ข้ามพิภพสยบมนตรา [ดาร์คแฟนตาซี 18+]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 553 Views

  • 0 Comments

  • 28 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    8

    Overall
    553

ตอนที่ 21 : สัมพันธ์ต้องห้าม [ช่วงต้น]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

“เจ้าค่ะ” ราเนียร์ตอบกลับสั้นๆด้วยรอยยิ้ม ในห้องมีเพียงเขาและนาง ในมิติที่โดดเดี่ยวและเป็นเอกเทศที่มีเพียงสองฅน ราเนียร์กลับรู้สึกว่านางไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว อยากจะอยู่ในโลกแคบๆแบบนี้ต่อไป กับชายปริศนาที่เจอกันไม่นาน กับบุรุษปริศนาที่พลิกชีวิตนางได้ในวันเดียว กับฅนแปลกหน้าที่พบพานราวกับรักแรกพบ แม้จะอยู่กันเพียงแค่สองฅนในห้องนี้ กลับไม่ได้ทำให้นางรู้สึกอึดอัดใดๆ มีเพียงเสียงหัวใจที่กรีดร้องอย่างเงียบงันภายใต้ความต้องการที่เดือดระอุ : มากกว่านี้ มากกว่านี้อีก ได้โปรด


ร่างเล็กๆไร้การเติบโตที่สูงเพียงสองศอกกว่าๆ(เมตรกว่า) หน้าอกแบนๆไร้การดึงดูด เอวบางๆไร้ความแข็งแกร่ง ภายใต้ท่าทีเกรงอกเกรงใจนั้นอนิเกลรู้ดีว่ามีอะไรเก็บซ่อนอยู่ ความนิ่งเงียบดำเนินต่อไปราวกับเวลาในมิติแห่งนี้กำลังหยุดนิ่ง ด้วยรูปร่างของราเนียร์เปรียบเทียบกับเขาคงเป็นได้แค่เด็ก แต่ตามอายุแล้วราเนียร์กลับแก่กว่าเขามาก! ถึงอย่างนั้นแม้ภายในใจเขายังคงรู้สึกหวั่นไหวต่อสิ่งเหล่านั้นอย่างแรงกล้า แต่เขากลับไม่คิดที่จะแสดงมันออกมาแม้แต่น้อย


“ท่านคงเหนื่อยล้ามากแล้ว ชำระล้างร่างกายแล้วพักผ่อนสักหน่อยเถิด ค่อยๆเรียนรู้กับร่างกายที่พึ่งจะเกิดใหม่” อนิเกลกล่าวหลังจากความเงียบดำเนินมาเป็นเวลานาน เขานึกได้ว่าราเนียร์ยังไม่ได้พักเลย จากคำกล่าวนางจึงพยักหน้ารับคำและเดินเข้าห้องอาบน้ำไป เมื่อนึกถึงชาร์ลอตต์ อนิเกลก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ แต่หากกลับมาคงรออยู่ห้องรับรองแล้วแน่ๆ


อนิเกลนั่งลงบนที่นอน ก่อนจะเริ่มตรวจเช็คสิ่งของจากวงเวทย์ซ่อนมิติใต้ฝ่ามือขวา และค่อยๆเคลื่อนย้ายมาไว้ในกำไลมรกต วิญญาณมังกรเสื่อมสภาพเต็มที่แล้ว จะหายไปตอนไหนก็คงไม่แปลก ในขณะที่เขาย้ายของอยู่นั้นเอง เขาหยุดชะงักหลังจากเห็นฟันเฟืองสีเหลืองอันเล็กๆอันหนึ่ง “ชิ้นส่วนลานแห่งกุญแจเวลา... สมบัติของราชันย์อสูร จักรพรรดิเมเทลโอผู้ล่วงลับ หรือจะเป็น...ผู้พิทักษ์กาลเวลาแห่งอดีต?”


อนิเกลรับรู้ว่าเป็นเพียงชิ้นส่วนเท่านั้น เขาไม่สนใจมันมากเก็บมันไว้ในกำไลมรกตอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนมันจะไม่ใช่สิ่งที่มีประโยชน์สำหรับเขา หลังจากเคลื่อนย้ายของทั้งหมดเสร็จสิ้น เขาจึงทำการลบวงเวทย์ใต้ฝ่ามือขวา ด้วยพลังเวทย์ของเขาในตอนนี้ การจะเขียนมันขึ้นมาใหม่หรือวาดทับนับว่าเป็นเรื่องยากยิ่ง หากวิญญาณมังกรทมิฬสลายไป สิ่งของที่อยู่ในวงเวทย์ก็หายไปเช่นกัน เพราะวงเวทย์นั้นถูกวาดและคงอยู่ด้วยพลังของวิญญาณมังกร เมื่อแหล่งพลังหายไปผลที่ตามมาเขาพอจะคาดเดาได้อยู่แล้ว


