- Prison - (JAEYONG)

ตอนที่ 5 : Prison 04

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,819
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    8 พ.ย. 59

Prison

-04-


I hate that ,

   I'm still hoping

..



แทยงจ้องมองตัวเองในชุดสูทในกระจก มือเล็กกำเข้าหากัน เขาสูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอดเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ก่อนจะเดินออกไปด้านนอก

“คุณแทยง พร้อมนะครับ” คุณลุงกีแจมารับแทยงที่เพ้นเฮาส์ของแจฮยอน แทยงพยักหน้าตอบ อดไม่ได้ที่จะไม่หันไปสบตาคนที่ยืนกอดอกมองเขาอยู่เช่นกัน

“ไปกันเถอะ” แทยงบอก

 

---

 

รถคันที่แทยงนั่งจอดสนิทอยู่ที่ลานจอดรถของบริษัท โดยมีฮันซลทำหน้าที่โชเฟอร์และคนคุ้มครอง อันที่จริงเขาไม่ได้คิดว่าจะต้องมีคนคุ้มครองอะไร แต่...แจฮยอนเป็นคนสั่งให้ฮันซลมาคอยติดตามเขา ติดตามไม่ใช่ดูแล

คุณลุงกีแจนั่งมากับแทยงด้วย ส่วนแจฮยอนขับรถยนต์คันหรูมาด้วยตนเอง แยกกันมาเพราะเขายังไม่อยากให้ใครรู้ว่าแทยงอยู่กับเขา โดยเฉพาะเตนล์

“คุณหนู!” ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนอยู่ในชุดสูทเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว สวมแว่นตากรอบหนาสีดำ รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาคนตัวเล็ก มือทั้งสองข้างรีบยกขึ้นมาจับต้นแขน ดวงตาจ้องสำรวจไปทั่วใบหน้าและตัวของแทยง แววตาคู่นั้นแสดงออกถึงความห่วงใยอันมากมายอย่างไม่ต้องบอกกล่าวอะไรออกมา

“เมื่อไหร่พี่อีทึกจะเลิกเรียกผมว่าคุณหนูสักทีละครับ” แทยงบิดปาก เขาโตจนป่านนี้แล้วแต่คนตรงหน้าก็ยังเรียกเขาว่า คุณหนูเหมือนเขาเป็นเด็กเล็ก ๆ

“ก็มันติดปากนี่ครับ” อีทึกว่า ก่อนจะส่งยิ้มออกมา ดวงตาเป็นประกายทีเดียว

“คราวหน้าผมไม่ยอมแล้วนะครับ” แทยงแกล้งทำเสียงดุ แต่คนถูกว่ากลับหัวเราะออกมา และกลับคิดว่า คุณหนูยังไงก็คือคุณหนู ไม่เห็นจะโตขึ้นเลยในสายตาของเขา

“ผมจะพยายามนะครับ แต่ตอนนี้...คุณหนูพร้อมแล้วใช่มั้ยครับ” อีทึกบีบลงบนหัวไหล่ของแทยงไม่แรงนัก

“ครับ” แทยงตอบรับ ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม

“คุณกีแจคงมอบเอกสารต่าง ๆ ให้คุณนุ...เอ่อ คุณแทยงไปแล้ว เดี๋ยวผมจะบรีฟให้อีกทีครับ” อีทึกบอก ก่อนจะเดินนำเข้าไปยังห้องทำงานแทยง ซึ่งภายในห้องยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง


พัคจองซู หรือมีชื่อเรียกเล่น ๆ ว่า อีทึกทำงานเป็นเลขาของคุณแทรัง คุณพ่อของแทยงมานานเกือบ 10 ปี เป็นอีกหนึ่งคนที่คุณพ่อของแทยงไว้ใจที่สุด และแน่นอนว่าแทยงเองก็รู้จักอีทึกดี เพราะนอกจากจะทำงานเลขาแล้ว ยังต้องมาคอยเป็นพี่เลี้ยงให้กับแทยงด้วย

ส่วนแทยง เขาเข้าทำงานและเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของบริษัทเมื่อสองปีที่แล้ว หลังจากเรียนจบปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาอันดับต้น ๆ ของประเทศอังกฤษ เวลาที่พ่อของเขายุ่ง ๆ เขาก็มักจะไปอ้อนให้อีทึกช่วยสอนงานเขาเสมอ ๆ ทั้งสองคนจึงสนิทกันมาก หากถามความรู้สึกของเขา อีทึกเปรียบเสมือนพี่ชายของเขาเลยก็ว่าได้

“ตอนนี้หลายตำแหน่งมีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลง” อีทึกยื่นเอกสารให้กับแทยง ซึ่งเมื่อพิจารณาดูก็จะเห็นว่าคนดี ๆ ที่ทำงานเคียงข้างกับพ่อของเขามาเป็นเวลานาน โดนโยกย้ายกันไปหลายคนทีเดียว

“ทำไมถึงมีการโยกย้ายได้ละครับ ในเมื่อยังไม่มีใครขึ้นมาแทนที่คุณพ่อ”

“ตามหุ้นส่วนบริษัท คุณเตนล์กับคุณแทยงมีหุ้นส่วนเท่ากัน และตอนนั้นคุณแทยงไม่อยู่ คุณเตนล์ก็เลย....” อีทึกหยุดไปแค่นั้น เพราะไม่ต้องพูดอะไรต่อเขาก็คิดว่าแทยงคงรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

คนตัวเล็กถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“แต่ตอนนี้คุณแทยงมีอำนาจเหนือกว่าแล้วนะครับ อย่างที่คุณกีแจบอก เรื่องหุ้น 20% ที่คุณท่านยกให้คุณแทยงดูแล” อีทึกระบายยิ้มนิด ๆ ขอบคุณคุณท่านที่ตัดสินใจทำแบบนี้ ไม่งั้นคงวุ่นวายกว่าเดิมมาก ซึ่งแค่นี้ก็ปวดหัวพออยู่แล้ว

“แต่นั่นมันก็ไม่ใช่ของฉัน” เขาก็แค่คนดูแล

“แต่ก็ทำให้คุณมีอภิสิทธ์เหนือทุกคน คุณแทยงน่าจะเข้าใจคุณท่านนะครับ” อีทึกยื่นมือไปกุมมือของแทยง ก่อนจะบีบเพื่อให้กำลังใจ ทั้งสองคนจ้องตากันนิ่ง

