FIN STORY | SF / OS | HANTA : TAEYU & DOYU

ตอนที่ 8 : TAEYU : THE FOX ( 2/3 )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,445
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    14 มิ.ย. 59







       เกือบปี


            เกือบหนึ่งปีผ่านไปพร้อมกับการหายไปแบบไร้ร่องรอยตามตัวของใครบางคนในป่าสน ปีศาจที่ทิ้งหน้ากากหมาจิ้งจอกเอาไว้ในคืนวันเทศกาลดอกไม้ไฟ

            ไม่ได้อยากจำ



            แต่มันยากเย็นเกินกว่าจะลืมมันได้


            แค่หลับตา ...แค่หลับตาลงสมองก็หวนนึกถึงสัมผัสหยาบโลนหื่นกระหายของปีศาจร้ายในความมืด มือใหญ่ที่ลูบไล้ไปทั่วร่าง ลิ้นชื้นที่สัมผัสกับส่วนอ่อนไหวของเขา



            ร่างเล็กขยับมือไม่หยุด นอนงอตัวอยู่บนเตียงอุ่นภายในบ้านตนเอง



            จิตใต้สำนึกบอกตนเองว่าอย่าลืมตา อย่าเพิ่งให้ความผิดชอบชั่วดีเข้ามาแทรกแซงอารมณ์ความต้องการในยามนี้



            ร่างบางกัดฟันขยับมือถี่ยิบเพื่อปลดปล่อยความต้องการของตนเอง





            อา....

            ของเหลวฉีดพ่นเปรอะมือสวยแต่ยูตะไม่ได้ใส่ใจมัน ตากลมลืมขึ้นมองหลอดไฟหรี่บนเพดานด้วยสายตาที่ว่างเปล่า




            รับรู้ความจริง..


            ความจริงที่ว่าไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ที่ยูตะใช้สัมผัสเลวร้ายในคืนนั้นเพื่อสำเร็จความใคร่ของตนเอง



            ทุกครั้ง ทุกหน จะต้องเป็น มัน’ อย่างที่ควบคุมไม่ได้


            เขาละอายแก่ใจ อายที่รู้ว่าตัวเองฝักใฝ่ในสิ่งที่ไม่ถูกต้องแต่ยูตะก็ไม่อาจจะห้ามตนเองได้





            ร่างบางเหวี่ยงผ้าห่มออกจากตัว พาร่างเปลือยเปล่าไปเข้าห้องน้ำเพื่อชำระคราบคาวบางอย่าง







            วันนี้เป็นอีกวันที่เขาต้องไปวิทยาลัย


            ปีสุดท้ายแล้วสำหรับการศึกษาแต่แทนที่ทุกอย่างจะดีขึ้นเพราะผ่านการเรียนมาได้จนขนาดนี้แต่สำหรับยูตะมันแย่ลง



แทยงทิ้งเขา

เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาจู่ๆปีที่แล้วก็ย้ายสาขาเอากลางเทอม ทิ้งเขาแบบไม่บอกกล่าว ไม่มีแม้แต่คำลา จนทุกวันนี้ยูตะก็ยังไม่ได้คุยกับแทยงซักคำ

            จู่ๆก็เปลี่ยนไปดื้อๆแบบที่ยูตะเองก็ไม่เข้าใจ ตอนแรกๆก็พยายามจะไล่ตามถามข่าวแต่ดูจะเป็นตัวแทยงเองที่ไม่อยากคุยกับเขาทั้งยังหลบหน้าสุดท้ายคนตัวเล็กจึงต้องยอมแพ้



            จริงๆทุกอย่างมันควรจบตรงนั้นถ้าหากเทอมนี้การเรียนตัวสุดท้ายไม่ต้องเรียนรวมทั้งสาขาของเขาและสาขาของลู่หาน



