ร้านวิจารณ์นิยาย โดย เมมเน่

ตอนที่ 11 : 008 P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง [4/5]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 พ.ย. 57

 

008 P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง โดย The.wolF

[ระดับดาว ★★★★☆]

 

อ่านนิยายเรื่อง P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง ได้ที่นี่

 

สวัสดีค่ะ ^_^ ท่านวูลฟ์เป็นผู้ฝากนิยายรายที่แปดของร้านนะคะ ขออภัยที่ส่งเรื่องของท่านช้าค่ะ เนื่องจากเราไม่ค่อยถูกจริตกับนิยายที่มีคำหยาบนัก (ทีแรกไม่สังเกตเห็น TT_TT) แต่ถือว่าเราไม่ได้แจ้งไว้ในกฎตั้งแต่แรก ตรงนี้เลยรับพิจารณานิยายของท่านวูลฟ์ไว้นะคะ จะพยายามเพ่งเนื้อหาสุดชีวิตค่ะ #เปิดระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติ

หากมีตรงไหนที่เผลอข้ามเขตใช้คำรุนแรงเกินไป หรือทำให้ท่านขุ่นข้องหมองใจต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยนะคะ จุดประสงค์ของเราคือฝึกการอ่าน และช่วยชี้แนะจุดบกพร่องในชิ้นงานนิยายที่ท่านรักไปพร้อมกัน หากมีตรงไหนต้องการชี้แจงเพิ่มเติมหลังจากอ่านคำวิจารณ์แล้วสามารถทำได้เสมอค่ะ เราเองก็ยินดีตอบคำถามให้กับท่านหรือแนะนำเพิ่มเติมเช่นกัน เข้าเรื่องเลยก็แล้วกันนะคะ

*เนื่องจากนิยายของท่านมีเนื้อหายาวมาก เราขอตามเก็บอ่านให้เพียง 10 ตอนตามที่กฎกำหนดไว้นะคะ (รวมบทนำให้แล้วค่ะ)

 

จุดที่ต้องการคำแนะนำเป็นพิเศษ : ความสมเหตุสมผลและอารมณ์ของเรื่อง เน้นบทที่ 8-10 ซึ่งเป็นเนื้อหาหลัก ตรงนี้แอบมองว่าเนื้อหาอยู่ไกลมากค่ะ ออกทะเลสมชื่อเรื่องหรือเปล่าคะเนี่ย ฮา #โดนจับถ่วงน้ำ

 

จุดเด่นอยู่ที่คำผิดไม่มีให้เห็น (ที่จริงมี 2 จุด #โดนจับถ่วงน้ำรอบ2) คำผิดน้อยแสดงถึงความรอบคอบเอาใจใส่ นักเขียนที่สายตาดีและขยันมีชัยไปกว่าครึ่ง สิ่งที่คิดว่าเป็นจุดโดดเด่นของเรื่องนี้หลังจากอ่านจบเลยคือความเป็นธรรมชาติของตัวละครค่ะ ท่านวูลฟ์เน้นการบรรยายด้วยคำพูดและเน้นตัวละครเป็นหลัก ส่วนพล็อตเป็นรองลงมา ซึ่งทำให้ใจความหลักของเนื้อหาไม่โดดเด่นเท่าที่ควร แต่ข้อดีของวิธีนี้คือตัวละครจะน่าสนใจมากและมีบุคลิกที่ชัดเจน ตัวละครจึงมักจะเป็นที่จดจำง่ายที่สุด และพวกเขาจะเป็นส่วนที่ทำให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อไป (แน่นอนว่าถ้าพวกเขาเอาแต่เล่น ก็ไม่ไปไหน...)

 

ความสมเหตุสมผลของเรื่องยังมีประเด็นให้หยิบยกขึ้นมาค่อนข้างน้อย (จากบทที่ 1-10) ด้วยความที่เนื้อหาเป็นแฟนตาซี ทำให้หลายจุดสามารถปล่อยผ่านได้ เช่น การนำปีศาจมาเป็นสัตว์เลี้ยง หรือการใช้เวทมนตร์ต่างๆของวลาด บางจุดที่คิดว่ารู้สึกแปลกๆอย่างฉากทำอาหารบนเรือก็ไม่ได้ถึงกับไม่สมเหตุสมผลอะไร แม้จะรู้สึกว่าอาหารหลักของโจรสลัดก็คืออาหารทะเล แต่การที่กลุ่มมารูนขึ้นเทียบท่าบ่อย (ดำเนินเรื่องไม่เท่าไหร่ก็เทียบท่าแล้ว) เลยรู้สึกว่าการตุนเสบียงด้วยของแห้งของพวกเขาคงไม่น่าจะยาก ด้วยการแฝงตัวปะปนไปในกลุ่มคนอย่างแนบเนียนทำให้ไม่มีใครจับได้

ส่วนที่ฉุกให้สงสัยคือเรื่องสัญลักษณ์ของเรือ กลุ่มโจรสลัดส่วนใหญ่จะมีเรือที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์รวมถึงธงที่บ่งบอกว่าพวกเขาคือใคร (เพื่อเป็นการประกาศความแข็งกร้าวที่สุดในท้องทะเลของตน) แต่ยังไม่เห็นสัญลักษณ์เหล่านี้ในกลุ่มของมารูน นอกจากสร้อยจี้แหวนสีแดงที่พวกเขาใช้เพื่อเป็นของแทนสมาชิกในกลุ่มเท่านั้น

 

**อารมณ์ของเรื่องช่วงเริ่มต้นค่อนข้างราบเรียบ ทั้งๆที่เป็นแนวผจญภัยโจรสลัดแต่กลับรู้สึกเอื่อยเฉื่อยเหมือนทะเลไร้คลื่นเสียมากกว่า ความรู้สึกโดยรวมของบทแรกยังไม่ค่อยน่าสนใจนัก มีฉากต่อสู้เพื่อดึงความตื่นเต้นในบทที่ 2 บ้าง แต่ก็ยังไม่เห็นเป้าหมายของเรื่องนี้ว่าตัวละครทั้งลำเรือต้องการจะทำอะไร ที่ไหน อย่างไร จึงค่อนข้างที่จะเคว้งคว้างอยู่กลางทะเลไปสักหน่อยค่ะ ตรงนี้คิดว่าหากดึงเนื้อหาสำคัญช่วงหลังมาเลย แล้วแทรกจุดที่ต้องการจะสื่อเข้าไปทีหลัง อาจเพิ่มตามบทสนทนาหรือความนึกคิดของตัวละครแทนว่าแต่ละคนมีที่มาที่ไปอย่างไร น่าจะทำให้เรื่องราวน่าตื่นเต้นและน่าสนใจกว่านี้ค่ะ

