อ้าวเฮ้ย! ฉันมาผิดโลก!

ตอนที่ 13 : บทที่ 12 ชนวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    1 ก.พ. 62

บทที่ 12 ชนวน
           
ขบวนออกป่าล่าสัตว์เดินทางมาถึงป่าที่อยู่นอกเขตเมืองหลวง มันทั้งร่มรื่นและเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ จะมีตัวอะไรโผล่มานี่ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย แถมยังน่าจะมีสัตว์ร้ายที่ตัวใหญ่ๆอยู่เพียบ นี่ตกลงจะล่ากันที่นี่จริงหรอ ขอกลับวังหลวงก่อนได้ม่ะ
                ทหารที่มาด้วยต่างตั้งโดมเพื่อเป็นแคมป์พักผ่อน องค์ชายเฟยฮุ่ยก็มาด้วยนะ ส่วนองค์ชายเฟยเทียนจะตามมาทีหลังน่ะ องค์หญิงเยว่ฉีก็มา เธอบอกฉันว่าอยากมาเลยขอตามมาด้วย ถึงจะแต่งตัวซะสวยเลยก็เถอะ นี่ถ้าเกิดอะไรขึ้นองค์หญิงเยว่ฉีอาจไปก่อนเพื่อนเลยนะนี่ โดนเสือลากไปกินทำไง
               
นี่เป็นเส้นทางล่าสัตว์ที่ข้าจะไป เจ้าอยู่ที่นี่กับเฟยฮุ่ย ข้ากับเฟยเทียนจะออกไปล่าเองเขาบอกฉัน งั้นหรอ แปลว่ารออยู่ที่โดมพักสินะ ไม่เอาหรอก เดี๋ยวไปซนแถวนี้
               
องค์หญิงทรงระวังตัวด้วย ที่นี่ไม่ค่อยปลอดภัยนักว่าแล้วก็หันไปมององค์หญิงเยว่ฉีขึ้นลง เห็นมั้ย ยังไงก็ดูแปลก
               
หม่อมฉันดูแลตัวเองได้เพคะ จะดูแลท่านเซียวฉินให้ดีด้วยเพคะฉันดูแลตัวได้น่า
               
ถ้าเช่นนั้นก็รอเฟยเทียนมาถึงแล้วเราจะเริ่มล่ากันเลยเฟยหลงลุกไปดูอุปกรณ์ล่าสัตว์ส่วนองค์ชายเฟยฮุ่ยก็สะบัดพัดไปมา นี่ขนาดอยู่ในป่านะ มันไม่ร้อนขนาดนั้นซะหน่อย
               
ข้าไม่โปรดการล่าสัตว์เหมือนพวกท่านพี่ ข้าแค่อยากมาเปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้นเองเมื่อเห็นฉันจ้องเขาก็เอ่ยขึ้น นี่ก็อีกราย แต่งมาซะสวยเลย กะมาพักผ่อนหย่อนใจจริงๆสินะ
                ฉันเดินออกมานอกโดมปล่อยให้องค์หญิงเยว่ฉีกับองค์ชายเฟยฮุ่ยคุยกันไป เฟยหลงกำลังขึงสายธนูเพื่อเช็คความตึงหย่อนของสาย เมื่อเห็นฉันเขาก็เบนคันธนูมาหาแล้วทำท่าเหมือนปล่อยลูกศร
                นายไม่ใช่กามเทพนะตาบ้า
! มายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไร แต่ฉันก็อดหัวเราะกับท่าทางของเขาไม่ได้ น่ารักซะไม่มี มุกจีบสาวหรือไง
                เมื่อเห็นฉันหลุดขำเขาก็แอบขำตาม ไม่ค่อยได้เห็นเขาหัวเราะเท่าไหร่เลยแฮะ มีแต่ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์มากกว่า จะว่าไปแล้วเขาไม่ได้ขลุกอยู่กับนางสนมของเขาคนไหนเลยนะ ช่วงเดือนกว่าๆที่ผ่านมานี้เขาไม่ได้อยู่กับนางสนมคนไหนของเขาเลย ค่อนข้างน่าแปลกใจทีเดียว ถึงจะเป็นเพราะไปออกรบแต่กลับมาก็ไม่ได้เรียกสนมคนไหนเข้าเฝ้า ก่อนไปก็ไม่ได้เรียกใครเลย ก่อนหน้านั้นก็ทำแต่งาน ป่านนี้นางสนมของเขาเหงาแย่ล่ะมั้ง
                รอไม่ถึงยี่สิบนาทีองค์ชายเฟยเทียนก็ควบม้ามาถึง นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาไม่ได้สวมชุดเกราะสินะ แต่แบบนี้ก็ดูดีไปอีกแบบ แถมดูทะมัดทะแมงกว่าด้วย
               
