FIN STORY | SF / OS | HANTA : TAEYU & DOYU

ตอนที่ 20 : TAEYU ft. HANTA ► ซ่อนรัก 4. [ 100 per. ] - CUT

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    26 มิ.ย. 60

 

          ยูตะไม่รู้ว่าโชคชะตากำลังจะเล่นตลกอะไรกับเขา ทั้งๆที่เขาเป็นผู้ชายแท้ๆแต่กลับถูกข่มเหงรังแกแบบนี้ถึงสองครั้งสองครา ทั้งที่ชีวิตนี้ยูตะคิดว่าคงไม่มีใครหน้ามืดมัวเมาอย่างเฮียอีก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้เด็กหนุ่มพูดไม่ออก

          ยูตะรู้สึกผิดกับเฮีย ในฐานะของคนที่ถูกซื้อมา และในฐานะเมีย เขาควรจะซื่อสัตย์กับเฮีย แต่ตอนนี้ร่างกายของเขากลับแปดเปื้อน แปดเปื้อนด้วยน้ำมือของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกชายของเฮียเอง

          เด็กหนุ่มกลัวตาย ถ้าหากเฮียรู้เข้าระหว่างลูกชายกับตัวเขายังไงเฮียก็คงเลือกลูกชาย ไม่มีทางมาเลือกเขาอยู่แล้ว ที่ซุกหัวนอนอย่างทุกวันนี้คงไม่มี บางที่เขาอาจจะไม่เหลือแม้แต่เงาหัว ยิ่งถ้าอาซ้อรู้เข้า

          แถมคุณฮันซลเองก็แต่งงานแล้ว หากเมียของคุณฮันซลรู้เข้าคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ คราวนี้คงไม่รอดมาอย่างคราวอาซ้อ

          ยูตะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไงดี เป็นอีกครั้งที่เขาอยากจะหนีหายไปซะแต่เขาก็ใจไม่กล้าพอ ตกเช้าเด็กหนุ่มได้แต่ทำตัวเป็นปกติ เอาอาหารที่อีกบ้านเอามาให้จัดการตั้งโต๊ะ ซึ่งคราวนี้มีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมด้วย

          ที่นั่งที่เคยเป็นของยูตะกลายเป็นของคุณฮันซลในเช้านั้น เด็กหนุ่มคอยดูแลตักข้าวให้ทั้งเฮียและคุณฮันซลแล้วออกมายืนรอ

          “คนใหม่เหรอครับอาป๊า?” คุณฮันซลเอ่ยถามเฮียที่ทำหน้าไม่ถูก เฮียแทยงดูกระอักกระอ่วน คงอยากเรียกให้ยูตะไปร่วมโต๊ะด้วย แต่เหมือนกับว่าคุณฮันซลยังไม่รู้เรื่องของเขากับเฮียเลยเลือกจะเฉยไว้

          “อีชื่อยูตะ อยู่ที่นี่มาเป็นปีแล้ว ลื้อมาทีก็อยู่แต่บ้านนู้นคงไม่ได้เจอ” เฮียเอ่ยเล่า

          “กินข้าวรึยังยูตะ กินด้วยกันไหม?” คุณฮันซลหันมายิ้มกว้าง เอ่ยปากอย่างใจดีจนเด็กหนุ่มที่ตกประหม่าสะดุ้งน้อยๆ ยูตะแอบคิดว่าคุณฮันซลอาจจะจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เพราะคงเมามาก เช้ามาถึงไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลย

          “ผมกินแล้วครับ คุณฮันซลกับเฮียกินเถอะครับ” ยูตะโกหกแต่เขาไม่อยากจะอยู่ร่วมโต๊ะกับชายหนุ่ม แค่ยืนโดยไม่มีพิรุธก็ยากเหลือเกิน

          “ปล่อยอีไปเถอะตาฮันซล ลื้อทำอีกลัว” แทยงขำเบาๆ เขาคิดว่าเด็กหนุ่มน้อยของเขากำลังเกร็งเพราะผู้มาใหม่ “ว่าแต่ ลื้อมาทำอะไรที่นี่ เมียเอ็งไม่ว่าเหรอมาค้างที่อื่นแบบนี้”

          “อย่าไปพูดถึงไอ้อั้วเสียอารมณ์เลยอาป๊า อีเยอะซะจนอั้วอยากจะบ้าตายแล้ว” ฮันซลบ่นถึงเมียสาว ทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันมาได้แค่ปีเดียว “เวลามีปัญหาอะไรพ่อแม่อีก็เข้าข้างกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย อั้วจะไปทนอยู่ได้ยังไงไหว”

