ลิขสิทธิ์มาร

ตอนที่ 13 : บททสรุปหรือจุดเริ่ม 150%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,754
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 444 ครั้ง
    4 ส.ค. 61


พลอย ญารินดา

“น้าสุดหล่อเป็นเพื่อนน้าพลอยเหรอครับ” ทันทีที่วางสาย เสียงเล็กๆ ก็ดังขึ้น

“ไม่ใช่” ภูริทัตต์ก้มลงมองใบหน้าอ้วนกลมเจ้าของเสียงใสแจ๋ว ที่โผล่หน้าผ่านช่องประตูรั้วที่ถูกเปิดแง้มทิ้งไว้ออกมา

“ว่าแล้วว่าต้องไม่ใช่เพื่อน น้าเป็นแฟนน้าพลอยใช่ไหมล่ะ เข้ามานั่งข้างในก่อนสิฮะ เดี๋ยวผมเอาน้ำมาให้ น้าพลอยนี่แย่จริงๆ เลย ปล่อยให้แฟนยืนรออยู่หน้าบ้านได้ยังไง”

เด็กชายตัวอ้วนไม่รอให้เขาไขความเข้าใจผิดก็วิ่งปรู๊ดเข้าไปในบ้าน และหลังจากตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ผลักประตูให้เปิดกว้างขึ้นแล้วเดินเข้าไปในอาณาเขตแคบๆ ของบ้านไม้เก่าๆ แล้วทรุดกายนั่งตรงเก้าอี้หินอ่อนใต้ต้นแผ่บารมีที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา

                “มาแล้วฮะ น้ำเย็นๆ ชื่นใจ” ทันทีที่วางแก้วน้ำที่มีหยดน้ำเกาะพราวรอบแก้วลงตรงหน้าเขา เด็กชายตัวกลมก็ปีนขึ้นบนเก้าอี้หินอ่อนอีกตัว

                “ไม่ไปโรงเรียนหรือไงเรา” ภูริทัตต์ถามเจ้าของดวงตาใสซื่อที่กะพริบปริบๆ มองตรงมายังตน

                “พรุ่งนี้ค่อยไปครับ”

                “ขี้เกียจ เดี๋ยวก็โง่ เขางอกไม่รู้ด้วย”

                “นนท์เปล่าขี้เกียจน้า นนท์เป็นเด็กดี ให้พ่อยืมเงินไปต่อยอดก่อนต่างหาก” ธนนท์ว่าพลางเชิดหน้ากลมๆ ขึ้น

                “ต่อยอด” ภูริทัตต์ทวนคำ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ไม่ใช่เขาไม่เข้าใจว่าเด็กชายกำลังหมายถึงอะไร แต่ดูท่าคนที่พูดเองเสียมากกว่า ที่ไม่เข้าใจความหมายของคำที่ตนพูดออกมา

                “ใช่ฮะ พ่อสัญญาว่าพรุ่งนี้จะเอาเงินค่ารถ กับค่าอาหารกลางวันมาคืนแม่ แล้วก็ซื้อเสื้อนักเรียนใหม่ กับของเล่นมาฝากนนท์ด้วย”

                “แค่นี้ พอไหม” ภูริทัตต์ล้วงกระเป๋าเงินออกจากกระเป๋ากางเกง หยิบแบงค์พันสามพันยื่นให้เด็กชายตัวอ้วนที่พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด

                “เก็บไปเถอะฮะ น้าพลอยสอนว่าเราไม่ใช่ขอทาน ห้ามรับเงินจากคนแปลกหน้า”

                “ฉันใช่คนอื่นที่ไหนกัน”

สอนหลานได้ดี แต่ทำไมสอนตัวเองให้มีความรับผิดชอบไม่ได้กันนะ วูบหนึ่งที่ภูริทัตต์เกือบเปลี่ยนความคิดที่มีต่อน้าสาวของเด็กชายตรงหน้า

                “จริงด้วย ขอบคุณฮะ”

                “นนท์ น้าสอนว่ายังไง จำได้ไหม” เสียงหวานตะโกนขึ้น ญารินดารีบเดินลิ่วเข้ามา เมื่อเห็นจากไกลๆ ว่าหลานชายกำลังรับเงินจากคนแปลกหน้า

