- Prison - (JAEYONG)

ตอนที่ 4 : Prison 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,030
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    5 พ.ย. 59

Prison

-03-

 



หลังจากแจฮยอนมาส่งแทยงกลับเพ้นเฮาส์ เขาออกไปข้างนอกอีกครั้งโดยที่ไม่ได้บอกอะไรไว้เลย จนป่านนี้ก็ใกล้จะเข้าวันใหม่เข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับ

ฮันซลถอดแว่นสายตาวางลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะชะเง้อมองคนที่นั่งอยู่นอกระเบียงมาเกินสามชั่วโมงแล้ว เขาเห็นว่าแทยงอาการดีขึ้นแล้ว จึงอนุญาตให้ออกไปนั่งรับลมด้านนอกได้ แต่นี่มันน่าจะนานเกินไปแล้วสำหรับคนเพิ่งหายป่วย ฮันซลทำท่าลุกขึ้นจะไปเตือนแทยง ทว่า


แกร๊ก!

เสียงประตูถูกเปิดออก พร้อม ๆ กับร่างของน้องชายต่างสายเลือดที่เดินเข้ามา แจฮยอนยกมือทักทายและส่งยิ้มให้ฮันซล ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อไม่เห็นใครบางคนนอนอยู่บนเตียง

“อยู่ด้านนอกนั่น...” ฮันซลพยักเพยิดหน้าไปทางระเบียงนอกห้อง แจฮยอนมองตามจึงเห็นแผ่นหลังเล็ก ๆ ของคนที่เขามองหาอยู่เมื่อครู่

“อื้อ พี่ไปพักผ่อนเถอะ” แจฮยอนบอก ก่อนจะสาวเท้าไปยังร่างของคนตัวเล็กที่ด้านนอก


แจฮยอนย่องเบา ๆ จนเข้าใกล้คนที่นั่งหันหลังให้เขามากขึ้นเรื่อย ๆ เขาขมวดคิ้ว อะไรจะความรู้สึกช้าขนาดนั้น ใกล้ขนาดนี้แล้วยังไม่กระดิกตัวเลยสักนิด แต่พอเข้าไปใกล้จนประชิดตัวและชะโงกหน้าดูเท่านั้นแหละ เขาจึงได้เห็นว่าคนตัวเล็กหลับลงไปแล้ว ขี้เซาอะไรขนาดนี้?

แจฮยอนยกมือทั้งสองข้างเท้าสะเอว ก่อนจะหัวเราะในลำคอและส่ายหน้า

“พลัดตกม้านั่งลงมาจะทำไงเนี่ย” แจฮยอนว่า ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ดวงคมกวาดมองใบหน้าเรียวสวย จดจ้องอยู่แบบนั้น แสงจันทร์ทำให้ดูสวยขึ้นหรือเปล่านะ?

แจฮยอนยืดตัวตรงเหมือนเดิม ก่อนจะก้มลงใช้มือทั้งสองข้างสอดอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมา

“อื้อ” เสียงครางดังขึ้นมาให้ได้ยินทันที แต่ก็ยังไม่ตื่นเสียทีเดียว แจฮยอนหยุดปลายเท้าและก้มมองคนในอ้อมแขนที่หันซุกหน้าลงที่อกของเขา

เมื่อทุกอย่างสงบลงแล้ว แจฮยอนจึงอุ้มแทยงเดินเข้าไปในห้องนอนและวางคนตัวเล็กลงบนเตียงนุ่ม ทว่า จังหวะที่เขาจะผละมือออก มือเล็กกลับดึงเสื้อที่หน้าอกของเขาเอาไว้ ดวงตาคมเลิกขึ้น...

“พ่อครับ อย่าทิ้งผมไปเลยนะครับ...” หยาดน้ำใสไหลลงมาที่หางตาทันที แพขนตาเปียกชื้นส่งแสงระยิบระยับ

แจฮยอนโน้มกายนอนลงข้าง ๆ ทำไมเขาจะไม่เข้าใจความรู้สึกของคนคนนี้กันล่ะ ในเมื่อหัวใจของเขาก็เคยพร่ำร้องด้วยเสียงเดียวกันนี้ ความทรมาณจนเหมือนจะขาดใจ ... ตอนนี้นายรู้แล้วสินะ ว่าฉันรู้สึกอย่างไร!

แจฮยอนกัดฟันกรอด อยากจะกระชากมือเล็กที่กำเสื้อของเขาไว้แน่นออกเสียเหลือเกิน ทว่า เขาก็ทำได้เพียงยื่นมือออกไป....และเช็ดคราบน้ำตานั่นให้ด้วยความสับสน

 


---

 


แสงแดดยามเช้ามาเยือนอย่างรวดเร็ว


พลั่ก!!

ตุ้บ!