อนิเกลถอนหายใจเฮือกใหญ่ วิญญาณมังกรเพลิงทมิฬเป็นสิ่งที่เจตจำนงแห่งสันติประทานให้เขา ถึงแม้ว่าจะเป็นวิญญาณเทียม แต่ก็มีความสามารถใกล้เคียงของจริงอย่างที่สุด ที่ผ่านมาเขาใช้มันแก้ปัญหามามาก เริ่มจากเข่นฆ่าเผ่าแห่งหายนะกว่าพันล้านฅนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากทั้งโลก ทำให้สงครามโลกหยุดชะงักทันทีทันใด ทั้งโลกได้ทำการจับจองมาที่เขา เริ่มทำสงครามกับมนุษย์ร่างครึ่งมังกรเพียงผู้เดียว ก่อนตายเขาได้จุดเพลิงทมิฬขนาดใหญ่ แช่แข็งทั้งโลกให้อยู่ในความเย็น ดวงอาทิตย์ครั้งนั้นเกือบจะดับสูญ ประชากรที่เหลือรอดมีไม่ถึงสองในสิบส่วน เป็นวีรกรรมที่เขาไม่เคยลืมเลือน


“นายท่าน... เป็นอะไรไปเจ้าค่ะ” ราเนียร์มายืนอยู่ตรงหน้าอนิเกลตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ เสียงของนางทำให้เขาได้สติในทันที


“ขออภัย เหมือนเราจะหลับในน่ะ มีอะไรหรือ” อนิเกลตอบ ท่าทีของเขาไม่มีความง่วงแม้แต่น้อย แต่เหมือนจะเบลอๆเมื่อนึกถึงโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ไซยาไนด์ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมเพลิงทมิฬไว้ในวงจำกัดได้ หลังจากนั้นกว่าเขาจะตายก็ใช้เวลากว่าครึ่งวัน ไม่ทราบผลกระทบจะเป็นเช่นไรบ้างแล้ว


ราเนียร์คุกเข่าลงกับพื้นตรงหน้าเขา ก่อนจะใช้มือน้อยๆทั้งสองข้างของนางกุมลงบนมือข้างหนึ่งของอนิเกล “ฅนหลับที่ใดจะมีใบหน้าที่โศกเศร้าและเจ็บปวดได้เช่นนี้ ท่านแบกรับอะไรอยู่กันแน่เจ้าค่ะ”


“เราไม่เป็นไรหรอก จริงสิ ท่านพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวเราจะออกไปดูชาร์ลอตต์สักเดี๋ยว” อนิเกลลุกขึ้นแต่ไม่ได้เดินจากไป เพราะราเนียร์พยายามดึงเขาเอาไว้


“ท่านเองก็สมควรพักผ่อนนะเจ้าค่ะ” ราเนียร์กล่าวขณะที่รั้งเขาไว้


“ไม่เป็นไร แต่หากท่านต้องการเช่นนั้น... ท่านก็นอนกับเราสิ ท่านคงรู้นะว่ามันจะไม่ใช่แค่นอน” คำกล่าวของอนิเกลทำให้ราเนียร์ปล่อยมืออย่างเลื่อนลอย เขาพยายามหลีกเลี่ยงการสบตา ก้าวเดินไปหยั่งประตูทางออก จากความทรงจำของราเนียร์ นางน่าจะเกลียดเขาขึ้นมาบ้างแล้ว ครั้งแล้วครั้งเหล่าที่ถูกทำร้ายจิตใจ ถึงแม้ร่างกายจะแปดเปื้อน แต่จิตวิญญาณนางกลับสกปรกได้มากยิ่งกว่า นี่ไม่ต่างจากการตอกย้ำแผลใจอย่างหนึ่ง


ดวงตาราเนียร์สาดประกายลึกล้ำราวกับจะหลั่งน้ำตา นางค่อยๆก้มหน้าลงด้วยท่าทีที่ตื่นตะลึง ก่อนจะรีบตอบก่อนที่อนิเกลจะออกไป พร้อมกับสยบความกลัวในใจอย่างห้าวหาญ “เจ้าค่ะ ได้โปรด... กรุณาหลับนอนกับบ่าวด้วยเจ้าค่ะ” : จะอะไรก็ได้ ได้โปรดอย่าทิ้งบ่าวเลย


