หวนเล่ห์คืนนาง

ตอนที่ 33 : หวนคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,735 ครั้ง
    22 ก.ย. 63

ตำหนักเหลียนฮวา

พระพักตร์งามบิดเบี้ยวก่อนจะขว้างปาข้าวของอย่างระบายความอัดอั้น พระสนมหวังกุ้ยเฟยมิอาจคุมองค์เองให้สำรวมได้อีก เมื่อนางกำนัลคนสนิทมารายงานถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ มีหรือที่จะไม่อิจฉา จะมิให้ริษยาอย่างไรไหว ผู้ใดก็ทราบดีว่าเสลี่ยงของฮ่องเต้มิมีผู้ใดเคยได้นั่งมาก่อนแม้แต่ฮองเฮา เช่นนี้มิเท่ากับว่ายามนี้พระสนมหานเสียนเฟย จะมีน้ำหนักในพระทัยฝ่าบาทมากหรือ หมายความว่าอย่างไรกันที่จู่ๆหญิงไร้ค่าเช่นนางกลับมีเล่ห์เหลี่ยมล่อลวงฝ่าบาทได้ถึงเพียงนี้

"พระสนมเพคะ"ปิงเย่ นางกำนัลร่างท้วมวัยกว่าสี่สิบปี ใบหน้าร้อนรนเหงื่อกาฬไหลพลั่ก นางรับใช้พระสนมมาตั้งแต่ยังเยาว์ ทั้งยังรับหน้าที่ดูแลองค์ชายเจ็ดเป็นแม่นมให้แก่องค์ชาย ยังมิเคยเห็นพระสนมจะแค้นเคืองผู้ใดมากจนคุมสติมิอยู่เช่นนี้

"ต้องสืบให้ได้ว่านางทำอันใดกันแน่ หญิงนางนี้หลายวันมานี้ทีท่าเปลี่ยนไปจนข้ามิอาจวางใจได้อีก" ดวงเนตรงามหรี่ลงตวัดมองนางกำนัลคนสนิท

"เพคะบ่าวจะรีบสืบโดยไวเพคะพระสนม"ปิงเย่ว่าพลางพาเหล่านางกำนัลและขันทีหมอบอย่างตื่นกลัว

 

ตำหนักอิงฮวา

ทันทีที่ทราบข่าวพระสนมหานเสียนเฟย พระสนมหลงเต๋อเฟยก็เอื้อมพระหัตถ์หยิบชุดชาลายครามชั้นดีเหวี่ยงปาทิ้งจนแตกกระจาย พระพักตร์งามตึงเครียดขึ้นกว่าหลายส่วน เมื่อคืนอาจเป็นเหตุบังเอิญ แต่การลุ่มหลงจนให้ขึ้นเสลี่ยงนั้น มันย่อมมิใช่เหตุบังเอิญ พระนางประมาทเล่ห์กลพระสนมหานเสียนเฟยมากเกินไป

"คืนนี้ด้วยใช่หรือไม่"สุรเสียงแหลมเล็กตวาดถามนางกำนัล

"เพคะ เห็นว่ายามนี้ฝ่าบาททรงเสด็จไปแล้ว ลือว่านำรังนกแดงพันปีให้ขันทีนำไปด้วยเพคะ"ชุยหลางเอ่ยพลางหลุบตาต่ำ ก่อนจะเบี่ยงกายหลบแจกันกระเบื้องที่นายหญิงขว้างมาได้อย่างหวุดหวิด 

"พระสนมโปรดระงับโทสะด้วยเพคะ"เฉินอิงนางกำนัลร่างบางวัยกว่าสี่สิบรีบเอ่ยพลางนำข้ารับใช้คุกเข่าอย่างนอบน้อม

"โง่เง่า!โง่เง่านัก!คนที่ข้าส่งไปยามนี้ทำอันใดกันอยู่จึงปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ได้กัน!" สุรเสียงที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ ยังคงดังต่อเนื่องเป็นระยะ  

 

