ทัณฑ์สวาทจอมทมิฬ - ลำดับ 2 ซีรีส์ชุดทัณฑ์พิศวาส

ตอนที่ 49 : บทที่ 11 (1) อัพเพิ่มมมมม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    18 พ.ย. 60


การแกล้งทำเหมือนรักใครสักคนทั้งๆ ที่ไม่ได้รักเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการแกล้งทำเหมือน 'ไม่รัก' ทั้งๆ ที่รู้ดีว่า 'รัก' เต็มหัวใจ...


ฝากนิยายเรื่องใหม่แล้วจ้า

ไปที่หน้านิยายคลิกที่รูปนะคะ ขอเวลาปั่นตุนแป๊บเดี๋ยวมาอัพนะ

ม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงทำให้เจ้านายของเขาเปลี่ยนที่กินเหล้ามาเป็นผับแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองแทนที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างคฤหาสน์เก่าแก่ที่ตกทอดมารุ่นต่อรุ่น แต่ไม่ว่าจะกินเหล้าที่บ้านหรือกินในผับมันก็ทำให้เขาหนักใจได้ไม่ต่างกัน

ฟรังโกทอดสายตามองร่างสูงของผู้เป็นนายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์อย่างหนักใจ เขาเคยคิดว่าหากปล่อยเวลาให้เคลื่อนผ่านไปจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง

“เดี๋ยวฉันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้”

และเคยเชื่อว่านิคาซิโอจะทำอย่างที่ลั่นวาจาไว้ได้ในอีกไม่นาน แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิดและเชื่อ

ผู้เป็นนายของเขาอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ นิคาซิดอแทบไม่กินและไม่นอน พอทำงานที่ไร่เสร็จก็ออกมาเที่ยวผับ ดื่มจนเมามายไม่เหลือสติ แถมยังไม่ยอมกลับไปที่นอนที่ไร่ เป็นแบบนี้มานับอาทิตย์แล้ว ทุกอย่างมันแย่ขึ้นเรื่อยๆ จนเขาต้องทำอะไรสักอย่าง ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรหาคนสองคนที่พอจะทำให้อารมณ์ของนิคาซิโอดีขึ้นได้ และกรอกเสียงลงไปทันทีที่มีคนรับสาย

 

สียงเพลงจากจังหวะหวานซึ้งถูกเปลี่ยนเป็นจังหวะเร้าอารมณ์เมื่อเวลาเคลื่อนผ่านไป ผู้คนต่างเบียดเสียดโยกย้ายกายอย่างเมามันอยู่ใต้แสงไฟหลากสีวูบวาบน่าเวียนหัว  

นิคาซิโอหมุนแก้วในมือไปมาก่อนจะยกแก้วขึ้น เหล้าราคาแพงถูกเทลงคอจนหมดแก้วในคราวเดียวก่อนที่แก้วใบนั้นจะถูกกระแทกวางลงบนเค้าเตอร์บาร์

“กระแทกแรงขนาดนี้ ไม่ขว้างลงบนพื้นเลยล่ะ”

เสียงทุ้มห้าวที่ดังแทรกเสียงเพลงในผับหรูทำให้นิคาซิโอเงยหน้าขึ้นจากแก้วในมือแล้วหันกลับไปมองที่ต้นเสียง

                “มาได้ยังไง” นิคาซิโอหรี่ตามองใบหน้าหล่อเหลาดูเย็นชาล้อมกรอบด้วยผมหยักศกสีดำ ก่อนจะจ้องเข้าไปในนัยน์ตาคมเข้มที่แม้ว่าแสงจากไนต์คลับจะสลัวจนไม่เห็นว่าเป็นสีอะไรแต่เขาก็รู้ดีมันว่าเป็นสีน้ำเงินเข้มของริคคาโด เดอร์วาน เจ้าของอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ เจ้าของฟาร์มแกะ และธุรกิจสิ่งทอเกี่ยวกับขนสัตว์อันดับหนึ่งของทวีปยุโรป อีกครั้งริคคาโอยังเป็นเจ้าของสโมสรรถแข่งชื่อดังของอิตาลี รวมถึงเป็นนักแข่งเองอีกด้วย 

