน เสียงหัวเราะเงียบลงกระทันหันเมื่อได้ยินเสียงกระแทกหนังสือจากสเนปอยู่ด้านหลัง  ลูปินแอบหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะกลั้นเอาไว้เพราะสเนปได้ลุกขึ้นยืน ก้าวเดินมายังหลังห้องทุกคนต่างจ้องมองอย่างหวาด ๆ เขายืนนิ่งด้วยท่าทางสุขุม 


“ผมคิดว่าชั้นเรียนของคุณเริ่มจะน่าสนใจขึ้นแล้วสิ ทำไมไม่ลองแสดงให้นักเรียนดูล่ะ เผื่อนักเรียนจะแปลกใจกับความกลัวของคุณนะ ลูปิน” สเนปพูดเย้ยหยัน ลูปินมีท่าทีอึกอัก ผิดกับนักเรียนที่สงสัยใคร่รู้ 


อึดใจต่อมาลูปินตัดสินใจที่จะเบี่ยงเบนความสนใจมาที่ชั้นเรียนตามเดิน ไม่สนใจสเนปที่บัดนี้ยืนยิ้มมุมปากชอบใจอยู่ใกล้ ๆ 


“เอาล่ะ ทุกคนต่อแถว เร็วเข้า ๆ ทีละคนนะ” นักเรียนที่ถูกเปลี่ยนอารมณ์กระทันหันรีบมาต่อแถวทันที คนแรกเป็นปาราวตี บ็อกการ์ตส่งเสียงขวับและกลายเป็นงูในที่สุดแต่ก็ถูกเปลี่ยนไปเป็นตัวตลกเมื่อเด็กสาวร่ายคาถาใส่ คนต่อไปเป็นรอนมันเปลี่ยนเป็นแมงมุมยักษ์ซึ่งไม่แปลกใจนักสำหรับแฮร์รี่ จนกระทั่งขายุบยับของมันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นรองเท้าเดินกระโพลกกระเพลกไปมาเหมือนเต้นแท็ป รอนมองอย่างพอใจก่อนจะเดินออกไปจากแถว และเป็นแฮร์รี่ที่เป็นคนถัดมา สเนปเริ่มให้ความสนใจกับสิ่งตรงหน้ามากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าตอนนี้ถึงตาแฮร์รี่แล้ว เขามองอย่างจดจ่อใคร่รู้ว่ามันจะกลายเป็นอะไร จนกระทั่งเกิดเสียงขวับอีกครั้ง บ็กการ์ตได้แปรเปลี่ยนเป็นผู้คุมวิญญาณและทำท่าจะพุ่งใส่แฮร์รี่ในทันที พอดีกับลูปินที่กำลังจะเข้ามาป้องกันเด็กชายแต่ช้าไป สเนปที่ตื่นตกใจกับสิ่งที่แฮร์รี่กลัวเขารีบพุ่งตัวเข้ามาขวางแทนอย่างไม่ทันได้คิดอะไร นักเรียนต่างพากันร้องเสียงหลงเมื่อเหตุการณ์ตรงหน้าเกิดขึ้นกระทันหันไปมาก่อนจะอ้าปากค้าง ตาที่โตขึ้นด้วยความแปลกประหลาดสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมากสำหรับเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ รวมไปถึงแฮร์รี่ที่ขมวดคิ้วเอียงคอมองอย่างสังหรณ์ใจ บ็อกการ์ตตรงหน้าสเนปกลายร่างเป็นแฮร์รี่ เพียงแต่ไม่ใช่แฮร์รี่ในสภาพที่คุ้นเคยตาคนอื่น ๆ เพราะตรงหน้านี้คือแฮร์รี่ที่มีร่างกายดูสูงขึ้น หน้าตามีหนวดเคราน้อย ๆ อย่างวัยกลางคนกำลังนั่งร้องไห้หนักหนาด้วยความทุกข์ทรมานปางตาย สเนปยืนนิ่งค้างจ้องมองด้วยความโศกเศร้าปนรู้สึกผิดอย่างอาลัยอยู่ในนัยน์ตาสีดำรัตติกาล เขารู้สึกหายใจติดขัดบวกกับหัวใจที่เริ่มเต้นอย่างรวดเร็ว ต่างคนต่างทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียวจนกระทั่งลูปินที่เริ่มได้สติร่ายคาถาออกมาเสียจนบ็อกการ์ตกลับไปอยู่ในตู้ดังเดิม 


