หวนเล่ห์คืนนาง

ตอนที่ 1 : บทที่ หนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,715 ครั้ง
    25 พ.ย. 63

 

ในป่ารกชื้นที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน มีร่างเล็กคล้ายมนุษย์ผู้หนึ่งถูกทิ้งไว้ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็นเสียดกระดูก สตรีวัยกลางคนใบหน้าแห้งเหี่ยวซีดเซียวท่าทางอิดโรยมิน้อย เส้นผมสีดำขลับยาวสลวยที่มักจะผูกรัดประดับเรียบร้อยในยามปกติ ยามนี้กลับหลุดลุ่ยยุ่งเหยิงดูช่างรกรุงรังขาดการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่ง ร่างเล็กบอบบางของนางเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์และร่องรอยเฆี่ยนตีฟันแทงมากมายจนมิอาจนับได้ อาภรณ์สีขาวที่นางชอบสวมใส่เป็นประจำขาดวิ่นเป็นริ้วๆอาบย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงสด ความงดงามเมื่อครั้งอดีตแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สภาพของนางยามนี้ช่างน่าเกลียดน่ากลัวนัก มิหลงเหลือเรือนกายที่เคยเย้ายวนหลอกล่อบุรุษมากมายให้มาลุ่มหลงติดกับได้อีก

 

โอวหยางฮวนเล่อเฝ้ารอบุรุษผู้นั้นอยู่ทุกค่ำคืน แต่มิคาดคิดว่าค่ำคืนที่เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวเดียวดายดังเช่นปกตินี้ จะกลายเป็นค่ำคืนสุดท้ายที่นางจะยังมีลมหายใจ นางถูกหญิงต่ำช้าผู้นั้นสั่งข้ารับใช้ให้มาตัดแขนและขาของนางออก หยดโลหิตยังคงหลั่งรินออกจากบาดแผลสด ความหนาวเย็นจากหิมะใต้ร่างมิอาจช่วยลดทอนความรู้สึกเจ็บปวดได้เลยแม้เพียงนิด เสียงรถม้าเริ่มไกลออกไปทุกที คนใจทรามเหล่านั้นคงหมายใจแล้วว่าจะทิ้งร่างนางให้ตายอย่างทรมานเช่นนี้ ใบหน้าของนางเริ่มบิดเบี้ยวนางขบกัดริมฝีปากจนห้อเลือดเพื่อเรียกสติ ใช้แรงที่ยังคงเหลือเพียงน้อยนิดตะเกียกตะกายไถครูดไปกับถนนลูกรังหวังพาร่างออกจากที่รกร้างแห่งนี้

 

โอวหยางฮวนเล่อสะอื้นไห้จนน้ำตาแห้งเหือดกลั่นกลายเป็นโลหิต หยดเลือดของความคลั่งแค้นแทนที่หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มเป็นสายยาวนับชั่วยามก่อนจะแห้งเหือดอีกคราคงเหลือไว้เพียงคราบเหนียวข้นแห้งเกรอะกรังทั่วใบหน้า ดวงตาที่เคยงดงามดุจดวงดาราส่องสกาวบนท้องนภายามค่ำคืน ตอนนี้กลับพร่าเลือนหมองหม่นไร้แสงดุจหลุมดำลึกไร้ก้น

 

เป็นเวลากว่าสองชั่วยามแล้วที่นางพยายามไล่ตามรถม้าอย่างสุดความสามารถ หากแต่ความพยายามของนางกลับไร้ผล ยิ่งดิ้นรนมากเท่าใด เส้นทางกลับดูห่างไกลยาวออกไปเท่านั้น หนทางรอดของนางช่างริบหรี่เสียเหลือเกินราวกับถ้ำลึกที่ไร้ซึ่งแสงสว่างยังปลายอุโมงค์ นางแนบใบหน้าลงกับกองหิมะอย่างอ่อนแรงยามนี้นางมิอาจขยับกายเคลื่อนไหวได้อีก เปลือกตาเริ่มปรือปิดหรี่เล็กลงอย่างช้าๆยิ่งนึกถึงเรื่องราวในอดีตคราใด นางก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดทรมานจุกแน่นในอกอยากสังหารหญิงนางนั้นให้ตายตกไปตามกันให้จงได้ นางอยากให้หญิงแพศยาและชายโฉดผู้นั้นรู้สึกเช่นเดียวกันกับนาง 

