กลรักเกมมัจจุราช

ตอนที่ 36 : บทที่ 7 เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,631
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    27 พ.ย. 63


ด้านหลังเก้าอี้ทำงานคือกรอบหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานซึ่งมองเห็นวิวของเมืองแมนฮัตตัน แสงของดวงอาทิตย์ค่อยๆ ถูกกลืนลับหายไปที่ขอบฟ้า แต่เมืองที่แออัดยัดแน่นไปด้วยผู้คนและตึกสูงระฟ้าหาได้มืดมิดไปตามช่วงเวลา  แสงไฟจากตึกสูงและถนนหนทางถูกเปิดสว่างแทนแสงจากธรรมชาติที่จางหายไป แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปจนถึงเวลาที่ควรจะพักผ่อนแล้ว แต่เจ้าของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลกกลับไม่มีวี่แววว่าจะกลับไปยังสถานที่ที่ใช้ในการหย่อนใจ

ริชาร์ดละสายตาจากเอกสารตรงหน้าพลางพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ หลายชั่วโมงที่เขาพยายามจดจ่อกับงานเพื่อให้ลืมเรื่องที่ชวนให้หงุดหงิด แต่พอถึงเวลาเลิกงานเขากลับจดจ่อกับงานต่อไม่ได้

ไม่เคยมีใครปฏิเสธเขามาก่อน แล้วมันก็ทำให้เขาแทบคลั่งกับการที่ถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งปฏิเสธ

นั่นคือเหตุผลที่เขาบอกกับตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่ออกจากบ้าน และจนถึงตอนนี้เขาก็ยังบอกตัวเองอย่างนั้น

“บอกให้เบลซเตรียมรถให้ด้วย” ริชาร์ดต่อสายหาเลขาหน้าห้องด้วยโทรศัพท์ตั้งโต๊ะ

“ได้ค่ะ”

ริชาร์ดวางสายทันทีเมื่อได้รับคำตอบรับ เขายกมือขึ้นเสยผมแล้วขยับกายลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะก้าวเดินไปยังประตูห้อง

ปอร์เช่สีดำถูกนำมาจอดรอที่ทางออกหลังสำนักงานใหญ่ของธนาคารเพรสตันโพแนนซ์เชียลที่มีแต่พนักงานเท่านั้นที่ใช้ได้ ริชาร์ดก้าวผ่านประตูที่บอดี้การ์ดเปิดไว้รอเข้าไปนั่งตอนหลังของรถด้วยใบหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึก

ริชาร์ดเอนหลังพิงพนักพิงขณะที่รถเริ่มออกตัวอย่างเชื่องช้าจนกลายเป็นความเร็วสม่ำเสมอ

“จะไปไหน”

“กลับบ้านครับ”

“ใครว่าฉันจะกลับบ้าน”

“แล้วไปไหนครับ”

ริชาร์ดเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยสถานที่ที่ต้องการจะไปออกมาด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย “เดอะพลาซ่านิวยอร์กผับ”

 

ากาศหนาวเย็นไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใดในการยืนทอดอารมณ์บนระเบียงของห้องนอน ในมือเธอมีแก้วนมสดอุ่นๆ ที่ส่งกลิ่นหอมน่ากิน แต่เธอกลับทำเพียงแค่ถือมันเอาไว้แล้วทอดสายตาไปยังพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสีเหลืองสุกใสและดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าสีทึม

ชีวิตของเธอดำเนินมาอย่างราบเรียบเพียงสิบหกปี แล้วหลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยพานพบคำว่าสุขสบายอีก ไม่เคยพานพบคำว่าความสงบ และไม่เคยพานพบคำว่าไร้อุปสรรค อันที่จริงชีวิตเธอไม่ได้ต่างจากเคธี เพรสตันเด็กสาววัยสิบเจ็ดย่างสิบแปดนัก แต่เพราะว่าเธอไม่มีคนปกป้องทำให้เธอต้องปกป้องตัวเองด้วยการดิ้นรนต่อสู้กับสิ่งที่พานพบด้วยตัวเอง

และเพราะมีชีวิตที่คล้ายกันล่ะมั้งที่ทำให้เธอเข้าใจความรู้สึกของเคธี และมันก็เป็นอีกเหตุผลที่เธอยอมรับข้อเสนอของคุณอบิเกล นอกจากบุญคุณท่วมหัวที่ท่านช่วยเธอไว้

