[Fic Red Velvet] ...GEMINI... [WenSeulRene,YoonYeri]

ตอนที่ 10 : ▶GEMINI || Chapter 9 : พลั้งปาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    11 ต.ค. 60


GEMINI || Chapter 9 พลั้งปาก
  Author : Forget Me Not

 

 

 

 

พลั้งปาก

 

 




จอยได้แต่ยืนแข็งทื่อราวกับถูกคนตรงหน้าสาปให้เป็นหินเมื่อสบสายตาเข้าด้วยกัน ริมฝีปากบางเอาแต่พึมพำคำเดิมซ้ำไปซ้ำมาเหมือนไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง หญิงสาวผู้มีวัยไล่เลี่ยกับเธอยิ้มมุมปากเหมือนพอใจที่จับไต๋เธอได้ เส้นผมประกายส้มเหลื่อมแดงเช่นเดียวกับสีของดวงตาแห่งเปลวไฟนั่นก็เหมือนเธอไม่มีผิด

 

 

ไม่สิ... ต้องเรียกว่าเธอต่างหากที่เหมือนคนตรงหน้า

 

 

เจ้ามองเหมือนหน้าข้าไปเหมือนญาติฝ่ายไหนของเจ้า” ฝ่ายนั้นเกริ่นขึ้นมาก่อนจอยถึงเพิ่งรู้สึกตัว

 

 

ถามมาได้... ก็ใช่น่ะสิ!

 

 

เจ้าคงตามหาเพื่อนอยู่สินะ”

 

 

ใช่” จอยตอบสั้นๆ เพราะกลัวว่าตัวเองจะพลั้งปากเผลอพูดอะไรที่ไม่ควรออกไป

 

 

นางแอบติดตามขบวนเดินทางไปอีสต์ฟอล”

 

 

เวรแล้ว...” จอยแทบจะเอาหัวโขกต้นไม้ทันทีที่ได้ยินดังนั้น แล้วมันคงจะดีมากๆ ถ้าเกิดเธอสามารถมุดดินหนีสายตาคาดคั้นจากคนตรงหน้าได้เดี๋ยวนี้เลย แค่เป็นนักเรียนเก๊ ทำไมต้องมองเหมือนเธอไปฆาตกรรมใครที่ไหนมา แล้วอีกอย่างใช่ว่าคนตรงหน้าเธอน่ะเป็นนักเรียนที่นี่จริงๆ ซะที่ไหน ปลอมตัวเป็นสายมาสืบเรื่องชาวบ้านเค้าไปบอกคนอื่น มันก็นักเรียนเก๊เหมือนกันนั่นแหละว้า

 

 

เจ้าไม่ใช่นักเรียนของที่นี่ บอกข้าว่าใครส่งเจ้ามา” อีกฝ่ายถามพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาใกล้ เพราะหลงคิดว่าเธอถูกส่งมาเป็นสายให้จ้าวปีศาจอีกคนสินะ คือจำนักเรียนทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้หมดหรือไง ถึงได้มั่นอกมั่นใจอะไรขนาดนี้

 

 

ตอนนี้ไม่ใช่ แต่ถ้าอีกยี่สิบปีต่อมาล่ะไม่แน่” จอยเริ่มยียวนกวนโมโห อีกฝ่ายเลยเริ่มไม่สบอารมณ์ก่อนเอ่ยถามเสียงเข้มกว่าเดิม

 

 

ถ้าเจ้าไม่ตอบ ข้าจะถือว่าเจ้ากับข้าเป็นศัตรูกัน ข้าจะถามอีกครั้งว่าใครเป็นคนส่งเจ้ามาที่นี่”

 

 

โชคชะตา” จอยสบลึกเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้า “และท่านจะคาดไม่ถึงเลยว่าคำเพียงสามพยางค์นี้จะสามารถทำให้ชีวิตของท่านเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งคนทรยศท่านจ้าวปีศาจ”

 

 

เราเคยพบกันมาก่อน?” จอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าการกระตุกหนวดเสือได้ผลและคนตรงหน้าเริ่มมีปฏิกิริยาตอบรับ

 

 

ท่านไม่เคยพบข้า แต่ข้าเคยพบท่าน”

 

 

กระโจมผ้าใบสีขาวขุ่นเหมือนกระท่อมหลังย่อมๆ ถูกกางขึ้นทันทีเมื่อเหล่านักเรียนเดินทางมาถึงสถานที่ปักหลักแห่งอีสต์ฟอล ทุกคนแบ่งฝ่ายแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ไม่เว้นแม้แต่เจสสิก้าผู้แสนเอาแต่ใจตัวเองที่จับฉลากได้อยู่กลุ่มทำอาหาร แต่ใครจะยอมให้เจ้าหล่อนเข้าร่วมกลุ่มล่ะ ในเมื่อซุปข้าวโพดง่ายๆ ยังทำให้เหลวและจืดยิ่งกว่าน้ำเปล่าได้เลย ถ้าขืนยังปล่อยให้เจ้าหล่อนมาทำอาหารด้วยไม่แคล้วทุกคนคงได้ท้องเสียทั้งเช้า กลางวัน เย็น!

 

 

เจสสิก้าเลยเดินหน้าบูดหน้าบึ้งขมุบขมิบปากบ่นเป็นหมีกินผึ้งมาขนของใช้ส่วนตัวของตัวเองลงเกวียนเพื่อย้ายไปไว้ในกระโจม แต่พอดึงผ้าคลุมข้าวของออกปุ๊บ ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วเลยยิ่งโตเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นเด็กน้อยเยรินอนหลับปุ๋ยอยู่ในกองข้าวของเหล่านั้น

 

 

นี่เจ้า!” เด็กน้อยกระเด้งตัวลุกขึ้นมาขยี้หูขยี้ตาให้สร่างตา ไม่ได้มีอาการทุกข์ร้อนแม้แต่น้อยเลยที่ฝ่าฝืนกฎโรงเรียนมายังที่นี่ เอาไงดีล่ะทีนี้

 

 

ถึงอีสต์ฟอลแล้วหรอคะ” เยริถามเสียงใสพร้อมยิ้มปากฉีกถึงหู

 

 

ยัง... ยังมีหน้ามาส่งยิ้มทำหน้าตาแป้นแล้นใส่เธออีก แต่ทำไมยิ่งมองยิ่งรู้สึกรักใคร่เอ็นดูก็ไม่รู้

 

 

ลงมาเลยแม่ตัวดี” เจสสิก้ามองซ้ายมองขวาก่อนดึงแขนลากเด็กน้อยให้ลงมาจากเกวียน “เจ้าทำอย่างนี้ทำไม ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรอว่าเด็กปีหนึ่งห้ามออกจากโรงเรียน แล้วทำไมยังตามมาแบบนี้อีก ไม่กลัวถูกไล่ตะเพิดออกจากโรงเรียนหรือไงเล่า” เจสสิก้าทั้งดุทั้งตีป๊าบไปที่แขนของเด็กน้อยไม่ยั้ง เจ้าหญิงเยริเลยได้แต่อ้าปากค้างกะพริบตาปริบๆ

 

 

ตั้งแต่จำความได้ เสด็จแม่ไม่เคยลงไม้ลงมือตีเธอแบบนี้สักครั้งเลยนะ...

 

 

แล้วก้นเจ้าน่ะ หายดีแล้วหรือไง” น้ำเสียงหวานฉายชัดถึงความเป็นห่วง พอเห็นเด็กน้อยส่ายหน้าก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เจ้านี้มันดื้อด้านจริงๆ ไปเอานิสัยแบบนี้มาจากใครกันไม่ทราบ”

 

 

ก็ได้มาจากเสด็จแม่ไงเพคะ’ เจ้าหญิงเยริสื่อประโยคนั้นผ่านสายตาพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ เจสสิก้าจึงส่ายหัวไปมาอย่างระอาใจเมื่อเห็นท่าทีของเด็กน้อยที่ดูเหมือนจะสดใสร่าเริงได้ตลอดยังไงยังงั้น

 

 

อันที่จริง ข้าไม่ค่อยถูกกับเด็ก” เจ้าหญิงเยริหุบยิ้มทันทีที่ได้ยินดังนั้น ไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบันเสด็จแม่ก็ทรงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ทรงรักงาน ทรงรักประชาชน ทรงรักทุกอย่าง ยกเว้น ลูกในไส้อย่างเธอ

 

 

ทว่า...

 

 

แต่ที่นี่มันอันตราย เพราะฉะนั้นอยู่ใกล้ๆ ข้าเข้าไว้ เข้าใจนะ?” เจ้าหญิงเยริที่กำลังตัดพ้อน้อยอกน้อยใจเสด็จแม่เลยน้ำตารื้นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำพูดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยนั้น แล้วทันใดนั้นร่างเล็กก็โผเข้ากอดคนตัวสูงกว่าอย่างโหยหาและรู้สึกผิด คนถูกกอดก็ได้แต่งุนงงตกใจ ส่วนคนกอดก็เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด

 

 

อะไรกัน ไม่ทันไรก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งอยากกลับลากราเซียแล้วหรอ” เจสสิก้ายกมือขึ้นมากอดตอบก่อนถามปนเสียงหัวเราะ

 

 

ขอกอดอย่างนี้นานๆ ได้มั้ยคะ” เจสสิก้าที่ไม่มีอะไรจะเสียแล้วจึงพยักหน้าอย่างขำๆ

 

 

กอดได้แต่อย่าเผลอคิดไกล ข้ามีเจ้าของหัวใจแล้ว รู้ไว้ซะด้วย” พอได้ยินเสด็จแม่พูดอย่างนั้นเจ้าหญิงเยริก็เพิ่งนึกออก

 

 

ว่าแต่เสด็จน้ากับเสด็จแม่ของเธอเคยคบกันมาก่อนอย่างนั้นหรอ?