นิคาซิโอกวาดตามองร่างสูงแกร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก็อตกับกางเกงยีนสีเข้มที่ยืนพิงเคาน์เตอร์ด้วยท่วงท่าราวกับนายแบบที่กำลังโพสต์ท่าถ่ายรูปลงนิตยสาร ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจอย่างน่าหมั่นไส้ แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรสักอย่างกับท่าทางน่าหมั่นไส้นั้นเสียงอีกเสียงก็ดึงสายตาและความสนใจของเขาไปเสียก่อน

                “ฉันขับรถมา”

 ลูเซียโน มาร์คิซิโอที่เดินเข้ามาสมทบเป็นคนตอบขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมที่ดังพอสมควรเพื่อแข่งกับเสียงเพลงกระหึ่ม นิคาซิโอตวัดสายตาไปจ้องสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลคมดุเต็มไปด้วยความหงุดหงิดของเพื่อนรักอีกคนด้วยแววตาราบเรียบ

                “นั่งเฮลิคอปเตอร์มา” พอลูเซียโนพูดจบริคคาโดก็เอ่ยขึ้นบ้าง

                “แล้วมาทำไม นิคาซิโอกลอกตากับคำตอบที่ไม่รู้จะตอบออกมาทำไม หรือเพื่ออะไร ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่คุกรุ่นขึ้นเล็กน้อย

                ดูถามเข้า ก็มากินเหล้าเป็นเพื่อนนายไง

                “ส่วนฉันมาดูสภาพของนาย ซึ่งน่าสมเพชกว่าที่คิดไว้เยอะ”

                นิคาซิโอตวัดสายตาที่จ้องสบกับลูเซียโนไปจ้องประสานกับนัยน์ตาคมดุของริคคาโดด้วยแววตาดุดัน แต่อีกฝ่ายกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแถมยังไหวไหล่ขึ้นอย่างไม่ยีระเสียอีก

                “อยากกินก็นั่ง ส่วนนายเห็นแล้วก็กลับไปซะ” ชายหนุ่มพ่นลมหายออกมาหนักก่อนจะพูดขึ้น พูดจบนิคาซิโอก็คว้าแก้วเหล้าที่เพิ่งถูกเติมขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมดแก้ว

                “เรื่องอะไรมาแล้วก็ต้องกินเหล้าฟรีด้วยสิ นายเลี้ยง” ริคคาโดว่าพลางทิ้งกายลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงข้างร่างสูงใหญ่กำยำของเพื่อนรัก ก่อนจะยกมือเรียกบาร์เทนเดอร์ “วิสกี้แก้วหนึ่ง”

                “ถ้าไม่มีตังค์จ่ายก็ไม่ต้องกิน” นิคาซิโอว่า นัยน์ตาสีน้ำตาลเย็นเฉียบจ้องมองไปที่ใบหน้าของริคคาโด ก่อนจะคว้าแก้วที่บาร์เทนเดอร์เพิ่งวางลงตรงหน้าอีกฝ่ายขึ้นเทของเหลวสีอำพันลงคอจนหมดแก้ว “แล้วนายจะนั่งไหม ถ้าไม่นั่งก็กลับไปซะ”

                พอเขาพูดจบ ลูเซียโนก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด ชายหนุ่มขยับกายสูงใหญ่กำยำดูดีภายใต้เสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็คทำงานราคาแพงไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวถัดจากร่างสูงใหญ่บึกบึนของริคคาโด

                การนั่งอยู่ตรงนี้ของนิคาซอโอก็โดดเด่นเรียกความสนใจจากผู้คนรอบข้างได้มากพออยู่แล้ว แต่การรวมตัวของพวกเขากลับทำให้ตำแหน่งที่พวกเขานั่งอยู่กลายเป็นจุดสนใจจากคนรอบข้างได้มากกว่าที่เป็นอยู่แล้วเป็นเท่าตัว แต่ ณ เวลานี้กลับไม่มีใครสนใจแววตาที่มองมาอย่างสนใจ หรือแววตาของผู้หญิงที่มองมาอย่างชื่นชม และอยากเข้าหาเลยสักนิด

                นัยน์ตาของนิคาซิโอจับจ้องไปยังแก้วในมือ ขณะที่นัยน์ตาของริคคาโดกับลูเซียโนจับจ้องอยู่ที่คนที่ทำตัวเป็นมหาโจรปล่อยเครารกรุงรังด้วยแววตาที่อัดแน่นไปด้วยความห่วงใย

                “ถ้ารักขนาดนั้นจะปล่อยไปทำไมวะ”