เนื่องจากเนื้อหาบทแรกค่อนข้างสำคัญมาก จะดึงคนอ่านได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับบทนำและเนื้อหาบทแรกๆก่อนเสมอ หากเน้นการดึงความน่าสนใจไปที่ตัวละครซึ่งเป็นตัวละครที่เกี่ยวข้องกับอีกเรื่องราวหนึ่งทั้งหมด (เห็นว่ามีอีกภาคหนึ่งมาก่อน แต่เราไม่เคยอ่านภาคนั้น) สำหรับเราที่เพิ่งอ่านเรื่องนี้ครั้งแรก อ่านแล้วเข้าใจเนื้อหาของภาคนี้ว่าเกี่ยวกับเรือโจรสลัดและการผจญภัยของกลุ่มเด็กหนุ่มบนเรือ แต่เราไม่รู้จักตัวละครเหมือนคนที่เคยอ่านมาแล้ว เลยทำให้ความน่าสนใจของเรื่องนี้ไม่ค่อยมากนักในทีแรก ด้วยตัวเนื้อเรื่องที่ไม่ค่อยดึงดูดหรือนำความน่าสนใจในส่วนใดส่วนหนึ่งออกมาได้บทแรก มีเพียงฉากและบทสนทนาที่ค่อนข้างเป็นเส้นตรง อาจเป็นเพราะท่านวูลฟ์ยังมีข้อมูลของภาคที่แล้วอยู่ เลยคิดว่าคนทั่วไปอาจเข้าใจได้ต่อให้ไม่ได้อ่านมาก่อน แต่สำหรับเราเราคิดว่าตรงจุดนี้ยังทำได้ไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินักค่ะ

 

เนื้อหาหลักนับตั้งแต่ทะเลคลั่งปรากฏตัว รวมถึงการกล่าวถึงคำเตือนเกี่ยวกับพายุที่กำลังจะมา ทำให้เริ่มรู้สึกว่า 'มันจะมีอะไรแล้วนะ' ลอยเข้ามา ณ ตอนนั้น ปมปริศนาระหว่างวลาดิเมียร์กับทะเลคลั่งเป็นที่น่าสนใจ ว่าอะไรที่ทำให้ทะเลคลั่งทนรอและพยายามถึงสามปีเพื่อหนีออกมาจากคุกเพื่อล้างแค้นไล่ล่ากลุ่มโจรสลัดได้

 

*ปัญหาการแยกแยะเอกลักษณ์ของตัวละคร เรื่องนี้ตัวละครค่อนข้างมาก และทั้งหมด(เท่าที่อ่าน)เป็นผู้ชาย อาจทำให้การแบ่งเอกลักษณ์ของตัวละครทำได้ยากกว่าปกติ ซึ่งตรงจุดนี้ท่านวูลฟ์ยังทำได้ไม่ค่อยดีนักในบางจุด ตัวละครหลายตัวนำมาอยู่ในฉากเดียวกันก็จริง แต่ยังไม่เห็นลักษณะนิสัยหรือความเป็นตัวตนของแต่ละตัวอย่างชัดเจน ที่เด่นชัดสุดว่าไม่เหมือนใครคือราล์ฟกับอเล็กเซย์ แม้คนหลังจะออกมาน้อยฉาก แต่ลักษณะทางการพูดจาทำให้เขาไม่ซ้ำใคร

ตัวละครอื่นค่อนข้างกลมกลืนกันหมดในบางที หากตัดชื่อออกแล้วสลับชื่ออีกคนลงไปก็ทำได้เพราะยังไม่มีจุดเด่นมากพอ การพูดจาโผงผางเหมือนกัน และไม่มีการบรรยายท่าทางบุคลิกที่ชัดเจนนัก แม้แต่วลาดิเมียร์เองที่เหมือนจะไม่เหมือนใคร แต่สุดท้ายความก้าวร้าวและการพูดจาโฮกฮากของเขาก็ทำให้เขากลืนไปกับคนอื่นบนเรือจนหมด หากคิดว่าเป็นพัฒนาการการซึมซับกิริยาจากคนรอบตัวก็ได้ แต่ในกรณีนี้ก็เป็นไปอย่างรวดเร็วเกินธรรมชาติ (จุดนี้อาจเป็นที่นิสัยของวลาดอยู่แล้ว แต่ก็อย่างที่แจ้งคือค่อนข้างเหมือนกับคนอื่นๆ เช่น ฮันส์ คาร์ลอส ที่สำเนียงการพูดจาแทบจะเหมือนกันเลยเป็นต้น)

รวมไปถึงบุคลิกการ 'แยกเขี้ยว' ที่ทีแรกหลงคิดว่าจะเป็นเอกลักษณ์ของใครคนหนึ่ง กลับกลายเป็นว่าแยกเขี้ยวกันทั้งเรื่องไปเสียอย่างนั้น ฮา ก็เลยแอบสงสัยอยู่นิดหน่อยว่าคนในเรื่องนี้เป็นอะไรกับการแยกเขี้ยว อย่างบทที่ 5 นี่แยกเขี้ยวกันสนุกเลยทีเดียวค่ะ แยกกันเหงือกแห้งมาจนถึงมิเชลเลยทีเดียว (ปกติไม่เคยเห็นนิยายเรื่องไหนแยกเขี้ยวกันทุกคนค่ะ 555+)

 

*ปัญหาเรื่องความเหมาะสมที่เห็นเด่นชัดเลยคือ หางเสียงและคำสบถหยาบของตัวละคร เนื่องจากเนื้อหานิยายค่อนข้างจะเป็นแนววรรณกรรมเยาวชน (จากอายุของตัวละครและการดำเนินเรื่องแบบกลุ่มวัยรุ่น) การที่ตัวละครเอกใช้หางเสียง 'วะ-ว่ะ' แล้วยังพูดสบถหยาบตลอดเวลาเลยทำให้รู้สึกไม่ค่อยดีนัก และอาจจะมีผลต่อการพิจารณาได้หากส่งสำนักพิมพ์ต่อไป ตรงนี้หากเป็นไปได้ก็แนะนำให้ตัดออกค่ะ เพราะจากบุคลิก การกระทำและกิริยาท่าทางโดยรวมก็สามารถสื่อถึงความก้าวร้าวเย็นชา ดิบเถื่อน (?) และอะไรหลายอย่างได้แล้ว ถึงจะไม่ได้หยาบคายหรือเป็นปัญหามากมาย แต่เรารู้สึกว่ามันสามารถหลีกเลี่ยงได้ เลยขอทักไว้สักนิดหนึ่ง ตรงจุดนี้ขอฝากไว้เท่านี้ค่ะ