“อ๊าก! โอ้ย!” แจฮยอนร้องลั่น เมื่อร่างของเขาหล่นลงจากเตียงกระแทกลงบนพื้นไม้ปาเก้ไม่เบาเลย มือใหญ่ยกขึ้นมากุมที่แผ่นหลัง นอนบิดไปบิดมา

แทยงอ้าปากค้าง เขาไม่ได้ทำเกินไปใช่มั้ย ทำยังไงดี?! คนตัวเล็กค่อยๆ คลานมาที่อีกฝั่งของเตียง ก่อนจะชะโงกหน้ามองคนที่นอนบิดอยู่บนพื้นห้อง

“ขะ ขอ...” แทยงกำลังชั่งใจ เขาผิดเหรอที่เขาตกใจ ในเมื่อ!.....พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นหน้าของไอ้บ้านี่ใกล้เสียจนเกือบชิดกับใบหน้าของเขา ใครจะไม่ตกใจบ้างเล่า!

“สมน้ำหน้า” แทยงเปลี่ยนคำขอโทษเป็นคำเย้ยยันทันที ยกยิ้มที่มุมปากเล็กๆ ... ที่จริงเขาแอบสะใจต่างหาก

“โหย ฉันเจ็บจริง ๆ นะ หลังหักหรือเปล่าก็ไม่รู้ จะไม่สำนึกผิดหน่อยหรือไง ยกขึ้นหน่อย” แจฮยอนว่า ก่อนจะชูมือขึ้นไปให้คนบนเตียงช่วยพยุงเขาลุกขึ้น แสร้งทำใบหน้าเจ็บปวด

แทยงบิดริมฝีปาก จริง ๆ ในใจก็แอบมีความรู้สึกผิดอยู่นิด ๆ นั่นแหละ คนตัวเล็กถอนหายใจก่อนยื่นมือออกไปช่วยพยุงคนที่ยังทำท่านอนบิดไปบิดมา

“อ๊ะ! โอ้ยยย!!” แทยงร้องเสียงหลง เมื่อเขาถูกแจฮยอนดึงลงไปจากเตียง! ดีที่ว่าตัวเขาไม่ได้ตกลงไปกระแทกพื้นให้เจ็บตัว แตะ...แต่ตอนนี้เขากำลังอยู่บนตัวของไอ้บ้านั่น!! และที่ยิ่งกว่านั้น...!!

“เห้ย ปล่อย!!” แทยงพยายามดึงตัวเองออกมาจากอ้อมแขนแกร่งของคนด้านล่างที่กอดรัดเขาไว้แน่น แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดออกไปได้ง่าย ๆ เลย คนตัวเล็กกัดฟันกรอด ค้อนใส่คนที่นอนยิ้มมองหน้าเขาอย่างอารมณ์ดีและน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก!!

“อื้อ ปล่อยสิโว้ยย อ่ะ!” แจฮยอนคลายอ้อมแขนออก ก่อนจะพลิกตัวคนตัวเล็กลงไปอยู่ด้านล่าง มือใหญ่คว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้าง ก่อนจะกดลงบนพื้นห้องไม่แรงนัก เพื่อไม่ให้อีกคนทำร้ายร่างกายเขาได้อีก...เขาก็แค่อยากป้องกันตัว

“ถ้าได้ยินเสียงโวยวายแม้แต่แอะเดียว จะจูบไม่ยั้งไม่เลย เอาดิ่” แจฮยอนบอก


แทยงเงียบกริบ ขบเม้มริมฝีปากและยังมองคนด้านบนด้วยความไม่พอใจ เขาไม่เคยกลัวใคร แต่ครั้งนี้...ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่า ไอ้บ้านี่จะทำแบบนั้นจริง ๆ


“หึ ทำไมไม่พูดล่ะ?”

“.....”

“พูดสิ”

“ขอ อื้อ ขอโทษ” ฟันคมขบลงที่ริมฝีปากล่าง โชคดีที่เขาหันหลบคนด้านบนทัน แต่ว่า...ลมหายใจอุ่นกำลังเป่ารดที่ข้างแก้มของเขาใกล้เหลือเกิน...

อันที่จริงเขาอยากจะขอโทษไปถึง...เรื่องเมื่อวันนั้นที่เขาว่าครอบครัวของแจฮยอนทำธุรกิจไม่เป็น

เปล่าหรอก...เขาไม่ได้รู้สึกผิดกับคนตรงหน้า แต่เขารู้สึกผิดกับคุณลุงมินวอน ซึ่งท่านเป็นคุณพ่อของแจฮยอน คุณลุงมินวอนเป็นคนใจดีและสนิทกันกับเขาด้วย เนื่องจากเขาชอบตามคุณพ่อไปทุกที่ รวมทั้งตอนที่คุณพ่อไปคุยงานกับคุณลุงมินวอน หรือแม้กระทั่งตอนที่ทั้งสองคนไปตีกอล์ฟกันบ่อยๆ


 

แกร๊ก!

