[EXO] "FREAK BOY" มนุษย์จงอิน | KAIHUN FEAT.TAO

ตอนที่ 27 : CHAPTER 26 :: Our Friends (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,029
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    9 ก.พ. 59

M

 

 

CHAPTER 26

Our Friends

 

 

 

แม่น้ำเบื้องหน้าไม่เคยเศร้าหมองขนาดนี้มาก่อน เซฮุนทอดสายตามองออกไปอย่างไร้จุดหมาย ปล่อยให้กระแสลมเย็น ๆ ช่วยทุเลาความทุกข์ใจออกไป โดยไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าจะมีสิ่งใดในโลก ที่จะช่วยจัดการปัญหาเหล่านี้ไปได้

 

เซฮุนเป็นแค่คนโง่จริง ๆ นั่นแหละ ความจริงที่ปรากฏอยู่ให้เห็น มันก็คือคำตอบของจงอินแล้วว่าทางเลือกของเขามันบ้าบอสิ้นดี เพราะไม่ว่าจะเก็บซ่อนความลับไว้ลึกแค่ไหน แต่สุดท้ายโลกใบนี้ก็สอนให้โอเซฮุนได้รู้ว่าเขาไม่สามารถตายไปกับความลับได้

 

สักวันจื่อเทาก็ต้องรู้ ขึ้นอยู่ว่าจะช้าหรือเร็ว เด็กหนุ่มได้แต่ถอนหายใจกับความคิดโง่ ๆ ที่ว่าถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ มันก็คงดีกว่านี้

 

...

 

คนตัวผอมเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่ออยู่ ๆ หินก้อนหนึ่งก็ถูกยื่นมาตรงระดับใบหน้าของเขา มันถูกวาดเป็นรูปคนทำหน้าซึมเศร้า พอหันไปด้านข้างก็พบเจ้าของรอยยิ้มที่กำลังมองมายังเขา

 

ฉันไม่ได้ทำหน้าแบบนี้อยู่สักหน่อย เอามาเลย เซฮุนแบมือ แต่คนผิวแทนกลับส่ายหน้าพร้อมซ่อนมันไว้ข้างหลัง

 

นายไม่เห็นตัวเอง จะรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้กำลังทำหน้าแบบไหนอยู่? จงอินยังไม่ยอมให้หินก้อนนั้นกับเขา อีกทั้งยังอมยิ้มให้รู้ว่าแผนการแกล้งเรียกรอยยิ้มในวันนี้ได้เริ่มต้นแล้ว นายเชื่อเรื่องแก้เคล็ดไหม?

 

สำหรับคนที่ไม่มีอะไรให้ยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างฉัน แน่นอนว่าต้องเชื่ออยู่แล้ว

 

คนฟังถึงกับหลุดขำออกมาอย่างห้ามไม่ได้ กับสีหน้าเซฮุนซึ่งดูเหมือนว่าจะคิดอย่างที่พูดจริง ๆ อย่างที่รู้กันว่าอีกฝ่ายเป็นคนเก็บทุกอย่างมาคิดจนน่าเป็นห่วง ดังนั้นจงอินจึงโทรนัดให้เซฮุนออกมาข้างนอกด้วยกัน เพราะการอยู่คนเดียวในช่วงเวลาแบบนี้คงไม่ดีสำหรับเราทุกคน

 

ทั้งคู่สบตากันแค่ครู่เดียว จงอินก็เขวี้ยงก้อนหินไปกลางแม่น้ำในวินาทีถัดมาทำไมโยนทิ้งล่ะ

 

เซฮุนถามก่อนจะก้มลงมองหินที่วางเรียงกันไว้ ไม่ว่าจะเป็นที่ถูกวาดตั้งแต่ตอนมอปลายมาจนถึงเมื่อวานนี้ มันยังคงถูกวางอยู่ด้วยกัน หลากหลายสีหน้าที่เราสองคนต่างใช้เวลาไปกับการวาด แล้วพูดคุยเรื่องราวของชีวิตในช่วงที่ไม่มีอีกฝ่ายอยู่ข้าง ๆ

 

ถ้านายเชื่อเรื่องแก้เคล็ด ฉันก็อยากให้โอเซฮุนตอนกำลังเศร้าจมน้ำตาตัวเองตายไปน่ะ

 

นี่นายกำลังแช่งให้หรือไง คนตัวผอมชำเลืองมองอีกฝ่ายที่เอาแต่ยิ้มขำ อดไม่ได้เลยต่อยแขนไปเบา ๆ หนึ่งที เขาก้มลงเก็บหินขึ้นมาหนึ่งก้อน ดึงปากกาออกมาจากกระเป๋าเป้แล้ววาดสีหน้าจงอินลงไปบ้างนี่คือนายตอนนี้

 

คงเมื่อยน่าดู ตาของฉันมันเศร้า แต่ปากก็ยังยิ้มอย่างนี้

 

ไปอยู่ด้วยกันเลย พูดจบก็เขวี้ยงก้อนหินบ้าง จงอินมองมองผิวน้ำที่กระจายเป็นวงกว้าง ก่อนจะหันไปสบตากับอีกฝ่าย

 

แก้เคล็ดเรียบร้อย งั้นก็ยิ้มให้ฉันเห็นได้แล้วใช่ไหม?

 

คำพูดของจงอินเป็นเหมือนเวทย์มนตร์ ที่ทำให้เขายิ้มได้ทันทีหลังจากที่พูดจบ  เซฮุนหลุบสายตามองมืออีกคนที่แบออกมา และเด็กหนุ่มไม่ลังเลที่จะจับมือกับอีกฝ่าย คนผิวแทนกำลังพาเขาออกจากวังวนแห่งความทุกข์

 

ในช่วงเวลาที่ใครหลาย ๆ คนกำลังจมอยู่กับความทุกข์ใจแบบนี้ คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการมีคนคอยอยู่ข้าง ๆ เซฮุนไม่สามารถยิ้มได้อย่างสนิทใจ เมื่อในความคิดของเขายังคงมีเรื่องของหวงจื่อเทา

 

 

ตอนนี้หมอนั่นอยู่ที่ไหน กับใคร สบายดีไหม?

 

 

เซฮุน

 

ว่าไง

 

ไม่เป็นไรนะ

 

...

 

ไม่ว่าฉันหรือนาย รวมถึงไอ้เทา จงอินเว้นจังหวะไปคู่หนึ่งขณะทอดสายตาไปยังเบื้องหน้า โดยที่ยากจะคาดเดาว่าภายใต้ดวงตาคู่นั้นกำลังคิดอะไรอยู่

 

หลังจากผ่านไปสามวัน เราทั้งคู่ต่างนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงจื่อเทา พยายามทุกวิถีทางเพื่อตามหาว่าตอนนี้ผู้ชายคนนั้นอยู่ที่ไหน และเซฮุนรู้ดีว่าคนที่กังวลมากที่สุดในตอนนี้คงไม่ใช่เขา แต่เป็นจงอิน

 

ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าถ้าอยู่ด้วยกันสามคนอีกครั้งแล้วบรรยากาศมันจะน่าอึดอัดสักแค่ไหน แต่มันก็คงไม่แย่เท่ากับตอนนี้ ตอนที่ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เพราะอีกฝ่ายเลือกที่จะหลบหน้า แต่จื่อเทาต้องการเวลา และคงไม่มีความพร้อมสำหรับเซฮุนตั้งแต่แรก หากต้องจุกกับคำพูดที่คาดไม่ถึง เด็กหนุ่มตัวผอมก็ทำใจไว้และพร้อมที่จะยอมรับมัน

 

 

กับเรื่องที่เขาเป็นคนก่อขึ้นทุกอย่าง

 

 

ถ้าจื่อเทาไม่ดีขึ้น เราควร--

 

จะให้เวลามัน

 

ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกแทรกเสียก่อน เซฮุนหันไปมองคนข้าง ๆ อีกครั้ง เพราะรู้สึกได้ถึงมือของเราที่สอดประสานกันแน่นยิ่งขึ้น บางทีจงอินอาจคิดว่าเขากำลังมีความคิดโง่ ๆ อีก ซึ่งก็คงไม่แปลก

 

เราจะให้เวลามัน จนกว่าจะเข้าใจว่าฉันกับนายรักกันจริง ๆ

 

...

 

เราผิดที่ไม่บอกความจริงกับไอ้เทา แต่ความรักของเรามันไม่ผิดหรอกนะเซฮุน

 

คิมจงอินเคยหักดิบบอกเลิกในวันที่หัวใจรักโอเซฮุนมากที่สุด เคยเป็นคนใจร้ายที่ทิ้งคนที่เขารักไว้บนชิงช้าตัวนั้นตามลำพังทั้งที่หัวใจของเขาก็เจ็บจนแทบทนไม่ไหว เคยเฉยชามองผ่านไปทั้งที่ใจอยากหยุดยืนอยู่ตรงนั้น

 

...แต่ไม่ใช่วันนี้

 

เด็กหนุ่มสบตากับอีกฝ่ายอย่างจริงจัง เพื่อบอกให้เซฮุนได้รับรู้ว่าที่พูดออกไปทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น คิมจงอินจะไม่ยอมหันหลังให้กับความรักอีกเด็ดขาด ถ้าหากเรื่องของเราทั้งสามคนต้องการเวลาที่เหมาะสม แน่นอนว่าเขารอได้เสมอ

 

แค่จับมือฉันไว้ นายทำแค่นี้ก็พอ

 
 

 

 

 
 

จื่อเทานั่งห้อยหัวอยู่บนโซฟาราวกับคนโง่ ไม่สิ... ที่จริงแล้วเขามันคือคนโง่โดยตรงเลยต่างหาก ในทีแรกเด็กหนุ่มคิดว่าเข้มแข็งมากพอที่จะตัดขาดจากโลกใบนี้ได้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ก็ทนไม่ไหว ลองเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อหวังว่าจะได้เจอเบอร์โทรเข้าของเพื่อนสนิทและเซฮุน ซึ่งมันก็ใช่... ทุกคนที่อยู่รอบตัวต่างกำลังเป็นห่วงเขา

 

ข้อความจากเพื่อนที่มหาลัยส่งมาถามไถ่ตามมารยาท ข้อความเตือนสติของพี่มินซอกที่เตือนสติและแสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใย กับสายที่ไม่ได้รับของจงอินและเซฮุนนับไม่ถ้วน เด็กหนุ่มรู้สึกไม่ค่อยดีนัก กับความย้อนแย้งในใจที่ทั้งโกรธและรู้สึกผิดกับสองคนนั้นที่เลือกตัดขาดทุกช่องทาง

 

 

คุณได้รับข้อความจาก...

