Moonlight อุบัติรัก ใต้แสงจันทร์ [Chanhun ft. Kaibaek] #มลชฮ

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 - โอเซฮุน [2/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    1 ก.ย. 62

บทที่ 1

โอเซฮุน

 


                ตระกูลโอ เป็นตระกูลค้าขายอันดับต้น ๆ ในแคซอง (เมืองหลวงของโครยอ) ทำการค้ากับนานาประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น ไปจนถึงอาหรับ มีอำนาจเทียบเคียงเหล่าขุนนางตำแหน่งสูง อีกทั้งทายาทผู้สืบทอดสกุลก็ล้วนแล้วแต่มีความเพียบพร้อม เป็นที่หมายตาแก่บรรดาตระกูลใหญ่ ๆ ทั้งหลายที่ฝักใฝ่หาอำนาจทั้งสิ้น



                เว้นก็แต่บุตรชายคนเล็กของบ้าน...



                โอเซฮุน ผู้ซึ่งหลงใหลการได้พบปะผู้คนในหอแดงเป็นที่สุด



                เพราะสาวงาม?



                เกรงว่าคนเช่นเขาหาใช่คนที่จะหลงเสน่ห์สาวงามง่าย ๆ เขาเพียงแต่มองหาช่องทางทำการค้า อย่างที่ท่านป้าคอยพร่ำสอนเขามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ว่าตระกูลเราเป็นตระกูลค้าขาย ให้มองหาช่องทางทำการค้าอยู่เสมอ แล้วมีหรือที่คนกตัญญูเช่นเขาจะปล่อยให้ท่านป้าต้องเปลืองน้ำลายเปล่า



                เดิมทีคุณชายสี่แห่งตระกูลโอเป็นเพียงเด็กที่ชอบเล่นซุกซน หาเรื่องประดิษฐ์สินค้าไปขายให้เด็ก ๆ ได้ไม่เว้นแต่ละวัน โชคร้ายที่การค้าที่ผ่านมาไม่ทันได้กอบโกยกำไรก็ถูกท่านพ่อริบเอาสินค้าไปเสียหมด บอกว่าสินค้าของเขาเป็นเพียงของเล่นเหลวไหลที่ไม่มีทางใช้ได้จริงเท่านั้น หากชาวบ้านเล่าลือกันว่าตระกูลโอหลอกขายสินค้าพวกนี้แก่เด็ก ๆ ท่านพ่อจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด แต่เขาก็เห็นท่านพ่อเอาหน้าไว้ที่เดิมตลอด ไม่เห็นเอาไปเก็บใส่ตู้ไว้เลยสักครา



                เมื่อย่างเข้าสู่วัยสิบห้าปี คุณชายสี่แห่งตระกูลโอผู้นี้จึงกล่าวคำสัตย์กับบ่าวรับใช้คนสนิทที่โตมาด้วยกันว่า จะไม่หวนกลับมาทำการค้ากับพวกเด็ก ๆ อีก ในคราแรกบ่าวรับใช้ดีใจจนต้องลอบปาดน้ำตา ในที่สุดคุณชายของข้าก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้วหรือนี่ แต่เมื่อเขาพูดต่อไปว่า จะไปทำการค้ากับพวกลูกขุนนางเสเพลไม่มีสมอง ที่วัน ๆ ขลุกอยู่แต่ในหอแดงแทน บ่าวรับใช้ก็แทบจะร้องห่มร้องไห้ ขอร้องอ้อนวอนให้คุณชายกลับไปค้าขายกับพวกเด็ก ๆ ตามเดิม



                แต่คนอย่างโอเซฮุน...เมื่อตัดสินใจกระทำการสิ่งใดแล้วย่อมไม่มีทางถอยหลังกลับ



                ตลอดเวลาหลายเดือนมานี้ เขาเข้าออกหอแดงเป็นว่าเล่นเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง ใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ในวงเหล้า วงพนัน ล้อมรอบด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาและเหล่าสาวงาม ทำให้ชื่อเสียของเขากระฉ่อนไปทั่วทั้งแคซองว่าเป็นคุณชายรูปงามที่มีดีแค่เปลือกนอก หากคุณหนูบ้านใดโชคร้ายได้ไปเป็นสามี จะต้องพบเจอแต่ความทุกข์ระทมใจไปจนแก่