นักเรียนคนอื่น ๆ เริ่มมองหน้ากันอย่างสงสัยกับสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนจะเป็นแฮร์รี่ที่ดูจะสับสนมากที่สุด 


“ศาสตราจารย์ ..ฮะ ..?” แฮร์รี่เรียกด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจฉุดคนที่อยู่ในห้วงความคิดกลับมาในสถานการณ์ปัจจุบัน อารมณ์สเนปยังไม่คงที่มากนักเขาหันกลับมากวาดสายตามองนักเรียนที่อยู่ภายในห้อง ภายในใจสเนปตื่นกลัวมากเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดใดออกมาเขาสะบัดตัวเดินหนีออกจากห้องไปโดยทันที เสียงประตูปิดลงดังลั่น ความเงียบงันภายในห้องเริ่มสร้างความกระวนกระวายใจกับแฮร์รี่มากกว่าเดิมตอนนี้เขาอยากจะวิ่งไล่ตามสเนปไปเหลือเกิน ความค้างคาที่เขาไม่ชอบใจนักบ่งบอกออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน 


“เห็นนั้นหรือเปล่า สิ่งที่ศาสตราจารย์สเนปกลัวน่ะ” เด็กหญิงคนนึงเอ่ยขึ้น 


“บ็อกการ์ตที่สเนปกลัวหน้าเหมือนนายมากเลยนะแฮร์รี่” ดีนเสริม 


“แต่ทำไมแฮร์รี่ถึงดู ..แก่ขึ้นแบบนั้นล่ะ ?” 


“สเนปจะกลัวแฮร์รี่ร้องไห้ไปทำไม ?” ทุกคนต่างเริ่มตั้งข้อสงสัยมากมายขึ้น ยิ่งฟังเท่าไหร่แฮร์รี่ก็รู้สึกปั่นป่วนท้องมากเท่านั้น เขาไม่เคยรู้สึกสับสนอะไรขนาดนี้มาก่อนในชีวิต  


 ลูปินที่เริ่มรู้สึกตึงเครียดกับความไม่ปกติของชั้นเรียนตนจึงได้จบชั้นเรียนก่อนที่จะมีอะไรแย่ไปยิ่งกว่าเดิม นักเรียนต่างเดินออกมาจากห้องเอื่อย ๆ ไปที่ห้องโถงใหญ่เพื่อที่จะทำการบ้านที่ศาสตร์จารย์ลูปินสั่งไว้ก่อนจบชั้น มันคือรายงานว่าด้วยเรื่องบ็อกการ์ตนั้นเอง แต่ดูเหมือนในหัวของแฮร์รี่ไม่ได้มีเรื่องการบ้านเลยสักนิด 


“นายโอเคนะแฮร์รี่” รอนถามขึ้นอย่างเป็นห่วง 


“ฉันไม่เป็นไร” แฮรี่ตอบเสียงแผ่วเบา “แค่รู้สึกไม่เข้าใจนิดหน่อย” 


“แหงล่ะ เป็นใครก็ต้องแปลกใจกันทั้งนั้นถ้าได้เห็นสิ่งที่สเนปกลัวน่ะ” เฮอร์ไมโอนีผสมโรง 


ฉับพลัน แฮร์รี่หยุดเดินกะทันหัน เพื่อนทั้งสองหันมองแฮร์รี่ที่ไม่เดินต่อไปกับเขาอย่างสงสัย 


