เล่ห์ร้ายร่ายรัก

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 อุบัติเหตุแรกพบ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,858
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 335 ครั้ง
    9 พ.ค. 61



“มองอะไร” พีชยาถามเสียงแข็งกลบเกลื้อนหัวใจที่ไหววูบอย่างแรง มือบางพยายามผลักไสร่างหนาออกห่าง แต่ร่างหนาก็หาได้ไหวติง

แมทธิวมองริมฝีปากอิ่มสวยที่ขยับขึ้นลงพ่นคำด่าเขาอย่างแสบสันเขม็ง...

เขาอยากรู้จริงๆ ว่าริมฝีปากสวยๆ นั่นมันจะหวานเหมือนหน้าตาของเธอหรือว่าจะขมเหมือนคำพูดของเธอกันแน่ และไม่ใช่แค่คิดเมื่อริมฝีปากได้รูปฉกวูบมาที่ริมฝีปากที่เพิ่งเอื้อนเอ่ยคำแสบๆ ร้อนๆ ออกมา พิสูจน์ในสิ่งที่เขาอยากรู้ทันที

มือหนารั้งท้ายทอยของหญิงสาวเข้ามาแนบชิดอย่างรวดเร็ว มือเล็กที่พยายามผลักไสไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อเขาแต่อย่างใด ริมฝีปากอิ่มสวยถูดบดเบียดด้วยริมฝีปากได้รูป กดเม้มหนักซ้ำๆ หลอกล่อให้คนด้อยประสบการณ์เผลอเปิดปากขึ้น ก่อนจะแทรกลิ้นอุ่นร้อนเข้ามาในโพรงปาก สำรวจ ฉกชิมความหวานปานน้ำผึ้งอย่างช่ำชองเชี่ยวชาญ ปลายลิ้นตวัดเกี่ยวพันดูดดึงลิ้นเล็กอย่างหิวกระหายจนกระทั่งพอใจ

ชายหนุ่มถอนจุมพิตออกมาจากริมฝีปากอิ่มอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาคมจ้องมองหญิงสาวที่กำลังหอบหายใจแรงด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะพึมพำสิ่งที่คิดในใจออกมาเบาๆ

“อืม ก็หวานนี่”

คำพูดสั้นๆ ประหยัดถ้อยคำไม่ได้ทำให้พีชยาเข้าใจเท่าไรนัก หรืออาจเป็นเพราะสมองของเธอยังมึนงง หลงอยู่ในฤทธิ์จุมพิตเร่าร้อนเมื่อครู่อยู่ก็ไม่รู้ถึงทำให้เธอคิดอะไรไม่ออก

แมทธิวฉวยโอกาสตอนที่หญิงสาวกำลังสับสน ก้มลงไปตักตวงความหอมหวานจากริมฝีปากสวยอีกครั้งอย่างหิวกระหาย มือหนาที่โอบกระชับลูบไล้แผ่วเบาส่งความร้อนจากฝ่ามือผ่านเนื้อผ้าบางเบาเปียกชุ่มและเปรอะโคนสู่เรือนร่างเนียนนุ่ม

ริมฝีปากได้รูปบดเบียดดุนดันบังคับให้ริมฝีปากนุ่มเผยอออกอีกครั้ง ก่อนที่จะส่งลิ้นร้อนชื้นเข้าไปหยอกล้อกับลิ้นเรียวเล็ก

ความหวามไหวที่ได้รับทำให้พีชยาเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว แมทธิวเผยยิ้มอย่างพอใจเมื่อได้ยินเสียงครางผะแผ่วของคนในอ้อมแขน และยิ่งได้ใจมากขึ้นอีกเมื่อเจ้าของริมฝีปากที่เขาพิสูจน์แล้วว่าหวานเพียงใดเริ่มตอบสนองจุมพิตของเขาอย่างไร้เดียงสา จุมพิตอ่อนหวานเมื่อครู่จึงเพิ่มความร้อนแรงเรียกร้องขึ้นไปอีกเท่าตัว จนร่างบางอ่อนระหวยอยู่ในอ้อมแขน

 

จ้าของริมฝีปากอิ่มสวยได้แต่นั่งนิ่งตัวเกร็ง ชาวาบไปทั่วตัว หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกนอกอก ท้องน้อยยังรู้สึกวูบโหวงปั่นป่วน ทำอะไรไม่ถูกกับสัมผัสหวามไหวและความรู้สึกแปลกใหม่ที่ได้รับ