 

*ปัญหาเรื่องการบรรยาย [หมายเหตุ : การวิจารณ์ส่วนนี้เป็นภาษาของช่วงแรก เนื่องจากเราเห็นว่าท่านได้เริ่มเขียนเรื่องนี้ไว้ค่อนข้างนานแล้ว (2 ปีทีเดียว) เลยคิดว่าปัจจุบันภาษาอ่านเปลี่ยนไปมาก แต่ท่านไม่ได้ทักให้ดูเรื่องภาษาในบทท้ายๆมาด้วย ฉะนั้นเราขอวิจารณ์เฉพาะภาษาในส่วนแรก เผื่อท่านจะได้นำไปปรับใช้ได้ในกรณีต่อไปนะคะ]

ภาษาของเรื่องโดยรวมอ่านเข้าใจง่าย ไม่มีจุดใดที่ทำให้สับสนขึ้นมาแบบติดขัด ถือว่าเป็นธรรมชาติ สื่อให้คนอ่านเข้าใจบริบทต่างๆได้ครบถ้วน แม้บางจุดจะไม่เห็นท่าทางของตัวละคร มีการบรรยายเพียงคนนั้นพูด คนนี้หัวเราะ คนนั้นตอบทำให้รู้สึกว่าฉากนี้มันไม่สำคัญสักเท่าไหร่ รวมทั้งมีการตัดประโยคคำพูดโดดออกมาจากบทบรรยายบ่อยครั้งโดยไม่ระบุว่าใครเป็นคนพูด ซึ่งน่าจะเป็นสไตล์การบรรยายแบบของท่านที่มีเอกลักษณ์อยู่พอสมควร แต่เท่าที่อ่านยังไม่รู้สึกสับสนอะไร ถือว่าจุดนี้ทำได้ค่อนข้างดีแล้ว

 

*ปัญหาการแทนสรรพนาม สรรพนามแทนตัวละครแต่ละตัวยังทำให้สับสนในหลายจุด เช่น ชายคนนั้น ชายหนุ่ม คนถูกเรียก ผู้มาใหม่...เข้าใจว่าท่านวูลฟ์พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อหรือการใช้ 'เขา' บ่อยครั้ง แต่หลายจุดก็ยังรู้สึกประหลาดและอ่านติดขัด บางทีแอบสับสนว่าใครเป็นใคร คิดว่าเป็นเพราะตัวละครส่วนใหญ่เป็นผู้ชายทั้งหมด อาจทำให้ลำบากในการเลือกใช้คำสรรพนามไปสักหน่อย ตรงนี้คิดว่าแก้ไขได้ด้วยการดึงเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของแต่ละคนออกมา การเปลี่ยนคำแทนบ่อยๆจะทำให้สับสนมากขึ้นเรื่อยๆ หากมีคำเรียกเฉพาะของแต่ละคนน่าจะทำให้จดจำตัวละครแต่ละตัวได้ดีกว่านี้ด้วยค่ะ แอบเห็นว่าช่วงบทท้ายๆเริ่มไม่เป็นแล้ว อาจเพราะเมื่อได้ฝึกภาษาก็พัฒนาไปด้วย อย่างไรหากได้ปรับแก้ ลองใช้เทคนิคเดียวกับช่วงหลังมาใช้ดูก็จะทำให้น่าสนใจมากขึ้นได้แล้วค่ะ

 

 หลังจากเกริ่นข้อมูลคร่าวๆแล้วมาเข้าส่วนถึงเนื้อเรื่องกันเลยนะคะ ตรงส่วนนี้เป็นความรู้สึกขณะที่ “เริ่ม” อ่านในแต่ละบท เพื่อให้ท่านวูลฟ์ได้เข้าใจหนึ่งในความรู้สึกของนักอ่านเวลาที่เข้ามาอ่านเป็นครั้งแรกค่ะ บทสรุปหลังจากที่อ่านเนื้อหาทั้ง 10 บทแล้วจะอยู่ด้านล่างอีกทีหนึ่งค่ะ

 

บทนำ : กล่าวถึงบรรยากาศของโลกในเรื่องนี้คร่าวๆว่ามีฝ่ายไม่ดี(ผู้ใช้เวทมนตร์)และฝ่ายดี(ผู้กล้า) รวมถึงฝ่ายสุดท้ายที่น่าจะมีบทบาทสำคัญกว่าในเรื่องนี้ แม้ไม่ควรจะมีบทบาทอะไรเลยก็ตามคือคนธรรมดานี่เอง เริ่มเรื่องมาที่ฉากของเรือสินค้าที่ถูกโจรสลัดนามว่าราล์ฟกับเกร็กปล้น มีการแนะนำตัวละครอื่นๆอย่างฮันส์และคาร์ลอสที่อยู่บนเรือเดียวกัน จบที่ใครบางคนแบบลักลอบขึ้นเรือมาด้วย

บทนำยังไม่รู้สึกน่าสนใจอะไรนัก ถึงจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโจรสลัด แต่เนื้อหาในบทนำยังค่อนข้างเรียบ การปล้นสะดมก็ไม่ได้ตื่นตาอะไร หรือมีความลึกลับอะไรแอบแฝงในการเดินทางครั้งนี้ นอกจากปมที่ท่านวูลฟ์เล่นไว้ในตอนท้าย คือให้สงสัยว่าคนที่แอบลักลอบขึ้นเรือเป็นใคร แต่ไม่ได้มีบทเกริ่นอะไรก่อนหน้าถึงคนๆนี้ เลยทำให้ไม่รู้สึกว่าอยากจะรู้สักเท่าไหร่ค่ะ ตรงนี้คิดว่าบางทีอาจเป็นเพราะตัวละครหยิบมาจากอีกเรื่อง คนที่สนใจอ่านต่อน่าจะอยากติดตามตัวละครอยู่แล้วมากกว่า แต่คนที่มาใหม่ยังไม่รู้อะไรเลย เลยยังไม่มีส่วนดึงดูดให้อ่านต่อเท่าที่ควรค่ะ

 

บทที่ 1 : บทนี้เป็นฉากสนทนาระหว่างคนบนเรือกับเด็กหนุ่มทาสที่แอบลักลอบขึ้นเรือ ราล์ฟตัดสินใจให้เอาตัวเด็กทาสคนนั้นไปขัง หลังจากนั้นเขาก็ตามไปคุยด้วยและได้รู้ว่าเด็กทาสชื่อว่า วลาด (สะกดเป็นภาษาไทยแล้วแปลกตามากค่ะ) มีการพูดคุยกันเพื่อแอบสืบพฤติกรรมของผู้มาใหม่ ตรงจุดนี้ทำให้รู้สึกถึงความรอบคอบของราล์ฟ