ตำหนักเหม่ยฮวา

"นังแพศยา!"พระสนมหรูซูเฟยตวาดลั่นพลางล้มโต๊ะเสวยจนถ้วยชามกระเบื้องร่วงล่นแตกกระจาย อาหารชั้นเลิศตกแต่งอย่างสวยงาม หกเลอะทั่วห้องโถงท่ามกลางความเสียดายของเหล่าข้าราชบริพาร ที่ยังมิได้ทานอะไรต่างลอบกลืนน้ำลายกันอย่างหิวโหย

"พระสนมเพคะโปรดระงับโทสะด้วยเพคะ"ซินฉ่างพาเหล่านางกำนัลและขันทีหมอบเคารพอย่างนอบน้อม

"นังสารเลวนั่น มันจะลองดีกับข้าใช่หรือไม่!"พระสนมหรูซูเฟยตรัสอย่างแค้นเคือง แววพระเนตรเห่อร้อนแดงก่ำ คืนนี้เป็นคืนที่ฮ่องเต้ต้องเสด็จมาเยือนตำหนักของพระนาง แต่รอกว่าสองชั่วยามกลับไร้วี่แววใดจนขันทีคนสนิทมาแจ้ง ว่าฝ่าบาทเปลี่ยนพระทัยไปค้างยังพระตำหนักเถาฮวา ยิ่งนึกคิดขึ้นมาคราใดก็ยิ่งแค้นเป็นเท่าทวีคูณ พระหัตถ์บางบีบกำแน่นสีพระพักตร์บิดเบี้ยวอย่างมิอาจคุมได้อีก

"พระสนม"ซินฉ่างดวงหน้าแดงก่ำ โกรธแค้นแทนนายสาวไปด้วยแต่ก็มิอาจทำสิ่งใดได้ ความกังวลยามนี้มีเพียงสายพระโลหิตของโอรสสวรรค์ในครรภ์ของนายหญิง

"ป่าวประกาศออกไปว่าข้าตั้งครรภ์!"พระสนมหรูซูเฟยเปล่งสุรเสียงแหลมเล็ก ก่อนสาวพระบาทเข้าไปยังห้องสรงน้ำ เพื่อชำระกายจากคราบน้ำมันเศษอาหารที่หกเลอะกาย

"พระสนมได้โปรดตรองดูก่อนเถอะเพคะ"ซินฉ่างนางกำนัลเอ่ยอย่างเป็นกังวลพระครรภ์ยังอ่อนนักหากทำเช่นนี้ มิเท่ากับว่านำภัยร้ายมาสู่ตัวหรือ สกุลหรูใช่ว่าจะยิ่งใหญ่เทียบสกุลอื่นเป็นเพียงคหบดีลำดับสามของแคว้นเว่ย แม้จะร่ำรวยแต่ไร้อำนาจต่อรองใด หากมิใช่พระสนมในอดีตงามล้ำเหนือใครถวายงานบ่อยครั้งจนให้ประสูติองค์ชายรองแล้วไซร้ มีหรือจะขึ้นมาอยู่ตรงนี้ได้

"โง่เง่าหรืออย่างไร!ยามนี้นังแพศยาเสวี่ยเว่ยเดินหมากแล้ว แม้จะห่างกันนักแต่เสวี่ยเว่ยนับว่ามีปัญญาเป็นเลิศ หากนางมิยอมโอนอ่อนเจ้าคิดว่าข้าจะเอาอะไรผูกมัดเสด็จพี่จากนางจิ้งจอกนี่ได้กัน" นับว่าน้อยครั้งนักที่พระสนมจะทรงมีโทสะถึงเพียงนี้ จนตวาดต่อว่านางกำนัลคนสนิทต่อหน้าข้าราชบริพาร เหล่าข้ารับใช้ชั้นผู้น้อยจึงเกร็งแข็งไปตามๆกัน

"เข้าใจแล้วเพคะพระสนม"ซินฉ่างกล่าวเพียงเท่านั้นก็รีบจัดการโดยไว

 