 

หวนนึกย้อนไปเมื่อครั้งที่นางยังเยาว์แล้วก็ให้ทุกข์ตรมเสียใจยิ่งนัก ด้วยรักและเชื่อใจเขาผู้นั้นอย่างหมดใจ จึงทำให้นางกลายเป็นหญิงโง่งมถูกล่อลวงให้กลายเป็นนางคณิกาเลื่องชื่อของหอนางโลมชื่อดัง แม้จะทุกข์ทรมานเพียงใดแต่นางก็จำต้องอดทน แสร้งปั้นหน้ายิ้มหวานรับแขกมากหน้าหลายตาราวกับตุ๊กตาหุ่นกระบอกไม้ไผ่ ในแต่ละวันคืนผันผ่านความงามโรยราความสาวไร้เดียงสาถูกบุรุษมักมากพรากไปอย่างไม่อาจย้อนคืน

 

ในคืนเหมันต์หนาวเหน็บ โอวหยางฮวนเล่อแนบร่างไร้วิญญาณในวัยสามสิบแปดปีลงกับพื้นถนนขรุขระสายหนึ่ง บั้นปลายชีวิตของนางโลมเลื่องชื่อ ถูกนำมาทิ้งขว้างอย่างไร้ค่ายังที่รกร้างว่างเปล่าจุดจบน่าสังเวชเสียยิ่งกว่าสุนัขจรจัดตัวหนึ่งเสียอีก

 

 

'สวรรค์ ข้ารู้ว่าข้าผิด ข้ารู้ว่าหลายสิ่งที่ข้าทำมันโหดร้ายนัก แต่ได้โปรดเมตตาข้าเถอะ บิดาข้า พี่ชายข้า สาวใช้ของข้า สหายของข้า คนเหล่านั้นหาได้กระทำผิดอันใดไม่ สวรรค์! ขอท่านโปรดสงสารข้าสักครั้ง ให้ข้าได้มีโอกาสหวนคืน กลับไปแก้ไขเรื่องราวเหล่านั้นด้วยตัวข้าเถอะ ได้โปรด ได้โปรดเถอะ..... สวรรค์'

 

รัชศกเฉินหยวนหวงตี้ปีที่สิบหก แคว้นเว่ย 

 

จวนแม่ทัพโอวหยาง 

 

เรือนรุ่ยเซียง

 

เรือนไม้งามหลังหนึ่งแวดล้อมไปด้วยสวนไม้ดอกนานาพรรณ เยื้องไปข้างๆกันนั้นมีสวนน้ำพุขนาดใหญ่ เลี้ยงปลาสวยงามหลากสีสันทั้งยังมีดอกบัวราตรีเบ่งบานเต็มสระ ศาลากลางบึงสร้างจากไม้เนื้อดีประดับไปด้วยม่านผ้าไหมโปร่งสีขาวบรรยากาศแวดล้อมนับว่าร่มรื่นน่าอยู่อาศัย

 

ตัวเรือนมีห้องแยกกว่าห้าห้อง เครื่องเรือนประดับตกแต่งด้วยของราคาสูงและภาพวาดทิวทัศน์ธรรมชาติงดงามน้ำหมึกและลายเส้นวิจิตรประณีตละเอียดละออสมเป็นฝีมือจากจิตรกรชั้นเอก ของตกแต่งประดับเรือนทั้งหลายเหล่านี้ถูกนำมาจัดเรียงวางไว้อย่างมีศาสตร์และศิลป์บ่งบอกได้ดีว่าผู้อาศัยเรือนนี้ได้รับความใส่ใจมากเพียงใดในจวนสกุลโอวหยางแห่งนี้

 

"คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ บ่าวกำลังจะปลุกพอดีเลยเจ้าค่ะ" เด็กสาวร่างโปร่งวัยสิบหกย่างสิบเจ็ดหนาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มแย้มยิ้มสดใสส่งให้กับคุณหนูน้อยที่เหม่อมองไปทั่วห้อง เรือนกายของคุณหนูเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อราวกับเมื่อคืนนางฝันร้ายนัก คุณหนูของนางหอบหายใจแรงแววตาที่มองสบนางคล้ายลูกกวางน้อยหลบหนีพรานป่าดูตื่นตกใจมิน้อยพลางรั้งนางโอบกอดไว้แน่นตัวสั่นเทาอย่างหวาดกลัว

 

"ฝันร้ายหรือเจ้าคะ ไม่เป็นไรแล้วนะเจ้าคะ บ่าวอยู่ตรงนี้เจ้าค่ะคุณหนู"ซู่ซู่กอดร่างน้อย ลูบปลอบประโลมอยู่พักใหญ่ เมื่อร่างเล็กที่สั่นเทาหายใจหอบถี่กระชั้นอยู่นั้นค่อยๆผ่อนลมหายใจคลายความวิตกลง ซู่ซู่จึงคลายอ้อมแขนปัดผมเปียกที่ปรกแนบลู่กับใบหน้าเล็กออก ซู่ซู่มองคนตรงหน้าอย่างรักใคร่สำหรับนางแล้วโอวหยางฮวนเล่อมิใช่แค่เจ้านายหากแต่เปรียบได้กับชีวิตของนางเอง นางรักเด็กสาวน้อยผู้นี้ยิ่งกว่าชีวิตของนางเอง

 

"ซู่ซู่"คุณหนูน้อยเรียกชื่อสาวใช้ผู้ภักดีด้วยเสียงแผ่วเบาใจนางยังคงหวาดกลัวนักเกรงว่าสิ่งนี้จะเป็นเพียงภาพฝันหนึ่งตื่น นางกลัวเหลือเกินว่าซู่ซู่สาวใช้คนสนิทของนางจะหายไป

 

“คุณหนู บ่าวอยู่ตรงนี้เจ้าค่ะ คืนนี้บ่าวจะเอาฟูกมานอนที่พื้นนี้ดีกว่า เผื่อคุณหนูฝันร้ายอีกบ่าวจะได้ปลอบได้เจ้าค่ะ”ซู่ซู่ว่าพลางกุมมือเจ้านายน้อยแน่น

 

'ขอบคุณสวรรค์ นี่ข้ามิได้ฝันไปใช่หรือไม่? ซู่ซู่บ่าวของข้า นางยังอยู่! ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณ ขอบคุณเจ้าค่ะ'

โอวหยางฮวนเล่อกู่ร้องอย่างยินดีในใจเมื่อสัมผัสได้ว่านี่คือเรื่องจริง

 

ดรุณีน้อยวัยสิบสองย่างสิบสามหนาวใบหน้าจิ้มลิ้มน่าเอ็นดูส่อเค้าความงามมากขึ้นทุกวัน คุณหนูสามของตระกูลโอวหยางกำพร้ามารดาตั้งแต่ยังเล็กมีเพียงพี่ชายร่วมมารดาเพียงคนเดียวอายุห่างกันกว่าหกปี ด้วยมารดามีศักดิ์เป็นฮูหยินเอกแม้จะจากไปแล้วแต่ศักดิ์ของนางและพี่ชายยังคงอยู่ 

 

"คุณหนู วันนี้คุณหนูใหญ่จะเข้าพิธีปักปิ่นแล้ว มาเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวไม่ทัน บ่าวช่วยแต่งกายนะเจ้าคะ"ซู่ซู่จูงมือนายหญิงน้อย เข้าไปชำระร่างกาย โอวหยางฮวนเล่อไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใดปล่อยให้สาวใช้คนสนิทขัดถูร่างกายตามชอบ 'ข้าย้อนเวลามาเมื่อยามที่ข้าสิบสองหนาวงั้นหรือ ประเสริฐ!'