                แต่ใครจะใส่ใจคำพูดพวกนั้นเล่า ในเมื่อเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวของเขาคือกอบโกยกำไรมหาศาลจากพวกลูกขุนนางไม่มีสมอง



                "คุณชายขอรับ วันนี้คุณชายก็จะออกไปอีกหรือขอรับ"



                "ใช่แล้วดองมิน เจ้าไปเตรียมม้าไว้ให้ข้าด้วย"



                "แต่ว่า...วันนี้คุณชายใหญ่กับคุณชายรองจะกลับมาจากเมืองจีนนะขอรับ ข้าคิดว่า..."



                เมื่อกำลังจะถูกขัดใจ คุณชายคนเล็กของบ้านก็หันขวับไปมองบ่าวรับใช้คนสนิทด้วยสายตาคมกริบประหนึ่งเหยี่ยวกำลังตะครุบเหยื่อ



                "ขะ...ข้า...จะรีบไปเตรียมม้าให้เดี๋ยวนี้ขอรับคุณชาย"



                โอเซฮุนลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ ใครจะกล้าขัดใจคุณชายคนเล็กของบ้านอย่างเขา ตั้งแต่เกิดมามีเพียงท่านพ่อผู้เดียวเท่านั้นที่ทำเช่นนั้นได้ นอกนั้นขอเพียงแค่ใช้ลูกอ้อนสักเล็กน้อย ไม่ว่าท่านป้า หรือท่านพี่ทั้งสี่คนก็มีแต่จะตามใจคุณชายคนเล็กของบ้านคนนี้เสียทุกอย่าง แล้วมีหรือที่บ่าวรับใช้ตาดำ ๆ จะกล้า



                "เจ้าเองก็ไปแต่งตัวให้ดูดีกว่านี้เสียหน่อยนะดองมิน เสื้อผ้าที่ข้าซื้อให้หายไปไหนหมดเล่า"



                "แต่คุณชายขอรับ...ข้าเป็นเพียงบ่าว..."



                "เจ้าต้องไปช่วยข้าทำการค้า และเจ้า...ก็เป็นเพื่อนของข้า" โอเซฮุนรู้สึกไม่พอใจทุกครั้งที่บ่าวรับใช้คนสนิทตัดพ้อเรื่องชาติกำเนิดของตัวเอง เป็นบ่าวแล้วอย่างไร...ไม่มีสิทธิ์แต่งตัวให้ดูดีอย่างนั้นหรือ เขาเองก็พบพวกลูกขุนนางเสเพลมาไม่น้อย ยากนักที่จะหาใครดูดีมีสง่าเท่าบ่าวรับใช้ของเขา บอกว่าดองมินเป็นลูกขุนนางเขายังจะเชื่อมากกว่า "เข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่"



                "ขะ...เข้าใจขอรับคุณชาย"



                "งั้นเจ้าก็ไปได้แล้ว"



                "ขอรับ"



                โอเซฮุนยกยิ้ม ทอดน่องเดินชมดอกไม้ที่ท่านพี่หญิงของเขาปลูกไว้ในสวนดอกไม้ที่เคยเป็นของท่านแม่ นับตั้งแต่ที่ท่านแม่จากไป ก็มีแต่ท่านพี่หญิงนี่แหละที่รู้ใจเขาว่าชอบชมดอกไม้มากเพียงใด จึงได้สรรหาดอกไม้นานาพรรณมาปลูกไว้มากมายเช่นนี้



                "ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ถึงเพียงนี้...วันนี้คงไม่ต้องไปหาความสุขที่หอแดงแล้วกระมัง"