ไม่เจอกันเสียนานท่านเซียวฉิน
                เช่นกันค่ะ องค์ชายเฟยเทียนดูผอมลงนะคะหรือเพราะไม่ได้ใส่ชุดเกราะเลยมองเป็นแบบนั้น
               
เช่นนั้นรึ งานของกองทัพหนักมิใช่เล่น ท่านเองก็รักษาร่างกายให้ดีด้วย มิเช่นนั้นท่านพี่จะเป็นห่วงเขาเลื่อนสายตาไปมองเฟยหลงที่กำลังเดินมาพอดี เขาคำนับให้เฟยหลงเล็กน้อยโดยที่เฟยหลงเองก็พยักหน้ารับ
               
พักผ่อนเสียหน่อย เราจะอยู่ที่นี่หลายวันไม่ต้องรีบร้อนนอกจากมาล่าสัตว์แล้วเรายังกะค้างแรมด้วยนะ คงสนุกน่าดู เหมือนมาเข้าค่ายเลย ที่โรงเรียนเวทย์จัดออกจะบ่อยกิจกรรมนอกสถานที่แบบนี้
               
ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวท่านพี่องค์ชายเฟยเทียนเดินเข้าไปในโดมที่องค์ชายเฟยฮุ่ยอยู่ ได้ยินเสียงทักทายของทั้งคู่ด้วย ก็แบบว่าไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่องค์ชายเฟยเทียนไปหัวเมืองเหนือ แถมวันนี้เพิ่งจะกลับมาอีก
               
เขาดูทำงานหนักนะฉันหันไปพูดกับเฟยหลงที่ก้มลงมองฉันเหมือนกัน
               
ข้าเองก็ทำงานหนัก
                ไม่เหมือนกันซะหน่อย ทำงานนั่งโต๊ะกับออกภาคสนามไม่เหมือนกันนะเอ๊ะ? แล้วทำไมเขาต้องออกตัวว่าเขาทำงานหนักด้วย
               
ไม่ห่วงข้ารึ? ไม่คิดว่าข้าผอมลงบ้างรึ?ห๊ะ?
               
ห่วงไปก็ไม่ลดปริมาณงานลงนี่ อีกอย่าง นายดูสมบูรณ์แข็งแรงดีจะตายฉันจิ้มเอวเขา โห กล้ามเป็นมัดๆเลยนี่นา ดูเหมือนคนไม่ค่อยออกกำลังกายแท้ๆ
               
โห ทั้งๆที่เห็นแต่ทำงานนั่งโต๊ะ แต่ก็มีกล้ามเนื้อกับเขาด้วยนะเนี่ยว่าแล้วก็จิ้มๆๆ
               
เจ้านี่ไม่ระวังตัวซะบ้างเลย แตะเนื้อต้องตัวชายเช่นนี้เจ้านี่ช่างใจกล้าเขาคว้ามือฉันเอาไว้แล้วมองฉัน หรอ ปกติก็แตะตัวไวซ์ออกจะบ่อย
               
ทำไมอ่ะ? ที่โลกของฉันใครจะแตะใครก็ไม่เป็นไรเลย เผลอๆจูบทักทายเป็นปกติด้วยซ้ำเรื่องจริงนะ มันเป็นวัฒนธรรมที่เปิดกว้างออก
               
เจ้าเองก็เคยทำรึ?
                กับเพื่อนน่ะ เราสนิทกันนี่
                ผู้ชาย?
                ก็ทั้งชายทั้งหญิงแหละเขาส่ายหน้า อะไรของเขาเนี่ย
               
อย่าเอาวัฒนธรรมในโลกของเจ้ามาใช้ที่นี่สิ คนที่นี่ไม่เหมือนเพื่อนของเจ้าหรอกนะ
                ก็เพราะไม่ใช่เพื่อนไงถึงไม่ได้ทำ ที่ทำเมื่อกี้ก็แค่จิ้มเอวฉันเอียงคอ เมื่อกี้ก็ทำแค่นั้นนี่ โอ้ นั่นกวาง!
                เฟยหลง ดูนั่นๆฉันสะกิดเขาให้หันไปมอง มีลูกกวางอยู่ด้วยแหละ! นั่นลูกกวางใช่มั้ย!
               
