ลิขสิทธิ์มาร

ตอนที่ 19 : บทที่ 4 ตัวซวย 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,063
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 451 ครั้ง
    9 ส.ค. 61


“เพราะอ่านไม่จบไง ถึงได้มีปัญหาแบบนี้ ข้อสุดท้ายน่ะ ฉันระบุไว้ว่าเงินที่เธอต้องใช้หนี้ให้ลุงจรูญ ให้มาจ่ายให้ฉันแทน” ภูริทัตต์ว่าพลางขยับกายไปทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ หญิงสาว ดึงเอกสารในมือเล็กมา แล้วพลิกกระดาษแผ่นแรกออกแล้วชี้ไปที่ข้อความหนึ่งในเอกสารหน้าที่สอง

“ทำไมล่ะคะ” ญารินดาก้มลงอ่านข้อความที่ปลายนิ้วเรียวชี้อยู่ ก่อนจะถามขึ้น

“ก็เพราะลุงแกทำประกันชั้นสาม แล้วแกก็ไม่มีเงินซ่อมเองไง”

เขาเพิ่งรู้ว่าที่ตัวเองคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอจรูญเจ้าของรถกระบะติดคอก ก็เพราะว่าเมื่อนานมาแล้วจรูญเคยเอาที่ดินมาขายให้พ่อของเขา เพราะมีความจำเป็นต้องใช้เงินในการรักษาภรรยาที่เป็นโรคมะเร็งขั้นที่สาม อันที่จริงสวนส้มภัทรบดินทร์มีพื้นที่เพียงเจ็ดร้อยกว่าไร่ เป็นมรดกที่ตกทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าที่ย้ายจากเมืองกรุงมาตั้งรกรากยังที่เงียบสงบแห่งนี้  แต่เพราะชาวบ้านพื้นที่โดยรอบ บ้างก็ที่ติดหนี้สิน  บ้างลูกหลานก็ไม่อยากอยู่ในไร่ในสวน เมื่อรุ่นพ่อแม่ตายายตายจากไปต่างก็พากันขายที่ดิน แล้วไปทำงานในกรุงเทพฯ

แม้จะดูแลแทบไม่หวาดไม่ไหว แต่เพราะเป็นคนใจดี พ่อเขาจึงรับซื้อที่ดินจากชาวบ้านในราคาค่อนข้างสูง เมื่อชาวบ้านคนอื่นรู้เข้า ก็พากันมาขายที่ให้พ่อของเขา จึงทำให้สวนแห่งนี้ขยายกว้างขึ้น จนตอนนี้มีเนื้อที่ทั้งหมดเกือบสองพันไร่

          เขาก็ไม่ได้ต่างจากพ่อของเขาเลยสักนิด แม้ภายนอกจะดูแข็งกร้าว เหมือนไม่สนใจใยดีใคร แต่ลึกๆ กลับเห็นใจคนอื่นไปทั่ว พอเจอคนดี ที่ลำบากเข้าหน่อย ก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย  และพอจรูญเล่าให้ฟังว่าเงินที่ได้มาจากการขายที่ถูกนำไปใช้รักษาภรรยาที่ป่วยหนัก และส่วนที่เหลือก็เจียดไปใช้ซื้อรถเพื่อใช้ทำมาหากิน พอรถมาถูกชนแบบนี้แกก็ไม่รู้จะทำยังไง เงินเก็บก็ไม่มี ได้แต่ทำมาหากินไปวันๆ ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปซ่อมรถ

          ตอนแรกเขาก็พยายามไม่สนใจเพราะไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว แต่พอได้ยินลูกชายของจรูญบอกว่าคงต้องไปกู้เงินกับพ่อเลี้ยงวัลลภ เขาจึงได้เสนอตัวเข้าไปช่วย เพราะขืนปล่อยให้ลุงแกไปกู้เงินที่พ่อเลี้ยงหน้าเลือดนั่นมีหวังได้ใช้ดอกมากกว่าเงินต้นแน่ ขนาดตัวต้นเหตุที่ทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนเขายังยื่นมือไปช่วยเหลือ แล้วทำไมคนดีๆ ที่ขยันทำมาหากินเขาถึงจะช่วยไม่ได้

“คุณช่วยออกให้ลุงแกก่อนเหรอคะ”  เธอรู้ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้ลุงจรูญเดือดร้อนมาก แกเป็นแค่คนหาเช้ากินค่ำไม่ได้มีเงินถุงเงินถังอะไร แต่ถึงจะรู้สึกผิดมากที่ทำให้แกเดือนร้อน ทว่าก็ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะเธอก็ไม่มีเงินเป็นก้อนไปชดใช้ให้เช่นกัน ทำได้แค่ผ่อนชำระกันไปจนกว่าจะหมดเท่านั้น

ใจดีเป็นเหมือนกันนะเนี่ยญารินดาจ้องคนตรงหน้าด้วยความคิดที่เปลี่ยนไปนิดหน่อย

ผู้ชายตรงหน้าแม้ปากเสีย หยาบคาย โมโหง่าย และเหมือนไม่สนใจใคร แต่ลึกๆ เขากลับใจดีและมีน้ำใจอย่างที่เธอคิดไม่ถึง

“มองหน้าฉันแบบนั้นทำไม”