จวนสกุลโอวหยาง

เรือนกลางเยื้องไปท้ายจวนไม่ห่างกันเท่านัก โอวหยางเสวี่ยหนี่ว์หยิบมีดจ้วงแทงกระต่ายป่าขนสีเทาดำอย่างอัดอั้น ใบหน้าเล็กบิดเบี้ยวอย่างเคืองจัดเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในสำนักศึกษา นางถูกผู้คนมองอย่างหยามเยียดตั้งแต่เมื่อครั้งที่ลงจากรถม้าคันเล็กไร้การประดับใด เป็นการแบ่งแยกระดับชนชั้นของคุณหนูอย่างชัดเจน เพราะนางเป็นเพียงบุตรสาวอนุเช่นนั้นหรือนางจึงถูกปฏิบัติเช่นนี้ มือบางกุมมีดด้ามเล็กปลายแหลมแทงร่างกระต่ายน้อยจนพรุน 

อาลี่และอาหลิวเห็นดังนั้นก็มิได้เอ่ยคำใด ทราบดีว่าโอวหยางเสวี่ยหนี่ว์เป็นคนเช่นใด ทางที่ดีความเว้นระยะห่างจะปลอดภัยเสียมากกว่าจึงเรีบเข้าไปยังห้องนอนของนายหญิง อนุสองฝูตานยังคงอ่อนแรงมากอยู่หากแต่วันนี้กลับมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมมากนัก เห็นสีหน้าสาวใช้คนสนิทมิสู้ดีนัก ร่างบางจึงเหยียดกายเอนกับพนักเตียงเอ่ยถามอย่างสงสัย

"อาลี่อาหลิวเกิดอันใดขึ้นกัน เหตุใดใบหน้าพวกเจ้าใยซีดเผือดเช่นนั้นเล่า"อนุสองเอ่ยถามพลางยกยิ้มบางให้สาวใช้คลายใจในอาการของตน

"มิได้เจ้าค่ะนายหญิง มิมีอันใดเลยนายหญิงพักผ่อนให้มาก อย่ากังวลนะเจ้าคะ"อาหลิวว่าพลางกุมมือบางนายหญิงไว้มั่น

"วันนี้เกิดเรื่องยุ่งในเรือนฮูหยินรองน่ะเจ้าค่ะ แต่ยามนี้เสียงเงียบสงบลงมากแล้วคงมิมีอันใดเจ้าค่ะ"อาลี่ว่าพลางยกน้ำอุ่น หยิบผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาดส่งให้อาหลิวเช็ดหน้านายหญิง

"หนี่ว์เอ๋อร์กลับมาแล้วหรือไม่"เสียงแผ่วเบาแต่กลับทำให้สองสาวใช้ชะงักงันไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ

"กลับมาแล้วเจ้าค่ะ ยามนี้มีอาซิ่วดูแลอยู่มิห่างเจ้าค่ะ"อาหลิวว่าพลางหลุบตาต่ำ อดสงสารอาซิ่วมิได้ ใบหน้าบวมช้ำมิรู้ว่าวันนี้โอวหยางเสวี่ยหนี่ว์พานพบเรื่องใดเข้าจึงระบายอารมณ์กับอาซิ่วถึงเพียงนั้น เด็กสาววัยเพียงสิบหกกล้ำกลืนฝืนทนด้วยสัญญาทาสที่มีในมือเสวี่ยหนี่ว์ยากนักจะทอดทิ้งอีกฝ่ายไป

"เช่นนั้นก็ดีแล้ว ช่วงนี้หนี่ว์เอ๋อร์ใกล้สอบเลื่อนขั้นแล้ว เอาใจนางหน่อยอย่างไรนางก็เป็นลูกข้า"นายหญิงว่าพลาง ลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ด้วยมิรู้เหตุใดบุตรสาวจึงมิมีความสุขุมใจเย็นดังนางแม้เพียงนิด

"เจ้าค่ะ"อาลี่ อาหลิวรับคำก่อนจะช่วยนายหญิงเช็ดตัวผลัดผ้าให้เรียบร้อยจะได้นอนพักหลับต่อได้อย่างสบายตัว

อาซิ่วใบหน้าบวมช้ำยืนน้ำตาคลอมองโอวหยางเสวี่ยหนี่ว์ที่เริ่มเลาะหนังกระต่ายราวกับคนเสียสติ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนไหวสั่นอย่างตื่นกลัวมิคาดคิดว่าตนจะต้องมารับใช้คุณหนูผู้นี้