                ริมฝีปากแดงเรื่อจากการถูกบดเบียดเมื่อครู่ยังบวมเจ่อ ใบหน้าหวานก้มต่ำไปกล้าสบตาพราวระยับคู่นั้น พีชยาไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายเรียกร้องและตอบสนองเขาอย่างหน้าไม่อาย หญิงสาวเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าหวานแดงขึ้นเรื่อยๆ พอตั้งสติได้ความวาบหวามและความอายก็กลายเป็นความกรุ่นโกรธ

                “ถ้าคุณไม่อยากตายก็ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” ร่างเล็กเริ่มดิ้นรนออกจากอ้อมกอดแข็งแรงทันทีที่ได้สติ

                “ไม่ปล่อย” ไม่พูดเปล่าเมื่อคนเจ้าเล่ห์กดริมฝีปากได้รูปบนแก้มนวลหนักๆ อย่ามันเขี้ยว แอบสูดเอากลิ่นสาบสาวเข้าปอด

                “อี้ อีตาบ้า ปล่อยฉันนะ” เสียงใสตะโกนลั่นรถ และดังขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ ของเจ้าของเสียง

                “ไม่ปล่อย มีอะไรไหม” แมทธิวว่าอย่างยียวน ชายหนุ่มถูคางที่สากด้วยไรหนวดจางๆ กับแก้มเนียนเบาๆ จงใจแกล้ง จนขนทั่วกายสาวลุกซู่ รู้สึกทั้งแสบทั้งจั๊กจี้

คนโดนแกล้งอยากร้องกรี๊ดออกมาดังๆ ร่างกายสั่นเทาด้วยความโมโห พยายามรวมรวบกำลังทั้งหมดผลักร่างสูงออก ก่อนจะสะบัดมือบางที่กำแน่นใส่ใบหน้าหล่อเหลาเต็มแรง

                แมทธิวตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เกิดมาไม่มีใครเคยตบเขามาก่อน แม้แต่รอยขีดข่วนก็ยังเคยไม่มี แต่ผู้หญิงคนนี้กลับกล้า ‘ต่อยหน้าเขา’


^........................^


ใจจริงชายหนุ่มก็อยากจะโกรธ แต่เขาคงชอบหญิงสาวตรงหน้าเข้าให้เสียแล้ว เพราะขนาดถูกเธอต่อยหน้า เขายังไม่รู้สึกโกรธเลยสักนิด แถมจุมพิตอ่อนหวานที่ได้รับ เขาคิดว่ามันก็คุ้มค่ากับการโดนต่อย

สงสัยเขาต้องเป็นโรคจิตไปแล้วแน่ๆ ยิ่งเห็นหญิงสาวโกรธเขาก็ยิ่งอารมณ์ดีขึ้นอีก ขนาดหญิงสาวด่าเขาป่าวๆ เขายังไม่รู้สึกอะไรสักนิดกลับรู้สึกดีด้วยซ้ำไป

                ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาต้องการผู้หญิงคนนี้ ต้องการทั้งหมดไม่ใช่แค่การจูบ ตั้งแต่ริมฝีปากอิ่มหวานฉ่ำ แก้มนุ่มเนียน ลำคอระหง แผ่นหลังบอบบาง เอวขอดกิ่ว สะโพกพ่ายกลมกลึง แม้แต่ขาเรียวงาม เขาต้องการสัมผัสเธอทั้งเนื้อทั้งตัว ไม่ใช่แค่เพียงจูบเดียว

ถึงแม้ในชีวิตของเขาจะผ่านผู้หญิงมากมาย แต่ผู้หญิงคนนี้กลับปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนของเขาได้โดยที่เธอไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ ขนาดเธอทั้งพยศ ทั้งไม่ยอมเขา ทั้งวิ่งหนี แต่เขาก็ยังต้องการเธอ อยากปราบพยศเธอ เขาอยากรู้ว่าเธอจะแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ ของเขาไหม

