- Prison - (JAEYONG)

ตอนที่ 22 : Prison 20 - END -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,010
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    29 พ.ค. 60

20

 

 

 

 

 

 

“เตนล์เป็นไงบ้าง? ไหวหรือเปล่า?” แทยงมาหาเตนล์แทบทุกวัน ไม่ว่าจะมากจะน้อยเขาก็พยายามมาหาเตนล์ให้บ่อยที่สุด

“ไม่ไหวก็ต้องไหวครับ” ใบหน้าเล็กๆ ระบายยิ้ม แต่คนพี่ไม่ได้ยิ้มไปด้วยเลย เขาลอบถอนหายใจออกมา ยังไงก็ไม่มีทางช่วยเตนล์ได้เลย

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ มาหาเตนล์ทั้งทีเพื่อมาทำหน้าหดหู่แบบนี้เหรอ?” เตนล์ว่า ก่อนจะทำหน้าบูดเล่นๆ ทว่า ก็ไม่ทำให้คนตรงหน้ารู้สึกดีขึ้นมาเลย

“พี่แทยงง่า เตนล์อยู่ได้ นี่คือคุกยังไงก็คงไม่สบายเท่ากับข้างนอกอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากหรอกครับ ความผิดไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น เนี่ย...ผมว่าจะบอกข่าวดีกับพี่สักหน่อย”

“หืม? ข่าวดี?” คิ้วเรียวย่นฉงนแทบจะชนกัน

“ในคุกเขามีชมรมด้วยนะ เตนล์เข้าชมรมเต้น พอเตนล์โชว์เต้นเท่านั้นแหละ ได้เป็นหัวหน้าชมรมเลยนะ น้องพี่เก่งเปล่า?” เตนล์ระบายยิ้มสดใสไม่อยากให้พี่แทยงเป็นห่วงเขามาก ที่ผ่านมาเขาก็ทำให้พี่แทยงเป็นห่วงตลอดเวลาอยู่แล้ว

“จริงเหรอ? น้องพี่เก่งอยู่แล้ว” พอเห็นเตนล์ยิ้มได้เขาเองก็ยิ้มได้

“บอกแล้วไงว่าไม่ลำบาก คนในคุกก็ไม่ได้เลวไปซะหมดหรอก บางคนก็แค่หลงผิด” เตนล์มองตาคนตรงหน้าอย่างรู้สึกผิด เขาทำเรื่องเลวร้ายกับคนตรงหน้าได้ยังไงกันนะ

“เอาน่า ก็แค่หลงทาง เจอทางออกแล้วก็เดินหน้าต่อไป เราจะเดินไปด้วยกันนะ”

“แล้วพี่ล่ะ เจอทางออกหรือยัง?” เตนล์จ้องหน้าคนเป็นพี่

“หืม?”

“เมื่อไหร่จะเปิดใจสักที ผมบอกพี่หลายครั้งแล้วนะ ว่าผมกับแจฮยอนน่ะจบกันไปแล้ว เราไม่เคยรักกันเลยด้วยซ้ำ” ยอมรับว่าหัวใจของเขายังคงเป็นของแจฮยอน แต่การที่ต้องมาทนดูคนที่ตัวเองรักมากทั้งสองคนไม่สามารถลงเอยกันได้เพราะเขา มันเป็นอะไรที่ยิ่งกว่าคำว่า รู้สึกผิดอย่างที่เขาบอกแจฮยอนว่าคงจะเป็นงานหินมากๆ หากจะได้ใจ ไม่สิ...ใจน่ะน่าจะได้ไปแล้ว แต่ยากที่จะทำให้พี่แทยงยอมรับ เขารู้จักพี่ชายของเขาดี

“พี่รู้ดีอยู่แล้วใช่มั้ย ว่าที่แจฮยอนยอมทำทุกอย่างก็เพื่อพี่ มันไม่ง่ายเลยนะกับการต้องฝืนทำสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ ยอมทำทั้งที่รู้อยู่ว่าผลมันจะออกมาเป็นแบบนี้ ยอมโดนคนที่รักเกลียดมันคงเป็นอะไรที่เจ็บปวดที่สุดเลยนะ พี่เองก็รักเขามากไม่ใช่หรือไง อย่าใจร้ายนักสิครับ”

 


แทยงหลบตา “พี่กลับก่อนนะ ไว้พรุ่งนี้พี่จะมาหาใหม่ อยากได้อะไรมั้ย?”

เตนล์จ้องหน้าคนเป็นพี่ ก่อนจะถอนหายใจออกมา “อยากเจอแจฮยอน พรุ่งนี้พี่มากับเขาได้มั้ย?”

 

“..................เตนล์” แทยงทำสีหน้าลำบากใจ

“พี่จะหนีไปจนถึงเมื่อไหร่ พี่หนีหัวใจตัวเองไม่พ้นหรอกนะ ผมไม่สบายใจเลยรู้มั้ยที่เห็นพี่กับแจฮยอนเป็นแบบนี้”

 

“หมดเวลาเยี่ยมแล้วครับ” เสียงเจ้าหน้าที่บอก

“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะเตนล์” แทยงบอก ก่อนจะรีบเดินออกมา

 

 

 

---

 

 


 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ มีอะไรหรือเปล่า?” ฮันซลถามขณะที่ขับรถมาส่งแทยงที่บริษัท TY

“ไม่มีอะไรหรอก” แทยงส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานท่าทางเหนื่อยๆ

“เอ่อ เห็นคุณอีทึกบอกว่าคุณแทยงขับรถยนต์ไม่ค่อยเก่ง”

“ห๊า อะไรกัน พี่อีทึกพูดแบบนั้นเหรอ เราขับได้จริงๆนะฮันซล พี่อีทึกห่วงเกินไปต่างหาก” แทยงโผลงขึ้นมาเมื่อได้ยินฮันซลพูดแบบนั้น ก็แค่บางทีคิดเรื่องงานเยอะๆ แล้วเผลอขับฝ่าไฟแดงเท่านั้นเอง เผลอจอดในที่ห้ามจอดก็มีบ้าง แต่ยังไม่เคยไปชนใครเลยนะ

“ฮ่าๆ เอาเป็นว่าตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ผมจะขับรถให้คุณแทยงเองนะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า เราไม่อยาก...”

“ไม่รบกวนหรอกครับ เอ่อ...พอดีแจฮยอนมอบหมายให้ผมเข้ามาดูแลในส่วนของบริษัท TY แทนน่ะครับ ยังไงก็ต้องเข้ามาทุกวันอยู่แล้ว” ฮันซลลอบมองสีหน้าและแววตาของคนตรงหน้า ... ปิดไม่มิด ดวงตากลมๆนั่นสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด

“อ่อ....”

 

ไม่รู้จะพูดอะไร พูดอะไรไม่ออก ไม่มีคำพูดใดๆผุดขึ้นมาในหัวเลย ก็แค่...คงยอมแพ้ไปแล้วนั่นแหละ ก็ดีแล้วอย่างน้อยก็คงลดโอกาสการเจอหน้ากันไปได้อีกเยอะ

 

 

ดีแล้วเนอะ

 

 

 

 

---

 

 


 

เป็นไปอย่างที่แทยงคิด หลังจากวันนั้นฮันซลก็ทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถไปรับไปส่งเขาทุกวัน แล้วก็...ไม่ได้เห็นหน้าแจฮยอนอีกเลย ฮันซลเองก็ไม่พูดถึงเพราะคงกลัวว่าจะทำให้เขาอารมณ์ไม่ดี

 

 

 

 

 

 

ติ๊ด ติ๊ด

 

“สวัสดีครับ”

“นี่ แทยงเป็นไงบ้าง?” เสียงจากคนไกลที่แสนคุ้นเคยเอ่ยถาม

“คุณแทยงก็...น่าจะโอเคดีอยู่ครับ” ฮันซลเอ่ยตอบคนทางปลายสาย ภายนอกน่ะใช่ แต่ถ้าถามถึงภายใน...เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

“แน่ใจเหรอ? ฉันโทรไปคุย ทำไมเพื่อนฉันเสียงหงอยๆ แล้วเจ้านายนายอ่ะ สรุปยังไง? หายไปดื้อๆแบบนี้เหรอ ไม่รักจริงนี่หว่า โถ่ นึกว่าจะแน่” บอกเลยว่าเสียแรงที่เอาใจช่วย

 


 

ฮันซลเงียบไปเมื่อนึกถึงแจฮยอน ที่จริงเขาก็ไม่พอใจแจฮยอนเช่นกันแต่ก็สงสารมากกว่า เขายังต้องรายงานเรื่องของแทยงให้แจฮยอนทราบทุกวัน เจ้าตัวแค่รับฟังโดยที่ไม่ตอบอะไรกลับมาเลย เป็นแบบนี้ทุกๆวัน แถมยังพยายามทำงานเยอะจนไม่ยอมพักผ่อน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าแจฮยอนทำแบบนั้นเพราะไม่อยากคิดฟุ้งซ่าน ทำเพราะอยากลืม...

 

 

“นายอยากลืมเขาจริงๆเหรอ?” และวันนี้ความอดทนของเขามันก็หมดลง หลังจากรายงานเรื่องของคุณแทยงจบ เขาก็โผลงถามออกไป แจฮยอนชะงักทันทีที่ได้ยินคำถาม เขาเห็นสันกรามนูนที่ข้างแก้มของแจฮยอนอย่างชัดเจน

หึ แล้วก็เหมือนเดิม แจฮยอนไม่ตอบอะไร ... แต่วันนี้เขาจะไม่ยอมแพ้อีก ส่วนหนึ่งคงเพราะแรงยุจากคนทางปลายสายที่เพิ่งตัดสายไป

 

 

 

“ที่จริง วันนี้คุณแทยงป่วยหนักแต่ก็ดื้อไม่ยอมไปหาหมอ...”

