เล่ห์ร้ายร่ายรัก

ตอนที่ 7 : บทที่ 3 คืนแรกในคฤหาสน์เคนตัน 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,097
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 234 ครั้ง
    18 พ.ค. 61

      



“ก็คุณเป็นผู้หญิงของผม คุณก็ต้องทำหน้าที่ของคุณสิ” เสียงทุ้มแทบพร่าตามแรงอารมณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นมา มันผสมผสานปะปนกับอารมณ์กรุ่นโกรธเมื่อครู่จนเขาแทบแยกแยะไม่ออก และวัดไม่ได้ว่าอารมณ์ไหนกันแน่ที่มีมากกว่ากัน

“หยุดเลยนะ จะทำอะไร”

“ก็ทำเรื่องที่ผัวเมียเขาทำกันไง คงไม่ต้องให้ผมเตือนความจำคุณหรอกนะว่าคุณมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร และมีหน้าที่อะไรบ้าง”

“ตะ...แต่ฉัน...ยังไม่พร้อม ฉะ...ฉันขอเวลา” พีชยาละล่ำละลักพูด มันทั้งรัวทั้งเร็วและสั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง

“ไม่! ตั้งแต่นาทีที่คุณจรดปลายปากลงลงบนสัญญา สิทธิ์ขาดในตัวของคุณก็เป็นของผม เพราะฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรอง หรือเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น แม้แต่เวลา” แมทธิวว่าเสียงห้วนพร้อมสาวเท้าพาร่างใหญ่โตของตัวเองเข้าหาร่างเล็กๆ

“คุณจะปล้ำฉันงั้นเหรอ”

        “หึๆ”

เสียงหัวเราะทุ้มๆ ออกจากลำคอหนาราวกับเรื่องที่หญิงสาวพูดมันเป็นเรื่องตลกเสียงเต็มประดา

        “หัวเราะอะไรไม่ทราบ!” พีชยาถลึงตามองเขาอย่างไม่เข้าใจ

        “ก็หัวเราะคุณนะสิ” แมทธิวตอบทั้งๆ ที่ยังไม่หยุดขำให้สิ่งที่หญิงสาวกล่าวหาเขา

“หัวเราะฉัน?” พีชยาชี้นิ้วมาที่อกตัวเอง ก่อนจะถามออกไป เธอไม่เข้าใจในความรู้สึกนึกคิดของคนตรงหน้าเลยสักนิด ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมจู่ๆ คนหน้าบึ้งก็หัวเราะออกมา

“ใช่! ผมหัวเราะคุณ คนอย่างผมเนี้ยนะจะปล้ำผู้หญิง แมทธิว เคนตันหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่มีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้าหาอย่างผมนะหรือจะปล้ำคุณ” แมทธิวตอบรับและอธิบายความสงสัยของพีชยาโดยที่เธอไม่ต้องถาม

        “ก็ใช่นะสิ ฉันไม่ได้เต็มใจนี่!”

        “ผมมีวิธีที่จะทำให้คุณตอบสนองผมอย่างเต็มอกเต็มใจก็แล้วกัน”

        “ไม่มีทาง!” พีชยาเชิดหน้าขึ้นตอบอย่างมั่นอกมั่นใจเต็มที่

เธอถูกเลี้ยงมาอย่างกุลสตรีไทย รักนวลสงวนตัว เป็นแม่บ้านแม่ศรีเรือน ไม่มีทางที่คนอย่างพีชยา เตชะสกุลจะสมยอมให้เขาหรือใครทำอย่างว่ากับตัวเองง่ายๆ แน่นอน

        “พนันกันไหมล่ะ”

รอยยิ้มยโสกระตุกขึ้นบนริมฝีปากได้รูป นัยน์ตาคมเข้มเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจแบบคนที่เหนือกว่า ความกรุ่นโกรธเมื่อครู่หายไป ตอนนี้มันเหลือเพียงอยากเอาชนะและความต้องการที่เกินจะระงับได้อีกต่อไป

        “เออ...ฉัน...” ทั้งน้ำเสียงที่ใช้พูดและนัยน์ตาสีน้ำตาลทองที่ฉายแววมั่นอกมั่นใจในความสามารถและประสบการณ์ของตัวเองทำให้คนด้อยประสบการณ์อย่างเธออ้ำอึ้ง ความมั่นใจเต็มเปี่ยมเมื่อครู่ลดฮวบลงทันควัน

        “คุณนี่นะ ทำผมเสียเวลาชะมัด”

แมทธิวว่าสั้นๆ แต่พีชยากลับเข้าใจมันได้เป็นอย่างดี ว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร ร่างบางขยับถอยหลังหนีร่างสูงที่สาวเท้าเข้ามาหาด้วยท่าทีคุกคาม นัยน์ตาสีน้ำตาลทองจ้องตรงไปยังดวงตากลมโตเหมือนจะสะกดให้ตกอยู่ในภวังค์ มันคงจะสำเร็จถ้าไม่ใช่เพราะ...

        ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“คุณแมทธิวครับ”

        แมทธิวหันไปทางประตูห้องอย่างขัดใจ การถูกขัดจังหวะทำให้ใบหน้าหล่อเหลาฉายความหงุดหงิดออกมาชัดเจน แต่เมื่อรออยู่ครู่หนึ่ง เสียงของบอดี้การ์ดคนสนิทที่เงียบไปก็ไม่ดังขึ้นอีก เขาจึงหันกลับไปสนใจร่างเล็กๆ ที่หมดทางหนีอีกครั้ง

พีชยาถอยหลังไปชิดผนังด้านหนึ่งของห้อง เบียดตัวเองเข้ากับผนังปูนแข็งๆ เพื่อทิ้งระยะห่างจากคนตัวโตที่กำลังคุกคามตัวเองให้มากที่สุด

ใบหน้าหวาดระแวงราวกับกวางน้อยระวังภัยทำให้ราชสีห์อย่างแมทธิวยอ่งฮึกเหิม ร่างสูงพุ่งเข้าหาร่างเล็กด้วยการกระโจนเพียงครั้งเดียว กักร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนแข็งแกร่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลทองจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวย ก่อนจะหลุบมองริมฝีปากอิ่มที่เขาเคยพิสูจน์แล้วว่าหวานเพียงใด

^...................^

          แค่การมองก็ทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่าน พีชยาปลุกความต้องการของเขาให้ตื่นตัวขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ และตอนนี้เขาก็อยากกระชากเสื้อผ้าของเธอออก ลูบไล้ บีบขย้ำและพรมจูบลงไปให้ทั่วทุกตารางนิ้วของผิวเนื้อเนียนนุ่ม ไม่ใช่แค่คิด เพราะตอนนี้เขากำลังลงมือทำมันจริงๆ เริ่มด้วยการไล้มือขึ้นตามแผ่นหลังเล็กๆ เบียดร่างหนาแน่นไปด้วยมัดกล้ามของเขาเข้ากับร่างเล็กนุ่มนิ้ม และพอใจที่เห็นหญิงสาวสะท้านเพียงเพราะสัมผัสแผ่วเบาของตัวเอง

ความใกล้ชิดระหว่างเขากับเธอมันใกล้มากจนได้ยินเสียงหายใจของกันและกัน ปลายนิ้วแข็งแรงไล้ไปตามกรอบหน้าหวานอย่างใจเย็น ก่อนจะหยอกล้อกับเรียวปากของเธออย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีทองจับจ้องเข้าไปในนัยน์ตาของเธอนิ่งเหมือนจะหลอกล่อและท้าทายอยู่ในที

        กลิ่นหอมแบบผู้ชายอบอวลอยู่ที่ปลายจมูก และสัมผัสเพียงแผ่วเบาจากปลายนิ้วมือร้อนๆ ก็ทำให้ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นและแผ่ไปทั่วร่าง มันทำให้สมองของเธออื้ออึงและขาวโพลน และนั่นก็ทำให้ร่างของเธอนิ่งขึงไปด้วย มันไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ขัดขืน และปล่อยตัวให้เป็นไปตามที่ชายหนุ่มชักพา

ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาเรื่อยๆ จุดหมายคือริมฝีปากหวานฉ่ำที่เขายังติดใจอยู่ไม่คลาย ใบหน้าทั้งสองใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจแผ่วเบา

พีชยาเห็นริมฝีปากของเขายกยิ้ม เป็นยิ้มในแบบที่สุดแสนจะอันตราย มือหนาแทรกเข้าไปในกลุ่มผมนุ่มด้านหลังของเธอ ประคองกึ่งบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรอรับริมฝีปากที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบ

ริมฝีปากของเขาและเธอแทบประกบกันอยู่แล้ว ถ้าเสียงของบอดี้การ์คนสนิทจะไม่ดังขึ้นอีกครั้งเสียก่อน...