คำผิด 'ผิวคร้ามแดด' = 'ผิวกร้านแดด' คร้าม แปลว่า กลัว ค่ะ คิดว่าน่าจะใช้ผิด ต้องเป็นกร้านแดด ที่หมายถึงตากแดดมาเป็นเวลานานมากกว่าค่ะ

ทันที่ที่อ่านบทแรกจบ รู้สึกเข้าใจเลยค่ะว่าที่ท่านวูลฟ์บอกว่า 'เนื้อหาหลักอยู่หลังบทที่ 8' คืออะไร ฮา อ่านจบบทแล้วยังไม่ทราบเลยว่าเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรกันแน่ ความน่าสนใจยังน้อยมากเช่นเดียวกับบทนำ มีเพียงจุดที่เด็กหนุ่มตาบอดเท่านั้นที่ทำให้รู้สึกสนใจ (ตัวละครพิการหาค่อนข้างยาก)

 

บทที่ 2 : เริ่มมาด้วยห้วงความคิดของวลาดในช่วงที่ตกเป็นทาสเด็ก และเขาก็ตัดสินใจหนีออกมาจากใต้ท้องเรือ แต่ก็พบกับปีศาจแมวเข้า ดีที่ฮันส์มาช่วยไว้แต่ก็เป็นไปแบบทุลักทุเล คาร์ลอสมาช่วยเสริมอีกแรงหนึ่ง จบลงที่เขาพลาดท่าระหว่างให้วลาดไปตามกัปตัน

การบรรยายในบทนี้ทำได้ดีและละเอียดมากขึ้นค่ะ เห็นภาพตัวละครอย่างฮันส์ชัดเจน การปรากฏตัวของปีศาจแมวและความน่ากลัวก็ค่อนข้างเห็นภาพตาม รวมถึงบรรยากาศในฉากนี้โดยรวมค่อนข้างดีค่ะ ฉากต่อสู้ชัดเจนครบถ้วน ไม่สับสน ถือว่าบทนี้ผ่านค่ะ ทำให้เรื่องราวน่าสนใจขึ้น

ความสมเหตุสมผลของฉากที่ฮันส์วิ่งไปชิ้งฉ่องแอบงงนิดหน่อย ตอนแรกนึกว่าเขาจะหนีไปตามคนมาช่วยค่ะ (แบบว่าตกใจจนกลั้นไม่อยู่ ขอไปตามคนอื่นมาช่วยแทน อะไรอย่างนี้) แต่กลายเป็นยืนปลดเบาเสียอย่างนั้น ถามว่าถึงขั้นไม่มีเหตุผลหรือเปล่า ก็ไม่ถึงขั้นนั้นค่ะ พอใช้เป็นมุขตลกได้ ดูน่ารักไปอีกแบบ แต่ถ้าราดกางเกงจะฮากว่านี้ #ไม่ใช่แล้ว

 

บทที่ 3 : ต่อเนื่องจากบทแรกที่คาร์ลอสพลาดท่า หลังจากนั้นเหล่าโจรสลัดบนเรือก็ช่วยกันจัดการจนชุลมุนวุ่นวาย แต่แล้วกลับเป็นวลาดที่ใช้เพลิงปริศนาจากตัวของเขาเผาปีศาจแมวจนสิ้นฤทธิ์

ในบทนี้มีการบรรยายความนึกคิดของตัวละครบ่อยครั้งขึ้นโดยเฉพาะวลาด ทำให้เห็นว่านิสัยของวลาดจากที่ตอนแรกดูเรียบร้อยหวาดกลัวมาถึงบทนี้หายไปหมด กลายเป็นเด็กเกเรเหมือนโจรสลัดบนเรือไปโดยปริยาย ตรงนี้อาจเป็นเพราะเขานิสัยแบบนี้อยู่แล้ว (ทาสคงเจออะไรมาเยอะ) เพียงแต่ตอนแรกยังไม่ทันได้ระเบิด เมื่อเจอกับปีศาจก็เลยหลุดความรู้สึกดิบออกมา ตอนที่เขาปลดปล่อยพลังพิเศษทำให้เห็นว่าเป็นคนค่อนข้างปิดกั้น ไม่ยอมรับว่าเพิ่งทำอะไรลงไป ซึ่งความกลัวที่มีให้เห็นทำให้รู้สึกได้ว่าเขาต้องมีภูมิหลังกับการใช้พลังนี้สักอย่าง

ฉากในบทนี้โดยรวมทำได้ดีแล้วค่ะ แต่ก็แอบมีจุดให้สงสัยนิดหน่อย คล้ายเป็นสุญญากาศในหมู่ตัวละคร เพราะบนเรือมีตัวละครค่อนข้างเยอะ การหาจังหวะช่วยเหลือกันน่าจะสมเหตุสมผลกว่าการปล่อยให้ทีละคนกระโจนเข้าไปจัดการปีศาจเหมือนเป็นเกมเทิร์น (ค่อยๆรอต่อสู้ทีละคน) เพราะในความเป็นจริงน่าจะตะลุมบอนกันวุ่นวายกว่านี้จากเนื้อที่ดาดฟ้าเรือที่น่าจะกว้างพอ ซึ่งจริงๆแล้วก็วุ่นวายดีแล้วค่ะ #อ้าว แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นระบบเท่าไหร่ ถึงขั้นต้องมาให้ชี้นิ้วสั่งให้ทำนั่นนี่เลยรู้สึกแปลก อาจเพราะอุปนิสัยของแต่ละคนที่เป็นลูกเรือ พอเจอเรื่องตื่นเต้นก็เลยมึนงงกันต้องรอให้หัวหน้าคอยกำกับถึงมีสติ แล้วแอบรู้สึกแปลกอยู่ที่สถานการณ์ค่อนข้างแย่ แต่เกร็กก็ยังไล่ฮันส์หนีไปรักษาตัว มันเลยย้อนแยงกับความเป็นจริงอยู่บ้างค่ะ (ถ้าเรือไหม้จะรอดมั้ยเนี่ย...)