“พี่โกหก” แจฮยอนพูดเสียงเรียบ คนไม่เคยโกหก...โกหกยังไงก็ไม่เนียน

“ก็แล้วแต่ก็จะคิด ฉันไม่ได้โกหก ที่ไม่บอกแกตั้งแต่แรกเพราะไม่อยากไปทำลายความตั้งใจของแก วันนี้ฉันต้องกลับไปหาคุณแม่ ไปทำหน้าที่ลูกชายแทนใครบางคน ส่วนนาย...อยากทำอะไรก็เชิญ” ฮันซลบอกก่อนจะรีบหันหลังเดินออกมาจากห้องของแจฮยอนทันที

 

 

ฮันซลรีบถอนหายใจ เกลียดตัวเองที่โกหกไม่เก่งจนแจฮยอนจับได้ แถมยังแถต่อได้อย่างหน้าตาเฉย เขายกมือขึ้นมาเท้าสะเอวก่อนจะส่ายหัว

 

ที่จริงแจฮยอนก็ยังอยู่ที่ห้องเดิมตรงข้ามกับแทยง พยายามตื้อขอซื้อมาได้สำเร็จทั้งที่เจ้าของบอกปัดเป็นสิบๆรอบ ไม่ใช่เพราะลูกอ้อนหรือความหน้าตาดีอะไรนั่นหรอก เพราะเงินล้วนๆ แต่ก็แค่นั้น...เพราะแจฮยอนไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง ครั้งแรกในชีวิตเลยที่เห็นแจฮยอนทำอะไรโง่เง่าแบบนี้

 

  

ฮันซลขับรถกลับไปยังบ้านเพื่อไปทานข้าวเป็นเพื่อนคุณแม่ ส่วนแจฮยอนพักนี้ทำงานหนักจนไม่ค่อยกลับบ้าน ส่วนหนึ่งก็แค่อ้างไปแบบนั้นเพราะคุณแม่ของแจฮยอนยื่นคำขาดไว้ว่า ไม่ต้องมาเจอหากไม่พาแทยงมาด้วย

 

  

คล้อยหลังฮันซล แจฮยอนพยายามใส่ใจกับงานตรงหน้า ทว่า ใจไม่ได้อยู่ที่งานเสียแล้ว เขาทิ้งกายไปกับพนักพิงด้านหลัง ก่อนจะวางปากกาลงบนโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์นัก หงุดหงิดตัวเองชะมัด!

   

เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะลุกขึ้นยืน มือหนาล้วงลงในกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง อีกข้างถูกยกขึ้นมาแตะนิ้วชี้ที่ริมฝีปาก เดินไปเดินมาอยู่แบบนั้นเป็นสิบ ๆ รอบก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูห้องออกไป เค้ายืนจ้องประตูห้องตรงข้ามที่ปิดสนิท 





ดวงตาคมปิดแน่นหลังจ้องประตูบานนั้นมาได้สักพัก สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้...ไม่กล้ารบกวน

 

 

 

ปลายเท้ายาวก้าวถอยหลังและหันหลังกลับ 







ทว่า  




----------------- 45%----------------


ทว่า  เขาได้แต่ยืนนิ่งจ้องมองคนตรงหน้า ไม่ต่างจากที่ยืนจ้องบานประตูเมื่อครู่นี้ จนเมื่อคนตรงหน้าหลบตาเข้านั่นแหละ เขาจึงรู้ตัวว่าเผลอจ้องนานเกินไปแล้ว ขณะนั้นเองที่คำพูดของฮันซลลอยเข้ามาในหัวอีกครั้ง เขาจึงมองเริ่มมองสำรวจคนตัวเล็กตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เพ่งมองไปยังถุงพลาสติกในมือที่มีของมากมายบรรจุอยู่ว่ามีอะไรบ้าง ป่วยตรงไหน มียาหรือเปล่า?

 

 

 

“หิว ก็เลยลงไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตข้างล่าง ถ้าจะมองขนาดนั้นก็ถามออกมาเหอะ” แทยงที่ทนยืนให้อีกคนมองเงียบๆ อยู่นานเอ่ยตอบด้วยความหงุดหงิดใจ ก็ถ้าจะจ้องแล้วจ้องอีกขนาดนั้นอ่ะนะ หากเขาเป็นน้ำแข็งก็คงละลายไปแล้ว

“เอ่อ ขอโทษ...” ริมฝีปากหยักเอ่ยบอกคนที่เดินมายืนอยู่ตรงหน้าเขา แทยงกดรหัสสามสี่ตัวเพื่อจะเข้าไปในห้อง ประตูถูกปิดลงไปแล้ว และแจฮยอนยังคงยืนอยู่ที่เดิม ริมฝีปากหยักเหยียดยิ้มให้กับตัวเอง อธิบายความรู้สึกที่หัวใจไม่ได้เลย ทั้งความสุขที่ได้เห็นหน้าและความเจ็บปวดที่ตีตื้นขึ้นมาพร้อมๆกัน...รักมากเหลือเกิน แต่ไม่สามารถเอามาเป็นเจ้าของได้ แค่แตะต้องยังไม่กล้าเลย

 

 

 

 

มือใหญ่ลูบลงที่บ้านประตูตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องตัวเอง

 

 

 

 

แทยงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าบานประตูหลังจากเข้ามาในห้อง แทบจะก้าวขาไม่ออก หัวใจเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้ไม่อยากจะยอมรับว่าตลอดมาเหมือนตัวเองกำลังเฝ้าคอยอะไรบางอย่าง เฝ้าคอยสิ่งที่ตัวเองกำลังพยายามวิ่งหนี แต่เมื่อได้เผชิญหน้ากับมันจริงๆ เขากลับบังคับความรู้สึกตัวเองไม่ได้เลย

 

 

 

คนตัวเล็กทรุดลงนั่งที่หน้าประตู เปลือกตาบางปิดแน่น ... คิดถึงเหลือเกิน

 

 

 

แจฮยอนที่เขาเห็นเมื่อครูแทบไม่เหมือนแจฮยอนที่เขาเคยรู้จักเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะภายนอกหรือภายใน ได้ยินจากฮันซลว่าแจฮยอนกำลังบ้างานเอามากๆ แต่ก็ไม่น่าปล่อยให้ตัวเองซูบผอมและดูโทรมขนาดนั้น แล้วก็...เขาไม่ชอบแจฮยอนที่เป็นแบบนี้เลย

 

แทยงถอนหายใจออกมา ความคิดมากมายกำลังตีกันอยู่ในหัว

 

 

 

 

ไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ... อยู่ดีๆ เขาก็มายืนอยู่หน้าประตูห้องตรงข้าม พร้อมกับจานบุลโกกิและข้าวสวยร้อนๆ

 

จะวางไว้หน้าประตูก็ดูน่าเกลียด เคาะประตูยื่นให้แล้ววิ่งเข้าห้องไปเลยดีมั้ย? โอ้ย คงตลกน่าดู หรือว่าไม่ต้องให้กิน ในห้องอาจจะมีของกินเยอะแยะแล้วก็ได้ เอาไงดี? ถ้าไม่มีอะไรกินเลยล่ะ? หิวแย่เลย

 

 

ตี้ดดดดดดด

อ้าวเห้ย! ลืมไปเลย...คอนโดนี้หากมีคนมายืนที่ประตูนานกว่า 5 นาที จะมีเสียงเตือนดังภายในห้อง ตายล่ะ!! ทำยังไงดี!?

 

แกร๊ก!

ประตูตรงหน้าถูกเปิดออกโดยเจ้าของห้อง แทยงเบิ่งตาโตจ้องมองคนตรงหน้าที่กำลังจ้องมองเขาสลับกับจานอาหารในมือ

“คือ...เอ่อ.....ทำเยอะเกินไปอ่ะ ก็เลยเอามาแบ่งให้กิ....เห้ย เดี๋ยวว” เอวเล็กถูกมือใหญ่เกี่ยวและดึงเข้าไปในห้อง แทยงร้องตกใจเพราะสองมือเต็มไปด้วยจานอาหารจะทำอะไรก็ไม่ได้ ประตูด้านหลังถูกปิด ดวงตาคมจ้องมองคนตรงหน้าค้อนๆ

 

แจฮยอนระบายยิ้มก่อนจะรับจานอาหารในมือของแทยง แต่คนตรงหน้าโยกตัวหลบ “ไม่ให้กินแล้ว” ก่อนจะบิดปากไม่พอใจ

 

“ฉันหิวมากนะ ถ้าไม่ให้กินอาหารในมือ จะกินคนถือแทน” แจฮยอนโน้มใบหน้าลงไปพูดใกล้กับใบหน้าเล็กๆที่กำลังงอง้ำ และอาหารในมือก็ถูกฉกลงไปวางบนโต๊ะอาหาร แทยงถือโอกาสนั้นรีบหมุนตัวจะเดินออกไปจากห้อง

 

 

แต่ไม่มีทางที่เขาจะออกไปได้ง่ายๆ เอวเล็กถูกลำแขนแกร่งเกี่ยวเข้ามาอีกครั้ง “เดี๋ยวสิ กินด้วยกัน” ลมหายใจอุ่นเป่ารดที่ใบหู แทยงหลับตาปี๋ “ไม่ต้องกระซิบใกล้ขนาดนี้ก็ได้” แทยงสะบัดหน้าไปว่าคนข้างหลัง มือเล็กจับดึงให้อีกคนปล่อยเขา คิดผิดจริง ๆ นั่นแหละที่เห็นใจคนเจ้าเล่ห์

 

 

“คิดถึงมากเลย” เสียงกระซิบซ้ำที่ใบหู แทยงหยุดการกระทำทุกอย่างแทบจะทันที

“ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ” คนข้างหลังยังพูดซ้ำ มันเป็นโอกาสที่เขาจะได้อธิบายทุกอย่าง อย่างน้อยตอนนี้แทยงก็ยอมที่จะฟังเขา “ขอให้ฉันได้อธิบายทุกอย่างได้มั้ย”

“ไม่ต้อง” แทยงตอบแทบจะทันทีก่อนจะดึงมือที่กอดเอวเขาไว้ออก คนตัวเล็กหันมาเผชิญหน้ากับคนตัวสูง

“ฉันไม่ชอบฟังอะไรยืดๆยาวๆ  ให้โอกาสพูดได้แค่คำเดียว” ดวงตากลมจ้องมองดวงตาคู่ที่เขาคิดถึง หวังว่าจะเป็นคำที่เขาอยากฟัง

 

 

 

 

 

 

“เป็นของฉันได้มั้ย?”