"สารเลว นังฮวนเล่อ ข้าจะฆ่าเจ้าเลาะหนังเจ้าเช่นนี้ในสักวันหนึ่ง คอยดู!" โอวหยางเสวี่ยหนี่ว์ว่าพลางกระชับมีดเล็ก ในมือจ้วงแทงกรีดหน้ากระต่ายจนเละ ในห้วงคำนึงเอาแต่คะนึงถึงใบหน้าของโอวหยางฮวนเล่อยามสนทนากับองค์ชายเจ็ด ทั้งยังนึกถึงสายพระเนตรคมขององค์ชายสี่ที่ทอดมองโอวหยางฮวนเล่อจากที่ไกลๆ เหตุใดสองบุรุษหนุ่มรูปงามในสำนักศึกษามิสนใจตัวนางบ้าง โอวหยางฮวนเล่อมีดีตรงที่ใดกัน

 

ตำหนักเถาฮวา

ยวิ๋นกวางนำเหล่าข้ารับใช้กว่าสิบนางมายืนรอรับการเสด็จจากนายเหนือหัวอย่างพร้อมเพรียงกัน เมื่อวรกายสูงเสด็จมาถึงก็ลงจากเสลี่ยง พระขนงเรียวผูกขมวดอย่างมึนงงเมื่อไม่พบร่างบางที่ถวิลหาตลอดวัน

"ถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ"ยวิ๋นกวางพาเหล่าข้ารับใช้หมอบอย่างรู้งาน 

"พระสนมเล่า"เสียงทุ้มดังก้องกังวานเจือโทสะเล็กน้อยก่อนจะเสด็จผ่าน

"พระนางมีไข้ขึ้นสูงยามนี้ยังไม่ตื่นบรรทมเพคะ"น้ำเสียงสั่นเครือของนางกำนัลคนสนิท ทำให้พระทัยเต้นสั่นรัวแรงรีบเร่งฝีพระบาทก้าวย่างอย่างรวดเร็วตรงเข้าไปยังห้องบรรทม

พระแท่นบรรทมกว้างมีถาดถ้วยโอสถที่ยังมิได้เสวยวางอยู่บนโต๊ะเตี้ย พระพักตร์งามแดงระเรื่อหลับใหลอย่างมิรู้ตัว ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอชวนให้วรกายสูงศักดิ์พอคลายพระทัยลงได้บ้าง พระองค์มิใช่บุรุษขลาดเขลา นางทนทรมานเช่นนี้ย่อมเพราะมิอยากให้เรื่องราวที่นางไปคุกเข่าตากแดดนานจนล้มป่วยเป็นที่ครหาของผู้คน ทั้งยังเสื่อมพระเกียรติฮองเฮาด้วย เมื่อตรองดูแล้วเหตุใดเขาถึงเพิ่งสังเกตนางกัน ไข่มุกล้ำค่าเม็ดงามถูกหลงลืมไปนานเพียงใด 

แพรขนตาหนาขยับเคลื่อนไหวเพียงครู่พระสนมราวกับเริ่มรู้สึกตัว ปรือเปลือกตากะพริบถี่หลายครั้ง ดวงเนตรเบิกโพล่งอย่างตกพระทัยเมื่อเห็นพระพักตร์รูปงามอ่อนกว่าวัยนักของพระสวามียืนจ้องมองอยู่ ดวงเนตรคมดุพยัคฆ์คู่นั้นจ้องมองมายังนางฉายชัดถึงความรักและห่วงใย

"เสด็จพี่ มาตั้งแต่เมื่อใดเพคะ"พระสนมตรัสพลางตวัดผ้าแพรที่คลุมร่างมิดชิดออกรีบลงจากพระแท่นบรรทมยอบกายให้ร่างสูง เผยให้เห็นเรือนร่างเย้ายวนในชุดผ้าไหมโปร่งบางเบาจนมองแทบทะลุผ้าได้ ใส่มิใส่มิได้ต่างกันนัก ตั้งแต่ลำคอลาดลงจนถึงไหล่มนสวยผิวขาวผ่องนวลเนียนดุจกระเบื้องเคลือบยามปกติ วันนี้กลับมีรอยแดงเข้มจนถึงเนินบนของทรวงอกใหญ่ ครึ่งบนนั้นมีรอยขอบอาภรณ์สีตัดเด่นชัดจากผิวกายที่มิได้โผล่พ้นอาภรณ์นัก