“คุณแจะ....ฮ....ยอ..น” เสียงของคุณป้ากงจูแทบจะกลืนหายเข้าไปในลำคอ เมื่อภาพตรงหน้ามันช่างล่อแหลมเสียเหลือเกิน คนแก่หัวใจจะวาย

“มีอะไรครับป้า” แจฮยอนปล่อยคนด้านล่างออก ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้น

“ป้าขอโทษที่ไม่ได้เคาะประตูก่อนค่ะ พอดีคุณผู้หญิงโทรหาน่ะค่ะ” ป้ากงจูยื่นโทรศัพท์ให้กับแจฮยอน ก่อนเหลือบตาไปมองที่คนตัวเล็ก ... ผู้หญิงคนใหม่ เอ้ย ไม่ใช่สิ ผู้ชายคนใหม่ของคุณแจฮยอนเหรอเนี่ย?

แจฮยอนมองป้ากงจูเพื่อบอกเป็นนัยว่าให้ออกไปจากห้องก่อน ก่อนจะหันมามองหน้าคนตัวเล็กอีกครั้ง เขาก้าวเท้าและโน้มใบหน้าลงไปพูดใกล้ ๆ แทยง

“รู้ไว้เลยนะ ว่าฉันไม่ได้อยากจะไปนอนเบียดชิดนายขนาดนั้นหรอก แต่นายต่างหากที่ดึงฉันเข้าไปเอง” จบประโยคนั้น ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างจ้องมองไปที่แจฮยอนทันที! ไม่จริงหรอก เขาจะไปดึงไอ้เจ้าบ้านี้ไว้ทำไมกัน คงแกล้งเขาอีกแล้ว

 

แจฮยอนกระตุกยิ้ม ก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาเพื่อคุยโทรศัพท์กับคุณแม่ของเขา

 

---

 

เนื่องจากแจฮยอนไม่ได้กลับบ้านเลย 1 สัปดาห์เต็มๆ ผู้เป็นแม่จึงโทรตามด้วยความเป็นห่วง และคนตัวสูงก็เลยต้องวิ่งแจ้นกลับบ้านตามคำสั่ง

“คุณแม่คร้าบ แจฮยอนมาแล้วครับ” คนตัวสูงรีบเดินเข้าไปในตัวบ้าน เมื่อเห็นคุณแม่ของเขากำลังยืนรออยู่ คนตัวสูงก็โผเข้ากอดและฝังปลายจมูกหอมแก้มแรง ๆ ไปหนึ่งที

“ไม่ต้องมาทำเป็นอ้อนแม่เลยนะ ถ้าไม่โทรตามจะกลับมาหาแม่มั้ย? หื้มม? เพี้ยะ!” คุณแม่ของแจฮยอนก้มมองหน้าลูกชายที่ซบอยู่ตรงอก ก่อนจะแกล้งตีไม่แรงนัก เธอยกมือขึ้นไปบีบแก้มนิ่มของลูกชายเหมือนเด็ก ๆ


“เอ้า นั่น...พาเพื่อนมาแล้วทิ้งไว้ตรงนั้นเหรอ?” คุณแม่ของแจฮยอนพยักเพยิดหน้าไปทางเจ้าของร่างเล็กที่ยืนอยู่ไม่ไกล

“เออ...สะ สวัสดีครับ” แทยงที่กำลังเพลินอยู่กับภาพความอบอุ่นของทั้งสองคนหลุดจากภวังค์ทันที และเขาก็ทำตัวไม่ถูก หมอนั่นพาเขามาแล้วก็ทิ้งเขายืนอยู่ตรงนี้คนเดียว บ้าชะมัดเลย จะพามาทำไมก็ไม่รู้

“เอ๋ หน้าคุ้น ๆ นะลูก” คุณแม่ของแจฮยอนที่ผละออกจากลูกชายสุดที่รักแล้ว เดินเข้าไปใกล้ ๆ แทยง

“แทยงใช่มั้ยลูก!” มือที่ติดจะหยาบกร้านตามวัยโอบรอบใบหน้าเรียว

“คะ ครับ คุณป้ายองแอ” แทยงยิ้มกว้าง ทีแรกเขาคิดว่าแม่ของแจฮยอนจะจำเขาไม่ได้เสียแล้ว

“ตายแล้ว ป้าไม่เจอกับแทยงหลายปีแล้ว โตขึ้นเป็นหนุ่มเชียว ดูสิ หล่อเหมือนคุณพ่อไม่มีผิดเลยนะเนี่ย มานั่งตรงนี้มา” คุณแม่ของแจฮยอนดึงแขนแทยงให้ไปนั่งที่โซฟาด้วยกัน

“เห?? แล้วลูกแม่ละครับ” แจฮยอนที่มองดูทั้งสองคนอยู่นานพูดขึ้น ทำหน้างอนๆ และครั้งนี้เขาก็เพิ่งจะได้เห็นรอยยิ้มของแทยงเป็นครั้งแรก

“เดินมาสิจ้ะ ใครไปตอกตะปูตรึงเท้าลูกไว้ล่ะ?” คุณแม่ของแจฮยอนหันไปบอกลูกชายขำ ๆ ก่อนจะหันไปสนใจคนข้าง ๆต่อ

 