ไอ้ห่าจงอิน

[ ถ้าคิดว่าหนีกูไปได้ตลอดชีวิตก็ลองดู ]

 

 

ไอ้เวรนั่นไม่ได้ขอโทษ หรือแสดงความเสียใจอะไรทั้งนั้น ข้อความมากมายที่ส่งมาเหมือนว่าจะตบหน้าแล้วเขย่าไหล่เขาเพื่อบอกให้ตั้งสติ จื่อเทาปิดเครื่องอีกครั้ง เขายังไม่มีความพร้อม ถ้าหากว่าไอ้จงอินจะบังเอิญโทรเข้ามาตอนนี้

 

กินข้าวกัน

 

กว่าจะคุยเสร็จ เด็กตัวสูงดีดตัวลุกขึ้นนั่ง มองเจ้าของใบหน้าซน ๆ ที่กำลังอมยิ้มอย่างมีความสุขหลังจากคุยเฟซไทม์กับไอ้ชานยอลเสร็จ

 

เราคุยแป๊บเดียวเอง นี่ก็รีบวางเพื่อมาแกะถุงกับข้าวให้จื่อเทากินเลยนะ

 

อย่าขี้โม้ ซุปเย็นหมดแล้วมั้ง ไม่เคยคุยกันหรือไงวะ งุ้งงิ้งเหมือนยุง เห็นคนรักกันแล้วอยู่ ๆ ก็หมั่นไส้ขึ้นมา จื่อเทามองอีกคนที่บิดตัวแทบจะเป็นเลขแปด

 

งั้นเดี๋ยวเราเอาไปอุ่น

 

ไม่ต้องแล้ว รีบ ๆ แกะเลย ฉันหิว จื่อเทาปัดมือไล่คนตัวเล็กที่นั่งยอง ๆ อยู่บนหน้าโต๊ะข้างโซฟา แบคฮยอนเบะปาก พึมพำเงียบ ๆ พร้อมจัดแจงมื้อเที่ยงคนเดียวไอ้ชานยอลเป็นไงบ้าง

 

ไม่บอกหรอก ถ้าจื่อเทาอยากรู้ ก็ต้องเฟซไทม์หาชานยอลเอง

 

อะไรวะ ก็แค่เล่าให้ฟังระหว่างนั่งกินข้าวแค่นี้ไม่ได้ไง? เขาขมวดคิ้วมองเจ้าของรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มนุษย์ฮอบบิทชักจะกวนประสาทเขาเข้าไปทุกวันแล้ว ที่เมื่อคืนเปิดใจเล่าความทุกข์ให้ฟังก็เพราะว่าเชื่อใจ แต่แทนที่มันจะช่วยปลอบ ก็ผลักดันให้เขาหันหน้าเข้าหาเพื่อนที่คุยเรื่องนี้ด้วยไม่ได้เสียอย่างนั้น

 

จื่อเทาควรคุยกับชานยอลบ้าง นี่เราพูดจริงจังเลยนะ ถึงชานยอลจะช่วยแก้ปัญหาให้ไม่ได้ แต่ชานยอลก็พูดเรื่องไร้สาระเก่งที่สุดในโลกอะ

 

ฉันจะฟ้องมัน

 

อะล้อเล่นน่า แบคฮยอนทำมือป๋องแป๋งเหมือนเล่นกับเด็ก ทำเอาคนมองแค่นยิ้ม ก่อนจะลงไปนั่งบนพื้นฝั่งตรงข้ามคนตัวเล็ก หยิบตะเกียบกับช้อนขึ้นมาแล้วคีบมื้อเที่ยงกินเห็นไหมว่าจื่อเทากินข้าวได้

 

ก็คนไหมล่ะ ไม่กินแล้วจะอยู่ยังไง

 

ก็จื่อเทาทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ใส่ถ่านมาตลอดอาทิตย์เลยอะ เราพุงยื่นเพราะใคร ดูหลักฐานได้ แบคฮยอนยืนเข่าพร้อมแอ่นพุงให้อีกคนดู เด็กตัวสูงขยับปากบ่นพร้อมง้างตะเกียบขึ้นเคาะหัวคนตัวเล็ก ทำไมหมอนี่ถึงดื้อได้ตลอดเวลาเลยนะ

 

วันนี้จะฟาดให้เรียบเลย กินให้ทันแล้วกัน

 

แข่งกับเราได้!” แบคฮยอนกำช้อนไว้แน่น หรี่ตาสบตากับเพื่อนชาวจีนอย่างเอาจริง ก่อนจะหน้าเงนไปข้างหลังเพราะถูกผลัก

 

คนตัวเล็กลูบศีรษะพลางหัวเราะแหะ จะว่าไปแล้วมนุษย์ฮอบบิทของไอ้ชานยอลก็เชื่องและทนมือทนไม้ใช้ได้ จื่อเทาเพิ่งรู้ว่าหลุดยิ้มออกมา ก็ตอนที่รู้สึกเมื่อยแก้ม ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เด็กหนุ่มรู้สึกว่าการยิ้มมันกลายเป็นเรื่องยากขนาดนี้

 

ทั้งคู่จัดการอาหารจนไม่เหลือ จริงอย่างที่แบคฮยอนบอกไว้จริง ๆ ว่าวันนี้จะมีการแข่งขันเกิดขึ้นในการกินมื้อเที่ยง จื่อเทาไม่ชอบล้างจาน แต่มาอยู่ที่นี่เกือบอาทิตย์แล้วก็รู้สึกว่าควรทำอะไรสักอย่างตอบแทนเจ้าบ้านเสียหน่อย

 

จื่อเทา

 

หืม?

 

คุยกับจงอินเถอะนะ

 

...

 

เราไม่ได้อยากให้อารมณ์เสีย แล้วก็ไม่อยากโดนตีหัวด้วย แต่จื่อเทาต้องคุยกับจงอินนะ

 

เสียงน้ำก๊อกคือสิ่งเดียวที่ทำลายความเงียบในเวลานี้ แบคฮยอนชำเลืองมองเพื่อนตัวสูงอย่างหวาด ๆ เขากังวลเรื่องที่จื่อเทาจะโมโหแล้วเดินออกไปจากห้องครัวทั้งที่มือยังเต็มไปด้วยฟองน้ำยาล้างจานมากกว่าถูกตีหัวเสียอีก

 

ตอนนี้ยังไม่ได้หรอก

 

แล้วเมื่อไหร่อะ เราว่าตอนนี้จงอินกับเซฮุนต้องเป็นห่วงจื่อเทามากแน่ ๆ

 

เรื่องนั้นฉันรู้ แต่จะให้ทำไงวะ ไม่เคยรู้สึกว่าเข้าใจทุกอย่างแต่ทำตามที่คิดไม่ได้เหรอ?

 

แบคฮยอนไม่ได้รบเร้าอีก เจ้าตัวเพียงแค่มองมาด้วยแววตาใส ๆ เหมือนกับจะบอกว่าเรื่องนี้มันผิดหรือไงที่หวังดีกับเขา จื่อเทาถอนหายใจฮึดฮัด ก้มหน้าล้างจานอีกครั้งโดยหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่พูดสะกิดอะไรอีก

 

เพื่อนกันตัดยังไงก็ไม่ขาดหรอก การทะเลาะกันไม่ได้หมายความว่าใครคนหนึ่งเป็นคนไม่ดี เราว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ เพื่อนใช่ว่าจะเห็นตรงกันทุกเรื่อง มันก็ต้องมีบ้างที่รู้สึกขัดแย้งกัน

 

...

 

ให้อภัยจงอินเถอะนะ เรารู้สึกได้ว่าจงอินรักจื่อเทามาก ๆ แล้วจื่อเทาก็รักจงอินมากเหมือนกัน

 

ต่อให้แบคฮยอนไม่พูด เขาก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นอย่างนั้น แต่พอนึกย้อนกลับไปทีไร ก็อดน้อยใจไม่ได้เลยว่าทำไมไอ้จงอินถึงไม่ยอมบอกตั้งแต่แรก

 

ฉันรู้ แต่ตอนนี้ฉันต้องการเวลา เด็กหนุ่มเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งถ้ารู้สึกดีขึ้นแล้วจะกลับไปหาพวกมันเอง อืม ฉันหมายความว่ากลับไปยืนต่อหน้าไอ้จงอิน แล้วตบหัวมันแรง ๆ ได้โดยที่ไม่ร้องไห้ออกมาก่อนน่ะ

 

ร้องก็ร้องสิ ไม่เห็นเป็นไรเลย เด็กหนุ่มชาวจีนชำเลืองมองคนตัวเล็กที่กำลังล้างจานด้วยน้ำสะอาดเวลาดีใจก็ยิ้ม มีความสุขก็หัวเราะ เสียใจก็ร้องไห้ดัง ๆ

 

...

 

ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเก็บความรู้สึกไว้สักหน่อย เราไม่ได้ไปยืนร้องไห้ต่อหน้าใคร คนที่ทำให้จื่อเทารู้สึกอย่างนั้นได้ก็คือเพื่อนนี่นา

 

คนฟังยืนนิ่งแล้วจมอยู่กับความคิด ที่มนุษย์ฮอบบิทพูดมามันก็ถูกทุกอย่าง แต่เขาก็ไม่รู้เลยว่าจะจัดการความรู้สึกตนเองได้อย่างไร

 

ส่วนเรื่องเซฮุน ถ้าเป็นเรา เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไง ถ้าเพื่อนสนิทมาบอกว่าชอบ แต่เรากลับไม่ได้คิดตรงกัน

 

...

 

มันแย่มากเลยกับทางเลือกว่าต้องตัดเพื่อน หรือพยายามรักษาน้ำใจเอาไว้ จื่อเทาก็รู้ใช่ไหมว่าเซฮุนไม่มีเพื่อนคนอื่นอีก

 

...

 

จื่อเทาต้องรักตัวเองให้มาก ๆ แล้วหลังจากนั้นก็แบ่งความรักให้คนอื่นด้วยนะ แววตาของแบคฮยอนแฝงไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย กับเรื่องที่เขาเล่าให้ฟัง ทั้งที่เล่าเพราะอารมณ์โมโห และที่เล่าตอนมีสติครบถ้วนแล้ว

 

ฉันเป็นคนดีได้นะ หมายถึงว่า... ฉันยอมเห็นสองคนนั้นคบกันได้ ที่ติดใจคือทำไมถึงไม่บอก?

 

ถ้าบอกแล้วจื่อเทาจะเสียใจไหมอะ

 

...

 

ถ้าถามเรา เราก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน อะไรที่ไม่เจอกับตัว เราก็คงจินตนาการไม่ออกหรอกว่าวินาทีนั้นจะติดสินใจเลือกทางไหน

 

...

 

ตอนนั้นมันอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของจงอินแล้วก็ได้ ไม่งั้นจงอินคงไม่เลิกกับเซฮุนหรอก

 

ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก จื่อเทาถอนหายใจเบาหวิวกับความรู้สึกมากมายที่ประดีประดังเข้ามาไม่หยุด ยิ่งพยายามทบทวนเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้เขาเป็นคนผิดโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกมันช่างยากลึกหยั่งถึง มนุษย์เราไม่รู้เลยว่าการแคร์คนอื่นในบางครั้ง มันอาจเป็นการทำร้ายจิตใจโดยไม่รู้ตัว

 

เสียงออดหน้าประตูบ้านเรียกความสนใจจากเด็กหนุ่มทั้งสอง แบคฮยอนทิ่มมือลงไปในอ่างล้างมือซึ่งเต็มไปด้วยน้ำก่อนจะยิ้มกว้างพร้อมทำตาปริบ ๆ เป็นเชิงขอให้เขาไปเปิดประตูให้

 

จื่อเทาเพียงถอนหายใจ ใช่ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เด็กตัวสูงก็จำไม่ได้แล้วว่าทำอย่างนี้ไปทั้งหมดกี่ครั้ง

 

อะไรอะ แบคฮยอนขมวดคิ้วมุ่น เบี่ยงตัวหลบองศาเพราะถูกเพื่อนชาวจีนหลอกเช็ดมือกับเสื้อของตน จื่อเทาเพียงยักคิ้วกวน ก่อนจะก้าวออกไปข้างนอกพร้อมดึงประตูบ้านเข้าหาตัว

 

เด็กหนุ่มเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เมื่อตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่เขาพยายามวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด สีหน้าของไอ้จงอินดูประหม่าไม่แพ้กัน เราต่างคนต่างแสดงออกมาในมุมที่อีกฝ่ายไม่เคยเห็น

 

ไง

 

...