แต่เขาเชื่อ... เชื่อว่าอีกไม่นานเขาก็คงจะเบื่อผู้หญิงคนนี้แล้วก็เลิกรากันไปเหมือนผู้หญิงที่ผ่านมาของเขา มันคงเป็นแค่การอยากเอาชนะเท่านั้น ใช่! เขาแค่ต้องการเอาชนะเธอ

สำหรับเขา ผู้หญิงก็เป็นเพียงที่ระบายความใคร่ เขาไม่ชอบการผูกมัด ไม่อยากเอาห่วงมาคล้องคอตัวเองให้เป็นภาระวุ่นวาย ผู้หญิงก็เหมือนกันหมด เรื่องมาก เรียกร้องไม่มีที่สิ้นสุด อยู่แบบนี้เขาก็มีความสุขดีอยู่แล้ว...

                “ถ้าลงจากรถคราวนี้ผมไม่ทำแค่จูบแน่” แมทธิวหลุดออกจากความคิดของตัวเองทันที เพราะเป็นอีกครั้งหญิงสาวพยายามจะลงจากรถ

                ทันทีที่ได้ยินคำขู่ มือบางที่กำลังผลักประตูออกก็ชะงัก แต่แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนที่คนโดนขู่จะผลักประตูออกและก้าวลงจารถอย่างรวดเร็ว  

                “คิดว่าฉันกลัวเหรอ เชอะ! ตาบ้า! โรคจิต! สติไม่ดี! หลงตัวเอง! บ้าอำนาจ! กล้าดียังไงยะถึงมาจูบฉัน แล้วคิดว่าตัวเองเป็นใคร ใหญ่มาจากไหน ทำไมฉันถึงต้องเชื่อฟังคำสั่งของนายด้วย”

ลงจากรถได้ร่างบางก็เดินดุ่มๆ จากไปทันที โดยไม่สนว่าที่นี่ที่ไหน แล้วจะไปที่ไหนต่อ ปากอิ่มสวยขยับขึ้นลงด่าทอเจ้าของรถคนหรูที่ปล้นชิงจูบแรกของเธอไปอย่างไม่เต็มใจยืดยาว...

‘ไม่เต็มใจหรือเปล่า’ จู่ๆคำๆนี้ผุดขึ้นมาในใจจนพีชยาต้องสะบัดหัวไล่มันออกไป

‘ไม่! ฉันไม่ได้เต็มใจ สักนิดก็ไม่เต็มใจ’ หญิงสาวได้แต่บอกตัวเองซ้ำๆ เช่นนั้น

                “ขึ้นรถ!” แมทธิวเปิดเลื่อนกระจกรถลงแล้วตวาดลั่น

                “ไม่!” เสียงหวานตวาดแหวกลับทันควัน หญิงสาวเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก แต่รถคันหรูสีดำมันปลาบก็ยังขับตามมาเรื่อยๆ ไม่ลดละ

“ผมจะบอกเป็นครั้งสุดท้าย...ขึ้นรถ!” แมทธิวสั่งอีกครั้ง เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้างกับความดื้อด้านของหญิงสาว

                “ไม่” เสียงหวานตวาดกลับอย่างไม่กลัวเกรงต่อคำขู่ๆ ของชายหนุ่ม

“อย่าเสียใจทีหลังนะ” ชายหนุ่มประกาศก้อง ทำเอาคนฟังรู้สึกหวั่นๆ แต่ก็ยังเก็บอาการไว้อย่างแนบเนียน เท้าเล็กยังก้าวต่อไปข้างหน้าไม่ยอมหยุด

                “เอี๊ยด!!” เสียงล้อรถครูดไปกับถนนดังสนั่น ปาดหน้าร่างระหงในระยะประชันชิดจนคนที่กำลังจ้ำอ่าวแทบแบกไม่ทัน

                ใบหน้าหวานหันขวับมามองคนขับ ดวงตาวาวโรจน์ แต่กลับพบว่าคนที่ลงมาจากรถก็มีอาการเช่นเดียวกัน

“ขึ้นรถ!” พีชยาสะดุ้งเฮือก เมื่อเสียงกระด้างตะคอกดังลั่นอย่างมีน้ำโห

ดวงตาน้ำตาลทองวาวโรจน์ คนที่เคยควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เป็นอย่างดีในทุกๆ สถานการณ์เริ่มระงับอารมณ์ไม่ไหว กระชากเสียงใส่ร่างบางอย่างลืมตัว

“ฉันบอกว่า ไม่!ไม่!ไม่! ไม่ได้ยินหรือไง หรือว่าหูหนวก สมองไม่ปกติถึงได้ฟังไม่รู้เรื่อง อย่ามายุ่งกับฉัน” พูดจบร่างบางหันหลังเดินหนีไปอย่างกระแทกกระทั้น

                “บ้าเอ้ย!”