                “ยุ่ง อยากกลับไปหาเมียก็ไปซะ” นิคาซิโอพูดขึ้น เมื่อหันไปสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มแล้วเห็นว่าแววตาที่เคยเรียบสนิทที่ไร้อารมณ์ตลอดเวลาของอีกฝ่ายบัดนี้เต็มไปด้วยความหงุดหงิด และคนเดียวที่ให้ความเคร่งขรึมของลูเซียโนกลายเป็นงุ่นง่านได้ก็มีอย่างคนเดียว

                “ก็เพื่อนมันโง่ ฉันถึงต้องยุ่ง” น้ำเสียงของลูเซียโนตอนที่พูดออกมาด้วยประโยคไม่ถนอมน้ำใจห้วนจัด

                “เออฉันโง่ ถ้าไม่โง่ก็คงไม่รักผู้หญิงที่รักแต่เงินหรอก”

                “แล้วไง นายก็มีเงินนี่ เยอะด้วย ถ้าเธอรักเงิน นายก็ให้เงินเธอสิ ยากตรงไหนวะ เห็นฉลาดทุกเรื่องเรื่องนี้คิดไม่ได้หรือไง” ริคคาโดพูดขึ้นบ้าง

                “แต่ถ้าฉันเลิกรักผู้หญิงเห็นแก่เงินได้ มันไม่ดีกว่าหรือไง”

                “แล้วเลิกได้ไหมล่ะ” คราวนี้คิ้วหนาของเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงินดุดันยกขึ้นอย่างกวนประสาท

                “...”

                “เงียบแสดงคำตอบคำ ไม่ งั้นก็ไปตามเธอกลับมาซะ” เมื่อนิคาซิโอไม่ได้พูดอะไรออกมา ริคคาโดก็พูดขึ้นอีก

                “แต่เธอไม่ได้อยากอยู่กับฉันเปล่าวะ ตามกลับมาก็เท่านั้น”


ต่อ

“แต่เธอไม่ได้อยากอยู่กับฉันเปล่าวะ ตามกลับมาก็เท่านั้น”

“ไหนบอกว่าเธออยากได้เงิน ในเมื่อเธออยากได้ก็ให้เงินเธอไปสิ เธอจะได้อยากอยู่กับนาย” ริคคาโดหรี่ตาผ่านแสงสลัวมองสบตากับเพื่อนรัก

“เท่าไรวะถึงจะพอ” นิคาซิโอประสานสายตากับอีกฝ่ายก่อนจะถามขึ้น

“ก็ไปถามเธอเองสิว่าเธออยากจะได้เท่าไร ฉันจะไปรู้ได้ยังไง”

“ถามแล้วโว้ย แต่เธอไม่ยอมบอก”

“แล้วก่อนที่จะปล่อยนายให้เงินเธอเท่าไรล่ะเธอถึงยอมอยู่”

“สี่แสนยูโร แต่เธอก็ไม่ยอมอยู่”

“ก็เพิ่มเงินให้อีก”

“เธอไม่ยอมบอกว่าอยากได้เท่าไร”

“แล้วนายทำยังไงล่ะ เธอถึงได้ยอมอยู่ที่นี่กับนายเป็นเดือนๆ

“เธอไม่ได้ยอมอยู่ ฉันขังเธอไว้”

“งั้นก็จับมาขังอีก”

“เธอเครียด ป่วย และเรียกร้องจะจากไป หมอแนะนำให้ฉันพาเธอไปเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย ตอนแรกฉันนึกว่าเธอเครียดเพราะถูกขัง แต่เธอก็ยังป่วย อย่างนี้มันจะหมายความว่ายังไงถ้าไม่ใช่หมายความว่าเธอเครียดเพราะต้องอยู่กับฉัน” นัยน์ตาของนิคาซิโอฉายความรวดร้าวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามคำพูดที่หลุดออกไป อย่างที่เขาควบคุมไม่ได้ ทั้งๆ ที่เคยควบคุมตัวเองได้ดีเสมอ

                “นายบ้าหรือเปล่าวะ เธอจะอยากไปจากนาย จะเครียดจนป่วยทำไม ถ้าอยากได้เงินจากนาย” ลูเซียโนที่เงียบฟังอยู่นายเอ่ยขึ้นบ้าง

                “ไม่รู้โว้ย!” นิคาซิโอตะโกนออกมาอย่างสับสนและสุดทน

“บางทีเธออาจจะไม่ได้อยากได้เงินจริงๆ ก็ได้” ริคคาโดพูดขึ้นเมื่อใคร่ครวญตามคำบอกเล่าของนิคาซิโอแล้วเขาก็อดเห็นด้วยกับสิ่งที่ลูเซียโนพูดไม่ได้