 

ดรุณีน้อยยามนี้นึกถึงเรื่องราวเมื่อครั้งอดีตชาติก่อนก็ดีใจนัก สวรรค์ช่างเมตตานางยิ่งแล้วให้นางได้ย้อนกลับมาแก้ไขเรื่องราวต่างๆในอดีตอีกครั้ง ครานี้นางจะทำการผิดพลาดอย่างอดีตมิได้อีก นางจะต้องทำให้ประวัติศาสตร์ชีวิตของนางเปลี่ยนแปลงไป ไม่มีวันที่นางจะหวนคืนเป็นหญิงคณิกานางโลมเลื่องชื่อผู้นั้นอีกแล้ว

 

ซู่ซู่มองนายหญิงตัวน้อยอย่างครุ่นคิด ดูเหมือนฝันร้ายเมื่อคืนคงสะเทือนใจนายตัวน้อยของนางมากนัก ซู่ซู่ดูแลคุณหนูมากว่าสิบปีทั้งคอยเป็นเพื่อนเล่นให้ตั้งแต่ยังเยาว์จึงอดแปลกใจมิได้ เมื่อคุณหนูน้อยของนางที่ปกติต้องพูดคุยเจื้อยแจ้วร่าเริง วันนี้กลับนิ่งเงียบผิดปกติทั้งยังมีกลิ่นอายของหญิงวัยกลางคนผ่านโลกมามากอย่างไรอย่างนั้นหรือนางคิดมากไปเอง เมื่ออาบน้ำให้นายหญิงเสร็จซู่ซู่เอื้อมมือหยิบผ้ามาพันกายโอวหยางฮวนเล่อ

 

เครื่องประดับสีสดส่วนมากกว่าครึ่งทำมาจากทองคำล้วน ถูกนำมาวางเรียงรายให้นายหญิงน้อยได้เลือกสรร ก่อนชุดสีเข้มลวดลายต่าง ๆถูกคัดออกมาเช่นกัน ซู่ซู่หลุบตาต่ำเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงนางอึดอัดใจมิน้อยด้วยทราบดีว่าของตรงหน้าหาได้เหมาะสมกับคุณหนูของนางสักนิด แต่บ่าวเช่นนางจะทำอย่างไรได้เมื่อคุณหนูเชื่อฟังฮูหยินและคุณหนูใหญ่มากเสียจนนางมิอาจขัดแย้งได้เกรงภัยจะถึงตัวหากมิมีนางผู้ใดจะดูแลคุณหนูสาม

 

"คุณหนูใส่แบบใดเจ้าคะวันนี้" ซู่ซู่ยกการตัดสินใจให้นายหญิงน้อยเสมอ นางไม่อาจสอดปากในเรื่องมิสมควรได้ 

 

"เอาเป็นชุดสีฟ้าอ่อนสลับขาวนี้ก็แล้วกัน ข้าซื้อมานานแต่ไม่เคยสวมใส่สักครั้ง ส่วนจี้ประดับผมข้าขอเป็นหวีสับประดับไข่มุกสีขาวของท่านแม่อันนี้" โอวหยางฮวนเล่อเมินของตรงหน้ากลับเดินไปรื้อค้นชุดในหีบใบเก่าและหยิบเครื่องประดับเรียบๆของมารดาออกมาแทน

 

ซู่ซู่ผลิยิ้มอย่างยินดีแม้จะประหลาดใจมากแต่ก็พึงพอใจมากเช่นกัน แน่นอนว่านายหญิงน้อยเลือกได้เหมาะสมวัยมากจริงๆ "คุณหนูเอาชุดนี้หรือเจ้าคะ แน่ใจนะเจ้าคะ?" ซู่ซู่ถามย้ำอีกครั้ง 

โดยปกติคุณหนูจะสวมใส่ชุดผ้าไหมสีเข้มเครื่องประดับสีทอง ด้วยนายหญิงน้อยมักเชื่อว่าสิ่งนี้เหมาะสมกับฐานะและทำให้นางงดงามโดดเด่นเหนือใครเพราะคุณหนูใหญ่ คุณหนูรอง และคุณหนูสี่มักจะเยินยอจนทำให้คุณหนูหัวอ่อนของนาง เชื่อจนสนิทใจว่ารสนิยมเช่นนี้คือสิ่งที่ถูกต้อง แม้นางจะไม่เห็นด้วย หากแต่คำพูดของคนเป็นบ่าวมีหรือนายหญิงน้อยจะเชื่อมากไปกว่าพี่สาวต่างมารดาที่ดูรักใคร่เอ็นดูนางนัก