 

 

 

 

 

แทยงจ้องมองคนตรงหน้า บิดปากใส่ “บ้า” ถึงจะไม่ใช่คำที่เขาอยากฟัง แต่ก็ไม่ผิดหวังเลย

“ยอมเป็นบ้าก็ได้ แต่นายเป็นของฉันได้มั้ยล่ะ หืม?” แจฮยอนดึงอีกคนเข้ามากอดเอาไว้ มือใหญ่ลูบลงบนกลุ่มผมนุ่ม ก่อนจะโน้มใบหน้าลงสูดกลิ่นหอมที่เขาคิดถึง

“ขอกันง่ายๆ แบบนี้เลยหรือไง?” แทยงแหงนหน้าเลิกคิ้วว่าคนตัวสูง

 

 

แจฮยอนไม่ได้ตอบ เข้าจ้องมองใบหน้าเรียวที่ไม่ได้เห็นมาพักใหญ่ๆ มือใหญ่ทั้งสองโอบรอบใบหน้าที่เขาเฝ้าคิดถึง พยายามจะลืมมากเท่าไหร่แต่ก็ยิ่งคิดถึง

 

 

“อยากลืมกันนักไม่ใช่หรือไง” แทยงบิดริมฝีปากจ้องมองคนตรงหน้า

“ใครจะไปลืมลงกันล่ะ” แจฮยอนจดหน้าผากตัวเองลงบนหน้าผากเล็ก ปลายจมูกแตะกัน

“ขอโทษ” ริมฝีปากอิ่มแตะลงบนริมฝีปากบางแผ่วเบา เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำเอาไว้มันแย่แค่ไหน ทำให้แทยงต้องเจ็บและเสียใจ

“พอแล้วได้มั้ย ไม่อยากได้ยินคำว่าขอโทษอีกแล้ว” แทยงบอก เขากับแจฮยอนก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมากนัก รักคนที่ไม่คิดว่าจะรักได้...ใครจะไปรู้ว่าคนที่เคยเกลียดแสนเกลียดจะกลายเป็นคนที่...รักมากขนาดนี้ แล้วเขาก็เข้าใจในสิ่งที่แจฮยอนทำลงไปหมดแล้ว

“งั้นอยากฟังคำว่าอะไรดีล่ะ?” แจฮยอนพูดกลั้วหัวเราะแกล้งคนตรงหน้า เขายังคงชอบแกล้งให้แทยงโมโหเล่น ไม่รู้ทำไม

 

 

แทยงจ้องตาดุ “ไม่รู้แล้ว” เมือเล็กดันคนตรงหน้าออก แจฮยอนมองคนตัวเล็กก่อนจะระบายยิ้มออกมา

“ขอบคุณนะ ฉันคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้คุยกันอีกแล้ว” ไม่คิดเลยจริงๆ เพราะเขาเองรู้จักแทยงดีไม่น้อย ฟัดกันบ่อยขนาดนั้น รู้ว่าคนตรงหน้าทั้งเข้มแข็มและก็ใจแข็ง ยกเว้นกับครอบครัวเท่านั้นแหละ

ริมฝีปากบางเม้มแน่น ยิ่งเห็นดวงตาที่ยังคงมีแววความเจ็บปวดเขาก็รู้สึกผิดขึ้นมา ไม่ได้อยากจะทำร้ายใครเลยจริงๆ แต่เขาเองก็สับสนเหลือเกิน แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาตัดสินใจถูกหรือเปล่าที่มายืนอยู่ตรงนี้  รู้แต่ว่า...ดีต่อหัวใจ และนี่คือสิ่งที่หัวใจของเขาต้องการ

 

 

 

“ขอ...ขอโทษ เจ็บมากมั้ย” มือเล็กวางลงบนหน้าอกข้างซ้ายของคนตรงหน้า เจ็บเหมือนกันหรือเปล่า?

แจฮยอนระบายยิ้ม ก่อนจะวางมือตัวเองทับลงบนมือเล็ก “ตอนนี้ไม่เจ็บแล้วล่ะ รักนะครับ” แทยงออกอาการตกใจเล็กน้อย จะชักมือกลับแต่ก็ถูกมือใหญ่กุมเอาไว้

รักแทยงนะครับ” นี่แหละ...คือสิ่งที่เขาอยากได้ยิน แต่เอาเข้าจริงมัน...มันอธิบายความรู้สึกไม่ถูก หัวใจเต้นรัวไปหมดเลย

“แทยงรักแจฮยอนม่ะ....” มือเล็กยื่นไปปิดปากคนตรงหน้า ใบหน้าขาวแดงก่ำ เขารู้สึกไม่ชินกับอะไรแบบนี้เลย เพราะปกติแทบจะเถียงกันตลอด

“เลิกพูดอะไรที่มันจั๊กจี้หูสักที” แทยงบอก หัวใจเขาจะรับไม่ไหวอยู่แล้ว แล้วเขาก็เห็นคนตรงหน้ากำลังหัวเราะ เขาคงดูตลกมากเลยสินะตอนนี้

“ฉันไม่รักนายง่ายๆหรอกนะ หึ”

 

 

 

 

 

ก๊อกๆ

แทยงขมวดคิ้ว เขากำลังยกโค้ทสีดำสนิทขึ้นมาสวม ก่อนจะรีบเดินไปเปิดประตู

“อรุณสวัสดิ์ครับ” คนที่หน้าประตูเอ่ยทักทาย ใบหน้าหล่อเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แทยงย่นจมูกใส่อย่างหมั่นไส้

“ฮันซลล่ะ?”

“อีกแล้ว ถามถึงพี่ฮันซลอีกแล้ว”แจฮยอนทำหน้างอน ก่อนจะถือวิสาสะก้าวเข้ามาในห้อง

“อ้าว ก็ใครกันล่ะที่ไปบอกให้ฮันซลมาคอยรับคอยส่ง รับผิดชอบบริษัทแทนน่ะ” แทยงประชด

“หง่ะ งอนเหรอครับ” แจฮยอนยกแขนคว้าเอวอีกคนมากอดจากทางด้านหลัง ก่อนจะฝังปลายจมูกสูดกลิ่นหอมที่ต้นคอขาว

“เห้ย ออกไปเลยนะ”แทยงดิ้น เผลอไม่ได้เลย

แจฮยอนจับอีกคนให้หันมาเผชิญหน้ากัน ขณะที่ตัวเองหย่อนสะโพกลงบนด้านหลังของพนักพิงโซฟา เพื่อจะได้มองคนตรงหน้าในระดับสายตา

“ต่อไปนี้ เราอย่าหนีหน้ากันอีกเลยนะ” มือใหญ่ประคองใบหน้าเรียว ก่อนจะใช้นิ้วโป้งลูบลงบนแก้ม

“อื้อ” แทยงมองลงไปในดวงตาที่มีแววจริงจังและออดอ้อนในเวลาเดียวกัน ก่อนจะพยักหน้า

 

 

หลังแยกจากแจฮยอนเมื่อคืน ซึ่งกว่าจะกลับห้องได้เล่นเอาเหนื่อย เขาก็ตัดสินใจแล้วล่ะ...จะลองทำตามหัวใจตัวเองดู

 

 

“สัญญาแล้วนะ” แจฮยอนชูนิ้วก้อยขึ้นมาตรงหน้า แทยงจ้องมองก่อนจะค้อนใส่

“ทำอะไรเป็นเด็กๆ” มือเล็กดันอกคนตรงหน้า ก่อนจะเดินออกมา

“ไม่ได้ๆ งั้นทำอย่างอื่น” แจฮยอนก้าวไปดัก ก่อนจะชี้ลงที่แก้มตัวเอง แทยงบิดริมฝีปาก

 

 

 

ก่อนจะเขย่งปลายเท้าแตะริมฝีปากตัวเองลงบนริมฝีปากอิ่ม เล่นเอาอีกคนตกใจจนตาค้าง

 

 

 

“ไปได้แล้ว ชักช้า!” แทยงเดินไปหยิบกระเป๋าก่อนจะเดินไปรอที่หน้าประตู หันไปบ่นอีกคนเสียงดัง ใบหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู

“จ้าๆ”

 

 

 

---

 

 

 

 

แจฮยอนจอดรถลงที่หน้าเรือนจำโดยมีคนตัวเล็กนั่งอยู่ข้างๆ หลังออกมาจากคอนโดแทยงก็เงียบมาตลอดทาง ไม่ต้องเดาเขาก็รู้ว่าแทยงคิดอะไรอยู่