 

จื่อเทายังคงอึ้งกับภาพที่เห็น และเขาไม่คิดจะตอบโต้บทสนทนานี้ด้วยคำพูดหรือสีหน้าใด ๆ ทั้งนั้น เด็กหนุ่มไม่เคยคิดเลยว่าระหว่างเราทั้งคู่จะมีความรู้สึกอึดอัดเวลาอยู่ต่อหน้ากันและกันแบบนี้ได้

 

บอกแล้วไง ว่ามึงหนีกูไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอก

 

จื่อเทากำลังจะสำลักตายเพียงเพราะเห็นว่าตอนนี้เซฮุนยืนอยู่ข้างนอก สีหน้าและแววตาที่แสดงออกมา มันค่อนข้างชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังกังวล เซฮุนอาจกลัวว่าถ้าเดินเข้ามาอีกก้าวเดียว ไอ้คนชอบวิ่งหนีความจริงอย่างเขาอาจปิดประตูใส่หน้าโดยที่ไอ้จงอินไม่มีโอกาสได้อ้าปากพูดอะไรอีก

 

เด็กหนุ่มชาวจีนหันกลับไปด้านหลัง แล้วก็ได้พบว่าคนตัวเล็กแอบชะโงกหน้าออกมาพร้อมรอยยิ้มเจื่อน แบคฮยอนขยับปากพูดแบบไม่มีเสียงว่าเราขอโทษอะ เพียงเท่านั้นหวงจื่อก็รู้คำตอบแล้วว่าสองคนนี้หาตัวเขาเจอได้อย่างไร

 

 
 

 


 

จื่อเทาชอบมกโพตรงที่มีท่าเรือ ดังนั้นเขาจึงมาที่นี่ทุกวันตอนแบคฮยอนออกไปมหาลัย การอยู่เงียบ ๆ ตามลำพังมันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือเขาสามารถได้ทบทวนเรื่องราวทุกอย่างด้วยตนเอง แต่ข้อเสียก็คือ... มันทำให้รู้ว่าเพื่อนสำคัญกับชีวิตหวงจื่อเทามากแค่ไหน

 

วันนี้หวงจื่อเทาไม่ได้นั่งมองทะเลกว้างตามลำพัง เมื่อมีคิมจงอินนั่งอยู่ข้าง ๆ และใช้เวลาไปกับความอึดอัดด้วยกัน แน่นอนว่าเรามีเรื่องต้องคุย ไม่ใช่ตอนนี้ก็วันข้างหน้า แม้จื่อเทาจะพยายามวิ่งหนี แต่ในเมื่อไอ้เวรนี่ดันตามหาเขาเจอ มันจึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีก

 

บอกตามตรงว่ายังรู้สึกเจ็บจี๊ดตรงหัวใจอยู่ไม่น้อย ตอนเห็นไอ้จงอินหันไปบอกให้เซฮุนนั่งรออยู่ที่บ้านกับแบคฮยอน ซึ่งหมอนั่นก็ทำตามอย่างไม่อิดออด มันทำให้หวงจื่อเทานึกย้อนมองตนเองว่าถ้าเขาพูดอย่างนั้นบ้าง โอเซฮุนจะทำอย่างไร?

 

 

ไม่ ใช่เลย... หมอนั่นคงตอบแบบนี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนที่ชอบทำ

 

 

แต่มันก็ทำให้เขาได้รู้ว่าการที่คน ๆ หนึ่งจะแสดงออกแบบไหน มันก็ขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

 

นานแล้วนะที่เราไม่ได้มาทะเลด้วยกัน จงอินเป็นคนเปิดบทสนทนาก่อน และเขาคิดว่ามันค่อนข้างทำได้ดีที่ไม่เปิดด้วยเรื่องของเราสามคนพอขาดไอ้ชานยอลไปคนนึง ทะเลก็ดูกว้างขึ้นมาถนัดตาเลย

 

เพราะนั่งอยู่กับกูต่างหาก

 

มึงไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอก

 

... จื่อเทาชำเลืองมองเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไอ้จงอินยังคงนิ่งและเหมือนว่าได้เตรียมคำพูดสำหรับวันนี้มาแล้ว

 

ที่มึงคิดว่าตัวเองไม่สำคัญ ตอนนั้นใจมึงกำลังตะโกนหาใครสักคน

 

...

 

รู้สึกเหมือนถูกจี้ใจดำ จื่อเทาเพียงแค่มองเรือหาปลาที่จอดเทียบท่าอยู่ด้านซ้ายมือ มากกว่าการหันไปสบตากับเพื่อนสนิทให้ถูกจับผิดได้ ใช่... เขารู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ในช่วงเวลาที่เอาแต่ตัดพ้อว่าหวงจื่อเทาสำคัญสำหรับใครบ้าง? ตอนนั้นเขากำลังอยากให้ใครสักคนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า แล้วบอกว่านายสำคัญสำหรับฉันเสมอ

 

คิดว่ากูกำลังตะโกนหามึงอยู่หรือไง

 

จะโกหกก็ได้ ถ้ามึงทำแล้วสบายใจ

 

ตอนนี้คงไม่มีเรื่องส้นตีนอะไรที่จะทำให้กูสบายใจได้แล้ว

 

งั้นก็ช่างหัวเรื่องความสบายใจเถอะ กูรู้ว่าความรู้สึกถ้ามันเสียไปแล้ว คงยากที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ กูไม่ได้มาที่นี่เพื่ออธิบายห่าเหวอะไรเพื่อยืนยันว่ากูมีเหตุผล แล้วกูก็ไม่ได้หวังว่ามึงจะให้อภัยกูภายในวันนี้

 

...

 

แต่เราควรคุยกัน แทนที่จะหลบหน้ากันเปล่าวะ?

 

ถ้าไอ้ชานยอลอยู่ตรงนี้ คาดว่ามันคงล็อกคอเขากับไอ้จงอินเข้ามาจนศีรษะโขกกันแน่ ๆ เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังกลั้นหายใจ กับเรื่องที่ต้องฟังในตอนนี้ซึ่งไม่มีการเตรียมพร้อมมาก่อน

 

ไอ้จงอินเป็นคนเด็ดขาดและมีเหตุผล แต่ในใจของหวงจื่อเทาก็ยังมีจุดดำคอยทำให้รู้สึกแย่ทุกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องความลับที่ทั้งคู่เก็บไว้ตลอด ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร เด็กหนุ่มตัวสูงก็ไม่สามารถขับไล่ความรู้สึกเหล่านี้ไปจากใจได้เลย

 

สิ้นปีไปหาไอ้ชานยอลกันไหม?

 

ประโยคนี้ผิดไปจากที่คาดเดาไว้อย่างสิ้นเชิง จื่อเทาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจพร้อมหันไปสบตากับเพื่อนสนิท ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยเมื่อก่อนหน้านี้กำลังคลี่ยิ้มบาง ๆ ราวกับว่าโลกใบนี้ไม่เคยสร้างปัญหาใด ๆ ให้กับเราทั้งคู่

 

กูคิดว่าการไปอยู่เมืองนอกคนเดียวคงเหงา หันไปรอบข้างก็เจอแต่คนพูดคนละภาษา ถึงจะอยู่ท่ามกลางคนเป็นพัน แต่กูคิดว่าเพื่อนเรามันคงเหงาน่าดู

 

...

 

เหมือนกับที่มึงหนีมาอยู่ที่นี่ ด้านข้างมีชาวประมงกับเรือหาปลา ข้างหลังมีรถขับเพ่นพ่าน แต่มึงคงไม่รู้สึกอุ่นใจเหมือนตอนอยู่กับพวกกูหรอกใช่ไหม?

 

...

 

เวลาเหงา เวลารู้สึกโดดเดี่ยว มึงควรนึกถึงเพื่อนมากกว่าวิ่งหนีนะ จงอินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมายิ้มบาง ๆ กูคงไม่ขอโทษที่ชอบเซฮุน แต่กูขอโทษที่ทำให้มึงเสียใจ

 

จงอินยังคงเป็นฝ่ายพูดอยู่คนเดียว และจื่อเทาก็เป็นผู้ฟังที่ดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ แน่ล่ะ... ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีอยู่ไม่กี่ครั้งหรอกที่เด็กหนุ่มชาวจีนจะนั่งเงียบอยู่เฉย ๆ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องความกดดันที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวเพื่อนที่เขาไม่สามารถให้คำปรึกษาได้

 

มึงจะขอโทษทำไม ในเมื่อมึงเจอเซฮุนก่อน

 

... ถึงคราวที่จงอินเป็นฝ่ายพูดไม่ออกบ้าง และพอเห็นสีหน้าอีกฝ่ายเป็นอย่างนั้น จื่อเทาจึงถอนหายใจออกมา

 

นึกแล้วกูก็โกรธมึงสองคนจริง ๆ ที่แกล้งทำเป็นไม่รู้จักกันตอนที่กูแนะนำให้รู้จัก จื่อเทากำลังพยายามห้ามตัวเอง กับเรื่องที่อยากเก็บไว้ในใจ แต่สุดท้ายมันก็ถูกพ่นออกมาจนได้แกล้งทำเป็นไม่สนิทกัน ไม่ชอบขี้หน้ากัน

 

เรื่องนั้นกูไม่ได้แกล้ง จงอินไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรกับเรื่องนี้ หากบอกว่าตอนนั้นแค่นึกอยากปั่นหัวโอเซฮุนเล่น ๆ มันก็จะดูใจร้ายกับเพื่อนจนเกินไป

 

แล้วไงต่อ ไอ้เครื่องดนตรีนั่นก็ของมึงด้วยใช่ไหม?

 

อืม

 

มีอะไรอีก

 

มึงจะรู้ไปทำไม ในเมื่อผลลัพธ์มันก็ออกมาเหมือนกัน จงอินหันไปมองเพื่อนสนิทที่มีสีหน้าไม่สู้ดีนักมึงเลิกหาเรื่องตอกย้ำความรู้สึกตัวเองเถอะ กูผิดที่ไม่บอกมึง แต่มึงก็ผิดที่ตื๊อเซฮุนจนเกินไป

 

กูผิดเหรอที่พยายามเอาชนะใจคนที่ชอบ?

 

แล้วเคยคิดบ้างไหมว่าความชอบของมึงกำลังทำร้ายคนอื่นอยู่ ประโยคนี้ทำเอาคนฟังถึงกับนิ่งไป สองเพื่อนสนิทสบตากันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง และดูเหมือนว่าหวงจื่อเทาจะไม่มีข้อแก้ตัวกับข้อนี้มึงเป็นเพื่อนที่ดีนะเทา แต่มึงจะเป็นแฟนที่โคตรเห็นแก่ตัว

 

...

 

ลองคิดดูว่าถ้ากูสองคนไม่ได้คบกัน แล้วมึงจีบเซฮุนติด แววตาของจงอินดูจริงจังขึ้น ถ้าเทียบกับเจ้าของรอยยิ้มเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้แล้ววันหนึ่งเซฮุนก็รู้ว่ามึงนอนกับพี่มินซอกมาตลอด

 

...

 

มึงพยายามบอกเซฮุนว่าไม่ใช่ มึงกับพี่มินซอกแค่พี่น้องกัน มึงรักเซฮุนคนเดียว พอถึงเวลานั้นเขาเชื่อมึงไหม?

 

...

 

ก่อนหน้านี้มึงมองเห็นแต่ความสุขกับความทุกข์ในมุมของตัวเอง จนมองข้ามความรู้สึกคนอื่นไป จงอินยังคงหวังว่าเพื่อนจะคิดตามในสิ่งที่เขาพยายามสื่อออกมาแต่กูก็ผิดที่ห่วงความรู้สึกมึงเกินไปจนเรื่องมันบานปลายมาถึงขนาดนี้

 

...