          “ลื้อใจร้อน มีปัญหาอะไรทำไมไม่คุยกันดีๆ อีรู้หรือเปล่าว่าลื้ออยู่ที่นี่ ป่านนี้อีจะเป็นห่วงเอานา” แทยงเอ่ยสอนลูกชาย “ชีวิตคู่มันก็ต้องมีตึงมีผ่อนกัน ค่อยๆคุยค่อยๆปรับ อะไรกัน แค่ปีเดียวก็เตลิดหนีมาซะแล้ว”

          “ลำพังแค่อาฟ้าอั้วก็พอคุยได้ แต่อั้วไม่อยากทนฟังพ่อแม่อี” ฮันซลถอนหายใจ ตอนแรกที่แต่งงานกันก็ไม่คิดว่าการต้องเข้าไปอยู่ในบ้านเมียมันจะยุ่งยากใจขนาดนี้ แม้ปกติประเพณีจีนคือผู้หญิงต้องเข้าไปอยู่บ้านผู้ชาย แต่ฟ้าภรรยาสาวของเขาเป็นคนไทย ครอบครัวไทย และพ่อแม่เขาเองก็ไม่ได้เคร่งขนบธรรมเนียนสมัยก่อน ขอแค่เขายังคงทำงานได้อย่างเต็มที่ มีความรับผิดชอบจะอยู่บ้านไหนก็ไม่ใช่ปัญหา

          “แล้วนี่แม่ลื้อรู้รึเปล่าว่ามา”

          “อย่าให้อาม๊ารู้นะป๊า ไม่งั้นอั้วหัวขาดแน่ รายนั้นถือหางอาฟ้าพ่อกันกับพ่อแม่อีนั่นแหละ ไม่งั้นอั้วคงไปนอนบ้านนู้นแล้ว ไม่มากวนบ้านป๊าหรอก” 

“ไอ้นี่ เอาเถอะ กินข้าวเสร็จก็โทรบอกเมียลื้อซะ อีจะเป็นห่วงเอา”

“รู้แล้วน่าป๊า” ฮันซลยิ้มเผล่

“ยังจะมาทำทะเล้นอีก แต่งงานมีเมียเป็นตัวเป็นตนละ ทำตัวให้มันดีๆหน่อย”

“ว่าแต่ เมื่อคืนอั้วกลับมานอนที่ห้อง เหมือนจะเจอใครนอนอยู่ ป๊าแอบเอาสาวๆมาซุกไว้รึเปล่า?” ฮันซลยิ้มล้อแต่ยูตะลมหายใจสะดุด เขากลั้นใจขณะที่เฮียเงยหน้ามาสบตาเขาครู่หนึ่ง

“สาวที่ไหนล่ะ อายูตะอี”

“หืม ยูตะหรอครับ?” ฮันซลเลิกคิ้วแปลกใจ “อาป๊าใจดีขนาดให้อีขึ้นไปนอนห้องผมเลยหรอ”

“ก็บ้านนี้อั้วอยู่คนเดียว มีใครที่ไหน บางคืนยิ่งช่วงนี้อั้วต้องออกไปโรงสียันเช้า ให้อีนอนข้างล่างคนเดียวก็น่าสงสาร ลื้อเองก็ย้ายแล้ว อั้วให้อีไปนอนห้องนั้นเผื่อดูแลบ้านแล้วถ้าอั้วจะเรียกใช้อะไรจะได้สะดวกด้วย”

“แหมป๊า อั้วถามนิดเดียวตอบซะยาว” ฮันซลหัวเราะ ดูไม่ได้สงสัยอะไรในความสัมพันธ์ของเด็กหนุ่มกับบิดาตัวเอง

ข้าวเช้ามื้อนั้นเป็นมื้อที่ยูตะรู้สึกว่านานที่สุดตั้งแต่ที่เขาย้ายเข้ามาอยู่บ้านนี้ กว่าที่เฮียกับคุณฮันซลจะกินกันเสร็จยูตะก็เกร็งจนเหนื่อย เขาจัดการเก็บสำรับแล้วล้างถ้วยชาม

“เมื่อคืนเรานอนที่ไหน?” เฮียเอ่ย ร่างบางเกือบทำจานในมือตกเพราะเฮียแอบเข้ามาในครัวเงียบ ตากลมกรอกมองหาบุคคลที่สามก่อนจะหายใจโล่ง

“พอคุณฮันซลมา ยูตะก็ลงมานอนห้องข้างล่างจ๊ะ” เขาพูดความจริงแต่ไม่ใช่ทั้งหมด แววตาของเฮียไม่มีความครางแครงใจแต่กลับเห็นใจคนตัวเล็ก

“ขอโทษที่ทำให้เราลำบากนะ” เฮียนึกสงสารยูตะที่ต้องย้ายขึ้นย้ายลงเหมือนนกไม่มีคอน

“ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ แค่นี้เอง” ยูตะยิ้มเจื่อน

“อั้วว่าจะบอกอาฮันซล  อีจะได้...”