“คุณแทยงจะต้องใจแข็งให้มากนะครับ อย่าใจอ่อนอีกเลย บริษัทจะเดินต่อไปอย่างไรมันขึ้นอยู่กับคุณแทยงแล้วนะครับ คุณหนูคงไม่ทำให้ปะป๊าผิดหวังใช่มั้ยครับ?” อีทึกส่งยิ้ม ในดวงตากลมโตนั้นวูบไหวขึ้นมาทันที เมื่อก่อนเขามักจะเรียกคุณพ่อเล่นๆ ว่า ปะป๊าพ่อของเขาก็เลยติดเขาไปด้วย แล้วก็แทนตัวเองว่าปะป๊าเวลาที่พูดกับเขา ... คิดถึงจังเลยครับ ปะป๊าของแทยง

อีทึกรู้ดีว่าจุดอ่อนของแทยงคือ คนในครอบครัว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขากลัวที่สุดก็คือ คนในครอบครัวของแทยง

 


---

 


09:55 AM

ภายในห้องประชุมมีเสียงพูดคุยของเหล่าคณะกรรมการและผู้เข้าร่วมประชุมที่ดังกว่าปกติ ส่วนใหญ่ก็พูดถึงการกลับมาของแทยง และลุ้นกันว่าบริษัทจะเปลี่ยนแปลงไปทางไหนอีก

 

แกร๊ก!

เสียงประตูเปิดออก ทุกสายตาจดจ้องไปที่บานประตู ก่อนที่ร่างของคนตัวเล็กจะเดินเข้ามาและตรงไปนั่งที่เก้าอี้ตัวแรกฝั่งซ้ายมือ ที่ประจำของเตนล์ ชิตพล ถัดมาเป็นเก้าอี้ของแจฮยอนที่เจ้าตัวนั่งอยู่ก่อนแล้ว

“แจฮยอนน่า หายไปไหนตั้งหลายวัน ติดต่อไม่ได้เลย” เตนล์หันไปกระซิบถาม ยื่นมือไปกุมไว้ที่มือใหญ่ของแจฮยอน

“ช่วงนี้ผมยุ่งมากเลย ขอโทษนะครับ ประชุมเสร็จแล้วเราออกไปหาอะไรทานกันดีมั้ยครับ” แจฮยอนหันไปกระซิบตอบ ลุมหายใจอุ่นเป่ารดอยู่ที่ต้นคอของคนตัวเล็กกว่า มุมปากกระตุกยิ้ม

เตนล์ส่งยิ้ม ก่อนจะพยักหนักตอบ

 

แกร็ก!

เสียงประตูถูกเปิดออกเป็นครั้งที่สอง ก่อนที่คนที่ทุกคนต่างรอคอยจะเดินเข้ามา แทยงเดินเข้ามาและตรงไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัวแรกฝั่งขวามือ ที่ประจำที่ห่างหายไปนาน พอ ๆ กับที่นั่งหัวโต๊ะ แทยงมองไปยังเก้าอี้ตัวนั้น ที่ที่เขาชอบมองพ่อของเขาทำงานอย่างภาคภูมิใจ

เสียงพูดคุยเงียบไปได้สักพักก็มีเสียงซุบซิบดังแทรกขึ้นมาอีก มันไม่เบาเลยเมื่อเป็นเสียงของหลาย ๆ คนรวมกัน บ้างก็ยินดีที่แทยงกลับมา บ้างก็ไม่ยินดี บ้างก็พูดถึงเรื่องแทยงติดคุก และคำว่า ฆ่าพ่อตัวเองก็เป็นคำที่ชัดเจนที่สุดที่แทยงได้ยิน ฟันคมถูกขบกันแน่น ดวงตากลมโตสบเข้ากับคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม เขามองเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ส่งมาให้เขา

 

ปึ้ง!

อีทึกแกล้งปล่อยปึกเอกสารลงไปบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังลั่น และมันก็ได้ผล ทุกคนเงียบสนิทและหันกลับมาสนใจที่ด้านหน้า

“ผมขอเริ่มการประชุมในวันนี้เลยนะครับ วันนี้จะมีเรื่องหลาย ๆ อย่างที่ต้องปรับเปลี่ยน...” พออีทึกพูดมาถึงตรงหน้า เสียงพูดคุยก็ดังขึ้นมาอีก

“ฟังครับ! เพราะฉะนั้นขอเริ่มเรื่องที่หนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญที่สุด คนที่จะมารับตำแหน่งประธานบริษัทต่อจากคุณท่านแทรัง”

“วันนี้จะมีการลงคะแนนเสียงกันใช่มั้ยครับ” ใครคนหนึ่งยกมือขึ้นและถามขึ้นมา

“วันนี้จะไม่มีการลงคะแนนใด ๆ ทั้งสิ้น”

“อ้าว หมายความว่าจะแต่งตั้งกันง่าย ๆ เลยเหรอ แล้วใครกันที่มีสิทธิ์แต่งตั้ง?” หนึ่งในกรรมการบริษัทโผงขึ้นมา

“ผมถึงบอกให้ทุกคนฟังก่อนไงครับ ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยนะครับ” อีทึกบอกทุกคนด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากกว่าเดิม เนื่องจากอีทึกเป็นเลขาคนสนิทของคุณแทรัง ซึ่งคุณแทรังมักจะมอบอภิสิทธ์ตัดสินใจแทนในหลาย ๆ เรื่องอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้คนในบริษัทไม่ค่อยมีใครที่กล้ากับอีทึกมากนึก แม้บางคนจะอายุมากกว่าอีทึกก็ตาม

“ต่อจากนี้คุณกีแจ ทนายประจำตัวของคุณท่านแทรังจะเรียนให้ทุกคนทราบครับ” อีทึกผายมือเชิญให้คุณกีแจประกาศข่าวสำคัญ

“สวัสดีครับ กระผมคิมกีแจ ทนายประจำตัวของคุณท่านแทรังและครอบครัวครับ ตามพินัยกรรมที่คุณท่านแทรังเขียนเอาไว้ เกี่ยวกับการแบ่งหุ้นส่วนในบริษัทซึ่งจะรวมไปถึงคนที่จะสามารถขึ้นมาแทนที่คุณท่านหรือดำรงตำแหน่งประธานบริษัท อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีในตอนนี้คือ คุณแทยงมีหุ้นส่วน 30% คุณเตนล์ 30% คุณแจฮยอน 20% ซึ่งจะเห็นได้ว่ายังมีอีก 20% ที่ทุกท่านต่างสงสัยกันมานานว่ามันเป็นของใคร ผมขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่าหุ้นอีก 20% นั่น ยังคงเป็นหุ้นในนามของคุณแทรัง เหตุที่แม้ว่าคุณแทรังจะเสียชีวิตไปแล้วแต่ยังคงมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นได้นั้น เพราะว่า...ท่านได้เซ็นมอบหมายให้มีผู้ดูแล....” ทันทีที่กีแจพูดถึงตรงนี้ เสียงในห้องก็ดังหือขึ้นมาอีกครั้ง

