เถื่อนรักจอมมาร

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 แอบอ้าง (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,872
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    6 ก.ย. 59

    

       


             รัดเกล้าอยากกัดลิ้นตัวเองให้ขาดในวินาทีนั้น บ้าชะมัดที่เธอพูดออกไปโดยไม่ได้ทบทวนให้ดีเสียก่อน เพราะคำพูดที่เธอเพิ่งพูดออกไปมันก็แปลได้ว่าคนรักที่เธออุปโลกน์ขึ้นอยู่แถวนี้ด้วย แล้วถ้าวิศรุจถามถึง เธอจะทำยังไงล่ะเนี่ย

และแล้วสิ่งที่คิดและกำลังหวั่นใจก็เป็นจริงจนได้...

ตกลงเขาคนนั้นของเกล้าอยู่ที่นี่ด้วยงั้นเหรอ

ชะ...ใช่!

                เกล้าโกหก

                เพราะน้ำเสียงไม่มั่นใจเพียงน้อยนิดของรัดเกล้าทำให้ประโยคต่อมาของวิศรุจถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหนือกว่าและได้ใจ

                “ถ้าพูดเรื่องจริงแล้วรุจยังไม่เชื่อ เกล้าจะทำอะไรได้อีก รัดเกล้าปรับสีหน้าให้ราบเรียบแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังมั่นคง เธอประสานสายตาที่ปั้นแต่งให้แน่วแน่กับดวงตาจับผิดของอีกฝ่ายนิ่ง

                ถ้าจริงอย่างที่เกล้าพูด ก็แนะนำเขาให้เรารู้จักหน่อยสิ แล้วเราจะไม่ยุ่งกับเกล้าอีก เราจะเป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกันอย่างที่เกล้าต้องการ

                “...”

รัดเกล้าเม้มปากแน่น หนักใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายร้องขอพลางคิดหาทางแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองหลุดปากพูดออกไปอย่างไม่หยั่งคิด แต่วิศรุจก็ไม่ให้เวลาเธอคิดนานนัก ซึ่งอันที่จริงต้องเรียกว่าเขาไม่ให้เวลาเธอคิดเลยมากกว่า

                “ไหนล่ะคนรักของเกล้า อยากให้เราเลิกยุ่งกับเกล้ามากไม่ใช่เหรอพามาแนะนำให้รู้จักหน่อยสิหรือไม่ก็ยอมรับออกมาเถอะว่าเกล้าโกหก

ก็ได้ รุจพูดแล้วนะ ถ้าเกล้าพาเขามาให้รุจรู้จักต่อไปรุจจะไม่มายุ่งกับเกล้าอีก และเราจะเป็นเพียงแค่เพื่อนที่ดีต่อกัน

แม้จะหนักใจกับคำพูดของวิศรุจ แต่จะให้เธอยอมแพ้แล้วบอกความจริงว่าเธอโกหก อีกฝ่ายก็คงไม่ยอมเลิกยุ่งกับเธอแน่นอน เธอจึงจำเป็นต้องเก็บความรู้สึกไว้ภายใต้ความสงบนิ่ง สมองของรัดเกล้ากำลังเครียดเคร่ง เธอพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและเพื่อนสนิทอย่างวิรัญญา นัยน์ตาหวานกวาดไปทั่ว แต่ยิ่งเธอมอง ความหวังของเธอก็ยิ่งริบหรี่ลงเรื่อยๆ เพราะแม้ว่าร้านหาหารกึ่งไนต์คลับแห่งนี้จะมีคนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนมากถ้าไม่มาเป็นกลุ่มๆ ก็เป็นคู่ และไม่เห็นใครจะช่วยเธอได้สักคน

ส่วนวิศรุจ แม้จะมั่นใจและเชื่อมั่นว่าหญิงสาวตรงหน้าโกหกเพราะสี่ปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นเธอให้ความสนใจใคร หรือสนิทสนมกับผู้ชายคนไหนเกินคำว่าเพื่อนหรือพี่ชาย แต่คำยืนยันหนักแน่นของเธอก็ทำให้เขาอดหวั่นใจไม่ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไรออกมาเสียทีก็ทำให้ความใจเสียของเขากลายเป็นความโล่งใจ