“อย่านะจ๊ะ” ยูตะรีบร้องห้ามจนเฮียชะงัก “คือ... อั้วกลัวเฮียจะมีปัญหา แค่ทุกวันนี้เฮียก็เมตตาอั้วมากๆแล้ว อีอาจจะรับไม่ได้ก็ได้ เฮียอย่าบอกเลยนะจ๊ะ”

“ยังไงเดี๋ยวอีก็รู้ แม่อีกรู้ คนอื่นก็รู้แล้ว” เฮียไม่เคยพูดเรื่องยูตะกับซ้อ แต่ก็รู้กันตามประสาว่ายูตะอยู่ในสถานะไหน ซึ่งทั้งคู่ต่างให้เกียรติกัน ยูตะไม่ก้าวล่วงพื้นที่ของซ้อ และซ้อก็ไม่มายุ่งวุ่นวายกับยูตะแบบที่ไม่ต้องเอ่ยปากกันอย่างเป็นทางการก็ถือว่ารู้กัน

“รอให้ถึงวันนั้นดีกว่าจ๊ะ ยูตะไม่อยากให้เฮียต้องหมางใจกับคุณฮันซล ถ้าเผื่ออีไม่ชอบใจขึ้นมา หรือบางทีอีอาจจะคิดว่าไม่ถูกต้องสำหรับซ้อจนเกลียดยูตะก็ได้” เฮียนิ่งคิดตามคำของเด็กหนุ่มก่อนจะพยักหน้า

ว่ากันว่าแม่มักตามใจลูกชาย ยิ่งลูกคนเดียวอย่างฮันซลยิ่งเป็นที่รักของมารดา เฮียเองก็รู้ว่าฮันซลเป็นลูกแม่มากกว่าลูกพ่อ หากพอรู้เรื่องความสัมพันธ์ของตนกับยูตะขึ้นมา ลูกชายตัวดีอาจจะเข้าข้างฝั่งแม่มากกว่าฝั่งตน

“แต่เฮียไม่อยากให้หนูต้องทนลงมานอนห้องข้างล่าง” เขาไม่อยากให้ยูตะรู้สึกว่าตนเป็นแค่คนใช้ต่ำต้อย เป็นแค่คนที่สั่งให้ไปซุกหัวนอนที่ไหนก็ได้ทุกเมื่อ ในเมื่อสำหรับแทยงแล้ว ยูตะเป็นเมียคนหนึ่งที่เขาต้องรับผิดชอบอย่างดี

“ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะเฮีย แค่นี้เอง เฮียไม่ต้องห่วงหรอก ยูตะนอนได้” เด็กหนุ่มยิ้มเอาใจ เขาสบายใจเสียด้วยซ้ำที่ไม่ต้องขึ้นไปนอนชั้นบน ยิ่งเลี่ยงลูกชายเฮียได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น

“งั้นก็ตามใจ เฮ้อ... ตาฮันซลคงมาค้างไม่นาน” เฮียเอ่ยปากปลอมใจคนตัวเล็ก ซึ่งยูตะนึกค้านอยู่ในใจ

...ต่อให้คุณฮันซลไปแล้วเขาก็คงไม่กล้าไปนอนห้องนั้นอยู่ดี

เฮียจูบหน้าผากยูตะเบาๆอย่างสเน่หา มองร่างเล็กด้วยดวงตาอ่อนโยนเสียจนยูตะรู้สึกผิดจุกอยู่ที่คอ พลันอยากจะเอ่ยปากบอกความจริง

“เฮีย...”

“หืม”

“.....”

“ไม่มีอะไรจ๊ะ” ยูตะคนขี้ขลาด เขาจูบบนแก้มสากของเฮียที่เริ่มมีตอหนวดขึ้นเพราะไม่ค่อยได้รับการดูแล ร่างสูงดูแปลกใจที่อีกฝ่ายเรียกแล้วไม่พูดอะไรแต่ก็ไม่ติดใจถามต่อ

แทยงบอกยูตะว่าง่วงจะขึ้นไปงีบเพราะเมื่อคืนนอนไม่พอ ส่วนคุณฮันซลยูตะเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังคุยโทรศพท์อยู่ที่ห้องนั่งเล่น ท่าทางจริงจังและคงอีกนานเขาจึงหอบเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดขึ้นไปเริ่มทำงานอย่งปกติ

นานเป็นชั่วโมงกว่าที่พ่อบ้านตัวน้อยจะทำงานบ้านเสร็จ เขาหอบเอาถังน้ำกับไม้ถูพื้นลงมาจากชั้นบนเพื่อจัดการชั้นล่างเป็นชั้นสุดท้าย ตอนนั้นยูตะไม่เห็นคุณฮันซลในครรลองสายตาแล้วก็นึกเบาใจ เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงกลับไปแล้วและคงจำเรื่องราวความผิดพลาดเมื่อคืนไม่ได้เพราะฤทธิ์สุรา

