[EXO] จีบ 101 | CHANBAEK

ตอนที่ 3 : จีบ 02 : เชกสเปียร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,622
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    23 ก.ค. 60


? cactus





 

ตอนที่ 2

เชกสเปียร์

 



 

เย็นแล้วนะ ยังไม่ตื่นอีกเหรอ สรุปได้ไปเรียนไหม?

( ไปไม่ไหวอะง่วง... )

โธ่ อย่าเอาแต่เล่นเกมจนเช้าสิ เดี๋ยวก็เรียนไม่จบกันพอดี

( อือ... รู้ )

ตื่นเถอะ ถ้าเย็นกว่านี้จะปวดหัวเอานะ ลุกไปอาบน้ำกินข้าวเร็ว

( ไม่ปวดอะ จะนอน )

จูฮยอกอ่า...

( อย่าบ่นได้ไหม ไม่ได้อยากให้โทรมาทำให้ปวดหัวกว่าเดิมนะแบคฮยอน )

อะไรกัน ฉันก็แค่เป็นห่วงนายเอง

( ถ้าเป็นห่วงก็อย่าทำให้ปวดหัวกว่าเดิมสิ คนง่วง ๆ ก็ปลุกอยู่ได้ ตื่นมาตอนนี้ก็ไปเรียนไม่ทันแล้วไหม ยังไงก็ต้องเปิดคอมเล่นเกมอยู่ดี )

อืม แล้วแต่ละกัน

คนตัวเล็กเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มพลางมองหน้าจอมือถือซึ่งบ่งบอกระยะเวลาสั้น ๆ ที่ได้คุยกับแฟนและมันก็จบลงแบบที่ไม่น่าจะมีใครในโลกประทับใจถ้าเจออย่างนี้บ้าง

อ๊ายยย เบา ๆ หน่อยแบคฮยอน อย่ารัดแน่นเกินไป

เดี๋ยวเหอะ คนตัวเล็กง้างมือขึ้นพร้อมถลึงตาคาดโทษเพื่อนในเซคที่ยิ้มล้ออย่างนึกสนุกหลังจากที่เขาโดนอาจารย์ประจำวิชาพื้นฐานทางกายภาพบำบัดด่ามาสด ๆ ร้อน ๆ

ไง เขินไหมโดนปู่คิมให้พรต่อหน้าเพื่อนทั้งเซค แบคฮยอนถอนหายใจพลางหันไปสบตากับเพื่อนสนิทที่เดินตามออกมาติด ๆ แน่นอนว่าโดคยองซูก็เป็นอีกคนที่พยายามกลั้นขำอย่างสุดความสามารถตอนเห็นเขาก้มหน้าก้มตารับพร

เสียงดังขนาดนั้นคงได้ยินไปถึงหน้ามหาลัยแล้วมั้ง ทั้งนายทั้งปู่คิมใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าอาจารย์ท่านนี้โหดและเนี๊ยบมากเท่าไร แค่ผิดพลาดนิดหน่อยก็สวดยับเหมือนฆ่าคนไข้ตายไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น

อ้าว ก็ใครใช้ให้พันแบนเดจแน่นเกินไปล่ะ เวลาปวดก็ต้องร้องเป็นธรรมดาปะวะ? คยองซูเลิกคิ้วมองอีกคนที่อยู่ ๆ ก็พาลเสียอย่างนั้น ถ้าบยอนแบคฮยอนไปคู่กับคนอื่น พนันได้เลยว่าคู่ของมันต้องแหกปากลั่นตั้งแต่เริ่มพันผ้าพันแผลแน่ ใจลอยไปไหน?

เปล่าสักหน่อย คนตัวเล็กรีบปฏิเสธเพราะไม่อยากยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง ระหว่างเรียนพื้นฐานทางกายภาพบำบัด สายตาของเขาก็เอาแต่มองสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะราวกับว่ารอใครทักมา

แล้วในมือนั่นอะไร?

โทรศัพท์ไง

ใช่ จะโทรหามัน?

ไม่ใช่ จะ แต่เป็นโทรไปแล้ว พอเห็นเพื่อนตอบอย่างซื่อบื้อโดคยองซูจึงตบหน้าผากตัวเองอย่างเหนื่อยใจ

ทะเลาะกันอีกแล้วล่ะสิ

ใช้คำว่าอีกแล้วด้วย... แบคฮยอนยิ้มแห้ง คำที่หลุดออกมาจากปากเพื่อนช่างเป็นสิ่งบ่งบอกได้ดีว่าความสัมพันธ์ของเขาและคนรักมันทุลักทุเลมากแค่ไหนตลอดเวลาห้าเดือนที่คบกันมา

ฉันเตือนกี่ครั้งแล้วว่าอย่าโทรหามันถ้าไม่จำเป็น

คนเป็นแฟนกันต้องคิดเรื่องนั้นด้วยเหรอ คิดถึงก็โทรไง หันไปเถียงเพื่อนอย่างไม่ยอม แม้ว่าลึก ๆ แล้วเหตุผลที่ทำให้โทรหานั้นยังห่างไกลคำว่าคิดถึงมากโข

พูดก็พูดเถอะ... ต้องคิดถึงแฟนถึงจะถูก แต่ที่โทรไปก็โกหกตัวเองไม่ได้หรอกว่าอยากยืนยันความซื่อสัตย์ให้ใจตัวเอง

ถามมันยังว่าอยากให้คิดถึงไหม?

