ลิขสิทธิ์มาร

ตอนที่ 9 : บทที่ 2 บทสรุปหรือจุดเริ่ม 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,467
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 489 ครั้ง
    1 ส.ค. 61

   แอดแฟนที่รูป


นิ้วเรียวกดหมายเลขที่เธอจำได้ขึ้นใจขณะที่ปล่อยให้ความทรงจำตอนเกิดอุบัติเหตุไหลบ่าเข้ามาในความคิด ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก และสติสตังของเธอก็ไม่ครบถ้วน เธอจึงจำรายละเอียดทุกอย่างได้ไม่มากนัก แต่เธอกลับจำใบหน้าถมึงทึงของผู้ชายคนนั้นได้ขึ้นใจ

ใบหน้าเรียวคมเข้มที่ล้อมกรอบด้วยเคราสีเขียวจางๆ คิ้วเรียวหนาเรียงเส้นเป็นระเบียบ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบ หยักได้รูป ดวงตาคมดุลึกลับ มีบางอย่างชวนให้ค้นหา ส่วนสูงที่น่าจะเกินร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร เขาจัดว่าเป็นชายหนุ่มหล่อเหลาชวนหลงใหลจนสาวๆ ต้องเหลียวหลังเลยทีเดียว

“สวัสดีค่ะ”

“พลอยเองค่ะป้า” เสียงสัญญาณถูกตัดไป ตามด้วยเสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นทำให้ญารินดารีบดึงตัวเองออกจากห้วงความคิด สมัยนี้ไม่ค่อยมีใครจำเบอร์มือถือกันแล้ว ซึ่งก็มีไม่กี่เบอร์หรอกที่เธอจำได้ โชคดีที่หนึ่งในนั้นเป็นเบอร์ของอรอนงค์ ผู้มีศักดิ์เป็นป้าของเธอเอง

“อ้าวพลอยเองเหรอ ป้ากำลังเป็นห่วงอยู่พอดี บ้านก็ไม่กลับ โทรหาก็ไม่ติด ถึงจะโตแล้วแต่ป้าก็ยังเป็นห่วงนะ ไปไหนก็โทรบอกป้าหน่อยนะลูก แล้วนี่เอาเบอร์ใครโทรมา”

“พลอยทำโทรศัพท์หายเลยยืมโทรศัพท์เพื่อนน่ะค่ะ พอดีเมื่อคืนพลอยเลิกงานดึก ก็เลยนอนห้องเพื่อน เห็นว่ามันดึกแล้ว เลยไม่อยากโทรปลุกป้า ตื่นมาพลอยก็รีบโทรหาป้าเลย แต่ทำงานดึกเลยตื่นสายไปหน่อย ขอโทษนะคะที่ทำให้ป้าเป็นห่วง”

“ไม่เป็นไรหรอก แต่คราวหน้า ต้องโทรบอกป้ารู้ไหม กี่โมงก็ต้องโทรบอก”

“ค่ะป้า” ญารินดาตอบรับพร้อมรอยยิ้ม แม้ว่าพ่อกับแม่จะเสียชีวิตไปแล้ว และแม้จะต้องทำงานหนักมากกว่าเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันหลายเท่า แต่เธอก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อยเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าคนเป็นป้าได้เต็มเติมทุกสิ่งทุกอย่างจนเธอไม่รู้สึกว่าขาดอะไรไป

“ป้าคะ พลอยหาเอกสารประกันรถไม่เจอ ป้าเก็บไว้ตรงไหนคะ”

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น แล้วพลอยเป็นอะไรหรือเปล่าลูก” น้ำเสียงของอรอนงค์อัดแน่นไปด้วยความห่วงใย คำถามของญารินดาทำให้อีกฝ่ายคาดเดาได้ไม่ยาก

“เกิดอุบัติเหตุค่ะ”

“แล้วเจ็บตรงไหนไหมลูกแล้ว ตอนนี้พลอยอยู่ที่ไหน เดี๋ยวป้าไปหา”

