หวนเล่ห์คืนนาง

ตอนที่ 3 : บทที่ สาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,304 ครั้ง
    18 พ.ย. 63

เพื่อเลี่ยงการตัดผ่านหน้าห้องโถงที่ใช้จัดงานในวันนี้ โอวหยางฮวนเล่อติดตามด้วยซู่ซู่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกประตูท้ายจวนก่อนจะรีบวิ่งอ้อมมายังหน้าจวน อาหยางคนขับรถม้าของจวน ชายหนุ่มรูปร่างอ้วนสูงใหญ่แน่นอนว่าพละกำลังนั้นไม่เป็นสองรองผู้ใดได้แต่มองหน้านายสาวอย่างมึนงง ด้วยวันนี้ทุกคนน่าจะอยู่ร่วมงานกันหมด เหตุใดโอวหยางฮวนเล่อติดตามด้วยซู่ซู่หลบออกมากลางคันเช่นนี้กัน

"อาหยางเจ้าจะจ้องมองหาอะไรกัน รีบออกรถม้าได้แล้ว"ซู่ซู่ตวาดก่อนอาหยางจะหวดแส้ใส่ม้าอย่างมึนงงเร่งรีบเข้าไปยังเมืองหลวง

ภายในรถม้าซู่ซู่ได้แต่มองใบหน้าซีดเซียวไร้เลือดของโอวหยางฮวนเล่ออย่างวิตก นายสาวหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนแต่กระนั้นก็ยังคงมีสติครบถ้วน นางเอื้อมมือเลิกผ้าม่านพลางตะโกนสั่งอาหยางที่บังคับม้าอยู่ 

"อาหยางรีบไปยังโรงเตี๊ยมอันจิ้ง เดี๋ยวนี้!"โอวหยางฮวนเล่อเอ่ยสั่งเสร็จก็หอบหายใจไปตลอดทาง

อาหยางที่ยังมึนงงรีบเร่งม้าตรงไปยังจุดหมายของนายสาวโดยไม่แวะพักที่ใด เพียงครึ่งชั่วยามก็มาถึง โอวหยางฮวนเล่อ ซู่ซู่ และอาหยางรีบเข้าไปในโรงเตี๊ยมสั่งน้ำชาพร้อมของว่างมาทานเสมือนแขกทั่วไป อาหยางและซู่ซู่นั้นมึนงงไม่น้อยว่าที่นายสาวต้องการออกจากจวนนั้นเพียงเพราะมาจิบชากับทานขนมว่างเท่านั้นหรือ แต่โอวหยางฮวนเล่อนั้นหาได้สนใจนางรีบตรงไปเลือกมุม นั่งโต๊ะที่สามารถมองออกไปนอกร้านและไร้สิ่งกีดขวางทางเดิน ทำให้สามารถวิ่งเข้าออกได้อย่างรวดเร็วเป็นจุดพัก นางทราบดีว่าวันนี้จะเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง นายหญิงน้อยยกชาขึ้นจิบรออย่างใจเย็นแสร้งมองไม่เห็นสีหน้ามึนงงของบ่าวรับใช้

เพียงหนึ่งก้านธูปต่อมาก็เกิดการทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรง คุณชายน้อยราวเจ็ดแปดขวบแอบออกมาเที่ยวเล่นพร้อมกับแม่นมชราที่ทนรบเร้าไม่ไหวจึงแอบพาคุณชายน้อยของจวนสกุลหานออกมาตามลำพัง หากแต่ก็ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์สามนายตรงเข้ามาทำร้ายอย่างจังถูกไม้พลองฟาดไม่ยั้ง เสียงกรีดร้องของแม่นมชราและคุณชายน้อยดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก

โอวหยางฮวนเล่อรีบตรงเข้าไปอุ้มเด็กชายน้อยไว้ ก่อนอาหยางจะตรงเข้าสู้กับคนร้ายซู่ซู่ได้แต่ร้องตะโกนให้มีคนมาช่วย นางกางแขนออกเอากายบังนายสาวไว้อีกที เสี่ยวเอ้อและคนงานในโรงเตี๊ยมอันจิ้งจึงรีบออกมาช่วยอย่างรวดเร็วในที่สุดก็จับคนร้ายได้ทั้งหมด หากแต่คนร้ายเหล่านั้นกลับเอามีดเชือดคอสังหารตนเองเสียตรงนั้น เลือดสดสีแดงฉานจากบุรุษเต็มวัยสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งบริเวณเปรอะเปื้อนชุดของเหล่าผู้อยู่ในเหตุการณ์รวมทั้งโอวหยางฮวนเล่อและซู่ซู่ด้วยเช่นกัน

