กลรักเกมมัจจุราช

ตอนที่ 20 : บทที่ 4 เจ้าเหตุผล 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    11 พ.ย. 63



มหนาวที่พัดปะทะผิวกายทำให้เรือนร่างบอบบางที่ใส่เพียงเสื้อชีฟองแขนกุดสีครีมและกางเกงขายาวผ้านิ่มต้องรีบยกมือขึ้นกอดอก ตอนที่เธอพุ่งลงจากลีมูซีนคันหรูตอนนั้นเธอไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น ไม่รู้สึกหนาว ไม่สนใจว่าระยะทางจากตรงนี้ถึงคฤหาสน์ที่เธอเพิ่งออกมาจะไกลแค่ไหน ตอนนั้นมันมีแค่ความโกรธล้วนๆ ความโกรธที่ทำให้เธอขาดสติ และไร้การยั้งคิด แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เธอเชื่อ... เชื่อว่ายังไงเธอก็เลือกทำแบบเดิม เพราะการมาทนหนาว ทนเหนื่อย และทนหิวอย่างตอนนี้ ก็ดีกว่าทนให้ผู้ชายที่ไม่เคยรู้ว่าตัวตนจริงๆ ของเธอเป็นอย่างไรมาดูถูกดูแคลน เหยียดหยามต่างๆ นานาด้วยวาจาหยาบคายและการกระทำจาบจ้วงไร้การให้เกียรติอย่างที่เขาเพิ่งทำ

เพียงแค่คิดถึงเรื่องที่ผ่านมาก็เหมือนร่างของเธอจะร้อนผ่าวขึ้นมาอีกหน จนต้องรีบสะบัดหัวแรงๆ เพื่อไล่ความคิดที่ชวนให้กรุ่นโกรธและหวามไหวไปในคราวเดียวกันออกไป

วรรณรสากลับมาจดจ่อกับการมองหาแท็กซี่สักคัน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีแท็กซี่ผ่านมา

         “โอ้ย! ทำไมไม่มีแท็กซี่ผ่านมาสักคันเลยนะ” วรรณรสาบ่นออกมาระหว่างที่ลูบแขนตัวเองปรอยๆ เพื่อคลายความหนาว ก่อนจะเลือนมือมากุมท้องที่ครางประท้วงของตัวเอง

         ตั้งแต่เช้ามานี่เธอไม่ได้กินอะไรสักอย่าง ตอนแรกกะว่าจะโบกแท็กซี่สักคันไปส่งที่คฤหาสน์เพรสตัน แม้จะไม่มีเงินติดตัวสักบาท แต่เธอคิดว่าไปถึงอาจจะยืมใครสักคนจ่ายค่าแท็กซี่ก่อน หรือไม่ก็เข้าไปเอาเงินในห้องมาจ่าย แต่กลับไม่มีแท็กซี่ผ่านมาสักคัน ร่างบอบบางเดินฉับๆ ผ่านร้านค้าและร้านอาหารที่เบียดเสียดยัดเยียดแข่งขันกันผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด

         กรุ๊งกริ๊ง

         เสียงกระดิ่งอันเล็กหน้าประตูร้านอาหารที่เธอเพิ่งเดินผ่านดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับกลิ่นหอมอบอวลของเครื่องเทศลอยออกมานอกร้าน กลิ่นที่โชยเข้าจมูกทำให้ท้องของเธอร้องประท้วงอีกหน วรรณรสาพยายามสาวเท้ายาวๆ เพื่อพาตัวเองออกห่างกลิ่นที่ชวนให้หิวมากกว่าเก่า แต่เสียงที่ดังขึ้นจากเบื้องหลังทำให้เธอต้องชะงักฝีเท้าแล้วหันไปมอง

         “พี่รสา นั่นพี่รสาใช่ไหมคะ”

“คุณเคท” วรรณรสามองหญิงสาวในชุดเดรสสีเหลืองอ่อนขับผิวขาวบริสุทธิ์ให้ดูผุดผ่องยิ่งขึ้น ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวสลวยเป็นลอนรอบกรอบดวงหน้ารูปไข่ ดวงตาน้ำตาลระยิบระยับตอนที่ส่งยิ้มกว้างมาให้เธอ

“พี่รสาจริงๆ ด้วย”  เสียงใสดังขึ้นก่อนร่างเล็กพอๆ กับเธอจะพุ่งเข้ามาหา “มาทำอะไรอยู่ตรงนี้คะ แล้วแต่งตัวแบบนี้ไม่หนาวเหรอ แล้วมานิวยอร์กตั้งแต่เมื่อไร พักที่ไหนคะ” คำถามยาวเหยียดแทบไม่หยุดหายใจนั้นทำให้วรรณรสาคลี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู เคธีไม่ใช่คนช่างพูด เธอหัวอ่อนและเรียบร้อย สงบปากสงบคำ แต่กับคนที่สนิทและชอบพอเด็กสาวจะพูดไม่หยุด

ถามทีละคำถามก็ได้ค่ะ แล้วก็หยุดหายใจด้วย รับรองพี่จะตอบคุณเคททุกคำถามเลยวรรณรสาเย้าหยอกเด็กสาววัยสิบเจ็ดทีเล่นทีจริง