 

ทุกคนแคร์มึงมาก จนถึงตอนนี้กูก็ยังยืนยันอย่างนั้น

 

จื่อเทามองน้ำทะเลเพื่อเป็นที่ยึดสายตา เขารู้สึกได้ถึงสัมผัสหนัก ๆ จากมือของเพื่อนที่วางลงบนไหล่ มันบางเบา แต่ก็หนักแน่นในเชิงของความรู้สึก

 

หลายครั้งที่เด็กหนุ่มได้รู้ถึงข้อดีและข้อเสียของตนเอง ครั้งแรกคือตอนที่เข้าชมรมว่ายน้ำ ก็เพราะไอ้จงอินเชียร์ให้เขาเข้าคัดเลือก อีกทั้งเรื่องข้อเสียมากมายที่แก้ไขไปแล้วและยังไม่ได้จัดการกับมัน ไอ้เวรนี่ก็เป็นหนึ่งคนที่คอยเตือนสติเขาอยู่เสมอ

 

มึงจะเหวี่ยงใครออกไปจากชีวิตก็ได้ แต่คน ๆ นั้นต้องไม่ใช่เพื่อน

 

กูไม่เคยเหวี่ยง แล้วก็ไม่เคยคิดอย่างนั้นด้วย

 

ทั้งคู่หันมาสบตากันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรอีก วันนี้เด็กหนุ่มทั้งสองต่างได้รู้แล้วว่าการเผชิญหน้ากันตรง ๆ มันอาจจะน่ากระอักกระอ่วน แต่ก็คงไม่มีวิธีไหนในโลกที่จะทำให้ทั้งคู่เข้าใจกันได้มากไปกว่านี้

 

บาดแผลที่เกิดขึ้น และความไว้ใจที่ถูกทำลายไป จงอินอยากให้อนาคตเป็นตัวพิสูจน์เองว่าเขาจะสร้างมันขึ้นมาได้อีกครั้งหรือไม่ ซึ่งความเป็นไปได้มันก็ขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายยังอยากให้โอกาสหรือเปล่า

 

ก่อนหน้านี้จื่อเทาไม่มีความพร้อมที่จะกลับไปเผชิญหน้ากับความจริง แต่เขาก็ไม่อยากตกอยู่ในสภาพนี้นานไปกว่าที่เป็นอยู่อีก หากมองแบบเป็นกลางโดยไม่เข้าข้างตัวเองนัก พวกเราทุกคนต่างก็มีความผิดในแบบที่คนอื่นมองเห็น

 

หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปแล้วทิ้งความรู้สึกให้จมดิ่งอยู่แบบนี้เรื่องราวมันคงไม่ดีขึ้น เพราะใจของหวงจื่อเทาก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เหมือนกัน เขายังต้องการเพื่อน ยังคิดถึงช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยมีร่วมกัน มากกว่าการนั่งอยู่ตรงนี้ตามลำพังเพราะทิฐิและโทสะ แล้วเอาแต่โทษว่าใครผิด

 

 

เราทุกคนต่างต้องการโอกาสเพื่อกลับไปซ่อมแซมความรู้สึกของอีกฝ่าย ใช่... เราทุกคน

 

 

ไง ยังอยากอยู่มกโพต่อไหม? ทั้งคู่หยัดตัวลุกขึ้นเต็มความสูง พร้อมมองหน้าอีกฝ่ายอย่างหยั่งเชิง

 

ถามควาย ๆ ในหัวกูมีแพลนเก็บกระเป๋าไปเต๊าะแหม่มถึงเมกาแล้วเนี่ย

 

ไอ้ชานยอลบอกว่าเพื่อนใหม่มันเป็นเด็กอเมริกันฟุตบอล แต่เป็นเกย์รับ ถ้ามึงสนใจ--จงอินกอดคอเพื่อนสนิทให้เดินไปด้วยกันบนสะพานทางไม้ยาว ก่อนอีกฝ่ายจะผงะออกอย่างตกใจ

 

พ่องเหอะ ไม่เอาโว้ย!”

 

เฮ้ย มึงต้องลองดูสักครั้ง

 

ตลกเหอะ เดี๋ยวฟาดหน้าแยก จื่อเทาง้างหมัดขึ้นมา ตั้งท่าเตรียมซัดหน้าไอ้คนกวนส้นตีน เราทั้งคู่ยังคงมีร่องรอยฟกช้ำจากเรื่องคืนนั้นอยู่บนใบหน้า ที่เกิดขึ้นทั้งบนร่างกายและจิตใจ

 

หิวว่ะ

 

มึงเป็นเด็กมกโพแล้วนี่ ไหนแนะนำซิว่าร้านไหนอร่อย

 

กวนตีนไม่เลิกนะมึง เก็บปากไว้แตกหน้าหนาวดีไหม หรือจะให้กูซ้ำรอยเดิมอีกรอบ

 

ขอโทษครับพี่เทา ผมปากหมาเอง ผมผิดไปแล้ว

 

จงอินรั้งคอเพื่อนสนิทเข้ามาอีกครั้ง ซึ่งจื่อเทาก็ไม่ยื้อดึง ท่ามกลางสายลมเย็นริมทะเลตะวันออก หัวใจของเด็กหนุ่มทั้งสองคนยังคงบอบช้ำ แต่เขาทั้งคู่เลือกที่จะช่วยกันเยียวยามัน มากกว่าจัดการด้วยตัวเอง

 

เพื่อนก็คือเพื่อน วันนี้จื่อเทารู้แล้วว่าต่อให้ต้องเสียใจเพราะความรักที่มีให้โอเซฮุน แต่สิ่งหนึ่งที่จะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตก็คือมิตรภาพ ซึ่งเด็กหนุ่มหวังว่ามันจะแน่นแฟ้นยิ่งกว่าที่เคยเป็น

 

 

เราจะเข้าใจกันมากขึ้น รักกันมากขึ้น แคร์ความรู้สึกกันมากขึ้น

 

 

เพราะว่าเราคือเพื่อนกัน

 

 

กลับไปมนุษย์ฮอบบิทโดนกูจัดหนักแน่

 

เดี๋ยวกูส่งขนมมาให้แบคฮยอนบ้างดีกว่า

 

จงอินอมยิ้ม นึกขอบคุณเพื่อนตัวเล็กที่ทำให้เขาและไอ้เทาได้มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกันในวันนี้ แม้จะต้องฝืนทำในเรื่องที่ไม่ชอบเช่นการบอกความลับกับคนอื่น แต่แบคฮยอนก็แยกแยะได้ว่าความลับแบบไหนที่ไม่ควรเก็บเอาไว้

 

ที่เหลือก็แค่ให้ไอ้เทาคุยกับเซฮุน พอถึงตอนนั้น เขาเชื่อว่าทั้งคู่น่าจะเปิดใจคุยกันได้โดยที่ไม่มีใครต้องฝืนดันทุรังเหมือนอย่างก่อนหน้านี้

 

 

ขอแค่เรากล้าเผชิญหน้ากับความจริง...

 
 

 

 
 

 

ทั้งสามคนนั่งรถไฟ KTX กลับโซลด้วยกัน เซฮุนมองเงาที่สะท้อนอยู่ในกระจก ราวกับฉายภาพเก่า หากแต่คนที่นั่งอยู่ตรงกลางตอนนี้กลับไม่ใช่จื่อเทาเหมือนอย่างเคย แต่กลายเป็นจงอินที่คั่นความน่าอึดอัดระหว่างเขากับเพื่อนชาวจีนเอาไว้

 

จนถึงตอนนี้เซฮุนก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับจื่อเทา ซึ่งเขาก็ไม่ได้รบเร้าเพื่อขอเคลียร์เรื่องราวที่ค้างคาใจเดี๋ยวนั้น เด็กหนุ่มนั่งเงียบมาตลอดทั้งทาง ไม่แม้แต่จะหันไปคุยกับจงอิน เพราะกลัวว่าจื่อเทาจะรู้สึกแย่

 

รถไฟเทียบจอดชานชาลาตอนช่วงหัวค่ำ ขายาวก้าวออกมาด้านหน้าก่อนจะหันเข้าหาเพื่อนสนิทและคนรัก เดี๋ยวฉันจะกลับก่อน นายกลับพร้อมไอ้เทานะ

 

หะ? จื่อเทาเบิกตากว้าง อ้าปากเตรียมถามแต่ไอ้จงอินกลับทำได้ดีแค่ยิ้มเป็นคำตอบ แล้วเดินออกไปจากตรงนั้น

 

ไอ้จงอินมันบ้าไปแล้วเหรอวะ?! ทั้งที่รู้อยู่ว่าตอนนี้เขากับเซฮุนแทบจะไม่มองหน้ากันอยู่แล้ว ขืนให้กลับด้วยคงมีใครสักคนกระอักเลือดดำตายแน่ ๆ

 

เด็กหนุ่มชาวจีนตั้งใจจะไปลากคอเพื่อนกลับมา แต่เดินไปได้แค่ก้าวเดียวก็ต้องหยุดชะงักเพราะถูกใครอีกคนคว้าแขนเอาไว้ จื่อเทาหันไปมองเจ้าของแววตาที่มองมาราวกับว่ากำลังขอความเห็นใจ ซึ่งแน่นอนว่ามันได้ผลกับเขาเสมอ

 

 

ให้ตายเถอะว่ะ!!!

 

 

กลับ... ด้วยกันเถอะ

 

เพื่ออะไร

 

ฉันมีเรื่องอยากคุยกับนาย เดี๋ยวนั่งรถเมล์ไปส่งที่บ้านนะ

 

ฉันไม่ใช่เด็กสามขวบที่ต้องให้คนช่วยพาไปส่ง

 

แม้จะเย็นชาขนาดนี้ แต่มือที่จับแขนอยู่ก็ยังไม่ปล่อยออก หนำซ้ำเจ้าของสีหน้าหงอย ๆ นั้นยังกระชับมือแน่นยิ่งขึ้นราวกับกลัวว่าเขาจะสะบัดทิ้ง หวงจื่อเทาก็ยังเป็นหวงจื่อเทา เด็กหนุ่มอาจจะถ่อยกับทุกคนที่แกว่งปากหาตีนได้ แต่ไม่ใช่กับคนนี้ คนที่มีอิทธิพลต่อใจเขาเสมอ

 

 

สุดท้ายก็ยอมยืนอยู่เฉย ๆ แล้วปล่อยให้เซฮุนทำตามอำเภอใจ

 

 

ฉันขอโทษ นายจะด่ายังไงก็ได้แต่อย่าเดินหนีเลยนะ เพราะถ้านายทำอย่างนั้น ฉันก็คงเดินตามจนทำให้นายรำคาญมากกว่าเดิม

 

...

 

จื่อเทาสบตากับคนตรงหน้า และคาดว่าตอนนี้ในใจของโอเซฮุนคงเต็มไปด้วยความวิตกกังวลในทุก ๆ เรื่อง ใช่... เขาต้องรู้อยู่แล้ว กับสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น ไม่ว่าจะเป็นความขี้กังวล คิดมาก ต่อให้ตอนนี้หวงจื่อเทาจะรู้แล้วว่าคนที่รู้จักโอเซฮุนดีที่สุดนั้นไม่ใช่เขา แต่อย่างน้อยเด็กหนุ่มก็เดานิสัยอีกฝ่ายออกอยู่บ้าง

 

 

ก็นอกจากคนที่ชอบ เซฮุนก็คือเพื่อนของเขาคนหนึ่ง

 

 
 

 

 
 

บนฟุตปาธข้างถนนซึ่งมีรถราขับผ่านอยู่ตลอดคงเหมาะที่สุดในเวลานี้ ในมือของเซฮุนมีแก้วโกโก้ร้อน ส่วนจื่อเทาคือชามะนาว ท่ามกลางความเงียบมอบให้กันและกัน ซึ่งเด็กหนุ่มชาวจีนคงไม่คิดเปิดบทสนทนาก่อน เขาปล่อยให้อีกฝ่ายรวบรวมคำพูด และจะนั่งตั้งใจฟังเท่าที่ฟังได้

 

จงอินคงพูดไปหมดแล้ว แต่ฉันก็ยังอยากคุยกับนายอยู่ดี

 

...

 

มันเป็นความผิดของฉันที่ไม่ยอมให้จงอินบอก เพราะถ้าพูดกับนายตรง ๆ ตั้งแต่ตอนแรกเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น

 

เซฮุนชำเลืองมองเสี้ยวหน้าของเพื่อนชาวจีนที่ยังคงทอดสายตาออกไปยังถนน จื่อเทาดูไม่ได้กระหายน้ำขนาดนั้น แต่เจ้าตัวก็ยังคงดื่มชามะนาวรวดเดียวจนเกือบหมดแก้ว

 

ที่จริงฉันแค่อยากคุยกับนายน่ะ ฉันรู้ว่าขอโทษไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

 

...