 

บทที่ 4 : บทนี้เล่าถึงวลาดที่เคยมีประสบการณ์ย่ำแย่เมื่อสิบเอ็ดปีก่อน พลังของเขาไม่เป็นที่ยอมรับและทำให้เขาถูกเผา (คล้ายๆกับการล่าแม่มดในสมัยก่อน) แต่ราล์ฟก็เข้ามาสนทนาด้วยเชิงเข้าใจความรู้สึกแถมยังไม่ถือโทษหรือรังเกียจทำให้วลาดรู้สึกดีขึ้น ก่อนที่ฮันส์กับอเล็กเซย์จะทำแผลที่ขาให้กับวลาด

บทนี้ไม่มีอะไรเพิ่มเติม ผ่านค่ะ

 

บทที่ 5 : เปลี่ยนฉากมาที่นายพลกาเบรียลกับเรือเอกฌาคส์สนทนากันเรื่องที่มีกลุ่มคนฆ่าสังหารหมู่โจรสลัด ตัดกลับมาที่วลาดโดนราล์ฟบังคับให้กลายเป็นเด็กทำครัวเพราะทำอาหารเป็น แล้วเขาก็ได้เจ้าปีศาจแมวตัวเดิมเป็นเพื่อนและตั้งชื่อให้มันว่า มาดาม

เรื่องของอาหารการกินของคนบนเรือ รวมถึงวิธีปรุงเป็นไปตามข้อมูล ตรงนี้ผ่านค่ะ ส่วนที่วลาดยอมให้เจ้าปีศาจแมวมาเป็นเพื่อนทั้งๆที่เพิ่งต่อสู้กันแบบถึงเลือดถึงเนื้อเรือเกือบไหม้ (?) ทำให้รู้สึกว่าลึกๆแล้ววลาดคงคิดว่าแมวตัวนี้ก็เป็นเหมือนตนเอง อาจเคยทำผิดพลาด แต่เมื่อไม่ได้ตั้งใจก็ควรจะมีที่ยืนให้กลับตัวได้ (คิดไกลมาก)

 

บทที่ 6 : เรือของพวกเขาเข้าเทียบท่า เกร็กกับอเล็กเซย์จะขึ้นฝั่งอยู่แล้วเลยชวนวลาดไปด้วย อเล็กเซย์แอบสืบข้อมูลจากแม่ค้าได้มาว่ามีกลุ่มโจรสลัดชื่อ กรงสัตว์หรือมารูน มาแถวนี้ทำให้ทหารค่อนข้างกระตือรือร้นเป็นพิเศษ ซึ่งกลุ่มที่ว่านั้นก็คือกลุ่มของพวกเขาเองนั่นแหละ ราล์ฟบังคับให้อเล็กเซย์ถอดสร้อยจี้แหวนสีแดงเลือดหมูให้ แต่เขาลังเลจนวลาดแอบสงสัย หลังจากนั้นเองที่ทหารมาพบตัวราล์ฟเข้า เขาเลยใช้วลาดเป็นตัวประกัน และพากันหนีไปแอบในตรอก แล้วราล์ฟก็ตัดสินใจแยกทางกับวลาดตรงนั้น ทิ้งท้ายว่าวลาดรู้สึกอึดอัดที่ต้องลาจาก

บทนี้เห็นความรอบคอบของอเล็กเซย์ในกรสืบเสาะข้อมูล ทำให้เห็นว่าเขาเป็นนักล้วงข้อมูลที่ดี เนื้อหาบทนี้เป็นไปอย่างธรรมชาติ ค่อนข้างมีจังหวะการตัดบทที่ดีขึ้น นอกนั้นไม่มีอะไรเพิ่มเติม ผ่านค่ะ

 

บทที่ 7 : เริ่มด้วยวลาดที่พยายามพร่ำบอกตัวเองว่าเป็นลูกพ่อค้าจะได้หลุดจากข้อสงสัยของกลุ่มทหาร แต่แล้วเขาก็กลับทำแผนเสียเสียเองด้วยการเผาทหารคนหนึ่ง แล้ววิ่งหนี และเมื่อเขานึกถึงราล์ฟ (?) เวทมนตร์เคลื่อนย้ายก็พาเขามาที่ชายหาดที่เรือของราล์ฟเทียบท่าอยู่ ราล์ฟขอให้วลาดลุกยืนขึ้นด้วยตัวเองแม้จะบาดเจ็บ และเมื่ออีกฝ่ายทำได้ เขาก็มอบสร้อยที่มีจี้แหวนสีแดงเข้มนั้นให้ เพื่อต้อนรับวลาดเป็นสมาชิกบนเรือด้วย

มาถึงตรงนี้เริ่มเห็นความอบอุ่นของตัวละครแต่ละตัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งบางทีอาจมีอยู่แล้วเพียงแต่ตอนที่อ่านจากบทต้นๆยังแยกแยะไม่ค่อยได้ พออ่านมาได้หลายตอนเข้าถึงค่อยๆเรียนรู้ตัวละครแต่ละตัวไปเรื่อยๆ สมาชิกบนเรือเริ่มดูมีชีวิตชีวา เห็นความเป็นผู้นำของราล์ฟชัดเจนมากขึ้น และเขาเหมาะจะเป็นกัปตันทีเดียวจากอุปนิสัยตั้งแต่ต้นเรื่องมาจนถึงจุดนี้ ขณะที่วลาดเริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น มีความเข้มแข็งเพื่อเปลี่ยนตัวเองไปในสิ่งที่เขาคิดว่าดีกว่า

 

บทที่ 8 : บทนี้เป็นเรื่องราวสนทนาเล่นกันระหว่างสมาชิกบนเรือ วลาดดูจะเข้ากับสมาชิกคนอื่นได้ดีขึ้น มีการเอ่ยแซวกันตามประสาเด็กใหม่ที่ถูกกลั่นแกล้งเล็กน้อยพอน่าเอ็นดู และวลาดก็เริ่มเคยชินกับการหายตัวในแบบนักเวท ตัดบทมาที่กาเรียลกับฌาคส์ กำลังปรึกษากันเรื่องโจรที่ชื่อว่าทะเลคลั่ง (ตอนแรกไม่ทราบว่าทะเลคลั่งคืออะไรเพิ่งมาทราบในบทนี้) แล้วพวกเขาก็จับตัวทะเลคลั่งได้ ปิดท้ายด้วยทะเลคลั่งที่ครุ่นคิดถึงบางสิ่ง ที่ทำให้คนอ่านฉงนว่าเขาอาจเกี่ยวข้องกับวลาดิเมียร์