เห็นสายพระเนตรหวานซึ้งแปรเปลี่ยนเป็นความอยากกระหายวาบหวาม พระสนมจึงแสร้งกระแอมก่อนตรัส

"หลังทาโอสถรู้สึกมิค่อยสบายกายนักขออภัยนะเพคะ"ร่างบางรีบหันกายหนีอย่างเขินอาย

พระหัตถ์แกร่งรีบเอื้อมรั้งเอวคอดกิ่วมาใกล้ก่อนจะอุ้มร่างเบาหวิวแนบกายประทับยังพระแท่นบรรทม จรดพระนาสิกโด่งเป็นสันคมยังแก้มนวลอย่างรักใคร่

"ช่างยั่วเย้านักนะเจ้า"

"เปล่านะเพคะเสด็จพี่ปล่อยหม่อมฉันก่อนนะเพคะ"ร่างนวลแสร้งบิดกายเอียงพระพักตร์หลบเลี่ยงอย่างขวยเขิน

"มิได้ เจ้าต้องดื่มโอสถก่อน"ตรัสพลางรั้งร่างน้อยกระชับก่อนจะพยักพระพักตร์รับโอสถจากยวิ๋นกวาง มาป้อนให้คนดื้อรั้นดื่มบำรุง

"เสด็จพี่ ดื่มด้วยสิเพคะไม่เช่นนั้นน้องจะมิยอมดื่ม"ท่าทีขึงขังแสร้งเบือนหน้าหนีทำให้ร่างสูงยิ้มขัน ก่อนจะตักดื่มสลับป้อนร่างน้อยบนตัก

"อมยิ้มตรงนี้แล้วได้อะไรกัน ออกไปได้แล้ว ปิดประตูด้วยพรุ่งนี้เช้าอย่าได้ลืมปลุกเล่า"พระสนมหานเสียนเฟยแสร้งตำหนิยวิ๋นกวาง นางกำนัลช่างรู้หน้าที่ตนนัก รีบพยักหน้ารับคำก่อนจะปิดประตู เมื่อเรียบร้อยก็รีบนำของพระราชทานตรงไปยัง จวนสกุลโอวหยางโดยไว

คล้อยหลังยวิ๋นกวาง พระสนมหานเสียนเฟยก็เปลื้องผ้าบางที่ตกลาดไหล่ออกจนหมด เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเย้ายวน ดวงตาหวานซึ้งมองสบพระเนตรคม ฤทธิ์น้ำมันเต่าทองเขียวสำแดงเดช สองร่างกอดรัดโลมรันกันอย่างกระหาย

**ริมฝีปากบางเผยอออกอ้ารับลิ้นร้อนซุกซนของพระสวามีที่ควานหาความหวานจากปากบางอย่างมิรู้จักอิ่ม พระหัตถ์แกร่งมิอยู่เฉยเลื่อนไล้ร่างอวบอัดดึงรั้งร่างบางทับกายตน พระสนมเองก็มิอยู่เฉยมือบางลูบไล้แผงอกกว้าง ปลดฉลององค์อย่างรวดเร็ว 

เสียงครางในลำคอจากอีกฝ่ายเผยให้นางรู้สึกได้ว่าร่างสูงพึงใจเพียงใด มือบางจึงโอบรอบลำคอของร่างสูงใต้ร่าง ถอนลิ้นเล็กออกจากโพรงปากร้อน ก่อนโลมเลียขบเม้มพระพักตร์สวามีอย่างรักใคร่ เลื่อนมือบางทั้งสองลงกลางอกไล้ไปทั่วแผงกว้างอย่างซุกซน ปากหวานขบเม้มดูดดึงใบหูไล่เรื่อยลงมายังลำคอ พลางกดสะโพกผายลงต่ำแนบชิดไปกับแก่นกายของร่างสูงเสียดไถไปมาอย่างปลุกเร้าขยับเคลื่อนไหวทุกส่วนพร้อมกันราวกับนางรำหลวงร่ายรำสร้างจังหวะได้อย่างลงตัว บทเพลงรักถูกบรรเลงตลอดคืน ท่วงทำนองช้าเร็วเข้าจังหวะถูกขับขานจวบจนรุ่งเช้าจึงหยุดลง**