            การเจอกันอีกครั้งยิ่งทำให้ยูตะข้องใจ เขาไม่เคยถามว่าทำไมแทยงถึงเปลี่ยนไป



            นึกโทษตัวเองว่าทำอะไรไม่ดีให้แทยงโกรธหรือไม่



            แต่เปล่าเลยไม่มีซักอย่างที่ยูตะจะคิดออก ไม่มีแม้แต่นิด



            ยูตะไม่อยากให้เรื่องของเขากับแทยงจบแบบนี้ เพื่อนสนิทที่สุดตั้งแต่เข้าวิทยาลัยของเขาตีตัวออกห่างกันแบบนี้มันไม่สนุกเอาซะเลย



            ยูตะเฝ้ากังวลเรื่อง เพื่อนรัก


แต่อีกเรื่องที่กังวลยิ่งกว่าเรื่องเพื่อนก็คือ มัน’ คำถามที่ต้องการคำตอบยิ่งกว่าแทยงโกรธอะไรเขาก็คือสิ่งที่เขาเจอในป่าสนนั้นมันคืออะไร



            คน ปีศาจ หรือตัวอะไร?



            หน้ากากหมาจิ้งจอกยังคงถูกวางไว้บนชั้นวางหนังสือและถูกหยิบขึ้นมามองทุกคราวที่เจ้าของห้องเผลอไผล



            ใครกัน....



           คำถามที่วนเวียนตลอดมาเกือบปี....









            …………..

            “ยูตะ” เสียงตะโกนเรียกตามหลังตอนที่ร่างโปร่งหอบหนังสือออกจากหอสมุดวิทยาลัยที่กำลังจะปิดในเย็นวันนั้น








            “อ่า ...แจฮยอน?” แปลกใจไม่น้อยที่เพื่อนต่างสาขามาทักเพราะปกติก็แทบไม่เคยคุยกัน รู้จักชื่อก็เพราะเคยเรียนรวมก็เท่านั้น



            “ยูตะ รีบรึเปล่า?” ร่างสูงวิ่งตามมาหยุดตรงหน้าเขา



            “ไม่หรอกแจฮยอนมีอะไรหรอ?”






            “คืองี้ วิชาพฤษศาสตร์ที่เรียนรวมน่ะเราไม่ค่อยรู้เรื่องเลย ปีนี้ปีสุดท้ายแล้วกลัวจะไม่จบเอา เราไปปรึกษาอาจารย์มาท่านบอกว่ายู่ตะเก่งที่สุดในห้องให้ลองมาคุยกับยูตะดู



            “อ่า ไม่ขนาดนั้นหรอก” ร่างบางถ่อมตน



            “แต่ยูตะเป็นความหวังของเราเลยนะ คือยังไงช่วยเราหน่อยสิ” แจฮยอนเอ่ยอย่างอ้อนวอนครั้นร่างบางจะออกปากปฎิเสธเพราะไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับใครก็นึกเกรงใจจึงได้แต่ยิ้มแหยๆให้อีกฝ่าย



            “แล้วแจฮยอนจจะให้เราช่วยยังไงหรอ?”




            “ก็ช่วยสอนพิเศษเราหน่อยขอเข้มๆ ใกล้สอบปลายภาคแล้วด้วย” ชายหนุ่มตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างจนเห็นยิ้มเจ้าสเน่ห์



            “อ่อ แล้วจะให้เริ่มเมื่อไหร่ละ



           “อืม พรุ่งนี้ได้ไหมแต่พี่บ้านเราไม่ค่อยว่างคนเยอะเลยเราไปเรียนตอนเย็นที่บ้านยูตะได้ไหมให้เราจ่ายค่าสอนก็ได้นะ เรารบกวนไปรึเปล่า?”