จากที่ท่านวูลฟ์แจ้งว่าบทที่ 8 ถึงจะเข้าสู่เนื้อหาหลักน่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะเจ้าหนุ่มทะเลคลั่งตามชื่อเรื่องได้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว แม้มาถึงจุดนี้วลาดจะกลายเป็นตัวเอกแทนไปโดยปริยาย (นายกินเนื้อหาไปตั้ง 8 บทแล้วนะ!) แต่ด้วยการเชื่อมโยงกันระหว่างวลาดกับทะเลคลั่งทำให้รู้สึกสนใจในตัวของทั้งสองคนไปพร้อมกัน

คำผิด "โดดแดด" - "โดนแดด"

 

บทที่ 9 : สามปีผ่านไปไว้เหมือนโกหก #โดนถีบ ทะเลคลั่งได้หลุดออกมาจากห้องขังในที่สุดเพื่อตามล้างแค้นกองทัพกับโจรสลัด ตัดมาที่โฮมกลับกลุ่มโจรสลัดที่กำลังสรวลเสเฮาฮากันตามปกติสุขในร้านเหล้า มีก็แต่เกร็กที่ดูเคร่งเครียดเมื่อเขาฝันถึงเด็กหนุ่มผมแดงคนหนึ่ง (ซึ่งน่าจะเป็นทะเลคลั่ง)

เนื้อหาบทนี้จะว่าเข้าสู่พล็อตหลักแล้วก็ยังไม่เชิงนัก เหมือนท่านวูลฟ์เน้นบทบาทไปที่ตัวละครมาก ทำให้ใจความหลักถูกกลบไปเสียเยอะ ความสนุกสนานส่วนใหญ่ของเรื่องจึงตกไปอยู่ที่ตัวละครจนหมด ถึงแม้จะมีความน่ารักและเป็นธรรมชาติ แต่ลึกๆก็รู้สึกว่าเนื้อเรื่องจริงแทบไม่ขยับไปไหนเลยในบทนั้น

 

บทที่ 10 : บทนี้กล่าวถึงกลุ่มโจรซามูเอลที่ออกไล่ล่ากลุ่มมารูนของพวกเขาอยู่ ตัดมาที่มิเชลสาวนางรำประจำร้านเหล้าที่แอบหนีมาอยู่ลำพัง เธอพบกับแกเร็ธและบุคคลปริศนาในชุดคลุม พวกเขามาบอกเธอเรื่องที่ทะเลคลั่ง(คัตวา ฟลินน์)ได้ออกมาจากคุกแล้ว และตอนนี้ทุกคนกำลังตกอยู่ในอันตราย

ตรงนี้เริ่มสับสนกับกลุ่มที่มากขึ้น (แอบลืมไปแล้วว่ามารูนกับกรงสัตว์คือกลุ่มเดียวกัน) รวมถึงมีการเท้าความย้อนถึงเรื่องราวเมื่อสามปีก่อนระหว่างมิเชลและแกเร็ธกับวิลเลี่ยม (ที่ยังไม่รู้ว่าพวกนายคือใคร...) อ่านตั้งแต่ต้นจนจบถึงบทนี้ทำให้เห็นภาพรวมว่าตัวละครของเรื่องนี้ค่อนข้างมีหลายกลุ่ม และแต่ละกลุ่มก็มีเป้าหมายและจุดประสงค์ในการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ส่วนที่ยังเห็นไม่ชัดคือเป้าหมายของกลุ่มหลักของเรื่องหรือกลุ่มมารูน เข้าใจว่าเป็นโจรสลัด เป้าหมายก็แค่ออกปล้น หนีทหาร สรวลเสเฮฮาและออกทะเลเท่านั้นจึงไม่เป็นจุดเด่นมากเท่าไหร่

เรื่องราวระหว่างวลาดกับทะเลคลั่งดูมีเรื่องราวแอบแฝงเยอะและน่าสนใจ แต่เพราะมีบทบาทของตัวละครอื่นมาแทรกคั่นกันอยู่เรื่อยๆทำให้ความสำคัญของกลุ่มแต่ละกลุ่มถูกลดทอนกันลงมา เหมือนว่ากำลังจะน่าสนใจแล้ว แต่ยังไม่ทันซึมซับอย่างที่สุดก็เปลี่ยนเข้าสู่เรื่องของกลุ่มใหม่ขึ้นมาแทน ทำให้รู้สึกว่าเป็นการมุ่งเน้นไปที่ตัวละครมากกว่าเนื้อหามากไปสักนิด และเพราะตัวละครที่มากซึ่งต้องกระจายบทกันให้ทั่วถึง ตัวใจความหลักจึงไม่เด่นชัดมากเท่าที่ควร

 

ขอจบการวิจารณ์ในส่วนของรายละเอียดของแต่ละตอนไว้เท่านี้ค่ะ หวังว่าท่านวูลฟ์จะได้ข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในนิยายของท่านตั้งแต่เริ่มจนจบบทที่ 10 ในสายตาของนักอ่านคนหนึ่ง ผลการสรุปอยู่ด้านล่างค่ะ

 

ภาพรวมของเรื่อง

"P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง” เป็นชื่อเรื่องที่เข้ากับเนื้อหาในเรื่องอย่างชัดเจนคือเกี่ยวกับโจรสลัด ส่วน 'ทะเลคลั่ง' นั้นเป็นชื่อของนายโจรคนหนึ่งในเรื่องที่มีเป้าหมายในการตามล่ากลุ่มโจรสลัดของตัวละครเอก แน่นอนว่าพวกเขาต้อง 'ระวัง' ทำให้ชื่อเรื่องกับเนื้อหาสื่อถึงกันแบบตรงไปตรงมา

เนื้อหาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มโจรสลัดมารูน นำโดยกัปตันราล์ฟและลูกเรือของเขา หลังจากที่ทาสหนุ่มวลาดิเมียร์แอบลอบขึ้นเรือของพวกเขามา การผจญภัยของพวกเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้นบนท้องทะเลแห่งนั้น และมันวุ่นวายมากขึ้นเมื่อมีเบื้องลึกเบื้องหลังของวลาดิเมียร์มาเกี่ยวข้องด้วย รวมไปถึงกลุ่มโจรอื่นๆที่หวังจะกำจัดพวกเขาทำให้พวกเขาตกเป็นเป้าของศัตรูมากมาย

การมุ่งเน้นความน่าสนใจไปที่ตัวละครจนมากเกินไปทำให้เนื้อหาหลักค่อนข้างแผ่ว แม้จะมีความลึกลับซ่อนไว้ทำให้อยากรู้เรื่องราวความเป็นมาต่อไป แต่บทสนทนาหยอกล้อรวมไปถึงเรื่องราวการเล่นสนุกเฮฮาของตัวละครที่มีมาค่อนข้างบ่อยนั้นมักทำให้เนื้อหาหลุดออกจากใจความสำคัญหลักๆอยู่บ่อยครั้ง