                “แต่น้าคนนี้ไม่ใช่คนแปลกหน้านี่ฮะ”

                “ไม่ใช่ตรงไหน รู้จักเขาหรือไง”

                “ถึงไม่รู้จัก แต่เขาก็เป็นแฟนน้าพลอยนี่ครับ”

“ใครบอกว่าเขาเป็นแฟนน้า”

                “ไม่ต้องเขินน่า กิ๊วๆ”

                “เจ้าเด็กอ้วนบ้า อยากโดนมะเหงกใช่ไหม” ญารินดาแทบกุมขมับเพราะความแก่แดดของหลานชาย

                “น้าพลอยนี่มีตาหามีแววไม่ อย่างนนท์เนี่ย เขาเรียกว่ามีน้ำมีเนื้อ สาวๆ ชอบนะแบบนี้ กอดแล้วอุ่น แต่เดี๋ยวอีกหน่อยโตขึ้น นนท์ก็จะหล่อเหมือนแฟนน้าพลอย” เด็กน้อยว่าพลางเต๊ะท่าเก๊กหล่อ แล้วยักคิ้วหลิ่วตาให้กับน้าสาว

“บอกว่าไม่ใช่แฟนก็ไม่ใช่แฟนสิ” ญารินดาบอกหลานชายอีกครั้ง นัยน์ตากลมโตเหลือบมองคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแฟนของเธอ ใบหน้าหล่อเหลากระชากใจสาวเรียบกริบไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับคำพูดของเด็กชายตัวอ้วน

“ก็น้าคนนี้บอกว่า...”

“เอาไปเถอะฉันให้” ภูริทัตต์รีบขัดขึ้นก่อนที่ธนนท์จะบอกว่าเขาแอบอ้างว่าเป็นแฟนหญิงสาวตรงหน้า

“เอาเงินคืนเขาไปเดี๋ยวนี้” ญารินดาไม่ฟังเสียงที่แทรกขึ้น สั่งหลานชายตนเสียงเข้ม

“นี่ฮะ” ธนนท์ทำหน้าจ๋อยขณะที่ส่งเงินคืนให้กับภูริทัตต์

“แล้วทำไมยังไม่เตรียมตัวไปโรงเรียนอีก นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว”

“พรุ่งนี้ค่อยไปฮะ”

“เอาอีกแล้วสินะ” ญารินดาบ่นเบาๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทำไมหลานชายของเธอจึงไม่ไปโรงเรียน เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นบ่อยเสียจนกลายเป็นเรื่องชินชาเสียแล้ว แต่สำหรับเธอเรื่องแบบนี้จะปล่อยตัวให้ชินกับมันไม่ได้

                “ไปแต่งตัวเลยไป เดี๋ยวน้าไปส่ง”

                “ฮะ”

ตอบรับเสียงอ่อยเสร็จ ร่างจ้ำม่ำก็กระโดดลงจากเก้าอี้หินอ่อนเก่าๆ ขณะที่ผู้เป็นน้าได้แต่ถอนหายใจออกมา ทั้งเหนื่อยล้า และเหนื่อยใ

“เดี๋ยวจะให้ช่างตีราคาค่าซ่อม แล้วส่งบิลมาเก็บก็แล้วกัน” เมื่อรออยู่ชั่วอึดใจแล้วหญิงสาวไม่ยอมพูดอะไรออกมา ภูริทัตต์ก็พูดขึ้นเพราะไม่อยากเสียเวลาอีก

          “อยู่ตรงนี้ คงได้ยินหมดเลยใช่ไหมคะ”

          “ไม่ได้แอบฟัง แต่บ้านมันไม่เก็บเสียง”