 

แล้วฉันก็เห็นแก่ตัวมาก ที่ยังอยากให้เราเป็นเพื่อนกัน

 

ได้ผล ประโยคนี้ทำให้จื่อเทายอมหันมาให้ความสนใจจนได้ เด็กหนุ่มชาวจีนมองมาด้วยสายตาเรียบเฉย ซึ่งมันเป็นครั้งที่สองในชีวิตที่เซฮุนเคยได้เห็น นับจากครั้งแรกคือตอนที่อีกฝ่ายรู้ความจริง

 

เราจะเป็นเพื่อนกันได้ยังไง ในเมื่อฉันไม่ได้คิดกับนายแค่นั้น

 

นั่นสินะ มันยากสำหรับนาย คนตัวผอมยิ้มเจื่อน อ้าปากงับหลอดไว้ราวกับคนโง่ที่ไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรอีก

 

เซฮุนมีเรื่องมากมายที่อยากบอก แต่ก็รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์เมื่ออีกฝ่ายรู้ดีอยู่แล้ว ความคิดในหัวกำลังย้อนแย้ง ว่าควรแยกทางกันตรงนี้แล้วกลับไปถอนหายใจทิ้งอยู่ที่บ้านหรือจะพยายามต่อไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่ายังไงก็ไม่ได้ผล

 

เซฮุนเทียบกับจงอินไม่ได้หรอก ที่จื่อเทาหายโกรธตั้งแต่ตอนที่อยู่มกโพก็เพราะทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันมานาน ความผูกพันทำให้คนสองคนเข้าใจกันได้ง่ายขึ้น ส่วนเซฮุนก็แค่คนที่ชอบ ความรู้สึกมันย่อมต่างกันอยู่แล้ว

 

ฉันยังเด็กในเรื่องของความรัก เพราะงั้นฉันคงไม่ขอโทษที่ยังคุยกับนายอย่างสะดวกใจไม่ได้

 

ไม่เป็นไร เรื่องนั้นฉันเข้าใจ นายมีเหตุผลที่ทำให้รู้สึกอย่างนั้น เซฮุนยังคงยิ้มเจื่อน เขาได้ยินเสียงถอนหายใจเบาหวิวของจื่อเทา รับรู้ได้เลยว่าเราทั้งคู่ต่างกำลังใช้ความพยายาม

 

ช่างเถอะ พอคิดเรื่องนี้ทีไร ฉันก็รู้สึกเหมือนดึงตัวเองลงนรกทุกที เด็กหนุ่มชาวจีนเท้ามือไปข้างหลังฉันอยากหลุดพ้น แล้วกลับไปมีความสุขได้เหมือนที่เคยเป็น แต่กว่าจะทำได้ก็คงต้องทิ้งเรื่องของนายกับไอ้จงอินไว้ข้างหลังก่อน เซฮุนพยักหน้า แต่มันก็ยาก

 

จื่อเทาหันไปมองดวงตาคู่นั้นที่คิดว่ามันสะท้อนเงาของเขาเพียงผู้เดียว จนกระทั่งวันที่ได้รู้ความจริง เด็กหนุ่มจึงรู้ว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิดเลยสักนิด ต่อให้ตอนนี้ในแววตาของเซฮุนจะมองเห็นหวงจื่อเทา แต่คนที่เข้าไปอยู่ในใจได้ก็ยังคงเป็นไอ้จงอิน

 

 

และคงเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกแล้ว

 

 

นายรักเพื่อนฉันจริง ๆ ใช่ไหม?

 

พอถึงคราวที่จื่อเทาเป็นคนเปิดบทสนทนาเขากลับตอบไม่ได้ในทันที เซฮุนนิ่งไปชั่วอึดใจแล้วปล่อยให้เสียงรถยนต์บนท้องถนนกลบบรรยากาศน่าอึดอัด เด็กหนุ่มตัวผอมไม่รู้ว่าหากตอบไปแล้ว มันจะทำร้ายจิตใจคนฟังมากแค่ไหน แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะพยักหน้า

 

ที่ฉันบอกว่าชอบนายน่ะ ฉันก็นอนกับคนอื่นไปด้วย

 

เซฮุนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มันไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนักกับผู้ชายขี้เล่นอย่างหวงจื่อเทา แต่ที่แปลกคือ เพราะอะไรอีกฝ่ายถึงเลือกเล่าให้เขาฟัง

 

ฉันคิดว่าคงชอบนายจริง ๆ แต่บางทีมันอาจเป็นสิ่งที่ฉันคิดว่าต้องเป็นอย่างนั้น เด็กตัวสูงเงียบไป เพื่อให้อีกฝ่ายคิดตามในสิ่งที่เขาพูดเพราะถ้าฉันชอบนายจริง ๆ ฉันก็คงกอดคนอื่นไม่ได้

 

...

 

แต่ถึงจะพูดอย่างนี้ ฉันก็ยังรู้สึกว่าชอบนายมากอยู่ดี

 

สาบานได้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่หวงจื่อเทาจะพูดมันออกมา เด็กหนุ่มรู้สึกเจ็บตรงหน้าอกข้างซ้ายกับความจริงที่กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรทำมันต้องแต่วันแรก มากกว่าการวิ่งหนีทุกคน

 

จำที่เคยบอกได้ไหม ว่าฉันรักไอ้จงอินมาก แล้วก็พร้อมให้มันได้ทุกอย่าง

 

ฉันจำได้

 

อืม จื่อเทาขานตอบในลำคอ ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ ขณะสบตากับคนตัวผอม

 

เด็กหนุ่มชาวจีนยื่นมือออกไปหวังจะสัมผัสแก้มอีกฝ่าย แต่ก็ชะงักไว้ตรงระดับใบหน้าเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามันไม่สมควร จื่อเทาจึงเปลี่ยนเป็นวางมือลงบนศีรษะทุยพร้อมยีเบา ๆ เขาได้แต่บอกตนเองว่าให้เข้มแข็งกว่านี้อีกหน่อย แค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว

 

และเพราะเป็นอย่างนั้น ฉันเลยจะยกความรักทั้งหมดของฉันที่มีต่อนายให้กับไอ้จงอิน เพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด

 

...

 

นายสองคนเป็นคนดี และฉันเชื่อว่าไอ้จงอินต้องดูแลนายได้แน่ ๆ จื่อเทายังคงยิ้ม ทั้งที่หัวใจของเขามันกำลังบอบช้ำกับการต้องพูดในสิ่งที่เป็นเหมือนมีดกรีดแทงใจตนเองรักเพื่อนฉันให้มาก ๆ นะ

 

คนตัวผอมไม่ได้ตกใจเมื่อถูกอีกฝ่ายดึงเข้าไปกอด มันไม่ได้แนบแน่นเหมือนทุกครั้งที่ทำให้รู้สึกได้ว่าจื่อเทาจงใจอยากผูกมัดเขาเอาไว้ เซฮุนเกยคางลงบนไหล่กว้าง พร้อมยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาอย่างชั่งใจ และกอดตอบคนตรงหน้าในที่สุด

 

ฉันเองก็มีเรื่องที่อยากพูด แล้วก็อยากคุยกับนายให้มากกว่านี้ แต่ให้เวลาฉันหน่อยนะเซฮุน

 

ได้สิ ได้อยู่แล้ว

 

เด็กหนุ่มตัวสูงหัวเราะ พร้อมกระชับกอดแน่นขึ้น ซึ่งเซฮุนเองก็เช่นกัน เขาไม่ลังเลที่จะปะรอยร้าวที่เราต่างสร้างไว้ในใจอีกฝ่าย จื่อเทาฝังจมูกลงบนไหล่คนตัวผอม พร้อมซึมซับความรู้สึกนี้เอาไว้ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำอีก

 

ตัวนายหนามหายไปเยอะเลยนะ

 

ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นในตอนนี้ไม่ได้มาจากร่างกายคนตรงหน้าที่กอดเขาเอาไว้ แต่มันมาจากความรู้สึกในใจที่เราเรียกมันว่ามิตรภาพ เซฮุนยังคงรู้สึกเสียใจกับทางเลือกผิด ๆ ในตอนนั้น และขอโทษจื่อเทาที่ไม่สามารถตอบรับความรักได้

 

แต่ไม่ว่าอย่างไร เราทุกคนต่างก็ได้รับบทเรียนราคาแพงในครั้งนี้ เพื่อให้รู้ว่าต้องแคร์ความรู้สึกในรูปแบบไหนถึงจะไม่ทำร้ายกันและกัน หากเวลาเดินผ่านไป จนถึงจุด ๆ หนึ่งที่หัวใจของเราทุกคนเข้มแข็งขึ้น พอถึงตอนนั้นเขาคงยิ้มอย่างสนิทใจเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง

 

 

กับรอยยิ้มที่เพื่อน... มีไว้ให้เพื่อน

 

 

 

 

 

 

เสียงรองเท้าหนังวิ่งย่ำไปบนพื้นอย่างเร่งรีบจนทีมนักแสดงที่เพิ่งลงจากเวทีต้องเหลียวหันไปมอง พระเอกละครเวทีเลิกคิ้วก่อนจะวางขวดน้ำลง พร้อมเดินออกไปหยุดอยู่ตรงทางเดินยาวเพื่อมองใครคนหนึ่งในชุดเชิ้ตขาวแสล็คขายาวสีดำ รองเท้าหนังเข้าชุด พร้อมสูทตัวนอกที่ถูกพาดไว้กับท้องแขน

 

รีบไปไหนเหรอเซฮุน พระเอกละครเวทีถามอย่างใคร่รู้ ซึ่งเจ้าของชื่อก็สละเวลาอันมีค่าเงยหน้าจากนาฬิกาข้อมือเพื่อให้ความสนใจกับคำถามของเขา

 

ไปงานแต่งงานเพื่อนครับ ผมสายเป็นชั่วโมงแล้ว

 

แต่งงาน? พวกนายเพิ่งจะเรียนจบกันเองไม่ใช่หรือไง? ชายหนุ่มหัวเราะ ยืนกอดอกมองบัณฑิตใหม่ไฟแรงที่คงได้เป็นผู้กำกับเวทีในอีกไม่ช้า

 

เซฮุนเพิ่งจบมหาลัยมาก็จริงแต่ก็มีความสามารถมากมาย ทั้งช่วยบิวท์อารมณ์ให้นักแสดงเข้าถึงความรู้สึกบทนั้น ไปจนถึงเรื่องช่วยรุ่นพี่เรื่องตกแต่งไฟ เขาพูดอย่างนอบน้อมจนกลายเป็นที่รักของคนที่นี่ไปโดยปริยาย

 

ผมไปก่อนนะพี่จุนกิ ไว้เจอกันครับ เด็กหนุ่มโค้งศีรษะอย่างมีมารยาทแล้วตรงไปยังเบนซ์สีดำขลับที่พ่อซื้อให้เป็นของขวัญในวันเรียนจบ

 

จากโรงละครเวทีไปจนถึงโรงแรมใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง เซฮุนพยายามเหยียบจนมิดแล้ว แต่ถ้าหากเร็วกว่านี้เห็นทีว่าฮันซอนฮวากับคิมจงแดคงได้ไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลทั้งชุดบ่าวสาว

 

คนตัวผอมชำเลืองมองกระจกมองหลังระหว่างหมุนพวงมาลัย เพียงครู่เดียวก็เทียบจอดรถได้จึงรีบคว้าสูทตัวนอกออกมาจากรถ ขายาวกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปในลิฟต์ ระหว่างนั้นก็ก้มมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะก่อนจะสวมสูทระหว่างรอประตูเปิด

 

เซฮุนกวาดสายตาไปโดยรอบ พอเห็นป้ายบอกทางจึงเดินไปเรื่อย ๆ ก่อนจะพบว่าตอนนี้ผู้คนจำนวนมากกำลังกินอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้ เซฮุนคิดว่าวันนี้คงพบแต่คนแปลกหน้ามากมายแต่ไม่ใช่อย่างนั้น... เมื่อริมฝีปากของเขากำลังยิ้มออกมา เป็นเพราะสายตาของเพื่อนสมัยมัธยมที่ไม่ค่อยได้คุยกันกำลังมองมาทางนี้ พร้อมโบกมือทักทายด้วยความคิดถึงหลังจากไม่ได้เจอกันสี่ปี

 

อ้าวเซฮุน เพิ่งมาถึงเหรอ?

 

เฮ้ย นั่งก่อน ๆ

 

คนตัวผอมถูกลากเข้าไปข้างในโดยไม่สามารถปฏิเสธได้ ทั้งคนที่เคยมองด้วยหางตา และคนที่เคยเข้ามาเกาะแกะ ตอนนี้ทุกคนต่างเปลี่ยนไปแล้ว

 

ไม่สิ... คนเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก ทุกคนก็แค่โตขึ้นเท่านั้น

 

เซฮุนยิ้มเก่งขึ้นเพราะได้เรียนรู้จากเพื่อนที่มหาลัย เด็กหนุ่มคิดว่าทุกคนในโลกล้วนแต่เป็นครู ที่ให้เขาเรียนรู้ว่าต้องวางตัวอย่างไรถึงจะเหมาะสม ทำให้รู้ว่าบางทีการยิ้มเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้คนมองรู้สึกดีได้แล้ว

 

เซฮุนแทบลืมไปหมดว่าใครเคยทำร้าย หรือใครที่เคยทำให้รู้สึกไม่ดี ตอนนี้สิ่งที่เขารู้สึกได้ก็คือรอยยิ้มมิตรภาพจากเพื่อนสมัยเรียนมัธยมเท่านั้น คนตัวผอมหัวเราะและชนแก้วกับเพื่อนบ้าง บอกเล่าถึงการงานที่ทำอยู่ พร้อมอมยิ้มเมื่อถูกถามเรื่องแต่งงาน

 

เขาเงยหน้าขึ้นเพราะรู้สึกว่ากำลังถูกมองอยู่ เซฮุนนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะยิ้มออกมาทันทีที่เห็นว่าคนที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้ามคือหวงจื่อเทา เพื่อนที่แสนดีของเขาซึ่งห่างหายกันไปตั้งแต่ตอนนั้น

 

 

คุณได้รับข้อความจาก...