“อ๊ะ! คุณฮะ...” มือเรียวรีบตะปบปิดปากตัวเองก่อนจะร้องเสียงดัง เมื่อจู่ๆลูกชายของเจ้าของบ้านก็เข้ามายืนประชิดด้านหลังตนเงียบๆ

“ทำอะไรอยู่?” ฮันซลเอ่ยถาม แต่สายตาอีกฝ่ายดูเหมือนไม่ได้ต้องการคำตอบ ยูตะมองรอบข้างอย่างหวาดระแวง เพราะกลัว่าจะมีใครมาเห็น

“ทำความสะอาดครับ คือ คุณฮันซลช่วยหลีกทางให้ผมหน่อยได้ไหมครับ” เขาติดอยู่ระหว่างมุมห้องกับโต๊ะชิดผนัง ซึ่งมีกำแพงเป็นมนุษย์ตัวสูงที่กำลังขังเขาเอาไว้ด้วยสายตาเคลือบแคลง

“จะรีบไปไหนล่ะ คุยกันก่อนสิ” ไม่มีเลยแววตาขีเล่นใจดีเหมือนตอนที่อยู่บนโต๊ะอาหาร คุณฮันซลตรงหน้าเขายามนี้ดูแพรวพราวและไม่น่าไว้ใจยิ่ง 

....หรือว่าเขารู้

ยูตะนึกหวั่นว่าอีกฝ่ายอาจจะจำสิ่งที่ไม่ควรจำได้ เด็กหนุ่มถอยจนหลังแทบจะติดกับกำแพง สายตาเหลือบแลไปทางบันใดชั้นสองอย่างระแวดระวัง

“ผมคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรต้องคุยนะครับ” ยูตะเอ่ยอย่างนอบน้อม พยายามหาช่องก่อนจะค้อมตัวเดินเบียดลอดออกมาด้านข้างแต่กลับถูกคว้าแขนไว้หมับ

“เธอลืมของไว้บนห้อง” คุณฮันซลยัดของใส่มือเด็กหนุ่ม ยูตะค้อมตัวผงกหัวขอบคุณเจ้านายก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องของตน ใจเขาเต้นไม่เป็นส่ำ ต้องหยุดยืนตรับลมหายใจอยู่ด้านหลังบานประตูนานกว่าจะลดความกดดันลงได้

ทว่าเมื่อคลายมือออกดูแล้วสิ่งที่อยู่ในมือของคนตัวเล็กยิ่งทำให้เขาตระหนก....

ชั้นในของเขา... ที่ไม่รู้ว่าเมื่อคืนถูกถอดไปตอนไหน และตอนวิ่งออกมากก็เร่งรีบเสียจนไม่ได้หา สวมอะไรได้เขาก็สวม จนตอนนี้...มันกลับมาอยู่ในมือเขาแล้ว

ยูตะเหงื่อตก แน่ใจแล้วว่าคุณฮันซลคงไม่ได้ลืมเลือนเรื่องที่เกิดขึ้นในความมืดนั้นเลย

 

ความหวังที่จะให้เรื่องของเขากับคุณฮันซลถูกฝังกลบไปดูยิ่งยากขึ้น เมื่อเฮียเอ่ยปากว่าลุกชายอาจจะต้องพักอยู่ที่บ้านอีกร่วมเดือนเพราะว่าไม่สามารถทนอยู่บ้านพ่อตาแม่ยายได้ เลยวางแผนว่าจะหาซื้อบ้านใหม่เป็นเรือนหอเพราะฝั่งลุกสะใภ้ก็ไปทนอยู่บ้านแม่ผัวที่มีคุณมิ้นไม่ได้เหมือนกัน

“คุณฟ้าจะมาอยู่ด้วยหรือเปล่าครับ?” ยูตะลอบถามถึงภรรยาของคุณฮันซล

“คงไม่ละมั้ง เห็นว่าทางบ้านพ่อแม่เขาใกล้กับที่ทำงานมากกว่า” เฮียลูบผมนิ่มของยูตะก่อนจะฝังจมูกลงอย่างสเน่หา ลูบไล้ไหล่เปลือยของคนรักหลังจากที่ทั้งคู่เพิ่งเสร็จกิจกรรมแห่งความคิดถึง

ยูตะเป็นคนเรียกร้องหาเฮียก่อน เขาอยากให้เฮียชำระล้างความมัวหม่นในจิตใจ อยากให้เฮียลบล้างร่องรอยของใครอีกคนที่ยังติดค้างอยู่ในใจที่หมองมัว

“จะดีหรือครับ เพิ่งแต่งงานกันแล้วแยกกันอยู่อย่างนั้น” ยูตะไม่อยากให้คุณฮันซลมาอยู่ที่เรือนนี้ เขารู้สึกว่าลูกชายของเฮียน่ากลัวเกินไป และบางอย่างก็อันตรายเกินกว่าที่เขาจะอธิบายได้