“ถ้าไม่ได้อยากได้เงิน เธอจะรับเงินจากแม่ฉันไปทำไม”

พวงชมพูทำเอาเขาสับสนไปหมด แม้ว่าเธอจะยังบริสุทธิ์อยู่ตอนที่ครั้งแรกระหว่างเขากับเธอเกิดขึ้น แต่หลักฐานที่ฟรานเชสโกส่งมาให้ มันก็ทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอกำลังข้องแวะกับผู้ชายหลายคน ซึ่งบางทีเธออาจจะแค่หลอกผู้ชายไปวันๆ โดยไม่ยอมนอนกับใครก็ได้ เธออาจจะแค่ต้องการเงินเท่านั้น เหมือนที่เธอเคยทำกับเขา เพราะถ้าเธอไม่อยากได้เงินเกือบสองปีที่แล้วเธอจะรับเงินจากแม่เขาไปทำไม หรือบางทีเธออาจยังไม่เจอเป้าหมายที่ให้เธอได้มากเพียงพออย่างที่เธอต้องการ

และแม้ว่าตอนนี้เขาจะมีมากกว่าตอนที่เธอกับเขาคบหากันหลายพันหลายหมื่นเท่า แต่เธออาจจะต้องการคนที่ให้เธอได้ทั้งชีวิต ไม่ใช่ชั่วครั้งชั่วคราวอย่างที่คนที่รู้ธาตุแท้ของเธออย่างเขาให้เธอก็เป็นได้

ซึ่งสำหรับคนที่มีครบถ้วน ทั้งอำนาจ ทรัพย์สินเงินทอง และผู้หญิงรอบกายอย่างเขา สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือความรักและความจริงใจ เขาต้องการใครก็ได้ที่จะเข้ามาในชีวิตแล้วทำให้ครอบครัวของเขาสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่เข้ามา ยอมอยู่ข้างกายเขาเพื่อเงินเพื่อความสุขสบาย ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาซื้อกินไปวันๆ ก็ได้ เบื่อก็เปลี่ยนใหม่ ไม่ซ้ำซาก จำเจ

และไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยมองหาคนๆ นั้น เขาพยายามหา ทว่าเขากลับไม่พบใครคนนั้นเลย ไม่สิ คนที่ดีพอน่ะมี แต่หัวใจของเขากลับไม่รักดี มันไม่ยอมลืมผู้หญิบทรยศอย่างพวงชมพูเลย และนั่นมันก็ทำให้เขาไม่สามารถรับคนใหม่ที่ดีพอเข้ามาในชีวิตได้

“อาจจะเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดก็ได้”

เสียงทุ้มเคร่งขรึมของลูเซียโนดึงนิคาซิโอออกจากภวังค์ที่แสนสับสน

“คนของฉัน เช็คแล้วว่าเธอเอาเช็คไปขึ้นจริงๆ” นิคาซิโอพ่นลมหายใจออกมาหนักหน่วงก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด พูดจบเขาก็ยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกจนหมดแก้วอีกครั้ง

“บางทีคนของนายอาจจะพลาดก็ได้ แล้วนายเคยให้คนเช็คไหมว่าเธอเอาเงินก้อนนั้นไปทำอะไร”

“ทำไมต้องเช็ค เธอจะเอาเงินไปทำอะไร เธอก็รับเงินไปอยู่ดี และฟรานเชสโกก็ไม่เคยทำงานพลาด” นิคาซิโอละสายตาจากแก้วเหล้าเพื่อหันไปสบตากับลูเซียโนแล้วก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด

“เธออาจมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนั้นจริงๆ ก็ได้ แล้วเรื่องทำงานพลาดนี่ นายแน่ใจได้ยังไง สี่ตีนยังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ขนาดเครื่องจักรยังรวนได้เลย แล้วฟรานเชสโกก็น่ะคนนะ ขนาดนายเองยังเคยทำพลาดมาแล้วไม่ใช่หรือไง”