หวงจื่อเทา

[ สบายดีใช่ไหม? ]

 

 

เซฮุนมองตัวหนังสือบนหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะกดพิมพ์ข้อความตอบกลับไปว่า สบายดี และฉันก็อยากให้นายตอบแบบนี้เหมือนกัน

 

ช่วงเวลาที่ปล่อยให้จื่อเทาได้อ่านข้อความนั้น เขาก็ได้แต่ภาวนาในใจ เพราะหลังจากผ่านไปเกือบสามปี เซฮุนก็ทำได้แค่ฟังเรื่องราวของจื่อเทาจากคนรอบข้าง เพราะอีกฝ่ายขออยู่ห่าง ๆ จนกว่าจะทำใจได้ ซึ่งมันก็ผ่านมานานพอสมควรแล้ว

 

 

คุณได้รับข้อความจาก...

หวงจื่อเทา

[ โต๊ะนี้ยังมีเก้าอี้ว่าง มันคงเก๋ไม่หยอกถ้าวันนี้มีนายนั่งดื่มเป็นเพื่อน ]

 

 

ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนสมัยเรียนมัธยม เซฮุนกำลังยิ้มบาง ๆ ขณะมองไปยังเพื่อนสนิทที่ห่างหายกันไปนาน คนตัวผอมไม่ลังเลทำตามที่อีกฝ่ายพูด เขาลุกขึ้นยืนพร้อมบอกลาเพื่อนร่วมห้อง แล้วเดินไปหยุดอยู่ข้าง ๆ เพื่อนชาวจีน

 

ไงเซฮุน

 

สวัสดีคนต่างชาติ

 

ชานยอลเพียงยักคิ้วโดยไม่ตอบโต้กลับ เซฮุนนั่งลงข้าง ๆ จื่อเทาพร้อมกวาดสายตาไปโดยรอบ ก่อนจะพบว่าตอนนี้แบคฮยอน คยองซู จงแด และจุนมยอนกำลังเตรียมตัวร้องเพลง โดยมีชายหนุ่มผิวแทนนั่งลงบนหน้าเปียโนหลังสีขาว พร้อมวางเรียวนิ้วทั้งสิบลงไป

 

นั่นไง คุณอัยการของนาย

 

พอเถอะน่า เซฮุนยิ้มขำกับคำแซวที่พูดออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย เขาสามารถคิดเอาเองได้ไหมว่าจื่อเทาคงทำใจได้แล้ว และไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องของเขาและผู้ชายที่นั่งอยู่หน้าเปียโนหลังนั้นอีก

 

เด็กหนุ่มตัวผอมยังคงเขินทุกครั้งเวลาเห็นจงอินอยู่กับเปียโน เขาเชื่อว่าทุกคนในโลกย่อมมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันโดยไม่ใช่เรื่องหน้าตา และถ้าหากถามว่าเสน่ห์ของคิมจงอินคืออะไร เซฮุนคงตอบได้ภายในเสี้ยววินาทีว่า เปียโน กับหนังสือกฎหมายกองโต

 

หัวใจยังคงเต้นอยู่ในจังหวะเดิม ๆ เพราะคนเดิม ๆ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่โอเซฮุนก็ยังรู้สึกเหมือนวันแรกที่ได้นั่งฟังผู้ชายคนนั้นบรรเลงเสียงเพลงผ่านตัวโน้ต เซฮุนอมยิ้มโดยไม่สนใจว่าตอนนี้คนรอบข้างจะแซวอย่างไร

 

ไม่สนว่าเสียงของปาร์คชานยอลจะน่ารำคาญแค่ไหน หรือแม้แต่มือของจื่อเทาที่โอบไหล่เขาเอาไว้ ซึ่งมันให้ความรู้สึกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง เซฮุนไม่รู้สึกแคลงใจกับสัมผัสนี้เลยสักนิด และคาดว่าจื่อเทาเองก็เช่นกัน

 

คนตัวผอมยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย กับเรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ทั้งฝ่ายบ่าวสาว และความเป็นเพื่อนของเขาและจื่อเทาที่เริ่มประติดประต่อกันอีกครั้งหลังจากขาดหายไปนาน เราไม่ต้องพูดอะไรมากมาย เพราะบางครั้งแววตาหรือการแสดงออกมันก็เป็นสิ่งบ่งบอกได้แล้ว

 

เซฮุนสบตากับชายหนุ่มบนเวทีที่กำลังมองมาทางนี้ จงอินสามารถบรรเลงเสียงเพลงได้แม้ไม่มองแผ่นโน้ตที่วางอยู่ตรงหน้า กลิ่นอายความอบอุ่นอบอวลไปโดยรอบ กับบรรยากาศความสุขของบ่าวสาวที่ถูกแบ่งปันไปยังผู้มาร่วมงาน

 

ชั่วอึดใจเดียวจงอินก็เดินลงมาจากเวที พร้อมเสียงปรบมือซึ่งทำให้ผู้ชายพูดน้อยขลาดอายจนต้องกำมือยกขึ้นป้องปากตนเอง

 

ขยับไป

 

จ้า มาถึงก็หวง ชานยอลอดไม่ได้จึงแซวเพื่อนสนิทที่ดันหน้าไอ้เทาออกจนมันต้องยอมย้ายก้นให้ไอ้จงอินได้นั่งข้างเซฮุน ทีตอนนี้กล้านะคะ ได้ข่าวว่ามึงแทบกราบตีนขอโทษมันมาก่อน

 

ใช่ไหม ดูเพื่อนมึงไว้ จื่อเทาแค่นหัวเราะ แต่คนถูกแซวกลับไม่สนใจ จงอินยังคงปั้นหน้านิ่ง พร้อมคว้ามือเซฮุนไปกุมไว้บนตักตนเองเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ

 

กูแค่อยากเห็นไอ้เทามันซึ้งจนน้ำตาไหลหรอก

 

ตีนเถอะ <- จื่อเทา

 

ตีนกูด้วย ชานยอลเสริม ซึ่งจงอินเพียงอมยิ้ม จนสุดท้ายก็หลุดหัวเราะออกมาในที่สุด

 

กินข้าวมาหรือยัง? เซฮุนส่ายศีรษะเป็นคำตอบ กับคำถามที่ดูเหมือนว่าจงอินอยากให้เขาได้ยินเพียงคนเดียว

 

พองานแสดงจบฉันก็รีบเปลี่ยนชุดบึ่งรถมาเลย

 

หิวไหม?

 

นิดนึง คนตัวผอมจีบมือพร้อมหรี่ตาประกอบ ก่อนจงอินจะลุกขึ้นเดินไปตักอาหารที่บาร์โดยไม่ถามอะไรอีก

 

หมั่นไส้ว่ะ ทำไมไม่เลิกกันสักที จื่อเทานั่งเอนหลังพิงกับเก้าอี้ พลางมองไปยังเซฮุนที่กำลังยิ้มอย่างขลาดอาย มึงก็เหมือนกัน ชานยอล

 

ลูกอีช่างแช่ง มึงก็หาเมียเป็นตัวเป็นตนสักทีสิ เห็นป้อม ๆ อย่างนั้นกูก็รักของกูไหม คนถูกพาลขยำทิชชู่แล้วปาใส่เพื่อนชาวจีน

 

นายก็คุยกับคน ๆ นึงอยู่ไม่ใช่เหรอตอนนี้ จื่อเทาชะงักเหมือนเด็กถูกจับได้ว่าขโมยของ นัยน์ตาเรียวชำเลืองมองคนตัวผอมที่มองมาราวกับจะบอกว่าเจ้าตัวรู้ความลับบางอย่างที่เขาบอกแค่ไอ้จงอินคนเดียว

 

เหยด มีใครทำไมไม่บอกเพื่อน <- ชานยอล

 

แค่คุยเฉย ๆ ไม่ได้หมายความว่าเป็นแฟนนี่หว่า

 

แต่ก็ชอบใช่ไหมล่ะ? <- เซฮุน

 

บอกไปสิว่ารักเลย <- จงอินที่เดินมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

จื่อเทาอยากจะแกล้งตาย หนุ่มชาวจีนหลุบตาลงมองสมาร์ทโฟนที่ดูเหมือนว่าช่วยชีวิตไว้ได้พอดี มันกำลังสั่นพร้อมขึ้นชื่อของคนที่กำลังถูกกล่าวถึง เขาจึงเอามือปิดหน้าจอไว้ก่อนจะลุกขึ้นยืน ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อน ๆ ที่มองมาอย่างใคร่รู้

 

เดี๋ยวมา

 

 
 

 
 

 

มองจากตรงนี้แล้วสวยดีนะ

 

ชอบไหม?

 

จงอินหันไปถามคนข้าง ๆ ที่กำลังให้ความสนใจกรุงโซลยามค่ำคืน บนทางเดินยาวของโรงแรมซึ่งมีเพียงแค่เขาสองคนเท่านั้นที่อยู่ตรงนี้ เพื่อนสมัยเรียนบางคนเริ่มทยอยกลับไปแล้ว แต่ก็ยังมีหลายคนอยู่สนุกกับบ่าวสาวที่เริ่มเมา

 

ชอบสิ เซฮุนชำเลืองมองอีกคนที่ไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากที่เขาได้ให้คำตอบไป จงอินเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ระหว่างทอดสายตาออกไปนอกกระจกใส ราวกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่

 

ฉันดีใจที่นายกับไอ้เทาคุยกลับมาคุยกันได้

 

นั่นสิ ฉันคิดว่าต้องรอนานกว่านี้เสียอีก เซฮุนหัวเราะเบา ๆ ตอนนี้จื่อเทาขอตัวกลับไปแล้วหลังจากวางสายนั้นไป

 

ไม่นานเกินไปหรอก ถ้าเราไม่ยึดติดกับเวลา จงอินหันมาสบตากับคนรัก ที่อยู่กันด้วยความเข้าใจมาตลอดหลายปี มันเป็นเรื่องไม่คาดคิดที่เราทั้งคู่จะเข้ากันได้ดีหลังจากเลิกกันไปเมื่อตอนนั้น

 

สบายใจแล้วใช่ไหม? เซฮุนเท้าศอกลงกับราวเช่นเดียวกับอีกฝ่าย

 

คงไม่มีอะไรดีไปกว่าเพื่อนเลิกชอบแฟนตัวเองแล้วล่ะทั้งคู่หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบตรงระเบียงทางเดินยาว

 

เขาเห็นว่าจงอินหันไปด้านหลังเพื่อดูลาดเลาแล้วหันมาสบตากันพร้อมรอยยิ้มอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ไม่ได้เจอกันหลายวันเพราะเซฮุนยุ่งอยู่กับการจัดเวที ดังนั้นความคิดถึงของเราทั้งคู่จึงค่อนข้างทำงานหนักมาก

 

นายกำลังทำหน้าเหมือนคนอยากถูกจูบเลย

 

ไม่จริงมั้ง ฉันคิดว่ามันเป็นความรู้สึกของว่าที่อัยการที่อยากจูบแฟนมากกว่า เซฮุนขมวดคิ้ว ก่อนจะเอนไปข้างหลังเล็กน้อยเมื่ออีกคนเลื่อนใบหน้าเข้ามาประกบริมฝีปากเพื่อสั่งให้เขาหยุดลองดีเสียที

 

เราไม่ได้จูบกันนานเหมือนกับทุกครั้ง แต่จงอินก็ไม่ลืมที่จะงับริมฝีปากล่างของเขาขณะสบตากัน เซฮุนอมยิ้มกับแววตาที่เต็มไปด้วยความมันเขี้ยว ก่อนที่เรียวนิ้วของเราจะสอดประสานกันในวินาทีถัดมา

 

มันคงดีนะถ้าวันหนึ่งเราตื่นขึ้นมาพร้อมกันแล้วนั่งดื่มกาแฟในมุมแบบนี้

 

หมายความว่าไง?