“ไปกันเถอะ” แจฮยอนกุมมือเล็ก ก่อนจะเปิดประตูรถออกไปและเดินอ้อมมาเปิดให้แทยงด้วย

 

 

แทยงนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับแจฮยอนที่นั่งลงข้างๆ รอเตนล์ออกมาหลังจากเจ้าหน้าที่ประกาศเรียกชื่อ และเพียงไม่นานคนที่เขารอก็เดินออกมา ทันทีที่เตนล์เห็นแทยงกับแจฮยอน...เตนล์ทำตาโต ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้มออกมาทันที

“ทำสำเร็จแล้วเหรอ?” เตนล์นั่งลงก่อนจะแซวแจฮยอนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“งานหินอย่างที่บอกไว้จริงๆด้วย” แจฮยอนพยักหน้า ก่อนจะส่งยิ้มกลับไป จะมีแค่คนเดียวเท่านั้นแหละที่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยความกังวล

“เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว เตนล์กำลังมีความสุขมากเลยรู้มั้ย?” คนเป็นน้องบอก แทยงบิดริมฝีปากเล็กน้อย

“ลืมเรื่องทั้งหมดแล้วเริ่มต้นใหม่อย่างที่พี่เคยบอกผมได้มั้ย ผมอยากเห็นพี่ได้อยู่อย่างมีความสุขกับคนที่พี่รักและรักพี่ แล้วแจฮยอนก็ผ่านการพิจารณาจากผมแล้วด้วย ผมให้ผ่านเลย คนนี้แหละดูแลพี่ได้ดีแน่นอน” คำพูดและการกระทำที่น่ารักของเตนล์ทำให้แทยงยิ้มออกมาในที่สุด

“สบายใจเถอะน่า ทำตามหัวใจตัวเองได้แล้ว” เตนล์ย้ำ

“เนอะๆ รักก็บอกว่ารัก อยากทำอะไรกับเราก็บอกมาตรงๆเลย”แจฮยอนยกมือขึ้นไปลูบศรีษะเล็กๆ ก่อนจะแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ

“ทำบ้าอะไรเล่า” แทยงทุบลงไปบนตักของแจฮยอนแก้เขิน

“ฮ่าๆ ท่าทางแจฮยอนจะต้องข้ามก้อนหินก้อนใหญ่อีกหลายลูกเลยแหละ” เตนล์ว่า ก่อนจะหัวเราะออกมา

 

 

 

แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าเจ็บปวดนิดๆ เพราะเขายังคงมีความรู้สึกดีๆกับแจฮยอน แต่ขณะเดียวกันนี้เขากำลังมีความสุขมากกว่า และรอยยิ้มของเขาตอนนี้ก็เป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากความสุข เป็นความสุขที่ออกมาจากหัวใจ ดีใจที่เขาได้มอบรอยยิ้มกลับคืนไปให้พี่ชายที่แสนดีของเขา แม้ว่าเขาจะทำเรื่องไม่น่าให้อภัยสักแค่ไหน แต่พี่แทยงก็พร้อมให้อภัยเสมอ จากนี้ หากเป็นสิ่งที่เขาทำได้เพื่อให้พี่แทยงมีความสุข ไม่ว่าอะไรเขาก็อยากทำ

 

 

“แจฮยอนน่า ฝากดูแลพี่ชายเตนล์ด้วยนะ พี่แทยงเลี้ยงไม่ยากหรอก” แทยงแกล้งค้อนและทำปากพองลมใส่คนเป็นน้อง

“ผมจะดูแลอย่างดีที่สุดเลย” แจฮยอนกอดไหล่แทยงเอาไว้

“พี่ล่ะครับ?”

“หืม?” แทยงเลิกคิ้ว

“ก็แจฮยอนบอกว่าจะดูแลพี่อย่างดีเลย” เตนล์มองตาแจฮยอนก่อนจะส่งยิ้มให้กัน เมื่อเห็นท่าทางทำอะไรไม่ถูกของพี่ชาย

“กะ...ก็...ก็ยอมให้ดูแลแล้วนี่ไง”แทยงทำเสียงฉุนๆ ก่อนจะค้อนใส่ทั้งสองคนที่ดูเข้ากันดีเหลือเกิน แต่เขาก็พอจะสบายใจเรื่องของเตนล์บ้างแล้ว

“พรุ่งนี้พี่จะมาหาใหม่นะเตนล์ ต้องการอะไร หรือมีปัญหาอะไรต้องรีบบอกพี่เลยนะ” แทยงบอกคนเป็นน้อง อย่างน้อยเขาก็อยากจะได้จับมือของเตนล์บ้าง อยากกอดเอาไว้ เพราะเขารู้ว่าข้างในมันไม่ได้สวยงามอย่างที่เตนล์พยายามบอกเขาหรอก

 

 

“สบายใจบ้างหรือยัง?” แจฮยอนยกมือใหญ่ขึ้นไปลูบศรีษะคนตัวเล็กกว่า ก่อนจะออกแรงดึงมาซบที่อก

“อื้อ ก็โอเคแล้วล่ะ” แทยงไม่ได้ต่อต้านเลยสักนิด จะต่อต้านทำไม...ในเมื่อมันเป็นสัมผัสที่เขาคิดถึงมาตลอด

“เลิกคิดมากได้แล้วนะ แค่นี้หน้าก็แก่เกินอายุแล้ว”

“โอ้ยย!! ล้อเล่น” แจฮยอนอุทานออกมาเมื่อถูกหมัดเล็กเข้าจู่โจมตีบนลำตัวและต้นแขน ก่อนข้อมือเล็กจะถูกรวบเอาไว้ด้วยฝีมือของคนตัวสูง

“ชอบลงไม้ลงมือแบบนี้ เดี๋ยวต้องจัดให้หนัก”

“ไอ้คนลามก!” แทยงตะโกนลั่น แจฮยอนรีบยกมือขึ้นไปปิดปาก ก่อนจะพยักเพยิดหน้าให้แทยงมองรอบๆ สายตาเป็นสิบๆคู่กำลังหันมาจ้องมองเขาทั้งสองคน และชายสวมเครื่องแบบนายหนึ่งก็ตรงดิ่งเข้ามายังเขาสองคน

 

“เกิดอะไรขึ้น คุณได้รับบาดเจ็บอะไรมั้ยครับ?” ชายวัยกลางคนดึงตัวแทยงออกมา ก่อนจะเอ่ยถาม

“เอ่อ...ผมไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากเลยครับ” แทยงโค้งขอบคุณอยู่หลายรอบ ก่อนจะรีบเดินนำแจฮยอนออกมา

“เพราะนายคนเดียวเลย” คนตัวเล็กบ่น

“เหรอ นายเกือบทำให้ฉันโดยจับข้อหาเป็นคนลามกแล้วรู้มั้ย แล้วดูหน้าพี่ผู้หญิงพวกนั้น ตอนเข้ามายังได้ยินซุบซิบว่าฉันหล่ออยู่เลย ดูซิ กลายเป็นคนลามกในชั่วพริบตา” แจฮยอนบ่นขณะที่ขับรถออกมาจากเขตเรือนจำ

“สมหน้าหน้า” แทยงหันไปว่าใส่หน้าแจฮยอน เขาเองก็ได้ยินแบบนั้นจริงๆตั้งแต่เดินเข้าไป

“หึ หึงล่ะสิ”

“แหวะ ใครจะไปหึง”

 

เถียงกันไปเถียงกันมาจนรู้สึกเหนื่อยนั่นแหละ ถึงจะยอมสงบปากสงบคำกันไปทั้งคู่

 

“สวัสดีครับคุณหนู” อีทึกทักทาย ก่อนจะหันไปมองคนที่เดินตามหลังแทยงมา

“สวัสดีครับคุณแจฮยอน ไม่เจอกันนายเลยนะครับ” อีทึกส่งยิ้ม เหมือนว่าจะมีข่าวดีสินะ แจฮยอนยิ้มตอบอย่างรู้กัน

“สวัสดีครับ ก็อยากมาบ่อยๆ อยู่หรอกครับ ติดตรงที่ว่า...” คนด้านหน้าหันมาค้อนขวับทันที ราวกับรู้ว่ากำลังจะถูกพาดพิง

“ว่าอะไร?” แทยงถาม

“เจ้าที่แรง โอ้ย!” โดนไปอีกป้าบใหญ่ มือเล็กนิดเดียวก็จริง แต่ฟาดแรงจนแสบเลยทีเดียว

“ไม่ต้องเข้ามาเลย ไปที่ห้องตัวเองโน้นเลย” แทยงผลักคนตรงหน้า ก่อนจะปิดประตูใส่ เขาก็แค่อยากมีเวลากับตัวเอง แค่อยากคิดอะไรบ้าง เหมือนว่าเรื่องทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไปหมด แต่ถามว่ามีความสุขมั้ย ตอบได้เลยว่า...มาก แม้ว่ามันจะไม่ได้สมบูรณ์แบบนักแต่ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาดีๆในชีวิตของเขาแล้ว

 

 

คงต้องขอบคุณแจฮยอนที่ยังรอเขา ขอบคุณตัวเองที่เห็นความสำคัญของหัวใจสักที

 

 

 

---

 

 

“ว่าไงนะ?!