            “ไม่ต้องหรอกแค่นี้เอง แต่เราต้องอ่านหนังสือเหมือนกันเอาเป็นว่าเราจะสอนอแจฮยอนให้ถึงหนึ่งทุ่มละกันนะ



            “อืม ยูตะจะอยู่ที่หอสมุดตอนเย็นใช่ไหมละงั้นเราเจอกันที่หอสมุดแล้วค่อยไปบ้านยูตะละกัน” ชายหนุ่มสรุป




            “อ่า ตามใจนาย





            “งั้นลงไปกันเถอะฟ้าจะมืดแล้ว” แจฮยอนเอ่ยชวนเมื่อมองออกไปนอกอาคารเรียน “ยุตะกลับค่ำแบบนี้ทุกวันเลยหรอ?”




            “อืม ก็ปกติของเรานะ





            “ขยันจังเลย” แจฮยอนเอ่ยชม ร่างบางก้มมองสองเท้าที่เก้าเดินอย่างจดจ่อเหตุผลหนึ่งที่รู้อยู่แก่ใจว่าทำไมตนถึงกลับบ้านค่ำทุกวันมันไม่ใช่เหตุผลของการเรียนเลยแต่เพราะเขาอยากเจอบางสิ่งอีกครั้งต่างหาก





            เขาใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ





            “งั้นเราไปส่งยูตะดีกว่า” แจฮยอนเอ่ยปากอย่างมีน้ำใจ




            “เฮ้ย ไม่ต้องหรอกเรากลับเองจนชินแล้วแจฮยอนกลับไปเถอะ





            “ได้ไงกัน แค่นี้เองเรามีจักรยานมาดีกว่าเดินนะ ถือว่าขอบคุณที่ยูตะตกลงช่วยเราไง” แจฮยอนไม่ยอมตามใจยูตะทั้งยังเสนอทางที่ร่างบางได้แต่ยิ้มเจื่อนๆให้



            “อ่า...



            แก๊ก!!

            ทั้งสองสะดุ้งหันพรึ่บไปยังที่มาของเสียง ร่างโปร่งของใครบางคนกำลังย่ำห่างออกไปจากพวกเขาด้วยความเร็วที่เรียกได้ว่าเจ้าตัวคงรีบมาก



            “นั่นลแทยงนิ” แจฮยอนเอ่ยทักมองตามใครบางคนที่เดินทิ้งห่างออกไปแบบไม่ชายตาแลพวกเขาที่ยืนอยู่ตรงนี้เลย



            “ยูตะเป็นเพื่อนกับแทยงใช่ไหม?” แจฮยอนหันมาถามเพราะจำได้คับคล้ายคับคลาว่าเคยเห็นทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกัน




            “อื้อ



            “แล้วทำไมเดี๋ยวนี้ไม่ไปด้วยกันแล้วละ?”




            “ก็ยุ่งๆละมั้ง แทยงก็ย้ายสาขาไปสาขาเดียวกับแจฮยอนนี่” ยูตะเลือกจะโกหก




            “อือ แต่หมอนั่นน่ะแปลกๆนะ มาเรียนสาขาเราพวกเพื่อนในสาขาแถบจะไม่เคยคุยด้วยเลย เจอหน้าแค่ตอนเรียนแค่นั้นแหละทำตัวลึกลับสุดยอด




            “งั้นหรอ” ร่างบางรับฟังหันมองไปตามทางเดินที่เมื่อกี้มีใครอีกคนเดินอยู่ตรงนั้น




            ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ไม่ได้คุยกันแต่สำหรับยูตะนั้นเขาตัดแทยงไม่ขาดเลย เขายังคงห่วงอีกฝ่ายอยู่เสมอและอยากจะทวงถามความผิดของตัวเองว่าทำอะไรให้แทยงไม่พอใจหรือไม่






            แจฮยอนรับยูตะซ้อนจักรยานพาขี่ไปตามเส้นทางไฟสลัว ยังดีที่จักรยานมีหม้อแบตสำหรับจ่ายไฟหน้ารถปั่นไฟพอจะขี่ฝ่าความมืดมิดไปได้บ้าง