เตนล์ขมวดคิ้ว กำมือแน่น  เขาจ้องไปยังคนที่นั่งตรงข้ามกับเขาตาเขม็ง หากแต่แทยงยังคงมองตอบด้วยความนิ่งเฉย กีแจหยิบเอกสารขึ้นมา

“ซึ่งผู้ที่ท่านแทรังมอบหมายให้ดูแลหุ้นในส่วนนี้แทนก็คือ คุณแทยง ครับ” ไม่ผิดไปจากการคาดหมายของทุกคนในห้องประชุม เพราะทุกคนรู้ดีว่าคุณแทรังไว้ใจแทยงมากแค่ไหน และถึงแทยงจะเข้ามาทำงานกับบริษัทได้เพียงสองปี แต่กลับมีผลงานโดดเด่นกว่าทุก ๆ คนในบริษัทที่ทำงานกันมานานหลายสิบปีเสียอีก

 

ปึง! เตนล์ทุบโต๊ะ ก่อนจะยืนขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เขาจ้องกร้าวลงไปดวงตากลมโตที่ยังคงมองมาที่เขาอยู่เช่นกัน ก่อนที่แทยงจะยืนขึ้นและเดินไปนั่งยังเก้าอี้หัวโต๊ะ ที่นั่งสำหรับประธานบริษัท นั่นยิ่งทำให้เตนล์โกรธจนใบหน้าแดงก่ำ ตัวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่

มันควรจะเป็นที่ของเขาสิ!!!

 

“อย่างที่ทุกคนได้ยินและรับทราบกันไปแล้ว ผมคงไม่ต้องพูดซ้ำ” แทยงมองสบตาทุกคน มีทั้งคนที่แสดงออกถึงความปิติยินดี รอยยิ้ม และก็มีทั้งสายตาเหยียดหยาม เกลียดชัง และไม่ยินดี เขาคงต้องพยายามชินชากับมันให้ได้

“ในฐานะประธานบริษัท วันนี้ผมมีเรื่องที่ต้องแจ้งทุกคน คุณมินซู คุณโซรา คุณซันโฮ คุณโอซอง ให้กลับไปดำรงตำแหน่งเดิม ส่วนบุคคลที่ถูกเชิญขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนทั้ง 4 คนที่ผมเพิ่งประกาศออกไป เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ตั้งแต่นี้ต่อไปให้กลับไปดำรงตำแหน่งเดิมเช่นกัน”

“ทำแบบนี้ได้ยังไงกันครับ! หักหน้ากันชัดๆ” มินจุน ชายวัยกลางคนลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะพูดออกมาเสียงดังลั่น!

“ใช่ค่ะ จะไล่พวกเราให้กลับไปทำตำแหน่งเดิมเนี่ยนะ” ยูจินสาววัย 30 กว่าพูดขึ้นมาบ้าง เพราะเธอถูกเลื่อนขึ้นให้ไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบัญชีแทนโซรา

“พวกคุณเข้าใจถูกแล้วนี่ครับ คุณมินซูก็เคยรู้สึกเช่นเดียวกันกับคุณมินจุนนั่นแหละ และอีกอย่าง คุณควรกลับไปตั้งใจกับหน้าที่เก่าของคุณ เพราะจากที่ผมดูบันทึกแล้ว 5ปี ที่ผ่านมา มันไม่มีอะไรพัฒนาขึ้นเลยสักนิด จะย้ำอยู่กับที่แบบนี้ไปอีกกี่ปี ผมไม่ยอมย้ำไปกับคุณด้วยนะครับ!” แทยงโยนบันทึกในมือลงบนโต๊ะ คนพวกนี้มันปลิงชัด ๆ

“แล้วก็คุณยูจิน ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณอยู่เหมือนกัน เสร็จการประชุมแล้ว ช่วยเข้าไปพบผมที่ห้องทำงานด้วย วันนี้แค่นี้ครับ” แทยงบอกทุกคน ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทันที ไม่ลืมที่จะหันไปมองเตนล์ด้วยความเป็นห่วง เขารู้ว่าเตนล์คงผิดหวังมาก ๆ

 

“ใจเย็นนะครับ” แจฮยอนยกแขนขึ้นกอดที่ไหล่ของเตนล์ หากแต่สายตากำลังมองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ที่เดินออกไปจากห้องแล้ว หลังจากนั้นแจฮยอนจึงพาเตนล์เดินกลับไปที่ห้องทำงาน

 

“เห็นแล้วใช่มั้ย ว่าพ่อลำเอียงแค่ไหน นึกอยู่แล้วเชียวว่าพ่อต้องไม่ยอมให้ผมเทียบพี่แทยงได้แน่นอน” เตนล์ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ไฟในอกยังคงครุกรุ่น อยากจะรู้นักว่ามันออกมาจากคุกได้ยังไง!!

“ใจเย็น ๆ นะครับ แต่ยังไงคุณแทยงก็ยังไม่ใช่เจ้าของอยู่ดีนี่น่า” แจฮยอนเตือนสติ หรือจะเรียกว่าเสี้ยมก็ไม่ผิด พูดกันตามตรง...เขาอยากให้หุ้น 20% นั่นตกเป็นของเตนล์มากกว่า อะไร ๆ มันคงจะง่ายกว่านี้

“หึ ก็ถูก มันจะไม่มีวันได้ครอบครองบริษัทนี้ได้อย่างแน่นอน” เตนล์กำมือแน่น ในเมื่อพ่อต้องการให้มันเป็นแบบนี้ แล้วจะได้รู้กันว่าสิ่งที่พ่อทำมันผิดหรือถูก

“แต่ยังไงแจฮยอนก็ต้องช่วยเตนล์ด้วยน้า” เตนล์หันไปทำเสียงอ้อนใส่คนตัวสูง วงแขนทั้งสองข้างถูกยกขึ้นไปคล้องต้นคอแกร่งเอาไว้

“....แน่นอนครับ” แจฮยอยยื่นมือไปจับปลายคางของเตนล์ กอดจะกดปลายจมูกลงบนแก้มนิ่ม เขาพร้อมจะช่วยเหลือเตนล์เต็มที่เลยล่ะ

 

 

“ทำได้ดีมากเลยนะครับ” อีทึกกล่าวชมแทยง หลังจากพากันกลับเข้ามาในห้องทำงานของแทยง

“คงโดนพวกนั้นเกลียดเอามาก ๆ เลย” แทยงถอนหายใจออกมา ยังไงการโดนคนเกลียดก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะทำใจให้ชินได้อยู่ดี