กวางรึ?นายเห็นเป็นเสือหรือไง ก็กวางน่ะสิ
               
น่ารักจังเลยว้าว มันยังตัวเล็กอยู่เลย ฉันน่าจะอุ้มมันได้นะ ขอเอากลับไปด้วยได้มั้ย
               
แล้วจะไปไหนเขาคว้าแขนฉันเอาไว้เมื่อฉันตั้งใจจะไปจับกวาง
               
จับกวางไง
                มือเปล่า?
                ใช่เขาถอนหายใจ สักพักเขาก็วิ่งฉิวไปถึงลูกกวางตัวนั้นก่อนจะจับเอาไว้ได้
                ฉันกระพริบตาปริบๆ เร็วจัง แปบเดียวก็จับลูกกวางได้แล้ว เมื่อเทียบกับขนาดตัวของเฟยหลงลูกกวางตัวนั้นเล็กนิดเดียวเอง
               
เอ้านี่ของเจ้าลูกกวางตัวนั้นดวงตาเป็นประกายแถมยังตาโตอีกต่างหาก น่าจะเกิดไม่นานเท่าไหร่เลยนะ นี่หรือว่าแม่ของมันกำลังตามหาอยู่กัน? มันอาจจะหลงทางก็ได้นะ
               
มันหลงทางแน่เลย เหมือนเพิ่งเกิดเลยนะฉันจ้องลูกกวางตัวนั้นก่อนรับมาอุ้มไว้ ตัวเล็กจัง น่าจะเพิ่งเกิดนั่นแหละ ป่านนี้แม่มันคงเป็นห่วงแย่แล้วมั้ง
               
สัตว์ป่าหลงป่ารึ?
                ยังไงก็เพิ่งเกิดนี่ คงไม่รู้ทางหรอกคงต้องเอาไปคืนแม่มันแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นแม่มันคงเป็นห่วงแย่
               