คุณชายน้อยผู้ที่นางช่วยไว้ก็คือลูกพี่ลูกน้องของนาง ทายาทชายเพียงคนเดียวของจวนสกุลหานจวนอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายมีนามว่าคุณชายน้อยหานซือเหยียนเป็นบุตรชายคนเดียวของท่านน้ารองของนางและน้าสะใภ้รองจากสกุลเจียงบุตรสาวคนเดียวของเจ้ากรมอาญา

 

มารดาของโอวหยางฮวนเล่อนั้นเป็นบุตรสาวลำดับที่หนึ่งจากพี่น้องทั้งหมดสามคนของท่านตาซึ่งเป็นถึงอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย หานซือเฉิงและท่านยายเองก็เป็นบุตรสาวลำดับที่สองของสกุลถานสกุลคหบดีใหญ่ของแคว้นเว่ย

ท่านน้าสามของนางเป็นลูกหลงของท่านตาและท่านยาย ยามนี้มีอายุเพียงยี่สิบแปดปีเท่านั้น หากแต่ถวายตัวเข้ารับใช้องค์ฮ่องเต้ตั้งแต่สิบห้าหนาวยามนี้ดำรงตำแหน่งเป็นหานเสียนเฟยหนึ่งในสี่พระสนมเอกในฮ่องเต้องค์ปัจจุบันหากแต่ยังไร้ซึ่งทายาทสืบสกุลสถานะในวังหลวงจึงยังไม่มั่นคงเท่าใดนัก

เมื่อภพที่แล้ว คุณชายน้อยสกุลหานถูกคนทำร้ายจนกลายเป็นผู้ป่วยพิการนอนติดเตียง ยามนั้นสกุลหานเสียเงินเสียทองไปอย่างมากมายแต่ก็ไร้ผลไม่อาจรักษาเขาได้ คุณชายน้อยล้มป่วยไม่นานก็จากโลกนี้ไปในวัยสิบขวบเท่านั้น น้าสะใภ้ตรอมใจตายตามบุตรชาย ท่านน้ารองสติฟั่นเฟือนเมาสุราจมน้ำตายในที่สุด ทำให้สกุลหานที่ไร้ซึ่งทายาทสืบสกุลนั้น ได้แต่ตกต่ำลงเรื่อยๆจนภายหลังท่านน้าสามของนางก็ถูกปลดส่งเข้าตำหนักเย็นไปด้วย

ยามนั้นในวันนี้นางมัวแต่หลงระเริงในงานปักปิ่นของพี่หญิงใหญ่หาได้สนใจสกุลเดิมของมารดาเท่าใดนักเพราะถูกกล่อมอยู่หลายครั้งว่าท่านยายและท่านตานั้นรังเกียจนางและพี่ชาย นางจึงก้าวร้าวต่อว่าทุกครั้งที่ท่านยายและท่านน้าสะใภ้รองมาเยี่ยมจนทุกคนต่างเริ่มเอือมระอา นางจึงกลายเป็นหลานสาวที่ถูกทอดทิ้งไปในที่สุดเรื่องทั้งหมดนี้ก็เป็นฝีมือของหญิงแซ่จ้าวทำให้นางเห็นผิดเป็นถูกเห็นดำเป็นขาวเห็นกงจักรเป็นดอกบัว และผู้ที่อยู่เบื้องหลังวางแผนลงมือครั้งนี้คือหญิงแซ่จ้าวอีกเช่นกัน

ในภพที่แล้วนางล่วงรู้เรื่องนี้เข้าจากชายอันธพาลผู้หนึ่งที่มายังหอนางโลมซึ่งนางเป็นคณิกาอยู่ หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้มานานกว่าสิบปีและสกุลหานก็เป็นสกุลที่ถูกลืมไปแล้ว นางจึงรู้ว่าหญิงแซ่จ้าวนี้ลงมือทำร้ายลูกพี่ลูกน้องที่ยังเล็กของนางในวันปักปิ่นของบุตรสาวแท้ๆของตนเองนับว่าไม่เกรงกลัวต่อบาปใดๆ ทั้งสิ้น