                ครั้นได้ยินเสียงของโอซังฮยอน พี่สาวเพียงคนเดียวของเขาดังแว่วมา ลมหายใจของโอเซฮุนก็สะดุด เขาค่อย ๆ เอี้ยวตัวไปด้านหลัง ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ



                "ทะ...ท่านพี่หญิง! ข้า...นึกว่าท่านไปกราบพระกับท่านป้าเสียอีก"



                "เพิ่งกลับมาถึงก็เห็นดองมินเร่งรีบไปเตรียมม้า จะไปหอแดงอีกแล้วหรือ"



                "ขะ...ขอรับ...คือข้า...อยากจะไปหาช่องทางทำการค้าเสียหน่อย" พูดจบก็หัวเราะแหะ ๆ หลบสายตาของคนเป็นพี่ เหตุใดสายตาจึงได้น่ากลัวถึงเพียงนี้ ท่านพี่หญิงอยู่กับท่านป้าบ่อยไปแล้วกระมัง



                "วันนี้พี่ใหญ่กับพี่รองจะกลับบ้าน จะไม่อยู่ต้อนรับท่านพี่หน่อยหรือ"



                "โธ่...ไม่มีข้าสักคนคงไม่เป็นไรหรอก หากข้าอยู่...ท่านพี่ทั้งสองจะพาลมาหาเรื่องข้าเปล่า ๆ งานเลี้ยงที่อุตส่าห์เตรียมไว้ต้อนรับก็จะพังไม่เป็นท่า ให้ข้าออกไปให้พ้น ๆ หน้าถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด!" พูดจบก็คลี่ยิ้มแป้นก่อนจะค่อย ๆ หุบยิ้มลงเพราะท่านพี่หญิงของเขาส่งสายตาน่ากลัวมาให้อีกแล้ว



                "ท่านพ่อกลุ้มใจเพราะเจ้ามาก รู้หรือไม่"



                "โธ่...แล้วท่านพี่หญิงจะให้ข้าทำเช่นไร ข้าไม่ได้มีความสามารถเหมือนพี่ใหญ่กับพี่รอง ยิ่งให้ไปจับดาบ จับกระบี่ ฝึกวิทยายุทธเหมือนพี่สามยิ่งไม่ใช่แนวทางของข้า ครั้นจะอยู่แต่กับท่าน...ก็เกรงว่าจะต้องไปบวชเป็นพระเข้าสักครา เหตุใดท่านพี่หญิงจึงไม่เข้าใจหัวอกข้าเล่า" โอเซฮุนตีหน้าเศร้า มองพี่สาวที่ทอดถอนหายใจออกมาแผ่วเบา แล้วลอบยิ้มกับตัวเอง



                ท่าทางเช่นนี้...เขาย่อมรู้ดีว่าท่านพี่หญิงใจอ่อน เพราะไม่ว่าใครก็มักจะถอนหายใจก่อนจะอนุญาตเขาทั้งนั้น เว้นแต่ท่านพ่อ ที่ถอนหายใจทีไรก็เป็นอันต้องลงโทษเขาเสียทุกครา



                "เช่นนั้นก็รีบกลับ แล้วอย่าก่อเรื่อง"



                โอเซฮุนดีใจจนแทบอยากจะกระโดดกอดผู้เป็นพี่แทนคำขอบคุณ แต่ทำได้เพียงแค่ก้มหัวให้ท่านพี่หญิงเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาบาง ๆ "ท่านพี่หญิงเข้าใจหัวอกข้าที่สุด"



                ยามนี้...เมื่อมองน้องชายตัวแสบ โอซังฮยอนก็ได้แต่ส่ายหัวเบา ๆ ช่างพูดช่างจายิ่งนัก จะขัดใจสักครั้งก็รังแต่จะตีหน้าเศร้า แล้วคนเป็นพี่อย่างนางจะทนเห็นสีหน้าแบบนั้นได้อย่างไร ในใจหวังเพียงแค่หนนี้เจ้าเด็กดื้อจะไม่ไปก่อเรื่องวุ่นวายให้ท่านพ่อต้องกลุ้มใจอีก