แม่ของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังไม่รู้ความด้วยซ้ำ ส่วนพ่อก็เป็นหนี้มหาศาลเพราะร่วมกันกู้เงินมาเป็นทุนทำธุรกิจร่วมกับเพื่อน  แต่ธุรกิจที่ควรสร้างกำไรกลับขาดทุนย่อยยับเพราะเพื่อนรักที่ยักยอกเงินออกจากบริษัทแล้วหนีไปต่างประเทศ จากนั้นพ่อของเธอก็ตัดสินใจตัดช่องน้อยแต่พอตัวแล้วทิ้งให้เด็กสาวอายุเพียงสิบหกปีดิ้นรนต่อสู้กับความโหดร้ายในโลกนี้เพียงลำพัง หนี้นอกระบบที่พ่อเลี้ยงเมืองเหนือหน้าเลือดแถมยังตัณหากลับเป็นเจ้าหนี้ไม่ได้สูญไปหลังจากบิดาจากไป สวนส้มเล็กๆ ที่เป็นมรดกตกทอดมารุ่นต่อรุ่นที่พ่อของเธอเอาไว้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันถูกยึดไป แต่เพราะดอกเบี้ยที่ทบทวี สวนเล็กๆ จึงไม่เพียงพอที่จะใช้หนี้หมด และเพราะหน้าตาที่ไปสะดุดตาใครต่อใครโดยเฉพาะเจ้าของหนี้หน้าเลือด วิธีการใช้หนี้จึงน่ารังเกียจเกินกว่าเธอจะรับข้อเสนอลง

แต่พอเธอไม่ยอมพ่อเลี้ยงบ้าตัณหานั่นก็ส่งคนมาฉุดเธอ โชคดีที่สวนส้มเล็กๆ ของเธออยู่ติดกับสวนส้มของคุณนฤมล และคุณย่าอบิเกลที่ย้ายไปอยู่กับอดีตลูกสะใภ้ในช่วงนั้นพอดีก็ช่วยเธอไว้ และใช้หนี้แทนเธอ

จากนั้นเธอก็เป็นหนี้คุณย่าอบิเกล เธอเข้าทำงานที่สวนของคุณนฤมล ขยันทำงาน ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อใช้เงินที่ท่านเอามาใช้หนี้แทนเธอ แต่ท่านกลับไม่รับเงินเดือนของเธอทั้งหมดท่านให้เธอแบ่งส่วนหนึ่งไว้เพื่อใช้ส่งตัวเองเรียนจนจบวุฒิปริญญาตรี ท่านให้เหตุผลว่าวุฒิปริญญาจะทำให้เธอใช้หนี้ท่านหมดเร็วกว่าการทำงานเป็นคนงานเก็บส้มในสวน และพอจบเธอก็มาช่วยงานในด้านบัญชีและคุมคนงานแทน

วรรณรสาดึงตัวเองออกจากความทรงจำด้วยการหลุบสายตามองแก้วที่ยังมีนมสดเต็มแก้วและเย็นชืดจนไขมันสีเหลืองนวลลอยอยู่รอบขอบแก้ว

หลังจากอาหารมื้อเช้าเธอก็กินอะไรไม่ค่อยลง แม้จะรู้ดีว่าตัวเองระบุเวลาไม่ถูกต้องเธอก็ยอมหลอกตัวเองอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ดีกว่ายอมรับว่าเธอกินอะไรไม่ลงตั้งแต่ใครบางคนก้าวออกจากบ้านไป

ถ้อยคำรุนแรงที่เธอและเขาสาดใส่กันไหล่กลับเข้ามาในความคิดอีกครั้ง แต่เธอก็บอกตัวเองซ้ำๆ ว่าแบบนี้ดีที่สุดแล้ว ไม่ใช่ดีสำหรับใครแต่สำหรับตัวเธอเอง

หญิงสาวทอดถอนหายใจแล้วดึงตัวเองออกจากภวังค์อีกครั้ง เธอวางแก้วนมลงบนโต๊ะระเบียงตั้งใจว่าพรุ่งนี้ค่อยมาเก็บแล้วหมุนตัวเดินเข้าห้องนอน

ความรู้สึกวูบโหวงเหมือนมีรูกลวงที่อกทำให้วรรณรสาไม่รู้ว่าคืนนี้เธอจะนอนหลับได้ยังไง แต่ต้องขอบคุณการพักผ่อนน้อยเมื่อคืนวาน การตื่นแต่เช้าวันนี้ การรับมือกับริชาร์ด เพรสตันผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่ถูกต้องทั้งทางนิตินัยและพฤตินัยของเธอ และขอบคุณการร้องไห้อย่างหนักอย่างไม่รู้สาเหตุของตัวเอง และขอบคุณที่เวลานี้ล่วงเลยเวลาการนอนตามปกติของเธอมามากโขแล้วที่ทำให้เธอหลับสนิททันทีที่ทิ้งตัวลงบนที่นอน

--------------------------------------------

ใครรอ E-book อยู่ ใกล้มาแล้วจ้า ฮึบๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

933 ความคิดเห็น

  1. #881 7750778 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 20:54

    รอ e book

    คะ กำลังสนุกๆๆ
    #881
    0
  2. #880 23052560 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 19:13

    รอค่ะๆๆๆ

    #880
    0
  3. #476 EkibZa รักในหลวง (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 14:30
    อิตาบ้า พาเค้ามาแล้วมาโกรธเค้า มันน่าตบจริงๆ เลย
    #476
    0
  4. #475 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 14:07
    เฮีย..ของขึ้นอีกแล้วครับ..
    #475
    0