“คุณแทยงกับแจฮยอนกลับมาคุยกันแล้วครับ” ฮันซลรายงานคนทางปลายสาย

“จริงดิ่ แค่คุยเหรอ? แล้วแบบ...”ยูตะตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ในที่สุดแทยงก็ยอมใจอ่อนสักที บอกเลยว่าแจฮยอนไม่ธรรมดา แต่จะถามต่อก็กลัวจะไปทำร้ายจิตใจฮันซล

“อืม ก็ดูจะไปกันได้ดีแล้วครับ”

“อ่อ...แล้วนาย...โอเคใช่มั้ย?” ยูตะถามเสียงค่อย รู้สึกเห็นใจจริงๆ เพราะเขารู้มาตลอดว่าฮันซลคอยเป็นห่วงแทยงมากแค่ไหน เวลาที่เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับแทยงเสียงของฮันซลจะดูเครียดมาก เขาสามารถจับระดับความร้ายแรงของเรื่องราวได้จากน้ำเสียงของฮันซลเลยทีเดียว และหากวันไหนมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นกับแทยงเสียงของฮันซลก็ดูมีความสุขเป็นพิเศษ แม้เจ้าตัวจะพยายามเก็บอารมณ์ไว้ก็เถอะ

ฮันซลระบายยิ้มนิดๆกับคำถามของคนทางปลายสาย “ผมโอเคครับ” ทำใจมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าความรักของเขามันคงเป็นไปไม่ได้ รู้แต่แรกว่าคุณแทยงมีใจให้กับแจฮยอนไปแล้ว แต่ถ้าถามว่า...

“เจ็บมั้ย?” เสียงยูตะถามออกมาเบาๆ ไม่ได้ตั้งใจจะตอกย้ำ แค่อยากให้ฮันซลระบายมันออกมา

“เจ็บครับ...มากเลยแหละ” คนตัวสูงพิงกายไว้กับผนังปูน ก่อนจะแหงนหน้าขึ้น ฟันคมขบกัดกันแน่น สกัดกั้นบางสิ่งบางที่มันกำลังจะไหลออกมา...ไม่คิดว่าจะเจ็บปวดขนาดนี้เลยและเขารู้สึกเกลียดตัวเองที่เอาความรู้สึกแบบนี้ทิ้งไปไม่ได้

“....อีก 2 ชั่วโมงมารับฉันที่สนามบินด้วย” เขาได้ยินเสียงคนทางปลายสายถอนหายใจก่อนจะออกคำสั่งและวางสายไปเสียอย่างนั้น

 

 

2 ชั่วโมงต่อมา หนุ่มโอซาก้าเดินทางมาถึงญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย

“ผมลากกระเป๋าให้ครับ” ฮันซลยื่นมือจะไปช่วยอีกคน แต่ก็ถูกปัดออก

“ไม่เป็นไรหรอกน่า” เขาไม่อยากใจร้ายใช้คนกำลังเจ็บปวด ยูตะลอบสังเกตสีหน้าของฮันซล ซึ่งก็ถือว่ายังโอเคอยู่อย่างที่บอกเขาจริงๆ

“ไม่ได้แอบไปบอกแทยงใช่มั้ยว่าฉันมา”

“ยังไม่ได้บอกครับ”

“เมื่อไหร่จะเลิกพูดจาสุภาพสักทีเนี่ย” ยูตะทำเสียงหงุดหงิด ไม่ได้อยากมีฮันซลเป็นลูกน้อง แล้วเขาก็ไม่เคยมองฮันซลแบบนั้นด้วย

“ครับ?” ฮันซลแกล้งตอบก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ คุณยูตะค่อนข้างจะเหมือนคุณแทยงอยู่เหมือนกัน

ยูตะมองหน้าอีกคน ก่อนจะถอนหายใจออกมา ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ

 

“เย็นนี้ทำตัวให้ว่างด้วยนะ” ยูตะบอกคนข้างๆ ขณะที่ฮันซลกำลังพาเขาไปที่บริษัท

“ครับ?” ฮันซลเลิกคิ้ว

“จะพาไปปลดปล่อย” ยูตะกระตุกยิ้ม “ห้ามปฏิเสธด้วย ไม่ยินดี”

 

 

รถยนต์ของฮันซลและยูตะเลี้ยวเข้าจอดที่ลานจอดรถบริษัท TY ก่อนทั้งสองคนจะพากันขึ้นลิฟต์เพื่อจะไปเซอร์ไพร้เพื่อนรัก

 

ยูตะเห็นอีทึกที่นั่งอยู่หน้าห้องของแทยง ส่งยิ้มทักทายกันเล็กน้อย มือเล็กผลักบานประตูให้เปิดออก...ไม่ทันที่อีทึกจะเอ่ยบอกอะไร

 

“อย่านะ นี่มันที่ทำงาน ไม่เอา!” ไม่มี...ที่โต๊ะทำงานไม่มีแทยง แต่เขาได้ยินเสียง ยูตะหันไปทางขวาก่อนจะพบว่า!! เพื่อนของเขากำลังอยู่บนโซฟาตกอยู่ใต้ร่างของ...ไอ้คนที่เขาไว้ใจ!

“เห้ย ทำอะไรแทยงอ่ะ!” ยูตะตะโกนลั่น ทำท่าจะย่างสามขุมเข้าไปหาเรื่อง แต่ก็ถูกมือใหญ่ของคนด้านหลังคว้าแขนเอาไว้

“ปล่อย นายจะเข้าข้างน้องชายนายใช่ม่ะ” ฮันซลเลิกคิ้ว มองตายูตะให้คิดใหม่อีกครั้ง

 

 

“ยูตะ” แทยงผลักคนตรงหน้าออก เรียกชื่อเพื่อนสนิทอย่างตกใจ ส่วนคนที่ถูกผลักออกลอบค้อนใส่ฮันซลนิดๆ ที่ปล่อยให้ยูตะเข้ามาขัดจังหวะ

“แทยงง่า เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย” ยูตะสะบัดแขนออก ก่อนจะเดินเข้าไปหา

“ปละ เปล่า” ใบหน้าแดงระเรื่อส่ายพรืด เขาไม่กล้าสบตาฮันซลเลยด้วย เพราะไอ้บ้านั่นคนเดียวเลย ยูตะชะโงกหน้าไปมองตัวต้นเหตุที่นั่งอยู่บนโซฟา แจฮยอนทำท่าสะดุ้งนิดๆ

“สวัสดีครับ”

 

 

 

ทั้งสี่คนย้ายมานั่งอยู่ที่ร้านอาหารกึ่งบาร์แถวอิแทวอน

“ไง สรุปว่าลงเอยกันดีแล้วใช่มั้ย?” ยูตะกระดกเบียร์เข้าปากก่อนจะถามทั้งสองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋เลยทีเดียว

“อื้อ” แทยงพยักหน้าตอบเขินๆ

“ไว้ใจได้ใช่มั้ยเนี่ย?” ยูตะมองไปทางคนตัวโตที่นั่งอยู่ข้างแทยง ทีแรกก็ไว้ใจอยู่หรอก แต่ภาพที่เขาเห็นเมื่อกี้มันยังติดตา กระทั่งที่ทำงานก็ไม่เว้นเนี่ยนะ เพื่อนของเขาจะไหวมั้ย?

“ไว้ใจได้สิครับ เนอะๆ” แจฮยอนวางปลายคางลงบนไหล่เล็ก หันไปขอความช่วยเหลือจากแทยง ทว่า อีกคนยังโกรธอยู่

ยูตะระบายยิ้มออกมาเล็กๆ ก่อนจะเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ฮันซลโดนบังคับให้มานั่งดื่มเบียร์ด้วย แถมโดนบอกให้ทำตัวเหมือนพี่ชายและเพื่อน

“นี่ ขอขัดจังหวะหน่อยเถอะ พี่ชายนายเป็นใบ้เหรอ?”

“ฮ่าๆ พี่ฮันซลก็เป็นแบบนี้แหละ เงียบขรึมแต่สาวตรึมนะครับ”

“จริงดิ่” ยูตะหันไปทำตาโตใส่คนข้างๆ แทยงเองก็จ้องมองฮันซลอย่างอยากรู้เช่นกัน

แจฮยอนแกล้งเอามือไปปิดตาแทยง ก่อนจะโดนดึงออกและดวงตากลมก็หันมาค้อนใส่ “ก็ทำไมต้องมองแบบอยากรู้ขนาดนั้นด้วยอ่ะ” แจฮยอนย่นคิ้ว

“อ้าว ก็ไม่เคยรู้มาก่อน...แล้วมันจริงมั้ย?”

“อย่าไปเชื่อแจฮยอนมันเลยครับ ไม่มีหรอก” ฮันซลตอบ ก่อนจะกระดกเบียร์ขึ้นดื่มบ้าง จะทำตัวสบายๆสักวัน

“ต้องบอกว่าคนเข้ามาหาน่ะเยอะแยะ แต่พี่ไม่เลือกใครเลยต่างหาก”

“โห งี้คือหล่อเลือกได้สินะ” ยูตะว่า ก็ว่าแล้วว่าหุ่นแบบนี้ หน้าตาแบบนี้จะไม่มีใครสนใจได้ไง

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” ฮันซลหันไปตอบ ก่อนจะจ้องตาคนตรงหน้า เล่นเอายูตะทำอะไรไม่ถูกและต้องเป็นฝ่ายหลบตา ไม่เคยโดนอีกคนจ้องขนาดนี้มาก่อน

 

 

“ฝากดูแลแทยงด้วยนะ รู้เอาไว้ด้วยว่าแทยงไม่เคยเปิดใจให้ใครมาก่อนเลย” ยูตะบอกแจฮยอนขณะที่แทยงเดินไปเข้าห้องน้ำ

“อื้ม ผมรับปาก จะไม่ทำให้เสียใจอีกเลย” แจฮยอนบอก จะดูแลปกป้องไม่ทำให้เสียใจอีกเลย เขาจะเป็นคนที่ทำให้แทยงยิ้มและมีความสุขที่สุด เขาไม่อยากเห็นใบหน้าเศร้าๆของแทยงอีกต่อไปแล้ว

 

 

 

แทยงกับแจฮยอนแยกกลับบ้านมาก่อนเพราะพรุ่งนี้มีประชุมตอนเช้า ส่วนยูตะขอดื่มเบียร์ต่ออีกนิดและขอฮันซลให้อยู่เป็นเพื่อน

“กับคุณยูตะนี่คบกันมานานแล้วเหรอ?” แจฮยอนถามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

“อื้ม ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปี 1 เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว”

“เขาขอให้เราดูแลแทยงดีๆ” แจฮยอนเริ่มเปลียนสรรพนามในการพูด

“อื้อ” แทยงทำหน้าไม่ถูก เขาก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่จับกันไว้

“ไปอยู่ด้วยกันมั้ย?”