                เดิมทีเมื่อเห็นว่าท่านพี่หญิงกลับมาแล้ว โอเซฮุนก็คิดว่าจะต้องถูกห้ามไม่ให้ไปหอแดงเป็นแน่ แต่ในเมื่อเหตุการณ์กลับพลิกผัน เขาจึงรีบเร่งฝีเท้าเดินตรงไปหาดองมินทันที หากรั้งรออีกเพียงนิดแล้วท่านป้ามาเห็นเข้า เกรงว่าจะต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่ โดนบ่นจนหูชาสักยกหนึ่งแล้วค่อยกินข้าว จากนั้นก็โดนบ่นจนหูชาเป็นยกที่สองแล้วค่อยเข้านอน



                ดังนั้นเขาจึงต้องรีบออกไปให้เร็วที่สุด เร็วได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี...





[2]

                ร้านค้าเรียงรายทอดยาวตลอดสองข้างทาง แว่วเสียงร้องเรียกให้หยุดดูสินค้าดังขึ้นเป็นระยะ คนหนึ่งเดินตัวตรง สง่าผ่าเผย เงี่ยหูฟังชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน อีกคนกลับเหลียวหน้าแลหลัง ตื่นตาตื่นใจกับสรรพสิ่งรอบกายไปเสียหมด ด้านหลังของคนทั้งคู่มีใครอีกคนเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ เพื่อคอยดูแลอารักขา ชนิดริ้นไม่ให้ไต่ ไรก็อย่าหวังจะได้ตอม



                ครั้นเดินมาถึงทางสายหลักเส้นหนึ่ง แสงไฟจากโคมแดงที่ถูกประดับตกแต่งอย่างเอิกเหริกในสถานที่แห่งหนึ่งก็ปะทะต้องใบหน้า เจ้าของดวงตาที่เบิกกว้างมาตลอดทางพลันตะลึงงัน หยุดเดินเพื่อเรียกสติตัวเองครู่หนึ่ง ก่อนจะวิ่งแจ้นไปคว้าแขนท่านพี่ของเขาเอาไว้ แล้วเอ่ยถามอย่างกระซิบกระซาบ



                "ทะ...ท่านพี่...หรือว่าที่แห่งนี้จะเป็น..."



                "อือ"



                ได้ยินเพียงคำตอบสั้น ๆ เลือดในตัวของวังบยอนก็พุ่งพล่านจนเจ้าของร่างต้องกระโดดเหยง ๆ ระบายความตื่นเต้นที่พุ่งสูงขึ้นมา "เช่นนั้นข้า...ขอเข้าไปได้หรือไม่"



                วังยอลกำลังจะอ้าปากบอกปฏิเสธ แต่ฉับพลันนั้นสายตากลับเหลือบไปเห็น 'สิ่งน่าสนใจ' เข้าเสียก่อน จึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โดยที่สายตาไม่ได้ละออกจากสิ่งน่าสนใจที่อยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย



                "ไหน ๆ ก็มาแล้ว...อยากจะไปที่ใดก็ตามใจเจ้าเถิด"



                "ท่านพี่! ท่านพูดจริงหรือ? จริง ๆ หรือขอรับ!" วังบยอนดีใจจนเนื้อเต้น ไม่ต้องรอให้วังยอลตอบคำถามก็รีบกล่าวคำขอบคุณยกใหญ่แล้วจ้ำเท้าเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นทันที เขาได้ยินชื่อเสียงของ 'หอแดง' มานักต่อนัก อยากรู้เหลือเกินว่าหอนางโลมอันดับหนึ่งในแคซองจะวิเศษวิโสปานไหน เห็นทีการได้ออกมานอกวังครานี้ จะเป็นการได้เปิดโลกทัศน์โดยแท้



                ครั้นน้องชายกึ่งวิ่งกึ่งเดินจากไปได้ไม่นาน วังยอลก็เอ่ยสั่งคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเสียงแผ่ว "จอง...เจ้ารีบตามไป"