แต่เรื่องราวของโจรสลัดกลุ่มนี้ก็ยังมีจุดดึงดูด ด้วยความที่ตัวละครแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติในแบบฉบับของโจรสลัด ทำให้การเดินทางของพวกเขามีอะไรแปลกประหลาดและเดาไม่ออกอยู่เสมอ ไม่รู้ว่ากลุ่มไหนจะโผล่มา หรือยังมีใครอีกที่คิดร้ายกับพวกเขา (ถึงพวกเขาจะแทบไม่กระตือรือร้นจะกลัวสักเท่าไหร่) ตรงจุดนี้ยังดึงความน่าสนใจไว้ได้ แม้บางทีจะรู้สึกว่าเนื้อหาจริงๆไม่ค่อยมี แต่ปริศนาที่ทิ้งไว้ก็ทำให้อยากรู้อยากเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป และพวกเขาจะต้องเผชิญกับอะไรอีกบ้าง

 

ตัวละคร : วลาดิเมียร์หรือวลาดน่าจะถือว่าเป็นตัวละครเอกของเรื่องได้จากบทบาทของเขาที่มีอยู่เรื่อยมาตั้งแต่บทแรก รวมถึงมีปูมหลังที่ถูกกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง เด็กหนุ่มคนนี้มีนิสัยที่ค่อนข้างเก็บกดพอสมควร ช่วงแรกกัดเม้มปากบ่อยมากแทนการพูดโพล่งในสิ่งที่อยู่ในใจ และมักมีความอัดอั้นที่ต้องเก็บไว้ตามลำพังเสมอ ส่งผลให้มีกิริยาที่ก้าวร้าวและดื้อเงียบ มุมอ่อนแอของเขามักจะอยู่ในความมืดมิดอันแสนโดดเดี่ยวเสียมากกว่า เพราะเรื่องราวในอดีตและพลังวิเศษที่เขามีทำให้เขาไม่เปิดใจรับใครเท่าไหร่นัก แต่ตั้งแต่เจอกับราล์ฟและได้มาอยู่บนเรือ นิสัยของเขาก็เปลี่ยนไปแทบจะคนละคน กลายเป็นคนโผงผาง เจ้าเล่ห์และพูดในสิ่งที่อยู่ในใจออกหมด ซึ่งอาจเป็นนิสัยเนื้อแท้ของเขา เพียงแต่ตอนที่ถูกจับในฐานะทาส ทำให้เขาค่อนข้างเจ็บปวด

ราล์ฟเป็นตัวละครที่เหมาะจะเป็นกัปตันมาก มีความฉลาด และมีอำนาจในการสั่งการณ์ลูกน้องทุกคนบนเรือ รวมถึงความคิดอ่านของเขาทำให้ลูกเรือเคารพโดยธรรมชาติ (และไม่เคารพโดยธรรมชาติเช่นกัน #โดนถีบ) เวลาที่เห็นใครเดือดร้อนเขาก็พุ่งตัวเข้าช่วยเสมอ ถึงแม้บางทีจะดูสิ้นคิดไปบ้าง แต่ก็เห็นอยู่ลึกๆว่าเขาวางแผนเอาไว้นิดๆไม่ให้ใครรู้ และมีความรอบคอบอยู่เสมอ

อเล็กเซย์แม้จะโผล่มาน้อยและหน้าจืด (?) แต่ด้วยบทบาทในเรื่องทำให้เขาค่อนข้างมีจุดที่โดดเด่น ด้วยอุปนิสัยการสืบข้อมูลเฉพาะตัว รวมทั้งคำพูดจาไพเราะผิดกับคนอื่นๆบนเรือทำให้เขามีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ขณะที่คาร์ลอสดูจะเหมาะกับคาแรคเตอร์ 'ช่างซ่อมซุ่มซ่าม' ที่ถึงแม้จะเป็นตัวประกอบห่างๆ แต่ก็เรียกเสียงฮาจากเพื่อนโจรสลัดด้วยกันได้เสมอ ทั้งยังมีบุคลิกในแบบที่เป็นธรรมชาติไม่เหมือนใคร

ส่วนคาแรคเตอร์ของฮันส์กับฟรังซัวร์เหมือนจะชัดเจน แต่ก็ยังนึกถึงจุดเด่นของพวกเขาไม่ออกสักทีเดียว ทะเลคลั่งที่โผล่มาน้อยยังรู้สึกถึงอารมณ์ก้าวร้าวและความดือรั้นที่เด่นชัดกว่า ความมุ่งมั่นในเป้าหมายที่ทำให้เขาอดทนรอถึงสามปีได้ ทำให้รู้ว่าความบาดหมางในอดีตนั้นต้องไม่ธรรมดา ตัวละครอื่นๆยังไม่พบว่าโดดเด่นมากนัก นอกจากมิเชลที่เป็นผู้หญิงคนเดียวในเรื่อง (ฮา) ซึ่งหล่อนก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กเด็ดเดี่ยว และสวยตามแบบฉบับสาวร้านเหล้าทั่วไปอยู่แล้ว เรื่องราวความรักที่หล่อนมีต่อกัปตันก็ไม่ใช่อะไรแปลกใหม่ ตรงนี้ขอผ่านค่ะ

 

บทสรุปคำวิจารณ์

นิยายเรื่อง P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง นี้เป็นเรื่องราวการผจญภัยของกลุ่มโรสลัดมารูน(กรงสัตว์) ทาสหนุ่มวลาดิเมียร์ได้แอบลักลอบขึ้นเรือมาเป็นตัวดำเนินหลักของเรื่องในช่วงแรก พลังเวทมนตร์ของเขารวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับทาสในอดีตที่เกี่ยวข้องกับทะเลคลั่งยังคงเป็นปริศนา ในขณะที่มารูนยังต้องเตรียมรับมือกับกลุ่มโจรสลัดอื่นที่มุ่งเป้าหมายมายังพวกเขาด้วย สิ่งที่โดดเด่นของนิยายเรื่องนี้คือตัวละคร การเขียนเนื้อหาที่มีตัวละครจำนวนมากถือเป็นงานที่ค่อนข้างลำบาก แต่นิยายเรื่องนี้ก็ทำออกมาได้ดี ตัวละครแต่ละตัวมีชีวิตชีวาและมีเป้าหมายทิศทางในแบบของใครของมัน ทว่าการมุ่งเน้นไปที่ตัวละครมากเกินไปก็มีส่วนทำให้ความน่าสนใจของเนื้อหาหลักแผ่วลงบ้าง ถึงแม้จะมีกลิ่นอายความน่าสนใจ แต่เหตุการณ์ของตัวละครก็มักกลบความตื่นเต้นของปมปริศนาไปเสียก่อน

