เถื่อนรักจอมมาร

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 แอบอ้าง (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    5 ก.ย. 59

images by free.in.th

ก่อนอ่าน... อย่าลืมแอดแฟนให้คนเขียนชื่นใจด้วยนะ

กายผับแอนด์เรสซิเด้นท์ ร้านอาหารกึ่งไนต์คลับบนชั้นที่สิบเก้าของโรมแรมเดอะคาริโน สาขากรุงเทพมหานคร...

 ร้านอาหารบนตึกสูงแห่งนี้ถูกแบ่งเป็นสองโซน โซนแรกให้บริการด้านอาหาร และเครื่องดื่มเบาๆ หลากหลายรูปแบบ ภายในโซนถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำ กรม และเทา เน้นเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบในสไตล์วินเทจโมเดิร์น เรียบหรู แต่แฝงความคลาสสิกเอาไว้ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังสามารถเพลิดเพลินกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่คดเคี้ยวเป็นเส้นยาวสวยงาม และแสงสีแพรวพราวที่ระยิบระยับไปทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร โซนที่สองเป็นโซนที่เรียกได้ว่าไนต์คลับเต็มตัว ซึ่งตอนนี้กำลังคลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาที่กำลังจะจบ วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้าย ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดของการเรียนมหาวิทยาลัยที่รอคอยมากว่าสี่ปี การเลี้ยงฉลองจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจ และความครื้นเครง

 เกล้า จะไปไหน เสียงร้องที่ดังขึ้นแทรกเสียงเพลงจังหวะเร้าใจและเสียงสรวลเสเฮฮาทำให้เจ้าของชื่อที่เพิ่งลุกจากโต๊ะที่มีเครื่องดื่มมึนเมาวางอยู่ต้องหันกลับไปมอง

ไปห้องน้ำรัดเกล้าพูดพลางส่งยิ้มบางๆ ให้วิรัญญา เพื่อนร่วมคณะที่สนิทกันที่สุด

งั้นฝากเดินไปสั่งเครื่องดื่มที่บาร์เพิ่มด้วยนะ

ได้สิ รัดเกล้าตอบก่อนจะหมุนตัวเดินฝ่าผู้คนที่เริ่มคลาคล่ำขึ้นตามช่วงเวลาไปยังเคาน์เตอร์บาร์ตั้งใจจะไปสั่งเครื่องดื่มแล้วค่อยไปห้องน้ำ แต่อยู่ๆ มือของใครคนหนึ่งเอื้อมมาคว้าข้อมือของเธอเอาไว้แล้วฉุดให้เดินไปอีกทาง

ว้...รุจ!” รัดเกล้ากลืนคำกรีดร้องลงคอแล้วเอ่ยเรียกชื่อคนที่ทำการอุกอาจด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่หายตระหนก เพราะแสงไฟที่ค่อนข้างสลัว และผู้คนที่เบียดเสียดทำให้ก่อนหน้านี้เธอมองไม่ชัดว่าเป็นใครที่กล้ามาทำเช่นนี้กับตัวเอง

ตกใจเหรอ

ก็ใช่น่ะสิ

โทษที ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตกใจ

แล้วมีอะไรหรือเปล่า

รัดเกล้าเอ่ยถามพลางรั้งตัวจากการดึงของเพื่อนร่วมคณะ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมปล่อยและยังคงดึงเธอให้ก้าวตามออกจากประตูร้านอาหารกึ่งไนต์คลับแห่งนี้ด้วยท่าทางเคร่งเครียด

ตกลงมีอะไรกันแน่รัดเกล้าใช้เสียงดังกว่าเก่าพูด เพราะคิดว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยินสิ่งที่ตัวเองถาม แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เธอไม่ได้รับคำตอบจากคำถามที่ถามออกไป

“...”

 รุจ รัดเกล้าเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงที่ดังขึ้นอีก เมื่อไม่มีคำตอบออกมาจากปากชายหนุ่มที่ตั้งหน้าตั้งตาจะฉุดเธอให้เดินตาม

“...”