“เอ่อ ..พวกเธอไปก่อนเลย พอดีฉันมีเรื่องต้องทำนิดหน่อยน่ะ” แฮร์รี่พูดด้วยน้ำเสียงเลิ่กลัก 


“แน่ใจนะแฮร์รี่ว่าไม่ให้เราไปด้วยน่ะ” รอนถาม 


“ฉันไปเอง ไม่เป็นไร” ทั้งคู่มองเขาด้วยความลังเลใจก่อนจะพยักหน้าตอบ 


“ไว้เจอกันนะ แฮร์รี่” แฮร์รี่พยักหน้ากลับเช่นกัน และเขาก็หมุนตัวมุ่งหน้าไปยังคุกใต้ดินทันที เหลียวหลังมองเพื่อนน้อย ๆ  ที่กำลังเดินกลับไปยังห้องโถงแล้วจึงได้สาวเท้าต่ออย่างรวดเร็ว 



ภายในห้องพักส่วนตัวของสเนปที่อยู่ในพื้นที่คุกใต้ดินฮอกวอตส์ เขาเหยียดหลันั่งพิงกายหลับตาพริ้มไปกับเก้าอี้นวมอย่างสบาย ๆ เสียงถอนหายใจยาว ๆ ดังขึ้น พยายามจะสงบสติอารมณ์ของตนให้ปกติหลังจากที่เจอเหตุการณ์อันน่าเวทนาของเขา แถมยังมีเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ที่สเนปชิงชังนักหนาเป็นสังขีพยานกับความอ่อนแอของเขาอีก ชั่วอึดใจเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นสเนปจึงลืมตาตื่นเหยียดหลังตรงทันที มีใครหน้าไหนที่กล้าจะมาหาเขาถึงห้องกัน ? พลางขมวดคิ้วมองประตู 


“เข้ามา” สเนปพูด ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกปรากฏร่างเด็กชายให้เห็น ท่าทางที่ดูกล้า ๆ กลัว ๆ กำลังเดินอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เข้ามาภายในห้องของเขาและปิดประตูลง 


“คุณพอตเตอร์ ?” สเนปเรียกเสียงราบเรียบ 


“คือ ..ผมแค่ ..” แฮร์รี่ยืนอ้ำอึ้ง “ศาสตราจารย์ สบายดีหรือเปล่าฮะ” สเนปเลิกคิ้วมอง 


“เธอคงจะไม่ได้มาหาฉันถึงห้องเพียงเพื่อแค่ถามว่าสบายดีหรือเปล่าหรอกใช่ไหม ?” สเนปพูดอย่างรู้ทัน และใช่แฮร์รี่ไม่ได้มีจุดประสงค์อันเล็กน้อยสำหรับการรีบละจากเพื่อนมาหาเขาถึงที่หรอก นัยน์ตาสีมรกตไม่สามารถปกปิดความใคร่รู้ได้เลยสักนิดมันสั่นระริกและเป็นประกาย “เชิญนั่งก่อนพอตเตอร์”  


แฮร์รี่ที่ถูกเชิญตามมารยาทเดินไปนั่งลงกับเก้าอี้นวมอีกตัวหนึ่งใกล้ ๆ เขา พลางกวาดตามองรอบห้องด้วยความที่วางตัวไม่ถูก พยายามข่มกลั้นความหวั่นไหวใคร่รู้ไว้และแสดงออกมาอย่างแฮร์รี่คนเดิมที่เกลียดชังสเนปยิ่งนัก ดวงตาสีดำรัตติกาลหรี่มองอย่างฉงนใจ 


“สรุปแล้วเธอคงจะสงสัยเรื่องที่พึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครู่ ฉันพูดถูกใช่ไหม” สเนปกล่าวนิ่ง ๆ แฮร์รี่พยักหน้าตอบเชื่องช้า 


“ครับ”  