ว่าไงล่ะเกล้า ยอมรับมาเถอะว่าเกล้าโกหกเพื่อให้เราเลิกยุ่งกับเกล้า

“เกล้าเปล่าโกหกจะให้บอกอีกกี่ครั้ง” รัดเกล้าหวีดเสียงออกมาอย่างฉุนเฉียวเพื่อกลบเกลื่อนความเครียดขมึงจากการหาทางออกไม่ได้ออกตัวเอง

“พอเถอะ เลิกโกหกสักที” วิศรุจว่าก่อนจะรั้งร่างบอบบางเข้ามาอ้อมแขน กอดรัดร่างเล็กไว้แน่นพลางพยายามก้มลงมาที่ริมฝีปากอิ่มสวยที่เคลือบด้วยลิปกรอสสีชมพูพีช

                รุจจะทำบ้าอะไร รัดเกล้าสะบัดหน้าหนีริมฝีปากที่จู่โจมลงมาพร้อมกับร้องว่าอีกฝ่ายลั่น  ริมฝีปากของเขาพลาดเป้าจากริมฝีปากของเธอไปอยู่ที่ข้างแก้ม แต่อีกฝ่ายก็เหมือนไม่อาทรร้อนใจเขากดลงตรงนั้นหนักๆ ค่อยๆ จูบระเรื่อยไปตามแนวค้างมาที่มุปกมุมปาก

รัดเกล้ารู้สีกอกสั่นขวัญแขวน เธอกัดฟันแน่นรวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อดันร่างสูงเพรียวของวิศรุจให้ถอยห่างสุดแรง วินาทีนั้นร่างของวิศรุจผละห่างจากร่างของเธอเล็กน้อย แต่วินาทีต่อมาเขาก็ตรงเข้ามาประชิดร่างของเธออีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มไม่ได้พยายามจูบเธออีกเขาทำเพียงดันร่างของเธอให้ก้าวไปตามทางที่ตรงไปยังลิฟต์

                “คิดว่าจะทำอะไรล่ะ

                ปล่อยนะ!” รัดเกล้าร้องต่อว่าชายหนุ่มพลางแกะมือของเขาออกจากเนื้อตัวของตัวเองออก แต่มือของอีกฝ่ายก็ยึดแน่นราวกับติดกาวเอาไว้

                เกล้ารู้ไหมว่าตลอดสี่ปีมานี่เราต้องอดทนแค่ไหน ตลอดสี่ปีมานี่เราต้องลงทุนอะไรกับเกล้าไปบ้าง ทั้งดอกไม้ เลี้ยงข้าว แล้วรู้ไหมว่าเราไม่เคยต้องเสียอะไรฟรีๆ ให้ใคร” วิศรุจว่าพลางจับร่างเล็กที่ดิ้นขลุกขลักเพื่อหาอิสรภาพให้กับตัวเองไว้แน่นระหว่างรอลิฟต์ที่เขาเพิ่งกดเรียก

                “แล้วใครใช้ให้รุจทน ใครใช้ให้รุจเลี้ยงข้าว ใครใช้ให้ซี้อดอกไม้มาให้ เกล้าไม่เคยขอร้องให้รุจทำแบบนั้นเสียหน่อย

                ก็เพราะเราจริงจังกับเกล้าไง ไม่ใช่อยากสนุกๆ ชั่วครั้งชั่วคราว รู้ไหมที่ผ่านมามีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้าหาเรามากแค่ไหน เราจะเลือกใครก็ได้ แต่เราก็ไม่เคยยุ่งกับใครสักคนเพราะเราคิดว่าเกล้าจะเห็นใจเราบ้าง หันมามองเราบ้าง”

                “แน่ใจนะว่าไม่เคยยุ่งกับใครสักคน” รัดเกล้าตะโกนใส่อีกฝ่ายอย่างเหลืออด ความอดทนที่สิ้นสุดลงทำให้เธอเผลอพูดในสิ่งที่ตั้งมั่นไว้ว่าจะเก็บมันไว้เป็นความลับออกไป

                พูดแบบนี้เกล้าไปรู้อะไรมา

                ติ้ง!