“หา?” แทยงตกใจนิดๆ ก่อนแจฮยอนจะตัดสินใจจอดรถลงที่ริมถนนเพื่อคุยเรื่องที่เขาคิดเอาไว้

“ชอบมั้ยที่เพ้นเฮาส์ หรือจะอยู่ที่บ้านเราก็ได้”

“เอ่อ มันเร็วมากเลยอ่ะ คือ...”

“คุณแม่เรารักแทยงมากเลยนะ โดนบอกว่าห้ามเข้าบ้านจนกว่าจะพาแทยงไปด้วยด้วยแหละ งั้นเราไปหาท่านกันดีมั้ย?”

“ตอนนี้เหรอ?” แทยงหันหน้าไปถาม

“อื้อ แม่เรานอนดึก คอยดูนะท่านต้องดีใจมากแน่ๆ” แจฮยอนยกมือขึ้นลูบศรีษะแทยงที่กำลังทำสีหน้าคิดไม่ตก ก่อนจะจดปลายจมูกที่หน้าผากเล็ก

 

 

รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดที่คฤหาสน์หลังใหญ่ แจฮยอนลงจากรถและเดินไปเปิดประตูให้แทยง มือใหญ่กุมมือเล็กเอาไว้ ก่อนจะพาเดินเข้าไปในตัวบ้าน

 

คุณนายจองนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น กำลังนั่งอ่านหนังสือและเปิดเพลงคลอเบาๆ

“สวัสดีครับคุณนายจอง คิดถึงลูกชายมั้ยครับ?” คุณนายจองตกใจเล็กน้อยแต่ก็จำเสียงที่เอ่ยขึ้นด้านหลังได้อย่างแม่นยำ เขาขยับแว่นลงเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองเจ้าลูกชาย พยายามมองรอบตัวลูกชายก็พบว่าไม่มีใคร เขาจึงทำท่าหันไปจดจ้องกับหนังสือต่อ

“โห ทำเหมือนผมไม่มีตัวตนเลยแหะ เสียใจจัง” แจฮยอนเดินมานั่งที่พื้นหน้าโซฟาที่มีแม่ของเขาเอนกายอยู่ มือใหญ่บีบไปที่ขาของคุณแม่

“บอกไว้ว่าไงล่ะ” คุณนายจองยังทำท่าไม่สนใจ

“ว่าไงน่า” แจฮยอนเอาหน้าไปเกยไว้บนโซฟาอ้อนคนเป็นแม่

“เจ้านี่” คุณนายจองค้อนนิดๆ ก่อนจะยอมปิดหนังสือวางไว้ที่โต๊ะเล็กข้างโซฟา แต่ยังไม่ทันที่หนังสือจะวางลงบนโต๊ะ ก็มีมือหนึ่งมารับหนังสือและช่วยวางให้แทน

“แทยง ลูก” คุณนายจองทำหน้าตกใจ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งอ้าแขนออกอย่างอัตโนมัติให้คนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นขึ้นมานั่งข้างเขา อ้อมกอดอุ่นกอดแทยงเอาไว้แน่น มือกร้านลูบแผ่นหลังเล็กๆ แทยงมองหน้าแจฮยอนก่อนจะยิ้มออกมา

“แม่ดีใจจังที่ได้เจอหน้าแทยงอีก” ทั้งสองคนผละกันออก ก่อนมือกร้านจะลูบลงบนใบหน้าเล็กๆ

“คุณปะ...เอ่อ คุณแม่ ขอโทษที่ไม่ได้มาหาเร็วกว่านี้ครับ”

“ไม่ต้องขอโทษแม่หรอก ต้องโทษคนโน้น” คุณนายจองยังหันไปค้อนใส่เจ้าลูกชายที่ยิ้มหน้าแป้นแล้นนั่งอยู่ที่พื้น ก็ดูเอาแล้วกันว่ารักใครมากกว่า

“ลูกชายแม่มันไม่ได้เรื่องเลยใช่มั้ยล่ะ แต่อย่าไปโกรธแจฮยอนเลยนะลูก ให้อภัยแจฮยอนเถอะนะ” คุณนายจองกุมมือของแทยงเอาไว้

“ใครว่าผมไม่ได้เรื่อง ผมพาแทยงมาหาคุณแม่สำเร็จแล้วนะครับ”

“เงียบไปเลย กว่าจะพามาได้ นึกว่าแม่จะตายซะก่อนแล้ว”

“ผมขอโทษจริงๆครับ” แทยงขอโทษอีกครั้งเมื่อได้ยินคุณนายจองพูดแบบนั้น เขาไม่คิดว่าคุณนายจองจะรักเขามากขนาดนี้ และเขาก็ชอบอ้อมกอดของคุณนายจองมากๆเลย เป็นสิ่งหนึ่งที่ขาดหาย...แม่ของเขาไม่เคยกอดเขาแบบนี้เลย จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแม่แตะตัวเขาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

“ไม่ใช่แค่มาหานะครับ ผม...อยากพาแทยงเข้ามาอยู่กับเราที่นี่ด้วย ผมอยากให้เราอยู่กันเป็นครอบครัว” แทยงมองหน้าแจฮยอน เขายังไม่ทันได้ตอบรับอะไรเลยแล้วก็รู้สึกเกรงใจคุณแม่ของแจฮยอนด้วย

“จริงเหรอลูก ลูกทั้งสองคนจะมาอยู่ที่บ้านนี้กับแม่จริงๆเหรอ?” คุณนายจองดีใจอย่างที่สุด เขาขอให้แจฮยอนกลับมาอยูที่บ้านอยู่หลายครั้ง ลูกชายของเขาได้แต่รับปากแต่ก็ยังไม่กลับมาอยู่สักที เขาเหงา...

“ก็ถ้าคุณแม่โน้มน้าวใจคนนั้นสำเร็จ” แจฮยอนบุ้ยปากไปทางแทยง

“ลูกมาอยู่กับแม่เถอะนะ คิดเสียว่าที่นี่เป็นบ้านของลูก และแม่ก็คือแม่ของลูก” คุณนายจองลูบศรีษะแทยงอย่างนึกเอ็นดู เขาเอ็นดูแทยงมาตั้งแต่เด็ก ทั้งความขยันหมั่นเพียร ความนอบน้อมต่อผู้ใหญ่ และความกตัญญูต่อครอบครัว ความมีน้ำใจ และขณะที่เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับแทยงเขาก็พยายามถามไถ่กับฮันซลอยู่ตลอด

“คือ...ถ้าไม่รบกวนจนเกินไป”

“ไม่รบกวนเลยจ้ะ มาอยู่คืนนี้เลยก็ได้ เดี๋ยวแม่ให้คนไปขนของให้นะ”

“ใจเย็นสิครับคุณนายแม่ ให้เวลาแทยงเก็บของบ้างสิครับ ทำเป็นวัยรุ่นใจร้อนไปได้ แล้วไม่คิดจะกอดลูกชายคนนี้บ้างเลยเหรอครับ” แจฮยอนลุกขึ้นไปกอดคุณแม่ของเขาเอาไว้ คุณนายจองกอดตอบเจ้าลูกชายขี้อ้อน

“ต่อไปนี้ถ้าทำหนูแทยงเสียใจอีก แม่จะไล่เราออกจากบ้าน”

“หา?” แจฮยอนอุทานเสียงดัง ก่อนมองหน้าแทยงที่กำลังหัวเราะออกมา

“คืนนี้ก็นอนที่นี่กันเลยก็ได้นะ ห้องของแจฮยอนแม่ให้คนทำความสะอาดไว้ตลอดอยู่แล้ว แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปขนของกันเนอะ” คุณนายจองเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า อิ่มเอมหัวใจอย่างที่สุด ได้ลูกชายกลับมาอยู่ด้วยกันแถมมีลูกชายที่น่ารักมากๆเพิ่มอีกหนึ่งคน

 

 

 

“แทยงโอเคมั้ย? ถ้าอึดอัดเราไปอยู่ที่อื่นก็ได้” แจฮยอนพูดขณะที่นอนลงบนเตียงและมีแทยงนอนอยู่ข้างๆ

“เราโอเค แต่คุณแม่ท่านจะไม่อึดอัดแน่นะ”

“อึดอัดอะไรกัน คุณแม่น่ะอยากให้เรากลับมาอยู่ที่นี่ตลอดนั่นแหละ”

“แล้วทำไมนายไม่มาอยู่ที่นี่อ่ะ ทำไมต้องทิ้งท่านให้อยู่คนเดียวด้วย” แทยงทำเสียงดุ ได้แต่นึกสงสารคุณแม่ของแจฮยอน