“แล้วทำไมเธอไม่บอกฉัน เงินแค่นั้นเธอเอาจากฉันก็ได้ แต่เธอก็เลือกจะไปพร้อมเงินของแม่ฉัน เพราะตอนนั้นเธอรู้ว่าทั้งไร่ บ้าน โรงงาน ไม่มีอะไรที่เป็นของฉันเลย” ปกตินิคาซิโอไม่ใช่คนที่พูดมากแต่ไม่รู้เป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ หรือเพราะความอัดอั้นที่อยู่ในใจกันแน่ที่ทำให้ชายหนุ่มพูดออกมาจนหมดเปลือก

“ตกลงนายจะไม่ไปตามเธอกลับมา” ริคคาโดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญเต็มทน

“ไม่” เสียงของนิคาซิโอแม้ว่าจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ทว่ามันกลับหนักแน่นอย่างถึงที่สุด

“แล้วถ้าเธอไม่ได้ต้องการเงินจริงๆ ล่ะครับ” เสียงฟรังโกที่ดังขึ้นอยู่เบื้องหลังเรียกสายตาสามคู่ให้หันไปมอง

“จากเรื่องที่ผ่านมา นายยังคิดว่าเธอเป็นคนแบบนั้นอยู่อีกเหรอ นายก็เห็นหลักฐานทั้งหมดที่ฟรานเชสโกให้ดูแล้วนี่ แล้วนายก็เป็นคนเช็คเรื่องเงินที่เธอรับไปจากแม่ฉันด้วยตัวเอง”

“เรื่องที่ผ่านมาผมไม่รู้ แต่ว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนมีเงินโอนเข้ามาในบัญชีคุณโมอานาสี่แสนยูโร แล้วพอผมไปเช็คดูมันถูกโอนมาจากประเทศไทย ในชื่อพวงชมพู สิทธิวงศ์ ซึ่งเงินจำนวนนั้นมันเท่ากับเงินจำนวนทั้งหมดที่นายสั่งให้ผมโอนให้เธอ” เพราะมั่วยุ่งกับการคุมงานในไร่แทนผู้เป็นนาย และหลังทำงานก็ต้องตามมาดูแลเจ้านายที่เมหัวราน้ำแทบทุกวัน เขาถึงไม่มีเวลาตรวจสอบเรื่องที่โมอานาบอก แต่เพราะเมื่อวานโมอานามาถามหานิคาซิโอกับเขาอีกครั้ง เขาจึงนึกขึ้นได้ และคนที่เขาให้ไปตรวจสอบก็เพิ่งส่งผลมาเมื่อกี้นี่เอง ปกติงานของเขาจะไม่เยอะขนาดนี้เพราะมีฟรานเชสโกคอยแบ่งงานไปทำ แต่ไม่รู้ช่วงนี้เป็นอะไร ฟรานเชสโกถึงได้หายหน้าหายตาไป โทรไปก็ไม่ค่อยรับสาย ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ แต่เรื่องนั้นก็ไม่สำคัญเท่ากับเรื่องเงินที่โอนเข้ามา และเขาก็คิดว่าคนที่ควรรู้เรื่องนี้ไม่ใช่โมอานาแต่เป็นนิคาซิโอ เขาถึงได้มารายงานเรื่องนี้กับผู้เป็นนายทันทีที่ได้รู้เรื่องนี้

“ว่าไง ตกลงตอนนี้เปลี่ยนใจ จะไปตามเธอกลับมาหรือยัง” ริคคาโดพูดขึ้น เมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกนานนับนาที

“อาจจะเป็นแผนของเธอก็ได้”

“หรือเธออาจจะไม่อยากได้เงินจริงๆ” ลูเซียโนว่า ยิ่งเวลาเคลื่อนผ่านไปมากเท่าไรความหงุดหงิดในน้ำเสียงของชายหนุ่มเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

“...” ความคิดของนิคาซิโอสับสนขึ้นไปอีก ใจหนึ่งเขาก็อยากจะเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบสองปีก่อนเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าเธอทำไปเพราะเรียกร้องความสนใจ บางทีเธออาจจะรู้ก็ได้ว่าเขายังรู้สึกกับเธอเหมือนเดิม รู้ว่าตอนนี้ทรัพย์สินทุกอย่างที่เมื่อก่อนมันเป็นของมารดาเขามันตกมาเป็นของเขาแล้ว บางทีเธออาจจะรู้ว่าหากทำอย่างนี้เขาอาจจะไปตามเธอกลับมา แล้วให้เธอมากกว่าที่เธอได้ไป และถ้าเขาไปตามเธอกลับมาเธอก็จะกลายเป็นคนโง่เง่าให้เธอปั่นหัวเล่นอีก