อีทึกเดินเข้ามาบีบไหล่ให้กำลังใจแทยง “คุณท่านก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้วครับ การทำงานและการวางแผนที่ดีจะเป็นตัวพิสูจน์ความน่าเชื่อถือ ความไว้ใจให้กับทุกคนในบริษัทเองครับ”

 

 

ก๊อก ๆ

“เข้ามา” แทยงตอบ เพราะว่าน่าเป็นคุณยูจินที่เขาเรียกให้มาพบ เธอเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเป็นกังวล

“นั่งสิครับ” แทยงผายมือให้เธอนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเขา

“เข้าเรื่องเลยละกัน ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ผมมีความจำเป็นต้องย้ายตำแหน่งคุณกลับไปเป็นพนักงานบัญชีตามเดิม แล้วก็...นี่ครับ” แทยงยื่นเอกสารสองสามฉบับให้กับเธอ และพอยูจินได้เห็นเอกสารนั่นเท่านั้นล่ะ มือไม้ก็สั่นจนไม่มีแรงแม้จะจับกระดาษใบนั้นเลยทีเดียว

“เอ่อ...ดิ...ฉัน ขอโทษค่ะ จะไม่ทำอีกแล้ว” ยูจินก้มหัวขอโทษแทยงซ้ำแล้วซ้ำอีก

แทยงกัดริมฝีปาก เขาจะต้องใจแข็งให้ได้สินะ “ใครเป็นสั่งให้คุณทำ”

“เอ่อ...มะ ...ไม่ค่ะ ดิฉันทำเอง ทำเองคน....ดิ...”

“ตอบมาตามตรง ไม่งั้นผมจะให้ตำรวจเป็นคนคุยแทนดีมั้ยครับ” แทยงพูดซ้ำ เขาไม่ได้ขู่ แต่เขาจะทำแบบนั้นจริง ๆ

“คือ....” ยูจินได้แต่สะอื้น ไม่ตอบอะไรออกมา

แทยงถอนหายใจ ก่อนจะหันไปหาอีทึก “เรียกตำรวจให้ผมหน่อย”

“ดิฉัน ขอโทษจริงๆ ค่ะ ...คือ .... คุ คุณเตนล์กับคุณผู้หญิงบังคับให้ดิฉันทำค่ะ” หลังจากตอบออกมา เธอก็ปล่อยโฮออกมาทันที เพราะเธอถูกเตนล์และคุณนายอีขู่เอาไว้มากมาย

 

มันแทบไม่ต่างอะไรกับเสียงในหัวใจของแทยงเลยสักนิด ... ไม่เข้าใจเลย ทำไมคุณแม่กับเตนล์ถึงได้ทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้กัน ตั้งแต่เขาจำความได้ ไม่มีเวลาไหนเลยที่จะเห็นคุณพ่อปล่อยให้คุณแม่และเตนล์ลำบาก แทบจะตามใจทุกอย่างเสียด้วยซ้ำ...แล้วทำไมกัน?

 

แทยงให้ยูจินกลับไปทำงานต่อแล้ว เขาเอนกายพิงกับพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง แค่ครึ่งวันแรกก็เหนื่อยซะขนาดนี้แล้ว

“ไปพักทานข้าวกันก่อนมั้ยครับ ยังมีอีกหลายอย่างที่คุณแทยงต้องดูในวันนี้นะครับ” อีทึกบอกยิ้ม ๆ อดจะสงสารไม่ได้เลย เขาเองก็อยู่เคียงข้างท่านแทรังกับแทยงมานาน กับคุณผู้หญิงและเตนล์ก็รู้จักดี จนป่านนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งคุณผู้หญิงและคุณเตนล์ถึงได้เกลียดแทยงนัก ทีแรกเขาคิดว่าคุณแทยงอาจจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของคุณผู้หญิง แต่คุณกีแจก็ยืนยันว่าใช่ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดก็ตกไป ... จนตอนนี้เขาก็ยังหาเหตุผลไม่ได้อีกเลย

แทยงพยักหน้าเนือย ๆ อันที่จริงเขายังไม่หิวสักเท่าไหร่ แต่ว่าเขาก็ปวดหัวเกินกว่าจะต้องดูงานต่อแล้ว ... ทั้งสองคนเดินออกมาจากห้อง ก่อนจะเจอเข้ากับ...เตนล์และแจฮยอน

 

“บังเอิญจังเลยนะครับ” เป็นแจฮยอนที่หันมาทักทายแทยง มือข้างหนึ่งยังคงโอบที่ไหล่ของเตนล์

แทยงมองค้อนอย่างเคย เกลียดใบหน้ากวน ๆ นั่นนัก ยิ่งคนตัวสูงรู้ว่าแทยงไม่อยากให้ตนเข้าไปยุ่งกับเกี่ยวเตนล์ เขาก็ยิ่งเข้าใกล้เตนล์มากขึ้น

“สบายดีนะเตนล์” แทยงละสายตาจากคนตัวสูง ก่อนจะหันไปทักทายคนเป็นน้อง สายตาดุดันอย่างเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนทันที

“หึ ยังจะกล้าถามอีกเหรอ? จะไม่สบายก็ตอนที่เห็นหน้าพี่นี่แหละ” เตนล์เน้นหนักในประโยคหลัง ปลายเท้าเรียวก้าวเข้าไปประชิดกับคนเป็นพี่

“ถ้าอยากเห็นผมกับแม่สบาย พี่ก็ควรรีบไปอยู่กับพ่อสักที” เตนล์กระซิบที่ข้างหูของแทยง แต่ถึงอย่างนั้นคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ อย่างอีทึกและแจฮยอนก็ได้ยินอย่างชัดเจน

“คุณเตนล์ครับ มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอครับ!” อีทึกก้าวขึ้นมายืนข้างแทยง ทนไม่ไหวจนต้องกล่าวเตือน

“หึ น้อยไปเสียด้วยซ้ำ!” เตนล์ทำเสียงเยาะและมองเหยียดแทยง ซึ่งคนเป็นพี่ไม่ได้ตอบโต้อะไรเลยสักนิด ได้แต่กัดฟันแน่นระบายความเจ็บปวดในหัวใจ

“ผมหิวแล้ว เราไปหาอะไรทานกันเถอะนะครับ” แจฮยอนดึงแขนเตนล์ ให้เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนตนเองอีกครั้ง เขาลอบมองใบหน้าสวยที่ยืนนิ่ง...แววตาแบบนั้นอีกแล้ว

“อย่าลืมเก็บเอาไปคิดนะ” เตนล์ว่า ก่อนจะเดินห่างออกไปกับแจฮยอน

“คุณแทยง...” อีทึกหันไปมองหน้าของแทยง ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างจับที่ต้นแขนเล็กทั้งสองข้าง

แทยงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะระบายยิ้มออกมา “ผมทำใจให้ชินไม่ได้สักที” แทยงบอก ก่อนจะซบใบหน้าลงบนไหล่ของอีทึก คนอายุมากกว่ายกมือลูบลงบนแผ่นหลังบาง

“ผมจะอยู่เคียงข้างคุณหนูเอง จะไม่มีวันทิ้งคุณหนูไปไหนอย่างแน่นอนครับ” อีทึกถือวิสาสะลูบลงบนศรีษะของแทยงอย่างที่แทยงเคยขอให้ทำตอนเด็ก ๆ

“ขอบคุณนะครับ” ริมฝีปากบางขยับเปล่งออกมาแผ่วเบา


 

ช่วงบ่าย อีทึกรายงานเรื่องในบริษัทให้แทยงฟังอย่างละเอียด พร้อมกับยกเอกสารหลายตั้งมาให้แทยงทำความเข้าใจเพิ่มเติม ซึ่งเขาได้กำชับว่าให้ทยอยอ่าน เพราะเขากลัวว่าแทยงจะไม่ยอมพักผ่อน ... แต่ก็นั่นแหละ สิ่งที่เขากลัวกำลังเกิดขึ้น

ก๊อก ๆ  แกร็ก!

แทยงกำลังจะอ้าปากถามว่าใคร แต่ก็ไม่ทันแล้ว ในเมื่อคนคนนั้นถือวิสาสะเข้ามาในห้องของเขาเรียบร้อยแล้ว

“ไร้มารยาท” แทยงสบถไม่ดังนัก ก่อนจะก้มลงไปสนใจเอกสารต่อ

“ทำงานหนักจังเลยนะครับ ท่านประธาน” แจฮยอนล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกงสแล็กสีดำสนิท ก่อนจะก้าวขายาวๆ มานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของแทยง

“ถ้าจะมากวนละก็ ไปไกล ๆ เลย” แทยงบอก

“ดุจัง นี่มันเที่ยงคืนกว่าแล้ว กลับบ้านได้แล้ว” แจฮยอนยกมือขึ้นมาเท้าคาง มองคนตรงหน้าที่กำลังคร่ำเคร่ง

แทยงหันมองนาฬิกา เขาก็เพิ่งจะรู้ตัวนี่แหละว่าเขาอ่านเอกสารต่าง ๆ จนเลยเที่ยงคืนไปแล้ว

“นายกลับไปก่อนก็ได้ เสร็จแล้วจะโทรบอกฮันซลเอง”แทยงว่า ก่อนจะหันกลับไปสนใจเอกสารต่อ อันที่จริงเขาก็อยากกลับไปพักแล้วละ แต่ไม่อยากกลับกับไอ้บ้านี่สักเท่าไหร่

“หืม? พี่ฮันซลนี่กลายเป็นคนของนายไปแล้วเหรอ?” แจฮยอนแกล้งถาม เลิกคิ้วขึ้นกวน ๆ

“ก็ใครไปสั่งให้เขามาคอยจับตาดูฉันล่ะ?” แทยงยอมละสายตาจากตัวหนังสือบนเอกสารขึ้นมาต่อว่าคนตรงหน้า อย่าคิดว่าเขารู้ไม่ทัน

แจฮยอนหัวเราะ เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ทำไมเขาถึงชอบมองตอนคนตรงหน้าโมโหกันนะ แทยงบิดริมฝีปากไม่พอใจเมื่อเห็นคนตรงหน้าเอาแต่นั่งหัวเราะเหมือนคนบ้า เขาจึงจัดการเก็บเอกสารลงกระเป๋า จัดเรียงของบนโต๊ะให้เข้าที่

“กลับก็กลับ” แทยงว่าก่อนจะอุ้มเอาแฟ้มเอกสารสี่ห้าอันไว้ในแขนข้างหนึ่ง และมืออีกข้างก็ยังมีกระเป๋าที่อัดเอกสารไว้เต็มเอี้ยด

“มา ๆ ฉันช่วย”

“ไม่ต้อ...” ไม่ทันจะปฏิเสธอะไร แจฮยอนก็แย่งแฟ้มบนแขนของแทยงไปถือไว้แล้ว ก่อนจะรีบเดินนำออกไป เพราะขืนยืนอยู่ต่อ ก็คงไม่วายโดนด่าอีก


 

ไฟข้างนอกแทบจะปิดหมดเกือบทุกดวง เหลือเพียงบางดวงที่เปิดไว้สลัว ๆ แทยงส่งสายตามองไปทั่ว ก็เข้าใจนะว่าต้องประหยัดไฟ แต่ว่า...ก็เขายังไม่ทันกลับเลย ทำไมจะต้องปิดซะมืดขนาดนี้ ปลายขาเรียวรีบก้าวยาว ๆ ให้ทันคนด้านหน้า

แจฮยอนกดลิฟท์และแทยงก็ก้าวขึ้นมายืนข้าง ๆ ไหล่เล็กแทบจะเบียดติดกับไหล่ที่สูงกว่า แจฮยอนเหล่ตามองคนข้าง ๆ อย่างงง ๆ เพราะปกติแทบจะไม่ยอมให้เข้าใกล้ แจฮยอนแกล้งขยับไปอีกทางเล็กน้อย คนข้าง ๆ ก็ขยับตามอย่างเนียน ๆ จนแจฮยอนอดจะหัวเราะในใจไม่ได้ ทั้งยังขำใบหน้าที่เกร็งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรนั่นอีก

แจฮยอนหันไปทางแทยง มองข้ามหัวอีกคนออกไป ทำเป็นขยับซ้ายขวาและหรี่ตา เหมือนว่าเห็นอะไรบ้างอย่าง

“นาย มะ มอง อะไรอ่ะ” แทยงทำตาโตเอ่ยถามคนตรงหน้า ฟันคมขบลงบนริมฝีปากบางอย่างเคยตัว

“อืม...เหมือนจะเห็นเงา อุป!” มือเล็กรีบยกขึ้นไปปิดปากคนตัวสูงไว้ทันทีอย่างลืมตัว แจฮยอนจ้องมองคนตรงหน้า ในดวงตาคู่นั่นมีแววหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด ใช่...มันดูตลกมากเลย แล้วมันก็ดู...มันมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้นซึ่งเขาไม่อยากจะยอมรับมันนัก

“ไม่ต้องพูดแล้ว” แทยงรีบเอามือออก ก่อนจะก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเอง ในใจก็ภาวนาขอให้ลิฟต์มาเร็ว ๆ อันที่จริงเขาก็ไม่ใช่คนขี้ขลาดอะไรขนาดนั้นหรอก แต่ว่า...เป็นเพราะตอนเด็ก ๆ เขาซนมาก ดึกดื่นไม่ยอมหลับยอมนอน จึงโดนคุณย่าหลอก และตอนที่ไปบ้านคุณย่าเขาก็เคยเห็นอะไรแปลก ๆ ด้วยแหละ ก็เลยกลัวมาจนถึงทุกวันนี้

 


ติ้ง...