ฉันควรโทรไปอีกรอบไหมล่ะ จูฮยอกอ่า นายคิดถึงฉันหรือเปล่า? แบคฮยอนโคลงศีรษะ ปั้นหน้าปั้นตากวนประสาทเพื่อนที่แสดงสีหน้าให้เห็นว่าตอนนี้โดคยองซูไม่ได้อยากขำขนาดนั้น

เอาสิ อยากเห็นคนโดนตัดสายทิ้งอยู่เหมือนกัน

... สุดท้ายก็กลายเป็นเขาที่ถูกเพื่อนชกหน้าด้วยความจริง แบคฮยอนถอนหายใจพลางทำหน้าเหนื่อยโลกแล้วเดินไปตามทางเดินยาวพร้อมเพื่อนสนิท ในขณะที่เพื่อนร่วมเซ็คทยอยออกไปเกือบหมดแล้ว

จะไหวเหรอแบคฮยอน

มันควรเกิดคำถามแบบนี้สำหรับคนที่คบกันแค่ห้าเดือนเหรอ

นั่นสิ มันโคตรสั้นเลยนะ สั้นกว่ารุ่นพี่ชางมินสมัยมอปลายอีก

หรือเป็นเพราะฉันเยอะเกินไป แฟนที่เคยคบทุกคนก็เลยรำคาญไปหมด?คำพูดเพื่อนอีกคนผุดขึ้นมาให้ได้คิด ในงานวันเกิดครั้งล่าสุดที่นั่งดื่มกันจนดึก จงแดเป็นคนเดียวที่ทำให้แบคฮยอนย้อนมองดูตัวเอง แต่ใจเขาก็ไม่อยากเปลี่ยนอะไรทั้งนั้น

เขาชอบที่จะใส่ใจแฟน เพราะคิดว่ามันคือความรัก แต่ดูเหมือนว่ามันจะมากเกินไปสินะ

โทษไอ้ขี้เกมนั่นบ้างเถอะ อย่าเอาแต่กอดความผิดไว้คนเดียวคยองซูส่ายศีรษะหน่าย ๆ กับความซื่อบื้อของเพื่อน ทั้งเตือน ทั้งสอนให้หัดแหกตาดูสิ่งรอบข้างบ้าง แต่ก็ยังหน้ามืดคบกับไอ้บ้านั่นอยู่ได้เก็บมือถือซะ

อะไรเล่า แบคฮยอนมองตามมือเพื่อนที่แย่งโทรศัพท์ไปพร้อมยัดใส่กระเป๋ากางเกงให้เขาอย่างเสร็จสรรพ

แทอูเคยบอกว่าไง?

อย่าติดต่อไป ให้รอจูฮยอกเป็นฝ่ายโทรมาเอง เขาตอบเสียงเอื่อยพลางมองไปยังเบื้องหน้าอย่างคนไร้ความหวังแล้ว

แล้วทำยัง?

ทำได้ไหมล่ะ ก็พูดได้สิพวกนายไม่ได้มีแฟนอย่างฉันนี่

ก็อยากให้เลิกกับมันเร็ว ๆ ไงถึงได้พูด คยองซูผลักหัวคนข้าง ๆแล้วมันใช่เรื่องหมอนั่นอย่างเดียวเหรอ เห็นเหม่อ ๆ ตั้งแต่บ่ายแล้ว

ดูออกง่ายขนาดนั้นเลย? แบคฮยอนทำตาโต

ถ้าไม่ตาบอดก็คงสังเกตได้คยองซูชำเลืองมอง มีอะไรก็ระบายมา ก่อนแยกไปฟิตเนส

ก็ไม่ใช่เรื่องจูฮยอกซะทีเดียวหรอก

แล้ว?

เรื่องพี่คนนั้นที่ฉันเพิ่งเล่าให้ฟังน่ะ สุดท้ายก็สำลักความอึดอัดใจออกมาจนได้ บยอนแบคฮยอนเป็นคนโง่จริง ๆ ที่พยายามโทรหาแฟนทันทีที่เรียนเสร็จเพื่อกลบเรื่องราวในหัว

อ้อ ผู้ชายหน้าตาดีที่เข้ามาคุยกับนายเหมือนไม่คิดอะไรแต่นายก็คิดน่ะนะ?

อย่าเสียงดังสิ แบคฮยอนรีบตะปบปากเพื่อนสนิทพลางหันซ้ายขวาราวกับกลัวว่าใครจะมาได้ยินเข้า

แล้วไงต่อ

วันนี้เขาชวนฉันไปกินข้าวด้วย

เยี่ยม ไปเลยสิ คยองซูยกยิ้มอย่างนึกสนุกเป็นไปได้ก็งาบเลย รวยด้วยไม่ใช่เหรอ

เห็นฉันเป็นคนยังไง?

คนโง่ไง คยองซูหัวเราะพลางเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ถ้าเป็นกลุ่มผู้หญิงคุยกันพวกเธอคงพูดว่า ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งแสนดีแบบนี้ ถ้าไม่แต่งงานแล้วก็คงเป็นเกย์ ไงล่ะเพื่อน เข้าทางนายชัด ๆคยองซูกอดคอเพื่อนที่ทำหน้าเครียดเหมือนหมาคิดไม่ตก

แล้วถ้าพี่ชานยอลไม่ใช่ล่ะ แบบ... บางทีเขาอาจจะอยากคุยกับฉันเฉย ๆ เขารู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียเลยเมื่อเป็นเรื่องแบบนี้

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงแล้วจะทำยังไง เอางี้ดีกว่า นายจะจัดการเรื่องนัมจูฮยอกยังไง?

อะไร ทำไมฉันต้องจัดการ นี่ก็แค่เล่าให้ฟังเฉย ๆ ว่าเขาชวนไปกินข้าว

ก็นั่นไง ถ้าแค่ไปกินข้าวแล้วปวดหัวทำไม?

นั่นสิ

จะไปก็ไปตั้งแต่ตอนนี้เลย อย่าเอาเชือกผูกคอตัวเองไว้ให้มันกระตุกเล่น ต่อให้เลิกกับมันไปแล้วนายไม่ได้คบกับพี่คนนั้น แต่นายก็ยังมีคนหล่อ ๆ ให้คุยพอกระชุ่มกระชวยหัวใจนะเพื่อน คยองซูเตือนด้วยความหวังดี และเขาทำอย่างนี้มาตลอดตั้งแต่ช่วงที่นัมจูฮยอกเริ่มหมดโปรไป ซึ่งนั่นก็คือเดือนที่สาม

นายบอกให้ฉันเลิกกับแฟนเพื่อไปหาคนที่เพิ่งรู้จักกันได้แค่วันเดียวเนี่ยนะ เอาจริงแค่ยุให้เลิกเฉย ๆ ใช่ไหม ตอบมาเลย

อ่า รู้ทันจนได้ คยองซูปล่อยมือออกจากไหล่เพื่อนแล้วเดินนำไปก่อนแล้วหันไปหัวเราะกับปัญหาโลกแตกของเพื่อนสนิทที่แสดงออกผ่านทางสีหน้าอย่างเก็บไม่มิดถ้ายังไม่มั่นใจกับอะไรสักอย่าง การลองไปกินข้าวกับเขาสักมื้อร่างกายของนายคงไม่สึกหรอจนดูเหมือนคนนอกใจหรอกมั้ง