ทำไมเขารู้สึกว่าสองคนตรงโน้นนิสัยคล้ายกันจัง โดยเฉพาะตอนจิกกัดเขาเนี่ย

แจฮยอนเดินมานั่งลงตรงข้ามกับทั้งสองคนที่ดูเหมือนเป็นแม่ลูกยิ่งกว่าเขาเสียอีก เขากลายเป็นหมาหัวเน่าไปซะแล้ว


 

“สบายดีนะลูก ป้าเสียใจเรื่องคุณพ่อของแทยงด้วยนะ แทยงต้องภูมิใจในตัวคุณพ่อเยอะ ๆ นะลูก คุณแทรังเป็นคนดี และทำประโยชน์ไว้ให้กับคนรุ่นหลังมากมายเลย” คุณแม่ของแจฮยอนยกมือขึ้นลูบศรีษะของแทยง มืออีกข้างยังกุมมือแทยงไว้ตลอด คุณแม่ของแจฮยอนเอ็นดูแทยงมาตั้งแต่แทยงยังเด็ก เวลาผู้ชายเขาคุยธุรกิจกัน แทยงก็มักจะถูกทิ้งไว้ให้อยู่กับเธอเสมอ เขาเห็นความกระตือรือร้นในตัวของแทยง และยังเป็นเด็กที่วางตัวดีมาก ๆ อีกด้วย แม้ตอนนั้นบริษัทคุณพ่อแจฮยอนจะเป็นหนี้สินมากมายจนเกือบจะล้มละลาย ก็มีคุณแทรัง พ่อของแทยงเข้ามาช่วย แม้แทยงจะรู้เรื่องนี้มาตลอด แต่ก็ไม่เคยทำตัวหยิ่งยโสเลย ต่างจาก...แม่และน้องชาย


“ครับ ผมภูมิใจในตัวคุณพ่อของผมเสมอเลยครับ” แทยงระบายยิ้ม แม้ว่าจะเป็นรอยยิ้มแห่งความภูมิใจแต่ก็ยังมีร่องรอยของความเศร้า ซึ่งคนเห็นก็อดจะสงสารไม่ได้ คุณแม่ของแจฮยอนจึงคว้าคนตัวเล็กเข้ามากอดเอาไว้ มืออุ่นลูบลงบนแผ่นหลังของแทยง อันที่จริงเขายังรู้เรื่องในครอบครัว...หรือจะเรียกว่าปัญหาในครอบครัวของแทยงก็ไม่ผิด เพราะคุณแทรังมาปรึกษาด้วยบ่อย ๆ

แจฮยอนขมวดคิ้วแน่น มองภาพนั้นอย่างตะขิดตะขวงใจ

แทยงกัดริมฝีปากแน่น พยายามข่มน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา เขาชอบความอบอุ่นนี้เหลือเกิน มันจะดีสักแค่ไหนกันนะ หากคุณแม่ของเขาจะโอบกอดเขาแบบนี้บ้าง...สักครั้งหนึ่ง


 

 

“ทำไมแทยงถึงมาอยู่กับลูกได้ล่ะ?” คุณแม่ของแจฮยอนถามขึ้นมา ขณะที่แกล้งพาแจฮยอนเข้ามาในห้องครัว

“คือ เราทำธุรกิจด้วยกันน่ะครับ” แจฮยอนตอบไม่เต็มเสียงนัก

“อย่าโกหกแม่นะ แล้วก็อย่าทำอะไรแทยงด้วย แม่ขอ” คุณแม่ของแจฮยอนทำสีหน้าจริงจัง จ้องหน้าคนเป็นลูก

“ทำไมผมจะต้องทำอะไรเขาด้วยละครับ?” แจฮยอนถามกลับ เขาเองก็อยากรู้เรื่องครองครัวของแทยงให้มากขึ้นเหมือนกัน   เขารู้แค่ว่าพ่อของแทยงกับพ่อของเขาสนิทกันมาก ทำธุรกิจร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมานาน แต่ก็มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ทั้งสอคนแตกคอกัน ใครบางคนบอกเล่าให้เขาฟัง

“แม่น่ะ ไม่รู้เรื่องธุรกิจมากนักหรอก แม่ไม่เคยเข้าไปยุ่งเลยตั้งแต่พ่อของลูกบริหาร แต่แม่น่ะก็พอจะรู้ว่าใครเป็นอย่างไร จะทำอะไรก็คิดให้ดี ๆ เสียก่อน” คุณแม่ของแจฮยอนกล่าวเตือน

“ครับคุณแม่” แจฮยอนยกมือข้างหนึ่งขึ้นมา ทำท่าเหมือนทหารรับคำสั่ง

“ให้มันจริงเถอะ” คุณแม่ว่ายิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปยกถ้วยอาหารให้แจฮยอนเอาไปตั้งที่โต๊ะทานข้าว



 

“ให้ฉันเข้าไปช่วยมั้ย?” แทยงทำท่าลุกขึ้นจากเก้าอี้เมื่อเห็นแจฮยอนเอาอาหารมาวางบนโต๊ะ