แมทธิวสบถออกมาอีกครั้ง ร่างสูงสาวเท้าไม่กี่ก้าวก็คว้าเอาร่างบอบบางของพีชยาที่พยายามเดินหนีไว้ได้ ‘นี่คงเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่คนอย่าง แมทธิว เคนตัน ต้องมาวิ่งตามผู้หญิง’

“ผมจะบอกคุณอีกครั้งนะ ว่าผมไม่ทำตามคำสั่งใครนอกจากตัวเอง”

ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าไปใกล้ใบหน้าหวาน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องเข้าไปในดวงตาสีนิลบ่งบอกว่าเขาคราวนี้เขาเอาจริง!


^........................^

 

                “บ้านคุณอยู่ที่ไหน ผมจะไปส่ง” แมทธิวว่าเสียงเรียบพลางดึงร่างเล็กๆ ที่หยุดพยศหลังโดนขู่ กลับมายัดใส่รถคันหรูอีกครั้ง

                “ไม่ต้อง ฉันกลับเองได้” แม้จะยอมเดินตามอย่างว่าง่าย แต่ริมฝีปากเล็กๆ ยังคงเถียงฉอดๆ ไม่ลดละ

                “ผมจะบอกคุณเป็นครั้งสุดท้าย ผมไม่ทำตามคำสั่งของคุณ เพราะฉะนั้นบอกผมมาว่าบ้านคุณอยู่ไหน ไม่งั้นคุณจะได้ไปอยู่ที่บ้านผมแทน” แมทธิวอดคิดเองไม่ได้ว่าถ้าเขาพาผู้หญิงคนนี้ไปอยู่ที่บ้านของเขาจริงๆ มันจะเป็นยังไงนะ แค่คิดใบหน้าหล่อเหลาก็สว่างไสวไปด้วยรอยยิ้มที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว

                พีชยากัดริมฝีปากไว้แน่น เธออยากข่วนหน้าผู้ชายที่ยิ้มพออกพอใจที่กลั่นแกล้งเธอได้จริงๆ แต่เนื่องจากไม่สามารถทำอะไรคนตรงหน้าได้ เธอจึงถลึงตาจ้องไปยังใบหน้าคมคายที่เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มนั่นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแทน

แต่อากัปกริยานั้นมันกับน่ามอง น่ารักน่าชังสำหรับคนที่มองอยู่ รอยยิ้มกว้างจึงเผยขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง และรู้สึกว่าจะไม่ยอมหุบอีกด้วย

เมื่อถลึงตาใส่ แต่เขากลับไม่รู้สึกรู้สาใดๆ แถมยังทำให้รอยยิ้มบนริมฝีปากได้รูปแย้มกว้างขึ้นอีก พีชยาจึงสะบัดหน้าหนีหันออกไปนอกหน้าต่าง

“ตกลงบ้านอยู่ไหน”

“อยู่...” พีชยาพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ประชดเขา แต่ก็ยอมบอกที่อยู่ให้เขารู้ พอบอกเสร็จเธอก็เบนหน้ากลับไปที่หน้าต่าง แล้วทำตัวเงียบกริบ ราวกับไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้

ทว่าเสื้อผ้าที่เปียกชื้นบวกกับแอร์ที่เย็นฉ่ำก็ทำให้ร่างบางสั่นระริก ฟันกระทบฟันดังกึกๆ

“ใส่ซะ” จนคนที่นั่งข้างๆ ทนไม่ไหว

คำพูดประหยัดถ้อยประหยัดคำพร้อมๆ กับสูทสีเทาเข้มเนื้อดีที่ยื่นมาให้ ทำเอาพีชยาต้องหันกลับไปมองชายหนุ่มอย่างประหลาดใจ  อยากเอ่ยปฏิเสธแต่เมื่อเห็นสายตาโลมเลียที่จ้องตรงมายังหน้าอกของตัวเอง เธอจึงจำใจรับสูทมาคลุมร่างตัวเองเอาไว้