                "แล้วองค์ชายล่ะพะยะค่ะ"



                "ข้าจะอยู่ทางนี้สักพัก เจ้าคอยดูแลบยอนให้ดี"



                "พะยะค่ะองค์ชาย"



                เมื่อได้รับคำสั่ง ก็รีบปฏิบัติตามโดยไม่ซักถามสิ่งใดอีก แม้ว่าความจริงนั้น...ความสงสัยระลอกหนึ่งจะตีตื้นขึ้นมากลางอก ด้วยเดิมทีไม่ว่าจะออกมานอกวังสักกี่ครา องค์ชายสิบก็มิเคยเฉียดกายเข้าใกล้สถานที่แห่งนี้เลยแม้แต่น้อย แล้วมีหรือที่จะปล่อยให้พระอนุชาที่เพิ่งเคยออกนอกวังเป็นครั้งแรกเข้าไปในที่แบบนั้น เห็นทีครานี้จะมีบางสิ่งบางอย่างต้องตาต้องใจองค์ชายสิบเข้าให้แล้ว



                และก็เป็นจริงดังนั้น...



                หากแต่สิ่งที่ต้องตาต้องใจวังยอลหาใช่สิ่งของ แต่กลับเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ตรงซุ้มประตูทางเข้า คนกลุ่มนั้น มองแวบเดียวก็ดูออกว่าคนหนึ่งจะต้องเป็นคุณชายเสเพลที่เข้าออกหอแดงเป็นว่าเล่น ท่าทางยืนกอดอก เชิดหน้า ไม่สนใจสิ่งใดเช่นนั้นย่อมบอกว่าคนผู้นี้เป็นหัวโจก ส่วนคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก้มหน้าถือสัมภาระไม่พูดไม่จาย่อมเป็นบ่าวรับใช้ของเขา อีกคนที่ใบหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก คุกเข่าอ้อนวอนขอร้องคุณชายท่านนั้นอยู่คงเป็นลิ่วล้อกระมัง แต่เหตุใดจึงได้มีสภาพเช่นนั้นเล่า? ถูกทุบตีเพราะทำงานพลาดอย่างนั้นหรือ



                ความคิดนี้เพิ่งจะผุดขึ้นในหัวได้ไม่นาน คุณชายท่านนั้นก็สะบัดขาตัวเองทีหนึ่ง คนที่กอดแข้งกอดขาอยู่ก่อนหน้าเป็นอันต้องกลิ้งหลุน ๆ ไปบนพื้น



                "ฮยอนอู!! เจ้าอย่ามาเกะกะขวางทางข้า!"



                "คุณชายขอรับ คุณชายต้องช่วยข้านะขอรับ ข้าไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งผู้ใดแล้ว"



                "เฮอะ! เหตุใดข้าต้องช่วยเจ้าด้วยเล่า มีประโยชน์อันใดรึ!"



                "หากคุณชายกำลังหาช่องทางทำการค้ากับพวกลูกขุนนางเสเพลไม่มีสมอง ตัวข้า...ก็นับว่ายังมีประโยชน์อยู่มากโขขอรับคุณชาย"



                "อย่างไร?" โอเซฮุนหลุบตามองคนตรงหน้า ก็เห็น ๆ อยู่ว่า 'ลูกขุนนางเสเพลไม่มีสมอง' ที่ว่า มันก็รวมเจ้าอยู่ในนั้นด้วยไม่ใช่หรือ แล้วคนที่ทั้งเสเพล ทั้งไม่มีสมอง กระทั่งตัวเองยังดูแลไม่ได้เช่นนี้ จะมีประโยชน์ได้อย่างไรเล่า



                "คุณชายคงเคยได้ยินชื่อเสียงของบุตรชายท่านเสนาบดีการคลังมาบ้างแล้ว...ฮันกยองผู้นั้นนับว่าเป็นตู้เก็บเงินเดินได้โดยแท้ อีกทั้งยังโง่งมและหยิ่งผยองยิ่งนัก ขอเพียงแค่รู้ว่าสินค้าของคุณชายจะทำให้เขาอยู่เหนือผู้อื่นได้ มีหรือที่เขาจะไม่ตกลงทำการค้าด้วย...เพียงแต่ว่า..."