                รัดเกล้าเม้มปากแน่น ชั่งใจว่าจะตอบอีกฝ่ายไปอย่างไร แต่ก่อนที่เธอจะคิดออกเสียงเตือนของลิฟต์ดังขึ้น

รัดเกล้ามองใบหน้าเด็ดขาดของชายหนุ่มสลับกับประตูลิฟต์ที่เปิดอย่างหวาดหวั่น สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนให้เธอถอยหนี แต่เรี่ยวแรงที่เธอมีก็สู้แรงของผู้ชายไม่ได้ วิศรุจไม่รอฟังคำตอบของคำถามที่เขาเพิ่งถามเธอด้วยซ้ำตอนที่กระชากร่างของเธอเข้าไปในลิฟต์

จะทำอะไร อย่าคิดจะทำอะไรบ้าๆ นะ!” รัดเกล้าร้อง ทั้งตกใจ ทั้งหวาดหวั่น หญิงสาวพยายามรั้งตัวเองไว้สุดฤทธิ์แต่ก็ความพยายามของเธอก็ไม่สำเร็จ

บ้าตรงไหน มันไม่บ้าเลยสักนิดที่เราจะทำแบบนี้กัน

“ปล่อยเกล้าจะรุจ ไม่งั้นเกล้าจะร้องจริงๆ ด้วย” รัดเกล้าขู่เสียงแข็ง แต่เมื่อเห็นว่าวิศรุจไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยเธอ หญิงสาวก็สูดลมหายใจเข้าลึก ตั้งใจจะร้องขอความช่วยเหลือให้สุดเสียง แต่ความตั้งใจก็เป็นได้เพียงความตั้งใจเท่านั้น เพราะทันทีที่เธออ้าปากขึ้นอีกฝ่ายเปลี่ยนจากการกระชากลากถูมาเป็นโอบมือข้างหนึ่งรอบเอวของเธอ ส่วนมืออีกข้างก็ตะปบมือมาที่ปากของเธอปิดกั้นเสียงร้องสุดเสียงให้กลายเป็นเสียงอึกอักในลำคอ

รัดเกล้าดิ้นสุดแรงแต่เมื่อไม่ได้ผล เธอจึงเปลี่ยนมาเป็นทุบตีคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลังด้วยแรงทั้งหมด เธอได้ยินวิศรุจคำรามในคอแต่เขาก็ไม่หยุดการกระทำจาบจ้วง ไร้สามัญสำนึก พอดึงเธอเข้าไปในลิฟต์สำเร็จเขาก็หมุนตัวดันแผ่นหลังของเธอชิดกับผนังก่อนจะดันตัวเองเข้าไปชิด มือทั้งสองข้างของเขาจับมือทั้งสองข้างที่พยายามประทุษร้ายเขาเอาไว้

คิดจริงๆ เหรอ ว่าถ้าเกล้าเป็นของรุจแล้วเกล้าจะเปลี่ยนใจมาคิดกับรุจมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ เกล้าคิดกับรุจได้แค่เพื่อน ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจ ได้ยินไหม ความหวาดหวั่นและความเหนื่อยหอบจากการดิ้นรนก็ทำให้น้ำเสียงของเธอไม่มั่นคงเท่าไรนัก ยิ่งได้ยินเสียงเตือนและได้เห็นประตูลิฟต์เลื่อนปิดก็ยิ่งทำให้ความหวาดกลัวในใจของเธอเพิ่มพูนขึ้นทบทวี

                จะรู้ได้ยังไง ว่าเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเกล้าจะไม่เปลี่ยนใจ