 

 

ทั้งคู่ดูรักกันมากจนเหมือนจะไม่มีอะไรมาแยกจากกันได้ แล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกอย่างมันถึงได้กลับตาลปัตร ผิดฝาผิดตัวไปหมดแบบนั้น ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด จนในที่สุดเจ้าหญิงเยริก็อดถามขึ้นมาไม่ได้

 

 

พี่สิก้าคะ” เรียกแบบนี้ไม่ชินเลยสิ ให้ตาย

 

 

ว่าไง”

 

 

ข้ามีบางอย่างจะถามได้มั้ย” เจ้าหญิงเยริกล้าๆ กลัวๆ ที่จะถามคำถามนั้นออกไป แต่เสด็จแม่กลับพยักพเยิดหน้าเต็มที่ “ถ้าสมมติว่าพี่มีลูก แต่ลูกคนนั้นไม่ได้เกิดจากพี่แทยอนกับพี่...”

 

 

ไม่ทันจะจบคำถามนั้นเจสสิก้าก็ผละตัวออกจากเด็กน้อย แล้วตอบคำถามไร้สาระนั้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดรำคาญใจในคำถามนั้นทันที “ไม่มีทาง!”

 

 

“...”

 

 

เราสองคนรักกันมาก! ข้าจะไม่มีวันมีลูกกับใครหน้าไหนทั้งนั้นนอกจากแทยอนจำใส่หัวเจ้าไว้ซะ!”

 

 

ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตของเจสสิก้าฉายชัดถึงความโกรธเคืองเป็นอย่างยิ่ง ที่เด็กคนหนึ่งที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ากล้าถามคำถามสิ้นคิดแบบนั้นออกมา ก่อนจะสะบัดตัวเดินจากไปโดยไม่สนใจสักนิดว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของอีกฝ่ายจะแหลกสลายมากเพียงใดเมื่อได้ฟังคำตอบนั้นจากปากของตัวเอง

 

 

เสด็จแม่ไม่เคยรักหญิงเลย”

 

 

หยาดน้ำตาใสร่วงพราวลงบนใบหน้านวลอย่างไม่มีที่ท่าว่าจะหยุด มือซ้ายถูกยกขึ้นมากำหน้าอกอย่างเจ็บปวดร้าวราน สองขาเริ่มอ่อนแรงจนทรงตัวไม่อยู่ต้องทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นดินอย่างน่าเวทนา ไม่แปลกใจว่าทำไมเสด็จแม่ถึงเอาแต่ทรงงาน ไม่แปลกใจว่าทำไมเสด็จแม่ถึงไม่เอาใจใส่เธอ เสด็จแม่ไม่ผิดหรอก แต่เป็นเธอต่างหากที่ผิด

 

 

... ผิดที่เกิดมาเป็นลูกที่เสด็จแม่ไม่ต้องการเอง ...

 

 

บางทีการที่เยริแอบไปอีสต์ฟอลกับราชินีเจสสิก้าอาจไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วงก็ได้ แทนที่เธอจะไปตามตัวเจ้าหญิงเยริกลับมา การปล่อยให้แม่ลูกเค้าใช้เวลาด้วยกันน่าจะเป็นความคิดที่ดีกว่า จอยคิดขณะที่นอนแผ่หราบนหลังคาปราสาทอยู่อย่างสบายใจเฉิบ แต่แล้วร่างสูงของเด็กสาวก็ลุกขึ้นมาอย่างแปลกใจทันทีที่เห็นไฟในปราการไอริสดับลงอย่างไม่มีที่มาที่ไปทั่วทั้งตึก

 

 

นี่มันไม่ปกติแล้ว” จอยพูดพร้อมกับกำมือแน่นเหมือนพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้ตัวเองเข้าไปยุ่งกับเหตุการณ์นั้น แต่ภาพของหญิงสาวในความทรงจำที่กำลังกระโดดออกมาจากปราการสูง ทำให้จอยไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

 

 

ไม่สนแล้ว! จะเป็นไงก็เป็นกัน” จอยลุกขึ้นยืนแล้วดิ่งตัวลงมาจากหลังคาปราสาทก่อนร่างนั้นจะแวบหายไปแล้วไปปรากฏอยู่ที่ปราการในชั่ววินาที ทำให้บุคคลที่เพิ่งกระโดดออกมาจากปราการไอริสเพราะมีชนักความผิดติดหลังสะดุ้งเฮือกก่อนพุ่งตัวเอาดาบมาจ่อคอเด็กสาวร่างสูงอย่างหวาดระแวงทันที

 

 

หลีกไปซะถ้ายังไม่อยากตาย” อีกฝ่ายขู่แต่จอยไม่สะทกสะท้านแม้แต่นิดเดียว

 

 

ข้ารู้ว่าท่านไม่ฆ่าใครพร่ำเพรื่อ” จอยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะค่อยๆ ดันคมดาบออกห่างจากคอตัวเอง แล้วทันใดนั้นเสียงการเคลื่อนไหวบนปราการก็ดังขึ้นจนหญิงสาวตรงหน้าจอยร้อนรน ทว่าจอยกลับหัวเราะเสียงหลงที่เห็นคนตรงหน้าเริ่มจะสติแตก

 

 

ข้าร่ายเวทพลางตาไว้ คนข้างบนมองไม่เห็นท่านหรอก” จอยพูดปนเสียงหัวเราะ ก่อนจะจุปากให้อีกฝ่ายเงียบเสียงไว้

 

 

หนีไปจนได้!” คนข้างบนปราการพูดเสียงดังออกมาอย่างหงุดหงิดใจ และพอจอยเงยหน้าขึ้นไปดูก็แทบเข่าทรุดเมื่อรู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นคือราชินีแทยอนในอดีต!

 

 

ทั้งสองคนปล่อยให้แทยอนกลับเข้าไปก่อนจึงค่อยพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก พอคนตรงหน้าทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างออกมา จอยก็ไม่เปิดโอกาสให้เจ้าหล่อนพูดก่อนแต่กลับพาเจ้าหล่อนหายตัวมายังสวนข้างหอคอยแทน

 

 

โถๆ เล่นกับใครไม่เล่น” จอยหันมาหาคนตรงหน้าพร้อมกับมองดูเลือดสีแดงฉานที่ไหลอาบต้นแขนมายันข้อศอกของอีกฝ่าย แต่แล้วมันกลับค่อยๆ หายไปด้วยอำนาจของมนต์ดำที่เจ้าหล่อนสร้างขึ้น

 

 

เจ้าเป็นใคร มาช่วยข้าทำไม” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงติดจะรำคาญนิดๆ ทว่าจอยยังคงยิ้มบางๆ

 

 

ข้าว่า... คนฉลาดเป็นกรดอย่างท่านน่าจะรู้แล้วนะว่าข้าเป็นใคร” จอยยังคงทำให้ทุกอย่างเป็นปริศนาจนอีกฝ่ายอยากจะพ่นไฟใส่หน้าซะจริงๆ

 

 

เจ้าบอกข้าว่า ข้าไม่เคยพบเจ้า ซึ่งข้าก็มั่นใจว่าเราไม่เคยพบกันมาก่อนแน่ๆ แต่เจ้ากลับพูดกำกวมให้ฟังเข้าใจยากยิ่งขึ้นไปอีกว่า เจ้าเคยพบข้ามาก่อน ซึ่งมันหักล้างกับที่เจ้าบอกว่าอีกยี่สิบปีต่อมาเจ้าจะกลายเป็นนักเรียนของที่นี่ และถ้าหากว่าสิ่งที่นำเจ้ามาที่นี่คือโชคชะตาอย่างที่เจ้าว่ามาจริง ก็แสดงว่าเจ้าเป็นคนจากอนาคตงั้นสินะ?” คำอธิบายราวกับแก้โจทย์ปัญหาของคนตรงหน้าทำให้จอยรู้สึกทึ่งเบาๆ แต่ก็ยังขี้เต๊ะด้วยการไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจจนเจ้าหล่อนเริ่มจะเหม็นขี้หน้า

 

 

ข้าเห็นเด็กคนนั้นมีตรารัชทายาทแห่งมาเดน อย่าบอกนะว่าเป็นลูกของเจ้าหญิงเจสสิก้า ตอบให้ดีด้วย” คำถามแรกจากคนในอดีตเล่นเอาคนจากอนาคตอย่างจอยแทบหงายเงิบ แล้วยิ่งเซอร์ไพรส์เข้าไปกันใหญ่เมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายก็ร่ายเวทมนตร์เรียกเชือกประจุไฟฟ้ามาพันไปมารอบตัวเธอ นี่เราจะไม่เริ่มจากการทักทายหรือแนะนำตัวก่อนเลยหรือไง!

 

 

จอยจำใจพยักหน้าเนิบนาบ “นั่นเจ้าฟ้าหญิงเยริรัชทายาทแห่งอาณาจักรมาเดน”

 

 

กับใคร?”

 

 

ข้าชื่อจอย” อีกฝ่ายตีหน้าตึงขึ้นมาทันทีที่จอยซื่อบื้อไม่เข้าเรื่อง ตกลงมันฉลาดหรือไม่ฉลาดกันแน่ ไอ้เด็กคนนี้

 

 

หมายถึงว่าเป็นลูกของเจ้าหญิงเจสสิก้ากับใคร?”

 

 

จอยหัวเราะแห้งๆ ก่อนตอบเสียงเบา “ยูริ”

 

 

อีกฝ่ายทำเพียงสดับรับฟังด้วยสีหน้าเรียบนิ่งราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะมองหน้าจอยแล้วเอ่ยถามออกมา “แล้วแทยอนล่ะ?”