“เหมือนท่านจะลืมเลือนทั้งยังไม่เข้าใจนะ เรากับท่านต่างกันเกินไป ไม่ใช่ว่าท่านนั้นอ่อนแอ แต่เพราะท่านเป็นราชวงศ์เอลฟ์เพียงหนึ่งเดียว ควรจะรักษาสายเลือดเอลฟ์ที่บริสุทธิ์เอาไว้ อีกทั้งท่านยังเป็นเชื่อสายเอลฟ์ชั้นสูง แต่เราเป็นเพียงชนเผ่านอกรีต เลือดในร่างยังเป็นสีแดงสด มีความเกี่ยวพันกับอสูรใหญ่หลวง ท่านคิดจริงๆหรือ ว่าเราจะสามารถไปด้วยกันได้จริงๆ ตลกสิ้นดี” อนิเกลพยายามกล่าวทุกคำเน้นย้ำถึงความแตกต่าง ก่อนจะก้าวออกจากห้องไป เทียบกับราเนียร์ที่ต้องเจ็บปวดเพราะคำพูดของเขาแล้ว เขากลับต้องทรมานกับคำกล่าวของตัวเองยิ่งกว่า : เราเป็นอะไรไปนะ รู้สึกไม่ค่อยเป็นตัวเองเลย


ราเนียร์ที่อยู่ในห้องรู้สึกราวกับโลกทั้งใบแตกสลายลงต่อหน้า นางเร่งตามอนิเกลออกไป แต่ประตูกลับไม่ยอมให้นางทะลุผ่าน ถูกทอดทิ้งแล้ว! ทิ้งไว้ในห้องที่เงียบสงัด


อนิเกลไม่ได้จากไปในทันที เขายืนพิงประตูห้องพร้อมกับคิดทบทวนอะไรหลายๆอย่าง เขาเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากเก็บเกี่ยวโชคชะตา และเขาพยายามเปลี่ยนกลับเป็นเหมือนเดิมหลังจากเริ่มรู้สึกตัว แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับเจ็บปวดยิ่งนัก ราวกับเขาไม่ได้พยายามเป็นตัวเขาเองอีกครั้ง เสมือนว่าเขาได้เปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์แล้วจริงๆ


ในที่สุดอนิเกลก็เลือกที่จะเดินออกมาด้วยแววตาอันโศกเศร้า และลมหายใจที่โรยริน ความเหน็ดเหนื่อยของร่างกายผุดขึ้นมาจากที่ใดไม่ทราบ แต่ละก้าวที่ย่างออกไปราวกับไม่เต็มใจ เขากลับมานั่งลงที่เดิมอีกครั้งในห้องรับรอง ใบหน้าของเขาที่รอคอยชาร์ลอตต์อยู่นั้นยิ่งนานยิ่งแสดงออกถึงความเจ็บปวด จิตใจเริ่มสับสนกระวนกระวายขึ้นเรื่อยๆ เสี้ยววินาทีนั้นเองเขากลับนึกขึ้นได้จากความทรงจำของราเนียร์ นางที่อยู่ในห้องลูกค้าฅนเดียว... ในความทรงจำของนางคือการรอลูกค้า


หัวใจอนิเกลกลับรีบรัดตัวเองราวกับกำลังจะหยุดเต้น น้ำตาที่กลั้นมานานกลับหลั่งไหลออกในคราเดียว เขาตรงไปที่เคาเตอร์ทั้งอย่างนั้น สร้างความแตกตื่นในพนักงานไม่น้อย


“ท่านลูกค้าขอรับ ท่านเป็นไรแล้ว มีอะไรให้บ่าวช่วยหรือไม่ขอรับ” พนักงานผู้หนึ่งกล่าวความอย่างร้อนรน


อนิเกลนำดวงใจมิติวางลงบนโต๊ะก่อนจะกล่าว “หากท่านเห็นชายสะพายอาวุธ เป็นกระบี่สองเล่ม และดาบยาวอีกหนึ่งที่เอวซ้าย บอกเขาให้มาที่ห้องนี้”


พนักงานยื่นมือออกมาสำรวจดวงใจมิติ “เรียบร้อยแล้วขอรับ เชิญกลับไปพักเถิดขอรับ เวรบ่าวยังเหลืออีกหกชั่วยาม”


อนิเกลเก็บดวงใจมิติและเดินกลับห้องอย่างเร่งร้อน เขาเข้าห้องอีกครั้งกลับไม่พบราเนียร์ เขาเริ่มเดินสำรวจในห้องอย่างช้าๆด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน ไม่พบราเนียร์บนเตียงนอน ในห้องนอนสำรวจจนทั่วก็ไม่มี เขาเริ่มตรงไปที่ห้องอาบน้ำ ประตูห้องล็อกจากด้านใน แต่ด้วยอำนาจของดวงใจมิติสามารถปลดล็อกมันจากด้านนอกได้อย่างสบาย