หากจะให้กล่าวถึงหญิงแซ่จ้าวนั้นเดิมเป็นเพียงนางรำในวังหลวงทั้งยังรับใช้พระสนมหลงไป๋หลินหรือยามนี้คือหลงเต๋อเฟยอย่างลับๆ ในคืนหนึ่งที่บิดาของนางมางานเลี้ยงในวังหลวงกลับถูกนางหลอกล่อได้เสียจึงจำต้องแต่งนางเข้ามาก่อนด้วยหลงเต๋อเฟยไม่ยินยอมปล่อยเรื่องนี้ไปอย่างเฉยๆ ทั้งที่บิดาของนางนั้นหมั้นหมายกับท่านแม่ของนางไว้ก่อนแล้ว จึงทำให้นางแต่งเข้ามาเป็นอนุสกุลโอวหยางเป็นคนแรกก่อนมารดาของนางแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินเอก

โอวหยางฮวนเล่อและซู่ซู่รีบประคองคุณชายน้อยหานซือเหยียนและแม่นมชราขึ้นรถม้าให้อาหยางพากลับไปยังจวนสกุลหานของท่านอัครมหาเสนาบดีหรือท่านตาของนางในทันที

"ขอบคุณมากขอรับ"เด็กชายน้อยเอ่ยกับหญิงตรงหน้าเขาจำนางไม่ได้ด้วยปกติโอวหยางฮวนเล่อนั้นแต่งหน้าหนาและฉูดฉาดนัก

"ขอบคุณคุณหนูจริงๆเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าคุณหนูมีนามว่าอะไรเจ้าคะ"แม่นมคนเก่าคนแก่ของสกุลหานเอ่ยถามเสียงแผ่ว

 

"แม่นมหยี คุณหนูสามโอวหยางฮวนเล่ออย่างไรเล่าเจ้าคะ"ซู่ซู่เอ่ยบอกสาวใช้รุ่นแม่ ซู่ซู่นั้นหาใช่สาวใช้สกุลโอวหยาง เดิมนางอยู่สกุลหานก่อนจะถูกส่งไปรับใช้คุณหนูใหญ่ที่แต่งเข้าสกุลโอวหยางเพื่อเป็นเพื่อนเล่นคอยดูแลคุณหนูโอวหยางฮวนเล่อจึงรู้จักทั้งคนในสกุลหานและสกุลโอวหยางเป็นอย่างดี

 

แม่นมหยีมองโอวหยางฮวนเล่อก่อนจะร่ำไห้ออกมาหลังมารดาของคุณหนูสามหรือคุณหนูใหญ่สกุลหานที่นางเลี้ยงมาแต่เด็กจากไปนั้น นางก็ไม่เคยพบหน้าโอวหยางฮวนเล่ออีกเลย ด้วยคุณหนูสามนั้นไม่ยอมมาเยี่ยมสกุลหานของท่านตาท่านยายแม้เพียงครั้ง แต่วันนี้กลับได้คุณหนูสามช่วยไว้นับว่ามีวาสนาต่อกันจึงได้มาพานพบกันอีก หญิงชราร่ำไห้อีกครั้งด้วยใบหน้าของโอวหยางฮวนเล่อนั้นงดงามคล้ายมารดากว่าแปดส่วนเพียงสองชั่วธูปพวกนางก็มาถึงยังจวนสกุลหานก่อนบ่าวรับใช้จะมาประคองทุกคนลงจากรถม้า

คุณชายน้อยรีบวิ่งไปหามารดาและท่านยายที่อยู่ศาลากลางจวนก่อนทั้งสองจะรีบรุดมาหาโอวหยางฮวนเล่อ เห็นเลือดเปรอะเปื้อนเต็มกายหลานสาวและสาวใช้ ฮูหยินผู้เฒ่าหานหรือท่านยายของโอวหยางฮวนเล่อ ก็สั่งบ่าวไพร่ให้ไปตามท่านหมอมาทันทีก่อนจะวิ่งอย่างลืมวัยมาโอบประคองหลานสาวที่จู่ๆ ก็ล้มหมดสติไปไว้ในอ้อมแขนอย่างตกใจนัก

หานฮูหยินหรือน้าสะใภ้ของนางก็ตกใจเช่นกันก่อนจะสั่งการให้บ่าวรับใช้รีบมาดูแม่นมหยี ซู่ซู่และอาหยางก่อนจะสอบถามเรื่องราวจากซู่ซู่

 

ราวครึ่งชั่วยามท่านหมอก็มาตรวจทุกคนก่อนจะเอ่ยแจ้งฮูหยินผู้เฒ่าหานว่าทุกคนหาได้บาดเจ็บอันตราย เพียงพักสักหน่อยทานยาสักสองวันก็จะดีขึ้นเอง