“ไม่ต้องหรอกครับคุณหนู เห็นอย่างนี้ ที่นี่ก็มีแม่บ้านนะครับ” แจฮยอนแกล้งว่า ก่อนจะเดินไปนั่งลงตรงข้ามกัน แอบเหล่มองคนที่กระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้และกำลังค้อนใส่เขา

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย แค่อยากจะช่วย”

แจฮยอนไม่ได้ตอบ แค่แกล้งเบะปาก หัวเราะในลำคอ

 


---

 


แจฮยอนกับแทยงอยู่ระหว่างทางกลับเพ้นเฮาส์ที่ตั้งอยู่ในแถบอินชอน หลังจากร่ำลาคุณแม่และออกมาจากบ้านของแจฮยอน   

ไร้คำพูดจาใด ๆ จากคนทั้งคู่ แทยงเอาแต่เหม่อมองออกไปนอกรถ ดวงตากลมโตนั่นมีแววเศร้าอย่างเห็นได้ชัด แจฮยอนเองก็กำลังหมกหมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเอง แต่ก็ยังแอบมองใบหน้าของอีกคนอยู่เป็นระยะ มันดูหดหู่จนเขาไม่กล้าจะเอ่ยกวน

“อย่าปล่อยให้ท่านทานข้าวคนเดียวบ่อย ๆ เลยนะ” อยู่ดี ๆ แทยงก็พูดขึ้นมาทำลายความเงียบภายในรถ หากทว่า ดวงตายังคงเหม่อมองออกไปนอกรถอย่างไร้จุดหมาย

“หรือว่าเราควรจะขับรถมาทานข้าวกับคุณแม่ของผมทุกวันดี?” แจฮยอนหัวเราะออกมาเบา ๆ เขาแค่แกล้งพูดประชด

.

.

“นายน่ะ น่าอิจฉามากเลยรู้มั้ย?” แทยงก้มหน้ามองมือตัวเองที่วางอยู่บนตัก ก่อนที่มือคู่นั้นจะสัมผัสกับหยดน้ำใสที่ร่วงลงมาจากดวงตาคู่สวย แทยงรีบผินหน้าออกไปทางนอกหน้าต่างมากกว่าเดิม ทว่า หยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมาไม่อาจซ่อนให้พ้นจากสายตาของร่างสูงได้เลยแม้สักนิด ฟันคมขบกัดลงบนริมฝีปากบางเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นดังออกมา ... มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างขยุ้มเข้าที่ปลายเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของตัวเอง เขาพยายามอย่างที่สุดที่จะกักเก็บความเสียใจและความเจ็บปวดเอาไว้ให้ลึกที่สุด เขาไม่ได้อยากให้ใครแม้สักคนต้องมารับรู้ความรู้สึกเหล่านี้ของเขา...ไม่ต้องการใครเลยสักคน

 

แจฮยอนลอบถอนหายใจออกมา เขากัดกรามจนเห็นเป็นสันนูน เขากำลังรู้สึกโมโหตัวเอง...โมโหที่หัวใจของเขากำลังปั่นป่วน

 

แจฮยอนไม่ได้ตอบอะไรเลย เขาเยียบคันเร่งเพื่อจะให้ถึงเพ้นเฮาส์ให้เร็วที่สุด และเมื่อรถจอดสนิทอยู่ภายในโรงรถ แทยงก็รีบจัดการปลดเข็มขัดนิรภัย ลงจากรถและกลับเข้าไปในเพ้นเฮาส์อย่างรวดเร็ว เขาไม่อยากให้แจฮยอนเห็นสภาพใบหน้าของเขาในตอนนี้

 

แจฮยอนมองตามเจ้าของร่างเล็กที่หายเข้าไปในตัวบ้าน แว่บหนึ่ง...เขามีความคิดบ้าๆ ที่ว่า...อยากจะคว้าคนคนนั้นเข้ามากอดปลอบเอาไว้ เขาควรจะต้องเข้มแข็งกว่านี้อีกเยอะเลย แค่เริ่มต้น...ใจก็อ่อนเสียแล้ว ไอ้แจฮยอนเอ้ย!

 

---

 

“หลับสบายดีมั้ย?”

“นาย!” แทยงที่กำลังถือผ้าขนหนูเช็ดเส้นผมที่เปียกหมาดเดินออกมาจากห้องน้ำ มองคนที่เอนกายนั่งอยู่บนโซฟาอย่างตกใจ

“ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น” แจฮยอนหัวเราะ เมื่อคืนเขาไม่ได้เข้ามานอนกับแทยง เพราะคิดว่าแทยงอาจจะอยากอยู่คนเดียวมากกว่า

“ไหนดูสิ แค่ไม่มีฉันนอนด้วยคืนเดียว ร้องไห้จนตาบวมเลยเหรอเนี่ย” แจฮยอนก้าวยาวมาดักหน้าแทยง ก่อนจะทำท่าก้มมองใบหน้าของคนตัวเล็ก มือใหญ่ข้างหนึ่งลอบโอบที่แก้มขาว ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยที่เปลือกตาบาง