ตอนแรกรัดเกล้าเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะเสียงเพลงจังหวะเร้าใจของไนต์คลับที่ทำให้เขาไม่ได้ยินเสียงเธอ แต่ตอนนี้เธอคิดว่าเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายตั้งใจที่จะเมินเฉยต่อคำถามของเธอมากกว่า เพราะเป็นอีกครั้งที่ไม่มีเสียงตอบรับออกมาจากปากของวิศรุจไม่ว่าเธอจะใช้เสียงดัง หรือรั้งตัวเอาไว้เท่าไรอีกฝ่ายก็ไม่สนใจที่จะหันกลับมามอง

รัดเกล้ามองแผ่นหลังของคนที่ฉุดให้เธอเดินตามอย่างไม่เข้าใจ

รุจ หรือ วิศรุจ เป็นลูกของนักการเมืองที่มีอิทธิพลมากคนหนึ่ง เขาเป็นคนที่มั่นใจในทุกสิ่งออกจะหลงตัวเองเสียด้วยซ้ำ และที่งานเลี้ยงการสอบวันสุดท้ายถูกจัดขึ้นในสถานที่หรูหราแบบนี้ ก็เป็นเพราะอิทธิพลและเงินทองของลูกนักการเมืองอย่างวิศรุจ แต่วันนี้ชายหนุ่มกลับดูแปลกไป เขาดูสับสน ไม่แน่ใจ แต่ก็เหมือนจะตัดสินใจได้แล้ว แถมท่าทางแปลกๆ ของเขาอีก ถามก็ไม่ยอมตอบ และตั้งหน้าตั้งตาดึงเธอออกจากร้านที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนแห่งนี้อย่างเอาเป็นเอาตายอีกด้วย และทั้งหมดนั้นมันก็ทำให้ให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่า...เขาเป็นอะไรของเขากันนะ?’

 

กลงนี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ดึงเกล้าออกมาข้างนอกทำไม รัดเกล้าเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนเมื่อคนที่ลากเธอออกมานอกร้านอาหารกึ่งผับไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ วิศรุจได้แต่ยืนนิ่ง มองหน้าเธออย่างไม่ยอมละสายตา แล้วก็เม้มปากแน่น

ถ้าไม่พูดเกล้าจะกลับเข้าไปในร้านแล้วนะ  รัดเกล้าพูดขึ้นอีกเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ยอมพูดอะไรออกมา แต่ผลลัพธ์ก็ยังเป็นแบบเดิม ไม่มีอะไรหลุดออกมาจากปากของอีกฝ่าย จนเธอหมุนตัวจะทำตามสิ่งที่พูดจริงๆ นั่นแหละ วิศรุจจึงยอมปริปากพูดออกมา

เรามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเกล้า

ก็พูดตรงนั้นก็ได้นี่ไม่เห็นต้องออกมาข้างนอกเลย รัดเกล้าพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม

มันเป็นเรื่องส่วนตัวที่เราอยากคุยกับเกล้าสองคน

งั้นก็รีบพูดมาสิ จะได้กลับไปที่โต๊ะ ออกมานานๆ แบบนี้เดี๋ยวคนอื่นจะเป็นห่วง

“...”

เอ้ารุจ รีบพูดสิ รัดเกล้าเร่งเมื่ออยู่ๆ วิศรุจก็เงียบไปอีกครั้ง

คือว่า...เอ่อ...เรา...เอ่อ...คือว่า...

ถ้ามีคำว่าเอ่ออีกคำเดียวเกล้าจะไม่ฟังจริงๆ ด้วย

“...”

เมื่อเธอขู่อีกฝ่ายก็เงียบไปอีกหนทำให้รัดเกล้าหมุนตัวตั้งใจจะเดินกลับเข้าไปในไนต์คลับที่เพิ่งถูกอีกฝ่ายลากออกมา แต่วิศรุจกับเอาร่างสูงเพรียวมาขวางทางไว้

ก็ได้ๆ เราพูดแล้ว

งั้นก็รีบว่ามาสิ

                พวกเราเรียนจบกันแล้ว คราวนี้พวกเราก็ต้องแยกย้ายกันไปทำงานใช่ไหม

อืมใช่ แล้ว... รัดเกล้าลากท้ายประโยคยาวๆ สื่อความว่าให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าเธอไม่เข้าใจว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไรและเป็นการเร่งให้อีกฝ่ายรีบพูดออกมา

เราอยากบอกเกล้าว่า เราชอบเกล้า...

แน่นอนก็ต้องชอบสิ เราเป็นเพื่อนกันนี่ เพื่อนที่ไหนเขาเกลียดกันรัดเกล้าตัดบท เพราะเริ่มเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดเรื่องอะไร กลับไปที่โต๊ะเถอะ ปานนี้เพื่อนๆ คงตามหาเราสองคนแล้ว

เดี๋ยวเกล้า ไม่ใช่แบบนั้น เกล้าไม่เข้าใจ เราหมายถึงเราคิดกับเกล้ามากกว่า...