 

 

ก็อภิเษกกับราชินีทิฟฟานี่ไง”

 

 

อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ก่อนถามขึ้นมาว่า “ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นไปได้”

 

 

จอยเลยตัดสินใจอธิบายขยายความต่ออย่างอดใจไม่อยู่ เท่านั้นแหละจอยก็พลั้งปากเล่าเรื่องมหากาพย์การผจญภัยของเหล่าคณะเดินทางที่เป็นตำนานไปทั่วทุกหย่อมหญ้าอย่างลืมตัว ตั้งแต่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องราว ไปจนถึงจุดสิ้นสุดของเรื่องทั้งหมด รู้ตัวอีกทีก็...

 

 

เล่าจบซะแล้ว!!!

 

 

ไม่จริง!!!!!!!!!!!

 

 

อุตส่าห์กำชับเยริเป็นมั่นเป็นเหมาะ แล้วทำไมถึงกลายเป็นตัวเองที่เผลอไผลพลั้งปากบอกทุกสิ่งทุกอย่างออกไปหมดล่ะ!!!!!

 

 

ต้องเป็นเพราะไอ้เชือกนี่แน่ๆ ที่ทำให้เธอคายความจริงออกมาทั้งหมด

                         

 

สรุปว่าเด็กที่ชื่อเยริคนนั้นเป็นลูกของเจสสิก้ากับยูริสินะ ส่วนแทยอนกับทิฟฟานี่ก็มีลูกแฝดด้วยกันสองคนชื่อไอรีนกับเวนดี้” คนตรงหน้าพยักหน้าลงอย่างเชื่องช้าก่อนจะสรุป “ก็ฟังดูเป็นเรื่องราวที่จบสวยดีนี่”

 

 

แต่สำหรับข้าน่ะ มันจบไม่สวยหรอก” คนตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมากับประโยคดังกล่าวของจอยทันที

 

 

ให้ตายเถอะ เธอหยุดปากตัวเองไม่ได้เลย ถ้าไอ้เชือกประจุไฟฟ้านี่ไม่รัดตัวรัดแขนเธออยู่ เธอคงจะง้างมือมาฟาดปากตัวเองรัวๆ ไปตั้งนานแล้ว แต่ไม่นานนักเชือกที่ว่านั้นก็ค่อยๆ คลายตัวก่อนจะสลายหายไปในที่สุด

 

 

เจ้าเป็นอิสระแล้ว ไปตามทางของเจ้าเถอะ” พูดจบเจ้าหล่อนก็เดินจากไป

 

 

ฉันพลันจอยก็รู้สึกโหวงๆ ขึ้นมาในหัวใจ เมื่อได้ยินประโยคนั้นจากปากของคนตรงหน้าอีกครั้ง เธอเคยได้ยินมัน เมื่อนานแสนนานมาแล้ว แต่มันช่างเป็นประโยคที่ทำให้เธอไม่เคยยินดีในอิสรภาพที่เธอได้รับสักครั้ง มิหนำซ้ำยังทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างจนอยากให้คนตรงหน้าตื่นขึ้นมาจากความตายอีกครั้ง

 

 

เจ้านกน้อย เจ้าเป็นอิสระแล้ว ไปตามทางของเจ้าเถอะนะสิ้นประโยคนั้น สตรีผู้เป็นที่รักยิ่งที่สุดในชีวิตของเธอก็จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

 

 

เธอไม่ยอมให้มันจบลงแบบนั้นอีกครั้งหรอก!

 

 

แล้วท่านล่ะ ท่านไม่อยากรู้อนาคตของท่านบ้างหรือไง” จอยตะโกนไล่หลังตามมา ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายยิ่งเดินหนีจากตัวเองไปไกลยิ่งขึ้นจอยยิ่งทนไม่ได้ สองขาจึงออกวิ่งไปอย่างรวดเร็วแล้วคว้าแขนให้เค้าหันหน้ามาหาตัวเองอย่างถือวิสาสะ เจ้าหล่อนชะงักก่อนจ้องตาแข็งเพื่อเตือนไม่ให้เธอพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา

 

 

ท่านเองก็มีครอบครัวเหมือนกัน ครอบครัวเล็กๆ ที่น่ารัก” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเบนหน้าหนีเหมือนไม่อยากฟังจอยก็ยิ่งอยากลองดี “ถึงพวกท่านจะไม่ได้ตั้งใจทำให้ข้าเกิดมา แต่ข้าก็ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกสาวของท่านแม่ซูยองแล้วก็ท่าน...” จอยหยุดพูดไปชั่วครู่ “ท่านแม่ซันนี่”

 

 

ซันนี่ไม่ได้มีท่าทางตกอกตกใจแม้แต่น้อยที่ได้ยินดังนั้น หญิงสาวยังคงสงบนิ่งจนดูน่ากลัวมากกว่าเยือกเย็น ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าจอยเป็นลูกสาวของเธอ ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างของเด็กสาวทั้งสีผมและดวงตาล้วนถอดแบบมาจากเธอทั้งหมด ยกเว้นก็แต่ส่วนสูงที่ห่างจากเธออยู่มากโข

 

 

ท่านแม่ชอบทำเหมือนโกรธเกลียดท่านแม่ซูยองมาเป็นสิบๆ ชาติ แต่ท่านแม่ทั้งสองก็ยังอยู่ด้วยกัน และพร้อมจะเป็นครอบครัวอบอุ่นในทุกครั้งที่ข้าต้องการเสมอ” ดวงตาของจอยเริ่มคลอไปด้วยหยาดน้ำใส “แต่วันนึงความชั่วร้ายก็บุกเข้ามาในบ้านของเรา ท่านแม่ซูยองจึงต้องสละชีวิตถ่วงเวลาพวกมันให้เราทั้งคู่หนีไป ส่วนท่านแม่ก็...”

 

 

จอย” ซันนี่เตือนลูกสาวในอนาคต แต่จอยไม่สน

 

 

ท่านแม่... อย่าตายเพื่อข้าจะได้มั้ย”

 

 

จอย!”

 

 

ทันใดนั้นท้องฟ้าก็วิปริตแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกลางวันกลางคืนสลับไปมาไม่สิ้นสุด ทุกอย่างถูกบิดเบือนไปหมด ต้นไม้ ดอกไม้ สรรพสิ่งรอบด้านเหี่ยวเฉา แม้กระทั่งวัยของเธอก็ยังเปลี่ยนเป็นแก่ชราไร้ซึ่งกำลังวังชา ส่วนคนตรงหน้าก็กลายเป็นเถ้ากระดูกไร้ซึ่งลมหายใจ จอยใจหายวาบทันที ทั้งที่ความจริงเธอควรจะชินกับความตายได้แล้ว แต่ไม่เลย เธอไม่เคยทำใจได้เลยสักครั้งเมื่อเห็นคนที่ตัวเองรักต้องตายไปต่อหน้า แล้วสรรพสิ่งก็หวนคืนกลับสู่สภาพเดิมอีกครั้ง

 

 

ปลายทางของทุกชีวิตคือความตาย” ซันนี่หลุบตาลงต่ำพร้อมกับพูดเสียงเรียบ

 

 

แล้วข้าล่ะ ท่านแม่จะรู้บ้างมั้ยว่ามันลำบากมากแค่ไหน ที่ข้าเติบโตขึ้นมาโดยไม่มีพวกท่านอยู่เคียงข้าง”

 

 

ถ้าเจ้าต้องการอย่างนั้น ข้าก็มีทางออก” จอยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง แต่แล้วใจของเธอก็แทบสลายลงอีกครั้ง “ข้าจะไม่เข้าร่วมกับคณะเดินทาง ข้าจะไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัย และเมื่อไม่มีข้าเป็นตัวแปรของทุกเหตุการณ์ อนาคตก็จะเปลี่ยนแปลงไป ข้าก็ไม่ต้องทำให้เจ้าเจ็บปวด เพราะเจ้าอาจไม่ได้เกิดมาบนโลกนี้เลยด้วยซ้ำ เจ้าต้องการแบบนี้ใช่มั้ยจอย อนาคตที่ไม่เหมือนเดิม”

 

 

“...”

 

 

เจ้ากับเยริจะหลงอยู่ในห้วงของกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต เจ้าก็จะไม่มีวันกลับไปยังที่เดิมที่เจ้าจากมาได้ นี่คือบทลงโทษของผู้ที่บังอาจมายุ่งเกี่ยวกับกาลเวลา”

 

 

จอยได้แต่นิ่งงันไป จนกระทั่งผู้เป็นแม่เดินเข้ามาสวมกอดอย่างอ่อนโยน

 

 

แทนที่จะขอไม่ให้ข้าตายเพื่อเจ้า ทำไมเจ้าไม่ใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าล่ะ ถึงข้าในตอนนี้จะไม่เหมือนข้าในอีกหลายปีข้างหน้า แต่ไม่ว่ายังไงข้าก็ยังเป็นแม่ของเจ้า หากเจ้ามีอะไรค้างคาใจก็บอกข้า ข้าจะได้ช่วยเจ้าเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปยังไงล่ะ”

 

 

ท่านแม่... ข้าขอโทษ” จอยก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด แต่ซันนี่กลับระบายยิ้มบางๆ แล้วลูบไล้ใบหน้าของลูกสาวในอนาคตอย่างเบามือ

 

 

โชคชะตาถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่มีใครเปลี่ยนโชคชะตาได้หรอกนะจอย”

 

 

เยริ ไปกินอาหารเช้ากัน” เจ้าหญิงเจสสิก้าบอกเด็กน้อยที่กำลังสวมผ้าคลุมพกคันธนูเหมือนจะออกไปข้างนอก แต่เจ้าหล่อนดันทำเป็นหูทวนลมซะนี่ เรื่องของเรื่องมันสืบเนื่องมาตั้งแต่วันนั้นนั่นแหละ วันที่เธอเผลอไปตะคอกขึ้นเสียงใส่เยริ ก็ดูสิว่าคำถามที่เด็กน้อยถามออกมามันสร้างสรรค์ซะที่ไหน จะแช่งให้เธอเลิกกับแทยอนหรือไง เธอรู้นะว่าเธอผิดเต็มๆ แต่จะให้เธอทำยังไงได้ แค่มองหน้าเธอเยริยังไม่อยากจะมองเลย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคุยกันเลย แค่เยริกลับมานอนกระโจมเดียวกับเธอทุกวันนี่ก็มากพอแล้ว

 

 

ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือไง”

 

 

ข้าจะกลับแล้ว” เยริพูดโดยไม่มองหน้าเจสสิก้า

 

 

เข้าใจยากจริง หรือจะเป็นภาวะอารมณ์แปรปรวนในวัยรุ่น...