            จนถึงบ้าน ยูตะจำไม่ได้ว่าเพื่อนใหม่ที่จะมาเป็นลูกศิษย์เขาในวันพรุ่งนี้เอ่ยปากบอกลาว่ายังไงบ้าง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแจฮยอนเข้าบ้านเขามาหรือว่าจอดให้เขาลงแล้วกลับไปเลย



            ในหัวนึกวนเวียนถึงแผ่นหลังของใครบางคนที่เดินหลีกห่าง



            อกซ้ายมันกระตุกหวูบ



            คำถามมากมายที่ไม่เคยมีคำตอบ


            ยูตะอยากรู้....





        



            ...



            ร่างบางเหวี่ยงกระเป๋าเรียนและหนังสือลงบนโต๊ะกลางบ้านก่อนจะออกวิ่งแบบไม่เหลียวหลังเพื่อไปหาใครบางคน



            ใครบางคนที่ไม่ได้คุยกันนานเหลือเกิน





             บ้านแทยงเป็นร้านขายของชำและรับจ้างทำพวกดอกไม้ไฟ ที่นี่จึงประดับประดาด้วยผ้าแทบสีสันต์เพื่อเรียกคนเข้าร้าน



            ร่างบางยืนมองประตูหน้าบ้านของเพื่อนสนิทที่ตนเองเคยคุ้นเป็นอย่างดีก่อนหน้านี้




            “พ่อครับ” ร่างบางเอ่ยเรียกชายชราที่กำลังจะปิดหน้าร้าน




            “อ้าวยูตะคุง มาหาแทยงรึไง?”




            “ครับพ่อ

  


            “อยู่ในห้องน่ะ ไปสิ” บิดาของแทยงไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนไปในช่วงปีที่ผ่านมา ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่ายูตะไม่ได้มาบ้านเขานานเท่าไหร่แล้ว


            “ขอบคุณครับ




            ร่างบางเดินขึ้นชั้นสองของบ้านอย่างชำนาญก่อนจะหยุดเท้าอยู่หน้าห้องของใครบางคนอย่างชั่งใจ มือเรียวยกขึ้นหมายจะเคาะแต่ก็เปลี่ยนใจเป็นผลักเข้าไปแทน



            !!!!!


            ร่างสูงที่กำลังปลดเสื้อตัวเองชะงักกึกหันมามองผู้บุกรุกอย่างไม่เชื่อสายตา




            “มาทำไม?” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยถามคนเป็นเพื่อน ยูตะยืนแนบประตูก้าวขาไม่ออก ตอนนี้เห็นแทยงยืนอยู่ตรงหน้าแต่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา



            กลัว


            ไม่รู้ทำไมแต่ยูตะกลับรู้สึกกลัวแทยงขึ้นมา

            “ถ้านายไม่มีธุระอะไรก็กลับไปเถอะ” เสียงเข้มเอ่ยปากอย่างเย็นชาก่อนจะเลี่ยงร่างบางไปนั่งที่โต๊ะหนังสือทำทีไม่สนใจคนที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้องตนทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกันมาร่วมปี




            “ฉ...ฉันไม่เอาแบบนี้นะแทยง” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงเครือ เจ้าของห้องนิ่งไปแต่ยังไม่ยอมหันกลับไปมองหน้ากัน



            “ฉันทำผิดอะไร ทำอะไรให้นายไม่พอใจหรือ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้” ยูตะทวงถามสิ่งที่คาใจเดินเข้าไปใกล้อยากจะเอื้อมมือแตะตัวอีกฝ่ายแต่แทยงลุกหนีก่อนจะหันมาประจัญหน้า



            “จะเรียนจบแล้วนะยูตะ เลิกใส่ใจเรื่องไร้สาระเถอะ” เขาเอ่ยอย่างไม่ใยดีจนน้ำตาหยดน้อยไหลลงอาบหน้าเพื่อนสนิท