“งั้นฉันจะบอกแค่ว่าเธอไม่จำเป็นต้องมาสนใจเรื่องไร้สาระของฉันหรอก พอตเตอร์ และช่วยเอาสมองอันน้อยนิดไปจำการปรุงยาในชั้นเรียนของฉันจะดีกว่า” สเนปยังแสดงท่าทีชิงชังใส่เพื่อให้อีกฝ่ายเลิกคิดสงสัยอะไรเขาสักทีแต่ไม่เป็นผล แฮร์รี่ชักสีหน้าไม่พอใจ 


“แต่นั้นมันผมนะ ถึงมันจะดูโตกว่ามากก็เถอะ เรื่องแบบนี้มันต้องเกี่ยวกับผมอยู่แล้ว ผมไปทำอะไรให้คุณกลัวหรือครับศาสตราจารย์” แฮร์รี่พูดด้วยความกล้า สเนปจ้องมองนัยน์ตาที่แน่วแน่อย่างวูบไหว 


“ฉันไม่จำเป็นต้องบอกเธอ เลิกสำคัญตัวเองผิดได้แล้ว พอตเตอร์” 


ไม่เรียกผมแฮร์รี่แบบวันเปิดเทอมหรือครับ?” แฮร์รี่พูดหยันเชิง เด็กชายรู้สึกไม่ชอบใจเอาซะเลยที่ต้องมาสับสนอะไรมากมายขนาดนี้ “อย่าให้ความหวังผมนักสิ” ประโยคสุดท้ายที่ดูเหมือนจะบ่นกับตัวเองเสียมากกว่าแต่สเนปกลับได้ยิน 


ฉันไม่ได้ให้ความหวังอะไร!” สเนปร้องขึ้น 


“งั้นก็ช่วยมองผมด้วยสายตาเกลียดชังแบบที่เคยมองผมสิ ! คิดว่าผมโง่จนดูไม่ออกหรือครับศาสตราจารย์?” แฮร์รี่เริ่มหมดความอดทนพูดโพร่งขึ้นอย่างเปิดเผยต่อสิ่งที่เขาคิดมาตลอด สเนปดูสั่นไหวน้อย ๆ แต่ยังคงวางท่าทีสุขุมเรียบนิ่ง 


“ในฐานะที่ฉันเป็นอาจารย์ของเธอ โปรดใช้คำพูดที่เหมาะสมด้วย”  


แฮร์รี่ถอนหายใจยอมแพ้ ดวงตาสีมรกตที่ฉายความรู้สึกโกรธ เศร้า และมีความหวังรวมอยู่ด้วยกัน จ้องมองอีกฝ่ายอยู่สักพัก เผลอกำมือข้างหนึ่งแน่น 


“ขอโทษด้วยครับ ศาสตราจารย์สเนป” เมื่อพูดจบแฮร์รี่ก็หมุนตัวกลับเพื่อจะเดินหนีออกไปจากห้อง ความหัวแข็งของสเนปอ่อนลงที่ได้เห็นแววตาของเด็กชาย  


“แฮร์รี่!” สเนปร้องเรียก พอดีกับที่แฮร์รี่หยุดก้าวเดินที่ได้ยินชื่อของตนถูกเรียกโดยคนที่เขาหวังจะได้ยิน ก่อนจะหันกลับมามองอีกฝ่ายด้วยท่าทีแปลกใจ 


“มายืนตรงหน้าฉัน เดี๋ยวนี้” สเนปสั่ง แฮร์รี่ที่ยังมึนงงก้าวเดินเข้ามาหาอย่างเชื่อฟังจนมาหยุดยืนตรงหน้าเขาและความรู้สึกวูบหวิวในใจก่อตัวขึ้นทันทีที่สเนปเอื้อมมือมาประคองใบหน้าแฮร์รี่อย่างอ่อนโยน สายตาเลื่อนมองมือเขาน้อย ๆ ก่อนจะเลื่อนมามองนัยน์ตาสีดำสนิท 