                ไม่มีทางที่เกล้าจะเปลี่ยนใจ แถมเกล้าก็จะเกลียดรุจด้วย จะไม่มีวันให้อภัยในสิ่งที่รุจทำ

                รัดเกล้าพยายามข่มความหวั่นใจเอาไว้และยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง แต่ก็ใช่ว่าวิศรุจจะสนใจในสิ่งที่เธอพูด และคำพูดต่อมาของเขาก็ทำให้รัดเกล้าหมดความอดทนลงทันที

                เราไม่รู้หรอก เกล้าก็ไม่รู้ด้วยว่าผลที่ออกมาจะเป็นยังไง จนกว่าเรื่องมันจะเกิดขึ้นแล้ว

                เห็นแก่ตัว รัดเกล้าต่อว่าอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ก่อนจะรวบรวมแรงทั้งหมดดันร่างของวิศรุจออกห่าง เบี่ยงตัวไปกดหมายเลขชั้นที่ใกล้ที่สุดเพื่อให้ประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง เธอทำได้สำเร็จก่อนที่วิศรุจจะดึงเธอออกห่างจากปุ่มควบคุมลิฟต์แล้วรวบร่างเล็กของเธอไว้จากทางด้านหลัง

                ใช่เรามันเห็นแก่ตัว แต่ก็เพราะเราไม่มีทางเลือกไง

                ทางเลือกมีเสมอ ไหนบอกว่ารุจรักเกล้าไง คนรักกันเขาไม่ทำแบบนี้หรอก รัดเกล้าพยายามควบคุมความโกรธและความกลัวของตัวเองไว้แล้วพูดกับเขาอย่างใจเย็นอีกครั้ง แต่คำพูดของเธอก็ไม่ได้ปลุกความถูกต้องที่เหมือนจะถูกฝั่งไว้ในส่วนลึกของหัวใจของวิศรุจขึ้นมาได้

ใครว่าล่ะเกล้า คนรักกันเขาก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น วันนี้เราจะเป็นของกันและกัน ไม่ต้องห่วงนะเกล้าเราจะรับผิดชอบเกล้าทุกอย่าง

“แต่เราไม่ได้รักกัน เกล้าไม่ได้รักรุจ แล้วเกล้าก็มีคนรักอยู่แล้ว รุจจะทำแบบนี้กับเกล้าไม่ได้

เราก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าเกล้าเป็นของเราแล้วผู้ชายคนนั้นจะรับเกล้าได้ไหม

คิดว่าคนรักของเกล้าจะสนใจกับการที่เกล้าโดน เพื่อน’ ชั่วๆ ข่มขืนงั้นเหรอ” รัดเกล้าเน้นคำว่าเพื่อหนักๆ เพื่อมันจะซึมลึกเข้าไปปลุกจิตสำนึกของวิศรุจได้บ้าง แต่ก็เปล่าเลย มันไม่ได้ผล

เดี๋ยวก็รู้ว่าคนนั้นของเกล้าจะสนไหม แต่รู้อะไรไหม มาจนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่เชื่อว่าเกล้าจะมีคนรักอยู่แล้ว

รัดเกล้าเม้มปากแน่น อารมณ์ที่เพิ่งควบคุมได้เดือดจัดขึ้นอีกครั้ง เมื่อคนที่ทำให้เธอพยายามพูดให้คิดได้ไม่มีความสำนึกเลยสักนิด เธอไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าเพื่อนที่ดีกับเธอมาตลอดแบบวิศรุจจะคิดเรื่องแบบนี้และตั้งใจจะทำแบบนี้กับเธอได้

ติ้ง!

เสียงเตือนของลิฟต์ดังขึ้นอีกครั้งแล้วประตูก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดในชั้นที่รัดเกล้าพุ่งตัวไปกดหมายเลขไว้ก่อนหน้านี้ วินาทีนั้นสิ่งเดียวที่เธอคิดมีเพียงอย่างเดียวคือการพาตัวเองออกไปจากสถานการณ์นี้ให้จงได้

รัดเกล้ารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายกระแทกรองเท้าส้นสูงของตัวเองไปยังรองเท้าหนังของอีกฝ่ายด้วยแรงทั้งหมดที่มี

โอ้ย!!!

เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของวิศรุจดังขึ้น แล้วรัดเกล้าก็ใช้วินาทีที่แขนทั้งสองข้างของเขาเผลอคลายออกจากร่างของเธอผลักเขาออกห่างแล้วพุ่งตัวออกจากลิฟต์ แต่วิศรุจก็ตั้งตัวได้อย่างรวดเร็ว เขาเอื้อมมือมาจับแขนเธอไว้แล้วลากเธอที่เพิ่งออกมาได้เพียงสองก้าวกลับเข้าไปลิฟต์ตัวเดิม ก่อนจะกระแทกมือไปยังปุ่มปิดลิฟต์แรงๆ เพื่อระบายอารมณ์

รัดเกล้ามองประตูลิฟต์ที่ค่อยๆ เลื่อนปิดด้วยความหวาดกลัวและกระวนกระวาย เพราะรู้ดีว่านี่คงเป็นโอกาสสุดท้ายของเธอที่จะหนีรอด แต่ก่อนที่ทางรอดสุดท้ายของเธอจะดับวูบไป ในช่วงเวลาที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดสนิทเธอก็เหลือบเห็นผู้ชายคนหนึ่งเสียก่อน

นะ... นั่นไง แฟนเกล้า รุจปล่อยนะ ไม่งั้นอย่าหาว่าเกล้าไม่เตือน” รัดเกล้ากลั้นใจว่าพลางชี้มือไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่ยังสวมสูทผูกไทเต็มยศแม้ว่าจะล่วงเลยเวลาทำงานมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม ก่อนจะใช้ช่วงเวลาที่วิศรุจหันมองตามทิศทางที่เธอชี้และไม่ทันได้ตั้งตัวสะบัดตัวออกจากการจับยึดของอีกฝ่ายแล้วพุ่งไปกดปุ่มรัวๆ เพื่อให้ประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง ก่อนจะกระโจนออกจากลิฟต์ วิ่งตรงเข้าไปหาร่างสูงสง่าที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะรู้ตัวว่ามีคนเอาตัวเองเข้าไปพัวพันในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ

เธอไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร หรือหน้าตาเป็นยังไง เธอรู้แต่ว่าว่าเธอกำลังตกที่นั่งลำบาก แม้ว่าวิศรุจจะตัวใหญ่กว่าเธอไม่มาก แต่เขาก็ยังเป็นบุรุษเพศที่แข็งแรงกว่าเธอ ที่สำคัญเขากำลังโกรธจนลืมตัว เธอไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีสติยั้งคิดพอที่จะคิดถึงผิดชอบชั่วดี คิดถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ

จะแอบอ้าง ชี้เลือกผู้ชายคนไหนก็ได้แล้วบอกว่าเขาเป็นแฟนเพื่อให้จบๆ ไปงั้นเหรอ ไม่มีทางหรอกเกล้าเราไม่ได้โง่ขนาดนั้น

เปล่า ผู้ชายคนนั้นเป็นแฟนเกล้าจริงๆ

ไม่เอาน่า รับรองว่าผมจะทำให้เกล้ามีความสุข และจะรับผิดชอบเกล้าด้วย

เขาเป็นแฟนเกล้าจริงๆ เลิกคิดจะทำเรื่องบ้าๆ กับเกล้าเสียที

รัดเกล้าว่าพลางจับยึดแขนเสื้อของชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดสูทเนื้อดีไว้แน่น เธอได้แต่หวังว่าคนที่เธอคว้าแขนเสื้อเขาไว้จะไม่ปัดมือเธอออกเสียก่อน และก่อนที่เขาจะทำอย่างนั้นเธอต้องทำอะไรสักอย่าง...