พอลิฟต์เปิดเท่านั้นแหละ คนตัวเล็กก็รีบก้าวเท้าเข้าไปด้านในทันที ตามด้วยคนตัวสูงที่แกล้งมองหน้าคนตัวเล็กยิ้ม ๆ แทยงสะบัดหน้าหลบ เขาไม่น่าเผลอให้ไอ้บ้านี่รู้จุดอ่อนของเขาเลย ให้ตายเหอะ!

“อ่ะ...ทำอะไร” แทยงตกใจก้าวถอยหลังไปติดผนังด้านหนึ่งของตัวลิฟต์ เมื่อคนตัวสูงยื่นมือเข้ามา...

“เหงื่อออกเต็มไปหมดเลย” แจฮยอนว่า ก่อนจะใช้หลังมือซับเหงื่อให้คนตัวเล็กกว่า แทยงเอียงหน้าหลบเล็กน้อย ก่อนจะใช้หลังมือของตัวเองเช็ด

“กลัวผีก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก”

“ไม่ได้กลัว!” แทยงหันมาตอบแทบจะทันที ... เออะ ไม่ได้ตั้งใจจะโกหก แต่มันติดนิสัยชอบเถียงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

แจฮยอนถึงกับก้มหน้าหัวเราะ “โอเค ๆ ไม่กลัวก็ไม่กลัว”

 

แทยงเดินตามคนตัวสูงมาที่รถยนต์คันหรู เขาหันซ้ายหันขวาก่อนจะเอ่ยถาม “มาคนเดียวเหรอ ฮันซลล่ะ?”

แจฮยอนที่กำลังก้มเอาแฟ้มเอกสารของแทยงเก็บไว้หลังรถ แหงนหน้าขึ้นมามองหน้าแทยง

“มีอะไรหรือไง นี่นายถามถึงพี่ฮันซลเป็นรอบที่ 2 แล้วนะ” แจฮยอนทำเสียงขุ่น

“ก็ปกติเขาต้องมากับนายนี่น่า” แทยงบิดริมฝีปาก ทำไมจะต้องทำเสียงดุใส่เขาด้วย แค่ถามถึงบอดี้การ์ดส่วนตัวเองนะ

“เหอะ กลับบ้านไปก็ได้เจอกันแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก” แจฮยอนส่งเสียงไม่พอใจในลำคอ พูดประชด ก่อนจะขึ้นไปนั่งในรถ แทยงถอนหายใจออกมา เพราะไม่รู้ว่าอีกคนโกรธอะไรเขา? ก่อนจะเข้าไปนั่งในรถเช่นกัน และคนตัวสูงก็ออกรถแทบจะทันที

 

แจฮยอนเลือกที่จะเปิดเพลงสากลจังหวะเบา ๆ เพื่อทำลายความเงียบภายในรถ ในขณะที่แทยงก็เลือกที่จะเหม่อมองออกไปนอกรถและคิดอะไรบางอย่างกับตัวเอง ทว่า วันนี้ความเหนื่อยล้ามันถาโถมเข้ามาจนเขาข่มเปลือกตาเอาไว้ไม่อยู่ แล้วก็ผล็อยหลับลงไปในที่สุด


รถยนต์คันหรูจอดติดไฟแดงที่กลางสี่แยกใหญ่ คนตัวสูงจึงหันไปมองคนตัวเล็กที่หลับลึกไปแล้วเรียบร้อย แจฮยอนเห็นท่าทางอีกคนที่ดูจะนอนไม่ค่อยสบายนัก จึงเอี้ยวตัวไปปรับเบาะให้เอนไปด้านหลังมากขึ้นอีก หยิบเอาหมอนใบเล็กที่เขาติดรถไว้ ก่อนจะค่อย ๆ สอดมือรั้งศรีษะเล็กขึ้นมาแล้วเอาหมอนสอดลงไปให้อีกคนนอนได้สบายมายิ่งขึ้น ...

ดวงตาคมจ้องมองคนที่หลับลึกไปแล้วจริง ๆ เพราะปกติเป็นคนตื่นง่าย แต่ตอนนี้ต่อให้ช้างมาฉุดก็คงไม่ยอมตื่นง่าย ๆ อย่างแน่นอน  ริมฝีปากหยักลอบยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย และเขาก็ไม่อยากจะคิดหาเหตุผล  

 

เพียงไม่นานรถยนต์คันหรูของแจฮยอนก็มาจอดอยู่ในโรงจอดรถที่เพ้นเฮาส์สุดหรูเป็นที่เรียบร้อย แจฮยอนจัดการปลดเข็มขัดนิรภัยของตนเอง ก่อนจะเอี้ยวตัวไปปลดให้คนตัวเล็กด้วย มันใกล้จนได้กลิ่นหอม

“อื้อ....ถึงแล้วเหรอ?” แทยงสลึมสลือลืมตาขึ้นมา ก่อนจะหันไปเอ่ยถามคนที่เดินอ้อมมาเปิดประตูให้เขา

“ถึงแล้วครับท่านประธาน”

แทยงเหลือบตาขึ้นไปค้อนใส่อย่างเคย ก่อนจะลงจากรถ...

“อย่านะ...ทำอะไรน่ะ” แทยงสะบัดศรีษะหลบ เมื่อคนตรงหน้ายื่นมือเข้ามาจัดผมยุ่งๆ ให้

“แหม ทำอย่างกับฉันจะข่มขืนนายงั้นแหละ แค่เห็นหัวยุ่ง ๆ จะได้ดูดีในสายตาของพี่ฮันซลไงล่ะ” แจฮยอนแกล้งพูดประชด ประชดไปประชดมาคนที่ต้องหงุดหงิดก็เป็นตัวเองเองนี่แหละ

แทยงยงขมวดคิ้ว คนตรงหน้าชักจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ “นายนี่มันบ้าจริง ๆ เลย”

 

“นินทาผมกันอยู่หรือเปล่าครับ เหมือนจะได้ยินใครเรียกชื่อผม?” ฮันซลเลิกคิ้ว ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาทั้งสองคน