วันนี้ฉันต่อยหน้าตัวเองด้วยคำว่านอกใจไปแล้วล้านครั้ง และครั้งที่หนึ่งล้านหนึ่งมันมาจากปากนาย แบคฮยอนเบะปาก

ครั้งต่อไปจะตามมาเรื่อย ๆ ถ้ายังย้อนแย้งกับความรู้สึกตัวเองอย่างนี้ คยองซูเดินถอยหลังอย่างไม่เร่งรีบ สบตากับเพื่อนสนิทที่คาดหวังความช่วยเหลือจากเขา

มันแย่ใช่ไหมที่ฉันสนใจคนที่เพิ่งรู้จักกันแค่วันเดียวทั้งที่มีแฟนอยู่แล้ว

อะไรจะฟันธงได้ ไม่มีใครรู้หรอกว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่พระเจ้าถึงจะยอมมอบคนที่ใช่ให้กับเรา คยองซูเดาะลิ้นก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากตึกคณะจนทางเดินเงียบ ๆ ตรงนี้เหลือเพียงคนคิดมาก

คำว่าคุยกันแค่วันเดียว ยังคงตอกย้ำให้รู้สึกไม่ดีกับตัวเอง มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กสำหรับคนทั้งโลก แต่พอเป็นแบคฮยอนแล้วมันกลับใหญ่โตจนเอามาเป็นปัญหา ทั้งที่อีกฝ่ายอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด และบางทีคงมีแค่เขาที่คิดไปไกลจนถึงคำว่านอกใจนั่น

คนหน้าตาดี สุภาพแบบนั้นจะมาคาดหวังอะไรกับผู้ชายหน้าตาธรรมดาแถมมีแฟนแล้วอย่างบยอนแบคฮยอนกัน ใช่ ประโยคนี้เขาบอกกับตัวเองตั้งแต่บ่ายแล้ว

คนตัวเล็กให้ความเงียบจัดการทุกอย่างอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะเอาสมาร์ทโฟนขึ้นมากดดูข้อความของพี่ชานยอลอีกครั้ง

 

จะให้ไปรับกี่โมงก็บอกนะครับ

 

ข้อความที่ทำให้เขารู้สึกดีและรู้สึกแย่ในเวลาเดียวกัน

 

ไปไม่ได้อะพี่ วันนี้ผมมีนัดกับแฟน ไว้คราวหน้า ๆ 555555

 

โกหกคำโตเพื่อหักดิบ แม้มันจะน่าอึดอัดแต่ก็คงดีกว่าถ้าจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม พี่ชานยอลเข้ามาด้วยเจตนาอะไรมันไม่สำคัญเท่าเขาเริ่มรู้สึกแล้ว คนดี ๆ ที่ไหนจะคิดเรื่องแบบนี้กับผู้ชายที่รู้จักกันแค่วันเดียว แบคฮยอนไม่ชอบตัวเองตอนนี้เลย

 

 

*

 

 

ร่างอาบไปด้วยเหงื่อยังคงไม่หยุดพักจากการหักโหมออกกำลังกายที่มันหนักกว่าทุกวัน ลู่วิ่งถูกปรับระดับขึ้นกระทั่งได้ยินเสียงหอบหายใจแข่งกับความเร็ว รู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างน่าประหลาดที่สุดท้ายก็หาทางออกให้เรื่องนี้ได้ ถึงจะเซ็งอยู่ไม่น้อยที่จะเสียรุ่นพี่ดี ๆ ไปหนึ่งคน แต่มันก็ดีกว่าการปล่อยให้เลยเถิด

 

เขาเองนี่แหละ ไม่ใช่พี่ชานยอล

 

พนันได้เลยว่าคงไม่ได้เจอผู้ชายคนนั้นอีกเพราะความเล่นตัวไม่ดูสภาพหน้าตาตัวเอง แต่มันมีทางออกที่ดีกว่านี้หรือไง แบคฮยอนไม่อยากเป็นคนเลวที่รู้สึกกับคนอื่นมากกว่าแฟนตัวเอง นัมจูฮยอกก็แค่ติดเกม ขี้โมโหบ้างเป็นบางเวลา ใช่ เขาหวั่นไหวเพราะน้อยใจแฟนนั่นแหละ สรุปได้แล้ว

แบคฮยอน?

 

เดี๋ยว

 

อ่า ใช่เราจริง ๆ ด้วย

 

พี่ชานยอลมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!!!!

 

คนตัวเล็กเบิกตากว้างอย่างตกใจทันทีที่เห็นใบหน้าหล่อของใครอีกคนอยู่ห่างจากตรงนี้ราว ๆ ห้าเมตร พร้อมกระเป๋ากีฬาใบใหญ่ซึ่งคาดว่าคงเป็นของผู้ชายผิวแทนอีกคนที่เดินตามมาติด ๆ

ขาที่วิ่งบนลู่อ่อนยวบขึ้นมาจนต้องคว้าราวจับเอาไว้อย่างทุลักทุเล พี่ชานยอลคงตกใจมากถึงได้ทำท่าจะคว้าเขาเอาไว้แม้อยู่ห่างจากตรงนี้พอสมควร

เป็นอะไรหรือเปล่า?

ไม่เลยพี่ ผมสบายดี แบคฮยอนหัวเราะกลบเกลื่อนพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่หลังจากทำเรื่องน่าอับอายขายขี้หน้าไปเมื่อครู่ ทั้งคู่สบตากันในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนชายหนุ่มผิวแทนจะเดินตามมาเพื่อขอกระเป๋าจากมือพี่ชานยอล

พี่แวะมาส่งเพื่อนน่ะครับ

อ๋อ นั่นใช่ไหม ผมก็ว่าหน้าคุ้น ๆ เคยเห็นอยู่ครั้งสองครั้ง รอยยิ้มแบบไม่มีนัยยะของผู้ชายคนนี้กำลังจะทำให้เขากระอักเลือดดำออกมา

 

ไปไม่ได้อะพี่ วันนี้ผมมีนัดกับแฟน ไว้คราวหน้า ๆ 555555

 

แหะ

งั้นพี่ไม่กวนแล้วนะครับ สู้ ๆ นะ คนตัวสูงยิ้มบาง ๆ พลางกำมือขึ้นเป็นท่าประกอบ และความรู้สึกดี ๆ ที่คิดว่าหลีกหนีพ้นจากเรื่องนี้ได้แล้วก็ถูกฆ่าตายภายในวินาทีเดียวโดยความรู้สึกผิดในใจ

พี่ชานยอลไม่ถามสักคำว่าไหนบอกว่านัดกับแฟนไงครับ โกหกพี่เหรอ?และเพราะอย่างนี้เขาจึงรู้สึกไม่ดีเข้าไปใหญ่

พี่!”