ช่วยฉันหน่อยนะคะ รัดเกล้าหมุนตัวเข้าไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มร่างสูง เธอรีบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะเขย่งเท้าขึ้นแตะริมฝีปากที่ปลายสากด้วยไรหนวดพร้อมกับกระซิบบอกเจ้าของแก้มสากเป็นภาษาอังกฤษเบาๆ ให้ได้ยินกันสองกัน ตอนแรกเธอตั้งใจจะหอมแก้มเขา แต่เพราะผู้ชายคนนี้สูงมากจนเธอเขย่งจนสุดปลายเท้า ริมฝีปากของเธอยังแตะได้แค่ปลายคางเขาเท่านั้น

 วินาทีนั้นเป็นวินาทีแรกที่เธอได้เห็นว่าผู้ชายที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายให้กับเธอหน้าตาเป็นยังไง และแวบหนึ่งที่เธอเหลือบขึ้นสบตากับดวงตาของคนที่เธอยังจรดริมฝีปากอยู่บนปลายคางของเขา เธอก็แทบลืมหายใจ หัวใจเต้นกระหน่ำรัว ทั้งเร็วและแรงอย่างที่เธอก็ไม่เข้าใจ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเรื่องโกหกที่เธอกำลังหลอกลวงวิศรุจอยู่ แต่เธอรู้ดีว่าสาเหตุหลักเป็นเพราะนัยน์ตาสีน้ำเงินคู่นั้นต่างหาก สายตาที่หลุบลงจ้องมองเธออย่างสงสัย สำรวจตรวจตรา และพิจารณาไปพร้อมๆ กัน



ฝากไลค์เพจด้วยนะ 

ปล. เหมยไม่ลงฉากฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งเลือกเลือดที่นี้นะคะ ลงที่ไหน ยังไง ติดตามที่เพจค่ะ

     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

871 ความคิดเห็น

  1. #771 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 03:33
    ยัยเกล้า
    #771
    0
  2. #329 แอล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 16:58
    นายรุจนี้ความเป็นเพื่อนก้อให้ไม่ได้แล้วเพราะทุกขณะจิตมันคิดแต่ทำชั่วเอารัดเอาเปรียบผู้หญิง เชิกคบเหอะเกล้าเลิกไปเลยอย่าไว้ใจอย่าให้อภัย
    #329
    0
  3. #262 Fah Pratumwan Ja (@farrsai25) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 21:03
    #262
    0
  4. #261 Fah Pratumwan Ja (@farrsai25) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 21:03
    #261
    0
  5. #223 ภาวนา ยะถาเทศ (@pawanaka) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 10:50
    อิผู้ชายนิสัยเสียเห็นแก่ตัวเอ้ยขอเสยสักหมัดหน่อย
    #223
    0
  6. #91 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 22:51
    ปิ้งงงงงงเลยย
    #91
    0
  7. #39 Tulip white (@orn260824) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 17:38
    พระ-นางป๊ะกันแล้วววว
    #39
    0
  8. #38 me aw (@meaaw) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 16:52
    มาต่อเร็ว ๆ นะคะ
    #38
    0
  9. #37 supadta89 (@supadta89) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 15:31
    พรุ่งนี้เลยได้ไหมมมมมมม
    #37
    0
  10. #36 jirapan03 (@jirapan03) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 13:34


    แค่มองตาก็รู้ว่าหล่อ

    #36
    0
  11. #35 สมสุข (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 13:16
    เจอกันแล้วหญิงสปาร์คแล้วแต่หนุ่มเฉยเลยค่ะ
    #35
    0
  12. #34 Paiky Klongluang (@paiky2557) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 12:55
    เจอกันแลัวซินะ...คริๆๆๆ
    #34
    0
  13. #33 LuckyTarot (@LuckyTarot) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 12:35
    บอกเลย พล็อตนี้แม่ยกอย่างพี่ชอบมาก ^^ ให้กำลังใจนะจ๊ะทั้งรัดเกล้าและน้องเหมย ^^
    #33
    0
  14. #32 Tulip white (@orn260824) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 06:04
    อร้ายย .....ตัวอย่างทำให้ลุ้นอีกแล้ววว
    #32
    0