 

 

แล้วเจ้าจะกลับยังไง” เสียงหวานถามขึ้นอีกครั้ง

 

 

นั่นมันเรื่องของข้า”

 

 

เจ้าไม่เห็นหรือไงว่าอีสต์ฟอลเป็นสถานที่แบบไหน มันเป็นคุกกักกันนักโทษที่มีความผิดร้ายแรง ส่วนคนที่ไม่ใช่นักโทษก็ป่าเถื่อนและใช้แต่ความรุนแรง จนโรงเรียนต้องส่งพวกข้ามาจัดการบริหารให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าไม่กลัวข้างนอกนั่นหรือไงเยริ”

 

 

ข้าจะเป็นยังไงเสด็จแม่ก็ไม่เคยสนอยู่แล้ว! เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาสนหรอก!” เยริหันไปพูดใส่เจสสิก้าด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองก่อนจะสะบัดก้นวิ่งออกจากกระโจมไป ทิ้งให้เจสสิก้าได้แต่ยืนนิ่งจังงังอยู่กลางกระโจมเพราะประโยคนั้นอยู่เพียงคนเดียว

 

 

เสด็จแม่?”

 

 

เจ้าหมายถึงใครกันเยริ...

 

 

นักโทษแหกคุก!!!” เสียงป่าวประกาศพร้อมเสียงตีสัญญาณกลองดังก้องขึ้นทันใด “นักโทษแหกคุก!!!”

 

 

เยริ!” เจสสิก้ารีบวิ่งออกไปหาเยริทันที แต่เมื่อออกมาจากกระโจมภาพความจลาจลก็พุ่งเข้าสู่สายตาก่อนเป็นอันดับแรก ผู้คนมากมายกำลังหลั่งไหลมายังทิศทางที่กระโจมของนักเรียนจากลากราเซียตั้งอยู่ เสียงผู้คนหวีดร้องกับเสียงม้าดังระงมไปทั่ว แต่เธอกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเยริ

 

 

คบไฟที่ปักอยู่ถูกชนจนเอียงล้มใส่กระโจมจนเกิดประกายไฟลุกไหม้ ข้าวของถูกชนล้มเทกระจาดไม่เป็นท่า ผู้คนล้มลุกคลุกคลานเหยียบกันตายบ้างก็มี รอบด้านมีแต่ความสับสนวุ่นวายจนเจสสิก้าใจไม่ดี เสียงประกาศเตือนให้นักเรียนหาที่หลบภัยดังขึ้นมาเป็นระลอกสลับกับเสียงป่าวประกาศนักโทษแหกคุก แต่เจสสิก้าไม่ฟังซ้ำยังวิ่งออกไปรวมกับฝูงผู้คนเพื่อตามหาเยริทันที

 

 

เสียงกรีดร้องลั่นอย่างทรมานจากความเจ็บปวดดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลไปจากที่ซ่อนตัวของเจ้าหญิงเยริที่หลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ทันทีที่ได้ยินเสียงป่าวประกาศนั้น เจ้าหญิงไข่ในหินผู้ไม่เคยสัมผัสความหวาดกลัวเพิ่งจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นเป็นครั้งแรก และยิ่งหวั่นใจเข้าไปกันใหญ่เมื่อจู่ๆ ก็มีบรรดาสตรีผู้สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งท่าทางไม่น่าไว้ใจมายืนล้อมหน้าล้อมหลังเธออย่างไม่เป็นมิตร

 

 

พวกเค้าทุกคนล้วนมอมแมมและผ่ายผอมเหมือนคนหิวโซอดๆ อยากๆ ดวงตาทุกคู่ที่จับจ้องมองมายังเธอล้วนแข็งกร้าวและยากที่จะหยั่งถึงว่าพวกเค้ากำลังคิดอะไรอยู่ บางคนก็ยกเล็บแหลมสกปรกยาวเฟื้อยขึ้นมาเลียเหมือนหิวอะไรนักหนา บางคนก็จ้องมองเธอไม่วางตาพลางแลบลิ้นเลียปากแผลบๆ บ้างก็มี

 

 

หรือว่าพวกเค้าจะกินเธอ...

 

 

คิดได้ดังนั้นเจ้าหญิงเยริก็ง้างคันธนูขึ้นมาก่อนเล็งไปที่ใบหน้าของแต่ละคนแบบเรียงตัว มือน้อยๆ สั่นไหวจนหนึ่งในพวกคนแปลกหน้าหัวเราะลั่นด้วยเสียงอันสยองขวัญออกมา

 

 

พวกเจ้าเป็นใคร!” เจ้าหญิงเยริตะโกนถามออกไปอย่างใจดีสู้เสือ ทั้งที่ความจริงแล้วเธอกลัวจะแย่

 

 

พวกข้าก็เป็นแม่มดดำน่ะสิ” หนึ่งในนั้นตอบพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ “แม่มดดำที่ถูกขังจนไม่เห็นเดือนไม่เห็นตะวันมาเป็นร้อยๆ ปี!”

 

 

แล้วฟ้าก็เป็นใจให้พวกข้ามาพบกับเจ้า แม่หนูน้อย”

 

 

อย่าเข้ามานะ!” เจ้าหญิงเยริแสร้งทำเสียงเข้มเหมือนไม่หวาดกลัว “ไม่อย่างนั้นข้ายิงพวกเจ้าแน่!”

 

 

จะยิงพวกข้ารึ” เหล่าแม่มดดำหัวเราะลั่น

 

 

ข้าได้กลิ่นเลือดอันบริสุทธิ์จากเจ้า เลือดสีทอง...”

 

 

ทายาทปฐมกษัตริย์แห่งมาเดนผู้ห้าวหาญ...” เหล่าแม่มดดำขานต่อกันเป็นทอดๆ

 

 

จับนางไปบูชายัญ!”

 

 

เจ้าหญิงเยริมือลั่นลูกธนูใส่คนที่พูดประโยคนั้นทันที พวกที่เหลือเลยจ้องมองมายังเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พลันพวกนางก็หวีดเสียงร้องลั่นอย่างแค้นเคืองก่อนก้าวสามขุมรุมเข้ามาหาเธออย่างไม่ปรานี

 

 

เจ้าฆ่าเพื่อนข้า! ตายซะ!” สิ้นเสียงนั้นลูกธนูจากเจ้าหญิงเยริก็แหวกอากาศไปปักอกคนพูดอีกครั้ง และมันจะไม่เกิดเหตุการณ์นั้นซ้ำรอยเป็นครั้งที่สาม เมื่อจู่ๆ ลูกธนูที่บรรจุอยู่เต็มกระบอกก็หายไปด้วยอิทธิฤทธิ์ของแม่มดดำ

 

 

ลูกธนูข้าหายไปไหน!”

 

 

อยู่กับข้าไง เข้ามาเอาสิแม่หนูน้อย” แม่มดดำคนหนึ่งชูลูกธนูขึ้นมา เจ้าหญิงเยริหมดหนทางต่อกรทันที

 

 

ฆ่านังเด็กนี่ซะ!!!” หนึ่งในนั้นตะโกนขึ้นพร้อมกับชักมีดออกมาจะกรีดแทงเด็กน้อยไร้หนทางสู้ให้ดับดิ้นไป เจ้าหญิงเยริพยายามดิ้นสะบัดแขนหนีจากการเกาะกุมของพวกแม่มดดำ พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องลั่นออกมาด้วยความกลัวจับใจ

 

 

และในวินาทีแห่งความเป็นความตายนี้เอง ทันใดนั้นร่างของพวกแม่มดดำก็ชะงักนิ่งแข็งราวกับถูกสาป ผืนป่าสนเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะที่กำลังร่วงโรยจากฟากฟ้า

 

 

เอามือสกปรกของพวกเจ้าออกไปจากตัวเด็กคนนั้นเดี๋ยวนี้!” เจ้าหญิงเจสสิก้ายื่นคำขาด

 

 

ทว่าพวกแม่มดดำก็ยังไม่ยอมรามือจากเด็กสาวตรงหน้า มิหนำซ้ำกรงเล็บแหลมเรียวยังพยายามฝืนพลังภูตหิมะไปข่วนแขนเจ้าหญิงเยริจนเลือดสีแดงไหลออกมาซิบๆ และในที่สุดเจสสิก้าก็หมดความอดทนแช่แข็งทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นยกเว้นเยริ จนกระทั่งร่างทั้งหมดกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งที่มีรูปร่างหน้าตาหน้าเกลียดเหมือนพวกนางไม่มีผิด

 

 

เป็นอะไรมั้ยเยริ” เจสสิก้ารีบวิ่งเข้าไปตรวจดูเยริ แต่เด็กน้อยที่กำลังหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้เธอกลับทรุดตัวหมดสติลงไปนอนกองกับพื้นทันทีที่เธอวิ่งเข้าไปหา

 

 

เยริ!”

