รอยรักทัณฑ์มัจจุราช

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 คำขอร้องที่มีเลศนัย 25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,977
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 228 ครั้ง
    3 มี.ค. 62

          


แอดแฟนพันธุ์แท้ (Favorite) ได้ที่รูปค่ะ


          รถแท็กซี่สีเหลืองแถบเขียวแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านไม้ทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ ไฟทั้งบ้านถูกเปิดทิ้งไว้จนทั่วทำให้รู้ว่าคนในบ้านยังคงไม่หลับ กรรณาราก้าวลงจากรถแท็กซี่พร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง หญิงสาวเลื่อนประตูรั้วไม้ระแนงสีน้ำตาลแก่ให้เปิดออก ก่อนที่เธอจะพาร่างเล็กๆ ก้าวเดินไปตามทางเดินแคบๆ ที่ทอดตรงสู่ตัวบ้าน

เสียงโทรทัศน์ที่ดังแว่วมาให้ได้ยินทำให้เธอต้องทอดถอนหายใจออกมาอีกครั้ง หญิงสาวก้มลงถอดรองเท้าวางไว้บนชั้นวางก่อนจะก้าวเข้าไปด้านใน

          “กรรณ มาแล้วเหรอจ๊ะ น้ารออยู่ตั้งนานแหนะ” คนที่นั่งรอปรับเสียงให้หวาน ทั้งที่ในใจกำลังเดือดปุดๆ กับการที่ต้องนั่งรอลูกเลี้ยงจนดึกจนดื่น

          กรรณารา หรือที่อีกฝ่ายเรียกว่ากรรณหันกลับไปมองตามเสียงเรียกด้วยความแปลกใจ ตกใจ สุดท้ายคือไม่ไว้ใจกับน้ำเสียงเป็นมิตรที่ฟังยังไงก็รู้ได้ว่าไม่จริงใจ

          “มีอะไรเหรอคะ?”

          “มานั่งนี่ก่อนเถอะจ้ะ”

กรรณาราเดินตามแรงดึงของคนที่ลุกเดินมาคว้าแขนของเธอแล้วลากให้เดินตามด้วยความมึนงง หญิงสาวหย่อนสะโพกบนโซฟาตัวเล็กที่นั่งได้คนเดียว โดยไม่ยอมเดินตามแรงลากของอีกฝ่ายไปยังโซฟาตัวยาวที่นั่งได้สองคน

          “น้าพราวมีอะไรจะคุยกับกรรณเหรอคะ” กรรณาราเปิดประเด็นทันที แม้จะรู้ว่าหลังจากที่อีกฝ่ายพูดจบความยุ่งยากจะเข้ามาในชีวิตของเธอแต่หญิงสาวก็อยากให้เรื่องนี้จบเร็วที่สุด เพราะอย่างไรเธอก็คงหลีกเลี่ยงมันไม่ได้

          “คืองี้จ้ะ น้ามีเรื่องให้หนูกรรณช่วยหน่อย แต่น้าไม่รู้จะพูดยังไงดี น้าเกรงใจหนูน่ะ”

          “พูดมาเถอะค่ะ”กรรณาราพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย รู้ดีว่าถึงเธอไม่ให้อีกฝ่ายพูดออกมาหรือห้ามปรามยังไง คนตรงหน้าก็ยังจะพูดมันออกมาอยู่ดี มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร และคงยากที่จะเปลี่ยนให้เป็นอย่างอื่น

          “พอดีเพื่อนน้าเขาจะจัดงานเดินแบบการกุศล แล้วเขาก็ขอตัวลูกสาวของน้าไปช่วยงาน ไปเดินแบบน่ะจ้ะ”