ฉันจะเอาไปคืนแม่มันนะ นายรออยู่ที่นี่แหละฉันว่า แต่ก็โดนเฟยหลงเบรกเหมือนทุกที
               
ไม่ได้ เจ้าจะเข้าป่าไปไม่ได้ ถ้าจะตามหาแม่มันให้ทหารเป็นคนจัดการ
                ไม่เป็นไรหรอก ถ้าหลงก็ใช้เวทมนตร์กลับมาก็ได้ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันเดินป่าบ่อย จะที่ไหนก็เหมือนกันแหละฉันกระชับลูกกวางในมือก่อนจะวิ่งฉิวเข้าไปในป่าก่อนที่เฟยหลงจะทันได้ห้าม ฉันวิ่งเร็วนะ ถึงไม่ใช้เวทมนตร์ก็วิ่งชนะทุกคนได้สบายๆ
                เพราะตอนนี้เป็นช่วงใกล้บ่ายดังนั้นแสงเลยส่องไปทุกที่ ฉันมองหาแม่กวางไปด้วยระหว่างที่เดินป่า ไม่น่าจะหลงจากแม่มาได้ไกลขนาดนี้นะ มันเองก็เหมือนจะกลัวๆอยู่ด้วย
                ลูกกวางในอ้อมแขนฉันเริ่มดิ้นเมื่อเดินมาได้สักพัก ฉันเองก็สัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามาเลยกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ที่สูงมากต้นนึงแต่ก็ยังเห็นพื้นข้างล่างได้ชัดดี ไม่นานนักฉันก็ได้ยินเสียงคำรามต่ำๆพร้อมเสียงฝีเท้าที่เดินมาบริเวณที่ฉันซ่อนตัวอยู่ สิ่งนั้นคาบร่างกวางตัวขนาดใหญ่มาด้วย
                เข้าใจล่ะ เสือตัวนั้นฆ่าแม่ของลูกกวางตัวนี้ เพราะงั้นมันเลยหนีมาแล้วไม่อยากมาใกล้แถวนี้สินะ ว่าแต่ เสือหรอ
!
                เดี๋ยวนะ จุดๆนี้มันก็ไม่ได้ไกลจากโดมที่เราอยู่เท่าไหร่นะ ถ้าเกิดมันพุ่งเข้าไปที่โดมมีหวังมีคนถูกกินแน่ ถึงมันจะคาบแม่กวางเอาไว้ก็เถอะ มันอาจจะพุ่งเข้าใส่องค์ชายเฟยฮุ่ยหรือองค์หญิงเยว่ฉีสักคนก็ได้นะ แต่งตัวได้ล่อตาล่อใจเหลือเกิน
                ฉันใช้เวทย์ให้ลูกกวางอยู่ในอาการสงบก่อนจะมองไปรอบๆ มองจากตรงนี้ยังเห็นยอดของโดมอยู่เลย ต้องล่อเจ้าเสือตัวนี้ออกไปให้ห่างจากที่นี่ก่อนค่อยพาลูกกวางไปปล่อยที่อื่น ยังไงที่นี่ก็คือบ้านของมันมันไปจากที่นี่ไม่ได้อยู่แล้ว
                แกร็ก
!
                เพราะเผลอขยับตัวเสียงดังไปหน่อยกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้ๆเลยหักหล่นลงไปโดนหัวเจ้าเสือมัน มันสะบัดร่างของแม่กวางทิ้งก่อนจะมองหาต้นเสียง สักพักมันก็มองขึ้นมามองบนต้นไม้ ฉันได้แต่หัวเราะในลำคอ เอาแล้วไง เสือนี่ปกติวิ่งเร็วใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้นก็เน้นล่อบนต้นไม้ก็แล้วกัน
                มันคำรามต่ำก่อนจะพยายามปืนขึ้นมาบนต้นไม้ที่ฉันอยู่ ฉันไม่ปล่อยให้มันได้ใจก่อนจะรีบดีดตัวเองส่งไปยังต้นไม้ต้นอื่นแล้ววิ่งไปเรื่อยๆ เสือนั่นก็ยังคงตามฉันมาแม้ว่าจะวิ่งอยู่บนพื้น แรงขาของมันน่ากลัวเลยทีเดียว แถมแรงกระโดดก็มีมากด้วย ถ้าเป็นคนทั่วไปคงได้โดนคาบไปแล้วแน่
                ฟุบ
!
                ฉันย่อตัวหลบปลายไม้หลายต่อหลายยอดจนมาถึงจุดที่น่าจะเป็นส่วนลึกของป่าแล้ว ที่นี่แสงแดดส่องมาน้อยมากดังนั้นจึงไม่ควรอยู่ที่นี่นานนัก
                ฉันเอามีดสั้นขนาดเล็กออกมาจากอากาศก่อนจะสะบัดมันไปโดนคอของเสือตัวนั้นจนมิดด้าม ไม่นานมันก็ค่อยๆล้มลงแล้วนิ่งไป ไม่ได้ฆ่าหรอกแค่ทำให้มันสลบเท่านั้น ให้มันอยู่ไกลหน่อยตอนฟื้นจะได้ปลอดภัยแล้วกลับเข้าป่าไปเอง
                ครืน
~~
                ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้า เหมือนได้ยินเสียงฟ้าร้อง เมื่อกี้ฟ้ายังโปร่งอยู่เลย ต้องรีบไปแล้ว
                ตามทางในป่าฉันเลือกจุดที่เหมาะที่สุดก่อนจะปล่อยลูกกวาง เมื่อเช็คว่าไม่มีสัตว์ใหญ่อยู่บริเวณนั้นฉันก็รีบกลับไปที่โดมพักทันที ถ้าช้าฝนคงได้เทลงมา ต่อให้เป็นจอมเวทย์ถ้าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนายเราก็ต้องหยุดพักระหว่างการเดินทาง
                ฉันหยุดนิ่งเมื่อเม็ดฝนหยดลงบนใบหน้า มันร้อนเกินกว่าที่จะเป็นฝนได้ อุณหภูมิอาจจะอยู่ที่หกสิบหรือเจ็ดสิบองศาด้วยซ้ำ นี่ไม่ใช่ฝนตามธรรมชาติ
                เวทย์เคลื่อนย้ายถูกร่ายอย่างรวดเร็วก่อนที่ฉันจะร่วงลงจากฟ้า ให้ตายสิ ทำไมทุกครั้งที่ใช้เวทย์เคลื่อนย้ายฉันต้องร่วงลงจากฟ้าทุกที ถึงจะตรงจุดก็เถอะ
                ตุบ
!
                ทำไมต้องเป็นแบบนี้ทุกทีนะฉันร่วงลงมากระแทกกับอะไรสักอย่างก่อนจะลูบหลังปอยๆ เจ็บชะมัด
               