            ยูตะคงเป็นเรื่องไร้สาระของแทยงสินะ



            “เรื่องของแทยงไม่ใช่เรื่องไร้สาระสำหรับเรา เราอึดอัดแค่ไหนช่วงที่ผ่านมาแทยงไม่รู้สึกเลยหรือไง เรื่องของเราความรู้สึกเราคงไร้สาระมากสินะ



            “....” แทยงไม่มีคำตอบให้คำถามพวกนั้นเขาเลือกจะเบือนหน้าหนีดวงตากลมที่เอ่อไปด้วยน้ำตา




            “นายก็สบายดีนี่ยูตะ ฉันเองก็ปกติสุขดีไม่เห็นมีใครเป็นอะไร




            “เป็นสิ! ฉันเป็น ฉันไม่มีความสุขซักนิด ฉันเคยคิดว่านายจะอยู่เคียงข้างกัน ฉันเคยไว้ใจแต่สุดท้ายวันที่ฉันต้องการนายมากที่สุดนายก็หายไป หายไปแบบไม่มีเหตุผลให้ฉันได้รู้เลยว่ามันเพราะอะไร” ประโยคยาวเยียดบวกเสียงสะอื้นจนคนฟังได้แต่เม้มปากแน่น






            “นายก็เลิกคิดซะสิ กลับไปได้แล้ว” แทยงไล่




            “ทำไม นายไม่เห็นฉันเป็นเพื่อนนายแล้วใช่ไหม?”





            “....ก็คิดซะว่าเราไม่เคยเป็นเพื่อนกัน

            


             !!!!



            “แทยง!” ยูตะมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อหู แทยงใจร้ายกับเขาเหลือเกิน






            ใจร้ายที่สุด




            ร่างบางวิ่งออกมาจากห้องนั้นอย่างไม่รั้งรออะไรอีก เจ็บเหลือเกินกับคำพูดไม่ใยดีของเจ้าของห้อง



            เจ็บกับคำตัดสัมพันธ์ของเพื่อน




             ยอมรับว่าวันที่เลวร้ายที่สุดหลังจากตื่นมาในป่าสนยูตะอยากเจอแทยง อยากให้แทยงอยู่ข้างๆ อยากจะข้ามคืนวันในความทรงจำโหดร้ายนั้นไปพร้อมกับแทยง




            แต่สุดท้ายก็เหลือแต่เขา



            มีแต่เขาจนวินาทีนี้




            ...............






            .....





            ..






            ใบหน้าเข้มเครียดขึงเหม่อมองไปนอกระเบียงห้องนอนที่เผยทางเดินหน้าบ้านเขา ใครบางคนเพิ่งวิ่งออกไปทางนั้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้




            มือหน้ากำราวระเบียงแน่น ภาพเมื่อเย็นฉายชัดอยู่ในมโนสำนึก




            “นายมีคนอื่นแล้วยูตะ.... นายต่างหากที่ทิ้งกัน นายมีคนอื่น!














ยูตะไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรอีกตั้งแต่วันที่เขาถูกเพื่อนรักไล่ให้พ้นหน้า ร่างบางคิดทบทวนความผิดของต้องวนเวียนอยู่แบบนั้นจนแทบข่มตาให้หลับไม่ได้ในแต่ละคืน แต่คิดจนปวดหัวเขาก็ค้นหาความผิดของตนไม่เจอ




ทำไมแทยงทิ้งกันแบบนี้?

เกลียดกันหรือ?

รำคาญกันแล้วหรือ?

ยูตะไม่รู้เลย ไม่รู้แม้แต่นิด ...