“ก็เคทดีใจนี่คะ ที่ได้เจอพี่รสา แม่สั่งห้ามไม่ให้เคทไปที่สวนส้มคุณป้านฤมลอีก เคทก็คิดว่าจะไม่ได้เจอพี่รสาอีกแล้ว อุ้ย! เข้ามาในร้านก่อนดีกว่าค่ะ ใส่ชุดแบบนี้คงหนาวแย่” เคธีว่ายาวเหยียดก่อนจะร้องขึ้นอย่างนึกขึ้นได้พลางดึงร่างเล็กแบบเอเชียเข้าไปในร้านอาหารที่ตัวเองนั่งอยู่ก่อนหน้านี้

“ร้านนี้ร้านโปรดของเคทเลยนะคะ” เคธีว่าระหว่างที่เดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่งของโต๊ะอาหาร

โต๊ะที่เคธีเลือกนั่งเป็นโต๊ะเล็กๆ ติดกับหน้าต่างกว้างสูงจรดเพดานที่มองเห็นถนนที่ผู้คนกำลังเดินผ่านไปมา มิน่า อีกฝ่ายถึงสังเกตเห็นคนที่เดินลิ่วก้มหน้าก้มตาอย่างเธอ

“คุณเคทมาคนเดียวเหรอคะ” วรรณรสาเอ่ยถามระหว่างกวาดตามองร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีตกแต่งสีหวานๆ พาสเทล สวยละมุนละไม และให้ความรู้สึกโรแมนติก สมกับเป็นร้านโปรดของเคธี เพรสตัน

“ค่ะ เคทหลบคุณแม่ออกมา ไม่รู้ไปหงุดหงิดอะไรมาตั้งแต่เช้า”

วรรณรสาส่งยิ้มบางเบาให้อีกฝ่ายอย่างไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าอะไรหรือใครที่ทำให้รัชนีฉายมารดาของเด็กสาวตรงหน้าหงุดหงิดหัวเสียแต่เช้าแบบนั้น

“เคทคิดถึงอาหารฝีมือพี่รสามากเลยค่ะ”

“ตกลงคิดถึงอาหารฝีมือพี่หรือคิดถึงพี่คะ”

“ทั้งสองอย่างค่ะ” เคธีตอบพลางส่งยิ้มร่าให้วรรณรสา

“นิวยอร์กร้านอาหารไทยเยอะออกค่ะ”

“แต่ก็ไม่เหมือนฝีมือป้ามลกับพี่รสานี่คะ” เคธีทำหน้ามุ่ย

“พี่ทำให้กินก็ได้ค่ะ แต่ต้องมีข้อแม้”

“ได้หมดเลยค่ะพี่รสา” แล้วหน้ามุ่ยๆ ก็กลายเป็นยิ้มร่าเมื่อได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

“มือนี้เลี้ยงข้าวพี่หน่อยสิ พอดีมีเรื่องผิดพลาดนิดหน่อยแล้วพี่ก็ไม่ได้พกกระเป๋าเงินมา มือถือก็เสียอีก ไม่รู้ว่าวันนี้มันวันอะไร” วรรณรสาพูดถึงโทรศัพท์ของตัวเองอย่างเข่นเขี้ยวเคียวฟันพลางนึกถึงต้นเหตุที่ทำให้โทรศัพท์ของเธอใช้การไม่ได้ อันที่จริงเธอไม่รู้ว่าตอนที่มันถูกขวางออกจากรถตอนนั้นรถกำลังแล่นอยู่ตรงส่วนไหนของถนนในแมนฮัตตันด้วยซ้ำ

“ได้สิคะ พี่รสาสั่งได้เลย อยากกินอะไรเต็มที่เลยค่ะ”

“ตอนนี้พี่อะไรก็ได้ หิวจนแทบจะกินช้างได้ทั้งตัวอยู่แล้วค่ะ”

“นี่เลยค่ะ เอาของเคทไปก่อน เคทยังไม่ได้กิน ถ้าพี่รสาไม่อิ่มค่อยสั่งใหม่” เคธีเลื่อนจานกุ้งแตร์มีดอร์มาให้

“แล้วคุณเคท”

“เดี๋ยวเคทสั่งใหม่ค่ะ อันที่จริงเคทกินมาจากที่บ้านแล้ว แต่ที่สั่งมาเพราะถ้านั่งแล้วไม่สั่งเกรงใจเขา” เคธีว่ากลั้วหัวเราะ

“งั้นพี่ไม่เกรงใจแล้วนะคะ วรรณรสาว่าพลางตักอาหารฝรั่งเศสที่ประกอบด้วยส่วนผสมของเนื้อกุ้งมังกรสุกที่ราดด้วยซอสสีเหลืองทองหน้าตาน่ากินเข้าปาก

“เต็มที่เลยค่ะพี่รสา แต่...”

“อะไรคะ” วรรณรสากลืนอาหารคำโตลงคอก่อนจะเอ่ยถาม เมื่อเห็นท่าทางเกรงใจของอีกฝ่าย

“อีกหลายชั่วโมงกว่าจะเย็น พี่รสาไปเป็นเพื่อนเคทช็อปปิ้งหน่อยนะคะ เคทยังไม่อยากกลับบ้าน แล้วตอนเย็นเคทอาสาเป็นลูกมือพี่รสาทำอาหารเย็นเอง”

“ได้สิคะ จะได้ไปซื้อของมาทำอาหารเย็นนี้ด้วย” วรรณรสาว่าพลางส่งยิ้มอ่อนจางให้กับเด็กสาวตรงหน้าที่ส่งยิ้มร่าตอบกลับมาทันทีที่ได้รับคำตอบสมใจ

.....................


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

933 ความคิดเห็น