“อย่ามาพูดอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ออกไปเลย” แทยงชักจะเริ่มชิน เขาแค่ผลักคนตรงหน้าออกไปให้พ้นทาง

“ไม่กวนก็ได้ เดี๋ยวแต่งตัวเสร็จแล้วมาคุยเรื่องบริษัทกันหน่อย” แทยงหยุดเช็ดผมก่อนจะหันไปมองหน้าแจฮยอน ถึงเวลาลงสนามแล้วสินะ แทยงลอบถอนหายใจออกมา

 

---

 

“คุณลุงกีแจ” แทยงอุทานออกมา เมื่อเห็นคุณลุงกีแจเดินเข้ามาในเพ้นเฮาส์ของแจฮยอน

“สวัสดีครับคุณแทยง เป็นอย่างไรบ้างครับ” คุณลุงกีแจนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะถามแทยงด้วยความเป็นห่วง

“ผมไม่ทำอะไรคุณหนูของลุงหรอกครับ ไม่ต้องห่วง” แจฮยอนที่นั่งไขว้ห้างมองดูทั้งสองคน พูดออกมา แทยงหันไปค้อนใส่ทันที

“งั้นผมเริ่มเลยแล้วกันนะครับ” คุณลุงกีแจหยิบเอกสารต่าง ๆ ขึ้นมา

แทยงเอื้อมมือไปจับมือของคุณลุงกีแจเอาไว้ ก่อนจะหันไปมองแจฮยอนเป็นเชิงไล่ แต่เหมือนอีกคนจะไม่รู้สึกตัว

“คุณแจฮยอนมีสิทธิจะรู้เรื่องด้วยเหมือนกันครับ” คุณลุงกีแจบอกแทยง คนตัวเล็กขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ คุณลุงกีแจพยักหน้าให้กับแทยง ก่อนจะพูดต่อ...

“ผมของแจ้งให้คุณแทยงทราบถึงสถานการณ์ตอนนี้เกี่ยวกับบริษัทก่อนเลย ตอนนี้น่ะยังไม่มีใครสามารถขึ้นดำรงตำแหน่งประธานผู้บริหารได้ เพราะตามจำนวนหุ้นตอนนี้ คนที่มีมากที่สุดคือของคุณแทยงและคุณเตนล์ จำนวนคนละ 30%  ซึ่งท่านแทรังได้เขียนพินัยกรรมมอบเอาไว้ให้ แต่...” แทยงขมวดคิ้ว

“แต่คนที่มีอภิสิทธิ์มากกว่าคือคุณแทยง เพราะยังมีหุ้นของคุณท่านที่เก็บไว้อีก 20% โดยคุณท่านเขียนให้คุณแทยงเป็นคนดูแลครับ” กีแจยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้กับแทยง แทยงรับมาก่อนจะกวาดสายตาอ่านรายละเอียดทั้งหมด ความรู้สึกมากมายประเดประดังเข้ามาให้หัวใจของเขา คุณพ่อ...

“โดยหุ้น 20% นี้เป็นชื่อของคุณแทรัง แต่ท่านได้เขียนมอบให้อยู่ในความดูแลของคุณแทยง คุณแทยงไม่สามารถครอบครองหุ้น 20% นี้ได้ด้วยตนเอง แต่สามารถมอบให้ผู้อื่นหรือนำไปทำอะไรก็ได้ครับ” กีแจมองหน้าของแทยงที่นิ่งไป หยาดน้ำตาเอ่อคลออยู่ที่ดวงตากลม หากแต่...ไม่ได้ไหลออกมาแม้สักนิด เขาเชื่อว่าคุณแทยงรู้ดีว่าคุณท่านต้องการอะไร

“ส่วนหุ้นอีก 20% ตอนนี้บริษัทของคุณแจฮยอนเป็นผู้ครอบครองอยู่ครับ” กีแจบอกประโยคสุดท้าย แม้แทยงจะไม่รู้มาก่อน แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร คนคนนั้นต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ไปประกันตัวเขาออกมาอยู่แล้ว และมันก็มีความเป็นไปได้เพียงเรื่องเดียว แต่อย่าหวังเลยว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ...ไม่มีทาง!!

“คุณแทยงพร้อมหรือยังครับ เราจะปล่อยบริษัทไว้แบบนี้ไม่ได้นะครับ มันอันตราย” กีแจเอ่ยเตือนแทยง

“ครับ พรุ่งนี้ผมจะเข้าบริษัท” แทยงมองสบตาคุณลุงกีแจ ถึงเวลาที่เขาต้องลุกขึ้นสู้อย่างจริง ๆ จัง ๆ เสียที

 

 

---

 

 

แจฮยอนเดินออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะเหล่มองคนที่นั่งวุ่นอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะกระจก ซึ่งก่อนหน้านี้มันเคยเป็นที่ทำงานของฮันซล ตั้งแต่คุณลุงกีแจกลับไปคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็ยังไม่ยอมปริปากพูดอะไรกับเขาเลยสักคำ คงจะกำลังโกรธเขาอยู่


แจฮยอนเดินไปนั่งลงตรงข้ามกับแทยง คนตัวเล็กสวมแว่นสายตากรอบเล็ก ๆ สีดำ แทยงไม่แม้จะยอมละสายตาออกมาจากกองเอกสารเหล่านั้นเลยสักนิด เนื่องจากพรุ่งนี้เขาต้องเข้าประชุมกับกรรมการผู้จัดการของบริษัท แน่นอนว่าเขาต้องรู้ข้อความความเคลื่อนไหวระหว่างที่เขาไม่ได้เข้าทำงานเกือบเดือนให้มากพอ


แจฮยอนย่นริมฝีปาก เมื่ออีกคนไม่สนใจเขาเลย.