          “ในเมื่อคุณก็ได้ยินหมดแล้ว งั้นฉันพูดตรงๆ เลยก็แล้วกันนะ จะได้ไม่เสียเวลาคุณด้วย”ญารินดาพ่นลมหายใจก่อนจะพูดออกมา “ฉันไม่มีเงินเลย จนมากด้วย ค่าซ่อมรถ ขอผ่อนเป็นรายเดือนได้ไหมคะ” หลังจากเกริ่นออกไป แล้วเงียบอยู่ครู่หนึ่ง และชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรออกมา หญิงสาวก็กลั้นหายใจพูดทีเดียวจนจบ เธอรู้ว่าเป็นใครก็คงหัวเสียทั้งนั้นที่ต้องมาเสียเวลากับอุบัติเหตุบนท้องถนน และคงหัวเสียหนักเมื่อรู้ว่ารถคู่กรณีไม่มีประกัน แถมคนชนก็ยังไม่มีเงินจะชดใช้อีก แต่เธอทำได้ดีที่สุดเท่านี้จริงๆ

          “อายุยี่สิบสอง เรียนจบแล้วงั้นเหรอ”

          “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอายุเท่าไร”

          “ไม่ต้องมาย้อนถาม แค่ตอบมา”

          “เพิ่งจบค่ะ”

          “แล้วจะเอาเงินที่ไหน อีกอย่างรถที่เธอชนก็ไม่ได้มีแค่รถฉันคันเดียวด้วย”

“ฉันพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง วีออสท้ายบุบนิดเดียวฉันคงจ่ายให้เขาได้เลย ส่วนกระบะ กับรถของคุณ ฉันคงต้องขอผ่อนจ่ายเป็นรายเดือน ตอนนี้ฉันทำงานพิเศษอยู่ ไม่ต้องจ่ายค่าเทอมแล้วด้วย เดือนแรกๆ อาจจะจ่ายได้ไม่เยอะ แต่ถ้าฉันได้งานประจำ ฉันจะจ่ายให้คุณมากขึ้น” ญารินดาตอบคำถาม พร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตาคู่คม พยายามหาว่าเขาคิดอะไรอยู่ ทว่าเธอกลับไม่ได้อะไรเลยจากนัยน์ตานิ่งเรียบไร้ความรู้สึกคู่นั้น “ก็ดีกว่าเรื่องถึงศาลไม่ใช่เหรอค่ะ ถึงฟ้องไปฉันก็ไม่มีเงินจ่าย ไม่มีทรัพย์สินให้ยึด และถ้าฉันต้องติดคุก คุณก็จะไม่ได้เงินคืน” หญิงสาวพูดขึ้นอีกเพื่อให้อีกฝ่ายยอมเห็นด้วยกับความข้อเสนอของตน

“เอาแบบนั้นก็ได้”

“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ” คำตอบรับโดยง่ายทำให้ญารินดางุนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบยกมือขึ้นไหว้ กล่าวขอบคุณเขาซ้ำๆ

          “ไม่ต้องขอบคุณ ฉันไม่ได้ให้ฟรีๆ แค่ให้กู้ ยังไงเธอก็ต้องหาเงินมาคืนฉันจนครบจำนวน”

          “ถึงยังไงก็ต้องขอบคุณอยู่ดีค่ะ”

“ไปเก็บของซะ”

“เก็บของอะไรคะ” ถ้าตอนที่เขาตอบว่า เอาแบบนั้นก็ได้ ทำให้เธองงแล้ว คำพูดของเขาตอนนี้ยิ่งทำให้เธองงยิ่งกว่าตอนนั้นหลายเท่า

          “เก็บเสื้อผ้าข้าวของที่จำเป็น เร็วด้วย”

          “เก็บไปไหนคะ” นัยน์ตาสีนิลจ้องใบหน้าคมคายไม่กระพริบ พยายามค้นหาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ทว่าไม่ว่าจะจ้องนานเท่าไร ผลที่ได้ก็ยังเหมือนเดิม เธอไม่รู้เลยว่าเขากำลังนึกคิดอะไรอยู่

          “เธอต้องไปทำงานกับฉัน”

          “หา ทำไมฉันต้องไปทำงานกับคุณด้วย คุณเป็นใครก็ไม่รู้ ฉันจะไว้ใจได้ยังไงว่าคุณจะพาฉันไปทำอะไรที่มันไม่ดี”