                "เพียงแต่อะไร"



                เมื่อเห็นว่าตนชักจูงความสนใจได้สำเร็จก็รีบคลานเข่าเข้าไปกอดแข้งกอดขาแล้วกล่าวอย่างประจบประแจงว่า "เพียงแต่คนผู้นั้นหาได้จิตใจประเสริฐอย่างท่าน เขาชอบวางอำนาจบาตรใหญ่ รังแกผู้อื่นไปทั่ว หากพบว่าสินค้าของคุณชายมิได้...แค่ก ๆ ๆ ดีตามที่กล่าวอ้าง..."



                แม้จะจงใจพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว พูดไปไอไปจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง แต่โอเซฮุนกลับได้ยินชัดถนัดหูนัก เขาสะบัดขาตัวเองอีกทีหนึ่ง คนที่กอดแข้งกอดขาอยู่ก็เป็นอันต้องกลิ้งหลุน ๆ ไปอีกรอบ



                "เจ้า!! หาว่าข้าหลอกขายสินค้าให้ผู้อื่นอย่างนั้นรึ!"



                "มิกล้า...มิกล้าขอรับคุณชาย ข้าเพียงแต่อยากบอกว่า...หากท่านคิดจะทำการค้ากับคนผู้นั้น...จะต้องรู้จักทางหนีทีไล่เป็นอย่างดีขอรับ"



                "...เจ้ารู้?"



                "ข้าเพิ่งจะรอดตายมาหมาด ๆ จะไม่รู้ได้อย่างไรเล่าขอรับคุณชาย"



                โอเซฮุนหยุดคิดครู่หนึ่ง แล้วค่อยกล่าวต่อว่า "คนที่ทำให้เจ้ามีสภาพเยี่ยงศพเดินได้เช่นนี้ คือฮันกยองผู้นั้นกระมัง"



                "มิผิดขอรับ...คุณชายช่างสติปัญญาล้ำเลิศยิ่งนัก ข้ายังไม่ทันพูดอะไรท่านก็เดาออกหมดแล้ว"



                ได้ฟังถ้อยคำประจบประแจงเช่นนั้น โอเซฮุนก็รู้สึกระคายหูยิ่ง เขายกมือขึ้นโบกสองทีให้คนตรงหน้าหยุดพูด แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับเข้าใจผิดคิดว่าเขาจะโบกศีรษะตน จึงรีบยกสองมือขึ้นป้องศีรษะ แล้วร้องตะโกนเสียงดังลั่น



                "อย่าทำข้าขอรับคุณชาย! อย่าทำข้า!"



                โอเซฮุนไม่ได้ตั้งรับท่าทางขวัญหนีดีฝ่อไว้แต่แรก พอเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ชะงักกันไปครู่หนึ่ง เขาหันซ้ายแลขวา เห็นผู้คนละแวกนั้นมองมาก็รีบกระซิบบอกคนตรงหน้า "ฮงฮยอนอู! เจ้ายังไม่รีบลุกขึ้นมาอีก"



                "ขะ...คุณชายจะทำอะไรข้าขอรับ"



                "ข้าจะทำอะไรเจ้าเล่า ฆ่าเจ้างั้นรึ!"