“ไม่ต้องมาหรอกค่ะ พลอยไม่เป็นอะไรเลย ไม่เจ็บสักนิดเดียวเลยค่ะ ป้าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวประกันมาเคลียร์ทุกอย่างก็เรียบร้อย จะมีปัญหาก็คงเป็นที่รถของเรา ไม่รู้จะซ่อมได้หรือเปล่า” เพราะประกันขาดมาเป็นเดือนแล้ว และช่วงนั้นก็มีเรื่องให้ต้องใช้หลายอย่าง เธอจึงเลือกประกันชั้นสาม ซึ่งคุ้มครองเฉพาะรถคู่กรณีเท่านั้น เพราะมีบ้างก็ดีกว่าไม่มีเลย อีกอย่างรถมันก็เก่ามากแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุ ซื้อใหม่เลยดีกว่าต้องมาเสียเงินซ่อม

“อุบัติเหตุร้ายแรงหรือลูก พลอยไม่ได้เจ็บตรงไหนจริงๆ ใช่ไหม”

“พลอยไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ แค่รถมันพังค่อนข้างเยอะ ไว้พลอยจะรีบหาเงินมาซ่อมรถนะคะ”

“เรื่องรถช่างมันเถอะ แค่พลอยไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”

“แต่ไม่มีรถ จะไปขายกับข้าวที่ตลาดได้ยังไงล่ะคะคราวนี้ ไหนจะต้องไปซื้อของมาทำกับข้าวอีก”

“รถจับจ้างมีถมเถ ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก”

“แล้วเอกสารประกันอยู่ตรงไหนเหรอคะ พลอยจะได้ติดต่อให้เขารีบมาเคลียร์เรื่องให้จบๆ” เมื่อคืนพอทางประกันภัยบอกว่าประกันขาด เธอก็ดูใบที่เธอหาเบอร์โทรแล้ว ปรากฏว่าประกันใบนั้นเป็นประกันที่หมดอายุแล้วจริงๆ แต่เธอเพิ่งหาเงินไปจ่ายค่าประกันเมื่อเดือนก่อน เพียงแต่ว่าเธอไม่ได้เป็นคนที่ไปชำระเงินด้วยตัวเองเท่านั้น จึงต้องโทรถามหาเอกสารประกันฯ จากคนที่ไปชำระเงินค่าประกันอย่างไม่มีทางเลือก

ซึ่งอันที่จริงแล้ว นานๆ ทีเธอถึงจะได้จับรถคันนี้ เพราะรถที่บ้านมีรถคันเดียว ป้าของเธอต้องใช้มันทำมาหากิน เธอจึงต้องใช้รถประจำทางในการไปมหาวิทยาลัย ซึ่งเธอก็ไม่มีปัญหาอะไร แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะไกลไปหน่อย การนั่งรถประจำทางทั้งร้อน ทั้งหัวฟู แต่ก็สะดวกและประหยัดมากกว่า ทว่าเมื่อวานผู้เป็นป้าดูเหนื่อยๆ และหน้ามืดคงเพราะท่านตื่นมาทำอาหารแต่เช้าเธอจึงได้อาสาไปขับรถไปส่งอาหารแทนป้า ป้าของเธอขายข้าวราดแกงอยู่ในตลาด ฝีมือทำอาหารที่ถูกปากชาวบ้าน อีกทั้งท่านยังขายในราคากันเอง ทำให้อาหารขายดีมาก บางครั้งมีงานบุญ งานบวช หรืองานศพ ชาวบ้านก็จะมาสั่งแกงหม้อไปเลี้ยงแขกในงาน 