เรารีบกลับเข้าไปในงานกันเถอะ

วิศรุจพูดไม่ทันจบประโยครัดเกล้าก็แทรกขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเบี่ยงตัวตั้งใจจะเดินผ่านชายหนุ่มกลับเข้าไปในไนต์คลับ แต่กลับถูกวิศรุจคว้าข้อมือเอาไว้แล้วยึดไว้แน่น

เกล้าฟังเราพูดให้จบก่อนสิ เรารักเกล้า รักมานานแล้ว แล้วเราก็อยากคบกับเกล้า

แต่เกล้าไม่ได้คิดกับรุจแบบนั้น ที่ผ่านมาการกระทำของเกล้าก็ชัดเจนมาโดยตลอดว่าเกล้าคิดกับรุจแค่ เพื่อนไม่มีอะไรมากกว่านั้น รัดเกล้าพูดออกไปตรงๆ  และเน้นประโยคคำว่า เพื่อนด้วยน้ำเสียงหนักๆ เพื่อย้ำกับอีกฝ่ายว่าเธอคิดอย่างนั้นจริงๆ และไม่มีทางเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าวิศรุจไม่เคยพยายามบอกเธอเรื่องความรู้สึกของเขา ใช่! เขาอาจไม่เคยบอกเธอตรงๆ ด้วยคำพูด แต่ทั้งสายตาและการกระทำตลอดสี่ปีที่ผ่านมาไม่ต้องบอกออกมาเธอก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดกับเธอเกินคำว่าเพื่อน แต่อาจเป็นเพราะเธอแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างชัดเจนล่ะมั้งที่ทำให้อีกฝ่ายไม่เคยพูดความรู้สึกของตัวเองออกมา แต่ในเมื่อวันนี้วิศรุจเลือกที่จะพูดออกมาตรงๆ การที่เธอเลือกตอบเขาไปตรงๆ เหมือนกัน มันคงดีที่สุดแล้ว ทั้งสำหรับเธอและสำหรับตัวเขาเองด้วย

                “แต่..

                “เราเป็นเพื่อนกันแบบนี้น่ะดีแล้วรัดเกล้าพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง พอพูดจบก็มองเข้าไปในในดวงตาสีเข้มเพื่อยืนยันสิ่งที่ตัวเองพูด

                แต่เราไม่อยากเป็นแค่เพื่อนอีกต่อไปแล้ว

                แต่เกล้าให้รุจได้แค่นี้ รัดเกล้าประสานสายตากับนัยน์ตาสีเข้มที่จับจ้องมายังตัวเองอย่างแน่วแน่ด้วยแววตาที่มั่นคงไม่ต่างกัน

                ทำไมเกล้าไม่ลองให้โอกาสเราบ้างล่ะ ในเมื่อเราสองคนก็ยังไม่มีใคร ลองดูก่อนก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหายไม่ใข่เหรอ แล้วเราสัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้เกล้ารักเราให้ได้

                ขอโทษนะรุจ มันคงเป็นไปไม่ได้ แล้วอีกอย่างรุจก็ควรจะมองคนที่เขารักรุจรัดเกล้าพูดเป็นนัยๆ

ตลอดสี่ปีที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันมาไม่เคยมีสักวันที่วิศรุจจะหายหน้าไป และเขาก็ถือว่าเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง เธอเชื่อว่าใครที่ได้ผู้ชายคนนี้ไปดูแลคงจะมีความสุข แต่เธอคิดกับเขาแบบนั้นไม่ได้ แม้แต่จะพยายามเธอก็ไม่เคยคิด ในเมื่อผู้ชายคนนี้เป็นคนที่เพื่อนสนิทของเธอรักมาตลอด รักมากเสียจนยอมมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตผู้หญิงให้ทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองเป็นแค่ของเล่นของผู้ชายตรงหน้า แต่วิศรุจกลับไม่เห็นค่าของผู้หญิงที่ทั้งรักและยอมให้เขาทุกอย่างอย่างวิรัญญาเลยแม้แต่น้อย เรื่องนี้วิรัญญาไม่ได้บอกเธอ เธอบังเอิญรู้เอง และในเมื่อเพื่อนไม่พูด เธอก็ไม่อยากแสดงออกว่าเธอรู้เรื่อง ได้แต่เพียงเก็บเงียบและคอยเตือนเพื่อนรักอ้อมๆ อย่างห่วงใย