น้ำเสียงถูกดัดเสียหวานหยดจนกรรณาราขนลุกชัน ไม่บ่อยนัก ไม่สิ ต้องเรียกว่านานทีปีครั้งถึงจะถูก ที่แม่เลี้ยงของเธอจะใช้น้ำเสียงแบบนี้พูดกับเธอ และเมื่อไรที่ได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ รับรองได้ว่าชีวิตของเธอต่อจากนั้นต้องไม่สงบสุขแน่นอน แต่ก็นั่นแหละ ไม่เคยมีสักวันที่ชีวิตเธอจะสงบสุข และเธอก็ชินชากับมันเสียแล้ว  ถ้ามันจะวุ่นวายขึ้นอีกนิด ก็คงจะไม่เป็นไร... กรรณาราคิดและพยายามปลงให้ตกกับวิถีชีวิตของตัวเอง

          “ก็ดีนี่คะ พี่แพรวก็ชอบงานแบบนี้อยู่แล้ว แล้วก็คงดีใจมากที่จะได้ไปเดินแบบในงานเลี้ยงที่มีแต่ไฮโซมาร่วมงาน”

พี่แพรว ที่เธอหพูดถึงก็คือ แพรวนภา ลูกสาวแท้ๆ ของพราวพิลาส หญิงวัยกลางคนตรงหน้าที่แทนตัวเองว่าน้ากับเธอ พร้อมกับใช้น้ำเสียงแปลกๆ กับท่าทางไม่น่าไว้วางใจพูดกับเธออยู่ตอนนี้

          “รายนั้นเขาก็ดีใจอยู่หรอกตอนที่น้าบอกเรื่องนี้ให้รู้ แต่ว่าพี่เขาเกิดป่วยกะทันหันน่ะสิ งานก็จะมีวันมะรืนนี้แล้ว อีกอย่างน้ารับปากเขาไปแล้วด้วย”

          “แล้วพี่แพรวเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ” กรรณาราถามด้วยความห่วงใย แม้จะไม่ได้เกิดจากมารดาคนเดียวกัน แต่ก็ยังมีสายเลือดเดียวกันอยู่ถึงครึ่ง และถึงแม้ว่าจะไม่เคยมีความผูกพันกันแบบพี่น้อง เพราะแพรวนภาไม่ได้ชอบหน้าเธอนัก ไม่สิ เกลียดเธอเข้ากระดูกดำเลยถึงจะถูก แต่การอยู่บ้านหลังเดียวกันมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ทำให้เธออดห่วงไม่ได้ ก็ถ้าเธอไม่ห่วงใยคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้ เธอก็ไม่รู้จะไปห่วงใยใครบนโลกใบนี้อีกแล้ว

          “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ!

น้ำเสียงที่ใช้ไม่มีความห่วงใยเจืออยู่แม้แต่น้อย มันทำให้กรรณาราอดจ้องผู้มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงด้วยความเคลือบแคลงไม่ได้

          “อ๋อ พอดีน้าพาไปหาหมอแล้วล่ะ หมอบอกว่าไม่ค่อยได้พักผ่อนก็เลยป่วยเอา ตอนนี้ก็กินข้าวกินยาแล้วก็นอนไปแล้ว” น้ำเสียงถูกปรับให้อ่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเรื่องที่ยังค้างคาต่อ... “น้าว่าเราสนใจเรื่องเดินแบบของน้าต่อดีกว่า น้าพูดตรงๆ เลยนะ น้าอยากให้กรรณไปเดินแบบแทนพี่เขาหน่อยได้ไหม ถือว่าน้าขอร้องนะกรรณ ช่วยน้าหน่อย”

          “แต่น้าพราวก็รู้นี่คะว่ากรรณไม่เคยเดินแบบ”

          “ก็แค่เดินแบบการกุศลเองไม่ต้องกังวลหรอกจ้ะ อีกอย่างเขาก็มีการซ้อมเดิน มีผู้เชี่ยวชาญสอน ไม่ยากหรอกเชื่อน้าสิ กรรณทำได้อยู่แล้ว”

          “แต่อีกสามวันกว่าจะถึงวันงาน บางทีพี่แพรวอาจจะหายทันก็ได้นะคะ หรือไม่อย่างนั้นคุณน้าก็น่าจะปฏิเสธเขาไป บอกเหตุผลว่าพี่แพรวป่วย กรรณว่าเขาน่าจะเข้าใจ เวลาสามวันเขาก็น่าจะหาคนแทนทัน”