 

เรือนรุ่ยเซียง

"คุณหนูทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ"จี้หลินว่าพลางค้อมกายอย่างนอบน้อมเมื่อภารกิจที่คุณหนูสาม ประสงค์ให้จี้หยางจัดการนั้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย

"ดี ลำบากพวกเจ้าแล้วขอบใจมาก ยามนี้ให้ทุกคนทำตัวตามปกติเพียงรอเท่านั้น"โอวหยางฮวนเล่อว่าพลางหยุดมือที่เขียน กระดาษใบเล็กก่อนจะหยิบเอาปิ่นเงินลวดลายเรียบง่ายของมารดาขึ้นมา หมุนไข่มุกประดับออกสอดกระดาษแผ่นบางเก็บซ่อนไว้ สิ่งนี้นางตั้งใจว่าจะส่งไปให้ถึงมือหานเสวี่ยเว่ยหรือพระสนมหานเสียนเฟยเมื่อมีโอกาส

"คุณหนูสิ่งนี้"ซู่ซู่มึนงงเมื่ออยู่ๆนายสาวก็ส่งปิ่นมาให้

"เก็บไว้ให้ดี ไม่แน่ว่าอีกหนึ่งหรือสองวันหากได้พบพระสนมหานเสียนเฟยจะได้นำสิ่งนี้ส่งมอบให้ ยามเมื่อความสาวโรยราความรักเมื่อครั้งอดีตอย่างไรก็มิอาจคงอยู่ได้ สิ่งนี้จะช่วยท่านน้าข้าได้มากนัก" โอวหยางฮวนเล่อว่าพลางเปลื้องผ้า เตรียมจะเข้าไปอาบน้ำแต่เสียงเอะอะหน้าเรือนจากเป้ยหนิงและเป้ยหลินดังขึ้นเสียก่อน

ใบหน้าเล็กหันมองต้นเสียงก่อนจะพยักหน้าให้จี้หลินและซู่ซู่ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็รีบออกมาหน้าเรือน แสร้งหน้าตาตื่นอย่างตกใจ 

"คารวะท่านแม่ คารวะพี่หญิงใหญ่เจ้าค่ะ"โอวหยางฮวนเล่อยอบกายนอบน้อมพลางแสร้งมึนงงราวกับมิรู้ว่าเกิดอันใดขึ้น

"ดึกดื่นเช่นนี้ต้องมารบกวนเจ้า มารดานับว่าเสียมารยาทนัก"จ้าวเย่วสิ่นเอ่ยพลางปรายตามองบุตรสาวเลี้ยงอย่างจับพิรุธ

"ตะวันเพิ่งตกดินเมื่อครู่ยังไม่ดึกเท่าใดมารดากังวลมากไปแล้วเจ้าค่ะ"โอวหยางฮวนเล่อว่าพลางยิ้มบาง ต่างฝ่ายจำต้องยกหน้ากากขึ้นสวมใส่ มิรู้ว่าผู้ใดจะถูกกระชากจนเผยธาตุแท้เนื้อในก่อนกัน ยามนี้โอวหยางฮวนเล่อมิมีทางถอยอีกแล้ว ยิ่งนานวันจ้าวเย่วสิ่นจะกำเริบมาเท่านั้น มาเช่นนี้ก็ดีนางจะได้เลิกแสร้งโง่เสียที ถึงเวลาที่นางจำต้องประจันหน้ากับหญิงมากเล่ห์ผู้นี้แล้ว