โอวหยางฮวนเล่อที่ได้สติขึ้นมาก็รีบพุ่งกายกอดท่านยายของนางไว้อย่างห่วงหา ในภพที่แล้วเป็นท่านยายที่พยายามทำทุกทางเพื่อไถ่ถอนนาง แม้สกุลหานจะไร้ซึ่งเงินทองแล้วก็ตาม หากแต่นางกลับไม่ยอมออกจากหอนางโลมเพราะต้องทำงานให้ชายผู้นั้น นางเป็นสายข่าวที่ซื่อสัตย์และภักดีแต่เขากลับไม่เห็นค่าใด ท่านยายตรอมใจหลายเรื่องจนสิ้นใจไป มาวันนี้นางจึงรู้แล้วว่าหญิงชราผู้นี้รักนางไม่น้อยกว่าใคร

 

"เล่อเอ๋อร์เจ็บตรงไหนหรือไม่ ไหนให้ยายดูเร็วเข้า"ฮูหยินผู้เฒ่าหานเห็นใบหน้าซีดเซียวไร้เลือดของหลานสาว ก็แค้นเคืองสกุลโอวหยางนัก ดูแลบุตรหลานนางเช่นใดกันถึงได้ซีดเซียวร่างกายทรุดโทรมถึงเพียงนี้

 

"ท่านยาย หลานคิดถึงท่านยาย หลานรู้แล้วว่าที่ผ่านมานั้นหลานทำตัวไม่ดีไว้มากขอท่านยายอภัยให้หลานด้วยเจ้าค่ะ" แววตาของผู้ชราที่มองมายังหลานสาวเต็มไปด้วยความห่วงหาและรักใคร่ อุ่นหยาดน้ำใสคลอรื้นขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อเห็น โอวหยางฮวนเล่อลงจากเตียงคุกเข่าโขกศีรษะให้นางอยู่หลายครั้ง จนนางต้องรั้งร่างเล็กไว้ก่อนจะกอดรัด พร้อมลูบปลอบประโลมอยู่พักใหญ่กว่าโอวหยางฮวนเล่อจะหยุดร้องไห้ เพียงแค่หลานสาวรู้สำนึกนางก็พอใจมากแล้ว หญิงชรายกมือเหี่ยวหย่อนคล้อยตามวัยเช็ดคราบน้ำตาหลานสาวอย่างอ่อนโยน

"เจ้าน่ะยังเด็กนัก ยายจะถือสาได้อย่างไรกัน ดูสิหากวันนี้เจ้าไม่ช่วยอาเหยียนและแม่นมหยีไว้สกุลหานจะเป็นเช่นใดกัน" ฮูหยินผู้เฒ่าหานเอ่ยพลางป้อนยาให้หลานสาวที่นอนพิงพนักเตียงจิบอย่างช้าๆ

"ที่ท่านแม่กล่าวนั้นล้วนถูกต้องแล้ว เล่อเอ๋อร์น้าต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ หากไม่ได้เจ้าไม่รู้เหยียนเอ๋อร์จะเป็นเช่นใด" หานฮูหยินน้ำตาคลอรื้นนึกอย่างหวาดกลัว นางและบุตรชายเป็นหนี้ชีวิตโอวหยางฮวนเล่อจริงๆ

"หากการช่วยอาเหยียนครานี้ทำให้น้าสะใภ้ไม่ถือสาเล่อเอ๋อร์สำหรับเรื่องที่ผ่านมานั้นได้ เล่อเอ๋อร์จะขอบคุณท่านน้าสะใภ้อย่างมากจริงๆเจ้าค่ะ" โอวหยางฮวนเล่อกล่าวทั้งน้ำตา นางตวาดไล่น้าสะใภ้ที่มาเยี่ยมนางที่จวนทุกครั้งจนท่านน้าสะใภ้อับอายนักจนภายหลังจึงไม่มาเยี่ยมหาอีก

"เด็กโง่น้าจะถือสาเจ้าได้อย่างไรกัน สำหรับน้าเจ้านั้นสำคัญยิ่งไม่น้อยไปกว่าเหยียนเอ๋อร์เลย"หานฮูหยินกล่าวทั้งน้ำตา นางไม่เคยถือสาเด็กน้อยไร้เดียงสาอย่างโอวหยางฮวนเล่อสักครั้งนั่นคือความสัตย์จริง

 