          “นี่เธอไม่รู้จักฉัน”

          “ฉันจำเป็นต้องรู้จักคุณด้วยเหรอคะ”

          “คงงั้น”

“คุณคงไม่ใช่ภูริทัตต์ ภัทรบดินทร์ใช่ไหม” รถหรูราคาแพงระยับที่เขาขับ ท่าทางหยิ่งผยอง ชื่อที่พยาบาลบอกว่าเขาเป็นคนพาเธอส่งโรงพยาบาล บวกกับที่เขายอมรับว่าเป็นไอ้โง่ที่พาเธอไปที่โรงพยาบาลเอกชนเมื่อเอามาปะติดปะต่อกันคนเดียวที่เธอคิดออกก็คือชื่อของเจ้าของสวนส้มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และรีสอร์ทหรูหราที่สุดในเชียงใหม่

          “จะดูบัตรประชาชนไหม”

“...” คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูปยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเธอเดาถูก แต่ก็นั่นแหละ แม้ว่าเขาจะเป็นคนดังแต่วันๆ เธอเจอคนเป็นร้อย แล้วคนที่เคยเห็นหน้าแวบๆ ในนิตยสาร เธอจะจำได้ยังไง แต่เมื่อมองดีๆ หน้าเขาก็คล้ายๆ ที่เคยเห็นตามข่าวอยู่หรอก แต่เธอคิดว่าตัวจริงเขาดูดี และดูเด็กกว่าอายุจริงของเขามาก เขาเหมือนหนุ่มอายุยี่สิบห้ายี่สิบหกมากกว่าจะอายุสามสิบเอ็ดปี

          “จะจ้องอีกนานไหม”

          บ้าจริง! นี่เธอคิดอะไรอยู่เนี่ย

          ญารินดาต่อว่าตัวเองในใจ พลางเบนหน้าไปทางอื่นเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองกำลังจ้องหน้าเขาเขม็งอย่างเสียมารยาท

          “แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องไปทำงานกับคุณ”

          “ขนาดค่ารักษาพยาบาลไม่กี่บาทยังหนี จะแน่ใจได้ยังไงว่าค่าซ่อมรถ ซึ่งจากที่คำนวณคร่าวๆ คงเป็นเงินหลายแสน เธอจะไม่หนี”

          “ถ้าไม่ไว้ใจฉัน คุณทำสัญญากู้ยืมเงินมาให้ฉันเซ็นก็ได้”

          “สัญญาน่ะต้องทำอยู่แล้ว แต่ถ้าจะหนีซะอย่างสัญญาจะมีความหมายอะไร หักจากเงินเดือนของเธอง่ายกว่าเยอะ ฉันเชื่อว่าป้องกันไว้ก่อนดีกว่ามาแก้ทีหลัง สิบนาที เอาแค่ของที่จำเป็น”

          “แต่...”

          “เงินซ่อมรถแค่ไม่กี่แสนไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับฉัน”

          “...” ญารินดาเกือบพูดออกไปแล้วว่างั้นคุณจะมีปัญหาอะไรหากว่าฉันจะหนี แต่ก็เป็นโชคดีที่เธอไม่ได้พูดมันออกไป

          “แต่ฉันเกลียดคนไร้ความรับผิดชอบ เมื่อทำผิดก็ต้องชดใช้ ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะชดใช้ด้วยเงิน หรือติดคุก เลือกเอาจะไปทำงานกับฉันหรือติดคุก”

          “คุณจะให้ฉันทำงานอะไร ไม่ได้ให้ฉันนอนกับคุณใช่ไหม” ก่อนจะพูดออกไปเธอคิดแล้วคิดอีก ก็คนรวยแบบเขา ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลยสักนิด ถ้าเธอจะหนีไป เขาก็แค่แจ้งความจับ เธอติดคุก เขาไม่ได้เงินก็จริง แต่เงินจำนวนหลักแสน สำหรับเขาคงเหมือนเงินหลักสิบสำหรับเธอ

          “แล้วถ้าใช่”