“เดี๋ยวฉันให้คนเช็คให้ว่าความจริงแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตจริงๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง” ลูเซียโนเอ่ยขึ้นอย่างตัดรำคาญเมื่อเห็นความลังเลในนัยน์ตาของนิคาซิโอ

“คนของฉันก็มี ทำไมต้องใช้คนของนาย”

“เออ ฉันเสือกเอง งั้นก็ให้คนของนายไปเช็ค ระหว่างนี้นายก็ไปตามเธอกลับมาซะ”

“ให้รู้แน่ๆ ก่อนค่อยไปตาม”

“แล้วถ้าหากว่าระหว่างที่นายรออยู่นี่ คุณพิ้งค์เขาเจอใครสักคนหนึ่ง แล้วคนๆ นั้นก็พาเธอไปที่ห้อง แล้วก็ค่อยๆ เปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกช้าๆ จากนั้นก็...”

สมองของเขาตึงเปรี๊ยะ ถึงแม้ว่าลูเซียโนจะหยุดพูดแล้ว แต่จินตนาของเขากลับไม่ได้หยุดลงด้วย ยิ่งเมื่อคิดว่าร่างกายของพวงชมพูกำลังอยู่ใต้ร่างของผู้ชายคนอื่น ใครคนนั้นกำลังทำให้เธอครวญคราง ทำให้เธอเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงเว้าวอน ทำให้เธอไปถึงขีดสุดอย่างที่เขาเคยทำ ความหึงหวงก็เอ่อล้นขึ้นมาจนเขาไม่อาจควบคุม แม้รู้ว่าที่เพื่อนรักพูดก็เพราะอยากจะกลับไปหาเมียใจแทบขาดแต่เขาก็ยังควบคุมโทสะที่เกิดจากภาพในจินตนาการไม่ได้

                “เครื่องบินจะพร้อมทันทีที่เราไปถึงสนามบินครับ”

                แล้วทันทีที่เสียงของฟรังโกจบลง เขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทรงสูง ก่อนจะพุ่งออกจากผับโดยไม่สนใจเสียงสบถอย่างกวนประสาทของริคคาโดที่ดังมาจากเบื้องหลัง ต่อด้วยเสียงที่กลับมาราบเรียบแล้วของลูเซียโน

                “เฮ้ย! กลับมาจ่ายเงินค่าเหล้าก่อนสิวะ”

                “อย่าลืมโกนหนวด โกนเคราด้วยล่ะ ผู้หญิงเขาจะได้ไม่กลัว จนหนีกระเจิงอีก”

สามารถสั่งซื้อนิยายเรื่อง "ทัณฑ์สวาสจอมทมิฬ" หรือ ซีรีส์ชุด "ทัณฑ์พิศวาส"

ได้ที่เว็บ สำนักพิมพ์ไลต์ ออฟ เลิฟ

https://www.lightoflovebooknovel.com/index.php?

มีส่วนลดคุ้มมากๆ ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

770 ความคิดเห็น

  1. #757 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 11:00
    ขอตบกะโหลกพระเอกแรงๆสักทีจะได้มีสติคิดไตร่ตรองไม่บื้อแบบนี้
    #757
    0
  2. #725 0819278358 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 15:40
    แอร๊ยยยย มีความหวงมีความหึง รอค่ะ สู้ๆ
    #725
    0
  3. #724 Nongkan (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 11:58
    มีebook ไหมคะ
    #724
    0
  4. #723 Nongkan (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 11:58
    มีebook ไหมคะ
    #723
    0
  5. #722 dsnfdskjfpodsl (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 23:13
    รอออออ
    #722
    0
  6. #721 dsnfdskjfpodsl (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 23:13
    รอออค่ะรออออ
    #721
    0
  7. #720 dsnfdskjfpodsl (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 23:13
    มาต่อไวๆนะคะ
    #720
    0
  8. #719 Jarin24 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 15:28
    รอออออ
    #719
    0
  9. #717 0819278358 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 20:56
    รอค่ะ สู้ๆ
    #717
    0
  10. #716 HanHyukFern (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 22:49
    ทำเค้าไว้เยอะไงเค้าอยากกลับมาหรอกพ่อเอ้ยยยยย
    #716
    0
  11. #715 wantanatamtam (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 22:38
    (ตามกลับ)มาต่อไวๆนะกะลังฟินเลย
    #715
    0