“โกรธฉันเหรอ?” แจฮยอนเอ่ยถามเพื่อเรียกร้องความสนใจ อีกใจก็อยากรู้คำตอบจากคำถามนั่นจริง ๆ ทว่า แทยงก็ไม่ได้ตอบอะไรออกมาเลยสักคำ


แจฮยอนอดรนทนไม่ไหว จึงแกล้งขยับตัวลงไปนั่งข้าง ๆ คนตัวเล็กแทน แรงยวบของโซฟาทำให้แทยงต้องพ่นลมหายใจออกมา

คนตัวสูงทำท่ายื่นใบหน้าไปดูข้อความในเอกสารที่แทยงถืออยู่  ใกล้จนได้กลิ่นกายหอม ๆ ของคนด้านข้าง


“นี่ ออกไปไกล ๆ เลย ฉันไม่มีเวลามาเล่นด้วยนะ” สุดท้ายแทยงก็จำต้องหันไปแหวใส่

“ก็ถ้าไม่ทำแบบนี้ ก็ไม่ยอมหันมา” แจฮยอนว่า พร้อมทั้งยกมุมปากยิ้ม

แทยงแค่ถอนหายใจออกมา ทำท่าจะหันกลับไปสนใจเอกสารต่อ ทว่า มือใหญ่ก็เอื้อมมาจับใบหน้าของแทยงเอาไว้

“อันที่จริง หากอยากรู้อะไรผมก็พอจะบอกได้นะ” แจฮยอนบอก เพราะในฐานะผู้ถือหุ้นเขาจึงร่วมประชุมครั้งล่าสุดด้วยเหมือนกัน

“นายนี่มันหน้าด้านจริง ๆ เลยนะ” แทยงปัดมือใหญ่ออก เขารู้ว่าคนข้างๆ ได้หุ้นไปโดยไม่ชอบธรรมสักเท่าไหร่ และคงไม่หยุดอยู่แค่ 20% นั่นด้วย

แจฮยอนกัดฟันข่มอารมณ์โมโห เขาแค่ไม่อยาก...ไม่อยากเห็นแทยงโดนคนอื่นในบริษัทเอาเปรียบต่างหาก คนตัวเล็กที่นั่งข้าง ๆ เขาคงไม่ได้รู้ถึงสถานการณ์ตอนนี้เลย

“ถ้าไม่ต้องการความหวังดีจากฉันก็ไม่เป็นไร แต่ขอเตือนไว้เลย ว่ามันหนักกว่าที่นายคิดไว้อย่างแน่นอน” แจฮยอนบอก ก่อนจะเดินออกไปจากห้องด้วยอารมณ์กรุ่นๆ

แทยงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เตรียมใจไว้แล้วละว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่พอได้ยินแจฮยอนพูดแบบนั้น ความรู้สึกเหนื่อยในหัวใจที่เขาพยายามเก็บมันเอาไว้ก็ถูกปลดปล่อยออกมา

และอีกอย่าง...แม้แจฮยอนจะบอกว่าอยากช่วยเขา แต่จะให้เขาเชื่อได้อย่างไร ในเมื่อ...คนคนนั้นต้องการเข้ามาหุบบริษัทของคุณพ่อ

 

แม้ว่าในดวงตาคู่นั้นเขาแทบจะมองไม่ออกว่าคนคนนั้นกำลังแสร้งทำเลยก็ตาม ทว่า ก็ไม่อาจเชื่อได้อยู่ดี



TBC



////mesomeday////

ฝากตอน 3 ด้วยนะคะ ช่วงแรกอาจจะดำเนินเรื่องช้าหน่อยนะคะ เก็บรายละเอียดช่วงอดีต แหะ ๆ 

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ คนที่คอมเม้นท์ ติดแท็กด้วย กราบบ พวกคุณเป็นพลังสำคัญของเราเลยค่ะ ^^ 

ฝากฟิคด้วยน้า ใครเล่นทวิตต์อย่าลืมติดแท็ก #คุกแจยง  กันนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