          “ฉันไม่ยอม ไม่มีทางยอมเด็ดขาดด้วย” ญารินดาเน้นทุกถ้อยทุกคำด้วยน้ำเสียงเน้นหนักและจริงจัง พร้อมกับมองเข้าไปในดวงตาคู่คมเพื่อยืนยันในคำพูดของตัวเองอีกที

          “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้สิ้นคิดขนาดนั้น” ภูริทัตต์ยกไหล่ขึ้นราวกับว่าเรื่องที่หญิงสาวตรงหน้าพูดเป็นเรื่องขำขันเต็มประดา ทั้งๆ ที่แวบหนึ่งเขาก็คิดจะทำอย่างนั้น เขาถูกใจเธอตั้งแต่แรกพบ แต่คำพูดหนักแน่น และท่าทางรังเกียจเสียเต็มประดาก็ทำให้เขาเลิกคิดที่จะให้เธอมาเป็นผู้หญิงของตน คนอย่างภูริทัตต์ ภัทรบดินทร์ มีดีเกินกว่าจะไปง้องอน หรือบังคับให้ผู้หญิงมาขึ้นเตียงด้วย เพราะมีผู้หญิงอีกมากที่เต็มใจจะนอนกับเขาโดยที่เขาไม่ต้องทำอะไร

          “ก็ดีแล้วค่ะ” นี่การนอนกับเธอมันถึงขนาดต้องสิ้นคิดเลยงั้นเหรอ!? ญารินดาอดคิดไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกอย่างไร ควรโกรธ หรือว่าโล่งใจกันแน่  

“แล้วถ้าอย่างนั้นคุณจะให้ฉันทำงานอะไรคะ” หญิงสาวรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่าน สับสนทิ้งแล้วถามเรื่องสำคัญ

“จบอะไรมา”

“บริหาร การบัญชี” ที่เลือกเรียนสาขาวิชานี้ไม่ได้เป็นเพราะชอบ แต่เพราะวิถีชีวิตมันบีบให้เลือก แม้เงินเดือนจะไม่เยอะ แต่ทันทีที่เรียนจบขอแค่ไม่ตกงานเป็นพอ และจากที่ค้นหาผลสำรวจ สาขาวิชานี้หางานง่าย แทบทุกบริษัทต้องการคนที่เรียนทางนี้มาโดยตรง จะให้เลือกเรียนแพทย์ คณะที่ไม่ตกงานแน่นอน แถมเงินเดือนก็เยอะ เธอก็เรียนไม่ไหว เพราะนอกจากหัวเธอจะไม่ได้แล้ว ค่าเทอมยังแพงแสนแพง อีกทั้งเธอต้องเรียนด้วยทำงานด้วย อาชีพที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของคนจะให้เรียนแบบงูๆ ปลาๆ ก็คงไม่ได้

          “สองหมื่น ถือว่ามากสำหรับเด็กใหม่ สวัสดิการกินฟรีอยู่ฟรี”


จบบทสรุป สู่การเริ่มต้น

จะเป็นยังไงต่อไป รอติดตามนะคะ

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 444 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,427 ความคิดเห็น

  1. #437 aemly (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 18:12

    พี่พาไปทำงานด้วย

    #437
    0
  2. #234 tom247 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 17:14
    รวบรัดน้องเลยนะแกร
    #234
    0
  3. #68 dokao (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 07:18
    รอคร้าาาา กำลังสนุก
    #68
    0
  4. #64 Jvar J. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 17:31
    เดี๋ยวๆ อะไรยังไงกันคะคุณพี่ ให้หอบผ้าหอบผ่อนไปด้วยเนี่ย
    #64
    0
  5. #63 Nattamon Ponlabat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 17:23
    อื้อ เฮียภูขาาา ขอไปทำงานด้วยคนดิ
    #63
    0
  6. #62 PhoRR (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 16:55
    แหมมมม ทำเป็นบอกว่าไม่ง้อใคร คอยดูเถอะ ชิ!!! นี่ขนาดเรื่องนี้ แทนที่จะทำสัญญาแต่ดันเอาเค้าไปทำงานด้วยซะงั้นอ่ะ จ้าาาาา ไม่สนใจจ้าาาา
    #62
    0