"ที่มาวันนี้ด้วยหยกของท่านแม่หายไป หาหลายที่แต่กลับมิพบ แม้มิอยากสงสัยผู้ใดแต่จำต้องค้นให้ทั่วน้องหญิงคงเข้าใจท่านแม่" โอวหยางม่านอิงว่าพลางดึงมือบางของน้องสาวมากุมไว้มั่น

"พี่หญิงคิดมากไปแล้วเจ้าค่ะ น้องย่อมเข้าใจมารดาดีกว่าผู้ใด ของหายย่อมอยากตามหา สิ่งใดที่สูญเสียไปย่อมอยากได้คืน เชิญเจ้าค่ะ"โอวหยางฮวนเล่อกล่าวพลางมองสบจ้าวเย่วสิ่น รอยยิ้มหวานหยดที่ส่งให้นั้นมิต่างจากใบมีดอาบน้ำผึ้ง 

"เล่อเอ๋อร์รักมารดาเหนือใคร น่ารักจริงเชียว อาหุ้ยเจ้าก็รีบค้นเสียหน่อยอย่าได้เสียเวลาลูกข้า" จ้าวเย่วสิ่นว่าพลางเดินนำเข้ามายังห้องโถง ซู่ซู่รีบสั่งการให้เป้ยหลินเป้ยหนิงรินชา 

อาหุ้ยและเหล่าสาวใช้แสร้งค้นหาจนทั่วกว่าครึ่งเค่อ เดินเข้าห้องนั้นออกห้องนี้ดูวุ่นวายไปหมด

"หากมิพบสิ่งใดก็กลับเถอะ"โอวหยางม่านอิงแสร้งเอ่ยพลางลุกขึ้นแต่แล้วอาหุ้ยก็เอ่ยขัด พลางหยิบหมอนเจ้าปัญหามายังตรงหน้าผู้เป็นนาย

 

 

 

**ในส่วนเครื่องหมายดอกจันทร์นั้นอาจถูกตัดออกเพื่อความเหมาะสมในแต่ละเว็บ ทั้งนี้ในส่วนนี้จะต่างจากเว็บรีดอะไรท์เล็กน้อย หากผู้อ่านประสงค์ข้อมูลเพิ่มเติมอ่านได้ที่รีดอะไรท์นะคะ ทั้งนี้ตรงส่วนนี้เพื่ออรรถรสเท่านั้นมิได้มีผลกับเนื้อเรื่องหลักแต่อย่างใด ขอบคุณค่ะที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมาค่ะ ราตรีสวัสดิ์ฝันดีทุกท่านนะคะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.735K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,940 ความคิดเห็น