 

เสียงของเราเริ่มแผ่วลงจนเหมือนกระซิบ รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้าทำให้อีกฝ่ายน่าฟัดขึ้นมาเป็นเท่าตัว จงอินเขี่ยปลายจมูกรั้นเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ยิ่งกว่าเดิม

 

เบื่อบ้านแล้วหรือยัง ถ้าเบื่อแล้ว... หาคอนโดอุ่น ๆ อยู่ด้วยกันไหม?

 

คนฟังนิ่งไปหลังจากที่อีกฝ่ายพูดจบ เซฮุนเม้มริมฝีปากเล็กน้อยกับประโยคที่ดูเหมือนขอแต่งงานทางอ้อม ตลอดเวลาที่คบกัน คงมีแค่ช่วงมอปลายเท่านั้นที่เราได้มีโอกาสเจอกันบ่อย ๆ พอกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกทีช่วงมหาลัย ต่างฝ่ายต่างก็มีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ แต่จงอินก็ไม่ได้ปล่อยปะละเลยความรักของเรา แม้เวลาว่างจะน้อยนิด แต่ผู้ชายคนนี้ก็เลือกที่จะมาค้างคืนด้วยกัน เพื่อให้เขาได้นอนมองว่าที่อัยการนั่งอ่านหนังสือจนหลับไป

 

เซฮุนไม่ได้ต้องการความโรแมนติกอยู่ตลอดเวลา ความจริงแล้วขอแค่มีจงอินอยู่ข้าง ๆ ในช่วงชีวิตที่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เพียงเท่านั้นมันก็พอแล้วสำหรับคนรักกัน

 

เอาชั้นสูง ๆ แบบนี้เลยนะ เป็นโทนห้องสีครีมน้ำตาล แล้วแบ่งห้องไว้ตั้งเปียโนกับโซนเล่นเกม

 

คิดตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอ คุณผู้กำกับเวที จงอินบีบจมูกคนรักอย่างมันเขี้ยว ซึ่งเซฮุนก็อมยิ้มอย่างอารมณ์ดี

 

หลายครั้งที่เด็กหนุ่มคิดว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิต ทั้งตอนเริ่มเรียนประถมต้น มาจนถึงมัธยม และมหาลัย แต่สุดท้ายมันก็เป็นเหมือนการวิ่งวนรอบสนามเพื่อเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ระหว่างทาง เพื่อกลับมาจุดเริ่มต้นจุดใหม่

 

และตอนนี้ก็เช่นกัน หลังจากเรียนจบและมีงานทำก็คือจุดเริ่มต้นใหม่ในตอนนี้ ซึ่งเซฮุนรู้ว่าชีวิตวัยทำงานมันแตกต่างกับชีวิตวัยเรียนอย่างสิ้นเชิง เรากำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว และใช้ชีวิตด้วยตัวเองหลังจากยืนได้ด้วยการพยุงของพ่อแม่มาตลอด

 

เราจะเป็นเพื่อนที่ดีควบตำแหน่งคนรักยอดเยี่ยมที่ไม่ว่าใครก็เทียบไม่ได้ คิมจงอินกับโอเซฮุนจะเดินไปด้วยกัน เพื่อทำความรู้จักโลกใบนี้ และเรียนรู้ซึ่งกันและกันให้มากขึ้น

 

 
 

...แม้ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีแล้วก็ตาม

 

 

 
 

END

 

 

มีคนถามว่าจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งไหม มันก็ไม่ถึงกับแฮปปี้นะ เราว่าอยู่ในระดับกู๊ดเอนดิ้งมากกว่า ฮา ขอบคุณมากนะคะที่ติดตามมาจนถึงตอนนี้ เราผูกพันและคงคิดถึงซอนแซงนิมและทุก ๆ คนในเรื่องน่าดูเลย

ใจหายเหมือนกัน ใจหายทุกครั้งที่ฟิคจบ นั่นหมายความว่าเราจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว แปลกเนอะ เขาเป็นตัวละครที่เราสร้างขึ้น เรารู้จักนิสัยใจคอเขาผ่านตัวหนังสือ แต่เราก็รู้สึกผูกพันกับเขา แหะ ขอโทษนะคะ มันเป็นความเวิ่นเว้อของเราที่ผูกพันกับตัวละคร T_T

แต่ยังมีสเปอีก 2 ตอนน้า เดี๋ยวถ้าเกิดเราปล่อยรายละเอียดการสั่งจองเล่มเมื่อไหร่ เดี๋ยวจะมาอัพเดทให้ทราบในบทความนะคะ ทั้งหนังสือและในเวปมีเหมือนกันหมดค่ะ ไม่มีอะไรได้มากหรือน้อยเกินไป อันนี้เรารวมเล่มไว้เผื่อคนอยากซื้อเก็บนะคะ ถ้าไม่ซื้อก็สามารถอ่านในเวปได้จ้า

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,767 ความคิดเห็น

  1. #6762 nana (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 13:17

    ใจหายเหมือนกันที่จบแล้ว แต่ก็จบได้ประทับใจมากจริงๆค่ะ เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอบอุ่นและรู้สึกผูกพันกับตัวละครมากจริงๆค่ะ ขอบคุณที่ไรท์เขียนเรื่องดีๆแบบนี้ออกมานะคะ

    #6,762
    0
  2. #6742 mayrin (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 01:41
    ขออนุญาตเม้นรวบยอดทีเดียว ฮรือออ เราบอกได้คำเดียวว่าช่วงกลางเรื่องเราแทบอ่านต่อไม่ได้ ในใจเราเจ็บปวดมาก เราสงสารจงอินมากๆ แต่เรื่องคือก็โทษคนอื่นไม่ได้ มันไม่มีใครผิดซะทีเดียว แต่เราก็ทำใจไม่ได้ เพราะเราเข้าใจค.รู้สึกของจงอินมากๆ ค.รู้สึกเวลาที่คนที่เรารักแคร์คนอื่นมากกว่าเรา มันเจ็บมากจริงๆ เจ็บจนแทบไม่ไหว แต่เราก็ฮึดอ่านต่อจนจบได้ กว่าจะจบคือเสียน้ำตามากเยอะมาก แต่พอมันมาจุดที่เคลียร์ได้มันก็ซาบซึ้ง อิ่มเอมในมิตรภาพและความรักที่ทั้ง 3 คนมีให้กัน

    ในบริบทของฟิคทั้ง 3คนยังเป็นแค่เด็กม.ปลายอยู่เลย คือยังเด็ก อาจจะเจอโลกมาไม่มากพอ เราไม่ตัดสินตัวละคร แต่ก็คิดว่าจริงๆแล้วเรื่องมันเกิดเพราะจงอินกับเซฮุนกลัวว่าเทาจะเจ็บปวด แต่ในค.รู้สึกของเราค.เจ็บปวดมันไม่เจ็บเท่ากับถูกปิดบัง จงอินกับเซฮุนควรเชื่อใจเทามากกว่า เชื่อในค.รักที่เทามีให้คนทั้งคู่ เราเข้าใจเทานะ ถ้าเราเป็นเทาเราจะยินดีมากๆที่คนที่รักทั้งสองคนรักกัน มันอาจจะเจ็บ แต่เราทนได้แค่ขอเวลารักษาใจสักหน่อย แต่การถูกปิดบังแบบนี้มันเจ็บปวดมากกว่า เพราะเขาเห็นเราเป็นตัวอะไรทำไมไม่บอก คิดว่าเราจะรับค.จริงไม่ได้หรืออย่างไร แต่ทั้ง 3 คนก็ยังเป็นเด็กอ่ะน่ะ พวกเขาต้องเรียนผ่านช่วงเวลา ผ่านอะไรหลายๆอย่างเพื่อที่จะเติบโต ซึ่งเหตุการณ์นี้มันก็จะทำให้ทั้งสามคนได้คิด ได้เติบโตขึ้นอีกเยอะมากแน่ๆ

    สิ่งที่เราชอบในฟิคนี้ คือมันเป็นฟิคที่เน้นค.สวยงามของมิตรภาพเนี่ยแหละ มันอาจจะเจ็บปวดนะ แต่สุดท้ายเพื่อนก็คือเพื่อน คนที่คอยอยู่เคียงไม่ว่าร้ายหรือดี คนที่คอยเตือนสติ และคนที่คอยให้อภัยในค.ผิดพลาดของกันและกัน มันสวยงามและสื่อถึงมิตรภาพได้ดี

    อีกอย่างคือคาร์แรคเตอร์ของคิมจงอิน คือคนแบบเนี้ย ผช.ปากแข็ง ดูเข้าใจยาก ชอบอ้อมโลก ชอบซึน ไม่ชอบแสดงออกตรงๆ แต่บทจะแสดงออกที คือตาย ตายจริง ตายจัง คือมันกรี๊ดมากอ่ะ ผช.แบบนี้มันแบบผญ.ที่ไหนจะไม่รักอ่ะ ขนาดเรายังหลงหัวปักหัวปำ คิมจงอินเป็นผช.ที่มีหัวคิด เขาวางแผนอนาคตเป็นอย่างดี เขาให้เหตุผลเหนืออารมณ์เสมอ สำหรับเราเราไม่ค่อยเห็นคาร์แรคเตอร์แบบนี้ในฟิคไหน มันทำให้ผช.โคตรพิเศษ นอกจากน่ากรี๊ด เขายังเป็นคนหัวคิด คนที่ใครๆก็อยากฝากอนาคตไว้ด้วย แถมยังมีอบอุ่น มีมุมเด็กเอาแต่ใจ เจ้าเล่ห์ชอบเอาชนะ ผช.คนนี้มีมิติมากๆ ถ้าเค้ามีตัวตนอยู่จริงๆ คงมีคนชอบเค้าเยอะมากแน่ๆ และใครสักคนทีได้เป็นคนพิเศษของคนแบบนี้ คนๆนั้นเป็นที่โคตรน่าอิจฉา ฮ่าๆ อย่างที่ตอนนี้เราอิจฉาเซฮุนมากกก

    ไม่รู้ว่าพี่มลินจะได้อ่านเม้นนี้มั้ยนะ แต่เราอยากบอกว่าเราชืนชมสิ่งที่พี่แต่ง ตั้งแต่ฟิคซอมบี้ละ ฟิคของมันแตกต่างและสวยงาม สิ่งทีทำให้ต่างๆคือตัวละครมันมีมิติเทียบเท่าคนจริงๆ มันทำให้เราเชื่อว่าเค้ามีตัวตนอยู่จริง พอเราเชื่อแล้ว จะเหลืออะไรอีก นอกจากอินแบบอินมาก อินชิบหาย 555 ขออภัยที่หยาบคาย แต่เราชอบมากจริงๆ