"ท่านน้าขอบคุณท่านน้ามากเจ้าค่ะ ต่อไปหลานจะฟังท่านน้าให้มากหลานจะไม่ดื้อกับท่านน้าอีก" โอวหยางฮวนเล่อดึงมือของหานฮูหยินมากุมไว้ก่อนจะร่ำไห้ พาให้คนในจวนต่างสะอื้นด้วยความซาบซึ้งกับภาพตรงหน้าไปด้วย

ราวหนึ่งชั่วยามโอวหยางฮวนเล่อที่พอลุกขึ้นได้ก็นำซู่ซู่กับอาหยางกลับจวนแม้ท่านยายและท่านน้าจะรั้งไว้ แต่นางมีแผนการในใจแล้วจึงพยักหน้ากับซู่ซู่ ก่อนซู่ซู่จะยัดตำลึงทองให้อาหยางเป็นค่าปิดปากไม่ให้แพร่งพรายเรื่องในวันนี้ อาหยางนั้นเมื่อได้เงินก้อนใหญ่ก็ยิ้มอย่างดีใจก่อนจะพานายสาวไปส่งท้ายจวน

โอวหยางฮวนเล่อและซู่ซู่รีบลอดเข้าประตูลับกลับเข้าเรือนไป ยามนี้งานเลี้ยงกำลังเลิกรา ผู้คนเริ่มทยอยกลับ หญิงแซ่จ้าวจึงไม่ว่างมาตรวจตรานางนัก

เมื่อเข้ามาในเรือนโอวหยางฮวนเล่อกับซู่ซู่ก็รีบอาบน้ำแต่งกายทันทีก่อนซู่ซู่จะเผาผ้าเลอะเลือดทิ้งหลังเรือน เมื่อเสร็จกิจก็รีบมาดูนายสาวต่อ โอวหยางฮวนเล่อนั้นยังคงมีใบหน้าซีดเซียวดูอ่อนแรงอยู่ไม่น้อยดวงตาแดงก่ำน่ากลัวนัก ซู่ซู่ได้แต่คอยเฝ้าดูกระชับผ้าห่มให้แน่นขึ้นแต่ก็ถูกมือของโอวหยางฮวนเล่อรั้งไว้ก่อนจะเอ่ยอย่างแผ่วเบา

"ซู่ซู่พรุ่งนี้ก่อนแม่นมเจินจะนำรังนกนั้นมาให้ข้าเจ้ารีบออกทางท้ายจวนล่วงหน้าไปแจ้งท่านยายข้าก่อนว่าข้าไข้สูงนัก ให้ท่านยายพาท่านหมอมาตรวจข้า ข้าจะรั้งไว้ไม่ดื่มรังนกจนกว่าท่านยายจะมาแล้วเห็นอาการของข้า" นายหญิงน้อยเอ่ยเสียงแผ่ว สั่นอย่างไม่เป็นจังหวะ สติของนางเริ่มลางเลือน ความอยากยาเริ่มครอบงำจิตใจอีกครั้ง

วันนี้นางขาดยาวันแรกนับว่าผลข้างเคียงค่อนข้างรุนแรงนัก ซู่ซู่มองนายสาวดวงตาแดงก่ำ คอยประคองนางสาวป้อนน้ำอุ่นเป็นระยะๆ ทั้งนำผ้ามารัดร่างบางที่จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมากลางดึก วิ่งวุ่นในเรือนทั้งยังคลุ้มคลั่งอาละวาดพังข้าวของจนเสียหาย แม้เสียงเขวี้ยงปาข้าวของจะดังมากสักเพียงใด แต่กระนั้นก็หาได้มีผู้ใดสนใจมาดูสักนิดทิ้งซู่ซู่ที่ต้องรับมือกับอาการอยากยาของโอวหยางฮวนเล่อไว้เพียงคนเดียว ซู่ซู่วิ่งวุ่นทั้งคืนคอยดูแลไม่ให้นายสาวทำร้ายร่างกายตนเอง ยื้อยุดแย่งเศษกระเบื้องที่นายสาวหมายจะนำมากรีดหน้าตนเอง จนเลือดตกยางออกไปตามๆ กัน

เรือนใหญ่

จ้าวเย่วสิ่นที่นอนอยู่บนเตียงยกยิ้มอย่างพอใจกับคำรายงานของแม่นมเจินที่ไปส่งรังนกให้โอวหยางฮวนเล่อในวันนี้'พรุ่งนี้คงต้องสั่งเพิ่มยาอีกเท่าตัวไม่งั้นพอยาหมดฤทธิ์กลางดึกนังตัวดีคงจะออกลายอาละวาด จนคนในจวนไม่ต้องหลับต้องนอนกันพอดี'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.304K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,010 ความคิดเห็น

  1. #1587 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 22:43

    แค่นี้ยังฮุบทุกอย่างไม่พออีกหรอยัยคนแซ่จ้าว? ถึงขั้นต้องฆ่าล้างโคตรเลยรึ?