เมื่อวาน พอส่งอาหารที่บ้านที่จัดงานขึ้นบ้านใหม่เสร็จ เธอก็ขับรถไปทำงานที่ร้านกาแฟต่อ จะได้ไม่ต้องขับไปขับมาให้เปลืองน้ำมัน อีกทั้งป้าของเธอจะได้พักผ่อน ไม่เช่นนั้นวันทั้งวันท่านก็คงนั่งทำกับข้าวแล้วพอตกเย็นก็ขับรถไปขายของที่ตลาดอีกตามเคย ท่านเหนื่อยเธอรู้ แต่ที่รู้ดียิ่งกว่าก็คือความหัวรั้นของคนเป็นป้า

แม้ว่าจะเรียนจบแล้วแต่เพราะยังหางานไม่ได้ และไม่อยากขาดรายได้ เธอจึงยังทำงานในร้านกาแฟแถวมหาวิทยาลัยต่อ และหลังจากทำงานที่ร้านกาแฟเสร็จก็ไปร้องเพลงที่ร้านอาหาร

ไม่นึกเลยว่าการทำผิดแผกไปจากเดิมเพียงนิดเดียว จะทำให้เกิดเหตุการณ์ทั้งหมดขึ้น แต่จะโทษเพราะขับรถเองถึงได้เกิดเรื่องร้ายๆ ทั้งหมดไม่ได้หรอก ในเมื่อต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือผู้ชายสารเลวที่ชื่อเอกรินทร์

สาบานได้ ถ้าได้พบไอ้สารเลวนั่นอีกครั้ง เธอไม่อยู่เฉยแน่

“ป้าก็ยังไม่เห็นเลย ต้องถามพี่เราโน่นล่ะ คงเห็นว่าป้าเหนื่อยๆ ก็เลยอาสาไปแทน”

“ป้าให้พี่นันไปแทนเหรอคะ” เสียงของคนเป็นป้าทำให้ทุกความคิดสะดุดลง ญารินดานิ่วหน้าขณะที่ถามออกไป

“ใช่ เดี๋ยวป้าโทรถามพี่เขาให้นะ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ป้า เดี๋ยวพลอยโทรเองดีกว่า แต่พลอยจำเบอร์พี่นันไม่ได้”

“เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่งนะ ป้าดูให้”

เพราะวันนั้นเธอมีงานด่วนเข้ามา และประกันก็ขาดมาเป็นเดือนแล้ว เธอกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นในช่วงที่ประกันหมด ก็เลยขอให้ผู้เป็นป้าไปชำระเงินแทน  แต่คนที่ไปชำระเงินค่าประกันกลับไม่ใช่อรอนงค์อย่างที่เธอเข้าใจมาตลอด

ตอนแรกเธอคิดว่าอาจมีบางอย่างผิดพลาด ในเมื่อเธอจ่ายเงินค่าประกันเรียบร้อยแล้ว ประกันจะขาดได้อย่างไร แต่การที่ได้รับรู้ว่า อรอนงค์ให้นันทิตา ลูกพี่ลูกน้องเป็นคนเอาเงินไปชำระประกันแทน ต่ออีกทอดหนึ่ง ทำให้เธอรู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก

ใช่! เธอกำลังกลัวว่าเงินที่เธอหามาอย่างยากรำบาก มันจะไปไม่ถึงบริษัทประกัน

พอได้เบอร์ของนันทิตา ญารินดาก็กดวางสายทันทีเพราะกลัวว่าความกังวลในน้ำเสียงของเธอจะทำให้คนเป็นป้าสงสัย

ครอบครัวของอรอนงค์ไม่ได้ร่ำรวยอะไร เพียงแค่พออยู่พอกิน ด้วยความที่สามีเสียไปตั้งแต่ นัน หรือนันทิตา ลูกพี่ลูกน้องของเธอยังเล็กๆ ป้าของเธอจึงต้องเป็นเสาหลักของบ้าน ท่านมีอาชีพขายข้าวราดแกงที่ตลาดในตัวเมือง รายได้ไม่มากนัก แถมยังมีหนี้สิ้น และภาระค่าใช้จ่ายมากมาย แต่ถึงอย่างนั้น ท่านก็ยังเมตตารับหลานที่กำพร้าทั้งพ่อและแม่ในคราวเดียวกันอย่างเธอมาเลี้ยงดู เพราะไม่อยากเป็นภาระของท่านเธอจึงช่วยท่านทำงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ และทำงานหารายได้ส่งตัวเองเรียนเพราะไม่อยากให้คนเป็นป้าที่ต้องหาเงินส่งเสียลูกสาวแท้ๆ ของตนเรียนต้องมาเดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่ายของเธอ