ครับ? ขายาวหยุดยืนกับที่พร้อมหันไปสบตากับคนตัวเล็กที่ยืนอาบเหงื่ออยู่ข้างลู่วิ่ง

...เปล่าครับ ไว้เจอกันนะ

 

คนใจดียังคงยิ้ม และพยักหน้าตกลงอย่างว่าง่าย

 

พี่ชานยอลกำลังเดินออกไป และการเอาแต่มองแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายมันเริ่มส่งผลต่อความรู้สึกเขาเสียแล้ว

ยอมทนหน่อยนะแบคฮยอน ดีเสียอีกที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่เพราะนั่นจะเป็นวิธีทำให้ทุกอย่างจบง่ายขึ้น พี่ชานยอลไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ อีกทั้งยังนิสัยดี อย่างไรก็คงหาเพื่อนใหม่ที่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกได้ดีกว่าแบคฮยอนอยู่แล้ว

 

อย่าบ่นได้ไหม ไม่ได้อยากให้โทรมาทำให้ปวดหัวกว่าเดิมนะแบคฮยอน

งั้นพี่ไม่กวนแล้วนะครับ สู้ ๆ นะ

 

เขาอยากให้ดวงตาพร่าเบลอเหมือนเดิมต่อไป ถ้าทุกอย่างมันจะชัดเจนได้มากถึงขนาดนี้

 

พี่ชานยอล!”

เจ้าของชื่อหยุดฝีเท้าแล้วหันไปตามเสียงเรียก แบคฮยอนรู้ว่าสภาพของตนเองตอนนี้คงไม่ได้น่ามองนัก ทั้งชุดออกกำลังกาย เหงื่อ และทรงผม ทุกอย่างดูมอมแมมไปหมดแต่เขาก็ปล่อยให้ตัวเองวิ่งตามอีกฝ่ายมาจนได้

พ... พี่ไปหาโพนี่มาแล้วหรือยัง... ประโยคนี้แผ่วลงกว่าเมื่อครู่นัก เมื่อเสียงทั้งหมดถูกความไม่มั่นใจกลืนไปจนหมดสิ้นถ้ายัง... พี่ช่วยรอผมสักสิบนาทีได้ไหม

...

สองนาทีก็ได้ ผม... ขอวิ่งไปหยิบกระเป๋าก่อน

น่าอายเหลือเกินที่ปฏิเสธไปอย่างอย่างมั่นใจแต่ตอนนี้คนตัวเล็กกำลังแสดงให้อีกฝ่ายเห็นด้วยภาพว่าความโลเลเป็นอย่างไร อีกทั้งยังจับโกหกได้คาตา ถ้าหากเป็นพี่ชานยอลก็คงรำคาญใจอยู่ไม่น้อย

สิบห้านาทีก็ได้ครับ พี่รอเราอาบน้ำได้

จนถึงตอนนี้ผู้ชายคนนั้นก็ยังคงยิ้มโดยไม่หลุดแสดงออกให้รู้ว่านั่นแค่แกล้งทำหรือคือสิ่งที่เป็นโดยนิสัยอยู่แล้ว คน ๆ หนึ่งจะยิ้มรับกับทุกเรื่องทั้งที่รู้อยู่แก่ใจได้ด้วยหรือไง ไม่อยากเชื่อเลย...

 

แต่แบคฮยอนก็รู้สึกดีกับรอยยิ้มนั้นเหลือเกิน

 

 

 

*

 


 

โอ้โห... นี่บ้านพี่จริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?

เรียกว่าบ้านพ่อกับแม่ดีกว่าครับ ถ้าไม่มีท่าน พี่ก็ไม่มีอะไร คนยิ้มเก่งพาเขาเข้าไปด้านในหลังจากจอดรถเสร็จ แบคฮยอนกวาดสายตามองความหรูของบ้านหลังนี้ที่มีทั้งบ่อน้ำพุและสวนเล็ก ๆ เหมือนทางฝั่งยุโรปอยู่ทางด้านหน้า ซึ่งถ้ามองทะลุเข้าไปอีกหน่อยก็จะมีห้องที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป ห้องเก็บของหรือเปล่านะ เหมือนบ้านฮอบบิทเลย

ตรงนั้นคืออะไรเหรอ?

บ้านหนังสือครับ พ่อสร้างให้เป็นรางวัลที่พี่ทำได้ดีตอนอยู่เกรดห้า

โห ได้ที่หนึ่งของชั้นใช่ไหม? ถึงจะใช่ แต่ก็ยังดูเหนือความคาดหมายอยู่ดี พ่อแม่บ้านไหนจะใจดีสร้างบ้านหนังสือให้ลูกเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้... อ่าใช่... บ้านคนรวย

สอบคณิตศาสตร์ชิงเหรียญทองระดับประเทศครับ แต่เป็นของรุ่นประถมนะ ชายหนุ่มหัวเราะ

เดี๋ยว... จะเกินไปแล้ว

สุดยอด...” แบคฮยอนชูนิ้วหัวแม่มือพลางกระพริบตาปริบ ๆ คน ๆ นึงจะต้องหล่อ รวย เรียนเก่งขนาดนี้เลยหรือไงกัน

แต่พอโตขึ้นก็สู้ใครไม่ได้แล้วครับ มีแต่คนเก่ง ๆ ทั้งนั้นเลยชานยอลยิ้มขำเมื่อนึกถึงเรื่องวัยเด็ก แบคฮยอนไม่อยากเถียงหรอก เพราะเขาพอจะเดาออกว่าอีกฝ่ายคงหาทางมาถ่อมตัวแน่ ๆ

 “แต่มองดูอีกทีก็เหมือนบ้านขนมหวานในนิทานมากกว่า

ถ้าแบคฮยอนไม่แพ้กลิ่นหนังสือ จากตรงนี้เดินไปบ้านขนมหวานก็ใช้เวลาแค่ยี่สิบวิเองนะครับ ดูใช้คำพูดเข้าสิ จะชวนไปห้องหนังสือก็ต้องเล่นคำขนาดนี้เลยหรือไงกัน...