    ขอบคุณพี่มลินที่เขียนฟิคเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ
    ปล.ในเรื่องเทาได้คู่กับใครเหรอในตอนจบ คือคาใจมาก ไม่รู้พี่มลินจะต่อไหม ถ้าไม่ต่อแล้วกระซิบบอกหนูได้มั้ย คืออยากรู้จริงๆนะ 555
    #6,742
    0
  3. #6717 HongHao520 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 00:10
    รักฟิคเรื่องนี้จัง นี่เราไปอยุ่ไหนมา
    #6,717
    0
  4. #6695 PiPoTweeTy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 01:08
    อ่านแล้วยิ้มทั้งน้ำตา รักในความรักของเค้าทั้งสองคน หลงรักความเป็นเพื่อนของทุกคน เรื่องนี้เป็นไคฮุนเรื่องแรกที่เราอ่านเลย ขอบคุณไรท์นะคะ
    #6,695
    0
  5. #6681 BaeJudy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 23:54
    รู้สึกดีจังเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณนักเขียน
    #6,681
    0
  6. #6668 ลิ้ตเติ้ลบี๋ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 01:28
    ตั้งแต่อ่านตอนแรกค่อนข้างจะลุ้นนะ จะกลายเป็นสามเศร้าแบบไหน แล้วพออ่านมาเรื่อยๆ เราก็ลืมสิ่งนั้นไป เราอินกับเรื่องราวต่างๆ เขินตอนจีบกันช่วงแรกๆมาก  แต่เราก็เข้าใจที่มลินบอกแล้วหน้าฟิค? มันโคตรหน่วงอ่ะ ทำเราร้องไห้ไปหลายตอนมาก ตางี้บวมตุ่ย ไม่คิดว่ามลินจะเล่นแบบนี้ แต่มันก็ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า การที่เรากับเพื่อนชอบคนเดียวกัน ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก แล้วคนที่โดนชอบก็ไม่ได้แปลว่าเค้าจะรู้สึกดีเสมอไป แล้วมันก็ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ควรเกรงใจให้อยู่ในความพอดี  ซึ่งพอๆกับการที่เราแคร์หรือใส่ใจคนอื่น หากเราใส่ใจสนใจคนอื่นมากเกืนไป มันก็เป็นการทำร้ายความรู้สึกเราเหมือนกัน เพราะฉะนั้นควรรักตัวเองให้มากๆ แล้วสิ่งที่ประทับที่สุดคืออะไรรู้มั้ย มิตรภาพที่มีให้กัน เราอ่ะทะเลาะกับเพื่อน มีอะไรเราก็โทษมันตลอดว่าเพราะมัน ทั้งๆที่เราก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันทำแบบนั้นไ่ม่ได้ มันไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนเราจะได้ทำตามทุกอย่างที่เราต้องการได้ ทางที่ดีควรปรับความเข้าใจกัน แล้วมันโคตรยาก แต่พอนึกถึงเรื่องราวที่เคยใช้ร่วมกัน แววตาที่มองกันว่ามันมีความสุขเวลาอยู่กับเรามากแค่ไหน มันยิ่งทำให้เรารู้สึกแย่ ว่าแม่งโคตรเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ มันจุกตรงที่มันบอกว่า "กูมีแค่พวกนี่แหละที่เป็นเพื่อน" ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองอะไรขนาดนี้มาก่อน ขอบคุณนะมลินที่สอนให้เราเข้าใจคำว่า มิตรภาพ เราจะพยายามแก้ไขในสิ่งที่เราทำไม่ดีไว้กับเพื่อน
    #6,668
    0
  7. #6659 Linseyyy13 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:49
    เวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่าง...เป็นเรื่องจริงนะ
    ต้องขอบคุณมนุษย์ฮอบบิทที่บอกว่าจื่อเทาอยู่ที่ไหน
    ขอบคุณที่จงอินกล้าเผชิญหน้าอยู่เสมอ
    ขอบคุณที่เซฮุนเลือกที่จะรักษามิตรภาพดีๆกับจื่อเทาไว้
    ขอบคุณจื่อเทาที่ยอมเปิดใจและไม่ทิ้งมิตรภาพดีๆไป
    ขอบคุณมลินเวิวด้วยค่ะ ได้อะไรดีๆจากฟิคเรื่องนี้เยอะเลย เราชอบงานเขียนของมลินเวิวมาก :)
    #6,659
    0
  8. #6618 arthipnm (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 15:38
    รู้สึกแย่จังที่มาตามอ่านทีหลัง เหมือนคุยคนเดียว เหมือนมาดูละครดีๆเรื่องนึงคนเดียวหลังที่คนอื่นรู้จักกันหมดแล้ว ชอบเรื่องนี้มากๆ เหมือนได้เห็นพัฒนาการของตัวละครทุกคนพอโตขึ้นทุกคนก็จะมีความคิดที่โตตามมันดีมากเลยที่เรื่องเป็นแบบนี้ แล้วก็ยังใจดีให้จบแบบนี้ เป็นเรื่องที่ทำให้เห็นความสำคัญของมิตรภาพเยอะมาก ประโยคบางประโยคเหมือนไม่ได้พูดกับแค่ตัวละครแค่นั้น บางทีมันก็พูดกับเราด้วยบางทีก็จี้จุดเลย55555 ขอบคุณนะคะที่สร้างเรื่องราวดีๆแบบนี้มาให้ได้อ่าน สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้ทุกๆเรื่องเลยค่ะ มลินออนนี่ (:
    #6,618
    0
  9. #6599 hunkeng (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 13:03
    ถึงจะพึ่งอ่านเรื่องนี้ได้ไม่นานแต่พอมันถึงตอนจบก็รู้สึกใจหายเลยเหมือนกับตัวละครที่เราชอบเราเคยอ่านมันทุกวันๆจนเดินทางมาถึงฉากสุดท้ายแบบเราจะไม่ได้อ่านเรื่องนี้แล้วนะมันจบแล้วแบบความละมุนของเซฮุนกับซอนแซงนิมสุดท้ายก็ขอบคุณพี่มลินมากๆที่แต่งฟิคเรื่องนี้ขึ้นมาจะคอยติดตามทุกผลงานของพี่เลย ขอบคุณครับ
    #6,599
    0
  10. #6593 Miniminzz (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 11:29
    จบได้ดีมากเลยคะ คลายทุกปมที่คาไว้ และก็ไม่มากไปหรือน้อยกับช่วงเวลาที่เทาจะทำใจให้สามารถเป็นเพื่อนเซฮุนได้ คิมจงอินละมุนได้อีกค่ะ เป็นคนที่มีความคิดและจัดการเรื่องต่างๆได้ดี อาจจะแย่บ้างในบางช่วงเวลา แต่ก็ถือเป็นบทเรียน เซฮุนเหมือนจะได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากความผิดพลาดในอดีต ถึงแม้จะชังความงี่เหง้าของเซฮุนบ้าง แต่ก็พยายามจะเข้าใจ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆคะ เรื่องนี้ประทับใจมากจริงๆ
    #6,593
    0
  11. #6567 Brightbanchakorn (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 22:45
    ชอบมากเลยเรื่องนี้ .. อึดอัดช่วงดราม่าด้วย หลายๆอารมณ์อยู่ในฟิคเรื่องนี้ ขอบคุณพี่มลินนะครับ
    #6,567
    0
  12. #6566 tanokphomphon (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 23:33
    ชอบมากค่ะ ร้องไห้ตามน้ำตานี้มาเป็นสายย รุ้สึกร้องไห้มากกว่าพระนางในเรื่องอิก ชอบมากค่ัะขอบคุณนะคะสำหรับฟิกนี้
    #6,566
    0
  13. #6563 Nekoberry (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 13:29
    หวานมาก หวานเสมอต้นเสมอปลาย จงอินเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมากๆ เซฮุนก็น่ารักมากๆ ชานยอลก็กวนเสมอจีบปากจีบคอตัลหลอด น่ารัก5555
    น้องเทาได้เจอคนที่ใช่แล้วใช่ไหม ดีใจอ่ะที่เป็นเพื่อนกันได้อย่างสนิทใจ

    ฟิคของไรท์ดีมากๆเลยค่ะ ชอบมาก เราอินตามทุกตอนเลย อินกับตัวละครทุกตัว รักทุกตัวละครมากๆ

    และที่สำคัญ เซอร์ไพรส์มากเลยค่ะที่ซอนฮวาแต่งกับจงแด 555
    #6,563
    0
  14. #6553 sapphire- (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 19:06
    ไม่เคยผิดหวังกับฟิคของไรท์เลย สอนอะไรเยอะแยะเลย ดีมากจริงๆ ฮือออ บ๊ายบายนะซอนแซงนิมกับเซฮุนนน
    #6,553
    0
  15. #6524 หนูเอง (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 15:06
    อ๊า....สุดท้ายก็ตามมาอ่านซอนแซงนิมจนได้ หลังจากที่พ่ายแพ้กันไปหมดรูปกับคุณบอส



    ฮือ..เป็นฟิคที่อุ่นๆ และกลมกล่อมดีจังเลยค่ะ มันสีครีมๆ นวลๆ เหมือนนั่งจิบคาปูชิโน่อุ่นๆมองผ่านกระจกใสออกไปข้างนอกที่มีฝนตกหนัก



    เป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่พูดยาก และทุกคนแคร์กันมาก ตัวละครทุกตัวแทนความรู้สึกความต้องการของมนุษย์ได้ดี สังเกตหลายทีแล้วว่าฟิคพี่มิ้วไม่ค่อยมีตัวละครไหนเลวไปซะทีเดียวเลย อาจเป็นเพราะพี่มิ้วเล่าปมของตัวละครแต่ละตัวดี และมีความรู้จักตัวละครที่สร้างขึ้นมาเป็นอย่างดีมั๊งคะ อ๋า..เริ่มเม้นไรไม่ค่อยเกี่ยวกะฟิคเรื่องนี้แล้ว เพ้อเจ้อจัง 5555



    ยังไงก็ขอบคุณสำหรับงานดีดีอีกเรื่องนะคะ จะติดตามพัฒนาการของพี่มิ้วต่อๆไปค่ะ



    ชอบจัง^^
    #6,524
    0
  16. #6520 SSSSJJJJ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 21:32
    ผูกพันธ์เหมือนกันค่ะsis ถึงเราจะพึ่งมาอ่านตอนมันจบแล้วไม่กี่วันแต่ว่ารู้สึกผูกพันธ์เหมือนอ่านมานาน ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่านนะคะ
    #6,520
    0
  17. #6507 vipzza (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 21:25
    เพิ่งอ่านฟิคเรื่องนี้จบเป็นรอบแรก เป็นฟิคที่ละมุนใจมากกกกกก มันไม่ได้ละมุนแค่คู่พระนาย แค่มิตรภาพของความเป็นเพื่อน ก็อบอุ่นมากเหมือนกัน หลายๆตอนที่คาดไม่ถึง คิดไม่ถึงมันค่อนข้างเซอร์ไพรซ์กับอะไรที่เดาไม่ได้ แต่ก็ไม่ผิดหวังเลยที่ได้อ่าน เพราะเราไม่ได้ชิปไคฮุนมาตั้งแต่ต้น แต่อินไปกับบทแล้วก็เรื่องราวได้มากมายขนาดนี้ จงอินเป็นแฟนที่ดีมาก เป็นเพื่อนที่สุดยอด คือมันดีมาก ไม่รู้จะอธิบายยังไง แบบว่าคือดีย์อ่ะ
    #6,507
    0
  18. วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 14:12
    เราอ่านฟิคนี้รอบที่สามแล้ว ชอบมาก ขอสารภาพว่าสองรอบแรกอ่านไม่จบ แต่รอบสามเราก็อ่านจนจบ ฟิคนี้เป็นฟิคที่ทำให้เราเข้าใจถึงคำว่ามิตรภาพกับความรักได้ดีมาก ขอบคุณไรท์ที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ
    #6,503
    0
  19. #6501 NTTD_3001 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 18:31
    จบแล้ว....
    #6,501
    0
  20. #6488 Kannika Tankam (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 02:10
    เป็นฟิคที่ดีมากกกกกกกกเลยค่ะบรรยายความ สุขความ เศร้า ความเจ็บปวด ได้ดีมาก อินไปกับทั้ง3คนมากๆเลยล่ะค่ะ มันดีจริงๆ
    #6,488
    0
  21. #6462 pim pimmi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 22:58
    พึ่งมาอ่านตอนจบ ปล่อยไว้นานมาก 55555 ชอบมากกกก ขอบคุณออนนี่นะคะ
    #6,462
    0
  22. #6460 sss.doofa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 08:54
    ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ รักเรื่องนี้นะคะ 555555
    #6,460
    0
  23. #6352 บ้าจิง งง (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 00:16
    น่ารักจัง งือออออออ
    #6,352
    0
  24. #6309 xxmaarnficxx (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 01:06
    กลับมาอ่านตอนนี้รอบที่เท่าไหร่เเล้วก็ไม่รู้
    #6,309
    0
  25. #6287 eve_popparazzi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 14:13
    ชอบอ่ะ ชอบความรู้สึกพี่จงอินกับจื่อ ถึงจะทะเลาะกันแต่คำว่าเพื่อนมันไม่มีทางจางหายไป
    #6,287
    0