“เราแวะมาหาบ่อยนะ แต่ว่างานเราเยอะมากเลย เดินทางจากคอนโดมันสะดวกกว่า”

“ไม่ใช่ว่าที่คอนโดหิ้วสาวเข้าสะดวกกว่าเหรอ?” แทยงเหลือบมองเจ้าของอกอุ่นที่เขากำลังหนุนนอน

“โห อะไรอ่ะ เราไม่ได้เป็นคนแบบนั้นสักหน่อย ถึงเราจะหล่อมากก็เถอะ”

“แหวะ ทำไมชอบหลงตัวเองอ่ะ” แทยงตีลงบนตัวของแจฮยอนเบาๆ หมั่นไส้

“หรือไม่จริงอ่ะ? สาวๆจีบเราเยอะมากเลยนะ ไม่อยากจะอวด”

“นั่นไง เมือกี้บอกไม่มี” แทยงบึนปากค้อนใส่ ทำท่าจะหันหน้าหนีแต่ก็ถูกอีกคนรวบกอดเอาไว้

“ไม่ใช่ไม่มี ไม่เคยหิ้วใครเข้าคอนโดต่างหาก” แทยงย่นจมูก ทำท่าไม่เชื่อในสิ่งที่แจฮยอนพูด

“จริงๆนะ รู้มั้ยเราไม่เคยทุ่มเทความรักให้ใครมากขนาดนี้มาก่อน มากจนตัวเองยังตกใจเลย ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีความรักนะ แต่ไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยคิดว่าจะยอมทำทุกอย่างได้แบบนี้เลย เรารักแทยงมากจริงๆ” แจฮยอนมองตาคนในอ้อมแขน พูดในสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาทั้งหมด แม้ว่ามันจะแสดงออกมาได้แค่เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกเท่านั้น เขาไม่รู้จะทำอย่างไรให้แทยงรับรู้ว่าเขารักแทยงมากแค่ไหน

“ทำไมถึงรักเราล่ะ?”

“ไม่รู้สิ รู้แต่ว่าอยากปกป้องและอยากทำให้แทยงมีความสุขที่สุด อยากเป็นคนที่แทยงต้องการ”

“ต้องการอะไร?” แทยงขมวดคิ้วแน่น

“ฮ่าๆ คิดอะไรเนี่ย คิดลามกเหรอ? เราหมายถึงไม่ว่าจะสุขจะทุกข์ก็อยากให้แทยงคิดถึงเราเป็นคนแรก  ไม่ใช่ต้องการแบบนั้น” แจฮยอนแกล้งสอดมือเข้าไปในเสื้อนอนตัวบาง ก่อนจะลูบลงไปที่สะโพกเพรียว

“อื้อ ทำอะไรน่ะ”

“แล้วทำไมแทยงถึงรักเราล่ะ?”

“ใครบอกว่ารัก ยังไม่ได้พูดสักคำ”

“หึ ไม่รักจริงเหรอ?” แจฮยอนโน้มใบหน้าลงจนปลายจมูกแตะกัน

 

 

“ไม่รัก.......ไม่รักแล้วจะยอมให้นอนกอดนอนลูบอยู่แบบนี้เหรอ” แทยงเบียดกายเข้าหาอีกคน เขาชอบความอบอุ่นจากร่างกายของแจฮยอนที่สุด “ฉันชอบความอบอุ่นจากตัวนาย” ไม่รอให้คนตัวสูงถามเขาก็บอกออกไปพร้อมการกระทำ

“หืม พูดแบบนี้ ต้องการเหรอ?

“บ้า ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย ก็นายชอบโผล่มาตอนที่ฉันรู้สึกแย่ ตอนที่ฉันต้องการใครสักคน ขอบคุณที่กอดเอาไว้ นั่นแหละ...ฉันชอบแล้วก็คิดถึงแต่อ้อมกอดของนาย บ้ามั้ยล่ะ?” แทยงแหงนหน้าถามคนตัวสูง ก่อนจะพากันหัวเราะออกมา

“ไม่เห็นจะบ้าเลย น่ารักจะตายไป” แจฮยอนกระชับอ้อมแขนกอดคนตรงหน้าเอาไว้แน่น แน่นเท่ากับความคิดถึง ไม่สิ...อาจจะแค่ครึ่งหนึ่งของความคิดถึง เพราะหากว่าทั้งหมดของความคิดถึง แทยงได้ตายคาอ้อมกอดของเขาแน่ๆ มือเล็กเอื้อมกอดคนตัวสูงเอาไว้เช่นกัน

“ไม่น่ารักหรอก” เสียงอู้อี้ดังออกมา ... ยังจะเถียง

“ไม่น่ารัก แต่จะรักไปจนตายเลย” แจฮยอนสูดกลิ่นหอมที่แก้มเนียน ซอกคอขาวและเนินไหล่ กลิ่นที่เขาหลงไหลและหอมที่สุด

 

 

“แจฮยอนน่า...รักนะ” แทยงบอก ก่อนจะแหงนหน้ากดริมฝากบางลงบนริมฝีปากของแจฮยอน จากริมฝีปากที่แตะกันกลายเป็นรสจูบที่แสนดูดดื่ม ร่างกายเปลือยเปล่ากอดรัดแลกเปลี่ยนความหฤหรรษ์และมอบความสุขให้แก่กัน...

 

 

 

 

 

ขอบคุณอุปสรรคต่างๆ ที่อย่างน้อยก็นำพาให้เราทั้งสองคนได้มาพบเจอกัน แม้ไม่สวยงามเมื่อแรกเริ่ม แต่เมื่อมองกลับไปก็พบว่าความสวยงามยังคงเป็นความสวยงาม ... และขอบคุณที่มันเกิดขึ้น สิ่งที่เรียกว่า ความรัก

 

 

จะดูแลความรักครั้งนี้ให้ดีที่สุด...และขอให้เป็นความรักที่จะยังคงอยู่กับเราทั้งคู่

ตลอดไป...

 

 

 

 

END.



#คุกแจยง



////Mesomeday////

จบแล้วค๊า ไม่รู้ว่ามันโอเคมั้ยกับตอนจบ เวลาเขียนฟิคทีไร กังวลตอนจบทุกที 
ฝากด้วยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาจนถึงตอนจบ ขอบคุณมากจริงๆๆๆ 
ขาดตกตรงไหนไป เดี๋ยวเอาไปใส่ในสเปให้นะคะ จุ๊บ เจอกันเรื่องหน้าค่ะ
ฝากติดตาก #คุณครูครับแจยง กับ #เจย์ไทม์ ด้วยนะคะ ^^ 
ใครอยากจองเล่มยังจองได้นะคะ ที่ลิงค์นี้เลย >> https://goo.gl/10uiyF 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