ผมบังเอิญเรียกชื่อห้องแห่งความลับของพี่ถูก หรือพี่เพิ่งคิดได้เมื่อกี้คนตัวเล็กช้อนตามอง และคนใจดีก็ยังคงเลือกรอยยิ้มเป็นคำตอบให้เขา

คิดค่าลิขสิทธิ์หรือเปล่าครับ พอได้ยินเราพูด พี่ก็ชอบทันทีเลย รู้สึกร้อนไปทั้งหน้าอีกแล้ว ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้มองหน้าเขาด้วยซ้ำ แต่น้ำเสียงทุ้มต่ำ อ่อนโยนนั่นก็ทำให้เขารู้สึกมากขึ้น

ขี้ลอก

ชอบคำนี้นะครับ เพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรกเลย

เอาโพนี่ออกมาได้แล้ว ผมอยากเจอหมาก่อนไปเยี่ยมบ้านขนมหวานของพี่ต้องรีบพาตัวเองออกจากหลุมความเขินก่อน ไม่อย่างนั้นบยอนแบคฮยอนต้องตายแน่ ๆ

โพนี่อา เรียกด้วยเสียงอ่อนโยนกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว แบคฮยอนอมยิ้มขณะมองคนตัวโตผิวปากเรียก และที่น่าตกใจกว่านั้นคือเจ้าหมาโกลเด้นตัวโตกำลังวิ่งออกมาราวกับรู้ดีว่านั่นคือสัญญาณที่มีไว้สำหรับเรียกมันเท่านั้น

เจ้าของขนสีส้มกระโดดใส่พี่ชานยอล หางของมันส่ายไม่หยุดและแบคฮยอนรู้ว่านั่นคืออาการดีใจ อยู่ ๆ หัวใจก็พองโตขึ้นมาอย่างไม่รู้เวล่ำเวลาเพียงเพราะได้ยินเสียงงุ้งงิ้งกับน้องหมาว่าไงครับ คิดถึงใช่ไหม ระหว่างที่พี่ไม่อยู่คงซนมากเลยล่ะสิ คุณป้าจีเฮเล่าให้พี่ฟังหมดแล้ว

 

แทนตัวเองว่าพี่เวลาคุยกับหมาด้วย... น่ารักจัง

 

น้องซนเวลาพี่ไปเรียนเหรอครับ?

นิดนึงครับ วันไหนพี่นอนคอนโดน้องก็จะดื้อสักหน่อย ชานยอลยีขนเจ้าตัวดื้อพลางเงยหน้าสบตาคนตัวเล็กพอดีว่ามหาลัยพี่อยู่ไกลในสายตาคนที่บ้าน ถ้าวันไหนเลิกค่ำแม่ก็อยากให้พี่ค้างคอนโดมากกว่าต้องขับรถตอนฟ้ามืดน่ะครับ

โห มีคอนโดด้วยเหรอ อยู่แถวไหนเนี่ย

กังนัมครับ

 

กังนัมไปอีก...

ราคาต้องแหกแล้วแหกอีกแน่ ๆ นี่มันลูกคุณหนูชัด ๆ

 

สวัสดีพี่แบคฮยอนเร็วครับโพนี่ เจ้าขนส้มลิ้นห้อยเปลี่ยนเป้าหมายมายังคนแปลกหน้า ดวงตากลมโตคู่นั้นใช้เวลาแสกนเขาเพียงครู่เดียวก่อนจะกระโดดเกาะเอวอย่างแสนรู้

ทำไมเชื่องจัง สั่งให้ทำอะไรก็ทำตามหมด ขนาดเพิ่งเจอผมครั้งแรกนะ แบคฮยอนย่อตัวลง เอนศีรษะตัวหลบลิ้นเปียก ๆ ของเจ้าโพนี่ที่ทำให้ต่อมบ้าจี้ของเขากำเริบ

น้องรู้ครับว่าใครเป็นมิตร

ดูท่าจะติดคนด้วย ตอนพี่ไม่อยู่น้องคงเหงาน่าดู แล้วพี่เลิกดึกทุกวันหรือเปล่าครับ?

ก็อาทิตย์ละสามวันครับ

โห เหงาแย่เลยเนอะโพนี่ แบคฮยอนอิงแอบกับเจ้าขนส้ม เอาจมูกถู ๆ จนเปียกแต่เขาก็รักที่จะเล่นกับมันมากกว่าแคร์เรื่องนั้น  

น้องเป็นเด็กดี แต่ก็ซนบ้างตามประสาเด็กนิสัยร่าเริง ชานยอลลูบศีรษะมันอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันมาสบตากับคนตัวเล็กซึ่งดูเหมือนว่าจะถูกใจเจ้าโพนี่เป็นพิเศษ

ผมถ่ายรูปกับน้องได้ไหม?

เอาสิ เดี๋ยวพี่ถ่ายให้

แบคฮยอนค่อนข้างตื่นเต้น ยิ่งเจ้าโพนี่เล่นด้วยก็ยิ่งรู้สึกดีเข้าไปอีก คนตัวเล็กเอียงศีรษะซบกับเจ้าขนส้มที่ไม่พยายามวิ่งหนีเมื่อถูกกอด โพนี่ลิ้นห้อยมองกล้องพี่ชายอย่างรู้งาน ก่อนแบคฮยอนจะอมยิ้มเล็ก ๆ เพราะชะงักไปเมื่อรู้ตัวว่าถูกอีกฝ่ายจ้องอยู่

ยิ้มกว้างกว่านี้นิดนึงนะครับ

กว้าง ๆ เหรอ

ครับ ยิ้มเหมือนตอนหัวเราะน่ะ ถึงสายตาพี่ชานยอลจะจับจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ แต่เขาก็เกร็งอยู่ดี

ผมยิ้มแล้วตลกอะ ปากมันเป็นสี่เหลี่ยม

ไม่จริงหรอกครับ ชายหนุ่มยิ้ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับคนที่กอดรัดเจ้าโพนี่จนดูไม่ออกว่าใครกันที่ตัวโตกว่า พี่ว่าเราคิดไปเองแล้วล่ะ

อะไรกัน... พี่ไม่เคยเห็นผมยิ้มแบบนั้นพี่ไม่รู้หรอก

งั้นยิ้มให้ดูหน่อยสิครับ

...