“ได้โปรดอย่าทำหน้าแบบนั้นเลย ดวงตาสีสวยนี้เหมาะที่จะแสดงความสุขมากกว่าความโศกเศร้างเป็นไหน ๆ” สเนปพูดพลางนึกถึงรอยยิ้มกว้างที่เด็กชายผู้นี้เคยมอบให้เขาทุก ๆ ยามเช้าของอนาคต “และเธอยังเด็กเกินกว่าจะรู้เรื่องราวอะไรมากมายนัก ฉันขอโทษ..” เขาพูดซื่อตรงและจริงใจจนแฮร์รี่มองอย่างไม่แน่ใจนักว่านี่ใช่สเนปที่เขารู้จักหรือเปล่าแต่ก็รู้สึกตะหงิดใจกับคำว่าเด็กของอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน 


“ผมไม่ได้อ่อนแอเสียหน่อย” 


“ฉันรู้” สเนปพูดพลางเลื่อนมือที่ประคองใบหน้าเปลี่ยนมายีผมแฮร์รี่เบา ๆ แทน “เพราะฉะนั้น กลับไปหาเพื่่อนของเธอได้แล้ว ฉันมีงานต้องทำ” และชักมือกลับทันที แฮร์รี่รู้สึกเสียดายลึก ๆ ที่สัมผัสอันอบอุ่นจบลง เขาตอบกลับเสียงอ่อน 


“ครับ” แฮร์รี่พยักหน้าตอบก่อนจะเดินออกจากห้องไป ความคิดหนึ่งผุดขึ้นเขาหยุดเดินและหันมองเป็นรอบที่สอง “เอ่อ ศาสตราจารย์ครับ” 


สเนปที่ยืนเหยียดตรงมองแฮร์รี่ที่เกือบจะเดินออกไปถามกลับ 


“มีอะไรหรือ ?”  


“เอ่อ- จะเรียกผมว่าแฮร์รี่ก็ได้นะครับ” แฮร์รี่พูดน้ำเสียงเขินอาย มือเกาท้ายทอยอย่างคนทำตัวไม่ถูก นัยน์ตาสีดำสนิทหรี่มองอีกครั้ง เหมือนเขาจะเคยได้ยินประโยคแบบนี้มาจากคนตรงหน้ามาก่อนเพียงแต่ไม่ใช่จากวัยนี้เท่านั้นเองเมื่อคิดได้ดังนั้นก็เผลอขำนอย ๆ ทำเอาแฮร์รี่ชะงักไปสักพัก 


“ออกไปได้แล้วแฮร์รี่” สเนปเดินดันหลังแฮร์รี่พยักพเยิดให้ออกไปจากห้อง ไม่ทันได้มองเห็นหน้าแดง ๆ ของคนตัวเล็กตรงหน้าเขาสักนิดแต่ก็คาดเดาได้ว่าแฮร์รี่กำลังรู้สึกอย่างไรอยู่ มันควรเป็นเขามากกว่าที่ต้องอายน่ะ ! 


“โธ่เอ้ย ฉันควรทำยังไงดีนะ” สเนปร้องบ่นกับตัวเองเมื่อประตูปิดลง เขาเริ่มสับสนแล้วว่าจะทำตัวอย่างไรกับแฮร์รี่ในตอนนี้ดี เพราะสเนปไม่สามารถรับมืออะไร ๆ ได้เลยสักอย่างและเขาเกลียดตัวเองที่ต้องดูเหมือนคนโง่เง่าเช่นนี้ 


อีกด้านหนึ่งของบานประตูแฮร์รี่กำลังรู้สึกไม่แน่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ก่อนจะตบหน้าตัวเองเบา ๆ ไม่ใช่ฝันแฮะ เขาคิดและเดินกลับไปหาเพื่อน ๆ ที่ห้องโถงใหญ่ 

 