ประตูห้องอาบน้ำค่อยๆเปิดออกอย่างเชื่องช้า ภายในมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ฝักบัวอาบน้ำบนเพดาน และอุปกรณ์อาบน้ำแบบใช้ครั้งเดียวจัดวางอยู่อย่างเป็นระเบียบอีกไม่น้อย สายตาของอนิเกลกวาดมองรอบๆจนมาถึงมุมห้องมุมหนึ่ง เขาได้พบกับราเนียร์ที่นั่งก้มหน้ากอดเข่าอยู่อย่างสงบ สภาพของนางยามนี้ทำให้เขายิ่งรู้สึกเจ็บปวดในจิตใจเป็นล้นพ้น


อนิเกลเริ่มหายใจติดขัดไม่เป็นจังหวะ เขาเริ่มก้าวไปหาราเนียร์ทีละก้าวอย่างอึดอัด เป็นท่าทีที่ต่อให้อยู่ต่อหน้า ผู้ยุ่งเหยิง ผู้คงอยู่ หรือกระทั่งผู้เป็นเจ้า ยังไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ความเจ็บปวดละลอกนี้ไหนเลยจะมีใครจินตนาการได้ เป็นเขาเองที่มอบความเจ็บปวดนี้ให้กับนาง เป็นเขาเองที่ทำให้นางต้องเจ็บปวดอีกครั้ง เป็นเขาที่กล่าวทำลายความรู้สึกนางอย่างไร้ไมตรี เป็นเขาที่ทอดทิ้งนางไป เป็นเขาทำให้นางรู้สึกโดดเดี่ยวอีกครั้ง : เราชั่วช้าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน


“ราเนียร์” น้ำเสียงเรียกของอนิเกลโศกเศร้าราวกับฉาบไปด้วยน้ำตา แต่ก็ไม่มีการตอบสนองจากนาง เขาค่อยๆยื่นมือออกไปสัมผัสลงบนแขนของนางอย่างเบามือ ทำให้นางสะดุ้งเฮือกสั่นกลัวในทันที แต่นางก็ไม่เงยมองเขาแม้แต่น้อย


“ขออภัยท่านอีกแล้ว” อนิเกลกล่าวก่อนที่จะสัมผัสมือนางอย่างอ่อนโยน มันทำให้นางหายสั่น และค่อยๆเงยมองอนิเกลด้วยใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตา ซึ่งมันก็ฟ้องแล้วว่านางได้ร่ำร้องอยู่นานก่อนจะหลับไป การมาของอนิเกลคราวนี้ทำให้นางต้องหลั่งน้ำตาอย่างไม่อาจสกัดกั้นอีกครั้ง ตอกย้ำเขาให้ยิ่งต้องทรมานกับความเจ็บปวดในใจเป็นเท่าทวี


ราเนียร์ขยับปากเหมือนจะกล่าวคำแต่กลับไม่มีเสียงใดลอดออกมา อนิเกลปล่อยมือนางก่อนจะใช้แขนข้างหนึ่งโอบหลังนาง และก้มลงแล้วประกบริมฝีปากบรรจงมอบจุมพิตให้นางอย่างอ่อนโยนและไร้คำพูด เขาไม่ต้องการได้ยินอะไรอีกแล้ว ที่ทำไปส่วนหนึ่งก็มาจากความต้องการของเขาเอง


ราเนียร์เบิกตากว้างขึ้น แม้จะไม่ทราบว่าอนิเกลกำลังทำอะไร แต่มันทำให้นางรู้สึกดีขึ้นอย่างชัดเจน เป็นรสสัมผัสที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนตั้งแต่เกิดมา นี่สมควรเป็นวิธีปลอบโยนอย่างหนึ่งของอนิเกลกระมัง : อะไรกัน ความสุขขนาดนี้ บ่าวทานไม่หมดหรอกเจ้าค่ะ


อนิเกลถอนจูบในเวลาต่อมา เขาเองก็รู้สึกดีขึ้นไม่น้อย สิ่งที่ทำลงไปเกิดจากอารมณ์ของเขาทั้งสิ้น แม้จะทำลงไปแล้ว แต่เขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร รู้สึกตัวอีกทีก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสของริมฝีปากที่ประสานกันอย่างนุ่มละมุนแล้ว แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบ ทั้งๆที่รู้สึกดีขึ้น แต่น้ำตากลับไหลออกมา มันไหลออกมาอย่างไร้ความรู้สึก ราวกับมีบางสิ่งที่ได้หลงลืมไป... เช่นนั้น ส่วนลึกในใจเขาคงกำลังโศกเศร้าเป็นแน่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น