                เราคงมองใครไม่ได้อีก ตาเรามีไว้มองเกล้าเพียงคนเดียว ใจเราก็เป็นของเกล้าคนเดียว

                แต่ใจเกล้าไม่ได้อยู่ที่รุจ รุจควรรักคนที่เขารักรุจมากกว่ามาหวังลมๆ แล้งๆ กับคนที่คิดกับรุจได้แค่เพื่อนแบบเกล้า

                หัวใจคนเรามันบังคับกันไม่ได้นี่

                ใช่รุจ เกล้ารู้ดีเลยล่ะว่าหัวใจคนมันบังคับกันไม่ได้ ไม่ได้รักก็คือไม่ได้รัก เพื่อนก็คือเพื่อน

                เราไม่ได้หมายถึงแบบนั้น

มันต่างกันตรงไหน สี่ปีที่ผ่านมา ถ้าเกล้าจะคิดกับรุจมากกว่าคำว่าเพื่อนก็คงคิดไปนานแล้ว ไม่ต้องรอมาจนถึงวันนี้หรอก

                เกล้าอย่าเพิ่งตัดรอนเราสิ เรา...

                “ไม่ว่ารุจจะพูดอะไรอีก เกล้าก็ยังจะยืนยันคำเดิมว่าเกล้าคิดกับรุจได้แค่เพื่อน รัดเกล้าตัดบทด้วยการยืนยันเจตนารมณ์ของตัวเอง

                แต่เราคงเป็นแค่เพื่อนกับเกล้าไม่ได้ ทำไมเกล้าไม่ลองดูก่อน เกล้าก็ยังไม่มีใครไม่ใช่เหรอ ลองคบกันเราดูก่อน ถ้าไปกันไม่ได้ก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายนี่

                ก็ได้... วิรัดเกล้าโพลงขึ้นอย่างหมดความอดทน แต่พูดยังไม่ทันจบประโยคหางตาเธอก็เหลือบไปเห็นเพื่อนรักอีกคนที่ยืนอยู่มุมหนึ่งเสียก่อน ใบหน้าที่ซีดเผือดและหยาดน้ำใสๆ ที่ไหลเต็มใบหน้าของวิรัญญาทำให้เธอรู้ว่าเพื่อนรักคงได้ยินสิ่งที่วิศรุจพูดกับเธอ และคำตอบที่ไม่จบของเธอก็สร้างความเข้าใจผิดให้เพื่อนรักยิ่งขึ้นไปอีก ร่างของวิรัญญาที่หมุนตัวจากไปทำให้รัดเกล้ารีบสาวเท้าตาม แต่ร่างของเธอกลับถูกยึดไว้ด้วยมือของวิศรุจที่ไม่ทันได้เห็นวิรัญญา

                จริงเหรอเกล้า

                ปล่อยก่อนรุจรัดเกล้าพูดวิศรุจทั้งๆ ที่ยังมองตามแผ่นหลังที่สั่นเทาอย่างรุนแรงของวิรัญญาอย่างห่วงใย แต่คำพูดของวิศรุจก็ทำให้เธอต้องหันไปมองหน้าของเขาด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น

                เกล้าตกลงคบกับเราแล้วใช่ไหม

                ใครบอกว่าเกล้าจะคบกับรุจ เกล้ายังไม่ได้พูดแบบนั้นเลยสักคำ

                ก็เมื่อกี้เกล้าบอกว่า ก็ได้ไง

เมื่อกี้เกล้ายังพูดไม่จบ ที่บอกว่าก็ได้คือ เกล้าบอกรุจก็ได้ว่าเกล้ามีแฟนแล้วอาจเป็นเพราะแผ่นหลังสั่นเทาของวิรัญญาที่เดินจากไปล่ะมั้งที่ทำให้คำประโยคว่า ก็ได้ ถ้าเป็นเพื่อนกันไม่ได้ ต่อไปเราก็เป็นแค่คนที่เคยรู้จักกันที่เธอตั้งใจจะใช้ขู่วิศรุจเปลี่ยนเป็นประโยคนี้ไปได้

                ไม่จริง!

