ลิขสิทธิ์มาร

ตอนที่ 5 : บทที่ 1 เรื่องของเรื่อง 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,588
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 552 ครั้ง
    3 ส.ค. 61

แอดแฟนที่รูป


          “แบบนี้สิถึงจะน่ารัก”

นัยน์ตาของเขาเป็นประกายวิบวับขณะที่ดึงมือของตัวเองออกจากมือของเธอ ซึ่งญารินดาบอกได้เลยว่าเธอเกลียดแววตาแบบนี้ของเขาที่สุด แววตาที่ทำให้เธออึดอัด เหมือนหายใจไม่ออก หญิงสาวยกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่มเพราะไม่อยากฟังอีกฝ่ายเซ้าซี้อีก ก่อนจะเบนหน้าไปทางอื่น พยายามนับเลขในใจไปเรื่อยๆ สลับกับยกน้ำส้มขึ้นจิบ ขณะที่รอให้เพื่อนรักมาถึงเสียที

“เมื่อไรมิวจะมาถึง” ทว่านับได้ถึงแค่สามสิบหญิงสาวก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

“ไม่รู้เหมือนกัน ก็ติดต่อมิวไม่ได้ เราจะรู้ได้ยังไง แต่มาถึงช้าๆ ก็ดีนะ เราสองคนจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้นานๆ”

“หยุดพูดแบบนี้เสียทีเถอะ มันน่ารังเกียจ”

“การที่เราชอบพลอยมันน่ารังเกียจตรงไหน หรือถ้าเป็นเพราะมิว เราเลิกกับมิวก็ได้นะ”

“...” สมองของญารินดาแล่นเร็วจี๋ เพื่อวิเคราะห์สิ่งที่อีกฝ่ายพูด และคิดหาสิ่งที่ตัวเองควรทำ

“ถ้าไม่เชื่อเรา กลัวเราจะโกหก เราบอกเลิกมิวต่อหน้าพลอยเลยก็ได้”

อีกฝ่ายรีบพูดสำทับเมื่อเห็นว่าเธอกำลังลังเล ซึ่งเขาคงเข้าใจผิดไปโข เพราะความลังเลของเธอไม่ได้เป็นเพราะเกิดสนใจในตัวเขาขึ้นมา แต่เธอลังเลเพราะกำลังคิดว่า หากเธอทำให้เขาบอกเลิกณัฐวลัญช์ ด้วยการตกลงจะคบกับเขาไปก่อนมันจะดีกับเพื่อนมากกว่าไหม เพราะการคบกับผู้ชายเลวๆ แบบนี้ต่อไป ยังไงจุดจบก็มีแต่เสียใจกับเสียใจ แต่เธอไม่คิดจะคบกับผู้ชายชั่วๆ พาตัวเองตกนรกทั้งเป็นแทนเพื่อนหรอก พอเอกรินทร์เลิกกับณัฐวลัญช์แน่ๆ เธอก็จะเลิกกับเขาเหมือนกัน แต่อีกฝ่ายกลับรู้ทัน

“เลิกคิดสิ่งที่คิดซะ เพราะเราไม่ยอมแน่  บอกไว้เลย ชีวิตพลอยไม่ได้สงบสุขแน่นอน”

“ฝากบอกมิวด้วย ว่าแล้วพลอยจะโทรหาทีหลัง หรือถ้ามีธุระด่วนก็ไปหาพลอยที่บ้านได้เลย” ญารินดาพูดขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่อีกฝ่ายก็เอื้อมมือมาโอบเอวเธอเอาไว้พร้อมกับดึงให้นั่งลง

“รอบอกเองสิ คอนโดมิวอยู่แถวนี้ เห็นว่าออกมาจากที่นั่น เดี๋ยวก็คงมาถึงแล้วล่ะ ดื่มน้ำส้มอีกหน่อย จะได้ใจเย็นๆ”

“...”

“หรืออยากให้ป้อน” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ยอมตอบ ไม่ยอมขยับเอกรินทร์จึงพูดขึ้น

“ไม่ต้อง แล้วก็ปล่อยมือจากเอวพลอยด้วย” ญารินดารีบบอก

“กินก่อนสิ”

ญารินดายกแก้วขึ้นเทน้ำสีส้มรสหวานเข้าปาก และพอเธอทำอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ยอมดึงมือตัวเองกลับไปแต่โดยดี หญิงสาวเริ่มนับหนึ่งในใจอีกครั้ง ทว่านับได้เท่าเดิมเธอก็ต้องหยุดนับ ดวงหน้าหวานซึ้งสะบัดหน้าไปมาเมื่อเมฆหมอกจางๆ ของความรู้สึกง่วงงุนเข้าครอบงำความนึกคิด

ที่นี่มีวงดนตรีขึ้นสองรอบ เพราะวงที่สองที่เล่นต่อจากวงของเธอ เริ่มบรรเลงเพลง ทำให้เธอรู้ว่าเวลานี้จะห้าทุ่มแล้ว แม้จะดึกแล้วก็จริง แต่ปกติเธอนอนดึกกว่านี้มาก ไม่น่าจะง่วงนอนได้ ทว่าเธอกลับง่วงมากจนเหมือนว่า หากเอนหัวพิงเก้าอี้ แล้วหลับตาลง จะหลับสนิทไปเลย

มือเล็กยกแก้วทรงสวยขึ้น คิดว่าความเย็น และความหวานของน้ำส้มคั้นจะช่วยคลายความง่วงได้บ้าง ริมฝีปากปากอิ่มสวยแตะขอบแก้วใสๆ ทว่าก่อนที่น้ำส้มจะได้เข้าปาก ผู้หญิงท่าทางเมามายคนหนึ่งก็เซมาชน