“หนุ่มสาวทะเลาะกันก็อย่างนั้นแหละ แต่เดี๋ยวคุยกันรู้เรื่องก็ดีกัน เห็นว่าจะหาซื้อบ้านใหม่อยู่กันสองคน” เฮียยกหัวยูตะมาวางไว้บนอก เดี๋ยวหอมเดี๋ยวจูบเด็กหนุ่มคั่นบทสนทนา แต่ยูตะกลับไม่นึกรำคาญทั้งยังชอบให้เฮียทำแบบนั้น มากกว่าฝากรักกับเขาเสียอีก

“ดีจังครับ มีบ้านของตัวเอง” เด็กหนุ่มหลุดปากอย่างนึกอิจฉา

“อิจฉาเหรอ หืม?” เฮียผงกหัวขึ้นมามองหน้าตาจิ้มลิ้มที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองเอ่ยพลาดไป

“เปล่าครับ... แค่คิด คือตั้งแต่เด็กๆยูตะไม่ได้อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง แม่กับพ่อเปลี่ยนงานไปเรื่อยก็ย้ายไปเรื่อยๆ ไม่มีที่ไหน่เป็นบ้านจริงๆสักที”

“มีสิ ที่นี่ไง” เฮียจูบเบาๆบนหน้าผากนวลก่อนจะผละออกมาจ้องหน้ายูตะ “ที่นี่เป็นบ้านของเรา” ร่างสูงเอ่ยปากย้ำยิ่งทำให้คนในอ้อมแขนเต็มตื้น

“ยู..ยูตะไม่กล้าหรอกครับ ที่นี่มันบ้านของเฮียกับซ้...อื้อ” ริมฝีปากอิ่มถูกปิดชะงักด้วยริมฝีปากหยัก เฮียกดจูบคนตัวเล้กที่น้ำตาปริ่มขอบแล้วจูบซ้ำตรงเปลือกตา ยูตะหลับตาลงให้เฮียสัมผัสอย่างจำยอม เขารู้สึกอุ่นใจยิ่งนักที่เฮียชอบจุมพิตเบาๆแบบนั้น มันทำให้เขาอบอุ่นและมั่นคงยิ่งกว่าคำหวานใดๆ

“ที่นี่บ้านเฮีย...แล้วมันก็เป็นบ้านของเรา แค่เรา”

“เฮีย” ยูตะทามือกับอกเปลือง เขารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นอยู่ใต้ผิดหนังลื่น

“ย้ายขึ้นมาอยู่ข้างบนดีไหม ขึ้นมาอยู่ห้องอื่นก็ได้ ห้องหับมีตั้งมากอย่าไปอุดอู้อยู่ห้องนั้นเลย”

“แต่คุณ...”

“ตาฮันซลไม่ว่าอะไรหรอก หรือถ้าว่าก็บอกว่าเฮียสั่งหนูเอง” เฮียจับเอามือเล็กมากุมไว้ ดวงตาสีเข้มมองสบสายตาราวกับเด็กเล้กๆที่กำลังหลงทิศ

“เชื่อใจเฮียสิ” แทยงเอ่ยปากอย่างหนักแน่น ต่อให้เขาไม่อาจจะเปิดเผยเรื่องยูตะกับใครได้ ไม่อาจจะหย่าขาดกับซ้อได้ แต่ยูตะก็เป็นเมียของเขา เป็นเมียโดยพฤตินัย ซึ่งในฐานะลูกผู้ชายอย่างแทยงเขามีหน้าที่ดูแลยูตะไม่ให้มาครหาได้ว่าเขาเลี้ยงเมียไม่ดี

เขาอายุมากกว่ายูตะมาก และคิดว่าคงจะต้องตายก่อนแน่ ดังนั้นสิ่งที่จะติดตัวยูตะไปนับจากนี้คือสิ่งที่เขาให้ได้ ตอนนี้เริ่มจากการศึกษา ทั้งในระบบและนอกระบบ ยูตะทำบัญชีเป็นและเริ่มช่วยงานเขาได้มากขึ้น หากฝึกปรือให้คล่องแคล่วเด็กหนุ่มก็จะมีวิชาชีพติดตัวไปอีก นอกจากนั้นก็ทรัพย์สินเงินทอง แทยงมีให้ยูตะใช้ไม่ขาด แถมยังมีของขวัญตามวาระโอกาสต่างๆ

เขาไม่สนใจเลยว่ายูตะอยากจะโลภอยากจะปอกลอกหรือเอาเงินให้ใช้ฟุ่มเฟือยแค่ไหนเพราะเขาร่ำรวยพอที่จะผูกมัดยูตะและอยู่ให้ยูตะปอกลอกจนหนำใจ แต่เมื่อเห็นว่ายูตะไม่มีท่าทีแบบนั้น ไม่ได้ตาโตยามที่เห็นของมีค่า และไม่เคยนำเงินไปใช้จับจ่ายไร้สาระยิ่งทำให้เขาชื่นชอบเด็กคนนี้