 

 

เจสสิก้าถือชามใส่น้ำใบใหญ่เข้ามาในกระโจม ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงของเยริแล้วเช็ดบรรจงเช็ดตัวให้อย่างเบามือ เด็กน้อยที่รู้จักกันได้ไม่กี่วันแต่กลับรู้สึกผูกพันและอบอุ่นหัวใจยามอยู่ด้วยอย่างน่าประหลาด เจสสิก้าคิดพลางใช้ผ้าขาวซับน้ำเช็ดไปตามซอกคอของเด็กน้อย จนกระทั่งดวงตากลมโตเห็นสายสร้อยสีทองที่ดูคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก มือบางค่อยๆ หยิบสร้อยสีทองเส้นนั้นออกมาดู แล้วทันใดนั้นเจสสิก้าก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว

 

 

สร้อยตรารัชทายาท...” เจสสิก้าเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับหมับไปที่สร้อยตรารัชทายาทที่คล้องคอตัวเองอยู่ “ทำไมเจ้าถึงได้มีสร้อยตรารัชทายาทแห่งมาเดนเหมือนกับข้าล่ะเยริ”

 

 

เด็กน้อยผู้หลับไหลหาได้ยินคำเอ่ยถามนั้นไม่ มีเพียงเจสสิก้าที่ต้องหาคำตอบของคำถามนั้นเพียงลำพัง จนกระทั่งแสงใหม่ของวันมาถึงเจ้าหญิงเยริจึงค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอย่างอ่อนล้า แถมท้องยังร้องโครกครรากๆ เพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องมาหนึ่งวันเต็มๆ แต่เมื่อพลิกตัวหันมาอีกทาง เจ้าหญิงน้อยก็เห็นผู้เป็นมารดานอนอยู่ไม่ห่างกัน จากที่ว่าจะลุกออกไปหาอะไรกิน เจ้าหญิงเยริจึงเปลี่ยนใจมานอนซบอกเสด็จแม่แทน

 

 

ไม่ว่ายังไงหญิงก็รักเสด็จแม่เหมือนเดิมนะเพคะ”

 

 

ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ เจ้าหญิงเยริก็รู้สึกเหมือนใครเอามือมาปิดปาก พอหันไปก็พบกับจอยที่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ดวงตากลมโตจึงเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ แต่อีกฝ่ายยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะปากให้เงียบเสียงเข้าไว้

 

 

จอย เจ้ามาที่นี่ได้ยัง” เจ้าหญิงเยริกระซิบถามเสียงเบาเพราะกลัวว่าผู้เป็นแม่ที่นอนอยู่ข้างกันจะตื่นขึ้นมา

 

 

เราต้องรีบไปแล้ว” จอยบอกเสียงเบาไม่แพ้กัน

 

 

ไปไหน”

 

 

ก็กลับไปที่ที่เราจากมาน่ะสิ”

 

 

พอทั้งจอยและเจ้าหญิงเยริออกนอกกระโจมไป เจ้าหญิงเยริก็โวยวายขึ้นมาอย่างหงุดหงิดทันทีที่จอยบังอาจมาขัดขวางช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นของตัวเองกับเสด็จแม่ “เจ้ารู้มั้ยว่าข้านอนกับเสด็จแม่แบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อตอนห้าขวบนะ แล้วนี่เจ้ายังจะมาพรากลูกพรากแม่ให้แยกจากกันอีก ใจร้ายสิ้นดี”

 

 

ไว้กลับไปที่โลกปัจจุบันค่อยไปนอนกอดอีกก็ได้นี่”

 

 

แล้วจะรีบกลับไปทำไม อยู่ที่นี่ต่ออีกหน่อยไม่ได้หรอ”

 

 

เยริเราอยู่ที่นี่เกินเจ็ดวันไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเราจะต้องติดอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล เข้าใจที่ข้าพูดใช่มั้ย”

 

 

พูดไปเรื่อย นี่เจ้าไปเอามาจากไหน พูดขึ้นมาลอยๆ หรือเปล่าเนี่ย”

 

 

ก็หนังสือเล่มที่เจ้าหยิบมันไปร่ายเวทมนตร์นั่นแหละ มันเขียนหมายเหตุไว้ข้างล่าง” จอยบอกพร้อมกับยื่นหนังสือเล่มนั้นให้เยริดู “เรามีเวลาก่อนพระอาทิตย์ตกดินวันนี้”

 

 

งั้นก็ต้องรีบแล้วใช่มั้ย เอาสิ เจ้าร่ายเวทมนตร์เลยจอย”

 

 

เจ้าต่างหากที่ต้องเป็นคนทำแบบนั้น” จอยแย้ง “เจ้าเป็นคนที่ทำให้เราทั้งคู่มาอยู่ที่นี่ ถ้าหากจะกลับไปมันก็ต้องเป็นเจ้าที่ต้องร่ายเวทมนตร์บทนั้นอีกครั้ง”

 

 

แล้วถ้ามันไม่สำเร็จล่ะจอย ตอนนั้นข้าไม่คิดด้วยซ้ำว่ามันจะได้ผล”

 

 

ไม่ลองก็ไม่รู้” จอยยื่นหนังสือให้เจ้าหญิงเยริเอาไปร่ายเวทมนตร์อีกครั้ง แต่เจ้าหล่อนดันหนังสือนั้นคืนให้จอยเหมือนไม่จำเป็นต้องใช้มัน พร้อมกับบอกเสียงเรียบ

 

 

ข้าจำได้น่า”

 

 

จอยได้แต่ทึ่งกับความสามารถของเจ้าหญิงเยริ แค่อ่านผ่านตาเพียงครั้งเดียวเจ้าหญิงเยริก็สามารถจำทุกตัวอักษรได้ขึ้นใจ บางทีเจ้าหล่อนอาจจะจดจำเวทมนตร์คาถาที่อยู่ในหนังสือทุกเล่มที่อ่านได้หมดแล้ว จะเหลือก็เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือการรอให้พลังเวทมนตร์ของเจ้าหล่อนปะทุตัวขึ้นมาสักวัน

 

 

พายุก่อตัวกรรโชกทันทีที่โลหิตของเจ้าหญิงผู้ร่ายเวทมนตร์ซึมหายลงไปในผืนพสุธาครบสามหยด พายุฝนกระหน่ำสาดเทลงมาจากเบื้องบนราวกับท้องฟ้ารั่ว เสียงฟ้าคำรามลั่นจนฟังเหมือนเสียงโหยหวนของพวกปีศาจ แล้วอัสนีบาตก็ฟาดเปรี้ยงลงมายังพื้นโลกอีกครั้ง

 

 

... แล้วพบกันใหม่นะเพคะ เสด็จแม่ ...

 

 

พายุฝนสงบลงแล้ว ทว่าเสียงกรี๊ดลั่นของเจ้าหญิงเยริกลับดังก้องขึ้นมาจนจอยที่ยืนอยู่พื้นดินด้านล่างสะดุ้งตกใจ ก็จะไม่ให้เธอกรี๊ดได้ยังไง ในเมื่อกิ่งไม้ใหญ่นี่มันเกี่ยวเสื้อคลุมของเธอไว้จนตัวเธอต้องห้อยต่องแต่งจะร่วงแหล่ไม่ร่วงแหล่ลงไปข้างล่างนั่นอย่างน่าหวาดเสียว แล้วดูสิระยะความห่างจากเธอถึงพื้นดินนั่นก็ไม่ใช่น้อยๆ เลย ตกลงไปมีแต่ตายกับตาย! เจ้าหญิงผู้หวาดกลัวความสูงขาสั่นพั่บๆ มือเท้าเย็นเฉียบ

 

 

แล้วทันใดนั้นเสื้อคลุมก็ขาดแคว่ก! ร่างของคนตัวเล็กร่วงลงมายังพื้นดินตามแรงโน้มถ่วงทันที

 

 

ข้ารับเอง!” จอยรีบวิ่งมารับตัวเยริที่กำลังตกลงมา แต่ด้วยแรงของผู้หญิงจอยจึงไม่สามารถต้านทานรับน้ำหนักของคนที่อยู่ในอ้อมแขนได้ ครั้นจะปล่อยให้เยริร่วงลงจากแขนตัวเองก็ใช่เรื่อง จอยเลยทิ้งตัวลงบนพื้นไปพร้อมกับคนในอ้อมแขน แต่ไม่รู้ว่าเกิดความผิดพลาดหรือไปทำอีท่าไหน เราสองคนถึงได้นอนทับกันแถมปากของเราทั้งคู่ยังประกบแนบชิดกันแบบพอดิบพอดี

 

 

เจ้าหญิงเยริเบิ่งตากว้างแล้วรีบผละตัวออกจากจอยทันที มันจะเป๊ะเกินไปแล้ว ดีแค่ไหนที่ไม่มีใครอยู่แถวนี้ ไม่อย่างนั้นล่ะก็... ว่าแล้วเยริก็หันซ้ายหันขวาเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองซะหน่อย แต่แล้วดวงตากลมโตก็หันไปปะทะกับสตรีร่างสูงที่ยืนค้างอยู่กับที่พร้อมกับมองมายังเธอด้วยสายตาเย็นชา

 

 

ท่านน้า” เจ้าหญิงเยริไม่สามารถอธิบายอะไรได้ นอกจากส่ายหน้าไปมาให้คนตรงหน้ารับรู้ว่ามันไม่มีอะไรเกินเลยมากกว่านั้นจริงๆ แต่ท่านน้ายุนอาไม่ฟังกันเลย ซ้ำยังหันหลังกลับเดินจากไปอย่างไม่ใยดี

 

 

เจ้าหญิงเยริสะบัดหน้าหันมาหาจอยอย่างหงุดหงิดใจ “เจ้าไม่น่ามาช่วยข้าเลย ให้ตายสิ”

 

 

อ้าว แล้วกัน ก็เมื่อกี้ใครกันแน่ที่กรี๊ดวี้ดว้ายจะเป็นจะตายน่ะ”

 

 

ยังจะมาเถียงข้าอีก” เจ้าหญิงเยริทุบแขนจอยเข้าให้ ก่อนจะลุกลี้ลุกลนวิ่งตามท่านน้าไปอย่างรวดเร็ว ส่วนจอยก็ได้แต่มองตามภาพนั้นไปพร้อมกับยิ้มมุมปากออกมาน้อยๆ