 

หลอกให้พูดชัด ๆ

 

พร้อมนะครับ หนึ่ง... สอง... สาม

เพียงแค่นับถอยหลัง ริมฝีปากก็ฉีกยิ้มออกกว้างพร้อมดวงตาที่หยีลง เขาไม่เคยมั่นใจเวลายิ้มแบบนี้ แต่นั่นก็ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองพี่ชานยอล... มองรอยยิ้มที่ทำให้บยอนแบคฮยอนมั่นใจว่าเขาไม่ได้ขี้เหร่อย่างที่คิดมาตลอด

น่ารัก

 

น่ารักงั้นเหรอ...

 

นอนลงครับโพนี่ คนตัวเล็กเลิกคิ้วมองเจ้าขนส้มที่ทำตามอย่างว่าง่าย อีกทั้งยังหงายท้องอ้อร้อราวกับเชิญชวนให้เกาอย่างไรอย่างนั้น พี่ชานยอลหัวเราะในลำคอ ขายาวตรงเข้ามาจัดแจงท่าให้ความน่ารักสีส้มก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา พี่ว่ารูปต้องออกมาดูดีแน่ถ้าเราลงไปนอนข้าง ๆ น้อง

หัวใจเต้นตึกตักอย่างบอกไม่ถูกกับน้ำเสียงและแววตาที่ส่งมายังเขา แบคฮยอนเลียริมฝีปากคลายความประหม่า พยายามบอกตัวเองว่ามันก็แค่การถ่ายรูป และการบอกให้นอนก็คือนอนลงไปเฉย ๆ ไม่ใช่เรื่องลามก

 

ให้ตาย... เป็นเพราะอยู่กับคนทะลึ่งอย่างแทอูบ่อยเกินไปแน่ ๆ

 

ทำตัวไม่ถูกแล้ว ร่างกายมันร้อนขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ทั้งที่เป็นกลางเดือนตุลาคม คนตัวเล็กนอนลงบนผืนหญ้าสีเขียวข้าง ๆ เจ้าโพนี่ กอดก่ายความนุ่มนิ่มเพื่อกลบความร้อนทั้งหมด แบคฮยอนไม่อยากคิดไปเองว่าเสี้ยววินาทีหนึ่งพี่ชานยอลไม่ได้มองหน้าจอ แต่ดวงตาคู่นั้นกำลังมองมาทางนี้... ผ่านมือถือเครื่องนั้น

เรียบร้อยแล้วครับ

ผมต้องหล่อมากแน่ ๆ คนตัวเล็กพรูลมหายใจและตลกอย่างสิ้นคิดเพื่อกลบเกลื่อน เขาแกล้งทำเป็นยื่นมือขอยืมโทรศัพท์มาดู และอีกฝ่ายก็ยื่นให้โดยไม่ลีลาสักนิด

คุณชานยอล ให้ป้าเตรียมมื้อเย็นเลยไหมคะ?

ทำเลยครับ เดี๋ยวผมแวะบ้านหนังสือแป๊บนึง

ได้ค่ะ แม่บ้านมีเครื่องแบบด้วย แบคฮยอนเลิกคิ้วมองอย่างตื่นตาตื่นใจก่อนจะหันไปทางคนตัวโตที่พยักหน้าชวนให้ไปบ้านหนังสือด้วยกัน

อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ?

เขาส่ายศีรษะ ผมกินง่ายนะ ทำอะไรมาก็กินได้หมดเลย

ดีจังครับ พี่ว่าเราน่าจะชอบฝีมือคุณป้า

มั่นใจแบบนี้แสดงว่าต้องอร่อยจริง คนตัวเล็กพยายามผ่อนคลายบรรยากาศ เพื่อขับไล่ความขลาดอายออกไปให้หมดสิ้น และตอนนี้ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อนอยู่มากโข

เชิญครับชายหนุ่มผายมือทันทีที่เปิดประตูเข้าไป แบคฮยอนอ้าปากค้างกับหนังสือมากมายที่วางเรียงอยู่บนชั้นไม้ซึ่งคงหาซื้อทั่วไปไม่ได้เพราะดูแล้วคงถูกสั่งทำเป็นพิเศษ อีกทั้งโซนนั่งเล่นที่มีฟูกสีครีมชวนให้ทิ้งตัวลงเพื่อพิสูจน์ให้รู้ว่ามันจะนุ่มจนกลืนร่างบยอนแบคฮยอนลงไปลึกมากแค่ไหน

นี่ไม่ใช่แค่บ้านขนมหวานธรรมดานะ นี่คือขนมหวานสอดไส้ด้วย

ตามสบายนะครับ อีกสิบห้านาทีเดี๋ยวคุณป้ามาเรียกไปกินข้าว

ผมเริ่มเกร็งจริง ๆ แล้วอะ บ้านพี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะเนี่ย ดูสิ ตรงนั้นมีแฮรี่ พอตเตอร์ด้วย

พี่เป็นบิ๊กแฟนเจเคเลยล่ะครับ พี่ชานยอลทำมือป้องปากเหมือนจะกระซิบ แบคฮยอนอดยิ้มไม่ได้เลย ไม้กวาดนิมบัส 2000 กับเสื้อคลุมและผ้าพันคอบ้านกริฟฟินดอร์นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ด้วย

คนตัวเล็กเดินไปหยุดอยู่ตรงกลางพรมสีน้ำตาลพลางกวาดสายตาไปรอบตัว เขาไม่ใช่หนอนหนังสือ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถ้าหากให้เลือกออกไปข้างนอกกับสิงอยู่ที่นี่ เขาก็คงเลือกอย่างหลัง

นี่เหมือนเตาผิงไฟเลย แบคฮยอนจับโครงโซฟาซึ่งทำด้วยวัสดุอย่างดี ก่อนพี่ชานยอลจะพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้นั่งลงได้ไม่ต้องเกรงใจ บนพื้นมีรอยอะไรด้วย

ที่จริงตรงนั้นมันเคยเป็นจุดวางเตียงถังไวน์น่ะครับ แต่พอพี่โตขึ้นก็เข้าไปนอนในนั้นไม่ได้แล้ว ก็เลยต้องขายทิ้งแล้วเก็บเงินซื้อโซฟาเตาผิงไฟแทน

อย่างพี่ต้องเก็บเงินด้วยเหรอ โกหกน่า ปะป๊าซื้อให้อยู่แล้ว

แต่โซฟาตัวนั้นพี่เก็บเงินซื้อเองนะครับ พี่ชานยอลกำลังพยายามเถียงเขาอยู่หรือเปล่า ทำไมดวงตาคู่นั้นถึงใสซื่อเกินกว่าที่จะเกิดคำ ๆ นั้นขึ้นได้

ล้อเล่นค้าบ แบคฮยอนยิ้ม พลางขยับสะโพกเพื่อวัดความนุ่มนิ่มของโซฟาที่นั่งอยู่ นี่ พี่ชานยอล

ว่าไงครับ?