“แฮร์รี่ !” รอนร้องเรียกขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนของเขาเดินเข้ามาในห้องโถง “นายไปไหนมาตั้งนาน” 


“แค่ไปเอาของมานิดหน่อยน่ะรอน” แฮร์รี่ตอบพลางนั่งลงข้าง ๆ เพื่อนของเขา 


“เธอดูแปลก ๆ นะแฮร์รี่ ฉันเห็นเธอยิ้มตั้งแต่เดินเข้ามาแน่ใจนะว่าไม่ได้ไปเจออะไรแปลก ๆ เข้าน่ะ” เฮอร์ไมโอนีถามเมื่อเห็นท่าทางดูอารมณ์ดีผิดปกติของเพื่อนเธอ ทั้งที่แค่ไปเอาของไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นให้แฮร์รี่แปลกไปขนาดนี้ 


แฮร์รี่ที่เหมือนพึ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ก็รีบเก๊กสีหน้ากลับมาปกติอย่างยากเย็น เขาพยายามหยุดยิ้มไม่ได้เลย 


“ไม่มีอะไรหรอก เลิกสงสัยฉันได้แล้วเฮอร์ไมโอนี” แฮร์รี่ตอบเก๊ก ๆ ทำเอาเพื่อนทั้งสองหันมามองหน้าแล้วยักไหล่ใส่กันด้วยความไม่รู้เรื่อง ถึงพวกเขาจะสงสัยกันมากแค่ไหนแต่ก็คงทำอะไรไม่ได้ ถ้าหากแฮร์รี่ไม่อยากบอกเขาก็คงไม่มีทางที่จะพูดออกมาหรอก ทั้งสามเริ่มหยิบปากกาขนนกขึ้นมาจุ่มหมึกเพื่อเตรียมตัวเขียนรายงานว่าด้วยเรื่องบ๊อกการ์ตส่งศาสตราจารย์ลูปิน มือของแฮร์รี่ไม่ขยับปากกาเขียนลงไปเสียทีเนื่องจากหัวของเขาเต็มไปด้วยเรื่องของสเนปก่อนจะเผลอยิ้มออกมาอีกรอบ หัวเราะคิกคักกับตัวเอง เพื่อนทั้งสองทำตาโตเหลือบมองแฮร์รี่น้อย ๆ และทำรายงานต่อพยายามที่จะไม่สนใจ (“หรือเขาจะมีความหวังกันนะ ?”) แฮร์รี่เพ้อฝันไปสักพักก่อนจะเริ่มสนใจรายงานตรงหน้าต่ออย่างร่าเริง 

 

---------------------------------------------------------------

สวัสดีค่ะ ไรท์กลับมาแล้วว ตอนนี้อาจจะดูรีบ ๆ หน่อย ไรท์สับสนอยู่นานว่าจะเน้นเนื้อเรื่องหลักด้วยเลยดีมั้ยหรือจะตัดให้มันกระชับฉับไวรวบลัดแล้วเน้นแค่คู่แฮรี่สเนปดี ? ตอนนี้มันเลยดูย่อจากหนังไปอีก และอ้างอิงในหนังสือเล็กนิดน้อย และอีกอย่างคือดูเหมือนไรท์จะถนัดดราม่ามากกว่าฟิน ๆ นะคะ 5555555 


ตอนแรกคิดว่าจะให้ฟินในตอนนี้แต่มันยังไม่ถึงเวลาก็ปาไปเกือบตอนแล้วจึงจะยกไปตอนหน้า ๆ แทน อาจจะดูเอื่อย ๆ บ้างในบางตอนเพราะไม่อยากเมินเนื้อเรื่องหลักเท่าไหร่ เดี๋ยวจากที่นิยายเรื่องนี้สเกลแคบไปแล้วจะยิ่งแคบเข้าไปอีกนั้นเอง