 

 

เยริ เจ้าคงไม่รู้ว่าเจ้าจะเสียใจอีกนับครั้งไม่ถ้วน ถ้าเจ้าเลือกผู้หญิงคนนั้น”

 

 

มาแล้ว!!” เสียงร้องตะโกนดังขึ้นมาก่อนที่ตัวของเจ้าหัวขโมยซึลกิจะปรากฏเสียอีก เจ้าหญิงฝาแฝดแห่งอาณาจักรคาร์นที่เพิ่งจะได้นั่งพักผิงกองไฟในยามค่ำคืนลุกขึ้นเงี่ยฟังทิศทางของเสียงนั้น จนเห็นร่างบางของซึลกิวิ่งมาแต่ไกลพร้อมเสียงเห่าไล่ของฝูงสุนัขล่าเนื้อที่ก้องกังวานไปทั่วผืนป่า

 

 

เกิดอะไรขึ้นซึลกิ” เจ้าหญิงไอรีนเริ่มเป็นกังวล

 

 

พวกมันมาแล้ว เราต้องรีบหนีไป! เร็วเข้า!” ซึลกิที่ลุกไปหาฟืนก่อนหน้านี้รีบวิ่งจ้ำอ้าวกลับมาอย่างรวดเร็ว “พวกหมาล่าเนื้อมันจมูกดีชะมัด ข้าอยู่ห่างจากมันเป็นโยชน์ก็ยังได้กลิ่นอีก”

 

 

แล้วนี่เจ้ามัวทำอะไรอยู่ได้เจ้าหัวขโมย ไม่เห็นหรือไงว่าพวกหมาบ้าจะวิ่งมาสวบคอเราอยู่แล้ว” เจ้าหญิงเวนดี้เท้าสะเอวถามอย่างหงุดหงิดขณะมองเจ้าหัวขโมยฉีกผ้าออกมาพันกิ่งไม้หนาอย่างใจเย็น

 

 

เจ้าหญิงแฝดไปก่อนเลย เดี๋ยวข้าตามไป” ซึลกิรีบพูดอย่างรวดเร็ว ส่วนมือก็ไม่ยอมละจากสิ่งที่กำลังทำอยู่

 

 

ลงเรือลำเดียวกันแล้ว จะไปไหนก็ไปด้วยกันสิ!” ซึลกิเลยโดนแหวเข้าให้หนึ่งดอก

 

 

ใกล้เสร็จแล้วๆ” เจ้าหัวขโมยยกไม้พันผ้าไปจ่อกองไฟจนไฟลุกพรึ่บ ก่อนจะโยนมันไปยังขี้ไต้จุดไฟที่ซึลกิโรยไว้เป็นแนวยาวเพื่อเป็นกับดักป้องกันไม่ให้ฝูงหมาล่าเนื้อตามมาได้ แต่มันไม่กลัวไฟเอาซะเลย แถมยังกระโจนข้ามมาแบบไม่สนสี่สนแปดใดๆ อีก “ซวยแล้วไง”

 

 

พวกมันไม่กลัวไฟ” เจ้าหญิงไอรีนเริ่มหันหลังเตรียมออกตัววิ่ง

 

 

เสียเวลาจริง เจ้าหัวขโมยงี่เง่า!” เจ้าหญิงเวนดี้แทบประสาทเสีย

 

 

เจ้าหัวขโมยหันหลังก่อนตะโกนลั่น “วิ่ง!!!”

 

 

วิ่งอีกแล้ว!!!” เจ้าหญิงเวนดี้กลอกตาพร้อมสบถอุบ แต่สองเท้านั้นซอยยิบออกตัววิ่งไปก่อนไม่รอใครแล้ว

 

 

ล้อมพวกมันไว้!”

 

 

เสียงมาร์โคดังแว่วมาไกลลิบๆ แล้วพวกหมาบ้าพวกนี้ก็แสนรู้ซะเหลือเกิน พวกมันทำตามคำสั่งของนายมันอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง แถมยังล้อมพวกเราสามคนไว้แบบไม่เหลือช่องให้วิ่งหนีออกไปได้เลย แต่คิดหรอว่าเจ้าหญิงเวนดี้แห่งอาณาจักรคาร์นคนนี้จะยอมพวกแกง่ายๆ

 

 

ดาบเล่มยาวส่องแสงสว่างจ้าเรืองรองไปรอบบริเวณทันทีที่ปรากฏขึ้นในมือของเจ้าหญิงเวนดี้ พวกหมาล่าเนื้อได้แต่ร้องเอ๋งอย่างหวาดกลัวอำนาจของดาบก่อนวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปไกล ส่วนอีกสองคนที่ได้แต่หรี่ตาเพราะความสว่างของดาบก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา แล้วทันใดนั้นเจ้าหญิงไอรีนก็เบิกตากว้างอย่างตกใจกับอาวุธในมือของน้องสาวฝาแฝด

 

 

ดาบแห่งแสง!”

 

 

ถึงเราสองคนจะแข่งกันเก็บของวิเศษมาตั้งแต่เด็ก แต่เจ้าหญิงไอรีนก็ไม่คิดเลยว่าน้องสาวจะมีดาบเล่มนี้ไว้ในครอบครอง มันไม่ใช่ดาบทั่วไปที่ใครๆ ก็สามารถถือกวัดแกว่งเล่นไปมาได้ แต่มันคือ ดาบแห่งแสง ที่มีนายผู้ครอบครองมันเพียงคนเดียว ซึ่งก็คือ องค์ราชินีทิฟฟานี่ ผู้เป็นเสด็จแม่ของพวกเรา แล้วยิ่งดาบไปตกอยู่ในมือของคนที่ไม่คู่ควร มันก็จะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนที่มันเคยเป็นมาในอดีต

 

 

เวนดี้! เจ้าไปเอาดาบแห่งแสงของเสด็จแม่มาได้ยังไงเก็บมันไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ทันทีที่เจ้าหญิงเวนดี้เก็บดาบนั้นไป เจ้าหญิงไอรีนเดินเข้ามาประชิดตัวน้องสาวพร้อมใบหน้านิ่งขรึม

 

 

พี่ไอรีนอิจฉาล่ะสิ ที่ข้าได้ดาบในตำนานมาครอบครอง” เจ้าหญิงเวนดี้เยาะยิ้ม แต่เจ้าหญิงไอรีนไม่ได้คิดแบบนั้นเลยสักนิด

 

 

ถ้าเจ้ายังไม่รู้พี่จะบอกเองว่าพี่ไม่เคยอิจฉาเจ้าเลยสักครั้ง” เจ้าหญิงไอรีนพูดเสียงเย็น “เสด็จแม่ไม่มีทางประทานดาบแห่งแสงเล่มนี้ให้เจ้าด้วยพระองค์เองแน่ๆ เพราะฉะนั้นทางเดียวที่เจ้าเอามันมาถือเล่นได้ก็คือขโมยมา”

 

 

ข้าจะได้มายังไงมันก็เรื่องของข้า แล้วประทานโทษเถอะที่พี่ไอรีนมีชีวิตรอดจากฝูงหมาบ้าพวกนั้นมาได้ ไม่ใช่เพราะข้าเอาดาบแห่งแสงนี่ออกมาช่วยหรือไง”

 

 

ใจเย็นก่อนนะเจ้าหญิงเวนดี้ มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันก็ได้” สองพี่น้องเริ่มผิดใจกันจนซึลกิแอบหวั่นใจ ต้องรีบเข้ามาห้ามปรามไม่ให้ทั้งสองทะเลาะกัน แต่เพียงแค่ซึลกิเดินเข้าไปปรามเจ้าหญิงเวนดี้ที่ขี้รำคาญเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ผลักซึลกิอย่างแรงจนเซถลาออกมาทันที ยังดีที่เจ้าหญิงไอรีนประคองไว้ก่อน

 

 

เรื่องของคนในครอบครัวข้า เจ้าไม่ต้องมายุ่ง!”

 

 

ปากก็เอาแต่ต่อว่าซึลกิว่าเป็นหัวขโมย แล้วดูสิการกระทำของตัวเองมันไม่ได้ต่างกับสิ่งที่ต่อว่าคนอื่นออกไปเลย” เจ้าหญิงไอรีนตำหนิน้องสาวฝาแฝดเสียงเรียบ แต่เจ้าหญิงเวนดี้ยิ่งทวีความโกรธขึ้นไปอีก ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ

 

 

พี่รักเจ้าหัวขโมยนี่มากใช่มั้ย ถึงเอาแต่ปกป้องเจ้าหัวขโมยต่ำต้อยนี่อยู่ได้” เพราะความโกรธเจ้าหญิงเวนดี้จึงตะเบงเสียงถามไปอย่างไร้สติ จนลืมคิดไปว่าหากพี่สาวตอบว่า ใช่ ออกมาต่อหน้า ตัวเองจะทำเช่นไรต่อไปดี

 

 

ใช่ พี่รักซึลกิ” เจ้าหญิงไอรีนตอบเสียงหนักแน่น จนเจ้าหัวขโมยหันมาหาอย่างไม่เชื่อหู

 

 

เจ้าหญิง...”

 

 

เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอก เจ้าหญิงอย่างข้าพูดคำไหนคำนั้นเสมอ”

 

 

แล้วข้าล่ะ?” เจ้าหญิงเวนดี้จุกไปถนัด ที่ถามออกไปไม่ใช่กลัวว่าพี่สาวฝาแฝดจะเข้าข้างซึลกิมากกว่าตัวเองหรอก

 

 

... แต่เป็นเพราะว่าเราสองพี่น้องกำลังมีหัวใจดวงเดียวกัน ...

 

 

เจ้าต้องเป็นคนสารภาพทุกอย่างกับเสด็จแม่เอง พี่จะไม่ให้ท้ายตามใจเจ้าอีกต่อไป”

 

 

“...”