ชอบอ่านวรรณกรรมของใครมากที่สุด?

อืม... ชายหนุ่มขมวดคิ้วราวกับว่ามีตัวเลือกหลากหลายให้ลังเล ที.เอส. อีเลียตครับ

ไม่เคยได้ยินเลยอะ หลังจากได้ยินคำตอบที่มาพร้อมคิ้วทั้งสองข้างที่ขมวดเข้าหากัน ชานยอลก็กำมือป้องปากขำอย่างห้ามไม่ได้ อะไรเล่า ผมแค่ชวนคุยเรื่องที่พี่ชอบระหว่างรอข้าวเสร็จเฉย ๆ นี่... อย่าขำสิครับ

พี่ชานยอลพยายามกลั้นขำขณะตรงไปยังชั้นหนังสือ ผู้ชายคนนั้นคงรู้หมดแล้วว่าเล่มไหนอยู่ตรงไหนถึงได้ไม่มีท่าทีลังเลเลยสักนิดตอนหยิบออกมา คนที่นั่งอยู่บนโซฟาเตาผิงไฟจึงขยับออกข้างเล็กน้อยเมื่อเจ้าของบ้านเดินมาถึง และตอนนี้เรามีระยะห่างต่อกันเพียงแค่หนึ่งฝ่ามือเท่านั้น

นี่ครับ หนังสือของที.เอส. อีเลียต

ผมจะไม่ถามนะว่าสนุกไหม เพราะผมจะดูซื่อบื้อทันทีเพราะถ้ามันไม่สนุกพี่คงไม่ชอบแน่ ๆแบคฮยอนมองหนังสือ ‘The Love Song Of J. Alfred Prufrock’ ที่ยังคงอยู่ในสภาพดี บ่งบอกถึงการดูแลรักษาอย่างใส่ใจของพี่ชานยอล

ครับ มันเป็นเล่มที่พี่ชอบที่สุด ชายหนุ่มอมยิ้มขณะสบตากับคนตัวเล็ก ลองเอาไปอ่านดูไหม?

โห จะดีเหรอ มันเป็นเล่มโปรดของพี่นะ ผมกลัวจะทำมันยับไม่ก็ทำน้ำหกใส่อะ ยิ่งเด๋อ ๆ ด๋า ๆ อยู่ด้วยแบคฮยอนทำตาโต ประคองหนังสือวางลงบนตักอีกคนอย่างระมัดระวัง

เพราะเป็นเล่มโปรดพี่ถึงได้อยากให้เราลองอ่านดูไงครับ พี่ชานยอลทิ้งจังหวะไปราวกับว่ากำลังให้โอกาสเขาหาคำพูดมาอ้าง คนตัวเล็กรู้สึกเหมือนว่ากลิ่นหอม ๆ จากอโรมาภายในห้องเริ่มชัดขึ้นเมื่อทุกอย่างถูกความเงียบกลืนกิน กลิ่นอ่อน ๆ ที่เดาไม่ออกเลยว่าทำมาจากอะไร กำลังช่วยให้เขาผ่อนคลายขึ้นหรือเปล่านะ? อ่านวันละหน้าก็ได้

เกี่ยวกับอะไรเนี่ย ความรักเหรอ? อ่านปกแล้วก็น่าจะใช่อย่างนั้น คงมาแนว ๆ อินเลิฟแหง

ไม่ใช่ครับ เรื่องนี้เกี่ยวกับพรูฟ็อกค์ ผู้ชายย้อนแย้งคนหนึ่งน่ะ ชายหนุ่มหัวเราะ

ผมไม่เคยอ่านนิยาย วรรณกรรมอะไรแบบนี้เลย ผมกลัวว่าอ่านไปแล้วจะเข้าไม่ถึง เดี๋ยวพี่เสียความรู้สึกแย่

พี่ไม่เสียความรู้สึกหรอกครับ ชายหนุ่มตอบอย่างไม่ลังเลพร้อมพยักหน้าย้ำเพื่อให้เขาเอากลับไปอ่านที่บ้าน

แล้วถ้าเกิดมันยับล่ะแบคฮยอนขมวดคิ้ว พอถึงตอนนั้นอย่าบ่นนะ?

แค่ไม่ทำหน้าหายไปก็โอเคแล้วครับ ชานยอลยิ้มขำกับความกังวลของคนข้าง ๆ ที่แสดงออกมาจนถึงวินาทีนี้

แบคฮยอนเอาหนังสือเล่มนั้นกลับมาวางบนตักตนเช่นเดิมพลางสูดอากาศเข้าปอดลึก ๆ เพื่อรับความสดชื่นจากอโรมา ก่อนจะหันไปสบตากับใบหน้าหล่ออีกครั้ง

ตอนแรกผมนึกว่าพี่จะชอบเชกสเปียร์ซะอีก

อะไรที่ทำให้คิดอย่างนั้นครับ?

เพราะผมรู้จักอยู่คนเดียวไงล่ะ

ฮึ... แบคฮยอนหน้าเหวอทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายป้องปากขำกับคำตอบของเขา

อะไรเล่า... ผมเป็นเด็กกายภาพบำบัดนะ

พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยครับ

แต่พี่ขำอะ คนตัวเล็กเอาศอกสะกิดแขนแกร่ง และนั่นยิ่งทำให้พี่ชานยอลหัวเราะจนไหล่สั่น ถึงพี่จะบอกว่าผ่านวิกฤติเชกสเปียร์ไปได้อย่างยากลำบาก แต่ผมก็จะคิดว่าพี่ชอบเขา

เหตุผลฟังขึ้นครับ

ทำไมอะ เชกสเปียร์ไม่ดีตรงไหนทำไมพี่ต้องขำ

จะว่าไปแล้ว ที.เอส. อีเลียตก็เอาแฮมเลต ตัวละครของเชกสเปียร์มาเป็นซิมโบลิกในเรื่องนี้ด้วยนะครับ

ผมรู้จักแค่โรมิโอกับจูเลียตของเขา แล้วพี่ก็ดูจะโรมิโอมากด้วย

ครับ? เป็นครั้งแรกที่แบคฮยอนเห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วมองราวกับว่าไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะหลุดขำออกมาอีกครั้ง พี่ดูเหมือนผู้ชายคลั่งรักเหรอ?