::::::::::::::::::::::::::::::








 

เวลาดำเนินไปร่วมเดือนยูตะต้องสอนพิเศษให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนอย่างแจฮยอนซึ่งก็เพิ่มความสนิทสนมมากขึ้นเพราะความไว้ใจคนง่ายของยูตะเอง




แจฮยอนกลายเป็นเพื่อนที่เข้านอกออกในบ้านยูตะได้ไปแล้ว มีบางครั้งที่เจ้าของบ้านรู้สึกไม่ดีแจฮยอนก็เสนอที่จะใช้ห้องนอนของยูตะในการสอนพิเศษก็ได้ ซึ่งในตอนแรกยูตะไม่เห็นด้วยแต่คิดอีกทีก็ไม่เห็นจะมีอะไรแปลกต่างเพราะทั้งคู่เป็นผู้ชายด้วยกัน





วันนี้พอแค่นี้นะ” ร่างบางยืดตัวขึ้นบิดขี้เกียจก่อนจะรวบหนังสือเก็บเข้าชั้น แจฮยอนก็ทำเช่นเดียวกัน




ขอบใจยูตะมากนะ” แจฮยอนจัดกระเป๋าตัวเองพลางยิ้มตาหยีส่งมาให้ร่างเล็กที่ยืนรอส่งตนอยู่





อืมไม่เป็นไรหรอก เพื่อนกัน” ยูตะยิ้มกลับแม้จะรู้สึกข้องใจไม่น้อยกับสายตาเยิ้มเกินปกติของอีกฝ่าย




            “งั้นเรากลับก่อนนะ” แจฮยอนบอกลาก่อนจะสะพายกระเป๋าออกมา






              ยูตะตามลงมาปิดล็อกประตูบ้าน ด้านนอกไม่มีแสงไฟ ฟ้ามืดสนิทเพราะเกือบจะสามทุ่มแล้ว






               เงียบ...






                หมู่บ้านแถบนี้เงียบเสมอ ฟ้ามืดทุกคนก็จะเก็บตัวบ้านใครบ้านมัน ไม่มีแสงสี หรือสิ่งรบกวน






               ยูตะเพ่งมองไปในความมืดความหวังเล็กๆในใจที่ถึงจะถูกเรื่องอื่นกลบไปมากในช่วงนี้แต่เขาก็ยังอยากจะรู้ความจริงอยู่ดี








............











..










            “อึก...” ร่างเล็กอึดอัดหายใจไม่ทั่วท้อง มือเรียวปัดป่ายไขว่คว้าอากาศหากแต่ไม่นานก็ถูกยึดไว้แล้วกดลงกับฟูกนอน อากาศเย็นเฉียบที่ปะทะกายทำให้นากาโมโตะ ยูตะปรือตาขึ้นมองความผิดปกติที่เจอ






            !!!!!!!






             เงาดำของร่างสูงทะมึนกำลังทาบทับอยู่บนตัวเขา ในความมืดสัมผัสเหล่านั้นกำลังกลับมาอีกครั้ง






             ใช่....








             ใช่มันแน่....








             มนตราหรือพลังบางอย่างพันเกี่ยวไม่ให้ร่างเล็กขยับหนีตอนที่ใบหน้าในความมืดนั้นก้มลงซุกไซร้ที่ซอกคอขาว          






            ฝันหรือ?




            ถามตัวเองให้แน่ใจหากแต่สัมผัสไรหนวดที่ทิ่มตำผิวเนื้อจนแสบก็พอจะทำให้รู้ว่านี่เป็นเรื่องจริง






             “ขะ...เข้ามาได้ยังไง..?” ถามตะกุกตะกักเพราะแลเห็นบานหน้าต่างห้องตนยังปิดสนิท ประตูก็ลงกลอนไว้แน่นหนา






              “....” ไม่มีเสียงตอบมีแต่การรุกล้ำที่ยูตะไม่ได้คิดจะขัดขืน








              โหยหา... 



              และต้องการ...