“ขอบคุณนะจ๊ะเฮีย” เด็กหนุ่มวางหัวตนลงบนแผ่นอกกว้างนั้นอีกครั้ง เอ่ยปากขอบคุณพร้อมกระชับกอดร่างของเฮียให้แน่นขึ้น เขาสุขจนล้นใจ และรู้สึกมั่นคงเสมอเมื่อเฮียอยู่กับเขา แต่ความผิดที่เป็นชนักติดหลังมันดูเหมือนจะก่อปัญหา

ยูตะกอดเฮียเอาใจแน่ แนบทุกสัดส่วนกับร่างกายของเฮียเพื่อเตือนว่าตอนนี้ตนกำลังมีความสุขแค่ไหน ...เขาไม่อยากให้มันหายไป

 

*****************

 

          คุณฮันซลทำงานที่ห้างทองในเยาวราช แต่ที่ร้านมีทั้งซ้อมีทั้งคุณมิ้นช่วยดู คุณฮันซลมีหน้าที่ดูและบัญชีและติดต่อกับพวกผู้ผลิตมากกว่า ดังนั้นมันจึงเริ่มเป็นปัญหาเมื่อเฮียเขาโรงสีแต่เช้า แต่ตอนกลางวันบางวันคุณฮันซลกลับยังอยู่ที่เรือน

          “ทำหน้าเหมือนเห็นผี” ยูตะไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนแต่คิดว่าที่คุณฮันซลว่าก็คงไม่ผิด เขาพยายามเลี่ยงสมาชิกใหม่ของบ้านมาหลายวันแล้ว และครั้งนี้ก็เช่นกัน ยูตะค้อมตัวให้ก่อนจะเดินหนีแต่อีกฝ่ายไม่เป็นใจ

          “กลัวอะไรฉันนักหนา เจอหน้าที่ไรก็ไม่พูดไม่จากจะหนีท่าเดียว” ร่างสูงเด็กมาดักข้างหน้าเด็กหนุ่ม

          “เปล่าครับ ผมจะไปทำงาน”

          “งานอะไร กวาดบ้าน ถูบ้านน่ะเหรอ ถูทุกวันขนาดนี้ฝุ่นมันจับไม่ทันหรอก” ชายหนุ่มเอ่ยหยอกแต่ยูตะยิ่งอึดอัด

          “ผมยังมีงานอื่นต้องทำ” ยูตะหมายถึงสมุดบัญชีที่เฮียสั่งไว้

          “งานอะไรล่ะ... หรืองานบนเตียงพ่อฉัน?”

          “คุณ?” ยูตะตาเบิกโพลง เขาคิดมาตลอดว่าคุณฮันซลไม่รู้เรื่องนี้

          “ทำไม ตกใจเหรอที่ฉันรู้ ...บ้านนู้นเค้าลือกันสนั่นใครไม่รู้ก็คงโง่เง่าเต็มที” ดวงตาคมกวาดมองยูตะอย่างมีเลศนัยต์ “ถึงว่าสิคืนนั้น ไม่ขัดไม่ขืน แถมยังตอบรับซะคล่องเชียว”

          “ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณแล้ว” ยูตะแทบจะปาไม้กวาดในมือใส่ผู้ชายตรงหน้า เขาโกรธเมื่อถูกเอ่ยปากเหยียดกัน ทั้งที่เขาไม่เคยทำอะไรให้อีกฝ่าย แถมเรื่องที่เกิดขึ้นเขาก็ไม่ได้ยินยอมพร้อมใจแท้ๆ

          “คิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือไง?” คุณฮันซลยังคงเดินตามมา

          “ผมไม่ได้หนี... แต่ผมไม่มีอะไรจะต้องคุยกับคุณ เรื่องคืนนั้นผมไม่ได้ยินยอม”

          “แต่เธอก็ครางซะลั่นเลยไม่ใช่เหรอ ...ไม่เอาน่า ถึงฉันจะเมาจนหน้ามืดไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้ความจำเสื่อม เธอออกจะชอบใจด้วยซ้ำ”

          ยูตะโกรธจนหน้าแดงก่ำ อยากจะต่อยปากลูกชายเฮียแรงๆแต่เขาอยากจะร้องไห้มากกว่า ในเมื่อสิ่งที่คุณฮันซลพูดมามันเป็นเรื่องจริง เขาสุขสมอย่างที่ไม่เคยเป็นในความมืดคืนนั้น

          มันมากมายและยังตราตรึงในความรู้สึกจนยูตะรู้สึกผิดบาป แค่เป็นเมียน้อยของสามีคนอื่นก็ผิดมากแล้ว เขายังไม่ซื่อสัตย์ตกไปเป็นของคนอื่นอีก

          ฮันซลเห็นอีกฝ่ายนิ่งจริงขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะจับแขนเพรียวเอาไว้

          “คุณจะทำอะไร?” ยูตะพยายามยื้อแขนตัวเองคืนแต่ฮันซลไม่ยอมปล่อยแถมยังดึงร่างบางเข้าหาจนปะทะกับอก

          ฮันซลดันจนยูตะหลังชิดผนังไร้หนทางจะหนี ถูกกักอยู่ในวงแขนของชายหนุ่มที่มีไอความร้อนประหลาด

          “เธอสวยมากนะรู้ไหม ไม่แปลกใจที่พ่อฉันยอมซื้อมาเลี้ยงไว้” เขาเชยคางยูตะขึ้น ไล้นิ้วไปตามกรอบหน้าจนคนตัวเล็กรู้สึกขึ้นลุกซู่

           “ปล่อยผม”

          “ปล่อยเหรอ แน่ใจนะว่าอยากให้ฉันปล่อย” ฮันซลถามย้ำ มองตาเขาก็รู้ว่ายูตะเองก็ไม่ได้รังเกียจสัมผัสของเขา ริมฝีปากร้อนทาบจุมพิตอุ่นๆบนริมฝีปากอิ่มเอิบอย่างอ้อยอิ่ง

          ยูตะดิ้นเร่า พยายามทุบไหล่สองข้างทั้งผลักทั้งดันแต่ชายหนุ่มกลับไม่สะเทือน ทั้งยิ่งจาบจ้วงความผิดบาปเข้ามาในโพลงปากของยูตะ เด็กหนุ่มสิ้นเรี่ยวแรงจะต่อต้าน ความชำนาญเพลงกามของฮันซลสูงชั้นเกิดกว่าที่เด็กวัยอยากรู้อยากลองอย่างยูตะจะทานไหว

เรียวขายาวอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ เพราะถูกป้อนจูบที่สูบเอาวิญญาณของเขาไปจนหมดสิ้น ราวกับคนที่หิวโหยมาชั่วกัปชั่วกัลป์ ฮันซลสอนลีลาจูบที่แตกต่างจากบิดาของเขาให้กับร่างบางอย่างเร่างร้อน

เบียดแนบสองร่างจนแทบจะหลอมละลายไปตรงโถงทางเดินนั้นเอง ความกำดัดแรกรุ่นของทั้งสองคุโหมจนลืมชั่วดี ตอบสนองกันสอดคล้องเสียจนยากจะแยกออกในเวลานั้น

ลมหายใจของยูตะหอบกระเส่า ในหัวสมองว่างเปล่าเสียจนลืมหวาดหวั่นว่าใครจะมาพบเห็น เด็กหนุ่มในยามนี้กำลังหลงใหลไปกับรูปร่างหนั่นแน่นกำยำของชายหนุ่มตรงหน้า ความร้อนที่แผ่นซ่านแผดเผาตัวเขาจนเป็นจุล

กางเกงของยูตะหายไป ในขณะที่ฮันซลถอดเสื้อของตนออก เขาต้องการกันและกันมากเกินกว่าจะเสียเวลาร่ำไร ร่างใหญ่อุ้มกาตัวน้อยขึ้น จับสอดเชื่อมประสานความโหยหาให้เข้าที่ เรียวแขนน้อยโอบรอบคอของคนที่สีหน้าหื่นกระหาย

ฮันซลยกสองขาของยูตะให้เกี่ยวรอบเอวเอาไว้ ดันแผ่นหลังคนตัวเล็กให้พิงผนัง ก่อนจะเริ่มซัดสาดคลื่นพายุอารมณ์ลูกใหญ่เข้าใจเด็กหนุ่มที่หวีดร้องสุดเสียง

ยูตะไม่อาจจะหยุดร้องครวญครางได้เลยเมื่อเขาตกอยู่ในอำนาจกามที่ฮันซลปรนเปรอ เขาหวีดลั่นราวกับอีตัวที่สุดแสนไร้ยางอาย เหมือนคนบ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไร้อารยะ ทว่าเขาไม่อาจจะเรียกขานชื่อคู่นอนที่กำลังตอกสลักความโอฬารเข้ามาในร่างเขาได้

“เรียกชื่อฉัน...อื้อ...ยูตะ เรียกชื่อฉัน” คุณฮันซลเอ่ยสั่งเมื่อจังหวะรักเริ่มกระชั้นถี่จนเกือบจะท่วมท้น ยูตะสบสายตาแห่งความกระหายอยากนั้นเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ชั่งใจอยู่ช่วงครู่จนฮันซลงับลงบนริมฝีปากนุ่มเด็กหนุ่มถึงต้องผละห่างเพื่อโกยอากาศเข้าปอด

“ยูตะ”

“คุณฮันซล... คุณฮันซลจ๋า...” ยูตะทรมานจนแทบจะขาดใจแล้ว

“หืม...ว่าไง..”