                ผู้คนที่อยู่โดยรอบหูผึ่งรอฟังเรื่องราวอยู่ก่อนแล้ว พอได้ยินประโยคนี้เข้าก็เป็นอันแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง คุณชายเล็กตระกูลโอผู้นี้ช่างอันธพาลยิ่งนัก เดิมทีแค่ทำตัวสำมะเลเทเมาเคล้านารีก็งามหน้ามากพออยู่แล้ว บัดนี้กลับข่มเหงรังแกผู้อื่น! ดูสภาพอเนจอนาถของคนที่ถูกเขารังแกนั่นเสียก่อน ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแล้ว คนผู้นี้ตอนยังเล็กช่างเป็นเด็กน่ารักน่าทะนุถนอม แต่โตมากลับเป็นจุดด่างพร้อย สร้างเรื่องเสื่อมเสียให้แก่วงศ์ตระกูล ช่างน่าสงสารนายท่านตระกูลโอเป็นที่สุด



                แต่วังยอลที่เฝ้าดูเหตุการณ์มาตลอดกลับไม่คิดเช่นนั้น เขาเพียงแต่คิดว่า...ช่างน่าสนใจดีแท้



                โอเซฮุนหวังจะแก้หน้าให้ตัวเอง พอเห็นคนแตกฮือไปคนละทิศคนละทางกลับรู้สึกปวดใจยิ่ง เขาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายเช่นนั้นเสียหน่อย คิดว่าเขาเป็นคนอย่างไรกันเล่า ครั้นเหลือบไปเห็นคุณชายท่านหนึ่งยังคงมองมาทางนี้ โอเซฮุนก็ยืดตัวตรง เอามือไพล่หลังข้างหนึ่ง แล้วยื่นมืออีกข้างไปให้คนตรงหน้า แม้จะมีเพียงคนเดียวที่เห็นว่าเขาเป็นคนดี ก็ดีกว่าไม่มีใครเห็นเลยสักคน อย่างน้อย...ก็อาจมีใครแก้หน้าให้เขาบ้าง



                "เจ้าลุกขึ้นมาเสีย"



                "คุณชายยอมช่วยข้าแล้วหรือขอรับ?"



                "ลุกขึ้นมา...แล้วค่อยเข้าไปหารือกันข้างใน"



                พอเห็นอีกฝ่ายยอมลุกขึ้นมาแต่โดยดี โอเซฮุนก็รีบเดินนำเข้าไปในหอแดง แต่ฉับพลันนั้นกลับมีร่างของคนผู้หนึ่งมาขวางทางไว้



                เป็นคุณชายท่านนั้นที่มองมาเมื่อครู่ เขาคลี่ยิ้มพลางพูดว่า "คุณชายท่านนี้...ได้ยินว่าท่านกำลังหาช่องทางทำการค้าอย่างนั้นหรือ"



                โอเซฮุนได้ยินดังนั้นลมหายใจก็พลันสะดุด ถามเช่นนี้แสดงว่าฟังเขาพูดมาตลอดเลยหรือ? เขาเพ่งพิศมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างถ้วนถี่ ใบหน้านี้เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก นับว่ารูปงามหาตัวจับยาก แต่ก็ยังน้อยกว่าเขาอยู่ขุมหนึ่ง มองจากอาภรณ์เนื้อดีที่คุณชายท่านนี้สวมใส่ ป้ายหยกที่ห้อยอยู่ข้างเอว กับท่าทางสง่าผ่าเผยนั้น ก็คาดเดาเอาเองว่าคนผู้นี้คงเป็นคุณชายตระกูลใหญ่สักตระกูลที่เดินทางมาจากต่างเมืองกระมัง



                น่าเสียดายที่เขาไม่นิยมคบคนฉลาด ไม่อย่างนั้นคนผู้นี้คงเป็นบ่อเงินบ่อทองให้เขากอบโกยกำไรมหาศาลเป็นแน่แท้



                คิดได้ดังนั้น โอเซฮุนก็คลี่ยิ้มออกมาบาง ๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความไม่อยากผูกมิตรอยู่ในทีว่า "ข้าหรือ...ตั้งแต่เกิดมาจนป่านนี้ ยังไม่เคยมีวันใดคิดอยากจะทำการค้าเลยสักครา...ท่านคงได้ยินอะไรผิดไปแล้วกระมัง"



                มุมปากของวังยอลคล้ายกระตุกไปวูบหนึ่ง เขาเลิกคิ้ว กล่าวว่า "เช่นนั้นหรือ..." แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค โอเซฮุนก็ก้มศีรษะลงเล็กน้อย