    #1,587
    0
  2. #1289 kimurakung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 15:52

    รอเวลาเอาคืน

    #1,289
    0
  3. #1187 ktrt-m (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 13:47
    น้องอดทนไว้นะคะ
    #1,187
    0
  4. #1079 minhara2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 06:46
    เลวมากกก สงสารน้อง
    #1,079
    0
  5. #688 pabipiba (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 14:23
    เด็กแค่12 ก็ทำได้ลง(นางเอก12ใช่มั้ยลืม)
    #688
    0
  6. #672 Bounty207 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 20:13
    *สะใภ้
    #672
    0
  7. #583 Mεσ' (- -)' (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 21:54
    อดทนนะคะ พวกมันต้องไม่ตายดีค่ะ!!
    #583
    0
  8. #553 aorio2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 15:55
    สงสารน้องง
    T_______T
    โดนหนักมาก
    #553
    0
  9. #538 miyumiyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 22:35
    กระทืบมันนนนน
    #538
    0
  10. #401 c_nattrisia (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 19:17
    อ่าอีแม่เลี้ยงกะอีลูกๆของมันต้อวได้รับกรรมอย่างสาสม
    #401
    0
  11. #310 Airzaa1810 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 23:55
    ร้ายมากของให้เวรกรรมตามสนองยัยแม่เลี้ยงเป็นพันเท่า
    #310
    0
  12. #197 paeng foon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 18:23
    เรื่องปูมาดีมากกกกก
    #197
    0
  13. #159 baby-m2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 07:48
    ที่จริงไม่น่ายกเป็นฮูหยินเอกนะ ไม่มีฐานะอะไรเลยหนิ เป็นแค่นางรำที่รับใช้เต๋อเฟย จะมาสู้บุตรีอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายได้ไงวะ ลูกชายก็ไม่มีให้ ยิ่งไม่น่ายกขึ้นเลย เพราะไม่มีความดีความชอบ อย่างมากก็เป็นแค่ฮูหยินรอง ละแต่งตั้งนางเอกที่เป็นลูกสาวแท้ๆๆของอดีตฮูหยินเอกไม่ดีกว่าเรอะ รอจนนางเอกปักปิ่นก็ด้ะถึงจะได้ใช้สิทธ์นั้นอ่ะ แต่นี่เป็นถึงตระกูลแม่ทัพนะเห้ย จะแต่งตั้งผญ.ที่ไม่มีอะไรเลยมาเป็นฮูหยินเอกเนี่ยนะ ชั้นรับไม่ได้!! ละถ้ารักอดีตฮูหยินจริงคือต้องไม่ตั้งดิ บอกว่าให้เกียรติละจะไม่มีวันแต่งตั้งใครขึ้นมาเป็นฮูหยินเอกก็ได้ป่ะแกร ฟรือเค้าไม่ได้รักกันวะ มันต้องรักกันสิ! งานนี้ม่านพ่อต้องเข้าข้างนางเอกเยอะๆๆละล่ะ รีบๆๆกลับมา! จะได้รู้สิ่งที่เมียตัวเองทำ ละทำร้ายขนาดนี้คือลดขั้นไม่ก็ไล่ออกจากจวนเลย!! วางยาบุตรีอดีตฮูหยินเอกอ่ะ แถมน้องยังเป็นน้องสาวแท้ๆๆของพี่ชายที่จะได้เป็นผู้นำตระกูลแม่ทัพคนต่อไปอีกนะ ไหนจะสายเลือดของสกุลหานสกุลเถาอะไรเอยนั่น รอฉากเอาคืนหนักๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #159
    0
  14. #9 ลมรัก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 23:44

    มันร้ายกาจกำจัดยังไงดี ให้ทุกแก้ท่านทุกข์นั่นถึงตัวเลยดีกว่าในเมื่อพ่อปล่อยอำนาจไวเให้มันแถมยกขึ้นเป็นฮูหยินเอกอีกถ้ากำจัดไม่ได้ก็ต้องให้ตระกูลหานออกหน้าเสียแล้วให้นางเอกได้ไปอยู่ย้านท่านยายเสีย

    #9
    0