จากที่คุยกันมาหนึ่งวัน บวกกับคณะที่พี่เรียนแล้วก็หนังสือในห้องนี้ ผมขอฟันธงว่าใช่แน่นอน

เถียงได้ไหมครับเนี่ย จริง ๆ พี่เป็นคนไร้เดียงสากับเรื่องนั้นมากเลยนะ

โกหก แบคฮยอนไม่รู้ว่าเผลอทำปากยื่นใส่เหมือนที่เคยทำกับเพื่อนเวลาไม่อยากเชื่อกับอะไรบางอย่าง และคนตัวเล็กก็เพิ่งจะรู้ตัวตอนเห็นดวงตาคู่นั้นหลุบลงมองริมฝีปากของเขา

พอรู้ว่าเริ่มใกล้กันเกินไป แบคฮยอนจึงขยับออกมาเพื่อสร้างกำแพงระหว่างเราขึ้นมาอีกครั้ง คนตัวเล็กเลียริมฝีปากพลางแกว่งขาแก้เขินระหว่างที่ความเงียบกำลังทำงาน โรมิโอบ้าอะไรของแกแบคฮยอน พูดจาเลอะเทอะจริง ๆ

พอคิดดูแล้วบางทีมันอาจจะจริงอย่างที่เราพูดก็ได้นะครับ

แบคฮยอนเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ พลางหันไปสบตากับคนตัวโตอีกครั้งเพื่อรอฟังว่าอะไรในโลกกันที่ทำให้พี่ชานยอลคล้อยตามเด็กที่ไม่เข้าใจเรื่องวรรณกรรมอย่างเขาได้

เพราะพี่เหมือนโรมิโอตรงที่ตกหลุมรักจูเลียตตั้งแต่ได้เจอกันครั้งแรก

 

 

TBC

 

 

ชานยอล: ขอโทดที่รวย





ขอบคุณ @pekozzang ที่ให้ความรู้เรื่องวรรณกรรม คุยแล้วสนุกมาก รบกวนเวลาเรียนน้องสนุกมากกก

ขอบคุณ @VPINXH ที่ให้ความรู้เรื่องกายภาพบำบัด นั่งมอยกับน้องเรื่องนี้มาสองวันแล้ว ได้ความรู้เข้าสมองมากคร้า

 


 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

391 ความคิดเห็น

  1. #391 p6142 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 19:58
    มาต่อเถอะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะนะคะ
    #391
    0
  2. #389 Moma momint (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 15:42
    งุ้ยยยยยยยยยเขินนนนนนนนนนนนนนนนนนนรออยู่นะคะะ
    #389
    0
  3. #386 _baekkie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 22:47
    อยากเป็นแบคฮยอนจังเลย5555 ต่อนะคะะะะ
    #386
    0
  4. #382 PBPCY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 12:05
    มาต่อเถอะนะคะ พี่มิ้ว รออยู่ ฮืออออ
    #382
    0
  5. #380 Panpassa R. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 13:38
    ยังรอพี่มลินอยู่นะคะ
    #380
    0
  6. #374 eyewang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 23:27
    จนถึงตอนนี้ก็ยังรอพี่มลินอัพฟิคอยู่นะ รีบกลับมาอัพเร็วๆนะคะ
    น้องรอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยยT^T
    #374
    0
  7. #373 CHANBAEK คึคึ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 17:20
    ชอบรุกหนักๆเลยชาน รวยไปไหนเนี่ยย
    #373
    0
  8. #369 Byfxrn lp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 23:16
    ขอโทเที่รวย เว้ยนนเขิน
    #369
    0
  9. #368 FCLT (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 00:30
    แกจะรวยขนาดนี้ไม่ได้นะเว้ยชานย๊อลลลลลลล
    #368
    0
  10. #360 parkxbyun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 21:55
    หล่อ รวย เก่ง มีใครให้มากกว่าพี่ชานยอลมั้ยคะ
    #360
    0
  11. #357 bambambambie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 08:56
    ยอมในความรวยของพี่แก555
    #357
    0
  12. #354 pturquoise (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 15:37
    พี่แบบโคตรรวย ยอม5555555 ประโยคสุดท้ายพี่นี่แบบ ;/////;
    #354
    0
  13. #352 SirimasSinghtong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 18:35
    ขอโทดที่รวย 5555555 รอนะคะ
    #352
    0
  14. #349 butter_fine (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 22:22
    รอเรยย
    #349
    0
  15. #348 proudmy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 07:55
    แม๊! พี่เค้าอ่อย!
    #348
    0
  16. #347 maya93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 06:51
    ดีเว้อออดีมากกกฟิลกู้ดดที่สุดดด
    #347
    0
  17. #344 ohaepcy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 18:49
    เขินนนนนเด้ออออ
    #344
    0
  18. #340 ... (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 22:55
    โรมิยอลกะจูแบค
    #340
    0
  19. #339 pxxmch (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 19:56
    มันได้อ่ะ โรมิโอ~
    #339
    0
  20. #331 Aom_Safety (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 21:17
    โห พี่คะ หล่อ รวย ละมุน
    #331
    0
  21. #330 Aom_Safety (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 21:15
    โอ้ยยย ละมุนมาก
    #330
    0
  22. #328 ปาเลิร์นปาร์คคึ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 18:41
    โอ้ยยยย เอาเลยค่าาา เอาแบคฮยอนไปเลยค่ะพี่??????
    #328
    0
  23. #324 keamdang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 22:35
    พิชัน รุกหนักม๊ากกก
    #324
    0
  24. #322 Qeendrak (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 12:31
    อยากอ่านต่ออออ
    #322
    0
  25. #321 Pimpimgotgot7 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 09:50
    อยากอ่านอีกอ่ะมันดีต่อใจ~
    #321
    0