 

 

พี่เหนื่อยที่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างปัญหาของเจ้า”

 

 

เจ้าหญิงเวนดี้ได้แต่กล้ำกลืนกับคำพูดตรงไปตรงมาของพี่สาว จากที่กำลังโกรธจนเลือดขึ้นหน้า จู่ๆ มันก็กลับกลายเปลี่ยนเป็นความเสียใจตอกย้ำความพ่ายแพ้ในทุกๆ เรื่องของตัวเอง ที่ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่มีวันชนะพี่สาวฝาแฝดตรงหน้าที่เกิดห่างจากเธอเพียงไม่กี่นาทีได้เลยสักครั้ง

 

 

ก็ดี... ต่อจากนี้ข้าก็จะไปตามทางของข้า” เจ้าหญิงเวนดี้พูดพร้อมกับปรายตาไปมองเจ้าหัวขโมยกับพี่สาว “ส่วนพี่จะไปรักกับเจ้าหัวขโมยที่ไหนก็ไปให้ไกลๆ เลย!”

 

 

เจ้าหญิงเวนดี้วิ่งหนีจากไปทั้งน้ำตา ซึลกิเมื่อเห็นดังนั้นก็จะวิ่งไปตามตัวกลับมา แต่เจ้าหญิงไอรีนกลับดึงข้อมือรั้งไว้ก่อน

 

 

เวนดี้ก็ปากเก่งอย่างนี้ตลอดนั่นแหละ น้องสาวข้าไปไม่ไกลหรอก” เจ้าหญิงไอรีนเม้มปากน้อยๆ คนมองก็รู้ว่าเจ้าหล่อนเองก็กังวลไม่น้อยเหมือนกัน

 

 

แต่พวกโจรมันกำลังตามพวกเรามานะเจ้าหญิง” น้ำเสียงของซึลกิร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด แล้วทันใดนั้นเสียงตู้มก็ดังขึ้นมาจากทิศทางที่เจ้าหญิงเวนดี้วิ่งหนีไป ทั้งคู่หน้าซีดเผือดทันที

 

 

เวนดี้!”

 

 

จะหนีไปไหนเจ้าหญิงเวนดี้” มาร์โคชักดาบออกมากั้นไม่ให้เจ้าหญิงเวนดี้วิ่งหนีไป “แล้วทำไมถึงได้วิ่งร้องไห้ขี้มูกโป่งมาคนเดียวอย่างนี้ล่ะ”

 

 

เรื่องของข้า”

 

 

สงสัยจะถูกพี่สาวฝาแฝดทิ้งซะล่ะมั้ง” คำคาดการของมาร์โคเรียกเสียงหัวเราะเกรียวกราวจากพวกโจรได้เป็นอย่างดี

 

 

ไปให้พ้นจากน้องสาวข้า!” สิ้นเสียงนั้นเจ้าหญิงไอรีนก็ปล่อยพลังให้พุ่งไปหาพวกโจรทันที แต่จอมโจรมาร์โคสร้างบาร์เรียร์ขนาดใหญ่ป้องกันลูกน้องไว้ได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด จนกระทั่งพลังของเจ้าหญิงไอรีนสลายไป หนึ่งในพวกโจรจึงเข้ามาจับล็อกตัวเจ้าหญิงเวนดี้เป็นตัวประกัน พร้อมทั้งเอาคมดาบมาจ่อไว้ที่ลำคอระหงทันที

 

 

ปล่อยข้านะ!” เจ้าหญิงเวนดี้โวยวาย แต่ลูกน้องของมาร์โคกลับบีบแขนของเธอแรงขึ้นอีก

 

 

ถ้าไม่เงียบ ข้าจะกรีดคอให้ลูกกระเดือกของเจ้าหญิงกระเด้งออกมาที่พื้นแน่!”

 

 

ผู้หญิงมีลูกกระเดือกที่ไหน!”

 

 

ยังไม่เงียบอีก!”

 

 

เจ้าหญิงไอรีนกับซึลกิได้แต่ยืนนิ่งประเมินสถานการณ์อย่างใจเย็น แต่ข้างในนั้นไม่ได้ใจเย็นอย่างที่ได้แสดงออกมาหรอก เจ้าหญิงไอรีนทั้งรู้สึกผิดแล้วก็รู้สึกละอายใจที่เอาแต่ต่อว่าทำร้ายจิตใจน้องสาวจนต้องมาถูกพวกโจรจับไปเป็นตัวประกันแบบนี้ แล้วทันใดนั้นซึลกิก็ก้าวออกไปเผชิญหน้ากับจอมโจรมาร์โค

 

 

ข้าขอท้าประลอง!” ทุกคนหันไปหาเจ้าเด็กหัวขโมยไม่เจียมบอดี้อย่างอึ้งทึ่งกันเป็นตาเดียว แล้วมาร์โคก็หัวเราะเสียงหลงออกมา แต่คนอื่นๆ ยังคงเงียบกริบโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าหญิงฝาแฝดแห่งอาณาจักรคาร์น ที่บัดนี้หัวใจได้ตกไปอยู่ตาตุ่มแล้วเรียบร้อย

 

 

ถ้าข้าชนะเจ้า เจ้าจะต้องปล่อยพวกเราสามคนไป”

 

 

คนทึ่มอย่างเดียวทำไม่ได้หรอก มันต้องทึ่มแล้วก็บ้าแบบไร้ขีดจำกัดด้วย ถึงได้เสนอข้อเสนอที่โง่เง่าเต่าตุ่นไปแบบนั้น’ เจ้าหญิงเวนดี้คิดอย่างหงุดหงิด

 

 

ไม่นะซึลกิ” เจ้าหญิงไอรีนเดินเข้ามากระตุกแขนซึลกิ พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนไม่ให้ทำอย่างนั้น แต่ซึลกิไม่ฟังซ้ำยังหันไปประจัญหน้ากับมาร์โคอย่างไม่เกรงกลัว

 

 

ข้าจำเป็นต้องทำอย่างนั้นด้วยรึ ในเมื่ออีกไม่กี่อึดใจเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างพวกเจ้าก็จะกลายเป็นศพด้วยสองมือของข้ากันอยู่แล้ว”

 

 

แสดงว่าเจ้าปฏิเสธที่จะไม่ประลองกับเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างข้าสินะ” ซึลกิเริ่มยั่วโมโหเพื่อนเก่าของบิดา พวกลูกน้องของมาร์โคเริ่มมองมาที่นายของมันอย่างคาดหวัง

 

 

เพลงดาบสังหารไร้เงา...”

 

 

“...”

 

 

เจ้ากลัวหรอมาร์โค”

 

 

ถ้าคิดว่าจะได้ล้างแค้นแทนพ่อเจ้า ก็ฝันไปก่อนเถอะ!” จบประโยค เสียงดาบสองเล่มจากพวกโจรก็โยนลงมาในลานประลองวงกลมที่พวกโจรขีดวาดไว้กับพื้นดินทันที

 

 

เจ้าคนโง่! เจ้าคนทึ่ม!! เจ้าคนซื่อบื้อ!!! เจ้าหญิงเวนดี้อยากจะด่าเจ้าหัวขโมยตรงหน้าสักร้อยสักพันหมื่นครั้ง

 

 

เริ่มการประลอง!”

 

 

เสียงเชียร์รอบลานประลองเรียกรอยยิ้มเหี้ยมบนใบหน้าบากของมาร์โค ก่อนการโจมตีแรกจะพุ่งเข้าใส่เจ้าเด็กหน้าโง่อย่างไม่มีการออมมือให้ทันที

 

 

เคร้ง! เสียงดาบกระทบกันรุนแรงจนเจ้าหญิงฝาแฝดทั้งสองพระองค์เผลอร้องเรียกชื่อซึลกิออกมาพร้อมกัน แล้วไม่กี่วินาทีต่อมาซึลกิก็เป็นฝ่ายรุกสวนปลายดาบกลับไปอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยประสบการณ์ที่น้อยกว่าซึลกิจึงตามเล่ห์เหลี่ยมร้อยเล่มเกวียนของจอมโจรผู้โชกโชนโลกอย่างเขาไม่ทัน จนกระทั่งเพลี่ยงพล้ำถูกคมดาบเฉือนเนื้อที่แก้มนวลจนเลือดสีสดไหลซิบ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่ถูกดาบตัดร่วงหล่นลงพื้นจนสองคนที่มองอยู่ตลอดเวลาอย่างเจ้าหญิงไอรีนกับเจ้าหญิงเวนดี้ใจเสียทันที

 

 

นังโง่เอ๋ย” มาร์โคหัวเราะเสียงอำมหิต ก่อนจะลงดาบอย่างรุนแรงใส่เด็กสาวไม่ยั้ง จนซึลกิตั้งหลักไม่ทันได้แต่ถอยกรูดตั้งการ์ดรับปัดดาบจากคู่ต่อสู้หลบไปจนตัวเองจะหลุดออกจากเส้นวงกลมอยู่รอมร่อ

 

 

ยิ่งเห็นซึลกิจะหลุดออกจากลานประลอง มาร์โคก็ยิ่งยิ้มเหี้ยมได้ใจกดน้ำหนักดาบที่กำลังบดเบียดกันให้แรงมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่ซึลกิไม่หมดความหวังง่ายๆ สองมือกำชับดาบมั่นฮึดสู้อย่างสุดแรงก่อนจะเอี้ยวตัวหลบคมดาบแล้วกลับเข้ามากลางลานประลองอีกครั้งพร้อมกับยกดาบขึ้นเหนือหัวแล้วฟาดฟันไปยังหลังของมาร์โคจนเหวอะหวะภายในเสี้ยววินาที จอมโจรร้องคำรามลั่นอย่างเดือดดาลรุกไล่แกว่งดาบฟันไปทั่วอย่างรุ่มร้อนบ้าคลั่งจะเข่นฆ่าเด็กเมื่อวานซืนให้ได้

 

 

ข้าจะฆ่าเจ้า!”