 

"ข้าแน่ใจ หลังเสร็จงานนี้ข้าอยากไปเดินตลาดเสียหน่อย ไว้เราไปกัน" โอวหยางฮวนเล่อกล่าวเสียงเรียบก่อนจะนั่งนิ่งตรงกระจกทองเหลืองบานใหญ่ ดวงตากลมโตจ้องมองภาพสะท้อนความงามของนางเริ่มส่องประกายมากขึ้นทุกวันแล้ว เพราะเหตุนี้พี่สาวและน้องสาวต่างมารดาจึงมักอิจฉานางเสมออยากให้นางแต่งหน้าหนาเตอะ ประทินโฉมแต้มชาดจนแดงกว่านักแสดงงิ้วตามโรงละครใหญ่ ช่างน่าขันนักที่ยามนั้นนางกลับเชื่อเสียสนิทใจว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่ดีและงดงาม

 

เมื่อเห็นนายหญิงน้อยพร้อม ซู่ซู่ก็ถลกชายแขนเสื้อขึ้นนางล้างมือจนสะอาดก่อนจะเริ่มลงมือประทินโฉมให้นายสาวดังเช่นปกติ แต่ครานี้คุณหนูของนางกลับยุดมือห้ามไว้

 "ซู่ซู่ต่อไปให้แต่งให้ข้าเช่นนี้ก็พอนะ ผิวของข้าขาวใสนวลเนียนอมชมพูเจ้าผัดแป้งหยกบางๆเผยผิวข้าให้ได้มากที่สุด คิ้วของข้าดกดำเรียงเส้นสวยได้รูปอยู่แล้วเพียงใช้ขนม้าปัดเรียงให้เข้าที่ก็พอ ส่วนเปลือกตาแต้มไข่มุกบดละเอียดสีขาวนวลอมชมพูเล็กน้อย วาดกรอบตาบนให้คมปัดขนตาเสียหน่อย ริมฝีปากแต้มชาดสีอ่อนเป็นพอ ส่วนผมเจ้ามวยรัดเกล้าครึ่งศีรษะพอนะ ข้าไม่ต้องการเกล้าผมเต็มพิธีการมันดูเกินวัยข้านัก อีกอย่างถุงหอมของข้าช่วยเปลี่ยนกลิ่นเป็นดอกเถาฮวาจางๆก็พอ" โอวหยางฮวนเล่อครั้งอดีตชาติก่อนผ่านการเป็นหญิงคณิกาในหอโคมเขียวมาแล้ว จึงได้ลงมือแต่งหน้าตนเองให้เป็นตัวอย่างแก่ซู่ซู่ได้อย่างคล่องแคล่ว 

 

สาวใช้คนสนิทยืนนิ่งค้างจ้องมองใบหน้างดงามของดรุณีน้อยอย่างหลงใหล แม้นายหญิงน้อยจะเปลี่ยนไป แต่การเปลี่ยนเช่นนี้นับว่าดียิ่ง ซู่ซู่เกล้าผมให้นายสาวอย่างคล่องแคล่วก่อนจะประดับหวีสับผมประดับไข่มุกให้อย่างเรียบร้อย

"คุณหนู วันนี้คุณหนูงดงามที่สุดเลยเจ้าค่ะราวกับเทพธิดาบนแดนสรวง" ซู่ซู่เอ่ยพลางยิ้มกว้างอย่างจริงใจ นางรอวันนี้มาเนิ่นนานวันที่คุณหนูของนางคิดได้เสียทีว่าเครื่องประดับที่ทำจากทองคำและผ้าสีสดเข้มนั้น หาได้เหมาะสมกับดรุณีน้อย วันนี้นายหญิงน้อยแต่งกายเช่นนี้ราวกับคนละคนทั้งยังน่ามองมากเสียกว่าอีก

 

"คุณหนูอีกประเดี๋ยวแขกคงจะเริ่มมากันแล้ว เราไปกันเถอะเจ้าค่ะ" ซู่ซู่เอ่ยก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าให้คุณหนู ตรวจตราความเรียบร้อยอีกครั้ง

 