        “คุณแมทธิวครับ”

เสียงเคาะประตูตามด้วยเสียงของบอดี้การ์ดคนสนิททำให้ใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มลงหาริมฝีปากอิ่มสวยชะงักค้าง แมทธิวหันไปมองประตูเจ้าปัญหาอย่างขัดเคือง มือหนายกขึ้นทึ้งผมที่ถูกเซตเป็นทรงจนยุ่งเหยิงอย่างหงุดหงิด

        “ว่าไง” แมทธิวเอ่ยตอบบอดี้การ์ดคนสนิทด้วยน้ำเสียงทั้งห้วนทั้งกระแทก แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ไม่ยอมผละหน้าออกห่างจากใบหน้าเรียวหวาน

        “มีสายด่วนจากคุณฌอนครับ” น้ำเสียงของผู้เป็นนายทำให้แจสเปอร์กลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ก่อนจะตอบกลับไป แม้จะไม่ได้เห็นหน้าแต่ก็เดาได้ไม่ยากว่าตอนนี้หน้าของเจ้านายของเขาเป็นเช่นไร

        “บอกมันว่าเดี๋ยวฉันโทรกลับ”

        “คุณฌอนบอกว่าถ้าคุณแมทธิวไม่รับโทรศัพท์ หรือบอกว่าจะโทรกลับมาทีหลัง ให้ผมบอกคุณแมทธิวว่าจะมาลากตัวคุณแมทธิวถึงบ้านด้วยตัวเองครับ”

        “โธ่เว้ย! มันจะโทรมาทำไมตอนนี้วะ!” แมทธิวสบถยืดยาว มือหนายกขึ้นขยี้ผมอย่างหงุดหงิด ก่อนก้าวไปยังประตูห้อง โดยไม่ลืมลากร่างเล็กๆ ที่หลุดของจากภวังค์หวามไหวและพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมกอดของเขาให้เดินตามมาด้วย มือหนาข้างหนึ่งยึดข้อมือเล็กๆ เอาไว้แน่น ส่วนอีกข้างก็กระชากประตูออกตามแรงอารมณ์ที่ยังคั่งค้าง

        “ส่งโทรศัพท์เฮงซวยนั่นมา” เสียงทุ้มว่าห้วนๆ เมื่อบอดี้การ์ดคนสนิทยังยืนนิ่งมองเขาสลับกับหญิงสาวที่เขาลากมาด้วยอย่างอึ้งๆ และไม่ยอมส่งโทรศัพท์เจ้าปัญหานั่นให้เขาสักที

        “ไง มิสเตอร์ฌอน วินฟอร์ด” เสียงทุ้มกรอกลงไปทันทีเมื่อยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ชายหนุ่มเรียกเพื่อนรักที่โทรมาไม่รู้เวล่ำเวลาด้วยชื่อนามสกุลเต็มยศอย่างประชดประชัน

        “เฮ้ ว่าไงเพื่อนรัก ทักซะเสียงหวานเชียว คิดถึงกันมากขนาดนั้นเลยเหรอ”

ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของแมทธิวจะบ่งบอกว่าตอนนี้เขากำลังอารมณ์เสียขั้นรุนแรง และคงอยากจะกระโจนผ่านโทรศัพท์ไปบีบคอของคนโทรมาผิดเวลาให้ตายคามือ แต่คนปลายสายก็ยังตอบกลับอย่างอารมณ์ดี

        “นายมีอะไรก็รีบๆ ว่ามา”

แมทธิวว่าอย่างเหลืออด อดคิดไม่ได้ว่าไอ้เพื่อนเวรนี่มันกวนบาทาได้ใจจริงๆ ปกติแล้วเขาจะไม่ค่อยสนใจหรือคิดอะไรกับการกวนโมโหของฌอน วิลฟอร์ดมากนัก แต่ ณ ตอนนี้... มันไม่ใช่เวลาปกติ!

        “เฮ้ หงุดหงิดอะไรนักหนาวะ?”


ขอให้สนุกค่ะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 234 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,511 ความคิดเห็น

  1. #4505 Jakkaran55 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 15:03
    หลงตัวเองชัดๆ
    #4,505
    0
  2. #4461 ตุน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 16:41

    คุณแมทเราโคตะระหงุดหงิดเลย สม

    #4,461
    0
  3. #4358 oneday144 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 20:44
    สมน้ำหน้า5555+
    #4,358
    0
  4. #4292 ppimpi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 15:36

    ชอบค้าไรท์ <3

    #4,292
    0
  5. #97 นงลักษณ์ ไพบูลย์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 00:31
    อ้าว..อ้าว!!! จะมีคนมาเรียกอีกม่ะ..
    #97
    0
  6. #73 Mz.Tita (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2557 / 22:32
    คุณเหมยยยยยยย....คุณแมทใจร้อนเหมือนเดนนิสเลย จะชังก็ไม่ได้ จะเกลียดก็ไม่ลง..จะรักก็ยังไม่ได้..คงต้องติดตามต่อไป ขอบคุณน่ะค่ะ 5555 คนที่คอสตาริก้า เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #73
    0
  7. #72 niramol (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2557 / 13:56
    ขอบคุณคะ
    #72
    0
  8. #69 SamaChan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 21:37
    พระเอกไรท์นี่ต้นเรื่องใจร้ายกับนางเอกทุกคนเลยนะเนี่ย
    #69
    0