“อุ๊ย!” ญารินดาร้องออกมาเมื่อน้ำส้มที่เหลือในแก้วหกใส่เสื้อ จนรู้สึกได้ถึงความเปียกและเหนียวที่ซึมถึงผิวกาย

“แม่ง เดินยังไงวะ” เอกรินทร์สบถมองแก้วน้ำส้มเปล่าอย่างหัวเสีย

“ขอโทษค่ะ ขอโทษแทนเพื่อนฉันด้วยนะคะ มันเมามาก ไม่ได้ตั้งใจ” หญิงสาวที่เดินตามคนเมามาพูดขึ้น พลางรีบเข้าไปประคองเพื่อนที่เมาเละเทะจนแทบไม่เหลือสติ

“ไม่เป็นไรค่ะ” ญารินดาตอบกลับไป ก่อนที่เอกรินทร์ที่ดูเดือดดาลเหลือเกินจะทันได้พูดอะไรออกมาอีก แต่เหมือนคำตอบของเธอจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย

“ขอโทษแล้วมันหายงั้นเหรอ น้ำส้มที่หกมันจะกลับคืนเข้าแก้วได้ไหม เสื้อเปียกๆ นี่มันจะหายเปียกไหม”

“ขอโทษจริงๆ ค่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไปเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง” 

พอเธอพูดออกไปคนที่ขอโทษขอโพยแทนเพื่อนก็ประคองคนเมาออกไปทันที เพราะกลัวจะเกิดเรื่อง แต่ทั้งๆ ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น อีกทั้งเสื้อก็เปียกชุ่มน้ำส้มจนเหนียวเหนอะไปหมด ทว่าความง่วงงุนที่เข้าครอบงำความนึกคิดของเธอกลับไม่จืดจางลงเลยสักนิด

สัญชาตญาณส่วนลึกร้องลั่นว่านี่มันไม่ใช่เรื่องปกติ!

ญารินดายันกายลุกขึ้นยืน ร่างบางเซนิดๆ ความง่วงงุนที่เข้าครอบงำมากมายจนแทบจะหลับไปทั้งๆ ที่ยืนอยู่ ทำให้หญิงสาวมั่นใจว่าร่างกายตัวเองมีอะไรผิดปกติจริงๆ

“จะไปห้องน้ำเหรอ”

“...” ญารินดาไม่ได้ตอบกลับไป ตั้งใจจะเดินไปเฉยๆ แต่เมื่อเธอไม่ยอมตอบเอกรินทร์ก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเธอ และออกแรงยื้อเอาไว้

“เราไปส่ง”

“ไม่ต้อง ไปเองได้”

“เอางั้นก็ได้” เอกรินทร์ตอบรับโดยง่าย พลางปล่อยมือจากแขนเล็ก

เมื่ออีกฝ่ายยอมปล่อยมือ ญารินดาก็เดินตรงเข้าไปยังห้องน้ำ เพราะวันนี้เป็นคืนวันศุกร์ อีกทั้งยังเป็นวันจบการศึกษาของนักศึกษาชั้นปีที่สี่ ในร้านอาหารกึ่งผับแห่งนี้จึงค่อนข้างแออัด การเดินเหินจึงค่อนข้างลำบาก แต่สุดท้ายเธอก็มาถึงจนได้

หญิงสาววักน้ำจากก๊อกขึ้นล้างหน้าเพื่อให้น้ำเย็นๆ คลายความง่วงงุน และพยายามเช็ดน้ำส้มเหนียวๆ ของออกเสื้อมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ระหว่างนั้นก็พยายามคิดว่าตัวเองเป็นอะไร เธอไม่ได้ดื่มเหล้าแม้แต่หยดเดียว ที่เป็นอยู่จึงไม่ใช่อาการมึนเมาแน่นอน

ดังนั้นสิ่งที่พอจะเป็นไปได้อย่างเดียวก็คือเอกรินทร์คงเอาบางอย่างให้เธอกิน และสิ่งที่เธอต้องทำคือต้องพาตัวเองออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 552 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,427 ความคิดเห็น

  1. #1352 Jvar J. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 19:39
    โอ้ยยยยย ทำไมนางต้องเจอแต่เรื่องอย่างงี้เนี่ย
    #1,352
    0
  2. #429 aemly (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 17:47

    ลุ้นๆๆๆๆ

    #429
    0
  3. #39 LuckyTarot (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 00:55

    แฟนเพื่อนสนิทกลับคิดไม่ซื่อนี่เอง จะยังไงต่อน้อ ลุ้นๆจ้า ^^

    #39
    0
  4. #30 Daoprasuk Sommai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 18:40
    อัพซ้ำค่าพี่เหมย
    #30
    0
  5. #28 Nattamon Ponlabat (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 15:05
    ทำไมเป็นตอนเดิม กลับไปกลับมาคะไรท์
    #28
    0
  6. #27 karunaplanee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 11:19

    สนุกมากกกก

    #27
    0
  7. #26 Jvar J. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 07:03
    โอ้ยยยย นางจะเป็นไรมากมั้ยเนี่ย ดีนะรอดจาก-คนชั่วมาได้
    #26
    0
  8. #25 PhoRR (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 00:37
    นางโดนวางยานี่เอง
    #25
    0
  9. #24 aonchuda3435 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 00:18
    เพราะกินน้ำส้มนี่เอง ถึงได้ขับรถชน
    #24
    0