"ซู่ซู่หยุดก่อนของขวัญที่ให้พี่หญิงใหญ่ เจ้าเอาออกมาให้ข้าดูหน่อย" โอวหยางฮวนเล่อจำได้ว่าครั้งอดีตชาติก่อน นางไม่รู้จะซื้ออะไรให้ จึงหลงเชื่อคำแนะนำของพี่หญิงรอง นางจึงให้ตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงทองเป็นของขวัญแน่นอนว่านั่นเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก แสดงถึงความไม่จริงใจต่อเจ้าของงาน ฮูหยินหลายนางที่ต่างก็พาคุณหนูคุณชายมาร่วมงานด้วย ต่างขบขันกันใหญ่ด้วยตั๋วเงินพันตำลึงทองนั้นหาได้มากมายหรือหายากสำหรับคนมีสถานะเช่นพวกนาง ตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงทองจึงกลายเป็นของขวัญสิ้นคิดและน่าขบขันที่สุด นับว่าชื่อเสียงความโง่เขลาของนางมิได้มาด้วยโชคจริงๆ นึกคิดแล้วน่าเสียดายนัก พี่ชายใหญ่ตรากตรำออกศึกกับบิดายังชายแดนเก็บหอมรอมริบส่งมาให้นางทุกสองเดือนแต่สิ่งนั้นกลับไร้ค่าและดูไร้ความเฉลียวฉลาดไปเสียได้

 

"เอาแผ่นกระดานไม้จันทร์ กระดาษ พู่กัน สีน้ำ และช่วยฝนหมึกให้ข้าที" โอวหยางฮวนเล่อสั่งซู่ซู่เสียงเรียบพลางหยิบเอาตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงทองไปเก็บไว้ดังเดิมก่อนจะกลับมานั่งวาดภาพ นายหญิงน้อยถลกแขนเสื้อให้เคลื่อนไหวได้สะดวก มือบางจับพู่กันตวัดข้อมือสะบัดแปรงอย่างคล่องแคล่ว เพียงครู่ก็ปรากฏภาพกิ่งไม้แห้งออกดอกเหมยบานสะพรั่งขึ้นมาหนึ่งกิ่ง ก่อนจะจดพู่กันลงนามของตน โอวหยางฮวนเล่อ 

 

ด้วยชาติก่อนต้องแฝงกายเป็นนางโลมขายเรือนร่างและศิลปะให้กับแขกชั้นสูง เพื่อหาข่าวลับให้กับบุรุษผู้นั้นนางจึงต้องฝึกซ้อมมานับหมื่นๆครั้ง ซู่ซู่มองการกระทำของนายสาวอย่างเงียบๆ รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน คุณหนูของนางเกลียดการเรียนรู้นางไม่เคยสนใจศิลปะทั้งสี่แขนงหรือการชิงตำแหน่งเรียนดีในสำนักศึกษา ในแต่ละวันนอกจากประโคมกายให้กลิ่นหอมฟุ้งแล้วก็ไม่ค่อยคิดทำอะไรอีก มาวันนี้กลับดูแปลกนักคุณหนูดูราวกับคนละคน หากแต่นางก็ไม่กล่าวอะไรช่วยพัดภาพวาดจนแห้งสนิท ก่อนจะม้วนใส่กล่องผ้าไหมเนื้อดีสีชมพูอ่อนดิ้นทอง อุ้มของขวัญเดินตามนายสาวออกไปยังห้องโถงใหญ่ที่ใช้รับรองแขก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.715K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,010 ความคิดเห็น

  1. #1961 221somoo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 14:31

    อ่านตอนแรกก็รู้แล้วว่าสนุกค่ะ

    #1,961
    0
  2. #1633 viskik (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 15:26
    ไรท์ rewrite ใหม่ใช่มั้ยคะ?
    ถ้ายังไง ไรท์ช่วยวงเล็บ (R) ไว้หลังตอนน่าจะดีมากเลยนะคะ^^
    #1,633
    1
    • #1633-1 mfang2020(จากตอนที่ 1)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 15:34
      ไม่ Rewriteค่ะ เพียงแก้ไขคำผิดเกลาประโยคนิดหน่อยเนื้อหายังคงเดิมไม่ต้องอ่านซ้ำก็ได้ค่ะข้ามได้เลย ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^_^
      #1633-1
  3. #1586 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 22:14

    พวกแกโดนเก็บแน่! พี่หญิงน้องหญิงทั้งหลาย! อิพวกตีสองหน้า!