อะ เอ่อ ท่าน..ท่านเซียวฉินฉันก้มลงมองที่ที่ตัวเองนั่งอยู่ก่อนจะรีบลุกขึ้น ตายละ เผลอหล่นลงมาทับทหารคนนึงเข้าซะได้
               
ทุกคน เข้ามาในบาเรียให้หมด เดี๋ยวนี้!” ฉันตะโกนบอกก่อนจะประกบฝ่ามือลงบนพื้น บาเรียน้ำค่อยๆครอบคลุมบริเวณที่ตั้งแคมป์ของเรา ใครที่อยู่นอกบาเรียฉันใช้เวทย์ลากกลับเข้ามาหมด
               
เกิดอะไรขึ้น?เสียงของเฟยหลงดังมาจากข้างหลังแต่ฉันกำลังตั้งสมาธิกับการกางบาเรียอยู่เลยไม่ได้ตอบ
                จู่ๆท่านเซียวฉินก็ร่วงลงมาแล้วบอกทหารทั้งหมดให้มารวมกันพะยะค่ะเมื่อบาเรียน้ำเสร็จสมบูรณ์ฉันก็วางมือจากการร่ายเวทย์พลางลูบแขนตัวเองน้อยๆ เมื่อกี้โดนฝนนั่นลวกเอาจนเป็นรอยเลย
               
เซียวฉินฉันหันไปตามเสียงเรียกก่อนที่เฟยหลงจะดึงแขนฉันไปดู มันมีรอยโดนลวกอยู่หลายจุดแดงไปหมดเลย
               
มันเกิดอะไรขึ้น?เขาเอาผ้าชุบน้ำมาประคบแขนให้ ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น
               
ฝนน่ะฉันเงยหน้ามองฝนที่ตกลงมาบนบาเรียน้ำ พวกทหารที่มองไม่เห็นก็จะเห็นแค่ว่าฝนมันตกไม่ถึงพื้น
               
ฝน?
                ฝนที่ตกลงมาร้อนมาก ถึงขนาดลวกแขนฉันได้เลย ฉันสงสัยว่ามันจะไม่ใช่ฝนธรรมดาหรือว่าเป็นฝีมือของใครบางคนรอยแดงยังคงมีเป็นย่อมๆ ถ้าความร้อนของน้ำฝนพุ่งขึ้นสูงมากกว่านี้คงไม่ดีแน่
               
ฝีมือใครบางคนรึ? หรือว่าจะเป็นชายคนนั้น.......ถึงเขาจะพึมพำกับตัวเองแต่ฉันก็ได้ยิน ที่ว่าชายคนนั้นนี่คือ..
               
นายรู้หรอ?มีคนอื่นที่ไม่ใช่จอมเวทย์ทำแบบนี้ได้ด้วยหรอ
               
ชายที่เจ้าเจอที่น้ำตกเมื่อคราวก่อน ข้าบังเอิญไปเห็นพวกเจ้าพอดีและได้ยินที่คุยกันฉันถอนหายใจ แบบนี้เขาต้องรู้หมดแล้วน่ะสิเรื่องที่ว่าร่างกายของฉันกำลังต่อต้านพลังเวทย์แล้วอ่อนแอลงเรื่อยๆน่ะ ทำไมเขาไม่บอกฉันนะว่าเขาได้ยิน ที่แอบเก็บเงียบเอาไว้ก็เสียเปล่าน่ะสิ
               