“แรงอีก...แรงอีกคุณฮันซล...คุณฮันซล”

เสียงกระทบของสองขั้วที่ดึงดูดกันดังลั่งโถงทางเดินชั้นสอง ลูกบิดประตูที่ยูตะยึดไว้ทำให้ประตูไม้บานใหญ่สั่นไปทั้งบาน... 

 

 

 

#ซ่อนรักTY

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

530 ความคิดเห็น

  1. #443 myjays (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 09:36
    เงอออ เหมือนเฮียจะรักหนูยูยจริงๆแล้วเลยอ่ะ

    แล้วตอนนี้ยังมีพี่ซลเข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันไปอีก

    สงสารรรรรรร หนูยูยสับสนไปหมดแล้วอ่ะตอนนี้

    ฮือออ โซเดมฮอตมากฉากสุดท้าย ;//////^///////;

    จะมีใครมาเห็นมั้ยเนี่ยยยย โอ้ยยยย กลัวใจ

    กลัวว่าถ้าเฮียมาเห็นแล้วชีวิตยูตะจะเป็นไงต่อ แง
    #443
    0
  2. #431 `ซังนัมจายูตะ (@hibayama8018) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 15:17
    ตายแล้ววว จบนี่ยูตะสับสนแน่นอน ในใจน่าจะเริ่มหวั่นไหวแล้วแหละ จินตนาการต่อไม่ออกเลยว่าถ้าเฮียรู้จะเป็นไง แอบสงสารเฮีย เหมือนเฮียรักยูตะจริงๆแล้ว มันช่างซับซ้อนยิ่งนัก กรีสสสสสส
    #431
    0
  3. #430 SonetA (@looksor) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 09:48
    โอ้ยย สงสารนายูยยยยย 
    #430
    0
  4. #429 _angxxn (@kms_chks) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 22:39
    กลัวใจลูกจะหลงชอบคุณฮันซลอ่ะ แล้วอาเฮียจะทำไงเนี่ยแชปอื่นเฮียดูเป็นเฒ่าหัวงูแต่แชปนี้เหมือนเฮียจะรักไหมอ่ะ แง่ง เราไม่เชียร์ใครเลยได้ไหม อยากเชียร์ให้ยูตะหนีไปให้ไกลๆเลย สงสารลูก
    #429
    0
  5. #428 pcypth (@supershow2) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 17:58
    สงสารน้องงง ทั้งบ้านทำให้น้องรู้สึกตัวเองไม่มีค่าอ่ะ :(
    #428
    0
  6. #427 NTNHBx (@NTNHBx) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 15:47
    โอ้ยยย ลูกโดนทำร้ายทารุณ ฮือ คุณฮันซลอยากแก้แค้นให้ซ้อหรือป่าว สงสารลูก
    #427
    0
  7. #426 NkMt- (@NkMt-) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 14:50
    กรี๊ดดดดดดดดดอื้อหืออออออเลือดจะพุ่ง ฮันซลร้อนแรงเหลือเกินแต่กลัวเฮียรู้จังถ้าเฮียมาเจอจะเป็นยังไงนะยูตะลูกกก
    #426
    0
  8. #425 SWAGMNL (@magnoliabz) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 07:34
    อะเฮื้ออ เลือดกำเดาจะไหลค่ะ 5555555 ฮื่อ ผิดบาปมาก ความรักครั้งนี้จะจบลงเช่นไรรร แง้ กลัวความแตกละเฮียเกลียดยูตะ
    #425
    0
  9. #424 Lolpooh (@realpoohhh) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 06:30
    ฮันซลไม่เบาเลยนะคะร้อนเเรงเเพรวพราวไปหมดทุกเรื่อง เเค่คืนของให้ยูตะฉันรู้เลยว่ามันไม่ดีเเล้วเเน่ๆ สงสารยูตะที่ต้องคอยปิดบังนี่เเหละ สู้ๆลูก555 ยิ่งอ่านยิ่งชอบคิดว่าจะเป็นยังไงต่อไป สู้ๆนะคะ รอติดตามมมม^^
    #424
    0
  10. #423 minimal.htmm (@airiize) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 03:41
    โอยย ลูกตกเป็นของชายทั้งสอง แล้วแบบนี้เฮียรู้จะเป็นยังไง ;-;


    หรือจะสามพีนะ...........
    #423
    0
  11. #422 nicemafish (@nicemafish) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 03:22
    งื้อไม่นะลูกกก คิดถึงหน้าของเฮียยไว้เฮียกรักนุ้ง
    #422
    0
  12. #421 toki000 (@toki000) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 02:31
    เอื้อะ! ร้อนแรงละเกิน ยูตะหลงฮันซลเต็มๆกลัวมีใครมาเห็นจัง สงสารเฮียๆยอมยูตะมากแต่ถ้าเฮียรู้ยูตะแย่แน่ กลัวแทน
    #421
    0