    #1,586
    0
  4. #1287 kimurakung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 15:40

    เคยเป็นนางโลมอันดับหนึ่งมาก่อนแบบนี้ กลับมาคราวนี้ คงมีเล่ห์เหลี่ยมและไหวพริบดีเยี่ยม

    #1,287
    0
  5. #757 435216 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2563 / 19:58
    โหเปิดเรื่องมาว้าวเลย
    สนุกมากๆค่ะไรท์
    ชอบค่ะๆ
    #757
    0
  6. #651 BearBear2911 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 23:10
    แปลกตรงมีความคิดสาวใช้ขึ้นมา
    เฮ้ออ คิดมากไปหรือเปล่านะซู่ๆ
    ยิ่งท่อนนี้คือแปลกไปใหญ่เลยค่ะ
    ให้นางเอกบรรยายคนเดียวพอมั้งคะ

    ประมาณว่ารู้สึกว่าตนเองเป็น.... ในสายตาสาวใช้

    หรือให้สาวใช้บรรยาย แต่ประมาณว่า
    รู้สึกว่าคุณหนูของตนเปลี่ยนไป ราวกับไม่ใช่คนคนเดิม อาจจะด้วยกลิ่นอายที่แผ่ออกมาราวกับผู้ที่ผ่านเรื่องราว บลาๆๆๆๆ
    #651
    1
    • #651-1 Poonchanit(จากตอนที่ 1)
      17 ตุลาคม 2563 / 09:08
      +1 สาวใช้ไม่ต้องคิดถึงขนาดว่าวัยกลางคน มันระบุเกินไป
      #651-1
  7. #485 BIGCATS (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 15:08
    เนื้อเรื่องสนุกเขียนได้ดีติดตามค่ะ สู้ๆๆ✌️
    #485
    0
  8. #400 c_nattrisia (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 19:01
    อ่าเพิ่งเจอเรื่องนี้ เนื้อหาน่าติดตามค่ะ
    #400
    0
  9. #371 Mameaw555 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 15:51
    อืมพึ่งมาอ่าน ไรท์เขียนได้ดีค่ะ..
    #371
    0
  10. #308 Airzaa1810 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 23:38
    น้องกลับมาแก้ไขอดีต เป็นกำลังใจให้น้อง
    #308
    0
  11. #7 ลมรัก (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 23:23

    แสดงว่าพ่อมีอนุก่อนแต่งแม่เป็นฮูหยินเอกพี่สาวลูกต่างแม่ถึงปักปิ่นก่อนอีกทั้งยังมีพี่สาวถึงสองคนพ่อคงรักหลงฮูหยินคนนี้มากพอแม่ตายเลยรีบยกเมียรักขึ้นมา(ผู้ชายสมัยก่อนน่ารังเกียจเสียจริง)

    #7
    2
    • #7-1 Ummarindecha(จากตอนที่ 1)
      27 มิถุนายน 2563 / 15:17
      น่าจะไม่ค่ะ เพราะนางมีพี่ชาย1คนห่างกัน6ปี 12+6=18 แปลว่าพี่ชายอายุ18จ้า
      #7-1
    • #7-2 baby-m2(จากตอนที่ 1)
      13 กรกฎาคม 2563 / 07:31
      แปลว่ามีลูกชายคนแรกก่อนค่ะ คือพี่ชายของนางเอก ละนางเอกนี่อาจจะมีตอนหลังคลอดอิพวกพี่สาวไป แต่ยังไงถ้าท่านพ่อรักนางเอกจริงๆๆ ก็คงไม่มีปัญหา ละพี่ชายก็ไม่รู้ความสัมพันธ์เป็นยังไงกันด้วย
      #7-2
  12. #1 Moo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 20:33

    รออออออค่ะ❤️

    #1
    1
    • #1-1 mfang2020(จากตอนที่ 1)
      11 พฤษภาคม 2563 / 21:32
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ^_^
      #1-1