“ขอบคุณนะคะ”

“ขอบคุณเรื่องอะไร” ภูริทัตต์ว่า ประกายวิบวับในดวงตาสีนิลคู่โต เหมือนกับดวงดาวที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ จนต้องเบนหน้าหนี

“ก็เรื่องที่คุณช่วยลุงเจ้าของรถกระบะไงคะ”

“ไม่ต้องมาขอบคุณ ฉันไม่ได้ให้ฟรี ยังไงเธอก็ต้องใช้หนี้ฉันทุกบาททุกสตางค์”

“รู้แล้วค่ะ”

“รู้แล้วก็เซ็นซะ”

“ยังเซ็นไม่ได้ค่ะ”

“ยังไม่หมดปัญหาอีก” ภูริทัตต์หรี่ตาลงอีกจนแทบจะเป็นเส้นตรง มองหญิงสาวราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงข้างใน ดวงตาสีดำของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย แต่ที่เด่นชัดที่สุดคือความหงุดหงิดรำคาญ

“ยังค่ะ” ญารินดาว่าพลางคลี่ยิ้ม ทำใจดีสู้เสือ

“อะไร”

“ก็คุณเอาเงินเดือนฉันไปหมด แล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายส่วนตัวล่ะคะ” แต่ต้องค้านเรื่องสัญญาอีกครั้งเพราะปัญหาไม่ใช่แค่หนี้ที่ต้องจ่ายให้กับลุงจรูญทุกเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องค่าซ่อมรถกระบะของป้าเธอด้วย แม้ว่าเธอคิดจะทำงานพิเศษอยู่แล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วจะหางานได้เมื่อไร รายได้จะได้เท่าไร เธออยากซ่อมรถให้ป้าเร็วที่สุด ร่างกายท่านไม่ค่อยแข็งแรง เธอไม่อยากให้ท่านต้องหิ้วข้าวของหนักๆ ขึ้นรถประจำทาง

          “อยู่ที่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสักบาทเดียว”

          “ถึงจะกินฟรี อยู่ฟรี แต่เดือนๆ หนึ่ง ฉันก็มีของจำเป็นที่ต้องซื้อเหมือนกันนะคะ”

          “อย่างเช่น”

          “คะ” คำพูดสั้นๆ ประหยัดถ้อยคำทำให้ญารินดาต้องถามกลับไปว่าเขาหมายความว่าอย่างไร ซึ่งถ้าไม่ติดว่าเธอกำลังต่อรองเพื่อขอให้เขาช่วยอยู่ เธอคงโพล่งออกไปแล้วว่า พูดให้ยาวๆ กว่านี้ มันจะตายหรือไงห๊ะ

          “ก็ของจำเป็นที่ต้องซื้อน่ะ มันมีอะไรบ้าง”

          “โทรศัพท์มือถือฉันหาย ต้องซื้อใหม่”

          “เพื่อนเธอยังไม่เอามาคืนให้อีกหรือไง”

          “เพื่อนคนไหนล่ะคะ แล้วคุณแน่ใจเหรอว่าเป็นเพื่อนฉันจริงๆ ไม่ใช่พวกมิจฉาชีพ”

          “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง”

“ไม่แน่ใจ แล้วคุณปล่อยให้เขาเอาโทรศัพท์ฉันไปได้ยังไง” ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยคำพูดสั้นๆ ที่ทำให้อารมณ์ของเธอพุ่งปรี๊ดทะลุร้อยองศา

“แล้วมันเป็นหน้าที่ของฉันไหม ที่ต้องเก็บรักษาของของเธอ เก็บแล้วจะได้อะไร” ภูริทัตต์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเรียบนิ่ง ไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับดวงตากลมโตที่ถลึงตามองเขาจนแทบถลนออกมานอกเบ้า

“ได้คำขอบคุณจากฉันไงคะ”

          “ไม่ได้ต้องการ”

“ทีกระเป๋ายังเก็บให้ได้เลย” ญารินดาเงียบไปครู่หนึ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะระงับอารมณ์ของตัวเอง และข่มน้ำเสียงให้กลับลงมาในระดับปกติ


มาแล้วๆ  นักอ่านบอกว่า หนูพลอยต้องหาสารวยๆ อย่างเดียว ถึงจะใช้หนี้หมด 

เอ๋ ว่าแต่ใครดีน้า อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 451 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,427 ความคิดเห็น

  1. #463 aemly (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 09:33

    ไไงต่อนะ

    #463
    0
  2. #129 LuckyTarot (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 19:09
    มีสบตาแล้วหลบตา แปลว่าพี่แอบคิดอะไรแล้วใช้มั้ยจ๊ะ ^^ น่ารักที่สุด
    #129
    0
  3. #113 PhoRR (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 17:37
    เหนื่อยใจแทนพลอยเลย 555
    #113
    0
  4. #112 Titawadee singco (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 17:06

    อยากได้e-book..

    #112
    0
  5. #111 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 12:54
    เถียวกันมันส์ดี..5555
    #111
    0
  6. #110 dokao (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 12:45
    ดุจนน่าตบจิงๆ
    #110
    0
  7. #109 Nattamon Ponlabat (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 12:12
    ดุจังนะเฮีย
    #109
    0