                “คุณชื่ออะไร?” แมทธิวเอ่ยถาม ในขณะที่พารถยนต์คันโปรดพุ่งทะยานไปข้างหน้าตามเส้นทางที่หญิงสาวที่นั่งข้างๆ บอก... ซึ่งฟังจากน้ำเสียงแล้ว คนบอกคงไม่เต็มใจเท่าไรนัก

                “ถามทำไม!” พีชยากระแทกเสียงเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอไม่พอใจ และไม่อยากตอบ

                “ก็แค่อยากรู้”

                “ไม่จำเป็น เพราะคุณกับฉัน เราคงไม่ได้เจอกันอีกแน่นอน”

น้ำเสียงที่ใช้เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ แต่เมื่อหันไปเห็นรอยยิ้มร้ายกาจบนซีกหน้าคมคาย มันกลับทำให้ความมั่นใจของเธอลดฮวบจนเกือบติดลบ ทำไมนะ แค่รอยยิ้มที่กระตุกขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั่น กลับทำให้เธอคิดว่าเธอกับเขาต้องได้เจอกันอีกแน่นอน และในเร็วๆ นี้ด้วย

                “ถึงแล้ว”

พีชยาบอกพลางชี้นิ้วให้คนขับรถกิตติมศักดิ์รู้ว่าบ้านของเธอหลังไหน และทันทีที่รถจอดสนิทหญิงสาวก็ก้าวลงจากรถทันที ร่างระหงหันหลังเดินจากไปอย่างกระแทกกระทั้น  แต่ก็อดแปลกใจกับหัวใจของตัวเองไม่ได้ เพราะมันเต้นแปลกๆ ทั้งแรงและรัว เพียงแค่คิดว่าเธอจะได้เจอกับเขาอีก...

 

                มื่อเห็นบ้านหลังที่หญิงสาวบอกว่าเป็นบ้านของเธอ รอยยิ้มร้ายกาจก็ผุดขึ้นมาตรงริมฝีปากได้รูป ความคิดบางอย่างจุดประกายนัยน์ตาสีทองให้ทอแสงเจิดจ้าสมใจ

“เธอหนีฉันไม่พ้นหรอกสาวน้อย” แมทธิวพำพึม มือหนาหยิบมือถือออกมา นิ้วเรียวยาวกดเบอร์ของบอดี้การ์ดคนสนิททันที

                “ครับ คุณแมทธิว”

                “แจสเปอร์ นายว่าบ้านเด็กกำพร้าที่เราจะรับอุปถัมภ์ชื่ออะไรนะ”

“...”

“ใช่บ้านเตชะสกุลไหม” ปลายสายไม่ทันได้ตอบ คนใจร้อนก็ชิงถามต่อเสียก่อน และรอคอยคำตอบอย่างลุ้นระทึก หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

                “ใช่ครับ” แจสเปอร์ เฮล บอดี้การ์ดฝีมือดีตอบรับ

                “ดี งั้นนายไปหาข้อมูลมาว่าที่บ้านหลังนั้นมีใครอยู่บ้าง ทุกคนเกี่ยวข้องกันยังไง ขออย่างละเอียด และเร็วที่สุดด้วย... อ้อ แจสเปอร์ ฉันต้องได้มันทันทีที่ฉันถึงบริษัท”

                “ครับ” บอดี้การ์ดคนสนิทนิ่งมองโทรศัพท์มือถือของตัวเองอย่างงงๆ แม้จะไม่เข้าใจว่าผู้เป็นนายคิด และต้องการทำอะไรกันแน่ แต่บอดี้การ์ดมืออาชีพอย่างเขาก็ต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

                “แล้วเจอกัน สาวน้อยของฉัน” ร่างสูงเอกเขนกด้วยท่วงท่าสบายๆ พึมพำเบาๆ ด้วยรอยยิ้มมาดร้าย ก่อนจะพาพาหนะคันโปรดทยานไปข้างหน้าพร้อมกับฮึมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 335 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,511 ความคิดเห็น

  1. #4009 กระต่ายน้อย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 09:33

    รออยู่นะ

    #4,009
    0
  2. #5 พาชื่น (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 17:47
    ตามอยู่ทั้งสองเรื่องเลยค่าา
    #5
    0