575 ความคิดเห็น

  1. #574 Nei-l2563 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 18:29
    มีความสุขกันสักทีโว้ยยยยย
    #574
    0
  2. #570 LuckyD88 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:39
    ตอนจบ รู้สึกขัดใจนิดหน่อยค่ะ (อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวเราน้าาา) เพราะช่วงซีนอารมณ์ของความเกลียด มันมีมากซะจนเจ็บใปถึงขั้วหัวใจ แต่พอจะจบ กลับตัดอารมณ์เหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงความรู้สึกต่างๆของแทยงเอง จนรู้สึกหงุดหงิดตัวเอง 5555 หรืออาจจะเป็นเพราะเราชอบดราม่าจ๋าเกินไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ 5555
    ปล.แต่ไรท์ก็เขียนได้ดีมากๆแล้วค่ะ สนุกๆ😊
    #570
    0
  3. #567 Wwasutha (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 19:19
    ดือมากกกกก ชอบเรื่องนี้ ขอบคุนที่เขียนเรื่องดีๆแบบนี้ขึ้นมานะค้าบ
    #567
    0
  4. #564 Haenymph (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 15:43
    เฮ้อ จบแฮปปี้สักทีหลังจากที่หัวร้อนมาหลายตอน ดีใจที่น้องแทยงได้มีความสุขกับเจย์ แงงงงง ส่วนพี่ฮันซลหวังว่าจะได้ยูตะมาดามใจนะ อิอิอิอิ มาอ่านรวดเดียวจบเลยค่ะ เนื้อเรื่องอ่านสนุกดีถึงจะหัวร้อนกับตัวละครมากเกินไปหน่อยก็ตาม 55555 ขอบคุณสำหรับฟิคค่า
    #564
    0
  5. #543 Dekd2108 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 12:53
    น้ำตาตกเพราะเรื่องนี้ไปหลายตอนทีเดียว แต่งซีนอารมณ์ดีจ้าสู้ๆ
    #543
    0
  6. #539 NTD_FAY (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 17:51
    แบบ..เรื่องนี้คือดีมากเว่ออ อารมณ์ ความรู้สึกจากเรื่องมันดีมากจิงๆ เป็นคนชอบอ่านแนวแบบนี้ เรื่องนี้คือดีมากกก ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆแบบนี้ขึ้นมา😘💕
    #539
    0
  7. #538 OLy0918 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 21:21
    เรื่องนี้บอกอารมทุกอย่างเลยง่า
    จาร้องไห้ตามบางตอนอะ
    สงสารแทยงมากๆๆๆๆๆ
    ไรท์เก่งมากเลยนะ👌👍
    #538
    0
  8. #533 ponestm (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:53
    ขอบคุณนะคะ สนุกมาก แม้พล็อตจะตามหนังไทย555555 แต่ขอบคุณที่มอบความสุขให้นักอ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้ในการเขียนเรื่องต่อไปนะคะ
    #533
    0
  9. #524 nea (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 22:22
    อ่ยยยเพิ่งมาตามฟิคแจยงงงง น่ารักมากกกก
    #524
    0
  10. #520 HOLICISM (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 18:46
    ฮื่อออ น่ารักทากๆเลย ขอบคุณฟิคสนุกๆแบบนี้นะึะ ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยตั้งแต่ตอนที่อัพครั้งแรกแต่ก็รู้สึกชอบและขอบคุณไรท์มากๆจริงๆ เราชอบที่เนื้อเรื่องดำเนินดีมาก ทุกอย่างมีเหตุผล และมันสอดคล้อง ไม่โดดและไม่เปลี่ยนไป อยากให้มีไฟในการเขียนฟิคต่อไปนะคะ จะรอติดตามเรื่องอื่นๆด้วย ขอบคุณจากใจค่ะ
    #520
    0
  11. #514 mxhh (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 03:10
    การแพลนกล่องไปที่โคมไฟ นั้น อิอิ ฟิคสนึกมากเลยค่ะ ถึงจะหมั่นไส้พระเอกไปบ้างไรบ้าง5555 เราพึ่งมาชอบแจยงได้ไม่นาน เสียดายที่มาไม่ทันการอัพวันต่อวัน555 เป็นกำลังใจให้นะคะ ต่อเรือกันต่อไป ~
    #514
    0
  12. #493 Aknnii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 19:02
    ขอบคูรมากเด้อค่าิขอบคุณมากจริงๆแต่งเรื่องนี้ขึ้นมา น้องชอบเวลาที่เห็นแทยงมีความสุข พอแทยงทีความสุขน้องก็จะสุขไปด้วย :) รอยยิ้มของแทยงเป็นอะไรที่ทำให้โลกสดใสค่ะ
    #493
    0
  13. #488 aayoungg (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 01:49
    ชอบมากเลยค่ะ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆสนุกๆมาให้อ่านนะคะ ??
    #488
    0
  14. #487 MintQueen (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 10:35
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ ขอยคุณจริงๆ
    #487
    0
  15. #486 lilillean (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 23:12
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ
    #486
    0
  16. #485 swimswamswum (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 12:54
    จบแล้ว ;-; ใจหายเลย ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ ขอบคุณที่แต่งเรื่องนนี้น้าา รออ่านสเปต่อน้าาา อยากได้เล่มแล้ววว
    #485
    0
  17. #484 tenten0227 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 11:36
    เม้นไม่ค่อยเก่ง;0;
    แต่อยากขอบคุณที่แต่งฟิคดีดีนะคะ
    ชอบมากค่ะ
    #484
    0
  18. #483 the kk (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 10:28
    มีตอนพิเศษหวานๆให้ได้ฟินมั้ยน้อออ ยังไม่อยากให้จบเลย
    #483
    0
  19. #482 Picpig (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 06:10
    จบแล้ว ยังไม่อยากให้จบเลย ขอบคุณความเข้มแข็งของแทยง ถ้าเป็นเรา เราคิดไม่ออกเลยว่าเราจะใช้ชีวิตที่มีต่ออย่างไง ขอบคุณแจฮยอนที่ค่อยดูแลแทยงมาตลอด ขอบคุณไรท์นะคะ สนุกมากเลยค่ะ :)
    #482
    0
  20. #479 Kangsom27 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 04:12
    ในที่สุดพวกเขาก็ลงเอยกันด้วยดี (ปรบมือให้กับความประทับใจนี้)

    แน่นอนว่า งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา การพบกันครั้งนี้ของคนอ่านกับฟิคเรื่องนี้ก็เหมือนกัน

    อ่านมาตั้งแต่หลายเดือนก่อน สมัยนั้นสอบไฟนอลม.ปลาย หนังสือเรียนก็อ่านไม่เท่าเรื่องนี้ ชีวิตวนอยู่กับฟิคแจยงของไรท์อ่ะ (สารภาพเลย) คำพูดที่อยากจะบอกคือ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ (พอดีเม้นไม่เก่งเท่าไหร่) เห็นแจ้งเตือนทีนี่ดีใจมาก ลุ้นไปกับตัวละคร ต่างคนต่างก็มีปมของตัวเอง แทยงก็สตรองมาก ถูกทำร้ายขนาดนั้นก็ยังยิ้มได้ และสุดท้ายก็เป็นแจฮยอนที่ต้องคอยมอบความอบอุ่นให้เวลาที่ต้องการ ต่างฝ่ายต่างโหยหาซึ่งกันและกัน ภาษาเข้าใจง่ายมากค่ะ นึกภาพตามได้เลย

    โดยรวมแล้วน่ารักมากค่ะ ประทับใจสุดๆ ถึงแม้ว่าฟิคจะจบแต่เราไม่จบเพราะมันจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป (ไม่ได้อวยเลยจริงๆนะคะ)


    สุดท้ายนี้ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆน่าจดจำมาให้อ่านนะคะ ^^
    #479
    0
  21. #478 heaven shine (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 01:11
    จบแล้ว ขอบคุณไรท์มากทึ่สร้างความบันเทิงให้กับเรา เราตื่นเต้นทุกครั้งทึ่ได้อ่านทุกตอนในเรื่องนี้
    ถ้าถามหาถึงความสมบูรณ์แบบหรอจากที่เราอ่านๆมา เนื้อหา ภาษาทึ่ใช้แต่งดีมากๆเลย พอเราเห็นโทรศัพแจ้งเตือนฟิคอัพตอนที่เราต้องการฮิลจิตใจตลอด แบบร่างกายต้องการโมเม้น ฟิคก็อัพคือความฟินอย่างนึง 5555555 ขอบคุณอีกครั้งสำหรับฟิคสนุกๆ

    ส่วนตอนนี้นั้นฟินลื้มมมมม~ เขิลจนคอหด 55555
    #478
    0
  22. #477 allriseMookie (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 01:08
    อ่านมาตั้งแต่แรกแทบจะไม่เคยเม้นเพราะเราหน่วงมาก55555555 วันนี้จบแล้วเราจะพูดยาวๆ คือเราชอบฟิคเรื่องนี้ด้วยหลายเหตุผล เอาจริงพล็อตมันช่องเจ็ดมากนะ คือแทยงน่าสงสารเหลือเกิน เจ็บแค่ไหนก็ต้องไหว โดนกระทำแค่ไหนก็ต้องโอเค มันมีหลายตอนมากที่เตนล์ทำให้แทยงเสียใจ แต่ก็นะ นางเอกของเราก็แสนดี บางฉากนี่เราบีบโฟนแน่นมาก โกรธแทนแทยง55555 ค่ะ และเพราะเรื่องนี้ส่วนใหญ่เหมือนเรานั่งอยู่บนหัวแทยง เห็นและรู้สึกไปพร้อมเขา เราเลยเข้าข้างแทยงและอินกับบทนี้เหลือเกิน เราชอบการเลือกคาแรคเตอร์ของไรเตอร์ เพราะเราคิดว่าทุกคนเหมาะกับบทนั้นๆจัง คือหมายถึงมันทำให้เราเชื่อได้ อ่านแล้วคิดตามเป็นฉากๆได้ ชอบแม้กระทั่งการให้พี่ทึกมาอยู่ในบทนั้น555 สรุปโดยภาพรวม เราหน่วงมาก แต่เราก็เอาใจช่วยแทยงตลอดทั้งเรื่อง อยากให้น้องเขามีความสุขสักที และอีกอย่างเราว่าตอนจบโอเคแล้วนะ ไม่มากมายไปดี กำลังโอเคเลย เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์นาจา เรื่องอื่นด้วยเราตามอ่านอยู่ อิอิ <3
    #477
    0
  23. #476 THE JOO (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 01:04
    กรี๊ดดดดดดด จบแล้วค่าาาา แฮปปี้เอ็นดิ้งค่าาาาาา ใจฟู๊ฟูมากค่าาาาาา ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้นะคะไรตตตตต์ รักน้าาาาาา
    #476
    0
  24. #469 nitchamons (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 18:43
    รีบมาเลยค่าาา
    #469
    0
  25. #468 itsqx (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 00:16
    โอ๊ยจะจบแล้วหรอกรี๊ดดดดดดด ฮื่อ ขอฉากฟินๆสักฉากได้ไหมคะ ขอตอนพิเศษเยอะๆนะคะก่อนจะจบง่ะ มันดราม่ามากเลยแจฮยอนนี่น่าสงสารไม่ได้อยากทำให้ใครเจ็บปวดเลยแต่มันจำเป็นฮื่อ เข้าใจทุกฝ่ายเลยอ่ะทั้งเตนล์ทั้งฮันซลทั้งยูตะต่างก็เป็นห่วงไปหมดว่าคู่แจยงจะเป็นยังไงจะซึนกันไปถึงเมื่อไหร่อะไรแบบนี้ ว่าแต่แจฮยอนเจอแทยงใช่มะ!!! แทยงกำลังเปิดประตูเจอแจฮยอนอยู่ตรงหน้าอะไรแบบนี้อ่ะ มโนเองได้55555 หนุจะมโนไม่ให้มันดราม่าไปมากกว่านี้แจยงต้องรีบๆเข้าใจกันนะ ทรมานจิตใจมาเยอะทำตัวสบายๆบ้างก็ได้แทยงเข้าใจไหมห้ะ ไรท์สู้ๆนะอีกนิดก็จบแล้ว คิดถึงแย่เลยตามมานานพอสมควรรู้สึกใจหายนิดๆ แต่ก็ยังเจอไรท์อีกเรื่องนึงก็ ขอบคุณสำหรับฟิคแจยงดีๆนะคะขอบคุณค่า รักนะจุบุ สู้ๆ<3
    #468
    0