             ยูตะนั้นช่างไร้ยางอายที่ยอมรับความคิดนั้นของตนเอง กลิ่นกายของปีศาจร้ายที่แฝงกายในความมืดนั้นอบอวลไปด้วยความดิบเถื่อนที่ยูตะอธิบายไม่ถูก




             มือหยาบเคลื่อนคลึงใต้สาเสื้อ บีบเค้นไปทั่วช่วงอก




             รุนแรง






             ไม่รู้ทำไมแต่ยูตะรู้ว่ามันรุนแรงกว่าครั้งก่อน ลงแรงแบบไม่ยั้งมือทั้งที่เขาไม่ได้ขัดขืนเลยด้วยซ้ำ






             “เจ็บ” ร่างบางร้องเมื่อฟันคมงับลงมาที่หัวไหล่ตนอย่างจัง






              ไม่มีเสียงตอบกลับมีแต่เสียงลมหายใจฮึดฮัดไม่พอใจของร่างด้านบน






              กางเกงถูกปลดลงไปตอนไหนไม่มีใครรู้ ริมฝีปากถูกประกบเอาไว้เว้นวรรคแค่ช่วงลมหายใจก่อนจะทาบทับซ้ำแล้วซ้ำอีกหากแต่ไม่มีใครหยุดยั้ง บางสิ่งในร่างกายทั้งคู่แข็งขืนและมีปฎิกิริยาตอบรับความต้องการ






             ไม่มีการเบิกทาง




             ไม่มีความอ่อนโยน






             หากแต่เรียวแขนสวยก็โอบรอบลำคอของบุคคลในความมืดเอาไว้แน่นไม่ยอมห่าง






             ความต้องการพุ่งสูงจนไม่ได้คิดแม้แต่จะพิสูจน์ความจริง






            ยูตะโหยหาสัมผัสนี้มาเกือบปีแล้ว และในวันนี้ได้คืนเขาจึงยอมมัวเมากับมันอีกซักครั้ง






            “อ๊า...” ร่างบางร้องครางเมื่อบางส่วนแทรกสอดเข้ามาในร่างเขา มือหยาบยึดเอวสอบเอาไว้ชิดตนไม่ให้ร่างเล็กขยับหนีได้






              อา....






              เสียงครางดังเป็นระยะเมื่อเจ้าจิ้งจอกร้ายนั่นเริ่มขยับถี่ยิบจนคนข้างใต้ตั้งรับไม่ทัน








              โกรธกันหรือไร...



              รุนแรงอะไรปานนั้น?...








               ไม่ทันได้ถามเพราะริมฝีปากที่ไม่ยอมผละห่าง ทั้งยังสัมผัสรุนแรงเกินกว่าที่ร่างเล็กจะทันได้ทักท้วง คำพูดที่จะเอ่ยออกมาก็กลับกลายเป็นเสียงครางหลงคีย์เพราะรสสัมผัสจากบุคคลปริศนา








               อา....อ.....













.......














....








            ร่างเล็กนอนนิ่งอยู่บนฝูกหลังจากมองใครบางคนที่ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้า ทันทีที่เสร็จกิจเขารีบคว้าหน้ากากหมาจิ้งจอกที่ทำด้วยไม้นั่นมาใส่ทันที






               สายตาคงคุ้นชินกับความมืดอยู่มาก เพราะมันวางอยู่ข้างยูตะมาตลอดเวลาที่ฝ่ายนั้นอยู่ที่นี่แต่ร่างเล็กกลับมองไม่เห็น จนตอนนี้เขาจับได้แต่โครงหน้ากับกลิ่นสาปเสื้อผ้าเก่าเท่านั้น






              มัวแต่หน้ามืดสิเรา...