แทบจะทันทีที่รัดเกล้าพูดจบประโยควิศรุจก็โต้กลับมาทันทีด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อถือปนตกตะลึง ทำให้หญิงสาวต้องตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจังยิ่งกว่าเก่าแม้ว่าจะตกใจกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปเช่นกัน

จริง

                ก็สี่ปีมานี่ เราไม่เคยเห็นเกล้ามีใครสักคน หรือแม้แต่ไปไหนมาไหนกับผู้ชายก็ไม่เคยเห็น

                รุจไม่เคยเห็น เกล้าไม่เคยพูด ก็ใช่ว่าจริงๆ แล้วเกล้าจะไม่ได้คบกับใครอยู่เสียหน่อย

                ไม่จริง เราไม่เชื่อ

                เกล้าจะโกหกไปทำไม

ก็เพื่อให้เราเลิกยุ่งกับเกล้าไง

รุจจะคิดแบบนั้นก็ตามใจแล้วกัน แต่ที่เกล้าขอยืนยันว่าที่พูดออกไปเป็นความจริงทุกคำแม้ในใจอยากจะพูดว่า ก็รู้นี่แต่คำพูดที่ออกไปก็ยังเป็นถ้อยคำที่เธอต้องยืนยันคำโกหกของตัวเองให้ถึงที่สุด

หยุดโกหกซะทีเถอะเกล้า

เกล้าไม่ได้โกหก แล้วก็ช่วยปล่อยมือด้วย เกล้าไม่อยากให้คนรักของเกล้าเข้าใจผิด

                พูดแบบนี้ หมายความว่ายังไง

                รัดเกล้าอยากกัดลิ้นตัวเองให้ขาดในวินาทีนั้น บ้าชะมัด! ที่เธอพูดออกไปโดยไม่ได้ทบทวนให้ดีเสียก่อน เพราะคำพูดที่เธอเพิ่งพูดออกไปมันก็แปลได้ว่าคนรักที่เธออุปโลกน์ขึ้นอยู่แถวนี้ด้วย แล้วถ้าวิศรุจถามถึง เธอจะทำยังไงล่ะเนี่ย

และแล้วสิ่งที่คิดและกำลังหวั่นใจก็เป็นจริงจนได้...



ฝากติดตามด้วยจ้า 

ปล. ออกตัวไว้ก่อนว่าไม่ได้เขียนนิยายมานาน แหะๆ ถ้าเรื่องนี้เขียนประหลาดๆ บอกกันได้นะคะ แต่รบกวนใช้ภาษาสุภาพเนอะ (เห็นใจคนมีพุง งุงิ) 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

871 ความคิดเห็น

  1. #770 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 03:28
    เกล้า เครียดเลย
    #770
    0
  2. #750 cherrylala (@chercherwow) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 13:43
    สนุกดีค่ะ น่าติดตาม
    #750
    0
  3. #222 ภาวนา ยะถาเทศ (@pawanaka) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 10:34
    เพิ่งมีเวลาเข้ามาตามอ่าน คนมีพุงอย่าเพิ่งน้อยใจนะคร้า
    #222
    0
  4. #170 Taamon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 18:17
    น่าติดตาม
    #170
    0
  5. #149 Mint Sanny (@mickey111) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 14:15
    อ่ารเนื้อหาไม่ได้อะ
    #149
    0
  6. #90 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 22:47
    งานเข้าาาาาาาา
    #90
    0
  7. #31 paapim (@paapim) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 01:23
    ลุ้นว่าพระเอกจะออกมาตอนไหนน๊าาา อิอิ
    #31
    0
  8. #30 pattai (@pattai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 20:31
    ตอนแรกก็น่าติดตามล่ะ 
    #30
    0
  9. #29 Fresh032 (@Fresh032) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 19:30
    รอค่าาา
    #29
    0
  10. #27 Joy310838 (@Joy310838) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 16:54
    สู้ๆน่ะค่ะ รออ่านๆ
    #27
    0
  11. #26 nittedujob (@nittedujob) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 15:39
    รอจ้า  น่าติดตามมากๆ 
    #26
    0
  12. #23 unun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 12:59
    ลุ้นๆ จะเปิดตัวพระเอกแบบไหน อิอิ
    #23
    0
  13. #22 Fah Pratumwan Ja (@farrsai25) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 12:06
    รอติดตามค่ะ
    #22
    0
  14. #21 yanwattana (@yanwattana) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 11:47
    เด๋วไปเเอดเเฟนเเล้วรอตอนต่อไปนะว่าที่คุณเเม่
    #21
    0
  15. #20 Paiky Klongluang (@paiky2557) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 11:32
    เปิดตัวนางเอกมาเลย บทแรก.ก็ลุ้นซะแล้ว 
    #20
    0
  16. #19 Tulip white (@orn260824) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 11:29
    น่าติดตามมากค่ะไรท์
    #19
    0