เขาบอกจะขัดขวางฉันไม่ให้กลับไป นี่คงเป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาจะทำเพื่อขัดขวางฉันฉันหันไปที่อีกฝั่งของบาเรีย แล้วก็เจอชายคนนั้นยืนอยู่ ในมือของเขามีดาบเล่มยาวที่ดูก็รู้ว่ามันอาบพลังเวทย์ไว้เต็มเปี่ยมและเป็นตัวการในการเรียกฝนนี่มา ฉันดึงดาบออกมาจากอากาศก่อนจะปล่อยให้มันลอยอยู่รอบตัว ท่าทางวันนี้คงไม่ใช่แค่ล่าสัตว์แล้วล่ะมั้ง
               
เจ้าจะสู้รึ? ด้วยสภาพร่างกายแบบนั้นเฟยหลงคว้ามือฉันเอาไว้ ถ้าไม่สู้คนที่อยู่ที่นี่ต้องได้รับลูกหลงแน่
               
ไม่เป็นไรหรอก เห็นแบบนี้ฉันเป็นถึงจอมเวทย์นภาเชียวนะ ไม่แพ้ผู้ชายคนนั้นง่ายๆหรอกบาเรียน้ำเริ่มเปลี่ยนสภาพเล็กน้อย ถ้าทำลายดาบที่เขาถืออยู่ได้เวทย์ที่ใช้เรียกฝนนี่ก็จะหายไป ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นขอเล็งที่ดาบนั่นก็ก่อนแล้วกัน
                ฉันไม่ได้ฟังคำเตือนของเฟยหลงแล้วพุ่งออกจากบาเรียเข้าปะทะกับชายคนนั้น เขายกดาบขึ้นกันดาบของฉันที่พุ่งเข้าใส่ สายฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมากันไม่ให้เฟยหลงพุ่งออกจากบาเรียเพื่อมาช่วยฉัน ถึงเขาไม่ช่วยฉันก็ชนะได้น่า อยู่นิ่งๆในนั้นไปเถอะตาบ้า
               
ต้องการอะไรอีก คิดจะขวางกันจริงๆหรือไง!” ดาบอีกสองเล่มพุ่งเข้าใส่ชายคนนั้นอีกหนก่อนที่เขาจะกระโดดหลบได้
               
ไม่รู้สินะ ถ้าขวางเธอไม่ให้กลับไปได้หน้าที่ฉันก็ถือว่าสำเร็จฉันกางบาเรียป้องกันเพื่อรับดาบที่ฟันลงมา ชิ ขนาดนี้ยังมองไม่เห็นหน้าของหมอนี่เลย เป็นใครกันแน่
               
บอกเองไม่ใช่หรือว่าถึงฉันกลับไปฉันก็ช่วยโลกเวทมนตร์ไม่ได้ มันไม่มีผลอะไรอยู่แล้วนี่ เพราะงั้นเลิกขวางฉันสักที!” ฉันทุ่มมหาเวทย์แห่งไฟเข้าใส่ผู้ชายคนนั้นจนป่าแถวนั้นเต็มไปด้วยเปลวเพลิง สายฝนยังคงเทกระหน่ำและรุนแรงเรื่อยๆ ต่อให้ไม่ร้อนแต่ถ้าตกลงมาขนาดนี้ก็เจ็บเหมือนกัน
                 
คงจะไม่ได้เพราะฉันรับงานมาแล้ว อ๊ะๆ ใช้พลังเวทย์มากเกินไประวังฟื้นพลังไม่ทันนะจู่ๆเขาก็กลายเป็นคนขี้เล่นแถมยังเตือนฉัน รู้อยู่แล้วล่ะว่าโลกนี้ถ้าใช้พลังเวทย์มากเกินไปร่างกายจะฟื้นไม่ทัน ยิ่งตอนนี้ร่างกายฉันเริ่มต่อต้านพลังเวทย์ด้วยแล้วการฟื้นพลังยิ่งลำบาก
               