  1. #1934 Suwimon_11 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 21:03
    เปลี่ยนคำเรียกฮ้องเต้ จากเสด็จพี่เป็นฝ่าบาทดีกว่ามั้ยคะ อ่านถึงพระสนมเรียกฮ้องเต้ว่าเสด็จพี่ทีไรมันดูแปลกๆไปยังไงไม่รู้ค่ะ
    #1,934
    0
  2. #978 i-am-Rada (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 18:50
    หืมมมม....อยากได้สัก 2ขวด🤭😅
    #978
    0
  3. #821 mitniyaya (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 23:32
    ว่าทักหลายตอนแล้ว ถ้าเป็นโบราณจีน ควรเป็นเกี้ยวนะคะ ไม่ควรเป็นเสลี่ยง
    #821
    4
    • #821-1 mfang2020(จากตอนที่ 33)
      4 ตุลาคม 2563 / 00:58
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ บทนี้ถามตัวเองอยู่พักใหญ่เลยค่ะว่าจะใช้คำไหนดี สุดท้ายเลือกเสลี่ยงไปเพราะเราถามตัวเองว่า เราอยากให้ผู้อ่านเห็นภาพอย่างไรในแวบแรกที่อ่าน เราเลยสมมุติเป็นตัวเองขึ้นมาค่ะ หากนึกถึงเกี้ยวภาพแรกที่เห็นคือเกี้ยวเจ้าสาว แต่เราหมายถึงเกี้ยวแบบ(เซียงเจี้ยว)เกี้ยวแบบไม่มีหลังคาปิดมีเพียงร่มกางแดด เราเลยเปลี่ยนใช้เสลี่ยงแทนไปค่ะ อย่างไรในฉบับอีบุ๊คผู้เขียนจะเพิ่มเติมส่วนนี้ให้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ^_^
      #821-1
    • #821-2 Wan_NY(จากตอนที่ 33)
      4 ตุลาคม 2563 / 11:12
      ถ้าอยากให้เห็นภาพก็บอกลักษณะของเกี้ยวไว้ท้ายตอนก็ได้นี่คะ จะได้ใช้คำที่ถูกต้อง คนอ่านจะได้อินด้วยค่ะ คืออย่างเราพอเจอคำว่าเสลี่ยงมันก้แบบ อิหยังวะ มาจากไหน ไรเงี้ยค่ะ
      #821-2
  4. #654 Airzaa1810 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 08:22
    น้องกระชากหน้ากากยัยแม่เลี้ยงเลยยยยย
    #654
    0
  5. #640 Oiljang89 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 16:55
    เมื่อไหร่พระสนมจะตั้งครรณ์ตอนนี้ฝ่าบาทมาหาบ่อยเป็นช่วงที่ดีที่สุด...ฝ่าบาทสมควรฝืนใจไปตำหนักอื่นบ้างมันจะได้ทำให้จิตใจฝ่าบาทรู้ว่าไม่ว่าอยู่กับใครก็ไม่รู้สึกดีมีความสุขเท่าอยู่กับพระสนมหาน
    #640
    0
  6. #605 kung09052521 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 23:56
    เมียน้อยกับพระสนม มีสิทธ์เรียกสามีว่าท่านพี่? ฝ่าบาท กับนายท่านมั้ยอะ
    #605
    0
  7. #604 kwinsupreme (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 22:04

    ตั้งหน้าตั้งตารอไรท์
    #604
    0
  8. #600 ployphatcharin22 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 21:12

    รออออออออ สนุกมากค่ะ

    #600
    0
  9. #594 Preen772 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 16:45
    ค้างงงงงงงง
    #594
    0
  10. #593 kadookkadikk (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 15:10
    รอออออออค่าาาาาา
    #593
    0
  11. #592 suawadee (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 08:21

    ได้ใจแม่
    #592
    0
  12. #590 30901 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 01:20
    ขอบคุณค่าสนุกมาก
    #590
    0
  13. #580 0914965913 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 19:11
    รอออออออ
    #580
    0
  14. #575 c_nattrisia (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 09:58

    อยากให้มาบ่อยๆ กำลังแซ่บเลยค่ะ

    #575
    0
  15. #574 zen (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 09:18

    อ่านเพลินอ่ะ

    #574
    0
  16. #573 scarlettmink (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 02:58
    รอวันเอาคืนน
    #573
    0
  17. #570 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 12:09

    พวกจ้าวเย่วสิ่นเนี่ยเลวไร้ที่ติจริงๆอย่างสมควร ที่จะให้อยู่ไม่สู้ตายทั้งหมดน่าจะดีนะคะเนี่ย

    #570
    0
  18. #568 planisa220519 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 10:32
    มีทำเป็นอีบุ๊คไหมคะ
    #568
    0
  19. #567 pizzzz (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 10:24
    มาบ่อย ได้มั้ยอ่ะ ติดงอมแงมเลย
    #567
    0
  20. #565 Nantanat_neung (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 09:49
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #565
    0
  21. #564 graybie (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 06:58
    รอตอนต่อไปค่ะ
    #564
    0
  22. #563 thunyarat111 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 06:24
    รอตอนต่อไปคร้าสนุกมาก
    #563
    0
  23. #562 nulovertoon (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 04:02

    สนุกมากลุ้นฉากต่อไปแล้ว
    #562
    0
  24. #561 fangfilmfern (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 03:12
    ติเหนักมากเวลานี้สนุกมากยิ่งอ่านยิ่งสนุกขอบคุณนะคะที่เขียนนิยายสนุดๆให้อ่าน😘😘
    #561
    0
  25. #560 rainy_blue_ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 01:50
    คืนนี้วังหลังของฮ่องเต้ช่างครึกครื้น
    #560
    0