 

 

ซึลกิตั้งรับแรงดาบจากมาร์โคนับครั้งไม่ถ้วน แต่ยิ่งมันโกรธ ยิ่งมันเสียสมาธิ เธอยิ่งได้เปรียบ เพราะฉะนั้นบุกเข้ามาเลย แล้วเจ้าจะได้รับรู้ว่าการถูกคนอื่นเข่นฆ่าบ้างมันเป็นอย่างไร!

 

 

เคร้ง! ดาบของจอมโจรมาร์โคถูกดาบของซึลกิตวัดอย่างแรงจนกระเด็นออกนอกลานประลอง คนแพ้แล้วพาลได้แต่กำมือแน่นก่อนชกไปที่ท้องของเด็กสาวจนจุกเจ็บไปหมด

 

 

ซึลกิ!” เจ้าหญิงไอรีนอุทานออกมาเสียงดัง

 

 

ไอ้โจรบ้า! เจ้ามันไม่รักษาสัตย์! ไอ้สัตว์เดรัจฉาน!” เจ้าหญิงเวนดี้ด่ากราดไม่หยุด

 

 

ถ้ายังไม่เงียบข้าจะไปเฉือนปากหมาๆ ของเจ้าทิ้งแน่!” มาร์โคหันมาหาเจ้าหญิงเวนดี้ด้วยความโกรธ ก่อนจะสิ้นท่าให้ซึลกิที่ลุกโซซัดโซเซยกดาบขึ้นมาเฉือนสองขาของจอมโจรผู้โป้ปดทันที

 

 

อ๊ากกกกก! ไอ้เด็กเวร!” จอมโจรมาร์โคทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้นอย่างเจ็บปวด

 

 

เจ้าไม่รักษาสัญญาเอง” ซึลกิจ้องมาร์โคเขม็งพร้อมกับเดินเข้าไปเฉือนเอ็นร้อยหวายทั้งสองข้างของเขาจนเลือดสีแดงฉานสาดไปทั่วพื้น สร้างความเจ็บปวดทรมานให้อย่างแสนสาหัส

 

 

เจ้า! ข้าจะฆ่าเจ้า!” ดวงตาของมาร์โคแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

 

 

ปล่อยเจ้าหญิงของข้า” ซึลกิยกดาบชี้ไปทางลูกน้องของมาร์โคจนกระทั่งมันยอมปล่อยเจ้าหญิงเวนดี้ออกมา แต่จอมโจรมาร์โคยังคงแค้นใจไม่หาย พลังขนาดใหญ่เริ่มก่อตัวขึ้นในมือของมาร์โคแล้วปล่อยพุ่งไปทางเจ้าหญิงเวนดี้ที่กำลังวิ่งมาหาซึลกิอย่างรวดเร็ว

 

 

ทุกสายตาได้แต่นิ่งค้างมองไปยังพลังที่พุ่งออกไปกลางอากาศ ยกเว้นก็แต่ซึลกิที่รีบวิ่งแข่งกับพลังนั้นไปหาเจ้าหญิงเวนดี้ก่อนจะพาเบี่ยงตัวหลบพลังร้ายกาจไปได้อย่างฉิวเฉียด

 

 

ไอ้มาร์โค แกมันเลวจนนรกยังไม่กล้ารับ!” ซึลกิก้าวเข้ามาหามาร์โคด้วยความโกรธ ก่อนลงดาบจบตำนานจอมโจรเหี้ยมโหดเป็นครั้งสุดท้าย

 

 

ใครยังจะกล้าลองดีอีก” ซึลกิตวัดสายตาไปหาลูกน้องของมาร์โค บางส่วนก็วิ่งหางจุกตูดหนีไป แต่บางส่วนก็อาสาจะแก้แค้นให้กับนายด้วยความจงรักภักดีอย่างผิดที่ผิดทาง

 

 

แต่ยังไม่ทันที่พวกโจรที่เหลือจะได้โจมตี พลันพายุขนาดย่อมก็พัดซัดกระหน่ำเข้ามาโจมตีผู้ไม่หวังดีจนกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง ลูกธนูนับไม่ถ้วนจากพลธนูหลายนายเบื้องหลังถูกยิงออกมากำจัดพวกโจรราวกับห่าฝน จนเด็กสาวทั้งสามคนแปลกใจว่าใครกันที่มาช่วยไว้

 

 

เจ้าปลอดภัยแล้วนะไอรีน เวนดี้”

 

 

 

 

 

           

 

______________________________________________________________________________

[Forget Me Not]

 

ในที่สุดปมของพินุ้งก็ถูกเฉลยมานิดหน่อยแล้วนะคะ

ว่าเป็นลูกสาวที่เกิดขึ้นเพราะความไม่ได้ตั้งใจของซูซัน พูดง่ายๆก็คือพลาด555

ใครอ่านTheMiracleมาจะรู้ว่าซันนี่ฉลาดมากเหมือนรู้เรื่องทุกอย่าง

สรุปนางก็รู้แทบทุกอย่างจริงๆ เพราะพินุ้งย้อนเวลามาเล่าแบบหมดเปลือกเลย555

แล้วสุดท้ายซันนี่ก็เลือกที่จะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อให้พินุ้งเกิดมา

ส่วนเรื่องเจ้าหญิงเยริที่มีคนอยากฆ่าเยอะแยะก็เฉลยแล้วว่ายัยน้องน่ะ

ไปฆ่าพวกแม่มดดำในอดีตทำให้พวกแม่มดดำที่รอดจากการแช่แข็งแค้นเข้าไส้

แถมงานยังเข้าที่ท่านน้ามาเห็นช็อตเด็ดของตัวเองอีก

จบแบบทีมจอยริดีมั้ย ท่านน้ายุนอาอยากงี่เง่าดีนัก ฮึ!

ส่วนฟากของสองแฝดก็บู๊กันดุเดือด กิตอนโกรธกับไม่โกรธนี่คนละคนกันชัดๆ

ขอเตือนว่า.. อย่ามากระตุกหนวดกิ!

ส่วนมาม่าสองแฝดที่ได้เห็นไปนั่นขอบอกว่าเป็นแค่น้ำจิ้ม ของจริงกำลังรออยู่นะ อิอิ

เจอกันตอนหน้าค่ะ~~

 ***อ่านแล้วชอบ อ่านแล้วรัก อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กันด้วยนะคะ***

 


      
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

196 ความคิดเห็น

  1. #81 Fah (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 22:33
    รีบๆมาต่อนะคะ แต่กินี่เลือกซักคนคนนะคะ
    #81
    0
  2. #80 MADKITCHEN (@shadowraze) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 05:34
    กิตอนนี้นี่ใช่คนเดิมรึป่าวเนี่ย ตอนอื่นนีี่กากมาก ตอนนี้อย่างเท่
    #80
    0
  3. #79 Taedy (@Taedy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 18:28
    แอบขำตรง?ผู้หญิงมีลูกกระเดือกที่ไหน!? แล้วก็ขำอีกตรงที่หมาไม่กลัวไฟ555555
    #79
    0
  4. #78 KLZaftty (@KLZaftty) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 22:54
    จอยมีความฉลาด เหมือนแม่นางมาก // ถึงว่าทำไมซันนี่ดูรู้ทุกเรื่อง
    ใครมาช่วยเจ้าหญิงแฝดกัน...
    #78
    0
  5. #77 Somebay (@Somebay) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 20:47
    ใครมาช่วยเจ้าหญิงแฝดอ่ะ ทิฟฟานี่? ยูริ? แทยอน?
    #77
    0
  6. #76 iamkm09 (@iamkm19) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 18:03
    ก็ว่าอยู่ว่าทำไมจอยฉลาดมากที่แท้ก็ได้แม่มา เปลี่ยนเป็นจอยริก็ดีนะไรท์ตอนก่อนๆ ท่านน้าน่าหมั่นไส้เกิ๊น5555 ให้จอยได้มีความสุขบ้างไรบ้างเห็นคอยช่วยเยริมาตลอด ว่าแต่ใครมาช่วยสองแฝดนะ??
    #76
    0
  7. #74 jaotae2 (@JaoTae) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 16:53
    มาเฝ้ารอเรื่องนี้ทุกวันครับ ฮือออ
    #74
    0
  8. #73 Taenyisrealpk (@Taenyisrealpk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 15:49
    ใครกันนะที่มาช่วยสามคนนั้น คงต้องรอตอนหน้าสินะ 555
    สงสารเยริน้อย คิดว่าแม่สิก้าไม่รักไปอีก ตอกย้ำตัวเองเหลือเกิน 
    ชอบซันนี่อ่ะ นางดูรักลูกมากนะ ถึงจะไม่ได้ตั้งใจให้เกิดมาก็เถอะ
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ สู้ๆ 😊
    #73
    0
  9. #72 chanyanuch234 (@chanyanuch234) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 00:31
    รักสามเศร้า ดร่าม่ามาก
    ชอบที่ซันพูดกับจอยมาก "โชคชะตาถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่มีใครเปลี่ยนโชคชะตาได้"

    #72
    0
  10. #71 BOWSONE9 (@BOWSONE9) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 20:31
    สรุปซูซันในปัจจุบันตายทั้งสองคน แล้วก็เป็นแม่แม่ ของพี่นุ้ง ด้วย. ยัยหนูนิซนจริงๆงื้ออท่านน้ายุนอารอฟังยัยหนูอธิบายก่อนนน. ท่านองครักษ์ ยูริไม๊??? ที่มาช่วยแฝด แล้วก็ซึลกิ
    #71
    0
  11. #69 CreamLampang (@CreamLampang) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 18:50
    เจ้าหญิงเยริซนมากกกก ซึลกินี่คงจะหน้าตาดีมากแนๆ่5555 ลุ่นมากค่ะ
    #69
    0