ทำแบบนี้ทำไม นายดึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องมารับลูกหลงทำไม!” ศาสตราวุธประจำถูกปลดออกจากพันธนาการ ดาบของราชาแห่งภูติที่ฉันทำสัญญาด้วยทั้งเจ็ดเล่มปรากฎอยู่รอบตัว ให้ตายสิ ฉันไม่เคยปลดพวกมันออกมาพร้อมกันเลยนะ ควบคุมก็ลำบาก ยิ่งพลังของโลกนี้มีไม่พออยู่ด้วย
               
ว้าว ศาสตราวุธของราชาภูติ สมเป็นลูกสาวของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ฟรอส เฮย์เดอร์ น่าชื่นชมจริงๆฉันชะงัก เริ่มไม่สบอารมณ์แล้วนะ ผู้ชายคนนี้รู้จักคุณพ่อได้ยังไง งานนี้ต้องเค้นคอให้จนได้!
                รู้จักคุณพ่อได้ยังไง!”
                ตายล่ะ เผลอพูดออกไปซะได้ เขาทำเหมือนตกใจที่พูดชื่อของคุณพ่อออกมา ไม่ว่ายังไงหมอนี่ก็รู้จักคุณพ่องั้นสินะ
               
เขาอยู่ที่ไหน นายรู้ใช่มั้ยว่าเขาอยู่ที่ไหน!”
                นั่นสินะ ถ้าชนะฉันได้จะยอมบอกให้ก็ได้
                พลัก!!!
                พูดเองนะฉันพุ่งถีบยอดอกก่อนจะถีบซ้ำด้วยพลังเวทย์จนผู้ชายคนนั้นกระแทกเข้ากับต้นไม้จนต้นไม้หักโค่น ฉันไม่รอให้ลุกขึ้นมาได้ทุ่มมหาเวทย์ทั้งหมดที่มีเข้าใส่ เอาให้ปางตายไปเลยจะได้เลิกกวนประสาทฉันสักที!
                มหาเวทย์ของฉันทำให้ป่าครึ่งหนึ่งถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี กลางป่าที่โล่งเตียนนั้นมีร่างของผู้ชายคนหนึ่งนอนแผ่หลาอยู่ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ชุดนั่นจะปิดหน้ามิดเกินไปแล้ว ไม่สิ ชุดนั่นไม่มีแม้แต่รอยถูกทำลายด้วยซ้ำ นี่มันอะไรกัน
               
ยอดเยี่ยมๆฉันเบิกตากว้าง ฉันบินอยู่บนฟ้าทำให้เห็นว่าเขากำลังลุกขึ้นยืนแล้วปัดเศษฝุ่นออกจากเสื้อผ้า นี่มันอะไรกัน ทุ่มมหาเวทย์ไปถึงขนาดนั้นแต่ทำไมถึงไม่เป็นอะไรเลย! เขาเป็นตัวอะไรกันแน่!
                นี่นาย.......
                มันช่างยอดเยี่ยมอะไรแบบนี้ สมกับเป็นคนที่ฉันอยากทำสัญญาด้วยจริงๆหมอนี่เป็นใครกันแน่ ที่บอกอยากทำสัญญาหมายความว่ายังไง เขารู้จักฉันมานานแค่ไหนแล้ว เกี่ยวข้องอะไรกับคุณพ่อ!
                ตอบมานะ คุณพ่ออยู่ที่ไหน ใครกันสั่งให้นายทำแบบนี้!” ฉันร่ายมหาเวทย์ขึ้นบนท้องฟ้าอีกครั้ง คราวนี้ป่าแถบนี้คงไม่มีวันได้เกิดขึ้นมาอีกแน่
               
ยังไม่ชนะเลยนี่เขาบอกก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา นั่นแหละเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นหน้าเขาชัดๆ
                ผู้เป็นราชาเหนือราชาด้วยกัน ราชาแห่งภูตผืนดินโอเบรอน
!!
                ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ เขาไม่น่าจะใช่คนที่ทำตามคำสั่งใครง่ายๆเลยนี่! ที่สำคัญ เขาไม่เคยออกมาจากโลกแห่งภูติเลยครั้งในประวัติศาสตร์ ไม่มีคนที่ได้ทำสัญญากับเขา แต่ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ได้ เขาต้องการอะไรกันแน่
               
เอาล่ะ บุตรสาวแห่งเฮย์เดอร์ เตรียมรับมือ!!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

39 ความคิดเห็น