“อ่อ มีคนคิดถึงพี่น่ะ พูดถึงทั้งวี่ทั้งวัน” แจฮยอนพยักเพยิดหน้าไปทางแทยง

“เวอร์ เพิ่งจะเจอนายเมื่อกี้เองนะ” แทยงหันไปบิดริมฝีปากใส่คนพูดโกหก

ฮันซลส่ายหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปหาแทยง “มาครับ ผมช่วยถือ” ฮันซลรับชุดสูทของแทยงกับกระเป๋าไปถือ ทำท่าเดินนำเข้าไปในบ้าน

“ขอบคุณมากนะครับ ฮันซลเนี่ยใจดีจังเลย ไม่เหมือนคนบางคน”

“อ้าว ๆ แล้วที่ฉันช่วยหอบแฟ้มงานล่ะ ไหนจะให้ยืนพิงตอนกลัวผีอีก” แจฮยอนแกล้งหัวเราะออกมาหลังจากพูดจบ

แทยงแยกเขี้ยวใส่ ก่อนจะเดินนำหน้าฮันซลลิ่ว ๆ เข้าไปในเพ้นเฮาส์  เหนื่อยจะเถียงกับไอ้คนบ้านั่นแล้ว ชิร์!

 

เหนื่อยกับงานพอแล้ว ยังต้องมาเหนื่อยเถียงกับไอ้บ้านี่อีก ชีวิต...

 

 

---

 

แทยงรีบอาบน้ำใส่ชุดนอนแบบสบาย ๆ ก่อนจะยกกองเอกสารขึ้นมาและหยิบขึ้นมาอ่านต่อ ทว่า อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เข้าหัว มีบางสิ่งบางอย่างที่ยังกวนใจเขาอยู่ แทยงวางเอกสารลง ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขามองไปยังคนบนเตียง ก่อนจะส่ายหัว...คนตัวสูงอยู่ในสภาพมือข้างหนึ่งถือหนังสือ นั่งคอตกพิงหลังกับหมอนใบใหญ่ เผลอหลับไปแล้วนั่นเอง

 

แทยงก้าวขึ้นไปบนเตียง ก่อนจะยื่นมือไปเขย่าแขนแจฮยอน

“นอนให้มันดี ๆ ดิ่” แทยงบอกคนที่ทำท่าสลึมสลือ ภาพในตาแจฮยอนมันมัวไปหมด ก่อนที่คนตัวสูงจะหันไปหาคนข้าง ๆ แล้วสอดมือใหญ่รวบเอวบางเข้ามากอดไว้อย่างรวดเร็ว โดยที่แทยงไม่ทันตั้งตัว

“เตนล์อ่า ขอกอดหน่อยน้า” แจฮยอนพูดออกมา ก่อนจะกระชับอ้อมแขนแน่นกว่าเดิม คนตัวเล็กที่กำลังดิ้นหยุดการกระทำนั่นทันที เขามองไปยังคนข้าง ๆ

“ทำยังไง นายถึงจะเลิกยุ่งกับเตนล์” แทยงส่งเสียงถามออกไป มือเล็กดึงมือใหญ่ให้ปล่อยเขาออก และตอนนี้แจฮยอนก็รู้แล้วว่า คนในอ้อมแขนของเขาไม่ใช่เตนล์ ดวงตาคมเปิดขึ้นมาสบเข้ากับดวงตากลมโตที่อยู่ไม่ห่างกัน

“บอกมา” แทยงขบกัดริมฝีปาก เขารู้ว่าแจฮยอนต้องการอะไรจากเตนล์และก็รู้ด้วยเช่นกันว่าน้องของเขาเป็นคนอย่างไร เขาไม่อยากให้เตนล์ต้องตกไปอยู่ในเงื้อมมือคนอันตรายอย่างผู้ชายคนนี้

 

แจฮยอนจ้องมองดวงตาที่มีแววจริงจังนั่น “นายก็รู้คำตอบอยู่แล้วหนิ”

แทยงกัดฟันแน่น “แน่จริงก็มาสู้กันแบบใสสะอาดสิ”

“หึ แบบนั้นก็ไม่สนุกน่ะสิ” แจฮยอนหัวเราะในลำคอ

“เลว!” แทยงผลักคนตรงหน้าออก ก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้


 

แจฮยอนจ้องมองแผ่นหลังเล็ก ๆ นั่นอย่างไม่สบอารมณ์นัก เขาไม่รู้เลยว่าทำไมหัวใจของเขาถึงได้...อึดอัดแบบนี้ มันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ให้ตายสิ!

 

 

TBC




//// mesomeday ////

สวัสดีสำหรับตอนที่ 4 ค่ะ ช่วงแรก ๆ น้ำอาจจะเยอะหน่อย อาจจะทำให้เบื่อกันเนาะ 

แต่มันจะข้ามไปก็ไม่ได้หง่ะ แหะ อยากจะบอกทุกคนให้ทราบตรงนี้เลยว่า เราไม่มีความรู้เกี่ยวกับหุ้นบริษัท

หรือกฏหมายเรื่องนี้เลยนะคะ ทั้งหมดในเรื่องเป็นเพียงแค่จินตนาการและแต่งขึ้นมาเพื่อให้เกิดความสนุกเท่านั้นจ้า

อ่านเพื่อความสนุกเนาะ ฝากด้วยนะคะ อาจจะยังไม่เข้าเรื่องเข้าราวเท่าไหร่ แต่หลังจากนี้ก็จะเข้าเรื่องมากขึ้นแล้วละค่ะ

อธิบายเรื่องหุ้นในบริษัทจบไปแล้ว นี่เราลืมไปแล้วนะเนี่ยว่า พล็อตนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร แล้วทำไมอยู่ดีๆ เอามาแต่ง ฮ่าๆ 

งงตัวเอง ช่วงนี้มีเรื่องให้คิดเยอะ เบลอมาก ๆ เลย >< ยังไงก็ฝากคนอ่านด้วยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และการติดแท็ก #คุกแจยง อย่างที่บอก มันเป็นกำลังใจที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ เลยค่ะ ฮืออ TT 

เจอกันตอนหน้าจ้า ฝากแท็ก #คุกแจยง ด้วยนะคะ ^3^ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