                "ข้าขอตัวก่อน"



                พูดจบก็เร่งฝีเท้าเดินจากไปทันที ไหนเลยเขาจะเปิดโอกาสให้คนผู้นั้นมาซักถามได้อีก แค่มีคนได้ยินแผนการทำการค้าของเขาก็นับว่าสถานการณ์ย่ำแย่พอแล้ว หากคนผู้นั้นเป็นคนฉลาด ไหวพริบปฏิภาณดีเยี่ยม การค้าของเขามิสู้หมดโอกาสทำกำไรตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มหรอกหรือ? เขาอุตส่าห์ยอมลงทุนเป็นคุณชายเสเพล 'ที่มีดีแค่เปลือกนอก' จนแทบจะไม่มีหญิงใดชายตามองแล้วนะ! หากการค้าครั้งนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่าอีก ชื่อเสียงที่เสียไปของเขาใครจะรับผิดชอบเล่า เขาไม่มีทางยอมเด็ดขาด เป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมแน่  






.................................................

          meminemay : มาอัปแล้วคับบบ เนื่องจากตั้งใจไว้ว่าจะมาอัปอาทิตย์ละครั้ง (จะพยายามไม่ให้เกินสองTT) เราเลยจะแบ่งเป็นตอนละประมาณ 2-3 พาร์ทนะคะ อัปครั้งหน้าจะใส่ตัวเลขไว้ให้ด้วย ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่าา ฝาก #มลชฮ ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะค้าาา เอ็นดูน้องกันเยอะ ๆ น้าาา><
          [2] : พาคุณชายเล็กตระกูลโอมาส่งความคิดถึงถึงทุกคนค่ะ<3 ช่วงที่ผ่านมาเราไม่ค่อยได้อัปนิยายเลย ด้วยความเหนื่อย+ขี้เกียจ เลยคิดว่าถ้าหยุดไปสักพักคงทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่พอหยุดไปจริง ๆ เราก็ค้นพบว่าสิ่งที่ทำให้เราหายเหนื่อยไม่ใช่การหยุดพัก แต่เป็นการได้อ่านคอมเมนต์จากทุกคนต่างหาก55 ไว้จะหาเวลามาอัปบ่อย ๆ นะคะ (ทั้งเรื่องนี้แล้วก็เรื่องอื่นด้วย) เข้าไปคุยกันใน #มลชฮ ได้น้าา ฝากด้วยค่า รักเสมอ<3<3
TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #17 Oseb16 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 17:29
    มาต่อไวๆน๊าคูมไรท์ สนุกมากเลย อยากเห็นคุณชายโอลับฝีปากกับองค์ชายวังยอล
    #17
    0
  2. #16 CH lover (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 01:26

    คุณชายโอ เซฮุน ดูท่าคงแสบไม่ใช่เล่น ชอบคาแรกเตอร์นี่ของน้องฮุนอ่า อยากอ่านชานฮันแบบพีเรียดนานแล้ว แค่ตอนแรกก็สนุกแล้ว รอตอนต่อไปอยู่ เป็นกำลังใจให้ไรท์น้า

    #16
    0
  3. #15 Oseb16 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 01:05

    สนุกมากๆ รอติดตามนะคะ^^

    #15
    0
  4. #14 mmmmyyyy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 00:35
    แงงงง น้องงุงน่ารักมากๆๆๆๆๆ อิมเมจที่ไรท์เลือกมาก้เข้ามาดเลย อ่านแล้วนึกภาพตามได้ดีเลยค่ะ รอน้องเจอกับพี่ชานยอลน้าาา สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้
    #14
    0
  5. #13 BossP_N (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 21:28
    รออออออออออ อยากอ่านมาก เป็นกำลังใจให้น้าาาาาา น้องดูร่าเริงมาก ต้องน่ารักมากๆแน่ๆเลย โถ ก็หนูไม่ถนัดดาบหรือใช้กำลังนี่เนาะㅠㅠ
    #13
    0