แต่เพราะตั้งท้องนันทิตาจึงเรียนไม่จบอย่างที่ผู้เป็นป้าของเธอคาดหวัง ถึงแม้ไม่อยากยอมรับ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะอย่างไรเด็กในท้องของนันทิตาก็ไม่มีความผิด อีกทั้งนันทิตาก็บรรลุนิติภาวะแล้ว อรอนงค์จึงไม่สามารถห้ามลูกสาวที่ร่ำร้องจะออกไปอยู่กินกับวรวุฒิฉันท์สามีภรรยาได้ และแม้จะทำเป็นไม่สนใจใยดี แต่แม่ลูกยังไงก็ตัดกันไม่ขาด และยิ่งเมื่อหลานชายคลอดออกมาท่านก็อดใจอ่อนไม่ได้

ทว่านิสัย สำมะเลเทเมา ไม่เอาการเอางานของลูกเขย ก็ทำให้ผู้เป็นป้าของเธอเป็นโรคเครียด แม้ท่านจะพยายามปกปิดเอาไว้ แต่อาการทางร่างกายที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนก็ทำให้ปิดไม่มิด เมื่อบวกกับการต้องทำงานหนักมาหลายปี และอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ร่างกายเริ่มเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ พอเธอบอกให้ท่านไปตรวจ ท่านก็ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย

เพราะไม่อยากให้ผู้เป็นป้าเครียดยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งเพราะลูกพี่ลูกน้องขอร้องไว้ เธอจึงไม่เคยบอกท่านว่านอกจากจะทำตัวไร้คุณค่า ไม่ทำงานทำการ กินเหล้าไปวันๆ แล้ว วรวุฒิยังติดการพนันอย่างหนัก เงินที่นันทิตาทำงานหามรุ่งหามค่ำ ทั้งๆ ที่ต้องเลี้ยงลูกไปด้วยไม่พอจับจ่ายใช้สอยเพราะต้องแบ่งไปให้สามีผลาญเล่นในบ่อน จนนันทิตาต้องมาหยิบยืมเงินเธอบ่อยๆ

และเพราะคนที่เอาเงินไปจ่ายค่าประกันมีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย แถมยังหลงสามีผีพนันจนหน้ามืดตาบอดนี่แหละที่ทำให้เธอหวั่นใจว่าเงินที่เธอทำงานเพื่อหามาจะไปไม่ถึงบริษัทประกัน

ญารินดาถอนหายใจออกมาขณะกดเบอร์ที่เพิ่งได้มาลงในมือถือ ก่อนจะกดปุ่มโทรออกทันที แม้จะรู้ว่าโทรไปคำตอบที่ได้จากนันทิตาก็คงไม่ต่างจากที่ตัวเองหวั่นใจ แต่เธอก็ยังคาดหวังให้มันต่างออกไป

ตอนหน้า ได้เจอกับเฮียแน่นอน อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 489 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,427 ความคิดเห็น

  1. #434 aemly (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 18:00

    ยังไงต่อ

    #434
    0
  2. #124 ฉันทนา ศัทโธ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 18:55
    น่าสงสารนะ
    #124
    0
  3. #46 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 16:37

    บทสรุปเหตุ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของคนสองคน อิอิ

    #46
    0
  4. #45 PhoRR (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 16:01
    ชีวิตนางแต่ละอย่าง สงสารเลย
    #45
    0