575 ความคิดเห็น

  1. #546 jidaphaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 13:56
    จังหวะนี้ตอน ฮัลยง เท่านั้น
    #546
    0
  2. #525 blankmode (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 22:20
    แง อะไรกัน
    #525
    0
  3. #498 mxhh (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 00:04
    ละ ทำไมแม่ถึงเกลียดแทยงนะ
    #498
    0
  4. #471 lilillean (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 17:18
    หนูสู้คนอื่นไหวหรอ แทยง T-T
    #471
    0
  5. #377 fanajaks (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 14:43
    เรื่องเตรียดชะมัดเลยค่ะ ปวดหัวแทนน้องแทยง เข้มแข็งเข้าไว้นะลูกนะ
    #377
    0
  6. #350 MintQueen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 01:56
    อยากให้แทยงเข้มแข็งกว่านี้อ่ะ อยากให้น้องร้ายบ้าง น้องอ่อนแอเกินไป พอน้องเป็นแบบนี้ก็โดนเขาทำร้ายอยู่เรื่อยดิ หนูต้องร้ายบ้างลูก คุณแม่ไม่อยากทนเห็นหนูโดนรังแกแง้ง
    #350
    0
  7. #324 doraaung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 20:33
    โอ๊ยยยย ดุเดือดมากจริงๆ อ่านไปก็เครียดตามแทยงไปด้วย แบบ อึดอัดแทนอ่ะ ฮื่อออ จะบอกว่า ชอบจองแจมากเลยอ่ะ ร้ายกาจจริงๆ แต่ดันชอบอ่ะ บอกไม่ถูก แทยงเก่งมาก อดทนไว้นะ อย่าใจอ่อน เจ็บได้แต่ก็ต้องเข้มแข็งด้วยนะ

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #324
    0
  8. #292 THE JOO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 17:41
    เตนล์ร้ายกาจง่าาา อย่าทำพี้แทยงเลย T___T
    #292
    0
  9. #238 paanpanisa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 18:39
    อ่านเรื่องนี้แล้วเกลียดเตนล์อะ ทำไมร้ายขนาดนี้ สงสารยัยตี้????
    #238
    0
  10. #115 w/ my J (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 23:36
    อยากจะไปกอดปลอบแทยงจัง แทยงหนูต้อฝเข้มแข็งนะ ต้องผ่านมันไปให้ได้เข้าใจมั้ย รักตัวเองให้มากๆ ส่วนแจฮยอนนี่แอบหวั่นไหวกับแทยงป่าว
    #115
    0
  11. #106 95kim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 13:15
    เก่งมากๆละนะคนเก่ง กอดๆ หนูหนักแน่นๆมากๆ ตอนนี้ก็เป็นท่านประธานแล้วเนอะ ฮื่อ ห่วงตัวเองบ้างลูกอย่าไปห่วงคนอื่นมาก เขาไม่ได้รักหนูเลย
    น้องเตนล์ใจร้ายกับพี่มาก สงสารแทยง อยากกอดปลอบน้อง ฮึก
    แล้วแจฮยอนชอบปากแข็งอะ ซึนมากๆ ปล้วที่อยู่ดึกดื่นนี่ไม่ใช่เพราะรอเขาอยู่เหรอ เห็นเขากลังผีก็แกล้ง เขาถามหาพี่ฮันซลก็หงุดหงิด หึงเหรอ หึงล่ะสิ ฮึ ติดแท็กทีมพี่ฮันซลอย่างเกรี้ยวกราด
    #106
    0
  12. #66 deep_in_chan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 21:58
    แทยงอ่าา ห่วงตัวเองบ้างลูก แม่กับเตนล์จะร้ายกับตะยงยังไง
    ก็ยังห่วงน้องอีก ฮือ อยากให้แทยงเจอคนหวังดีและรักจริงบ้าง
    เจอเรื่องร้ายๆมาเยอะเหลือเกิน หวังว่าคนๆนั้นจะเป็นเจย์นะก่ะ.///.
    #66
    0
  13. #65 twothree (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 20:33
    เตนล์น้อยทำไมพูดกับพี่เขางั้นอะลูก T T
    สงสารตยงจับใจ เครียดเรื่องบริษัทไม่พอยังต้องมาช้ำใจกับคำพูดและการกระทำของน้องชาย แต่หนูต้องเข้มแข็งนะ คนรอบข้างยังมีคนที่ให้กำลังใจเหมียวอยู่เสมอนะฮับ
    ส่วนจองแจนี่งึ้ยยยยยยยย ขี้แกล้งจริงเชียว แอบเต๊าะตะเหมียวอยู่รู้ตัวบ้างไหมมมม คือจองแจจะเข้าทางเตนล์ใช่ไหม ถ้าความจริงเปิดออกมาเตนล์ว่าจองแจกับตยงอยู่บ้านเดียวกัน เตนล์จะไม่โกรธเกลียดตยงมากกว่าเดิมเหรอ ฮือ ??? กลัวใจ คุณไรท์สู้ๆน้า เราก็จะสู้ๆอยู่ข้างน้องตยงต่อไปปปปป
    ป.ล.ขอพี่ซลได้ไหมคะชอบมากเลย ;/////;
    #65
    0
  14. #64 alexd__ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 15:16
    แทยงนี่จะหวงเตนล์อะไรหนักหนาาา ทั้งที่โดนมาเยอะขนาดนั้นแล้ว กรี๊ดด เตนล์ร้ายมากกก /บีบทรศแน่น.

    แจฮยอนนี่ก็หลงรักแทยแล้วงัยยย กี๊ดๆ
    #64
    0
  15. #62 meawtae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 11:52
    แจฮยอนนี่แอบแกล้งหรือแอบรักอ่ะ ฮ่าาาา ชอบฟิคไรท์มากเลย สู้ๆๆนะคะ
    #62
    0
  16. #61 Picpig (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 08:58
    นี่ระแหวงคนรอบตัวแทยงมาก หวังว่าจะมีสักคนที่จริงใจกับแทยง แล้วแม่กับนี่เตนล์มีปมอะไรในใจทำไมเกลียดแทยงได้ขนาดนี้ เฮ้ออ เหนื่อยแทน แจฮยอนยอมรับตัวเองเร็วนะ นี่อยากเห็นโมเม้น 55555555 แทยงสู้ๆ อย่าใจอ่อนอีก
    #61
    0
  17. #60 ปงจี้ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 08:10
    กลั้นยิ้มสุดกำลังในช่วงพาทที่มีแค่แจยง กลัวแม่ทัก55555555555 ทำไมแม่กับเตนล์ต้องทำแบบนี้ด้วยอ่า ตอนแรกก็คิดว่าคนละแม่ โอยยยยย ใจน้อง แจฮยอนก็รีบๆยอมรับหัวใจตัวเองด้วย อย่าทำตะย้งเลย ฮือออออออออออ
    #60
    0
  18. #59 Hyeonjae12 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 06:01
    เขินอ่าาาาา เเทยงกับเเจฮยอนเหมือนทอมเเอนด์เจอรี่อ่ะๆๆๆ คือเตนล์เน่งน้อยของพี่~~~ ทำไมหนูถึงได้เป็นนางมารร้ายเเบบนี้ล่ะลูกกกกกก เเทยงสู้ๆ นะ
    ปล. ไรท์ฉู้ๆ รยอออออ
    #59
    0