          “ไม่ได้!!!” พราวพิลาสเผลอตวาดเสียงดังอย่างไม่พอใจ ก่อนน้ำเสียงจะถูกปรับให้อ่อนลงอีกครั้งเมื่อคิดได้ว่าตัวเองกำลังลืมตัว “เออ...คือว่าพรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางแล้ว งานจัดที่อเมริกา ไปถึงก็ต้องซ้อมนู่นนี่นั้นอีก พี่เขาคงเดินทางไม่ไหวหรอก อีกอย่างน้าก็รับปากเขาไปแล้วด้วย พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า ยังไงก็หานางแบบใหม่ไม่ทันแน่ๆ” พราวพิลาสปั้นสีหน้าให้ดูเคร่งเครียด

เหตุผลจริงๆ มันไม่ใช่หานางแบบใหม่ไม่ทันหรอก แต่เธอจำเป็นต้องให้กรรณาราเดินทางไปอเมริกาต่างหาก เรื่องนี้เธอรู้ตั้งแต่สามวันที่แล้วแล้ว แต่ที่เธอเลือกมาพูดกับลูกเลี้ยงในวันนี้เพราะไม่อยากให้กรรณารามีเหตุผลปฏิเสธ และเหมือนโชคจะเข้าข้าง เพราะก่อนที่สามีของเธอจะเสียชีวิต เขาเคยจะพาครอบครัวไปเที่ยวอเมริกา ทั้งเธอ แพรวนภา และกรรณาราจึงมีพาสปอร์ตและวีซ่าที่จะเดินทางเข้าอเมริกาได้ และมันก็ยังไม่หมดอายุ ทุกอย่างจึงไม่ยุ่งยากอย่างที่เธอคิดเอาไว้

          “ทำไมต้องเป็นที่อเมริกาด้วยล่ะคะ” กรรณาราถามอย่างแปลกใจ เธอขมวดคิ้วขณะมองหญิงวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยง

          “เห็นว่าผู้บริจาครายใหญ่ของมูลนิธิเป็นคนอเมริกานะ น้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่เพื่อนคนนี้สนิทกันมาก เขาขอมา น้าก็ปฏิเสธไม่ได้ ถือว่าน้าขอร้องนะ ช่วยน้าสักครั้ง ต่อไปน้าจะไม่ขออะไรเราอีก น้าสัญญา”

          “ก็ได้ค่ะ” กรรณาราถอนหายใจก่อนจะรับปากอย่างเสียไม่ได้ “คุณน้าหมดธุระแล้วใช่ไหมคะ งั้นกรรณขอตัวก่อนนะคะ ว่าจะไปดูพี่แพรวสักหน่อย” พูดจบกรรณาราก็ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

          “ไม่ต้อง!!!” พราวพิลาสกระเด้งตัวลุกจากโซฟาพร้อมกับร้องออกมาเสียงหลง

          “คะ?” อีกครั้งที่กรรณารารู้สึกสงสัยในน้ำเสียงและท่าทางของแม่เลี้ยงจนปัดมันทิ้งไม่ได้

          “พี่เขานอนไปแล้ว หมอบอกให้พี่เขาพักผ่อนเยอะๆ น้าว่าอย่าไปรบกวนดีกว่า อีกอย่างเราก็กลับมาเหนื่อยๆ อาบน้ำอาบท่าแล้วพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า เรื่องยายแพรวไม่ต้องเป็นห่วงหรอกเดี๋ยวน้าดูแลเอง”

          “ก็ได้ค่ะ งั้นกรรณขอตัวนะคะ” 

          “จ้ะ จ้ะ ยังไงก็พักผ่อนเยอะๆ นะ เดี๋ยวจะล้มป่วยไปอีกคน”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 228 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,295 ความคิดเห็น

  1. #3761 Sirikarn Pimsarn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 12:46
    ไม่มีพิรุธเลยค่ะคูมน้าา😑
    #3,761
    0
  2. #39 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 15:52
    รอเลยค่า
    #39
    0