575 ความคิดเห็น

  1. #550 Haenymph (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 12:18
    สรุปเจย์ยังไงเนี้ย
    #550
    0
  2. #497 mxhh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 23:51
    แจนี่ตกลงว่าเทอจะเอายังไงกะ(ลูก)ช้าน อยากรู้เทอมาแบบไหน เทอจะดีหรือเทอจะร้ายยย ฉันยังไม่เข้าใจ ว่าใจที่จริงของเธอต้องการสิ่งไหนน - จะรักหรือจะร้าย - Klear
    #497
    0
  3. #323 doraaung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 20:09
    สรุปจองแจยังไงคะเนี่ยยยยย คิดร้ายแหละ แต่แบบก็ใจอ่อนให้อ่ะ ตกลงจะเอายังไงคะคุณ 5555 แทยงเจอปัญหาใหญ่เลยย ลุ้นมากกก

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #323
    0
  4. #291 THE JOO (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 17:24
    ฉันงงไปหมดสรุปแจฮยอนจะมาดีหริอมาร้ายกันแน่เนี่ย ฮื่อออ
    #291
    0
  5. #265 imewwwty (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 16:43
    ตอนแม่แจฮยอนกอดปลอบน้องแทยง น้ำตารื้นเลยอบอุ่นหัวใจมากๆ / จริงๆแล้วแจฮยอนหวังดีหรือประสงค์ร้ายกันแน่นะ ฮึ ชักจะแปล่งๆแล้วววว ปล.คิดถึงคุณฮันซลจังค่ะ 55555555
    #265
    0
  6. #114 w/ my J (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 23:22
    แทยงจะระแวงก็งไม่ผิด แต่ก็ไม่อยากให้พูดจาร้ายๆใส่แจฮยอนเลยง่ะ ;__; แจฮยอนดูเหมือนเด็กอ่ะ
    #114
    0
  7. #80 จอมโจรน้อยน่ารัก1412 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 02:24
    มีความรู้สึกว่าแจฮยอนเหมือนลูกหมาอะ ต้องการความสนใจ ????????????
    #80
    0
  8. #58 deep_in_chan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 20:41
    โธ่ แทยงอ่าเปิดใจรับความหวังดีจากแจฮยอนหน่อยน้า;_;
    แต่ก็เข้าใจแทยงล่ะ เจอเรื่องร้ายๆมาเยอะ เชือใจใครตอนนี้คงยาก ฮือ
    ชอบเวลาแจฮยอนเจ้าเล่ห์ใส่แทยงจังเลยค่ะ เขิน.///.555
    #58
    0
  9. #57 ปงจี้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 14:27
    ชอบก็บอกเลย ชอบก็บอกเลยเซ่ ชูวับชูวับ 5555555555555555555555555555
    #57
    0
  10. #56 95kim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 20:09
    พระเอกนี่เจ้าเล่ห์จริงๆ ละนี่คือชอบเขาเหรอ ชอบล่ะซี่ ดูทำแต่ละอย่างซิ ผู้ชายยิ่งแกล้งยิ่งชอบ น่อววววว ละก็นั่นแหล่ะ พระเอกมันชอบมีเสียงในใจอะ 55555 สับสนอะดิ้

    ตอนน้องแทยงอยู่กับคุณนายจองนี่น่ารักมากกกกกกกกกก อบอุ่นจริงๆ ฮื่อ พระเอกก็ฟังแม่เอาไว้นะ อย่าทำร้ายแทยง ,_____,

    ละตอนเขาไม่สนใจก็มาเรียกร้องความสนใจตลอดดดดดด ทำตามหัวใจตัวเองหน่อยยย

    สู้ๆนะคะไรเตอร์ ????
    #56
    0
  11. #55 twothree (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 11:18
    แจฮยอนบ้างมุมก็นิสัยเหมือนเด็กๆเลยค่ะ 55555 ในขณะที่ตยงที่เราคิดว่าตยงมีมุมเด็กน้อยกลับดูโตเอาการเอางานมากๆเลย ตอนที่ตยงอยู่กับคุณแม่จองแจนี่อบอุ่นมากเลยค่ะ ;-; เรื่องความอบอุ่นของครอบครัวนี่มันหนักหนาสุดแล้วกว่าเรื่องไหนๆ สงสารแทยงจังค่ะ อยากรู้มากเลย ว่ามีปัญหาอะไรกันในครอบครัว เชื่อว่าคุณพ่อเหมียวทำแบบนั้นเพราะมีเหตุผล เชื่อว่าท่านมองการไกลไว้แน่นอน ;-;
    ส่วนความมุ้งมิ้งของจองแจ ทำเหมือนเด็กผู้ชายซึนๆแอบชอบเขาแล้วเข้าไปแกล้งงี้เลยอ่า มีแอบงอนแอบน้อยใจ เอ็นดู(แต่ก็แอบระแวง)55555
    สุดท้ายนุ้งเหมียวสู้ๆ ไปรบราฆ่าฟันกับคนในบริษัทให้ได้นะ เป็นกำลังใจ คุณไรท์ก็สู้ๆด้วยน้า
    #55
    0
  12. #54 พริ้มพริม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 04:14
    เข้ามาเป็นกำลังใจตะยงให้ต่อสู้ แต่ดูแจฮยอนใจอ่อนง่ายเชว ชอบแล้วสินะ สู้ๆ
    #54
    0