               “จะไปแล้วหรอ?” ร่างเล็กยันตัวขึ้นมองคนที่เดินหลบไปทางหน้าต่างห้อง








                “......” ฝ่ายนั้นชะงัก ไม่มีคำตอบเพียงแต่ปรายตามองคนที่นอนหมดสภาพเพราะถูกรีดเรี่ยวแรงเสียหนัก






                 ร่างสูงเปิดหน้าต่างไม้ก่อนจะปีนลงไปอย่างชำนาญ








                  ยูตะถอนหายใจยาว ไม่มีแรงพอแม้แต่จะต่อกรหรือลุกขึ้นไปมองว่าเจ้าปีศาจนั่นหายไปทางไหน








                .....จิ้งจอกป่าเอ้ย!












.....................










.............










......










....








ในห้วงราตรี ใครบางคนยืนอยู่เคียงจักรยานคันโปรดของตน




เฝ้ามองความเป็นไปของใครบางคนที่เขาพบเข้าโดยบังเอิญ






รอยยิ้มที่เคยอ่อนโยนหวานจับใจแสยะออกอย่างมีแผนในใจ...








....เสร็จแน่






------------------------------------------------------

(2/3) ครบ

#THEFOXTY


ตอนหน้าจบนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

530 ความคิดเห็น

  1. #448 xxmaarnficxx (@xxmaarnficxx) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 18:10
    ไม่น่าเดาผิดนะ ส่วนแจฮยอนคือจะหวังเคลมแน่ๆทำดีไปงั้น
    #448
    0
  2. #272 LK_8807 (@alice59) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 23:51
    ยูตะมีใครใหม่ตอนไหนพี่ยงเย็นชาไปแล้ว ทำยูตะร้องไห้สงสัยในตัวจิ้งจอกว่าจะเป็นใครมาก ละแจนี่แค่สอนหนังสือจริงๆใช่มั้ย
    #272
    0
  3. #255 ppc ♡ (@eing-5) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 16:30
    ใครกัน แจฮยอนเหรอที่เข้ามาให้ยูตะสอนหนังสือต้องมีอะไรมากกว่าสินะ
    แล้วแทยงทำไมใจร้ายกับยูตะแบบนี้ ยูตะไปมีใครใหม่?
    #255
    0
  4. #56 NTNHBx (@NTNHBx) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 23:00
    ใครกันแน่เนี่ย แล้วแทยงนี่เป็นไรคะ ทำไมเย็นชาใส่ยัยตะ หืมม
    #56
    0
  5. #54 SugarMark (@lucifersunmin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 08:48
    แทยงหรือแจฮยอน สับสนแรง น้องแจยิ้มอะไรลูก ฮืออออ ยัยตะ
    #54
    0
  6. #50 bpplhhy_ (@bpplhhy_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 23:25
    แทยงคนเลว ฮือ
    #50
    0
  7. #49 mai_ii (@mai_egb) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 13:10
    ทำไมแทยงทำแบบนี้ ยูตะไม่เคยมีใครเลยนะ!!!! คิดจะไปก็ไปเฉยๆ คิดจะมาก็มางี้หรอ? อยากรู้ว่าเรื่องจะจบแบบไหน เดาไม่ออกเลย TT
    #49
    0
  8. #47 เติ้ลแม่ยูตะเองค่ะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 06:27
    มันดีมากเลยค่ะพี่ชอบมาก เนื้อเรื่องสนุกมาก ลุ้นมากเลยว่าอิจิ้งจอกนั่นเป็นใคร ._. คุณแทยงใช่ไหม ;-; คุณแทยงใจร้ายมากเลยฮรือ ดูคำพูดคำจาสิ ! พี่เขาทำหนูของแม่ร้องไห้เหรอลูกเดี๋ยวแม่จะไปตัดจู๋พี่เขาให้ลูก! ยูตะหนูก็ไปยอมมันง่ายเกิน เดี๋ยวมันได้ใจลูก !! รอนะคะ ติดตามค่ะ ขอบคุณนะคะที่เขียนฟิคแทยู ขอบคุณจริงๆค่ะ ;-----; เพราะมันหายากมากจะร้องฮรือ เป็นกำลังใจให้นะคะสู้ๆค่ะ
    #47
    0