ปล. : สิ่งที่อยากแนะนำเพิ่มเติมท่านวูลฟ์ คือ หยุดออกทะเล #หนีไปแอบหลังราล์ฟ เนื่องจากตัวเนื้อหาและตัวละครในภาพรวมค่อนข้างน่าสนใจมากอยู่แล้ว ติดอยู่ที่ความกระชับของเรื่องที่รู้สึกว่าหย่อนเกินไป การเข้าสู่เนื้อหาหลักช้าทำให้ความน่าสนใจของเรื่องดรอปหายไปเสียก่อนที่จะได้ติดตามมาถึงตรงจุดสำคัญ แม้จะมีตัวละคร(ชวนจิ้น)มาช่วยดึงความโดดเด่นเอาไว้ได้ แต่หากสามารถนำความลึกลับของปมปริศนามาเป็นตัวชูโรงควบคู่กันไปด้วยได้อีกแรง น่าจะทำให้นิยายเรื่องนี้น่าติดตามมากขึ้นกว่านี้ค่ะ Aye Aye,sir !

 

สุดท้ายแล้วก็ขอขอบคุณท่านวูลฟ์ที่ฝากนิยายโจรสลัดเรื่องนี้มาให้เราได้อ่าน และเปิดประสบการณ์แปลกใหม่อีกมุมมองหนึ่งให้กับนิยายแฟนตาซีค่ะ หวังว่าบทวิจารณ์ของเราจะช่วยพัฒนางานเขียนของท่านได้ หากมีจุดตรงไหนที่ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถแจ้งได้ตอนมา RECEIVE บทวิจารณ์ได้เลยค่ะ ส่วนไหนที่ผิดพลาดหรือใช้ถ้อยคำรุนแรงเกินไปขออภัยมา ณ ทีนี้ด้วย อยากให้ท่านทราบว่าเราคาดหวังให้งานเขียนชิ้นนี้ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น และเป็นผลงานที่ดีที่สุดของท่านค่ะ

 

หนูเน่

[11 พฤศจิกายน 2557]

 

60 ความคิดเห็น

  1. #48 The.wolF (@wolf-zaa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 14:27
    ♠ RECEIVE ♠

    1. ชื่อเรียก :
    วูล์ฟ

    2. My.id ของท่าน : http://my.dek-d.com/wolf-zaa/

    3. ได้รับคำวิจารณ์แล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ : เอื้อห์ อย่างแรกเลยต้องกราบขออภัยคุณเมมเน่เรื่องคำหยาบด้วยค่ะ TwT

    รู้สึกเหมือนโดนกระแทกเข้ากลางใจ (ฮา) ยอมรับตรงๆ เลยค่ะว่าช่วงต้นๆ เราเวิ่นมากและออกทะเลไปมาก (เขียนมาสองปีแล้วหรือนี่ ตกใจ จะว่าไปภาษาก็เปลี่ยนจริงๆ) เราเริ่มเขียนตั้งแต่ตอนที่คาแร็กเตอร์ตัวละครในหัวยังไม่ชัดและพล็อตยังไม่มีค่ะ เรียกว่าเขียนสดนั่นแหละ จริงๆ ให้ท่านวิจารณ์แค่ตอนแรกๆ ก็ดีเหมือนกันค่ะ เพราะเป็นช่วงที่เราไม่ได้เก็บรายละเอียดอะไรเลย รอรีไรท์รวดเดียว ตอนแรกก็แอบๆ เสียดายที่เคยเขียน แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่ง... อื้อ... รื้อมันหมดเลยน่าจะดีกว่าแฮะ เวิ่นอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะเหลือเกิน จะลองหาทางแทรกตัวละครเก่าให้เนียนกว่านี้ และเพิ่มส่วนเนื้อหาหลักให้เด่นขึ้นนะคะ!

    อนึ่ง ดีใจที่กัปตันไม่จืดจางค่ะ #ซับน้ำตารัวๆ

    อ้อ ขอชี้แจงจุดที่สงสัยตอนต้นนิดนะคะ เรื่องอาหาร คนเรืออาศัยของแห้งตุนไว้คราวละมากๆ เป็นหลักค่ะ ถ้าเอาตามโลกจริงแล้วแต่ก่อนเขาจะเลี้ยงสัตว์ไว้ด้วยเพื่อเป็นของสด เพราะโจรสลัดไม่ชอบหาปลา (ทำไม..) แต่หลังจากนี้จะมีตอนที่หาเสบียงกันอยู่ค่ะ เราวางเรือให้ไม่ใหญ่พอจะเลี้ยงสัตว์ เลยใช้อาหารทะเลเป็นของสดแทน แต่พวกเนื้อแห้งกับขนมปังแข็งก็ยังเป็นอาหารหลักอยู่เพราะว่าง่ายกว่า

    กับสัญลักษณ์ธง เราตั้งใจให้กลุ่มนี้ชักธงของอาณาจักรไว้บนยอดเสาแทนค่ะ (มีธงทุกอาณาจักรแถวๆ นั้นเลยแหละ ฮรี่) เป็นธงหลอกทำให้เข้าหาเรือสินค้าได้ง่ายขึ้น เทียบท่าได้ง่ายขึ้นด้วย ราล์ฟไม่มีสัญลักษณ์ของกัปตันติดตัวเพื่อไม่ให้ล่อเป้ายังไง เรือก็ไม่มีธงติดล่อเป้ายังงั้นแหละค่ะ เหตุผลเดียวกันเลย

    แล้วก็... อันนี้ไม่ได้ชี้แจงอะไร แค่เห็นพูดถึงมิเชลแล้วเราอดไม่ได้ค่ะ ไม่รู้เป็นอะไร แค่เกริ่นขึ้นมาแล้วเราก็อยากให้เห็นความรักของเธอมากกว่านี้ ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าสนใจลองอ่านบทนี้เสริมไปนะคะ แค่บทเดียวก็พอ >> จิ้ม

    4. ขอบคุณที่นำนิยายมาให้อ่านค่ะ : ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์ดีๆ เช่นกันค่า จริงๆ ตอนแรกแอบอยากฝากซ้ำ แต่เห็นท่านปิดรับแล้วบวกกับที่เขียนไว้ตอนต้นเลยเกรงใจ ไม่ฝากละกันค่ะ ฮา เอาเป็นว่าขอบคุณมากๆ จริงๆ ค่ะ! > <
    #48
    0