ตอนหน้าอาจจะเจอกันพรุ่งนี้เลยถ้าหากไม่ติดอะไรเพราะว่าไรท์ได้หยุดงานสี่วันติดนั้นเอง !! รวมถึงวันเสาร์ไปงานหนังสือแห่งชาตด้วยย เหมือนจะว่างไปเลย(?) สุดท้ายแล้ว ฝากเม้นกันด้วยน้าาา สรุปไรท์จะเน้นเนื้อเรื่องหลักด้วยดีมั้ยเนี่ย ? = =' (สับสนซะงั้น)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

230 ความคิดเห็น

  1. #230 Tidvita (@Tidvita) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 19:00
    รู้สึกฟินดีค่ะ แต่พอมานึกถึงแฮร์รี่ในอนาคตแล้ว ตอนนี้เขายังนั่งร้องไห้อยู่รึเปล่า หรือกลายเป็นโรคซึมเศร้าไปแล้ว
    #230
    0
  2. #145 Thacai Thachar (@nattachar-gp) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 23:53
    โอ้ย นี่สิที่ต้องการ โอจิ โอจิ #รักต่างวัย 
    #145
    0
  3. #104 BabyFish2547 (@lookpa2547) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 10:26
    ฟิลลลลลลลลลลล เซเวอรัสน่ารักอะ 😆😆
    #104
    0
  4. #68 pungploy (@pungploy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 10:10
    โอ๊ยยยยหนอออป๋าเนป ทำเป็นเข้ม สุดท้ายก็ใจอ่อน5555555
    รอนะคะไรท์
    #68
    0
  5. #67 Yamabuki no Ryoki (@bunthitap504) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 10:07
    เราอยากให้ตามเนื้อหาหลักไปด้วยนะ ส่วนตัวชอบแบบตามหนังสือ เพราะมันมีดีเทลที่ละเอียดกว่า

    ในตอนนี้จะอยู่ที่เล่ม3ช่วงต้นๆเรื่อง เราอยากให้หลังจบเล่มนี้มีเล่าเรื่องในมุมมองของแฮร์รี่เป็นเหมือนตอนพิเศษตอนเดียว เล่าตั้งแต่ต้นจนถึงจบเล่ม3นี้ภายใน1-2ตอน

    ส่วนม่าไม่ม่าเราก็อ่านอยู่ดี แต่ชอบฟินๆมากกว่า แต่ถ้าม่าแล้วฟินหลังจากนั้น มันจะดีงามเพราะได้อารมณ์กว่า เพียงแต่ต้องระวังเรื่องการเล่า เพราะถ้าเล่าไม่ดี อารมณ์มันตัดเร็วเกินไปจะทำให้ไม่สนุก แบบตามเรื่องไม่ทันงี้

    แต่เท่าที่เห็นจากตอนนี้ไรท์เขียนได้ดีเลยล่ะ เราชอบนะ แต่ว่า...อย่าลืมตรวจคำผิดนะคะ โดยเฉพาะ 2-3 ย่อหน้าสุดท้าย เหมือนรีบเกินไป สเนปกลายเป็นเนป ไปซะแล้ว 55555
    #67
    1
  6. #66 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 08:53
    แฮรี่T~T
    #66
    0
  7. #65 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 08:53
    โฮกกกกกกกกโอ้ยยยยยยฟินนนนนนนนน
    #65
    0
  8. #64 KzGlowyinG (@sakiglow) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 23:39
    กลัวเซฟจะตายอีก ต้องอยู่ด้วยกันนะ
    #64
    0
  9. #63 Yanikajitklang (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 23:31
    รู้สึกสงสารแฮร์ในอนาคต คงเสียใจมากกกก รอนะคะไรท์ #ขอให้แฮร์(อนาคต)กะเนปได้อยู่ด้วยกันเถอะ
    #63
    0
  10. #62 จอมIวทสีเทา (@YukiCH_TH) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 22:56
    คิดแล้วว่าบ็อกการ์ดของเซฟต้องเป็นแบบนี้ ;-;
    #62
    0